cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 794.3 ซิ่วหู่อย่างมาก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 794.3 ซิ่วหู่อย่างมาก
Prev
Next

ในขณะที่เฉินผิงอันกำลังจะเรียกนกในกรงออกมา

เขาหันหน้ามองไป ผู้เฒ่าคนหนึ่งทะยานลมมาหยุดลอยอยู่กลางอากาศเหนือเกาะยวนยาง หลังจากหยุดร่างนิ่งแล้วก็หัวเราะหยันเอ่ยว่า “ผู้ฝึกกระบี่หยกดิบเล็กๆ ก็กล้ามาก่อเรื่องในพื้นที่สำคัญของศาลบุ๋นอย่างนั้นหรือ?”

ผู้ฝึกกระบี่เฒ่าใช้เสียงในใจเอ่ยกับอวิ๋นเหมี่ยว “อวิ๋นเหมี่ยว! เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร? ยังไม่รีบเก็บวิชานี้ลงไปอีก!”

ก็คือผู้ฝึกตนใหญ่ขอบเขตบินทะยาน หนันกวงจ้าว

เวทลับนี้ของหอเซียนจิ่วเจิน หากอยู่ในสภาวะพรั่งพร้อมสูงสุดจะมีเทพถือกระบี่ปรากฏตัวห้าคน หากผู้ฝึกตนเรียกใช้ก็เท่ากับว่ามีผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตบินทะยานห้าท่านให้ความช่วยเหลือ ช่วยออกกระบี่เต็มแรงพร้อมกันหนึ่งครั้ง

น่าเสียดายที่เมื่อมาอยู่บนมือของสหายเฒ่าจากหอเซียนจิ่วเจิน ต้องเผาผลาญเงินเทพเซียนและวัตถุดิบวิเศษแห่งฟ้าดินไปนับไม่ถ้วน แต่กระนั้นก็ได้แค่หลอมออกมาเป็นสามคำสั่งอย่างน้ำ ไฟ ไม้เท่านั้น พลานุภาพในการโจมตีถูกลดทอนไปมาก หลังจากที่อวิ๋นเหมี่ยวสืบทอดวิชานี้มาก็ยังทำได้เพียงเพิ่มคำสั่งดินมาอีกคำสั่งเดียวเท่านั้น

ประเด็นสำคัญคือค่ายกลใหญ่นี้มีโอกาสลงมือแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หากไม่มีคนนอกอยู่ด้วย ไม่แน่ว่าหนันกวงจ้าวอาจจะด่าอวิ๋นเหมี่ยวหนักกว่านี้เสียอีก ใช้ไปแล้วก็หมดค่า เจ้าเอามาสิ้นเปลืองกับผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตหยกดิบคนเดียวนี่น่ะหรือ?

ส่วนอวิ๋นเหมี่ยวจะแสร้งวางท่าข่มขู่ให้กลัวหรือตัดสินใจเด็ดขาดจะสังหารคนผู้นั้นจริงๆ หรือไม่ก็ใช้สิ่งนี้มาแสดงความตั้งใจที่มีต่อหนันกวงจ้าว หมายให้เขามาช่วยเหลือ ตอนนี้หนันกวงจ้าวคร้านจะคิดให้มากความ ถึงอย่างไรเจ้าอวิ๋นเหมี่ยวผู้นี้ก็เป็นลูกศิษย์ผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวของสหายรัก เขาจะไม่สนใจไม่ได้

อวิ๋นเหมี่ยวลังเลอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่กระนั้นก็ยังเชื่อฟังหนันกวงจ้าว เก็บเวทคาถาที่ร่ายไปได้ครึ่งหนึ่งกลับคืนมา

เหมือนยกภูเขาออกจากอก

เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “วิธีการเรียกกำลังเสริมมาช่วยของบรรพจารย์อวิ๋นเหมี่ยวนี้ ช่างทำให้คนได้เปิดโลกทัศน์ครั้งใหญ่จริงๆ”

อวิ๋นเหมี่ยวยิ้มบางๆ ไม่เอ่ยอะไร ยังคงโคจรกระจกวิเศษบานนั้นมาอย่างระมัดระวัง ป้องกันเจ้าหมาจนตรอกตัวนี้

ในเมื่อยินดีที่จะโต้คารม เจ้าก็ไปโต้ฝีปากกับหนันกวงจ้าวเอาเองแล้วกัน

มาแล้ว ในที่สุดก็มาแล้ว ผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยานมาแล้ว!

นักพรตเนิ่นถูมือไม่หยุด ร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว สายตากระเหี้ยนกระหือรือ แต่กระนั้นก็ยังถามอย่างระมัดระวังว่า “คุณชาย?”

หลี่ไหวจึงเอ่ยถาม “เป่าผิง?”

คาดว่านี่ก็คงเป็นดั่งคำกล่าวที่ว่าของสิ่งหนึ่งมักจะข่มของสิ่งหนึ่งได้เสมอ

หลี่เป่าผิงคิดแล้วก็เอ่ยว่า “ภายใต้เงื่อนไขที่สามารถรักษาตัวรอดได้ก็ลองขัดขวางดู”

หลี่ไหวพยักหน้า หันหน้าไปเอ่ยกับผู้เฒ่าชุดเหลืองที่คันไม้คันมือ “ระวังหน่อย หากสู้ไม่ได้ก็รีบยอมแพ้ซะ ไม่มีอะไรน่าอายหรอก”

นักพรตเนิ่นเช็ดปาก “ได้เลยๆ”

ไม่ให้โอกาสเฉินผิงอันได้พูดจาไร้สาระ นักพรตเนิ่นท่านนี้หัวเราะเสียงดังก้อง ตะเบ็งเสียงเอ่ยประโยคหนึ่งว่า “นักพรตเนิ่นมาแล้ว” จากนั้นเรือนกายก็กลายเป็นรุ้งเส้นหนึ่งที่พุ่งตรงเข้าหาขอบเขตบินทะยานของเกาะยวนยางคนนั้น

ตลอดทั้งเกาะยวนยางตกอยู่ท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำ ฟ้าร้องฟ้าผ่าดังสะเทือนเลือนลั่นอยู่บนนภากาศ ภาพเหตุการณ์ผิดปกติบังเกิดไม่ขาดสาย ประหนึ่งดวงตาสวรรค์เปิดออก น้ำวนใหญ่ยักษ์เอียงเอนบ้างตั้งบ้างนอนระเกะระกะพลันผุดขึ้นมา

ความรู้สึกบีบคั้นกดดันมหาศาลที่อัดแน่นเต็มฟ้าดินทำให้ผู้ฝึกลมปราณที่ขอบเขตต่ำกว่าห้าขอบเขตบนทุกคนรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก แม้แต่เซียนเหรินอย่างฉินจ่าวก็ยังหายใจได้ไม่คล่อง

หลี่ไหวลูบคลำปลายคาง ตาเฒ่าผู้นี้ ที่แท้ก็คือคนจริงที่ไม่แสดงฝีมือนี่เอง

เหตุใดยามอยู่ข้างกายเฒ่าตาบอดกับอาเหลียงถึงไม่มีมาดของยอดฝีมือขอบเขตบินทะยานสักนิดเลยนะ?

หลี่เป่าผิงถาม “เจ้ารู้ตบะของเถาถิงหรือไม่?”

หลี่ไหวเอ่ย “รู้สิ แต่ก็แค่รู้เท่านั้น ไม่เคยคิดมากมาก่อน”

หากคิดมาแล้วจะยังเก่งอยู่ในโปงผ้าห่มได้อย่างไร?

เฉินผิงอันเก็บตราประทับห้าอสนีชิ้นนั้นมา

อวิ๋นเหมี่ยวถึงได้ถือโอกาสเก็บสมบัติวิเศษและวิชาอภินิหารมากมายมาด้วย แต่กระนั้นก็ยังคงรักษาขอบเขตร่างเมฆาวารีเอาไว้

ส่วนกระบี่บินเล่มที่ถูกเชือกห้าสีพันธนาการ อวิ๋นเหมี่ยวรู้สึกร้อนลวกมืออยู่บ้าง คืนไป? เก็บไว้?

เมื่อครู่ที่หนันกวงจ้าวปรากฏตัวก็ไม่ได้ถามคำถามข้อนี้ เวลานี้ในใจอวิ๋นเหมี่ยวกระวนกระวาย รู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียเลย

ถึงอย่างไรหนันกวงจ้าวก็เป็นสหายรักของอาจารย์ ไม่ใช่บรรพจารย์ของหอเซียนจิ่วเจิน

แต่ขอบเขตบินทะยานอำนาจน่าครั่นคร้ามที่เรียกตัวเองว่า ‘นักพรตเนิ่น’ ผู้นั้น สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าใช่ผู้อาวุโสในสำนักของเซียนกระบี่คนนี้หรือไม่

เฉินผิงอันใช้เสียงในใจยิ้มเอ่ย “รอให้การต่อสู้ที่เกาะยวนยางสิ้นสุดลง พวกเราค่อยมาต่อกัน ดังนั้นกระบี่บินเจ้าเก็บไว้ก่อนก็ได้ ไม่อย่างนั้นคืนกระบี่บินมาให้ข้าแล้ว ถึงเวลานั้นเพื่อความยุติธรรม ข้ายังต้องมอบให้เจ้าอีกรอบ แล้วเจ้าก็ต้องเรียกเชือกเส้นนี้ออกมาอีก ยุ่งยากตายเลย อีกอย่างอยู่ในสายตาของคนนอกก็ง่ายที่จะกลายเป็นเรื่องตลกเหมือนพวกเด็กๆ เล่นสนุกกัน”

อวิ๋นเหมี่ยวเคียดแค้นอยู่ในใจ

ครึ่งหนึ่งแค้นคำพูดเหน็บแนมของเซียนกระบี่ผู้นี้ อีกครึ่งหนึ่งแค้นที่หลี่ชิงจู๋ลูกศิษย์ผู้สืบทอดหาเรื่องใส่ตัว เจ้าคนไม่เอาไหน ความสามารถในการทำสำเร็จไม่มากพอ แต่ความสามารถในการทำให้เรื่องแย่มีเหลือล้น!

ดูเหมือนเฉินผิงอันจะมองความคิดของเซียนเหรินผู้นี้ออก จึงยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “อย่าไปโทษพี่ชิงจู๋เลย คานบนไม่ตรงคานล่างยอมเอียง ในบ้านไม่รู้จักสั่งสอนกันให้ดีก็อย่าโทษที่ผู้เยาว์ออกมาหาเรื่องนอกบ้าน รอให้ต้องคอยช่วยเช็ดก้นก็อย่าโทษว่าอาจมกินยาก”

อวิ๋นเหมี่ยวแค่นเสียงในลำคอ

คนผู้นั้นเอ่ยต่ออีกว่า “วางใจเถอะ ขอแค่สุดท้ายแล้วจุดจบของเจ้าอนาถมากพอ คนหลายคนที่มาชมเรื่องสนุกมีแต่จะบอกว่าข้าเป็นคนผิด ไม่มีทางพูดถึงลำดับก่อนหลัง ไม่พูดถึงต้นสายปลายเหตุ ความถูกความผิดอะไรแล้ว”

และการ ‘ดำเนินต่อ’ หลังจากนี้ อันที่จริงก็คือผลลัพธ์ที่เฉินผิงอันต้องการที่สุดพอดี

เฉินผิงอันคุยเล่นกับเซียนเหรินชุดขาวพลางคอยจับตามองการต่อสู้ของเทพเซียนบนเกาะยวนยางไปด้วย

น่าประหลาดใจอย่างมาก

ประหลาดใจที่ขอบเขตบินทะยานคนหนึ่งไม่สมชื่อ ยิ่งประหลาดใจในความสามารถในการสู้รบของ ‘นักพรตเนิ่น’ บางทีหากเทียบกับเฒ่าหูหนวกของกำแพงเมืองปราณกระบี่แล้วก็แทบไม่ต่างกันสักเท่าไร

เพียงไม่นานก็ปรากฏผลแพ้ชนะแล้ว

ไม่ถึงครึ่งก้านธูป ตรง ‘ประตูใหญ่’ น้ำวนแห่งหนึ่ง ผู้เฒ่าชุดเหลืองแสยะปากยิ้ม เรือนกายงองุ้มลงน้อยๆ กำลังค่อยๆ สอดดาบยาวที่มีสายฟ้าตัดสลับกันเล่มหนึ่งกลับเข้าฝักช้าๆ

ฟันไปพร้อมกันทั้งกายธรรมและร่างจริงของหนันกวงจ้าว เวลานี้ขอบเขตบินทะยานผายลมสุนัขที่แม้แต่ชื่อเขาก็ยังไม่รู้ ชุดคลุมอาคมบนร่างถูกกรีดจนเป็นรอยขาดเฉียงๆ รอยหนึ่ง บนร่างจริงเลือดไหลไม่หยุด

ใบหน้าของหนันกวงจ้าวยากจะปกปิดสีหน้าตะลึงพรึงเพริดได้

แม้จะบอกว่าแรกเริ่มเนื่องจากอยู่ใกล้กับศาลบุ๋นจึงถูกมัดมือมัดเท้า ไม่กล้าลงแรงเต็มกำลัง แต่ก็ไม่เคยคิดว่าแค่ไม่ทันระวังตัวเองจะตกเป็นรองอย่างสิ้นเชิงเช่นนี้

นักพรตเนิ่นสอดดาบยาวกลับเข้าฝักได้ครึ่งหนึ่งก็ยิ้มถามว่า “เอาอย่างไร? ข้ามอบบันไดลงให้เจ้าแล้วนะ หากไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้แต่โดยดี ไม่อย่างนั้นพวกเราสองคนก็มาทำสัญญาเป็นตายปากเปล่ากัน?”

สีหน้าของหนันกวงจ้าวเดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่างไม่แน่นอน

ควรจะปิดฉากอย่างไร? หรือว่าจะต้องลงมือต่อสู้อย่างจริงจังครั้งหนึ่งจริงๆ? สู้ก็สู้ไม่ชนะอยู่แล้ว แต่จะให้หน้าม้านกลับภูเขาอ๋าวโถวแบบนี้ก็ไม่สมควรกระมัง?

นักพรตเนิ่นหลุดหัวเราะพรืด “ไม่ต้องลำบากใจแล้ว ไม่ฟันเนื้อเจ้าลงมาสักสองสามจิน ข้าผู้อาวุโสก็ไม่มีหน้าไปพบคุณชายแล้ว”

สำหรับผู้ฝึกตนบนเกาะยวนยางแล้ว ดวงอาทิตย์ใหญ่ที่ลอยอยู่กลางอากาศ จากแรกเริ่มสุดที่เกิดสุริยคราสไปจนถึงสุริยคราสเต็มดวง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น

ฟ้าดินมืดสลัว

ผู้ฝึกลมปราณหลายร้อยคนล้วนอยู่ในฟ้าดินเล็กของผู้เฒ่าชุดเหลืองทั้งหมด

ฝีมือร้ายกาจที่ขโมยฟ้าเปลี่ยนตะวัน

หลี่เป่าผิงพลันเอ่ยอย่างขุ่นเคืองว่า “ไม่ควรจะช่วย ช่วยให้อาจารย์อาน้อยเสียเรื่องแล้ว!”

หัวใจหลี่ไหวบีบรัดตัว

หลี่เป่าผิงเอ่ย “ต้องโทษข้า ไม่ได้เกี่ยวกับเจ้า”

หลี่ไหวร้องอ้อหนึ่งที

เฉินผิงอันใช้เสียงในใจยิ้มเอ่ยกับคนทั้งสอง “ไม่เป็นไร”

……

ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ศาลบุ๋น จิงเซิงซีผิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูเอ่ยประโยคหนึ่งกับอาเหลียง

อาเหลียงจึงหันไปอธิบายให้หลายคนที่อยู่ข้างกายฟัง

จั่วโย่วนั่งตัวตรงอย่างสำรวม สีหน้าเป็นปกติ มองไม่ออกถึงความเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

ฉีถิงจี้ยิ้มเอ่ย “อวิ๋นเหมี่ยว? เจ้าประมุขของหอเซียนจิ่วเจิน หากจำไม่ผิดล่ะก็ เป็นขอบเขตเซียนเหริน ใต้เท้าอิ่นกวานสามารถต่อสู้กับเซียนเหรินได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

จำได้ว่าตอนที่คัดเลือกคนรุ่นเยาว์สิบคนของหลายใต้หล้า ดูเหมือนว่าตอนนั้นเฉินผิงอันจะยังเป็นแค่ผู้ฝึกกระบี่ก่อกำเนิด ผู้ฝึกยุทธขอบเขตยอดเขาเท่านั้น

ลู่จือกล่าว “หล่นหน้าผาเก็บตำราลับวิชายุทธมาได้งั้นหรือ?”

อาเหลียงเอ่ยอย่างสงสัย “พี่หญิงลู่ ท่านพูดจริงจังหรือว่าล้อเล่นกันแน่?”

อาเหลียงหันหน้าไปมองจั่วโย่วที่หลับตาทำสมาธิ “ไม่สนใจจริงๆ หรือ? หากเจ้ารู้สึกว่าเล่นงานเซียนเหรินคนหนึ่งไม่มีความหมาย ข้าจัดการให้เอง”

จั่วโย่วลืมตาขึ้น มองไปยังซ่งจื่อจัวลู่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนนั้น “หอเซียนจิ่วเจินกับราชวงศ์ต้ายงไม่ได้มีขาหนีไปได้สักหน่อย”

ทุกวันนี้หอเซียนจิ่วเจินคือภูเขาใต้อาณัติของสกุลซ่ง

เพิ่มอักษร ‘จื่อ’ ไว้หลังแซ่ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย

นอกจากเฉินผิงอันที่อยู่ริมลำคลองแล้ว อันที่จริงในพันธนาการฟ้าดินเล็กแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับศาลบุ๋น ยังมีเฉินผิงอันอีกคน

บวกกับการประชุมริมลำคลองก็คือร่างหนึ่งแบ่งออกเป็นสาม ร่างจริงของเฉินผิงอันสะพายกระบี่เดินขึ้นภูเขาทัวเยว่ จิตหยินออกจากร่างเดินทางไกล จิตหยางกายนอกกายไปตกปลาริมลำคลองของเกาะยวนยาง

ส่วนเหตุใดหลี่เซิ่งถึงได้ทำเช่นนี้ เฉินผิงอันไม่ได้คิดอะไรมาก

หลังจากที่ผสานมรรคากับกำแพงเมืองปราณกระบี่ เดิมทีเรื่องที่เป็นปกติของเซียนดินประเภทนี้ล้วนได้กลายเป็นความเพ้อฝันไปแล้ว

เฉินผิงอันค้นพบว่าสถานที่แห่งนี้คล้ายคลึงกับ ‘หอแห่งการผลิต’ สามแห่งของกำแพงเมืองปราณกระบี่อยู่บ้าง

ตอนนี้เฉินผิงอันยืนอยู่หน้าประตูของตรอกแห่งหนึ่งที่มีห้องเรียงเป็นแถวยาว ด้านในมีผู้ฝึกลมปราณที่มาจากร้อยสำนักอยู่หลายสิบคน กำลังสร้างหุ่นเชิดกลไกชิ้นหนึ่งอยู่

บนโต๊ะในห้องมีกระดาษวาดภาพเรียงกันเป็นปึกๆ ทุกหนทุกแห่งล้วนมีแต่วัตถุดิบวิเศษแห่งฟ้าดินจำนวนมากวางกองกันไว้

คือการแบ่งงาน การร่วมมือ การสร้าง การหล่อหลอม การทับซ้อน ยันต์ ค่ายกลครั้งหนึ่งของผู้ฝึกลมปราณจากเมธีร้อยสำนัก นกกระจอกแม้ตัวจะเล็กแต่ก็มีอวัยวะครบถ้วน

สงครามครั้งหนึ่งก็หนีไม่พ้นเป็นเรื่องของทรัพยากร เงิน คน ทักษะในการสู้รบ กลยุทธในการรบ ใจคน

หลี่เซิ่งบอกว่าจะทำสงคราม นั่นก็คือกลยุทธ์การศึกที่ใหญ่ที่สุด นอกจากนี้อันที่จริงยังต้องการการทับซ้อนกันของรายละเอียดอีกนับไม่ถ้วนเพื่อช่วยให้ใต้หล้าไพศาลเปลี่ยนจากโอกาสได้เปรียบมาเป็นโอกาสชนะ

ผู้ฝึกตนเฒ่าคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองไปยังเฉินผิงอันที่อยู่หน้าประตู สีหน้าไม่สบอารมณ์ “เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

จำได้ว่าคนหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าคืออิ่นกวานแห่งกำแพงเมืองปราณกระบี่ เพียงแต่ว่าสถานะสูงส่งแล้วอย่างไร ไปประชุมที่ศาลบุ๋น จะยืนจะนั่งจะนอนก็ล้วนไม่มีปัญหา แต่อย่ามาร่วมวงส่งเดชที่นี่

เฉินผิงอันจึงได้แต่เอ่ยว่า “มาดูที่นี่สักหน่อย”

จะให้บอกไปตามตรงว่าถูกหลี่เซิ่งโยนมาไว้ที่นี่ก็คงไม่ได้กระมัง

ผู้ฝึกตนเฒ่าหัวเราะหยัน “เชี่ยวชาญศาสตร์การคำนวณงั้นรึ? เชี่ยวชาญศาสตร์กลไก? หรือว่าเป็นช่างที่มีชื่อเสียงล่ะ?”

คำถามยาวเป็นพรวน

เฉินผิงอันทำเพียงส่ายหน้า จากนั้นก็เอ่ยว่า “ข้าแค่จะมาดู”

สงสัยใคร่รู้อยู่บ้างจริงๆ

ผู้เฒ่าคล้ายได้ฟังเรื่องตลก “ไม่อย่างนั้นเจ้ายังจะทำอะไรได้อีกเล่า?”

เฉินผิงอันพยักหน้ายิ้มรับ “ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่รับรองว่าจะไม่ถ่วงเวลาการทำธุระสำคัญของช่างทั้งหลายเด็ดขาด”

ออกจากบ้านมาอยู่ข้างนอก มีคำเรียกขานสองอย่างที่ต่อให้ไม่เป็นที่ชื่นชอบก็ไม่มีทางทำให้คนรังเกียจแน่นอน

หนึ่งคืออาจารย์ หนึ่งคือช่าง (คำนี้อ่านว่าซือฟู่ ในที่นี้แปลว่าช่าง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคำเรียกนี้สามารถใช้เรียกคนที่ทำอาชีพต่างๆ แทนชื่อได้ ถือเป็นการให้เกียรติ เช่นคนขับรถก็เรียกเป็นซือฟู่ได้)

เจอกับคนที่เหมือนบัณฑิต เรียกอาจารย์ เจอกับคนที่มีฝีมือก็เรียกช่าง

ผู้เฒ่าคงจะรู้สึกว่าไม่ควรยื่นมือไปตบหน้าคนที่ยิ้มให้ ในเมื่อเจ้าเด็กนี่รู้กาลเทศะ ก็ไม่ควรจะผลักไสอีกฝ่ายต่อ

เฉินผิงอันเคยชินกับเรื่องนี้อย่างมาก จึงไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย

หลังจากเดินข้ามธรณีประตูไปเบาๆ แล้ว เอาสองมือสอดไว้ในชายแขนเสื้อ เพียงไม่นานก็หยุดเดิน มองประเมินทุกอย่างในห้องอย่างละเอียด

เฉินผิงอันชอบบรรยากาศในนี้ เพราะว่ามีความรู้สึกคุ้นเคยที่หายไปนาน ราวกับได้กลับคืนไปยังเตาเผามังกรตอนที่ยังเป็นเด็กหนุ่ม ทุกคนทำงานในหน้าที่ของตัวเองไปเงียบๆ คำพูดทุกอย่างที่สมควรพูดล้วนอยู่บนมือหมดแล้ว

เหมือนคฤหาสน์หลบร้อนแห่งหนึ่ง ไม่แน่เสมอไปว่าจะยินดีต้อนรับเซียนกระบี่ใหญ่บางท่านที่มาเยี่ยมเยือน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขอบเขตและเวทกระบี่ของผู้ฝึกกระบี่ว่าสูงหรือต่ำ ก็แค่ว่าแต่ละคนมีด้านที่เก่งไม่เหมือนกัน

ในเรือนชุนฟาน เยี่ยนหมิง น่าหลันไฉ่ฮ่วน เหวยเหวินหลง ทุกวันยุ่งวุ่นวายอยู่กับการคิดบัญชี ส่วนพี่ใหญ่ของคฤหาสน์หลบร้อนอย่างเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ เหตุใดตอนอยู่ที่นั่นโต๊ะของเขาถึงติดกับประตูใหญ่? แน่นอนว่าเพราะต้องเป็นเทพทวารบาลทุกวันให้พอเป็นพิธีเท่านั้น หมี่อวี้ใจกว้าง แต่ละวันยังจิบเหล้าอึกเล็กๆ พลิกเปิดตำราเบ็ดเตล็ดทั้งหลาย ผ่อนคลายสบายอารมณ์ ฆ่าเวลาไปอย่างนั้น

ความถนัดทุกอย่าง อันที่จริงล้วนเป็นฟ้าดินเล็กแห่งหนึ่ง

อาจารย์ผู้เฒ่าที่เผาเครื่องปั้นในเตาเผามังกรต้องไม่มีเงินเหมือนอย่างพวกคนแซ่ใหญ่ที่อยู่บนถนนฝูลู่ หรือตรอกเถาเย่แน่นอน แต่ตระกูลคนมีเงินในเมืองเล็ก หากต้องการซื้อเครื่องกระเบื้อง จะต้องไปเลือก ‘สินค้าไม่ได้มาตรฐาน’ ที่เตาเผาเท่านั้น ถ้าอย่างนั้นก็อย่าได้มีมาดของคนมีเงินเด็ดขาด จงเอาสุราดีหลายๆ กาไปด้วยเสียดีๆ เมื่อพบหน้ากัน วางเหล้าลง เปิดปากพูด แล้วยังต้องคอยเติมคำว่าช่างหน้าแซ่ทุกครั้งที่พูดคุยด้วย

เฉินผิงอันยืนอยู่ที่เดิม ทำตัวเป็นคนไม้ไปเงียบๆ ประมาณหนึ่งก้านธูปที่ไม่เอ่ยอะไรสักคำ จากนั้นก็จากไปอย่างเงียบเชียบ

ผู้ฝึกตนเฒ่าเหลือบตามองไปทางประตู รู้สึกว่าอิ่นกวานหนุ่มผู้นี้นับว่ายังเคารพกฎระเบียบอยู่บ้าง

ในสถานที่อีกแห่งหนึ่ง เฉินผิงอันสังเกตเห็นว่ากลุ่มคนในห้องคล้ายจะเชี่ยวชาญวิชาการโต้แย้ง

สถานที่อีกแห่งหนึ่ง บนกำแพงมีภาพแผนที่ภูมิศาสตร์หลายภาพแขวนไว้ ผู้ฝึกลมปราณกำลังเทียบกับบันทึกในเอกสารลับของศาลบุ๋นแล้ววาดภาพออกมาอย่างตั้งใจ เป็นการวิเคราะห์พื้นที่ชัยภูมิขุนเขาสายน้ำของเปลี่ยวร้างลงบนกระดาษ

สถานที่อีกแห่งหนึ่งเฉินผิงอันหยุดอยู่ค่อนข้างนาน ผู้ฝึกตนในห้องนิสัยดีกันมาก แม้ว่าจะไม่เหมือนบรรพจารย์ที่เป็นช่างก่อนหน้านี้ที่จำได้ว่าเฉินผิงอันคืออิ่นกวาน แต่ก็ยังมีรอยยิ้มส่งมาให้

ที่แท้ก็เป็นสำนักจี้หราน เป็นสำนักที่แยกออกมาจากสำนักการค้า มาตั้งเป็นสายของตัวเอง กำลังคิดคำนวณเรื่องการชำระบัญชีของเรือข้ามทวีปทั้งหลาย

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 794.3 ซิ่วหู่อย่างมาก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved