cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 797.1 ไม่ไพศาล

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 797.1 ไม่ไพศาล
Prev
Next

คนกลุ่มหนึ่งเดินเท้ามุ่งหน้าไปที่ท่าเรือยวนยาง หมายจะไปเพิ่มพูนความรู้จากร้านผ้าห่อบุญที่เกาะนกแก้วสักหน่อย

เฉินผิงอัน หลี่เป่าผิง หลี่ไหว นักพรตเนิ่น บวกกับคนนอกอีกคนหนึ่งอย่างถัวเหยียนฮูหยินที่ทุกวันนี้ชื่ออยู่ในทำเนียบขุนเขาสายน้ำของสำนักกระบี่หลงเซี่ยงแล้ว รวมไปถึงหลิ่วชื่อเฉิงที่เป็นคนนอกที่สุดแต่กลับไม่เห็นตัวเองเป็นคนนอกมากที่สุด เขากับนักพรตเนิ่นกำลังแอบลอบประเมินว่าท่าเรือสี่แห่งในตอนนี้ยังมีใครที่คู่ควรให้ถูกด่า หรือสามารถต่อยตีกันได้อีกบ้าง

เมื่อครู่นี้เฉินผิงอันถ่ายทอดกลยุทธ์อันแยบยลให้กับเด็กสาวเทพีบุปผา ไม่ได้จงใจดึงตัวถัวเหยียนฮูหยินออกไป ดังนั้นนางจึงได้ยินคำพูดทุกบททุกตอนได้อย่างชัดเจน

ถัวเหยียนฮูหยินยังรู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง “วางใจให้รุ่ยเฟิ่งเอ๋อร์ไปเยี่ยมเยือนจางเหวินเฉียนคนเดียวจริงๆ หรือ ไม่กลัวว่าถึงเวลานางจะพูดผิด เป็นเหตุให้ทุกอย่างที่ทำมาต้องสูญเปล่าหรือ? เฝยเซียนผู้นั้นขึ้นชื่อเรื่องการคบค้าสมาคมด้วยยากเชียวนะ เหตุใดอิ่นกวานถึงไม่ออกหน้าเอง แบบนั้นจะไม่ยิ่งมั่นคงกว่าหรอกหรือ?”

ไม่แน่ว่าใต้เท้าอิ่นกวานที่หากไร้ผลประโยชน์ก็ไม่คิดจะตื่นเช้า ตื่นเช้าได้ก็เพราะได้เงินมาอย่างเจ้าผู้นี้ อาจจะสามารถไปตีสนิทกับเฝยเซียนแล้วค่อยป่ายปีนไปสร้างสัมพันธ์กับซูจื่อได้ในคราวเดียวเลยก็เป็นได้

เพียงแต่ว่าประโยคหลังนี้ แน่นอนว่าถัวเหยียนฮูหยินย่อมไม่กล้าพูดออกมาจากปาก

จางเหวินเฉียนหนึ่งในสี่บัณฑิตที่เป็นลูกศิษย์ของซูจื่อ เนื่องจากรูปโฉมของอีกฝ่ายที่ห้าวหาญ เรือนกายองอาจกำยำเกินกว่าคนปกติทั่วไป ดังนั้นจึงถูกเรียกว่า ‘เฝยเซียน’ (เฝยหมายถึงอ้วนหรืออุดมสมบูรณ์)

เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ถึงอย่างไรก็มีแค่คำพูดไม่กี่ประโยคนั้น เทพีบุปผาเฟิ่งเซียนจะพูดอะไรผิดได้เล่า?”

นั่นก็ดูแคลนเหนียงเนียงเทพีบุปผาท่านหนึ่งของพื้นที่มงคลร้อยบุปผามากเกินไปแล้ว

อีกทั้งช่วงสุดท้ายของการพูดคุยกันก่อนหน้านี้ เฉินผิงอันยังเอ่ยปลอบเทพีบุปผาด้วยหลักการเหตุผลที่ไม่ถือว่ามีเหตุผลสักเท่าไรไปด้วย บอกนางว่ายามที่พบเจอกับอาจารย์จาง นางต้องตื่นเต้นมากอย่างแน่นอน อันที่จริงไม่ต้องเป็นกังวล เพราะอาจารย์จางรู้ว่าเจ้าต้องตื่นเต้น การที่เจ้าตื่นเต้นก็เพราะมีความจริงใจ นั่นต่างหากจึงจะเป็นเรื่องดี ดังนั้นในเมื่อตื่นเต้นไปแล้ว ถึงเวลานั้นพูดเสียงสั่นก็ไม่เห็นต้องกลัว แค่ปล่อยให้ตัวเองตื่นเต้นไปเต็มที่ ยามที่ตื่นเต้นจนพูดไม่ออกก็ตื่นเต้นต่อไป ไม่ต้องรีบร้อนเปิดปากพูด

ตอนนั้นได้ยินประโยคนี้ของเซียนกระบี่ชุดเขียว เห็นได้ชัดว่าเทพีบุปผาเฟิ่งเซียนผ่อนคลายได้หลายส่วน ในเมื่อขนาดตื่นเต้นก็ยังไม่ต้องกลัว ถ้าอย่างนั้นนางยังจะต้องกลัวอะไรอีก?

ถัวเหยียนฮูหยินถาม “เฉินผิงอัน ทำไมเจ้าถึงยินดีให้ความช่วยเหลือในเรื่องที่ใหญ่ขนาดนี้ล่ะ?”

เฉินผิงอันกล่าว “อันที่จริงไม่ได้ช่วยเจ้า ถัวเหยียนฮูหยินเป็นคนอย่างไรก็จะทำให้คนนอกรู้สึกว่าลู่จือเป็นคนอย่างนั้น”

คำตอบนี้กลับกลายเป็นว่าทำให้ถัวเหยียนฮูหยินสบายใจได้หลายส่วน ในเมื่อไม่ได้ช่วยนาง ก็ไม่ถือว่าตนติดค้างน้ำใจของเขา

เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “บอกตามตรง เจ้ายินดีมาขอให้ข้าช่วยทำเรื่องนี้ ข้าค่อนข้างประหลาดใจ”

ถัวเหยียนฮูหยินหันมามองอิ่นกวานหนุ่มแวบหนึ่ง อันที่จริงนางแปลกใจมากกว่าที่เฉินผิงอันพูดประโยคนี้ ราวกับว่าเห็นนางเป็นคนกันเองแล้ว?

พอมาคิดอีกที นางก็รู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที อ้อมไปอ้อมมา เหตุใดถึงยังเป็นการช่วยนางอยู่อีกเล่า?

เฉินผิงอันเอ่ยอย่างจนใจ “หลายปีมานี้เป็นเจ้าที่ระแวงไปเองมาโดยตลอด มักรู้สึกว่าข้ามีเจตนาร้าย”

รอยยิ้มของถัวเหยียนฮูหยินกระอักกระอ่วน “เปล่า ไม่มีเรื่องแบบนั้นสักหน่อย ข้าหรือจะกล้าเข้าใจใต้เท้าอิ่นกวานผิด”

เฉินผิงอันกล่าว “ถัวเหยียนฮูหยิน เจ้าลองคิดดูแล้วกัน หากข้าสาบานกับเจ้า รับรองว่าตัวข้าไม่ได้มีความสนใจอะไรในสวนดอกเหมยแล้ว การกระทำในปีนั้นเป็นไปเพราะหน้าที่รับผิดชอบ เป็นการกระทำอย่างสุดวิสัย หลังจากที่เจ้าและข้าต่างคนต่างได้กลับบ้านเกิดของตัวเอง ต่อให้ไม่ถือว่าเป็นสหายกัน แต่ก็ไม่มีทางเป็นศัตรูกัน เจ้ายินดีจะเชื่อข้า หรือจะยิ่งรู้สึกว่าข้ามีเจตนาร้ายมากกว่ากันเล่า?”

ถัวเหยียนฮูหยินยิ้มตาหยี ลองคิดอย่างละเอียดก็รู้ว่าเป็นเช่นนี้จริง จึงพยักหน้า “ก็จริงนะ เป็นอย่างนี้จริงๆ”

วันนี้หลิ่วชื่อเฉิงทำตัวอยู่ในกฎเกณฑ์อย่างมาก ได้แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้จักถัวเหยียนฮูหยินที่มีความสัมพันธ์ดีเยี่ยมกับพื้นที่มงคลร้อยบุปผาผู้นี้

ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยของเขาแล้ว สวมชุดเต๋าสีชมพูเช่นนี้ คงล่องลอยวนไปวนมาอยู่รอบกายพี่หญิงถัวเหยียนเหมือนผีเสื้อบินตอมดอกไม้ไปนานแล้ว

เพราะตอนที่อยู่ในแจกันสมบัติทวีป เขาเคยสรุปหลักการเหตุผลที่ใช้ได้จริงซึ่งมีทองพันชั่งไม่ซื้อ มีทองหมื่นชั่งไม่ขายออกมา

ขอแค่เป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องกับสายเหวินเซิ่ง รวมไปถึงเด็กที่มีชาติกำเนิดมาจากถ้ำสวรรค์หลีจู อย่าไปมีเรื่องด้วยเด็ดขาด

อันดับแรกก็เป็นเฉินผิงอัน ต่อมาก็เป็นหลี่หลิ่วที่เจอกันบนหินพักมังกร นั่นยังถือว่าเป็นแค่ครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็เจอกับหลี่เป่าผิงนอกนครลมเย็น บวกกับกู้ช่านศิษย์หลานครึ่งตัวอีกคนหนึ่ง?

นั่นก็ถือว่าเป็นสามคนพอดี เรื่องเดิมไม่ทำซ้ำสาม ต้องหัดจำเสียบ้าง

หลิ่วชื่อเฉิงได้นัดหมายกับสหายเนิ่นข้างกายเรียบร้อยแล้วว่า พวกเราสองพี่น้องจะไปใต้หล้าเปลี่ยวร้างด้วยกัน ที่นั่นแผ่นฟ้าสูงแผ่นดินกว้างไกล ท่องเที่ยวไปทั่วสารทิศ ใครจะมาบังคับกะเกณฑ์ได้? ใครจะกล้ามาขวางทาง? นั่นก็คือช่วงเวลายิ่งใหญ่อันดีงามที่สองพี่น้องจะได้สร้างชื่อเสียงขจรไกล

หลี่ไหวคอยยื่นหัวมามองเรื่อยๆ

ไม่รู้ว่าเฉินผิงอันกับนางมีความสัมพันธ์แบบใดต่อกัน

ส่วนเจ้าคนที่สวมชุดสีชมพูนั่น แค่มองก็รู้แล้วว่าไม่ควรไปมีเรื่องด้วย ได้ยินว่ายังเป็นเจ้าของหอแก้วใสนครจักรพรรดิขาวด้วย นครจักรพรรดิขาวอะไร หอแก้วใสอะไร แค่หลี่ไหวได้ยินก็ใจฝ่อไปหมดแล้ว

เพราะถึงอย่างไรสหายของสหายก็ไม่ใช่สหายของข้าหลี่ไหวนี่นา ในเมื่อไม่ได้อยู่ในถิ่นของตัวเอง แล้วจะยังทำตัวเก่งได้อย่างไร เจ้าคนของหอเซียนจิ่วเจินที่กระดอนไปบนผิวน้ำนั่นก็คือบทเรียน

หลี่ไหวยิ่งไม่รู้ว่าศาลบุ๋นในเวลานี้ เหล่าอริยะปราชญ์ที่มีเทวรูปทั้งหลายต่างก็พากันพูดถึงเขา แล้วยังเริ่มเปิดการประชุมขนาดเล็กขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะอีกด้วย

รองผู้อำนวยการสถานศึกษาท่านหนึ่งในศาลบุ๋น หลังจากปรึกษากับผู้อำนวยการแล้วก็ถามหยั่งเชิงอาจารย์ผู้เฒ่าหานว่า “ไม่สู้พวกเรามอบยศนักปราชญ์ให้กับหลี่ไหวดีไหม?”

ก่อนหน้านี้รองผู้อำนวยการสถานศึกษาท่านนี้ได้ขอเอกสารของสำนักศึกษาฉบับหนึ่งมาจากจิงเซิงซีผิง เป็นเรื่องเกี่ยวกับประวัติ อาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ คำวิจารณ์จากเจ้าขุนเขาในการเป็นลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อสำนักศึกษาซานหยาของหลี่ไหวมาไว้ก่อนแล้ว

แม้แต่รองเจ้าลัทธิศาลบุ๋นอาจารย์ผู้เฒ่าหานที่เข้มงวดจริงจังท่านนี้ก็ยังรู้สึกลังเล เห็นได้ชัดว่าโน้มเอียงไปในทางมอบตำแหน่งให้ แต่มอบให้แล้วก็ดูเหมือนว่าง่ายจะก่อให้เกิดคำวิพากษ์วิจารณ์ จะต้องก่อให้เกิดภาระมากมายต่อการศึกษาต่อของหลี่ไหวต่อจากนี้อย่างแน่นอน

ไม่ใช่ว่าศาลบุ๋นไม่เห็นเรื่องยศนักปราชญ์เป็นเรื่องสำคัญ จึงสามารถมอบให้ใครก็ได้ง่ายๆ

ในความเป็นจริงแล้วการมอบยศนักปราชญ์ของสำนักศึกษา แต่ไหนแต่ไรมาสำนักศึกษาของทวีปหนึ่งล้วนต้องคัดเลือกกันมาเอง ทางฝั่งของศาลบุ๋นแทบจะไม่เคยยื่นมือเข้าแทรกการตรวจสอบ การประเมินนักปราชญ์เลย

สำนักศึกษาดูแลนักปราชญ์ ศาลบุ๋นดูแลวิญญูชน นี่คือกฎที่หลี่เซิ่งตั้งขึ้นเอง

แต่เป็นเพราะว่าคุณความชอบของเจ้าเด็กนี่ยิ่งใหญ่จริงๆ การสลับเปลี่ยนจุดยืนของเฒ่าตาบอดที่เป็นขอบเขตสิบสี่ก็เท่ากับว่าหนึ่งตรงหนึ่งอ้อมช่วยให้ใต้หล้าไพศาลมีภูเขาใหญ่แสนลี้เพิ่มมาสองแห่ง

ดูจากท่าทางแล้วขอแค่ลูกศิษย์ของเขายินดีเปิดปาก หุ่นเชิดเกราะทองเจ็ดแปดร้อยตนที่อยู่ในภูเขาใหญ่แสนลี้ล้วนสามารถบุกสังหารเปลี่ยวร้างอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรได้ภายใต้คำสั่งเดียวเลยกระมัง?

บวกกับคำกล่าวที่อยู่ในเอกสาร แม้ว่าในเรื่องของการศึกษาหาความรู้หลี่ไหวจะ ‘ไม่มีความสามารถมากพอ’ แต่จะดีจะชั่วก็ ‘มานะหมั่นเพียรในการศึกษาหาความรู้ ไม่เคยเกียจคร้านเพิกเฉย นิสัยอบอุ่นอ่อนโยน ไม่มีความเย่อหยิ่งจองหอง’

อีกทั้งแค่มองจากลายมือก็รู้ว่าเป็นลายมือของเหมาเสี่ยวตงรองผู้อำนวยการสถานศึกษาหลี่จี้ที่เขียนด้วยตัวเอง

ลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อนี่นะ ท่าทีในการศึกษาหาความรู้ย่อมสำคัญอย่างมาก

ส่วนระดับความสูงต่ำของผลสำเร็จจากการเรียนรู้ หรือไม่ก็ผลคะแนนจากการสอบเคอจวี่ ยังต้องดูว่าบรรพจารย์จะมอบข้าวให้กินหรือไม่ด้วยเหมือนกัน

อาจารย์ผู้เฒ่าหานถามเจ้าลัทธิของศาลบุ๋นที่อยู่ข้างกาย อาจารย์ผู้เฒ่าต่งยิ้มเอ่ย “ปัญหาไม่มาก ข้าว่าทำได้”

อาจารย์ผู้เฒ่าหานถามจิงเซิงซีผิงที่นั่งอยู่ด้านนอกอีกรอบ ฝ่ายหลังตอบว่า “ตอนอยู่บนเกาะยวนยาง ความคิดจิตใจของหลี่ไหวใสบริสุทธิ์ ไม่ง่ายเลย”

ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้

หลี่ไหวต้องได้เป็นนักปราชญ์ของสำนักศึกษาแน่นอนแล้ว

เรื่องแบบนี้คงไม่ถึงขั้นต้องรบกวนอริยะหลักสามท่านที่มีหลี่เซิ่งเป็นหนึ่งในนั้นหรอกกระมัง? อีกอย่างซิ่วไฉเฒ่าผู้นั้น เดิมทีก็เป็นอาจารย์ปู่สายบุ๋นของหลี่ไหวอยู่แล้ว ในเรื่องของการปกป้องคนของตัวเองเหมือนแม่วัวปกป้องลูกวัวน้อยนี้ เหวินเซิ่งถือได้ว่าเป็นผู้ฝึกตนใหญ่ขอบเขตสิบห้าอย่างสมชื่อ

เวลานี้หลี่ไหวเพิ่งจะโดยสารเรือข้ามฟากไปที่เกาะนกแก้ว ต้องยังไม่รู้เรื่องที่ตัวเองกำลังจะได้กลายเป็นนักปราชญ์ของสำนักศึกษาอย่างแน่นอน

ก็มันคือเรื่องที่แม้แต่ฝันก็ยังไม่กล้าคาดคิดนี่นะ

เกาะนกแก้วเล็กๆ ผู้คนมากมายเบียดเสียดกันแออัด เพราะว่าบรรพจารย์ของร้านผ้าห่อบุญของที่นี่ได้มาเปิดร้านผ้าห่อบุญด้วยตัวเอง แน่นอนว่าไม่ธรรมดา เป็นเหตุให้แม้แต่ภรรยาของเทพเจ้าแห่งโชคลาภของธวัลทวีปก็ยังต้องพาเหล่าสหายที่มีสถานะสูงศักดิ์โดดเด่นจับมือกันมาปรากฎตัว มาเที่ยวเยือนเกาะนกแก้ว มีนางอยู่ด้วย นั่นก็ไม่ใช่การใช้จ่ายเงินแล้ว แต่เป็นการโปรยเงินต่างหาก

เรือข้ามฟากในพื้นที่ของท่าเรือเรียบง่ายอย่างยิ่ง เพราะต้องเดินทางไปมาระหว่างท่าเรือสี่แห่ง จึงไม่อาจหรูหราโอ่อ่ามากเกินไปนัก

พวกผู้ฝึกตนใหญ่ที่ต้องการไปเยี่ยมเยือนสหาย หากไม่ทะยานลมเดินทางไกลก็ต้องมีเรือข้ามฟากเป็นของตัวเอง

คนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ข้างราวระเบียง ทอดสายตามองไปยังภูเขาสายน้ำใต้ฝ่าเท้า มีเพียงตรงตำแหน่งศาลบุ๋นเท่านั้นที่มีเมฆหมอกแผ่ปกคลุม

เชื่อว่าไม่มีขอบเขตบินทะยานคนใดกล้าร่ายวิชามองขุนเขาสายน้ำผ่านฝ่ามือเพื่อลอบมองสภาพการณ์ของที่นั่นอย่างแน่นอน

หลี่เป่าผิงถามเสียงเบา “อาจารย์อาน้อยกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่หรือ?”

เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “บนภูเขาอ๋าวโถว อาจารย์อาน้อยลงมือสำเร็จแล้ว เวลานี้กำลังยืนอยู่บนถนนใหญ่ เตรียมจะด่าคน”

ในเมืองเล็กบ้านเกิด ขอแค่เป็นเด็กที่พอจะมีสติปัญญาสักหน่อย ในเรื่องแบบนี้ล้วนมีความสามารถไม่ต่ำ เพราะหัวถนนท้ายตรอก ท่ามกลางเสียงไก่ขันเสียงหมาเห่า ทุกวันล้วนมียอดฝีมือคอยช่วย ‘ป้อนกระบวนท่า’ อยู่เสมอ โอกาสที่จะได้ ‘เรียนวิชาหมัด’ ให้เหมือนถอดแบบกันมาก็มีเยอะมากจริงๆ

น่าเสียดายที่ทางฝั่งของเจี่ยงหลงเซียง บัณฑิตผู้เฒ่าที่ถูกขนานนามว่า ‘เจ้าประมุขแห่งวงการประพันธ์ เทพเซียนที่นั่งได้อย่างมั่นคง’ หลังจากถูกคนผู้นั้นโยนลงบนพื้น เสื้อผ้าไม่เป็นระเบียบ เส้นผมยุ่งเหยิง นั่งอยู่บนพื้นก็ได้แต่ข่มกลั้นความเจ็บปวดรวดร้าวทั่วร่าง กัดฟันกรอด ในใจเคียดแค้นอย่างหนัก ทว่าปากกลับไม่เอยอะไรแม้แต่คำเดียว

ต่อให้คนผู้นั้นจะบอกให้เขาด่าอีก เจี่ยงหลงเซียงก็เพียงแค่รอคอยให้กองหนุนที่อยู่บนภูเขาอ๋าวโถวมาช่วยเหลือเงียบๆ ขุนเขาเขียวยังอยู่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีฟืนเผาไฟ บัณฑิตไม่จำเป็นต้องปะทะฝีปากกับพวกคนมุทะลุ ไม่ควรจะใช้หมัดเท้าต่อสู้กันด้วยกำลัง เพราะมีแต่จะยิ่งทำลายความสุภาพ ไม่ใช่สิ่งที่บัณฑิตสมควรทำอย่างแน่นอน

เจี่ยงหลงเซียงไม่กลัวจริงๆ ว่าจะถูกผู้ฝึกตนบนภูเขาคนหนึ่งมาแก้แค้นอย่างไร้เหตุผล

แค่นั่งเงียบๆ อยู่บนพื้นสักพักก็พอแล้ว

ในใจของเจี่ยงหลงเซียงมีการคาดเดาอยู่บ้าง ดูจากท่าทางแล้ว ซิ่วไฉเฒ่าที่ปีนั้นเทวรูปถูกทุบทำลายคงจะถึงคราวที่โชคชะตาเข้าข้าง ไม่แน่ว่าอาจจะยังได้เทวรูปกลับมาตั้งวางบนศาลบุ๋นได้อีกครั้ง

ไม่เป็นไร ซิ่วไฉเฒ่ากลับมาเป็นเหวินเซิ่งอีกครั้งก็ยิ่งไม่มีหน้ามาทำตัวไร้เหตุผลกับเขา หากมีหน้าทำเช่นนี้จริง เจี่ยงหลงเซียงก็ยิ่งไม่กลัวแม้แต่น้อย อยากขอร้องให้ทำด้วยซ้ำ

คนหนุ่มสวมชุดเขียวที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ไม่มีความแค้นส่วนตัวใดๆ กับตน อีกฝ่ายต้องไม่มีทางทำอะไรโดยใช้อารมณ์แน่นอน ไม่แน่อาจจะเดาออกว่าช่วงเวลาที่ซิ่วไฉเฒ่าจะเรืองอำนาจกำลังจะกลับมา เลยหมายจะช่วงชิงชื่อเสียงที่ไม่ต้องจ่ายเงิน? จะได้กอดขาใหญ่ๆ ของเหวินเซิ่งเอาไว้ให้แน่น?

คนที่เจี่ยงหลงเซียงหวาดกลัวอย่างแท้จริง แน่นอนว่าไม่ใช่เหวินเซิ่ง แต่เป็นจั่วโย่วที่ออกทะเลไปเยี่ยมเยือนเซียนมาร้อยปี จากนั้นก็เคยไปเยือนกำแพงเมืองปราณกระบี่มารอบหนึ่ง กังวลว่าเซียนกระบี่ผู้นี้จะไม่ใช้หลักการเหตุผลของบัณฑิตกับตน

จั่วโย่วดีแต่จะฝึกกระบี่ ดีแต่จะออกกระบี่ฟันคน ไม่เข้าใจเรื่องหลักการเหตุผลของอริยะปราชญ์อะไร

เฉินผิงอันอดทนรออยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่าให้ตายอย่างไรเจี่ยงหลงเซียงก็ไม่ยอมเปิดปาก จึงเดินออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ใช้เท้าเหยียบลงบนใบหน้าของเจ้าหมอนั่น

เจี่ยงหลงเซียงไถลลื่นออกไปกระแทกชนบนกำแพง รู้สึกเจ็บปวดราวกับว่ากระดูกแยกตัวออกจากกัน เอามืออุดปาก ก้มหน้าลงก็เห็นว่าฝ่ามือเต็มไปด้วยคราบเลือด ยังมีฟันหลุดออกมาสองซี่ สายตาของบัณฑิตเฒ่าทึ่มทื่อ ทั้งเจ็บทั้งตกใจ พลันร้องโอดครวญว่า “มีคนลงมืออำมหิต มีคนจะฆ่าคนแล้ว!”

สายตาของเฉินผิงอันขยับขึ้นด้านบนเล็กน้อย ทางฝั่งของภูเขาอ๋าวโถวมีคนมาแล้ว

เกินครึ่งน่าจะเป็นเทพเซียนบนภูเขาที่มีความสัมพันธ์ไม่เลวกับราชวงศ์เส้าหยวน อีกทั้งยังมีมิตรภาพส่วนตัวกับเจี่ยงหลงเซียง หมายจะมาพูดจาทวงความเป็นธรรมที่นี่

ว่ากันว่าชายแดนต้าหลีของแจกันสมบัติทวีป ในกลุ่มของกองทัพม้าเหล็กชายแดนเคยมีคำกล่าวว่าบัณฑิตมีความหยิ่งในศักดิ์ศรีหรือไม่ ฟันดาบใส่เขาทีหนึ่งก็รู้ได้แล้ว

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 797.1 ไม่ไพศาล"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved