cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 813.2 ขึ้นเขา

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 813.2 ขึ้นเขา
Prev
Next

นักพรตคนนั้นเบิกตากว้าง กัดฟันก้าวเดินว่องไวด้วยเท้าพายุลมกรด สองนิ้วทำมุทราเรียกวัตถุแห่งชะตาชีวิตชิ้นหนึ่งออกมา คือภูเขาหยกแกะสลักเป็นรูปชือหลงนูนขึ้นมาหนึ่งชิ้น มองดูเหมือนมีชือหลงหกตัวขดตัวอยู่ในภูเขา เขาสามารถรับหน้าที่เป็นคนเฝ้าประตูของสำนักสั่วอวิ๋นได้ ต่อให้ขอบเขตจะไม่สูง แต่ก็มีตบะมีฝีมืออยู่บ้างไม่มากก็น้อย ผู้ฝึกตนตัดใจใช้วิธีการที่ต้องทุ่มด้วยด้วยการใช้แก่นเลือดในหัวใจมาช่วย ‘แต้มนัยน์ตา’ ให้กับกลุ่มของชือหลงไม่ลง เพราะถึงอย่างไรก็จะทำให้จิตวิญญาณเสียหายหลายส่วน คนเฝ้าประตูจึงได้แต่รีบก้มหน้าลง กัดปลายนิ้วให้แตก แต้มไปยังหกจุดของภูเขาหยก ทันใดนั้นแสงสว่างก็เปล่งจ้าอยู่กลางท้องฟ้าราตรี ชือตัวเล็กสีเหลืองหลายตัวถูกเซียนซือแต้มนัยน์ตาแล้วก็พลันมีชีวิตชีวา เริ่มส่ายหัวสะบัดหาง หมายจะออกมาจากภูเขาหยก กระโจนเข้าหาอาจารย์และศิษย์คู่นั้น

คิดไม่ถึงว่านาทีนี้เอง นักพรตเฒ่าที่ก้มหน้าก้มตาเดินขึ้นบันไดจะเพียงแค่ยิ้มเอ่ยสองคำว่า กลับไป

กลุ่มชือหลงเหมือนได้รับคำสั่งจึงกลับไปหลับสนิทต่อจริงๆ

บนขั้นบันได กลุ่มผู้ฝึกกระบี่ที่มีผู้ฝึกตนโอสถทองคนหนึ่งเป็นผู้นำพากันขี่กระบี่มาถึงอย่างพร้อมเพียง ผู้ฝึกกระบี่โอสถทองคือชายสวมชุดสีทองมีโฉมหน้าเป็นวัยกลางคน สะพายกระบี่หลุบตามองต่ำมาจากมุมสูง เอ่ยเสียงเย็นว่า “พวกเจ้าสองคนรีบไสหัวออกไปจากประตูภูเขาซะ สำนักสั่วอวิ๋นไม่เคยออกเงินค่าโลงศพให้ใคร”

คนผู้นี้คือผู้ฝึกกระบี่เซียนดินเพียงหนึ่งเดียวของสำนักสั่วอวิ๋น คือลูกศิษย์ผู้สืบทอดที่เป็นที่ภาคภูมิใจที่สุดของบรรพจารย์ภูเขาชิงจือเล็ก แล้วก็มีสถานะเป็นเจ้ายอดเขาของภูเขาในทุกวันนี้ ส่วนบรรพจารย์ก่อกำเนิดท่านนั้น ไม่ได้สนใจเรื่องราวทางโลกมาร้อยกว่าปีแล้ว

ผู้ฝึกกระบี่ท่านนี้คิดไม่ถึงว่าคนสองคนที่เดินขึ้นเขาจะเอาแต่เดินมุ่งหน้าขึ้นสู่ที่สูงอย่างเดียว แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินที่เขาพูด

เขาจึงหัวเราะหยันเย็นชา ชักกระบี่ยาวออกจากฝัก เอามาถือไว้ในมือ กระบี่หนึ่งฟันฉับลงไป ปราณกระบี่พุ่งทะยานดุจน้ำตกที่ทิ้งตัวดิ่งลงไปยังขั้นบันไดเบื้องล่าง

แต่จากนั้นก็ไม่เห็นว่านักพรตทั้งสองคนจะลงมืออย่างไร ปราณกระบี่ที่เป็นดั่งสายน้ำท่วมทะลักก็เป็นฝ่าย…แยกตัวออกเป็นสองส่วน ตรงดิ่งไปที่ประตูภูเขาโดยไม่แม้แต่จะย้อนกลับมา

ในใจผู้ฝึกกระบี่โอสถทองสะท้านสะเทือน พยายามข่มอารมณ์ให้เยือกเย็น เรียกกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตเล่มหนึ่งออกมา เส้นยาวสีเงินยวงเส้นหนึ่งพลันถูกดึงออกมาระหว่างผู้ฝึกกระบี่และนักพรต

เฉินผิงอันเหลือบตามองกระบี่บินที่ ‘ค่อยๆ หยุดลอยนิ่ง’ เบื้องหน้าตนเล่มนั้น เพียงแค่ยื่นนิ้วข้างหนึ่งออกไป ปัดเบาๆ หนึ่งทีกระบี่บินก็ลอยออกไปด้านข้างไกลหลายร้อยจั้ง

ผู้ฝึกกระบี่โอสถทองใจสั่นรัว จิตวิญญาณแกว่งไกวเหมือนคลื่นน้ำ ตวาดกร้าวใส่คนเฝ้าประตู ยังไม่รีบเรียกยันต์หลากสีออกมาแจ้งข่าวแก่ศาลบรรพจารย์อีก!”

คนเฝ้าประตูเรียกยันต์หลากสีออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

ผู้ฝึกกระบี่ของสำนักสั่วอวิ๋นส่วนใหญ่มาจากภูเขาชิงจือเล็ก ผู้ฝึกกระบี่ที่ชุดคลุมสีทองสะดุดตาอย่างถึงที่สุดผู้นั้นเอ่ยเสียงหนัก “วางค่ายกล”

แสงกระบี่ผุดขึ้นจากสี่ทิศ ทำให้ทั้งดวงตาและจิตใจของคนมองสะท้านไหว

เป็นค่ายกลกระบี่ชิงจือของสำนักสั่วอวิ๋น แต่ว่าภูเขาชิงจือเล็กต้องยืมตัวผู้ฝึกกระบี่สองคนมาจากภูเขาบรรพบุรุษ ไม่อย่างนั้นหากจำนวนคนไม่พอก็จะไม่สามารถจัดวางค่ายกลที่สมบูรณ์แบบได้

เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ชิงจือ (คือชื่อสมุนไพรชนิดหนึ่งของจีน) ออกดอก ไม่ต้องขอบคุณข้า”

ก้าวออกไปหนึ่งก้าว มายังจุดศูนย์กลางของค่ายกลกระบี่ ค่ายกลกระบี่ที่เพิ่งจะก่อตัวก็สลายกระจายออก คนเจ็ดคนที่รวมผู้ฝึกกระบี่โอสถทองเป็นหนึ่งในนั้นปลิวกระเด็นออกไปเหมือนกลีบบุปผาผลิบาน

เฉินผิงอันกล่าว “ภูเขาที่ไม่มีผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตเซียนเหรินนั่งพิทักษ์ หรือสำนักที่ไม่มีผู้ฝึกลมปราณขอบเขตบินทะยานก็ควรถามกระบี่อย่างพวกเรานี่แหละ”

หลิวจิ่งหลงเอ่ยอย่างอ่อนใจ “เรียนรู้แล้ว”

บนจุดที่สูงขึ้นไปบนขั้นบันได ตำแหน่งอยู่กึ่งกลางภูเขา มีผู้ฝึกตนเฒ่าขอบเขตก่อกำเนิดคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ในมือถือประคองแส้ปัดฝุ่น ทั่วร่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเซียน คือเจ้ายอดเขาโล่วเยว่

ผู้ฝึกตนเฒ่ายิ้มกล่าว “หากเกาเจินลัทธิเต๋าทั้งสองท่านยอมหยุดมือ ถอยออกไปจากประตูภูเขาแต่เพียงเท่านี้ ทางสำนักสั่วอวิ๋นก็จะไม่เอาเรื่องในความผิดที่พวกเจ้าก่อไว้”

พูดแบบนี้ก็จริง แต่อันที่จริงค่ายกลใหญ่พิทักษ์ภูเขาของสำนักสั่วอวิ๋นกลับถูกเปิดใช้งานแล้ว ภูเขาทั้งลูกมีประกายแสงหลากสีเป็นจุดๆ พร่างพราวละเลื่อม สาดส่องให้ทั่วทั้งสำนักสั่วอวิ๋นสว่างไสวราวกับเวลากลางวัน ถึงขั้นที่ว่าเทพทวารบาลทั้งหมดล้วนพากันปรากฏตัว มีทั้งสิ้นหนึ่งร้อยแปดตน

เฉินผิงอันจุ๊ปากอย่างชื่นชม ถามว่า “ครั้งนี้เปลี่ยนเป็นเจ้าบ้างไหม?”

หลิวจิ่งหลงยิ้มเอ่ย “เจ้ามีฝีมือขนาดนั้น แล้วก็ยังไม่ได้เจอผู้ฝึกใหญ่ขอบเขตบินทะยานเสียหน่อย”

เฉินผิงอันพยักหน้ารับ กระทืบเท้าหนักๆ หนึ่งที “ถ้าอย่างนั้นก็ถอยอีกรอบ!”

แม้ว่าเทพทวารบาลทั้งหลายจะไม่ได้กลับไปยังตำแหน่งเดิม แต่ก็พร้อมใจกันหยุดอยู่กับที่ไม่เดินหน้าต่อ

นี่ทำให้ผู้ฝึกตนเฒ่าตะลึงพรึงเพริดสุดขีด

หลิวจิ่งหลงถามอย่างสงสัย “นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

เฉินผิงอันกล่าว “เรื่องนี้เริ่มจากทะเลสาบซูเจี่ยน ข้าจึงใคร่ครวญอยู่นานมาก ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็คิดไม่ตก ภายหลังไปอยู่ที่คฤหาสน์หลบร้อนก็เปิดตำราอ่านอยู่ตลอด บางทีอาจเกี่ยวข้องกับพวกยันต์ทั้งหลายที่เคยศึกษามาตอนที่เพิ่งเรียนหมัด แต่ก็เป็นแค่ความเป็นไปได้ ความจริงเป็นอย่างไรก็ยากที่จะรู้ได้แล้ว”

ปีนั้นระหว่างการเดินทางไปเยือนกำแพงเมืองปราณกระบี่ครั้งแรก เฉินผิงอันได้แปะยันต์ปราณที่แท้จริงแปดตำลึงไว้บนมือและเท้าทั้งหมดสี่แผ่น แต่ก่อนที่จะไปเจอกับเจิ้งต้าเฟิงที่นครมังกรเฒ่า ยันต์พวกนั้นก็ได้สลายไปหมดแล้ว

ทุกวันนี้เรือนด้านหลังร้านตระกูลหยางไม่มีผู้เฒ่าคนนั้นอยู่อีกแล้ว เฉินผิงอันเคยถามหลี่เอ้อตอนอยู่บนยอดเขาสิงโตเกี่ยวกับความเป็นมาของยันต์ชนิดนี้ หลี่เอ้อบอกว่าเขาเองก็ไม่รู้ถึงความนัยที่ซ่อนอยู่เหมือนกัน แต่ศิษย์น้องอย่างเจิ้งต้าเฟิงน่าจะรู้ น่าเสียดายที่เจิ้งต้าเฟิงไปอยู่นครบินทะยานของใต้หล้าห้าสีแล้ว รอกระทั่งเฉินผิงอันอยู่ในคุกของกำแพงเมืองปราณกระบี่แล้วหลอมวัตถุแห่งชะตาชีวิตชิ้นสุดท้ายออกมาก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องสืบสาวราวเรื่องกันให้รู้แน่ชัด

หลิวจิ่งหลงกล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็เปลี่ยนให้ข้าทำ”

จากนั้นคนทั้งสองก็เดินขึ้นเขากันไป ผู้ฝึกตนสำนักสั่วอวิ๋นที่รวมถึงก่อกำเนิดผู้เฒ่ายอดเขาโล่วเยว่เป็นหนึ่งในนั้นดูเหมือนจะยืนอยู่ที่เดิมกันทั้งหมด ต่างคนต่างร่ายเวทคาถาส่งเดช คนที่มองศึกอยู่ไกลๆ เห็นภาพนี้แล้วก็ได้แต่รู้สึกว่าน่าเหลือเชื่อ

นักพรตเฒ่าสองคนหนึ่งแก่หนึ่งเด็กจึงเดินสวนทางผู้ฝึกตนคนแล้วคนเล่าที่พยายามจะมาขวางทางไปทั้งอย่างนี้

เฉินผิงอันเอ่ยอย่างปลงอนิจจัง “กระบี่บินเล่มนี้ของเจ้าไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย”

หลิวจิ่งหลงเอ่ยอย่างเฉยเมย “อยู่ในกฎเกณฑ์ ล้วนต้องฟังข้า”

เฉินผิงอันถาม “ขอบเขตกว้างแค่ไหน?”

หลิวจิ่งหลงตอบ “เท่าที่สายตามองเห็น”

เฉินผิงอันถามอีก “ก่อนหน้านี้เจ้าเลื่อนเป็นห้าขอบเขตบน เซียนกระบี่สามท่านอย่างพวกลี่ไฉ่มาถามกระบี่ที่ยอดเขาเพียนหรานตามประเพณี ตอนนั้นเจ้าไม่ได้เรียกกระบี่บินเล่มนี้ออกมาใช่ไหม?”

หลิวจิ่งหลงพยักหน้า “การถามกระบี่ประเภทนั้นเป็นมารยาทที่พึงมีกันทั้งทวีป อันที่จริงไม่ควรจะเอาจริงเอาจังเกินไป”

แล้วคนทั้งสองก็เดินไปถึงยอดเขาหย่างอวิ๋นภูเขาบรรพบุรุษกันทั้งอย่างนี้ เฉินผิงอันไม่มีเรื่องอะไรให้ทำจึงได้แต่ปลดน้ำเต้าเลี้ยงกระบี่ลงมาดื่มเหล้าอีกครั้ง

ก่อนที่พวกเขาจะมองเห็นศาลบรรพจารย์ บรรพจารย์เว่ยจิงชุ่ย หยางเชว่เจ้าสำนักคนปัจจุบัน ชุยกงจ้วงเค่อชิง คนทั้งสามต่างก็ปรากฏกายพร้อมกัน

เว่ยจิงชุ่ยหรี่ตาเอ่ย “ตั้งแต่เมื่อใดกันที่เจียวหลงพสุธาแห่งอุตรกุรุทวีปรู้จักทำอะไรหลบๆ ซ่อนๆ ถามกระบี่ก็ถามกระบี่สิ สำนักสั่วอวิ๋นของพวกเราแค่รับไว้ก็เท่านั้น หากรับได้แล้วก็เป็นดั่งน้ำเส้นเล็กไหลยาว ค่อยๆ วางแผนระยะยาวกันไป รับไว้ไม่ได้ ฝีมือไม่ได้เรื่องก็ต้องยอมรับความซวย ไม่ว่าจะอย่างไรก็ดีกว่าเจ้าสำนักหลิวทำอะไรลับๆ ล่อๆ เช่นนี้ ทำให้เสียเกียรติเสียขนบธรรมเนียมของสำนักกระบี่ไท่ฮุยซะเปล่าๆ วันหน้าหากมีลูกศิษย์ลงจากภูเขาอีกครั้งจะถูกคนชี้นิ้วนินทา อาจตกเป็นที่ต้องสงสัยว่าคานบนไม่ตรงคานล่างเอียงเอาได้”

หลิวจิ่งหลักชี้ไปที่ ‘นักพรตเฒ่า’ ข้างกาย “เรียนรู้มาจากเขา”

เฉินผิงอันพูดด้วยสีหน้ากังขา “สำนักสั่วอวิ๋นแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่อุตรกุรุทวีปหรอกหรือ?”

หลิวจิ่งหลงพยักหน้า “แน่นอนว่าต้องอยู่ที่อุตรกุรุทวีป”

เฉินผิงอันโบกมือ “ไม่มีทาง อย่ามาหลอกข้าเชียว! เท่าที่ข้าจำได้ผู้ฝึกตนของอุตรกุรุทวีปเจอใครขวางหูขวางตา หากไม่เป็นอีกฝ่ายที่ล้มไปกองบนพื้นลุกไม่ขึ้นก็ต้องเป็นข้าที่นอนหลับอยู่บนพื้น มีหรือจะมาพูดพล่ามจู้จี้อยู่แบบนี้”

หลิวจิ่งหลงยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ถึงอย่างไรก็เป็นสำนักสั่วอวิ๋นนี่นะ ยามอยู่นอกภูเขามักจะทำอะไรอย่างมั่นคงหนักแน่น แต่อยู่บนภูเขากลับพูดมากอยู่บ้าง เจ้าก็ให้อภัยสักหน่อย”

เฉินผิงอันทำท่ากระจ่างแจ้ง “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”

จากนั้นคนสามคนของสำนักสั่วอวิ๋นก็มองเห็นว่า ‘นักพรตเฒ่า’ คนนั้นยกเท้าข้างหนึ่งขึ้น เหลือบตามองใต้ฝ่าเท้าแล้วพูดบ่นว่า “ก่อนจะลงเขา สำนักสั่วอวิ๋นต้องชดใช้รองเท้าสะอาดๆ ให้ข้าคู่หนึ่งด้วย”

สีหน้าของชุยกงจ้วงบิดเบี้ยวกระอักกระอ่วน เขาเป็นแค่เค่อชิง ไม่ใช่ผู้ถวายงาน ถึงอย่างไรความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสำนักสั่วอวิ๋นก็ยังมีเส้นบางๆ กั้นอยู่อีกเส้นหนึ่ง

ชุยกงจ้วงได้ยินมาว่าเซียนกระบี่หลิวของสำนักกระบี่ไท่ฮุยท่านนั้น ทุกครั้งที่ลงจากเขาไปทำธุระต่างๆ จะเหมือนอริยะปราชญ์ลัทธิขงจื๊ออย่างมาก ทำไมตอนนี้มองดูแล้วไม่เหมือนจะเป็นเช่นนั้นเลย

อีกทั้งหลิวจิ่งหลงมีสหายบนภูเขาที่ทำให้คนสะอิดสะเอียนตายโดยไม่ต้องชดใช้ด้วยชีวิตแบบนี้ได้อย่างไร

หลิวจิ่งหลงชำเลืองตามองศาลบรรพจารย์ที่อยู่ห่างไปไกล เอ่ยว่า “ผู้ฝึกตนเป็นของข้า ผู้ฝึกยุทธเป็นของเจ้า?”

เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ตามใจ”

เจ้าสำนักหยางเชว่จับจ้องมองนักพรตเฒ่าแล้วถามเบาๆ ว่า “เจ้าคือ?”

ชุยกงจ้วงหลุดหัวเราะพรืด “เจ้าสำนักหยางไม่ต้องถามชื่อคนผู้นี้ ก็แค่คนที่ทำเล่นผีหลอกเจ้า พอจะมีฝีมือหมัดเท้าเล็กน้อยก็เห็นว่าตัวเองเป็นหวังฟู่ซู่จริงๆ เสียแล้ว อีกเดี๋ยวจะให้เขานอนบอกชื่อแซ่บนพื้นก็แล้วกัน”

ชุยกงจ้วงเห็นเพียงว่านักพรตเฒ่าพยักหน้ารับ “ใช่ๆๆ นอกจากอย่านับบรรพบุรุษเข้าตระกูลกันแล้ว เรื่องอื่นๆ ที่เหลือเจ้าพูดอะไรก็ถูกหมดนั่นแหละ”

บรรพจารย์เซียนเหรินที่มีฉายาว่าเฟยชิงสนใจแค่หลิวจิ่งหลงคนเดียว เขาพูดกลั้วหัวเราะเสียงดังว่า “หลิวจิ่งหลงตัวดี ขอบเขตหยกดิบตัวดี คิดว่าตัวเองจะสมใจปรารถนาอยู่ในสำนักสั่วอวิ๋นได้จริงๆ หรือไร?”

หลิวจิ่งหลงพยักหน้า “ข้าคิดว่าใช่”

เว่ยจิงชุ่ยส่ายหน้า “ทำไม เป็นเจ้าสำนักของสำนักกระบี่ไท่ฮุยแล้วก็ช่วยให้ขอบเขตเจ้าเพิ่มสูงอีกระดับได้แล้วหรือ?”

คืนนี้ต่อให้ต้องเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่แล้วภูเขาได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงก็ยังไม่เป็นปัญหา โอกาสหาได้ยากขนาดนี้ เป็นเจ้าสำนักหนุ่มที่พาตัวมาส่งถึงที่ ถ้าอย่างนั้นก็จะเล่นงานให้ชื่อเสียงของสำนักกระบี่ไท่ฮุยของเจ้าหมดสิ้นไม่มีเหลือ!

ปราณวิญญาณของหลิวจิ่งหลงไม่มีริ้วกระเพื่อมใดๆ ไม่มีความเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ทว่าเพียงชั่วพริบตานั้นยอดเขาทุกแห่งของสำนักสั่วอวิ๋นก็มีเส้นแสงสีทองตัดสลับกันนับพันนับหมื่นเส้น ทว่ากลับอ้อมผ่านผู้ฝึกตนบนภูเขาทุกคนไป

ขอแค่ผู้ฝึกตนไม่ขยับตัวก็ย่อมปลอดภัย

……

แจกันสมบัติทวีป สวนลมฟ้า

ฤดูร้อนอากาศร้อนระอุ ทว่าหวงเหอกลับสวมเสื้อคลุมหนังจิ้งจอก พิงราวรั้วทอดสายตามองไปไกลด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ไม่รู้ว่าเหตุใดเมื่อหลายวันก่อนถึงรู้สึกว่าแรงกดดันที่กดทับทั่วร่างพลันหายไป ร่างจึงเบาโหวง

วันนี้หลังจากฝึกกระบี่เสร็จหวงเหอจึงเรียกให้ศิษย์น้องหลิวป้าเฉียวมาที่นี่ “หลิวป้าเฉียว เลิกแสร้งทำเป็นไม่สนใจโลกทำตัวเสเพลไปเรื่อยได้แล้ว หน้าที่อะไรที่ควรเป็นของเจ้าก็ต้องเป็นของเจ้า ไม่มีทางหลบเลี่ยงได้พ้น เป็นผู้ฝึกกระบี่มัวแต่หลอกตัวเองอยู่อย่างนี้จะมีประโยชน์อะไร?”

ยามที่หวงเหอพูดคุยกับคนอื่นมักจะชอบเรียกชื่อของอีกฝ่ายตรงๆ เสมอ เรียกพร้อมกันทั้งชื่อและแซ่

ต่อให้อยู่กับศิษย์น้องอย่างหลิวป้าเฉียวก็ยังไม่ใช่ข้อยกเว้น

หลิวป้าเฉียวไม่ได้พูดอะไร

หวงเหอกล่าว “ข้าจะไปยังซากปรักของกำแพงเมืองปราณกระบี่ จากนั้นไปฝึกกระบี่ที่ใต้หล้าเปลี่ยวร้าง ที่นั่นฟ้าสูงแผ่นดินกว้างใหญ่ เหมาะแก่การออกกระบี่มากกว่า”

หลิวป้าเฉียวถามหยั่งเชิง “ให้ข้าไปเถอะ ศิษย์พี่คือเจ้าสวน ใครไปจากสวนลมฟ้าก็ได้ทั้งนั้น มีเพียงศิษย์พี่ที่ไปไม่ได้”

หวงเหอเอ่ยด้วยสีหน้าเฉยชา “ไปอยู่ข้างนอก เจ้ามีแต่จะทำให้อาจารย์ขายหน้า”

ตัดใจจากสตรีคนหนึ่งไม่ลง แล้วจะสามารถฝึกเวทกระบี่ชั้นสูงได้อย่างไร?

ไม่ใช่ว่าไม่อาจชอบสตรีคนหนึ่งได้ ผู้ฝึกตนบนภูเขามีคู่บำเพ็ญตนไม่ใช่ปัญหาอะไร

แต่หากชอบสตรีแล้วถ่วงรั้งการฝึกกระบี่ ถ้าอย่างนั้นน้ำหนักของสตรีที่อยู่ในใจผู้ฝึกกระบี่ก็จะหนักกว่ากระบี่สามฉื่อในมือ ไม่พูดถึงภูเขาหรือสำนักแห่งอื่น พูดถึงแค่สวนลมฟ้า พูดถึงแค่หลิวป้าเฉียว ก็เท่ากับว่าเป็นเศษสวะไปครึ่งตัวแล้ว

ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตก่อกำเนิดคนหนึ่งที่อายุไม่มาก ไม่ถือว่าแย่แล้ว แต่เจ้าหลิวป้าเฉียวคือคนที่อาจารย์รู้สึกว่าเป็นคนที่มีความคิดจิตใจเหมือนเขามากที่สุดในบรรดาลูกศิษย์ทุกคน จะพอใจแค่นี้ได้อย่างไร รู้สึกว่าโล่งอกแล้วก็เลยเที่ยวเตร่เล่นไปอีกสักร้อยปีค่อยฝ่าทะลุขอบเขตก็ยังไม่สายอย่างนั้นหรือ?

เพียงแต่คำพูดพวกนี้ หวงเหอคร้านจะพูด

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 813.2 ขึ้นเขา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved