cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

จักรพรรดิเซียนหวนคืน - ตอนที่ 283 ไม่อาจเกลี้ยกล่อมคนบ้าได้จริง ๆ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. จักรพรรดิเซียนหวนคืน
  4. ตอนที่ 283 ไม่อาจเกลี้ยกล่อมคนบ้าได้จริง ๆ
Prev
Next

บทที่ 283 ไม่อาจเกลี้ยกล่อมคนบ้าได้จริง ๆ

ฉู่ชวิ๋นหมดคำพูด เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยอายุขนาดนี้แล้วยังชอบอวดเบ่งขนาดนี้ ไม่มีใครเทียบแล้วจริง ๆ

เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยมองหลี่คุนอย่างหยอกล้อ “แกยอมแพ้หรือยัง?”

หลี่คุนขยับร่างกายที่แหลกลาญ เขาหัวเราะ ด้วยสายตามุ่งร้าย

“คิดไม่ถึงว่าเป็นถึงเจ้าปราสาทจตุรเทพแต่กับใช้วิธีชั้นต่ำขนาดนี้”

เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยหน้าเสียก่อนจะสบถด่า “แกจะไปรู้อะไร เขาเรียกว่ากลยุทธเข้าใจไหม? ล่อปลาให้กินเหยื่อแล้วก็เชิญให้เข้ากับดัก สุดท้ายค่อยปิดประตูตีแมว ไม่สิ จับตัวเงินตัวทอง”

ใบหน้าของหลี่คุนบิดเบี้ยว “เยวี่ยฟ๋านเตี๋ย แกคิดจริง ๆ เหรอว่าแกน่ะฉลาดที่สุดในใต้หล้านี้”

สีหน้าฉู่ชวิ๋นเปลี่ยนไป เขาเริ่มรู้สึกถึงไม่ชอบมาพากล เขาชกหมัดออกไป กระเทือนจนหลี่คุนกระอักเลือดออกมาอึกใหญ่ ผ้าดำที่ปิดหน้าไว้ชุ่มไปด้วยเลือด

ฉู่ชวิ๋นมีแววตาเย็นยะเยือกก่อนจะปล่อยออกไปอีก 1 หมัด ลมปราณจำแลงอันน่ากลัวถล่มทลายเข้าใส่หลี่คุน

ในขณะนั้นเองก็มีอีกหนึ่งร่างกระโจนออกมาขวางหน้าหลี่คุนและฟาดฝ่ามือออกไปอย่างหนักหน่วง จนเกิดเสียงดังตู้มพร้อมกับคลื่นลมปราณที่ถาโถมออกมา การโจมตีของฉู่ชวิ๋นถูกทำให้สลายหายไป ส่วนคน ๆ นั้นก็กระเทือนจนต้องถอยไปแต่ก็แค่ 2 ก้าวเท่านั้น !

เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยตกใจ คิดไม่ถึงว่าในหมู่คนพวกนี้จะยังมียอดฝีมืออยู่ขนาดนี้

“แกเป็นใคร” เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยตะโกนถาม

“แกลองเดาสิ” คน ๆ นั้นเสียงแหบแห้งเกินจะเปรียบ

“เขาต่างหากคือหลี่คุนตัวจริง” ฉู่ชวิ๋นเอ่ยปากเรียบๆ

“อะไรนะ” เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยตกใจอย่างมาก

คน ๆ นั้นหัวเราะขึ้นมาด้วยเสียงแหบแห้งเสียดหู สายตามองฉู่ชวิ๋นด้วยแววสนอกสนใจ

“สมแล้วที่เป็นจอมมารฉู่ สมคำล่ำลือจริงๆ เดาได้ถูกเผง”

พูดจบสายตาของเขาก็ทอดไปที่เยวี่ยฟ๋านเตี๋ย พลางหัวเราะเย็นๆ

“ตอนนี้แกยังคิดว่ากลยุทธตัวเองปราดเปรื่องอยู่ไหม?”

เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย เขากระหยิ่มใจตั้งนานที่แท้ก็โดนหลอกนี่เอง เขาอดไม่ได้ที่จะพาลด้วยความอับอาย

“แกนี่มันอำมหิตจริงๆ สั่งให้ลูกน้องแกล้งเป็นตัวเอง ไม่กลัวว่าเขาจะตายหรือไง”

“เหอะๆ…” หลี่คุนหัวเราะเย็นๆ “โง่เขลา ในเมื่อพวกเขาเป็นลูกน้องของฉัน ก็ต้องมอบชีวิตให้ฉัน”

“เหตุผลบ้าบออะไรของแก ติดตามแกแล้วก็ต้องยอมมอบชีวิตให้แกงั้นเหรอ ได้ตายโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่แน่ ๆ ” เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยเอ่ยขึ้นมา

“เขาตายแทนฉันก็ถือเป็นเกียรติของเขา ยิ่งตอนนี้ได้เปิดโปงลูกเล่นทุเรศๆของพวกแก ถือว่าเขาได้บรรลุภารกิจแล้ว”

“แกยังมีความเป็นคนอยู่ไหม? ยืนดูลูกน้องตัวเองตายไปหน้าตาเฉย”

เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยสบถด่า

“ทุกคนต่างมีภารกิจของตัวเอง ภารกิจของเขาถือว่าทำสำเร็จแล้ว เก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์” หลี่คุนพูดด้วยน้ำเสียงอึมครึมก่อนจะยกขาขึ้นและกะทืบลงไปอย่างหนัก

แค่ก

คนชุดดำที่บาดเจ็บอยู่โดนกระทืบคอหัก เสียชีวิตทันที แต่ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ราวกับไม่อยากเชื่อว่าหลี่คุนจะฆ่าเขาจริงๆ

ภาพนี้ทำให้เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยตกใจจนอึ้ง หลี่คุนอำมหิตเกินไปแล้ว

“ประตูวิญญาณสลายอำมหิตจริงๆ แม้แต่คนของตัวเองยังทำได้ลง”

เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยเอ่ยขึ้นมา

“แขนขาของเขาแหลกสลายทั้ง 2 ข้าง มีชีวิตต่อไปก็เป็นได้แค่คนไร้ประโยชน์ที่ทำให้เขาต้องตายก็มีความดีความชอบของพวกแกทั้ง 2 ด้วย” หลี่คุนหัวเราะเย็นๆ

“อำมหิตมาก หลี่คุน ไม่ว่ายังไงวันนี้จะปล่อยให้แกมีชีวิตออกไปจากที่นี่ไม่ได้” น้ำเสียงของเยวี่ยฟ๋านเตี๋ยแฝงไว้ด้วยแรงอาฆาต

แต่หลี่คุนกลับหัวเราะเย็นๆ “เจ้าวังเยวี่ย คุณนี่ยิ่งแก่ยิ่งเลอะเลือนจริง ๆ เลยนะ เสียดายวิทยายุทธในตัว วันนี้ต้องมีคนตายแน่ๆ แต่ไม่ใช่ฉันคนนี้!”

สิ้นเสียงหลี่คุน ในหมู่คนชุดดำก็มีคน 4 คนชุดระเบิดออกเผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริง

“หลงเฟยหยางแห่งปราสาทเทียนหลง หรือ กลุ่มเทียนหลงเป่า ขอคารวะเจ้าวังเยวี่ย จอมมารฉู่” คนพูดสวมชุดขาว สีหน้าซีดเผือดเห็นได้ชัดว่าป่วยอยู่

คนหนึ่งข้างกายเขาเอ่ยขึ้นด้วยสายตาล้อเลียน

“วั่นเสวียน จากสำนักดาบพิฆาต”

ชายรูปร่างกำยำ หัวโล้นและมีแผลเป็นศรีษะ สูงเกิน 2 เมตร ที่คอแขวนสร้อยลูกประคำเส้นใหญ่ แต่ละเม็ดใหญ่ราวกำปั้น เขาลูบหัวตัวเองก่อนเอะอะขึ้นมา

“จั้งจินกัง จากประตูพระพุทธเจ้า”

คนที่เหลืออยู่รูปร่างเตี้ย ปากเล็กหน้าก้าง ผอมหนังหุ้มกระดูก เขาคลี่ปากเผยให้เห็นฟันแหลมคมพลางเอ่ยขึ้น

“ฉุยเทียนโย่ว จากหุบเขาผีเสื้อพิษ”

ทั้งสี่บอกสำนักไปทีละคน ทำให้สีหน้าของเยวี่ยฟ๋านเตี๋ยหนักใจขึ้นเรื่อยๆ 4 คนนี้เป็นเจ้าสำนักกันทั้งหมด

“เจ้าวังเยวี่ย เทียมกับกลยุทธแมวสามขาของแกแล้วเป็นยังไง” หลี่คุนหัวเราะน่ากลัว “ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่โดนปิดประตูตีแมว”

เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยอดโมโหไม่ได้ ใจเริ่มกลัดกลุ้มขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนมีชื่อเสียงเลื่องลือมานาน แม้ตอนนี้เขาจะใกล้ขอบเขตจอมยุทธ์ขั้นจักรพรรดิระดับ 8 แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ขั้น 8 จริงๆ

“ตั้กแตนจับจั๊กจั่น นกขมิ้นตามมาด้านหลัง แต่ดันไม่รู้ว่านายพรายรออยู่” หลงเฟยหยางหัวเราะดูแคลน

“เจ้าวังเยวี่ย แกคิดว่าฉันไม่วางแผนไว้ก่อนแล้วจะบุ่มบามมางั้นเหรอ” หลี่คุนหัวเราะเย็นๆ

“เยวี่ยฟ๋านเตี๋ย รู้สึกโศกเศร้าใจไหมละ?” วั่นเสวียนล้อเลียน

เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยกระซิบด้วยสีหน้าคร่ำเครียด “น้องชาย เดี๋ยวฉันจะยื้อพวกมันไว้ นายหาโอกาสหนีไปซะพาลูก ๆ ทั้งสามของฉันหนีไปได้ยิ่งไกลยิ่งดี”

“คิดจะหนีเหรอ” เสียงของจั้งจินกังดังกังวานดั่งระฆัง “วันนี้ พวกแก 2 คนไม่มีใครหนีไปได้”

“พวกเราบอกตอนไหนว่าจะหนี” จู่ ๆ ฉู่ชวิ๋นที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นปกติ

สายตาของทั้ง 5 คนมุ่งไปที่ฉู่ชวิ๋นคนเดียวด้วยแววสืบเสาะ

“จอมมารฉู่ ฉันรู้ว่าแกฝีมือไม่ธรรมดา แต่กลวันนี้เป็นกลปลิดชีวิต แกแก้กลได้งั้นเหรอ” หลี่คุนหัวเราะอย่างเย็นชา

“ฆ่าพวกแกให้หมดก็แก้ได้แล้วนี่” ฉู่ชวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

“มัวพูดมากอยู่ทำไม ได้ข่าวว่าจอมมารฉู่ร่างกายแข็งแรงดุจหินผา วันนี้ฉันขอดูหน่อยแล้วกัน” จั้งจินกังหัวเราะลั่น “พวกนายห้ามลงมือนะ”

“ก็ได้ พวกเราไม่ลงมือ ให้พี่จั้งเล่นสนุกให้พอ” หลงเฟยหยางพูดล้อ

“จอมมารฉู่ ไสหัวมาสู้กันสักตั้ง” จั้งจินกังท้าทายด้วยความโอหังสุดขีด

ตู้ม

ท่อนบนเปลือยเปล่าของเขามียันต์สีทองปรากฏขึ้นบนผิวหนัง สีผิวเองก็แปรเปลี่ยนคล้ายทองคำ

วิชาลับของประตูพระพุทธเจ้า คาถาวันพิพาก

ฉู่ชวิ๋นขยับตัวแล้ว สายตาเขาเย็นยะเยือก มีหมอกทองพ่นออกจากกระดูกทั่วร่าง ปล่อยหมัดทีมีลมพัดกระพือจนเกิดเป็นเสียงมังกรกู่ร้อง

เคล็ดวิชาเก้ามังกรทลายนภา รอบที่ 1

ตู้ม

หมัดนี้กระแทกลงไปที่อกของจั้งจินกังอย่างไม่ต้องสงสัย

ตู้ม

อักขระสีทองบนผิวกายจั้งจินกังส่องแสงประกาย แต่สุดท้ายก็ถูกหมัดของฉู่ชวิ๋นอัด ทำให้จั้งจินกังถอยหลังไปหลายสิบก้าว

สายตาจั้งจินกังตกตะลึงอย่างหวาดกลัว แต่ละก้าวที่ถอยล้วนสะเทือนจนพื้นแตกกระจาย

“รู้สึกยังไงบ้างละ” ฉู่ชวิ๋นแกล้งถามหยอก

ลมปราณของจั้งจินกังดุดันขึ้นมา เขาแหกปาก “แกไม่ได้กินข้าวมาหรือไง ก็แค่เกาแก้คัน ฉันใช้พลังไปแค่ 3 ส่วนเท่านั้นเองนะ”

“งั้นเหรอ”

พูดจบฉู่ชวิ๋นก็กระโจนตัวออกและกำมือเป็นหมัดในเวลาเดียวกันพร้อมปล่อยออกอย่างแรง

เคล็ดวิชาเก้ามังกรทลายนภา รอบที่ 2

ตู้ม

อักขระสีทองรอบตัวจั้งจินกังระเบิดออก เขากระเด็นออกไปด้วยแรงหมัดของฉู่ชวิ๋น 2 เท้าลากพื้นเอาไว้เพื่อลดแรงกระแทก เขาทำให้บนพื้นเกิดรอยลากลึก 2 ร่องด้วยกัน เมื่อเขาหยุดไว้ได้ก็ติดอยู่ในดินถึงครึ่งร่าง บนใบหน้าขึ้นสีแดงอย่างไม่เป็นระเบียบ

“รู้สึกยังไงบ้างละ” ฉู่ชวิ๋นถามขึ้นอีกด้วยแววตาล้อเลียน

จั้งจินกังเบ้ปาก “สมกับที่เป็นพวกดีแต่หน้าจริงๆ ไม่มีแรงจะทำอะไรเลยสักนิด ฉันใช้พลังแค่ 5 ส่วนเท่านั้น ไว้หยอกแกเล่น”

พวกหลี่คุนมีสีหน้าแปลกไป

คนในที่นี้ไม่มีใครด้อยฝีมือ ทุกคนล้วนดูออกว่าจั้งจินกังเสียเปรียบมากกับ 2 กระบวนท่านี้ เจ้านี่ยังมีหน้ามาทำฟอร์มอีก

ฉู่ชวิ๋นยิ้มมีเลศนัย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แกลองตั้งรับหมัดฉันอีกสักตั้งเป็นไง”

จั้งจินกังคลี่ยิ้ม “จอมมารฉู่ แกคิดว่าฉันโง่หรือไง เรื่องอะไรก็ต้องทำแบบนั้นถ้าให้มันยุติธรรม แน่จริงแกให้ฉันอัดแกหมัดนึง”

“ไม่มีปัญหา” ฉู่ชวิ๋นเอามือไขว้หลัง เปิดให้โจมตีเต็มที่

จั้งจินกังชะงักไปนิดหน่อยก่อนจะหัวเราะออกมาพลางสะบัดแขน พุ่งมาหาฉู่ชวิ๋นโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ทุกก้าวที่เขาย่างพื้นดินสะเทือน

“ไอ้โง่ เดี๋ยวฉันจะอัดแกให้เละเลย” จั้งจินกังอดหัวเราะมุ่งร้ายขึ้นมาไม่ได้

เขาพุ่งมาอยู่ตรงหน้าฉู่ชวิ๋น รวบรวมลมปราณในตัวมาอยู่ที่กำปั้น กำปั้นใหญ่เท่าชามข้าวใบใหญ่ของเขาฟาดลงไปที่หน้าอกของฉู่ชวิ๋นอย่างโหดเหี้ยม

ตู้ม !

หมัดนี้รุนแรงราวสายฟ้าฟาดจนจิตใจของทุกคนสั่นไหว

ฉู่ชวิ๋นไม่ขยับแม้แต่น้อย สีหน้าคงเดิม

แต่จั้งจินกังกลับถอยหลังไปหลายก้าว มือขวาสั่นหงึกๆ มีแต่เขาที่รู้ว่าร่างกายของเขาชาไปครึ่งร่าง

ฉู่ชวิ๋นยังเป็นมนุษย์อยู่ไหมเนี่ย จั้งจินกังหวั่นใจ กำปั้นของเขาทรงพลังพอที่จะต่อยทะลุกระดานเหล็กหนาหลายสิบเซ็นได้ แต่กลับยากที่จะทำให้ฉู่ชวิ๋นขยับแม้เพียงครึ่งก้าว

“ตาฉันแล้วใช่ไหม?” ฉู่ชวิ๋นเอ่ยปาก ที่จริงในใจฉู่ชวิ๋นก็ตกใจอยู่พอควร วิชาฝึกกายนี้ของอีกฝ่ายไม่ธรรมดาจริงๆ ถ้าหากเจอคู่ต่อสู้ในขั้นเดียวกันคงมีไม่กี่คนที่จะเป็นคู่มือให้เขาได้

แต่อีกฝ่ายไม่รู้ว่าฉู่ชวิ๋นกระดูกเป็นมังกร แถมยังฝึกฝนเคล็ดวิชาเก้ามังกรทลายนภา แล้วยังอาบเลือดมังกรมาแล้วด้วย ร่างกายของเขามันเหนือกว่ามนุษย์ทุกคนอย่างแท้จริง ถ้าจะมาแข่งร่างกายกันฉู่ชวิ๋นไม่มีทางแพ้อย่างแน่นอน

จั้งจินกังนึกกลัวในใจ หมัดของฉู่ชวิ๋นรุนแรงเกินไป 2 หมัดแรกกระเทือนจนเขาแทบกระอักเลือด เขาไม่เคยกลัวใครในขั้นเดียวกันมาก่อน แต่บัดนี้กลับมีความรู้สึกอยากถอยห่าง

“พี่จั้ง เล่นพอแล้วก็พักหน่อยเถอะ ธุระสำคัญกว่า” หลงเฟยหยางพูดขึ้น

ฉู่ชวิ๋นมองหลงเฟยหยางและพูดล้อเลียน “ท่าทางนายมั่นใจว่าเขาจะแพ้ล่ะสิ ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ให้เขาไสหัวไปเถอะ จะได้ไม่อายตอนแพ้”

“พี่ใหญ่ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” หลงเฟยหยางพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

“แล้วนายหมายความว่ายังไง” ฉู่ชวิ๋นแกล้งหยอกก่อนจะแสดงท่าทีกระจ่าง “อ๋อ ฉันรู้แล้ว นายกลัวเขาจะโดนฆ่าล่ะสิ”

“ถุย คาถาวันพิพากของฉันไร้เทียมทานในใต้หล้า จะแพ้ได้ยังไง หมัดนึงก็หมัดนึง มาสิ ไม่กลัวอยู่แล้ว” จั้งจินกังถลึงตาโตเท่ากระดิ่งและพูดอย่างโมโห

หลงเฟยหยางมองฉู่ชวิ๋นอย่างเย็นชาและบอกกับจั้งจินกัง

“พี่จั้ง ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น….พี่อย่า”

“แกน่ะหุบปากไปเลย รอฉันจัดการจอมมารฉู่เสร็จแล้วจะไปประมือด้วย ให้แกรู้ไว้ว่าคาถาวันพิพากของฉันไม่เคยแพ้” จั้งจินกังบอกด้วยความเกรี้ยวกราด

ตะโกนจบเขาก็หันไปหาฉู่ชวิ๋น “เข้ามาเลย”

ฉู่ชวิ๋นหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะก้าวไปถึงหน้าจั้งจินกังภายในก้าวเดียว มือกำเป็นหมัดพร้อมกับปล่อยออกจนลมพัดกระพือตามแรงหมัด

เคล็ดวิชาเก้ามังกรทลายนภา รอบที่ 4

บึ้ม แกร่ก

หมัดกระแทกลงไปที่อกของจั้งจินกังสนั่นราวเสียงกลองใหญ่ สิ่งที่ตามมาก็คือหน้าอกยุบถล่ม กระดูกและเอ็นหัก

จั้งจินกังร้องครวญครางก่อนจะกระเด็นออกไปราวกับถุงผ้าขาดๆ ฉู่ชวิ๋นตามไปอย่างกับเงาและรัวไป 10 กว่าหมัด

บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ

ทุกหมัดที่ปล่อยไปล้วนทำให้จั้งจินกังร้องโหยหวน กระดูกทั่วร่างแตกหัก

ตู้ม

จั้งจินกังกระเด็นไปไกลนับพันเมตร ร่างกายขยับเบาๆ สีหน้าหมดอาลัย กระดูกหักไปครึ่งร่าง นับว่าจบแล้ว

ฉากนี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป ทำให้พวกหลี่คุนตั้งตัวไม่ทันจนไม่มีแม้โอกาสจะเข้าช่วยเหลือ

แต่ละคนมีแววตากลัดกลุ้ม ตะลึงกับความแข็งแกร่งของร่างกายฉู่ชวิ๋น พวกเขามองจั้งจินกังที่นอนเละอยู่อย่างสะท้อนใจ พวกเขาไม่อาจเกลี้ยกล่อมคนบ้าได้จริง ๆ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 283 ไม่อาจเกลี้ยกล่อมคนบ้าได้จริง ๆ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved