cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 785.1 การประชุม

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 785.1 การประชุม
Prev
Next

ซิ่วไฉเฒ่าหันหน้าไปบ่นเจ้าโง่สองคนนั้น “มัวยืนบื้ออยู่ทำไม ยังไม่รีบมาพบศิษย์น้องเล็กของพวกเจ้าอีก!”

ซิ่วไฉเฒ่ายังคงจับแขนของลูกศิษย์คนสุดท้ายเอาไว้ ตัดใจปล่อยมือไม่ลง

จั่วโย่วกับหลิวสือลิ่วเดินเร็วๆ ไปหยุดอยู่ข้างกายอาจารย์

หลิวสือลิ่วยิ้มบางๆ พลางผงกศีรษะให้ศิษย์น้องเล็ก ในที่สุดก็ได้พบหน้ากันเสียที

เฉินผิงอันรีบประสานมือคารวะทันใด “คารวะศิษย์พี่จวินเชี่ยน”

ศิษย์พี่ที่เพิ่งจะได้พบหน้ากันเป็นครั้งแรก ตอนที่อยู่บนภูเขาลั่วพั่วได้ช่วยหาเงินเหรียญทองแดงแก่นทองมาให้ก้อนใหญ่

จั่วโย่วตีหน้าเคร่งพูดว่า “ความสามารถไม่น้อยเลยนี่”

เฉินผิงอันยืดตัวขึ้นแล้วก็เหลือบมองอาจารย์

ซิ่วไฉเฒ่ากระโดดตบป้าบเข้าที่หัวของจั่วโย่ว “เจ้าเป็นศิษย์พี่ พูดจาแบบนี้กับศิษย์น้องเล็กได้อย่างไร รู้จักพูดจาเหน็บแนมเสียแล้ว ใครเป็นคนสอนเจ้ากัน หา?!”

จั่วโย่วไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ลังเลอยู่ชั่วขณะก็เอ่ยว่า “ครึ่งหนึ่งเป็นคำพูดจากใจจริง”

ซิ่วไฉเฒ่าสังเกตเห็นว่าดูคล้ายลูกศิษย์คนสุดท้ายของตนจะยังน้อยเนื้อต่ำใจ จึงรีบหันไปโวยวายใส่จั่วโย่วทันที “อีกครึ่งหนึ่งล่ะ ถูกเจ้ากินไปแล้วหรือ แน่จริงก็คายออกมาสิ! พูดมาสิ อาจารย์จะต้องทวงความยุติธรรมให้แน่ จะไม่ลำเอียงเข้าข้างใครเด็ดขาด…”

จั่วโย่วจึงได้แต่ฝืนใจพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็เป็นความจริงทั้งหมด”

หลิวสือลิ่วยึดมั่นในหลักการข้อหนึ่ง มองไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า

จั่วโย่วและเฉินผิงอันศิษย์พี่ศิษย์น้องสองคนนี้ หากตีกันจริงๆ ตนค่อยเกลี้ยกล่อมก็ยังไม่สาย

ไม่ว่าใครก็ไม่อาจจินตนาการได้ว่าอันที่จริงสายของเหวินเซิ่ง ในบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลาย คนที่นิสัยดีที่สุด คือจั่วโย่ว

ดังนั้นคนที่โดนตีโดนด่ามากที่สุด จึงเป็นจั่วโย่วมาโดยตลอด

แน่นอนว่ายามที่ไม่อยู่กับอาจารย์ จั่วโย่วไม่มีทางโดนตีไม่เอาคืน โดนด่าไม่โต้กลับก็เท่านั้น

อยู่ในสำนักเดียวกัน ยังพอจะมีข้อดีอยู่บ้างเล็กน้อย ขอแค่มาจากสายเหวินเซิ่ง จั่วโย่วที่หลังจากฝึกกระบี่ก็คือจั่วโย่วอีกคนหนึ่งโดยสิ้นเชิง ไม่เคยเสียเปรียบมาก่อน

ลูกศิษย์ผู้สืบทอดในสำนักของฝูลู่อวี๋เสวียน ผู้สูงศักดิ์หวงจื่อในจวนเทียนซือภูเขามังกรพยัคฆ์ ลูกศิษย์ผู้สืบทอดของหานเชี่ยวเซ่อแห่งนครจักรพรรดิขาว ต่างก็มีตัวอ่อนเซียนกระบี่ที่โชคไม่ดีกันทั้งสิ้น

เฉินผิงอันประสานมือคารวะ “คารวะศิษย์พี่จั่ว”

จั่วโย่วขมวดคิ้วน้อยๆ เพียงแต่เห็นแก่หน้าของอาจารย์ จึงไม่ถือสาเฉินผิงอัน

อาจารย์และลูกศิษย์ คนทั้งสี่นั่งลง

เฉินผิงอันมองสถานการณ์หมากบนกระดาน “อาจารย์ต้องชี้แนะศิษย์พี่ทั้งสองมาก่อนแน่นอน”

ซิ่วไฉเฒ่าหัวเราะปากกว้างจนหุบไม่ลง ดูสินี่ อะไรที่เรียกว่าเห็นเพียงเล็กน้อยก็อนุมานไปได้กว้างไกล อะไรคือลูกศิษย์ผู้เป็นที่ภาคภูมิใจ ก็คือแบบนี้นั่นเอง!

จั่วโย่วไม่รู้ว่าโทสะผุดมาจากไหน

อยู่ดีๆ หลิวสือลิ่วก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าต้นกำเนิดขนบธรรมเนียมของภูเขาลั่วพั่วมาจากที่ใด

ประหลาดยิ่งนัก หากว่ากันตามจริงอาจารย์ก็ไม่ค่อยได้ถ่ายทอดความรู้ให้ศิษย์น้องเล็กกับตัวเองสักเท่าไร ช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายได้อยู่ร่วมกันนั้นสั้นมาก เหตุใดศิษย์น้องเล็กถึงเป็นครามที่เกิดจากต้นครามแต่สีเข้มกว่าต้นครามได้นะ?

เวลานี้ดูเหมือนว่าในสายตาของซิ่วไฉเฒ่าจะมีเพียงเฉินผิงอันคนเดียวเท่านั้น “อาจารย์อยู่ที่นี่ได้แต่คาดเดาอย่างร้อนรนไปวันๆ ปลีกตัวไปไม่ได้ ไม่อาจไปหาเจ้าได้จริงๆ”

เฉินผิงอันลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะอีกครั้ง

ซิ่วไฉเฒ่าถอนหายใจ ลุกขึ้นยืน ตบแขนของเฉินผิงอันเบาๆ เอ่ยเสียงเบาว่า “อย่าทำแบบนี้ ไม่อย่างนั้นอาจารย์จะรู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิมแล้ว นั่งลงคุยกัน เร็วเข้า”

หลิวสือลิ่วเหลือบมองจั่วโย่ว สีหน้าดีขึ้นเล็กน้อยจริงดังคาด

หลิวสือลิ่วขยับเส้นสายตามองไปทางคนหนุ่มที่สวมชุดเขียวสะพายกระบี่ เห็นอีกฝ่ายนั่งอกตั้งหลังตรงอย่างสำรวม สองมือกำเป็นหมัดแน่น วางหมัดไว้บนหัวเข่า

ดวงตาคู่นั้นที่ทำให้คนจดจำได้อย่างลึกซึ้งใสกระจ่างเจิดจ้า คล้ายกับน้ำในลำธารบนภูเขาลั่วพั่วที่ไหลริน ไม่มีที่ใดที่จะไปไม่ถึง

ซิ่วไฉเฒ่าเอ่ย “จั่วโย่ว จวินเชี่ยน ไหนลองเล่าเรื่องของพวกเจ้าสิ อย่ารอให้ศิษย์น้องเล็กต้องถามพวกเจ้า”

หลิวสือลิ่วเล่าสภาพการณ์ที่พบเจอหลังหวนกลับมายังใต้หล้าไพศาลให้ฟังคร่าวๆ บอกว่าเขาไปที่ภูเขาลั่วพั่ว ถามหมัดต่อฟ้า หลังจากนั้นก็ลงใต้ไปยังนครมังกรเฒ่า แล้วจึงไปใบถงทวีป รับลูกศิษย์ผู้สืบทอดคนหนึ่งจากพื้นที่มงคล สุดท้ายจึงไปเยือนใต้หล้าเปลี่ยวร้างมารอบหนึ่ง ไปถึงกำแพงเมืองปราณกระบี่ก็ได้เจอกับศิษย์พี่จั่วโย่วพอดี เลยมาที่ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางด้วยกัน

เวลาประมาณครึ่งก้านธูป เฉินผิงอันเงี่ยหูตั้งใจฟัง ระหว่างนั้นก็ถามสองเรื่องอย่างละเอียด หอสยบปีศาจของใบถงทวีป รวมไปถึงลูกศิษย์ใหญ่เปิดภูเขาของศิษย์พี่จวินเชี่ยน

พอมาถึงจั่วโย่ว เขากลับไม่พูดอะไรมาก เอ่ยแค่ประโยคเดียวว่า “หลังออกไปจากใต้หล้าไพศาล ก็ไปเข่นฆ่ากับคนอื่นอยู่ที่ฟ้านอกฟ้า แต่ก็ยังไม่ตาย”

เฉินผิงอันถามเสียงเบา “ทุกวันนี้เซียวสวิ้นอยู่ที่ไหน?”

จั่วโย่วกล่าว “ถูกฟันไปยังใต้หล้ามืดสลัวแล้ว”

เฉินผิงอันไร้คำพูดตอบโต้

เซียวสวิ้นอดีตอิ่นกวานของกำแพงเมืองปราณกระบี่ผู้นั้นคือขอบเขตสิบสี่ แล้วยังเป็นผู้ฝึกกระบี่

ต่อให้เป็นขอบเขตสิบสี่ของเซียวสวิ้นที่ไม่ได้ผสานมรรคากับคนสามัคคีอย่างที่ผู้ฝึกกระบี่แสวงหา นั่นก็ยังเป็นขอบเขตสิบสี่ของแท้แน่นอน

และความร้ายกาจของผู้ฝึกตนขอบเขตสิบสี่ เฉินผิงอันก็เพิ่งจะได้สัมผัสมาจากเรือราตรีลำนั้น

เมื่อออกมาจากปากของศิษย์พี่จั่วโย่ว การจับคู่เข่นฆ่ากับผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตสิบสี่คนหนึ่ง ก็ดูเหมือนจะเป็นแค่เรื่องของการแลกกระบี่กัน ต่างคนต่างฟัน ฟันจนใครสักคนตายก็เท่านั้น…

เฉินผิงอันรู้สึกเสียใจภายหลังขึ้นมา เพราะจำขั้นตอนการฝึกกระบี่ที่กำแพงเมืองปราณกระบี่ในปีนั้นขึ้นมาได้

จั่วโย่วเอ่ย “เฉาฉิงหล่างตั้งใจศึกษาหาวิชาความรู้ ความคิดจิตใจใสสะอาด เผยเฉียนตั้งใจฝึกวรยุทธ ไม่สิ้นเปลืองพรสวรรค์อย่างเสียเปล่า ทั้งสองคนต่างก็เคารพครูบาอาจารย์อย่างมาก ลูกศิษย์สองคนที่เจ้ารับมาต่างก็ไม่เลว”

ความนัยในคำพูดก็คือ อาจารย์ของนักเรียน อาจารย์พ่อของลูกศิษย์ กลับไม่แน่เสมอไปว่าจะ ‘ไม่เลว’?

เฉินผิงอันหยิบเหล้าออกมาหลายกา ยื่นส่งให้กับอาจารย์และพวกศิษย์พี่คนละกา

ซิ่วไฉเฒ่าแกะผนึกดินออก สองมือจับประคองกาเหล้า แหงนหน้ากระดกดื่มคำเล็กๆ ยิ้มตาหยี พยักหน้าเบาๆ เพียงแค่จิบเหล้าคำเล็กๆ ผู้เฒ่าก็เมามายเคลิบเคลิ้มแล้ว

อายุน้อยชอบศึกษาเล่าเรียน สดใสเหมือนพระอาทิตย์ที่เพิ่งลอยขึ้นมา วัยหนุ่มชอบศึกษาเล่าเรียน เหมือนตะวันแรงกล้ายามเที่ยงวัน วิญญูชนเล่าเรียนเหมือนจักจั่นลอกคราบที่จะพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

วัยแก่ชอบเล่าเรียน สว่างไสวเหมือนแสงเทียน วิญญูชนไม่กังวลถึงร่างกายที่เสื่อมถอย แต่วิญญูชนเป็นกังวลเพราะปณิธานที่ถดถอย

ลูกศิษย์สามคนที่อยู่ตรงหน้าต่างก็ทำให้อาจารย์รู้สึกเพียงว่าความรู้ของตัวเองตื้นเขิน ไม่มีอะไรจะสอนได้แล้ว

ถึงขั้นที่ว่าแต่ละคนล้วนดีเกินไป แม้แต่อาจารย์จะกำชับให้พวกเขาดูแลตัวเองให้ดีก็ยังเกินความจำเป็นอย่างเห็นได้ชัด

สายบุ๋นสายหนึ่งขณะที่กำลังจะเสื่อมถอย คนที่ถูกวัฒนธรรมนี้หล่อหลอม ต้องเจ็บปวดอย่างมากแน่นอน

เวทกระบี่ของจั่วโย่วนั้นสูง ความสามารถก็สูง แต่กลับมีขีดจำกัดอยู่ที่นิสัยใจคอของตัวเอง

อันที่จริงความรู้ของจวินเชี่ยนก็ไม่เลว นิสัยก็ดี เหมาะแก่การถ่ายทอดความรู้ไขข้อข้องใจ แต่ถึงอย่างไรก็ถูกจำกัดด้วยสถานะของคนต่างเผ่า

ถึงท้ายที่สุด ภาระบางอย่างจึงหล่นลงบนบ่าของเฉินผิงอันที่อายุน้อยที่สุด

เฉินผิงอันพลันเอ่ยว่า “ครั้งก่อนหลังจากที่อาจารย์จากไป ศิษย์พี่จั่วไม่เคยพาสหายไปอุดหนุนกิจการที่ร้านเหล้าเลย”

ไหแตกแล้วก็ขว้างให้แหลกเสียเลย มีอาจารย์อยู่ ใครต้องกลัวใครกันแน่

จั่วโย่วหน้าดำทะมึน

หลิวสือลิ่วยกนิ้วโป้งให้ศิษย์น้องเล็ก

ซิ่วไฉเฒ่าพูดขึ้นว่า “จั่วโย่วอ่า”

จั่วโย่วรีบพูดทันใด “ศิษย์ลืมไป”

ซิ่วไฉเฒ่าถามอีกว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าลืมด้วยหรือไม่ว่าตัวเองยังมีศิษย์น้องเล็กอยู่อีกคนน่ะ?”

จั่วโย่วเงียบงันไม่พูดจา

ซิ่วไฉเฒ่าเอ่ย “หากอาจารย์จำไม่ผิดล่ะก็ ตอนที่ศิษย์น้องเล็กของเจ้าอยู่ที่กำแพงเมืองปราณกระบี่ มีแค่ศิษย์พี่เช่นเจ้าเท่านั้นที่สามารถพึ่งพาได้ ต่างก็พูดกันว่าเป็นศิษย์พี่คนหนึ่งเท่ากับเป็นผู้อาวุโสครึ่งตัว ดูท่าคำพูดของอาจารย์จะไม่ได้ผลเสียแล้ว”

จั่วโย่วจึงได้แต่เอ่ยว่า “เคยสอนเวทกระบี่ให้ศิษย์น้องเล็กแล้ว เรื่องของการศึกษาหาความรู้ ข้าเองก็เคยถามถึง”

ซิ่วไฉเฒ่ากล่าว “ฟังจากน้ำเสียงแล้วเหมือนจะได้รับความอยุติธรรมมากเลยนะ”

จั่วโย่วส่ายหน้า “ไม่เลย เป็นศิษย์พี่ นี่เป็นหน้าที่อยู่แล้ว”

จั่วโย่วที่ชั่วชีวิตนี้ไม่เคยชอบดื่มเหล้าถึงกับเริ่มดื่มเหล้า

เฉินผิงอันเอ่ย “อาจารย์ ได้ยินมาว่าที่ใบถงทวีปมีแม่นางคนหนึ่งชื่ออวี๋ซิน ดูเหมือนว่าจะมีความสัมพันธ์ดีเยี่ยมกับศิษย์พี่ แม่นางคนนี้มีความรับผิดชอบอย่างมาก ปีนั้นยอมเสี่ยงอันตรายใหญ่หลวง แต่ก็ต้องส่งกระบี่บินแจ้งข่าวไปยังศาลบรรพจารย์ของสำนักกุยหยกให้จงได้”

ซิ่วไฉเฒ่าค่อยๆ คลี่ยิ้ม “รู้แล้ว รู้แล้ว อาจารย์เคยเจอกับนาง เป็นแม่นางที่ดีคนหนึ่ง ดีจริงๆ แค่มองก็รู้แล้วว่าเป็นสตรีที่จิตใจดีงาม ศิษย์พี่จั่วที่เป็นตอไม้ทึ่มทื่อของเจ้า ยังไม่แน่เสมอไปว่าจะคู่ควรกับนางหรอกนะ”

จั่วโย่วกล่าว “ไม่คู่ควรสิดี”

ในเมื่อไม่กล้าเถียงอาจารย์ก็ได้แต่ถอยมาเลือกอันดับรองแทน

เฉินผิงอันกำลังจะเปิดปากพูด จั่วโย่วกลับเหล่ตามองมาก่อนแล้ว

เฉินผิงอันจึงได้แต่หุบปาก ไม่ปักบุปผาลงบนผ้าแพรแล้ว

ซิ่วไฉเฒ่าหิ้วกาเหล้าไว้ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ยิ้มเอ่ย “อาจารย์มีธุระเล็กน้อยต้องไปทำก่อน พวกเจ้าสามคนคุยกันไปเถอะ”

ตอนที่พวกลูกศิษย์ยังไม่มา ผู้เฒ่าก็จะบ่นว่าทำไมศาลบุ๋นต้องรีบร้อนจัดงานประชุมขนาดนั้น ยืดเวลาไปอีกสักสองสามวันจะเป็นไรไป รอกระทั่งลูกศิษย์สามคนต่างก็มาถึงสวนกงเต๋อแล้ว ผู้เฒ่าก็เริ่มบ่นอีกว่าเรื่องใหญ่อย่างการประชุมนี้จะรีบร้อนไปไย ใช้เวลาเตรียมการอีกสักหลายๆ วันย่อมต้องดีกว่า

ส่วนซิ่วไฉเฒ่าจะไปทำธุระอะไร แน่นอนว่าจะต้องไปพูดคุยเรื่องความในใจกับพวกสหายเก่าแก่ทั้งหลายน่ะสิ

พูดคุยว่าคุณสมบัติด้านการฝึกกระบี่ของลูกศิษย์จั่วโย่วธรรมดา นี่อยู่นอกฟ้าก็ยังไม่อาจสังหารผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตสิบสี่คนนั้นได้ไม่ใช่หรือ? เจ้าโง่ใหญ่ออกหมัดไปบนม่านฟ้าของแจกันสมบัติทวีป แค่ฝนโปรยๆ ไม่มีอะไรให้พูดมาก แน่นอนว่าจะต้องถามตาแก่พวกนั้นด้วยว่า พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้ใครมาเยือนสวนกงเต๋อ ยังคลายตราผนึกเยอะกว่าฝูลู่อวี๋เสวียนที่หวนกลับมาศาลบุ๋นหนึ่งชั้นด้วยนะ? ถือโอกาสถามด้วยว่าปีนี้ทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางคือปีอะไร จากนั้นลองเอามาคิดเป็นชื่อปีของต้าหลีแจกันสมบัติทวีป ถึงจะรู้ว่าวันนี้ลูกศิษย์คนสุดท้ายของข้าอายุเท่าไรแล้ว…

คนทั้งสามลุกขึ้นยืนตามผู้เฒ่า

จั่วโย่วเอ่ยเสียงเบา “อาจารย์”

ซิ่วไฉเฒ่าถามอย่างกังขา “มีอะไรหรือ?”

จั่วโย่วไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงแค่รู้สึกละอายใจและเสียใจเท่านั้น

ซิ่วไฉเฒ่าหัวเราะฮ่าๆ ผู้เฒ่าร่างเล็กเตี้ยเขย่งปลายเท้าจัดคอเสื้อให้กับลูกศิษย์คนนี้ เอ่ยปลอบใจว่า “อาจารย์ก็เป็นแค่อาจารย์สอนหนังสือคนหนึ่ง ไม่ใช่คนที่เอะอะก็จะร้องให้ตีร้องให้ฆ่าแกงกันสักหน่อย ขอบเขตตบะ ความสามารถในการต่อสู้อะไรนั่นก็เรียกว่าเป็นเรื่องเป็นราวได้ด้วยหรือ? ไม่ผ่านการทดสอบด้วยความยากลำบากก็ยากจะรู้ได้ว่าคนผู้หนึ่งใช่วิญญูชนที่แท้จริงหรือไม่”

จั่วโย่วพยักหน้า

ซิ่วไฉเฒ่าพลันเอ่ยเรียก “จวินเชี่ยนอ่า”

หลิวสือลิ่วรีบเอ่ยอย่างนอบน้อมทันที “ศิษย์อยู่นี่ขอรับ”

ซิ่วไฉเฒ่ามองเจ้าโง่ใหญ่ผู้นี้แล้วส่ายหน้า ทอดถอนใจไม่หยุด

หลิวสือลิ่วสงสัย “อาจารย์?”

ซิ่วไฉเฒ่าชี้ไปที่จั่วโย่วและเฉินผิงอัน พูดด้วยน้ำเสียงรวดร้าวปานจะขาดใจ “จวินเชี่ยนอ่า เจ้าลองดูเจ้าสิ ไม่ต้องพูดถึงศิษย์น้องเล็กของเจ้าแล้ว ต่อให้เป็นจั่วโย่ว ก็ยังมีสตรีหลายคนชื่นชอบเขา เพียงแต่ว่าเขาไม่ชอบคนอื่นก็เท่านั้น แล้วเจ้าล่ะ หา? มันเรื่องอะไรกัน ละอายใจหรือไม่ ลำบากใจบ้างหรือไม่?”

หลิวสือลิ่วเกาหัว

จั่วโย่วหัวเราะร่า เอ่ยว่า “หากจะพูดถึงวาสนากับสตรี เมื่อเทียบกับศิษย์น้อง ข้าด้อยกว่าเยอะเลย ปีนั้นตอนอยู่ที่กำแพงเมืองปราณกระบี่ก็มีสตรีหลายคนตั้งใจไปร้านเหล้าของเขา หากเรื่องแบบนี้ก็แบ่งขอบเขตด้วยล่ะก็ ข้ากับจวินเชี่ยนก็ต้องเป็นผู้ฝึกตนห้าขอบเขตล่างที่คุณสมบัติแย่มาก ศิษย์น้องเล็กเป็นขอบเขตบินทะยานไปตั้งนานแล้ว ขาดก็แค่ไม่ได้ผสานมรรคากับขอบเขตสิบสี่เท่านั้นกระมัง”

หลิวสือลิ่วเอ่ยอย่างกระจ่างแจ้งในฉับพลัน “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง มิน่าเล่า มิน่าเล่า”

เฉินผิงอันยังคงยิ้มบางๆ อยู่เหมือนเดิม

“พวกเจ้าสองคนจะไปเข้าใจกับผายลมอะไร”

ซิ่วไฉเฒ่าตบชายแขนเสื้อของลูกศิษย์คนสุดท้าย พูดด้วยใบหน้าชื่นชม “ยืนหยัดได้มั่นคงท่ามกลางมวลบุปผาวุ่นวาย นั่นต่างหากถึงจะเป็นวีรบุรุษ เป็นผู้กล้าที่แท้จริง”

เฉินผิงอันเอ่ยอย่างอ่อนใจ “ไม่ได้เกินจริงอย่างที่อาจารย์พูดเสียหน่อย”

ซิ่วไฉเฒ่าเอ่ย “ใช่สิ ทำไมจะไม่ใช่ล่ะ!”

เฉินผิงอันพูดยืนกราน “ไม่ใช่จริงๆ”

ซิ่วไฉเฒ่าลูบหนวดยิ้ม “ดีๆๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่”

หลิวสือลิ่วมองศิษย์น้องเล็กแวบหนึ่ง

มักมีความรู้สึกเหมือนภาพลวงตาว่าบนร่างของคนคนหนึ่งมีลักษณะของคนสองคนอยู่

จั่วโย่วและหลิวสือลิ่วสองคนที่เป็นศิษย์พี่รู้ใจกัน จึงหันมาสบตากันแล้วต่างฝ่ายก็ต่างพยักหน้าเบาๆ

ศิษย์น้องเล็กคนนี้ ในเมื่อสามารถทำให้อาจารย์พอใจได้ถึงเพียงนั้น ถ้าอย่างนั้นไม่ว่าจะฝึกหมัดหรือฝึกกระบี่ก็ล้วนไม่อาจเกียจคร้านได้แล้ว

ซิ่วไฉเฒ่าเดินอาดๆ จากไป ชายแขนเสื้อสองข้างสะบัดราวกับบิน

เทพใหญ่ภูเขาสุ้ยซาน ไปคุยกับเจ้าโง่ใหญ่นั่นดีกว่า จะต้องคุยกันให้ดีๆ เลยล่ะ

จวี้จื่อรุ่นที่สี่ของสำนักโม่ ดูเหมือนว่าจะมาถึงแล้วเหมือนกัน

อาจารย์ผู้เฒ่าต่งที่ไม่มียศ รวมไปถึงตาเฒ่าฝูที่ไม่มีตำแหน่งฐานะ พวกเจ้าสองคนจะมัวยุ่งวุ่นวายอยู่กับอะไรส่งเดช พวกเราต้องพูดคุยกันให้ดีๆ สักหน่อย

อวี๋เสวียน

ซิ่วไฉเฒ่ารู้สึกว่าก็ควรจะไปเยี่ยมเยียนสักรอบ จะเสียมารยาทไม่ได้

ถึงอย่างไรตนก็เป็นพี่ใหญ่ของสวนกงเต๋อแห่งนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ควรจะแสดงมิตรภาพของเจ้าบ้านเสียหน่อย

ส่วนจะพูดคุยกันอย่างไร ร่างคำพูดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว กับเจ้าโง่ใหญ่ของภูเขาสุ้ยซานจะคุยเรื่องของเด็กหนุ่มที่ปีนั้นส่งกระบี่ผ่าพันธนาการของภูเขาสุ้ยซานอย่างง่ายดาย เรื่องนี้เจ้าก็เห็นกับตาไม่ใช่หรือ?

โต้เรื่องความรู้ของสายสำนักโม่ ยอดเยี่ยมมาก แต่น่าเสียดายที่ลูกศิษย์คนสุดท้ายของข้าคนนั้นเป็นลูกศิษย์ปิดประตูของสายเหวินเซิ่งพวกเราแล้ว ไม่อย่างนั้นคิดจะเป็นจวี้จื่อรุ่นที่ห้าของสำนักโม่พวกเจ้า ไม่กล้าพูดประโยคว่ามากพอเหลือแหล่ แต่หากพูดว่าพอจะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูไถ กลับไม่เกินไปแม้แต่น้อย แน่นอนว่าหากสามารถควบตำแหน่งจวี้จื่อไปพร้อมๆ กันด้วย ข้าซิ่วไฉเฒ่าใจกว้างถึงเพียงใด ย่อมไม่ถือสาอยู่แล้ว ทางฝั่งของศาลบุ๋นก็พูดคุยได้ง่ายเลย ข้ากับตาเฒ่าและหลี่เซิ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างไร เจ้าไม่รู้หรือ?

ส่วนตาเฒ่าอวี๋ก็ยิ่งมีเรื่องให้คุยแล้ว

แม่นางน้อยของเกราะทองทวีปที่อายุไม่ถึงสามสิบก็เป็นผู้ฝึกยุทธขอบเขตเก้าแล้ว ชื่อว่าเจิ้งเฉียนใช่ไหม?

บังเอิญนัก คือศิษย์หลานของข้าเอง! ฮ่าๆ ยิ่งบังเอิญก็คือคนหนุ่มที่สามารถเปิดตราผนึกของศาลบุ๋นติดต่อกันได้หลายชั้นผู้นั้นก็คืออาจารย์ของเจิ้งเฉียน ลูกศิษย์คนสุดท้ายของข้าเอง

ผู้เฒ่าหันกลับไปมองแวบหนึ่ง

จั่วโย่ว จวินเชี่ยน เฉินผิงอัน

ผู้เฒ่าภูมิใจในตัวเองอย่างมาก เพียงแต่ว่าไม่นานก็หันกลับมา ราวกับว่าไม่กล้ามองไปมากกว่านี้

ผู้เฒ่ารู้สึกเจ็บปวดใจอยู่บ้าง เหตุใดพวกเขาถึงต้องกลายมาเป็นลูกศิษย์ของตนนะ

……

เรือหอเรือนสามชั้นลำหนึ่งแล่นอยู่บนผิวลำคลอง เมื่อเทียบกับเรือข้ามฟากตระกูลเซียนของท่าเรือเวิ่นจินพวกนั้นแล้ว เรือหอเรือนนี้ไม่สะดุดตา อีกทั้งความเร็วยังไม่มาก เห็นได้ชัดว่าเจ้าของเรือคำนวณเวลาในการไปเข้าร่วมงานประชุมที่ศาลบุ๋นไว้อย่างแม่นยำ ไม่ค่อยเหมือนกับพวกฉินจ่าว เหยียนเก๋อที่ไม่มีเรื่องใหญ่กับผายลมอะไร แต่กลับดันไปขอกินเปล่าดื่มเปล่าอยู่ที่นั่นเสียแต่เนิ่นๆ

ม้าสามตัวเดินเลียบตลิ่งไปช้าๆ อาเหลียงมองเห็นเรือข้ามฟากที่ล่องไปตามลำคลองตามกฎเกณฑ์ บวกกับกลิ่นอายคุ้นเคยขุมนั้น ในใจก็พลันกระจ่างแจ้ง จับประคองงอบ บิดก้นหนึ่งทีก็ลุกขึ้นมายืนบนหลังม้า ตะเบ็งเสียงดังลั่น “พี่ติง พี่ติง! ทางนี้ ทางนี้!”

เรือหอเรือนลำนั้นขยับเข้ามาใกล้ทางฝั่งเล็กน้อย เพียงไม่นานตรงหัวเรือก็มีเทพเซียนหลายสิบคนปรากฏตัว อันที่จริงมีคนบางส่วนไม่ยินดีจะเผยโฉม คิดไม่ถึงว่าเส้นสายตาของชายฉกรรจ์สวมงอบจะกวาดผ่านมา ไล่มองสหายเก่าทุกคนจนครบถ้วนไม่มีใครตกหล่น จึงได้แต่เรียกพรรคพวกมา หวังว่าหากมีทุกข์จะร่วมกันต้าน พากันเดินออกมาจากห้องในเรือด้วยกัน

คนที่อยู่ตรงกลางคล้ายดวงเดือนที่ถูกดวงดาวห้อมล้อมคือชายฉกรรจ์ร่างเตี้ยม่อต้อคนหนึ่ง รูปโฉมไม่น่าตกตะลึง ทว่าข้างกายกลับมีสาวใช้ที่งามเพริศพริ้งสองคนยืนอยู่ แม้จะประทินโฉมบางเบา แต่กลับงามล่มบ้านล่มเมือง

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 785.1 การประชุม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved