cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 808.2 ภาษาใบ้ของหุ่นไม้

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 808.2 ภาษาใบ้ของหุ่นไม้
Prev
Next

ก่อนหน้านี้เฉินผิงอันอยู่ที่สวนกงเต๋อได้ไปหาหลิวชา ไม่มีวัตถุประสงค์อะไร ก็แค่ไปพูดคุยกับผู้ฝึกกระบี่ที่เคยมีวิถีกระบี่และเวทกระบี่สูงสุดในใต้หล้าเปลี่ยวร้างสองสามคำเท่านั้น

หลังจากที่จิงเซิงซีผิงช่วยคลายตราผนึกของพื้นที่ลับออกให้ เฉินผิงอันก็ไปเจอกับจอมยุทธพเนจรเคราดกที่เวลานั้นนั่งตกปลาอยู่ริมทะเลสาบ

เฉินผิงอันนั่งลงด้านข้างแล้วก็ถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “ท่านตั้งชื่อให้ลูกศิษย์ใหญ่เปิดขุนเขาว่าจู๋เชี่ย มีความหมายที่ลึกล้ำกว่านั้นหรือไม่?”

หลิวชาตอบกลับ “ไม่ต่างจากที่เจ้าคาดเดาสักเท่าไร”

ต่งซานเกิงเซียนกระบี่ผู้อาวุโสของกำแพงเมืองปราณกระบี่ เดิมทีกระบี่พกมีชื่อว่าอีจั้งเกา (สูงหนึ่งจั้ง) เพียงแต่ว่ากระบี่หักอยู่ที่ใต้หล้าเปลี่ยวร้าง ต่งซานเกิงใช้ตะกร้าไม้ไผ่ (จู๋เชี่ย) บรรจุหัวของปีศาจใหญ่บินทะยานหัวหนึ่ง หลังกลับมาถึงบ้านเกิดก็หลอมกระบี่เล่มใหม่ขึ้นมา ตั้งชื่อว่าจู๋เชี่ย

แม้ว่าจะกลายมาเป็นนักโทษ แต่หลิวชาที่สีหน้าเฉยเมยกับอิ่นกวานคนสุดท้ายของกำแพงเมืองปราณกระบี่ แท้จริงแล้วทั้งสองฝ่ายไม่มีเรื่องอะไรให้คุยกันได้ แต่มีเพียงเรื่องนี้ที่หลิวชายินดีพูดหลายประโยคหน่อย

“ผู้ฝึกกระบี่ของกำแพงเมืองปราณกระบี่ หมื่นปีที่ผ่านมานี้ ข้าเลื่อมใสแค่ต่งซานเกิง”

“หากเปลี่ยนให้ข้าไปเที่ยวเยือนใต้หล้าไพศาลแล้วใช้วิธีการออกกระบี่แบบเขา ก็ไม่รู้ว่าต้องตายไปกี่รอบแล้ว”

“ปีนั้นเจอกับอาเหลียงที่บ้านเกิด การที่พวกเราสองคนสามารถกลายมาเป็นสหายกันได้ นั่นก็เพราะอาเหลียงบอกว่าตัวเองคือสหายรักต่างวัยของต่งซานเกิง ไอ้หมอนั่นพูดจาจริงจังน่าเชื่อถือ ข้าก็เลยเชื่อ”

รู้คำตอบแล้ว อันที่จริงเฉินผิงอันก็พึงพอใจมากแล้ว มองหลิวชาตกปลาอยู่ครู่หนึ่งก็อดไม่ไหวจึงพูดขึ้นมาอีกว่า “ผู้อาวุโสตกปลาเช่นนี้ บอกตามตรง ก็เหมือนกับกินหม้อไฟแล้วถูกน้ำแกงกระเด็นมาโดนหน้านั่นแหละ มีแต่จะแสบตา”

หลิวชาไม่คุยด้วย

บัณฑิตของกำแพงเมืองปราณกระบี่ พูดจาล้วนไม่น่าฟัง

เฉินผิงอันเหลือบตามองข้องปลา “สามารถตกปลาพวกนี้มาได้ ไม่ใช่เพราะฝีมือการตกปลาของผู้อาวุโสนับว่าพอใช้ได้จริงๆ แต่เป็นเพราะถ้าไม่ใช่ปลาพวกนั้นหิวโหยจนรีบอยากไปเกิดใหม่ ก็คงเป็นเพราะพวกมันโชคร้ายจริงๆ ก็เหมือนผีขี้เหล้าที่เมาเดินตกคลองข้างทาง”

หลิวชาถามว่า “มีข้อพิถีพิถันอะไรหรือ?”

อยู่ที่นี่ยังคงฝึกกระบี่เหมือนเดิม ไม่มีความสนใจจะอ่านตำรา ดังนั้นจึงมีเพียงการตกปลาเท่านั้นที่สามารถฆ่าเวลาได้ หลิวชาจงใจละทิ้งสถานะของผู้ฝึกลมปราณทิ้งไป ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นว่าไม่มีความหมายแล้ว

เฉินผิงอันย้อนถาม “ผู้อาวุโสคิดว่าอย่างไรล่ะ?”

หากจะคุยเรื่องนี้กับข้า ก็ไม่มีขอบเขตบินทะยานขอบเขตสิบสี่อะไรทั้งนั้น ล้วนเป็นผู้เยาว์ของข้าทั้งสิ้น

หลิวชาคิดแล้วก็เอ่ยว่า “คน ปลา น้ำ คันเบ็ด ตะขอ เหยื่อล่อ ข้ารู้สึกว่ามีข้อพิถีพิถันแค่นี้เท่านั้น”

เฉินผิงอันไม่ค่อยมั่นใจในความหมายของคำพูดประโยคนี้ของหลิวชาสักเท่าไร จึงถามว่า “ผู้อาวุโสกำลังเล่นทายคำปริศนากับข้าหรือคิดว่ามันเรียบง่ายแค่นี้จริงๆ?”

หลิวชาไม่เอ่ยอะไรอีก

เฉินผิงอันเงียบไปครู่หนึ่งก็เอ่ยว่า “วันหน้าค่อยมาถามกระบี่กับผู้อาวุโส”

หลิวชายิ้มถาม “ทำไมล่ะ?”

เฉินผิงอันลุกขึ้นมานั่งยอง หยิบหินสองสามก้อนขึ้นมา โยนลงไปในน้ำเบาๆ “ผู้อาวุโสห้าวหาญองอาจ ผู้เยาว์นับถือ ก็แค่ว่ามีอยู่ไม่กี่เรื่องที่ลงมือทำอย่างไร้คุณธรรมเท่านั้น”

หลิวชาหัวเราะ “ตามใจ หวังว่าจะไม่ให้ข้ารอนานนัก หากรอแค่สองสามร้อยปีก็ไม่มีปัญหา”

แม้ว่าการออกกระบี่ไม่กี่ครั้งในใต้หล้าไพศาลของมือกระบี่เคราดกผู้นี้จะไม่ได้เกิดจากความตั้งใจเดิมของตัวเอง แต่หลิวชาก็ไม่รู้สึกว่านี่จะเป็นเหตุผลอะไรได้

จะว่าไปแล้วก็ยังเป็นเพราะเวทกระบี่ของตัวเองไม่สูงมากพอ ตอนที่ข้ามผ่านซากปรักของกำแพงเมืองปราณกระบี่ ยังไม่ได้เลื่อนเป็นขอบเขตสิบสี่ ไม่อย่างนั้นเหตุใดยังต้องสนใจว่าบรรพบุรุษใหญ่ภูเขาทัวเยว่และโจวมี่จะมองอย่างไรด้วยเล่า?

เฉินผิงอันปัดมือ ลุกขึ้นแล้วขอตัวลาจากไป

หลิวชาอึ้งตะลึง พลันหันขวับกลับมา

เห็นเพียงว่าเจ้าหมอนั่นยืนอยู่ตรง ‘หน้าประตู’ ของสวนกงเต๋อ โบกมือยิ้มร่าเอ่ยว่า “ตกปลา ตกปลาต่อไป ผู้อาวุโสทำต่อไปเถอะ ปลาเล็กหนีไปหมดแล้ว สามารถรอปลาใหญ่ได้”

หลิวชาจึงได้แต่แหกกฎตัวเอง แอบเหลือบมองความเคลื่อนไหวของปลาที่ว่ายอยู่ในทะเลสาบ ถูกไอ้หมอนั่นใช้หินขว้างแล้วขว้างซ้ำอีกที ยังจะมีปลากะผายลมอะไรให้ตกอีกเล่า

เจ้าตัวดี ชาติสุนัขยิ่งกว่าอาเหลียงเสียอีก

หลิวชามองไปที่น้ำทะเลสาบ เอ่ยว่า “หากเป็นไปได้ ช่วยข้านำความไปบอกจู๋เชี่ยที”

เฉินผิงอันที่เดินข้ามประตูไปแล้วเอนตัวมาด้านหลัง ถามว่า “บอกว่าอะไร?”

หลิวชายิ้มบางๆ “บอกกับเขาว่าต้องกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดของใต้หล้าเปลี่ยวร้างให้ได้”

เฉินผิงอันพยักหน้ารับ ถือว่าตอบตกลงแล้ว”

หลิวชาถาม “ข้าขอให้ช่วย เจ้าไม่ต้องการอะไรตอบแทนหรือ?”

เฉินผิงอันยังคงค้างอยู่ท่านั้น คิดอยู่นาน สุดท้ายก็ยังส่ายหน้า “เหลือค้างไว้ก่อนเถอะ?”

หลิวชายกมือขึ้น

เฉินผิงอันโยนสมุดเล่มหนึ่งที่ตัวเองเขียนขึ้นเองไปให้ เป็นความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เกี่ยวกับการตกปลาอย่างละเอียด

หลิวชารับมาเก็บไว้ในชายแขนเสื้อ เอ่ยขอบคุณหนึ่งคำ

ตามคำกล่าวของหลี่ไหว ในช่วงเวลาที่เฉินผิงอันฝึกตนบนภูเขาในอนาคต ควรจะต้องหาเรื่องผ่อนคลายอารมณ์ทำบ้าง ไม่ต้องเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่อะไร แค่เป็นเรื่องที่ทำให้อารมณ์ผ่อนคลายเท่านั้นก็พอ

ยกตัวอย่างเช่นลงจากภูเขาไปเป็นอาจารย์ของโรงเรียนที่ปิดบังชื่อแซ่ หากความรู้ไม่พอก็แค่สอนให้พวกเด็กประถมของโรงเรียนในชนบทรู้จักตัวอักษร บางทีอาจไม่ใช่ในอาณาเขตของหลงโจวที่อยู่ใกล้กับภูเขาลั่วพั่ว สามารถออกไปไกลยิ่งกว่านั้น หรือไม่ไปเป็นอาจารย์สอนหนังสือในพื้นที่มงคลรากบัวก็ได้

หรือยกตัวอย่างเช่นบางครั้งก็ทะยานลมเดินทางไกล ไปยังแม่น้ำลำคลองทะเลสาบที่อยู่ห่างไกลหมื่นลี้ ตกปลาอยู่เพียงลำพัง หิ้วกาเหล้าไปด้วยสองสามกา จากนั้นก็ทำแกงปลากินเองสักหม้อ

หากจะบอกว่าหาเงินก็เพื่อประทังชีพ ทว่าจะมีชีวิตอยู่เพียงแค่เพื่อหาเงินไม่ได้

ถ้าอย่างนั้นขึ้นเขาฝึกตนคือชีวิตคน ชีวิตคนก็ไม่อาจเอาแต่ฝึกตนได้เช่นกัน

เพียงแต่ว่าฝึกกระบี่เรียนวรยุทธ หาเงินฝึกบำเพ็ญตน อ่านหนังสือศึกษาหาความรู้ ล้วนไม่อาจเกียจคร้านได้ก็เท่านั้น

เฉินผิงอันลืมตา ยังมองไม่เห็นร่องรอยของเรือราตรีลำนั้น

คนข้างกายสามคนนี้ คงเป็นเพราะอยู่ในอาณาเขตของบ้านตัวเอง น่าหลันเซียนซิ่วได้หยิบเอาถุงปักลายออกมาเปลี่ยนยาสูบไปบ้างแล้ว นางนิสัยเย็นชา ไม่ค่อยชอบพูดคุย อีกสองคนที่เหลือกลับพูดจาอย่างไร้ความยำเกรง โดยเฉพาะผีที่อยู่ในรูปลักษณ์ของเด็กสาว ดูเหมือนว่านางจะสนใจคนหนุ่มมากความสามารถอย่างพวกเฉาสือ ฟู่จิ้น สวี่ป๋ายมากเป็นพิเศษ แม่นางน้อยที่ดูเฉลียวฉลาดซุกซนผู้นั้นพูดคุยอย่างไม่เห็นตัวเองเป็นคนนอกแม้แต่น้อย แม่นางน้อยรู้สึกว่าเฉาสือหล่อกว่าทุกคน ทว่าคนที่ถูกนางเรียกว่าพี่หญิงเฟยชุ่ยกลับบอกว่าฟู่จิ้นหล่อกว่า เพราะลูกศิษย์คนแรกของเจ้านครจักรพรรดิขาวคนนี้คือผู้ฝึกกระบี่นี่นา เมื่อเทียบกับคนที่ต้องใช้วิชาหมัดเท้าแล้วย่อมมีมาดสง่างามมากกว่า ถือว่าเหนือกว่าตามธรรมชาติไปหนึ่งระดับ

แม่นางน้อยคนนั้นจึงเหลือบตามองผู้ฝึกกระบี่ชุดเขียวคนนั้น รู้สึกว่าคนที่อยู่ข้างกายผู้นี้หน้าตาไม่เท่าไรเลยจริงๆ

เฉินผิงอันจึงแสร้งทำเป็นว่ามองไม่เห็น ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

คิดไม่ถึงว่าคุยไปคุยมา เฟยชุ่ยกลับพูดไปถึงการถามหมัดที่ศาลบุ๋น ที่แท้เวลาเพิ่งผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่วัน ข่าวนี้ก็แพร่จากศาลบุ๋นมายังสำนักซานไห่แล้ว

เรื่องราวใต้หล้านี้มากมายดุจขนวัว เพียงแต่ว่ามักจะมีอยู่สองสามเรื่องที่ถูกคนนำมาพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน ก็เหมือนคนบางคนที่เป็นนกกระเรียนในฝูงไก่ เรื่องบางอย่างก็ทำให้คนมองรู้สึกสดใหม่

ดูเหมือนแม่นางน้อยอารมณ์ไม่ใคร่จะดี นางที่เดิมทีพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด จู่ๆ ก็ไม่พูดอะไรแล้ว

คงเป็นเพราะรู้สึกไม่ยุติธรรมต่อเฉาสือ? รู้สึกว่าอิ่นกวานอะไรนั่นไม่มีคุณธรรมน้ำใจในยุทธภพ ถึงได้ต่อยเข้าที่หน้าของเฉาสือ?

เฟยชุ่ยมีนิสัยเปิดเผยตรงไปตรงมา นางหันหน้าเป็นฝ่ายชวนบุรุษที่เหมือนน้ำเต้าตันคุยว่า “เจ้าคือผู้ฝึกกระบี่ อย่างน้อยก็ต้องเป็นเซียนเหรินกระมัง? สายตาต้องไม่เลวเป็นแน่ ถ้าอย่างนั้นเจ้าคิดว่าการถามหมัดครั้งนั้น หากสองฝ่ายแบ่งเป็นตายกัน ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร?”

เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ข้าไม่ค่อยเข้าใจวิธีการของผู้ฝึกยุทธขอบเขตปลายทางสักเท่าไร ดังนั้นจึงไม่สะดวกจะบุ่มบ่ามให้ข้อสรุป แต่ข้าเดาเอาว่าขอแค่ถามหมัดกับเฉาสือ ไม่ว่าจะแบ่งแพ้ชนะหรือแบ่งเป็นตาย อย่างมากสุดก็มีคนจำนวนแค่หนึ่งมือนับ นอกจากนี้แล้วผู้ฝึกยุทธทุกคนในใต้หล้าไพศาล สิบส่วนล้วนต้องแพ้เต็มสิบ ไม่มีโอกาสใดๆ ให้ลุ้นอีก”

ในบรรดาคนจำนวนหนึ่งมือนับนั้นก็มีเผยเปย ซ่งจ่างจิ้ง จางเถียวเสีย หลี่เอ้อ

แม่นางน้อยที่เดิมทีหงอยเหงาพลันเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น ได้ยินคำพูดที่เป็นกลางประโยคนี้ นางก็อารมณ์ดีขึ้นมาโดยพลัน โคลงศีรษะไปมา พูดด้วยสีหน้าสดใสว่า “อิ่นกวานอะไร เซียนกระบี่ชุดเขียวอะไร นิสัยแย่ขนาดนั้น ไอ้หมอนี่น่าโดนซ้อมเกินไปแล้ว หากเปลี่ยนข้ามาเป็นเซียนเหรินอวิ๋นเหมี่ยวของหอเซียนจิ่วเจิน เหอะ หากเปลี่ยนมาเป็นเจิ้งจวีจง เฮอๆ หากไอ้หมอนั่นกล้ามายืนอยู่ข้างกายของข้า หึๆๆ”

เฉินผิงอันที่นั่งอยู่ด้านข้างพยักหน้าเบาๆ แสดงให้เห็นว่าคล้อยตาม เห็นด้วยกับความคิดของแม่นางน้อยอย่างมาก

แม่นางน้อยที่ใช้หางตาแอบลอบมองคนผู้นี้ตลอดเวลายกนิ้วโป้งให้ “เซียนกระบี่ท่านนี้พูดจาน่าฟัง สายตาดีเยี่ยม หน้าตาก็…ใช้ได้ วันหน้าท่านก็คือสหายของข้าแล้ว!”

เฉินผิงอันคลี่ยิ้มอบอุ่น พยักหน้ารับเบาๆ

แน่นอนว่าย่อมมองออกถึงสถานะภูตในภูเขาของแม่นางน้อยเพียงปราดเดียว

แม่นางน้อยถามชวนคุย “ท่านกำลังรอเรือข้ามฟากอยู่หรือ จะไปที่ไหน?”

เฉินผิงอันกล่าว “ไปอุตรกุรุทวีป”

แม่นางน้อยร้องอ้อหนึ่งที แล้วก็พูดเหมือนคนแก่ว่า “บ้านเกิดของท่านคืออุตรกุรุทวีปหรือ เป็นสถานที่ที่ดี มิน่าเล่าๆ ที่นั่นมีผู้ฝึกกระบี่เยอะนี่นะ แต่ว่าบ้านเกิดของข้าคือแจกันสมบัติทวีป วันหน้าจะพาท่านไปเที่ยวเล่น”

เฉินผิงอันอึ้งตะลึงไป เพียงแต่ไม่ได้ถามอะไรมาก

เหตุใดแม่นางน้อยที่ตบะและขอบเขตไม่สูงผู้นี้ถึงข้ามทวีปมาถึงทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางได้ และดูเหมือนว่าตำแหน่งของนางในสำนักซานไห่แห่งนี้ก็ไม่ต่ำด้วย?

แม้จะไม่รู้สาเหตุ แต่เฉินผิงอันก็มีความประทับใจต่อสำนักซานไห่ดีกว่าเดิมหลายส่วน

น่าหลันเซียนซิ่วใช้กระบอกยาสูบเคาะกับหินหน้าผา จากนั้นค่อยคีบเอายาเส้นส่วนหนึ่งออกมาจากในถุง เหลือบตามองม่านฟ้าแวบหนึ่ง แล้วนางก็เหม่อลอยไป

นางคืนสติกลับมา ยิ้มถามว่า “ชอบสูบยาเหมือนกันหรือ?”

เฉินผิงอันส่ายหน้า “ไม่เคยสูบมาก่อน”

นางยิ้มเอ่ย “อันที่จริงน่าสนใจกว่าผีขี้เหล้าดื่มเหล้าอีกนะ”

เฉินผิงอันคลี่ยิ้ม ไม่ได้ต่อคำ

นอกจากพวกต้นไผ่ของภูเขาชิงเสินที่จะถูกนำไปส่งยังภูเขาลั่วพั่วพร้อมกับเฟิงยวนเรือข้ามทวีปของราชวงศ์เสวียนมี่แล้ว การประชุมของศาลบุ๋นครั้งนี้ เรียกได้ว่าเฉินผิงอันได้ผลเก็บเกี่ยวกลับไปเต็มไม้เต็มมือ

ชางผูกระถางที่เทพภูเขาจิ่วอี้มอบให้ และยังมีนกนางแอ่นดำพับจากกระดาษที่ซานจวินหญิงแห่งภูเขาแยนจือมอบให้ ล้วนถูกอาจารย์เอาออกจากชั้นวางมามอบให้เฉินผิงอัน

ส่วนผงประทินโฉมกล่องนั้น เฉินผิงอันกลับรับมาไว้อย่างไม่มีลังเล รับไว้อย่างสบายใจมากเป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นอาจารย์จะต้องมอบให้ศิษย์พี่จั่วโย่ว? หรือว่าศิษย์พี่จวินเชี่ยนดีล่ะ?

สิ้นเปลืองของดีไปเสียเปล่า ไม่มีความจำเป็นแม้แต่น้อย

ตอนนั้นเฉินผิงอันรับของสามชิ้นนี้มา

ของอื่นๆ ที่เหลือ เฉินผิงอันล้วนไม่ได้รับเอาไว้ ไม่ว่าอาจารย์จะเกลี้ยกล่อมอย่างไร เขาก็ไม่ตอบตกลงด้วย

มีเหตุผลอย่างเต็มที่ วันหน้าอาจารย์จะต้องมีลูกศิษย์ของลูกศิษย์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ควรจะต้องมีทรัพย์สินเป็นของตัวเองเก็บไว้บ้าง อาจารย์ปล่อยให้สองชายแขนเสื้อมีแต่ลมเย็นแบบนี้ จะได้อย่างไร

ทว่าก่อนจะจากกัน อาจารย์ยังคงมอบวัตถุจื่อชื่อชิ้นที่เทพเจ้าแห่งโชคลาภหลิวไม่ทันระวังทิ้งไว้ให้แก่ลูกศิษย์คนสุดท้าย บอกว่าของเล่นชิ้นนี้ วันหน้าภูเขาลั่วพั่วคิดจะทำการค้าใหญ่ ต้องเอามาใช้ได้แน่นอน ถึงอย่างไรขอแค่ภูเขาลั่วพั่วหาเงินได้ก็เท่ากับว่าสายเหวินเซิ่งหาเงินได้

ขณะเดียวกันซิ่วไฉเฒ่ายังยิ้มพลางหยิบม้วนภาพสองอันออกมาจากในชายแขนเสื้อ บอกให้เฉินผิงอันลองเดาดู

อันที่จริงเฉินผิงอันไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต้องเป็นผลงานของผู้อาวุโสสองท่านอย่างซูจื่อและหลิ่วชีแน่นอน

เฉินผิงอันรู้สึกว่าตัวเองมีนิสัยที่ไม่เลวอย่างหนึ่ง นั่นก็คือรับฟังคำโน้มน้าวของผู้อื่น

ยกตัวอย่างเช่นรับฟังคำพูดประโยคนั้นของฮว่อหลงเจินเหรินเข้าหูได้อย่างรวดเร็ว ทำการค้า หากหน้าบางย่อมทำอะไรไม่สำเร็จจริงๆ

คำพูดเก่าแก่ของคนเฒ่าคนแก่ คนรุ่นเยาว์ต้องรับฟัง ฟังแล้วก็ต้องทำตามด้วย

ดังนั้นพอเฉินผิงอันได้ยินว่าเซียนเหรินอวิ๋นเหมี่ยวยังไม่ออกไปจากภูเขาอ๋าวโถวก็รีบส่งจดหมายลับฉบับหนึ่งไปให้กับเจ้าของหอเซียนจิ่วเจินที่หากไม่ตีกันก็ไม่ได้รู้จักกันทันที

เซียนเหรินอวิ๋นเหมี่ยวตอบจดหมายกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วยังมอบของชิ้นหนึ่งส่งมาให้ที่สวนกงเต๋อด้วย

คือหลิงจือหยกขาวที่มีระดับขั้นเป็นอาวุธกึ่งเซียนชิ้นนั้น

อวิ๋นเหมี่ยวยอมตัดใจยกของรักมาให้เช่นนี้ ไม่เพียงแต่ไม่เสียดาย กลับกันยังยินยอมพร้อมใจ ทั้งรู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกด้วย

จิตใจที่เคารพยำเกรงซึ่งอวิ๋นเหมี่ยวมีต่อเจ้านครจักรพรรดิขาวผู้นี้เกินจริงจนถึงขั้นที่ไม่อาจมีเพิ่มไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 808.2 ภาษาใบ้ของหุ่นไม้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved