จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 168
บทที่ 168: เธอแพ้!
“มู่หนิวเจี่ยวแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!” หญิงสาวผมม้าอุทานออกมาพร้อมถามต่อ “โม่ฝานกำลังจะแพ้ใช่ไหม? เขาไม่มีทางที่จะหลบหนีเถาวัลย์จองจำได้เลย!”
“ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะ…” ฉือจ้าวติงสั่นศีรษะอย่างไม่เห็นด้วย
“นายคิดว่าเพื่อนเก่าของนายยังคงมีไพ่ตายงั้นเหรอ? เป็นไปได้เหรอ?” หญิงสาวถามขึ้นมาอีกครั้ง
ฉือจ้าวติงไม่ได้ตอบคำถามนั้นแต่อย่างใด เขาเพียงแต่จ้องมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไม่กระพริบตาราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
—
“โว้ว ยอดเยี่ยมไปเลย มหัศจรรย์!”
“เยี่ยม เทพธิดาองค์นี้กำลังจะเอาชนะไอ้ปีศาจร้ายแล้ว! พวกเราเกือบจะสูญเสียทรัพยากรทั้งหมดไปเพราะความบ้าคลั่งของเขา! ต่อจากนี้ไปเธอจะเป็นเทพธิดาหนึ่งเดียวในหัวใจของฉันคนนี้!!!”
เมื่อนักเรียนใหม่ทั้งหมดได้เห็นเหตุการณ์ในตอนนี้ พวกเขาล้วนแต่ชื่นชมมู่หนิวเจี่ยวอย่างไม่หยุดปาก ถ้าหากไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือของเธอล่ะก็… ทรัพยากรของพวกเขาทั้งหมดจะถูกปล้นไปโดยโม่ฝานอย่างแน่นอน!
หญิงสาวที่มีเพียงความสวยงามแต่ไร้ความสามารถนั้นมีแต่จะสร้างหายนะให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ แต่ทว่าหญิงสาวที่ทั้งสวยสดงดงามและเต็มไปด้วยมันสมองและความสามารถ ล้วนแต่จะกลายเป็นเทพธิดาที่ได้รับความชื่นชมและควรค่าแก่การยกย่อง ความแข็งแกร่งที่เธอมีจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้รอดพ้นจากวิกฤติ!!!
ขณะนี้ทุกอย่างได้สงบนิ่งไปแล้ว เถาวัลย์จองจำหยุดเคลื่อนไหว มู่หนิวเจี่ยวกำหมัดแน่นพร้อมกับค่อยๆเดินไปที่ผลงานของเธอช้าๆ
ความมั่นใจเปี่ยมล้นอยู่ภายในหัวใจ เธอคิดว่าในคราวนี้โม่ฝานจะไม่สามารถพลิกสถานการณ์คืนมาได้อีกครั้งแน่!
ตอนนี้โม่ฝานนั้นไร้อสูรอัญเชิญแล้ว ถ้าหากว่าเขามีอสูรตนอื่นที่แข็งแกร่งกว่าก็คงจะเอามันออกมานานแล้ว เรียกได้ว่าเขานั้นไร้พิษสงสำหรับเธอโดยสิ้นเชิง
แม้แต่คาถาสายฟ้ายังไม่สามารถช่วยเขาให้รอดพ้นจากเถาวัลย์จองจำในครั้งนี้ได้ เขาหมดหนทางที่จะหลบหนีโดยสมบูรณ์!
เมื่อมู่หนิวเจี่ยวเดินเข้ามาใกล้กับเถาวัลย์จองจำมากขึ้นเรื่อยๆ…
เถาวัลย์จองจำนั้นเป็นเพียงคุกเถาวัลย์เท่านั้น ซึ่งมันแน่นหนาอย่างมาก มู่หนิวเจี่ยวจำเป็นจะต้องเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วบอกกล่าวให้โม่ฝานยอมแพ้ออกมาเท่านั้น
ถ้าหากว่าโม่ฝานยังคงดื้อดึงไม่ยอมพ่ายแพ้ เธอก็คงจะเป็นจะต้องใช้คาถาพายุหมุนทอร์นาโดอีกครั้งเพื่อส่งเขาขึ้นไปบนที่สูงและให้เขาได้ลิ้มรสการร่วงหล่นจากฟากฟ้าอย่างรวดเร็วโดยไร้การป้องกันใดๆ!
เมื่อเธอเดินมาถึงเถาวัลย์จองจำ สายตาของเธอเริ่มสอดส่องเข้าไปด้านในนั้นผ่านรูแคบๆเพื่อค้นหาโม่ฝาน
ฉับพลัน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ไม่มีแม้แต่เงาของเขา!
“เป็นไปได้อย่างไร….?” มู่หนิวเจี่ยวกล่าวออกมาอย่างสับสน
ไม่ว่าจะเป็นทักษะการหลบหนีใดๆก็ไม่อาจรอดพ้นเถาวัลย์จองจำแห่งนี้ไปได้ ต้นไม้เหล่านี้ล้วนติดตามศัตรูจากพลังชีวิตของพวกเขา มันมีสมองและรู้ตำแหน่งของคู่ต่อสู้เสมอ…
แม้ว่าจะใช้เส้นทางวายุ คลื่นพสุธาหรืออุปกรณ์เวทมนตร์อื่นๆ ก็ไม่มีทางหลบหนีไปได้อย่างง่ายดายและไร้ร่องรอยเช่นนี้!
ด้วยเหตุผลเช่นนี้มู่หนิวเจี่ยวจึงมั่นใจอย่างมากว่าโม่ฝานจะไม่มีหนทางหลบหนีได้ เธอเดินมาหยุดอยู่ที่เถาวัลย์จองจำอย่างมั่นใจ ซึ่งเธอไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าเมื่อเดินมาถึงตรงนี้แล้วเธอจะไม่พบแม้แต่เงาของเขา!
เป็นไปไม่ได้!
มันเป็นไปไม่ได้!
“เธอแพ้แล้ว!” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเขร่งขรึมดังขึ้นจากด้านข้างของเธอ
ความตื่นตระหนกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมู่หนิวเจียวอย่างบิดเบี้ยว เธอเห็นว่าโม่ฝานเดินออกมาจากเงามืดของเถาวัลย์เหล่านี้…
เขาไม่ได้เดินออกมาจากกรงขัง แต่ทว่าเขาเดินออกมาจากเงาของมัน แม้ว่าเธอจะมีประสาทสัมผัสที่แข็งแกร่งแต่เธอก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังเคลื่อนที่อย่างอิสระในเงาเหล่านี้ กว่าที่เธอจะรู้ถึงการมีอยู่ของเขา ทุกอย่างก็สายเกินไป!
ความจริงแล้วไม่มีใครสามารถที่จะหลบหนีจากเถาวัลย์จองจำนี้ได้เลย… ยกเว้นเวทมนตร์ของธาตุเงา!
ต้นไม้และเถาวัลย์ที่หนาและสูงใหญ่ล้วนแต่เป็นสวรรค์ของนักเวทธาตุเงา พวกเขาสามารถวิ่งไปมาได้อย่างสบายๆ ทุกสิ่งล้วนแต่เป็นอิสระสำหรับนักเวทธาตุเงา!
“ธาตุเงา… เป็นไปได้อย่างไร… นายครอบครองธาตุเงางั้นเหรอ!?!” มู่หนิวเจี่ยวอุทานออกมา แขนและขาของเธออ่อนแรงในขณะที่มองโม่ฝานอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ในตอนนี้เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเลยแม้แต่น้อย ไม่ต้องพูดถึงการร่ายคาถาใดๆอีกต่อไป โม่ฝานอยู่ใกล้กับเธอจนแทบจะแนบชิดลมหายใจ อีกทั้งในมือของเขายังมีอสรพิษสีม่วงกำลังวิ่งพล่านไปมาอย่างเกรี้ยวกราด!
ช่วงเวลาเช่นนี้เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบสนองใดๆด้วยซ้ำ ไม่สามารถแม้แต่จะหยิบยกอุปกรณ์เวทป้องกัน!
“เรื่องนั้นมันไม่ใช่กงการอะไรของเธอ ยังไงซะในการต่อสู้นี้เธอแพ้!” ในขณะที่โม่ฝานกล่าวออกมาเช่นนั้น อสรพิษที่เกรี้ยวกราดของเขาดูเหมือนว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นตามอารมเกรี้ยวกราดของผู้เป็นนาย มันพร้อมที่จะฟาดฟันออกไปได้ทุกเมื่อเพียงแค่รอคำสั่งเท่านั้น
ความโกรธปรากฏขึ้นในแววตาของมู่หนิวเจี่ยว
ธาตุเงา!!!
นี่เขากำลังจะท้าทายคนอย่างฉันงั้นเหรอ? ฉันน่ะรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์มากมาย ความรู้ในสมองฉันน่ะ! เขาจะดูถูกมันงั้นเหรอ!?
เป็นที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าชายคนนี้นั้นครอบครองธาตุอัญเชิญและธาตุสายฟ้า!
แล้วเขาจะมีธาตุเงาเป็นธาตุที่สามได้อย่างไรกัน?
หรือว่าเขาจะเป็นนักเวทขั้นสูง??
เป็นไปไม่ได้… ไม่มีใครจะสามารถก้าวสู่นักเวทขั้นสูงได้ในขณะที่อายุเพียงเท่านี้ แม้แต่นักเวทที่มาจากสมาพันธ์นิติบัญญัติที่ถูกเรียกขานว่าสัตว์ประหลาดก็ไม่อาจทำได้!
มู่หนิวเจี่ยวยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับกัดริมฝีปากของตนเองอย่างแน่นหนา
ก่อนที่เธอจะยอมแพ้ ในความคิดหนึ่งแล่นขึ้นมา… เธออยากจะต่อสู้กับเขาต่อด้วยอุปกรณ์เวทมนตร์อะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ได้แต่โยนความคิดที่โง่เขลานั้นทิ้งไป
“อืม ฉันแพ้แล้ว!”
ทันทีที่เธอพูดประโยคนั้นออกมา ทั่วทั้งสนามประลองเงียบกริบ…
หลังจากนั้นเพียงชั่วพริบตา ทั้งสนามแห่งนี้เต็มไปด้วยความโกลาหล!!!
เธอแพ้! มู่หนิวเจี่ยวแพ้แล้ว!
เธอแพ้แล้ว! นั่นหมายความว่านักเรียนใหม่ที่ชื่อโม่ฝานจะนั่งอยู่บนทรัพยากรของนักเรียนใหม่ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว!
โอ้สวรรค์! ความหวังสุดท้ายของพวกเรา เทพธิดาตัวน้อยนั้นพ่ายแพ้ต่อราชันปีศาจ!
“แล้ว… แล้วยังไงต่อ?”
“เขาจะต้องโกงแน่ๆ!”
“นี่มันเป็นการสังหารพวกเราทางอ้อมชัดๆ! พวกเราทั้งหมดล้วนแต่เข้ามาในสถาบันแห่งนี้เพื่อที่จะแสวงหาทรัพยากรเพิ่มเติม แต่ในตอนนี้มันถูกปล้นไปจนหมดสิ้น หมดแล้ว!”
ทุกคนที่อยู่รอบสนามประลองไม่อาจยอมรับผลพ่ายแพ้ในครั้งนี้ได้ เสียงอึกทึกวุ่นวายดังก้องไปทั่วสนาม
ในขณะที่มู่หนิวเจี่ยวได้ยินประโยคเหล่านั้น ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
เธอไม่คิดมาก่อนว่าในคราวนี้เธอจะพ่ายแพ้เช่นนี้ อีกทั้งเธอยังรู้สึกกล่าวโทษตนเองว่ามันเป็นเพราะความประมาทของเธอแต่เพียงผู้เดียว!
มู่หนิวเจี่ยวนั้นรู้ดีว่านักเรียนทั้งห้าพันคนนั้นไม่เหมือนกับเธอ พวกเขาไม่อาจเพิกเฉยต่อทรัพยากรที่สถาบันมอบให้ได้ อีกทั้งเธอยังรู้ตัวอยู่เต็มอกว่าเพื่อนร่วมหอพักของเธอนั้นจำเป็นจะต้องใช้ทรัพยากรจากสถาบันเพื่อที่จะทะลุเข้าสู่ระดับมัชฌิม…
ถ้าหากว่าเธอต้องการแสวงหาการต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง เธอก็คงจะยืนอยู่ในตำแหน่งเดียวกับโม่ฝานซึ่งตะโกนร้องว่าขอท้าทายนักเรียนทั้งหมดนี้ด้วยตนเอง แต่ทว่าในคราวนี้เธอยืนขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยเหลือพวกพ้องของตนเอง เธอไม่ต้องการให้ทรัพยากรของนักเรียนใหม่ทั้งหมดไปตกหล่นอยู่ที่โม่ฝานก็เท่านั้น!