cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 783.3 อริยะปราชญ์ผู้กล้าแห่งใต้หล้า

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 783.3 อริยะปราชญ์ผู้กล้าแห่งใต้หล้า
Prev
Next

“เห็นดีในตัวเฉินผิงอันขนาดนี้เลยหรือ?”

“ข้าแค่เห็นดีในตัวอู๋ซวงเจี้ยงทุกคน”

อู๋ซวงเจี้ยงพลันหัวเราะ คล้ายนึกถึงเรื่องสนุกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

ป๋ายลั่วสงสัยเล็กน้อย

“คือผู้อำนวยการใหญ่ของสถานศึกษาที่เชิญตัวจางเถียวเสีย ถ้าอย่างนั้นเจ้าคิดว่าใครเป็นคนเชิญเฉินผิงอัน?”

“หนึ่งหลักสองรอง หนึ่งในสามเจ้าลัทธิศาลบุ๋นงั้นหรือ? หรือว่าจะเป็นอาจารย์ต่งที่มีความสัมพันธ์ดีเยี่ยมที่สุดกับเหวินเซิ่ง?”

อู๋ซวงเจี้ยงส่ายหน้า ไม่ได้ให้คำตอบ

ผู้ฝึกตนใหญ่ขอบเขตสิบสี่ท่านนี้ขี่ปลาอ๋าวเดินทางไกลไประหว่างฟ้าดิน

สิ่งที่เขามองเห็นก็คือสิ่งที่คู่รักในใจจะได้เห็นในอนาคต

อู๋ซวงเจี้ยงเอาสองมือไพล่หลังแล้วเริ่มหลับตาทำสมาธิ ในใจยิ้มเอ่ยประโยคหนึ่งว่า

ธรรมะสูงหนึ่งฉื่อ อธรรมสูงหนึ่งจั้ง (หรือหากแปลตรงตัวก็คือเต๋าสูงหนึ่งฉื่อ มารสูงหนึ่งจั้ง)

……

อุตรกุรุทวีป ยอดเขาพาตี้

ในที่สุดจางซานเฟิงก็เลื่อนขั้นเป็นขอบเขตชมมหาสมุทรได้สำเร็จ กำลังจะฝ่าทะลุขอบเขตออกจากด่าน

นักพรตหนุ่มผู้นี้ยังต้องการเวลาอีกสองสามชั่วยามเพื่อทำให้ขอบเขตมั่นคง

อาจารย์ของเขาที่พิทักษ์มรรคาให้เขาอยู่นอกถ้ำจวนเซียนพึมพำเสียงเบาว่า “วิชามังกรจำศีลวิชาหนึ่ง อันดับแรกใจหลับก่อน แล้วค่อยตาหลับ จากนั้นจึงเป็นวิญญาณหลับ การนอนหลับก็คือการกลับสู่รากใหญ่ การทำสมาธิคือการกลับสู่รากเล็ก ระหว่างที่หายใจนั่งสมาธิสามารถรวบรวมดวงจิตให้กลายเป็นเมล็ดงาหนึ่งเมล็ด ก็คือการกลับสู่รากบน นี่ก็คือสรรพสิ่งที่มีมากมายหลายหลาก ต่างก็ต้องกลับคืนสู่รากฐานต้นกำเนิดเดิมของตัวเอง…”

ฮว่อหลงเจินเหรินขอบเขตบินทะยานขั้นสูงสุดคนหนึ่ง ป๋ายอวิ๋น เถาซานสองสาย หยวนจื่อเตี้ยนแห่งยอดเขาจื่อเสวียน ศิษย์พี่ทั้งหลายเหล่านี้ รวมไปถึงเจ้ายอดเขาคนใหม่ของสายไท่เสีย ต่างก็พิทักษ์มรรคาให้กับผู้ฝึกตนขอบเขตถ้ำสถิตคนหนึ่งอยู่นอกถ้ำ…

พวกเขาเอาโต๊ะใหญ่ตัวหนึ่งมาตั้งวางไว้นานแล้ว บนโต๊ะมีสุรา มีกับแกล้ม มีผลไม้สดตระกูลเซียนถาดใหญ่ รอคอยข่าวดีอยู่ตรงนี้อย่างสงบ

ศิษย์พี่สายเถาซานพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ศิษย์น้องเล็กฝ่าขอบเขตได้ไม่ธรรมดา ไม่สามัญเลยจริงๆ ภาพบรรยากาศมากมายนับพันหมื่น น่าชื่นชม น่ายินดี”

แต่ในความเป็นจริงแล้วการฝ่าทะลุขอบเขตของจางซานเฟิงไม่มีภาพบรรยากาศใดๆ ให้พูดถึงเลย มีเพียงแค่ความลุ่มๆ ดอนๆ ก่อนจะเลื่อนเป็นขอบเขตชมมหาสมุทรเท่านั้น

เจินเหรินผู้เฒ่าลูบหนวดยิ้ม “ถึงอย่างไรความองอาจหล่อเหลาของศิษย์น้องเล็กเจ้าก็เหนือกว่าเฉินผิงอันไประดับหนึ่ง นี่ไม่มีอะไรให้ต้องปฏิเสธ”

ศิษย์พี่สายป๋ายอวิ๋นบ่นว่า “อาจารย์ เรื่องจริงที่เห็นกันได้ชัดเจนเช่นนี้ พูดออกมาจากปากก็ไม่มีความหมายอะไรแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดหรอก”

เดิมทีหยวนหลิงเตี้ยนคิดอยากจะพูดคล้อยตามอาจารย์สักสองสามคำ แต่กลับถูกศิษย์พี่ชิงพูดตัดหน้าไปก่อน มาลองคิดอีกทีก็รู้สึกว่ายังคงเป็นคำพูดประโยคนี้ของศิษย์พี่ที่แสดงให้เห็นว่าตบะสูงยิ่งกว่า

เจินเหรินผู้เฒ่าพยักหน้ารับเบาๆ “ก็จริงนะ”

“ศิษย์น้องเล็กที่อยู่บนเส้นทางการฝึกตนสามารถลงหลักปักฐานอย่างมั่นคง ต่อสู้ได้อย่างมั่นคง จิตแห่งมรรคาใสกระจ่างมาโดยตลอด นี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ”

เจินเหรินผู้เฒ่าได้ยินแล้วก็พยักหน้าพร้อมยิ้มบางๆ

หยวนหลิงเตี้ยนอยากจะพูดว่าเป็นเพราะอาจารย์สอนได้ดี

คิดไม่ถึงว่าจะมีศิษย์พี่เอ่ยขึ้นมาอีกประโยคว่า “อันที่จริงความสามารถที่ใหญ่ที่สุดของศิษย์น้องเล็กยังคงเป็นสายตาในการเลือกอาจารย์ อาจารย์ โปรดอภัยที่ศิษย์พูดจาไม่เคารพ แล้วก็เป็นเพราะว่าอาจารย์โชคดีถึงได้รับซานเฟิงมาเป็นลูกศิษย์ได้”

หยวนหลิงเตี้ยนหมดคำจะกล่าวทันใด

เจินเหรินผู้เฒ่าเอ่ยอย่างสะท้อนใจ “มีอะไรก็พูดอย่างนั้นเถอะ เพราะเป็นเช่นนี้จริง”

เจ้าหมอนั่นหยิบจอกเหล้าที่ว่างเปล่าขึ้นมา “ล่วงเกินอาจารย์แล้ว ศิษย์ต้องดื่มลงโทษตัวเองหนึ่งจอก”

เจินเหรินผู้เฒ่าผลักเหล้าชิงเสินกาหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าตัวเองออกไป “จอกเดียวไม่พอ ลงโทษตัวเองสามจอก”

หยวนหลิงเตี้ยนจึงคล้ายคนนอกที่มาร่วมวงเพื่อให้ครบจำนวนคนเท่านั้น ไม่มีโอกาสได้เปิดปากพูดแม้แต่น้อย

มารดามันเถอะ หากรู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก ตอนอยู่บนภูเขาลั่วพั่วก็คงต้องถ่อมตัวขอความรู้จากเฉินผิงอันมาสักหน่อยแล้ว

บนภูเขาลั่วพั่ว ขนบธรรมเนียมไม่เป็นรองยอดเขาพาตี้เลยแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เจ้าขุนเขาไปจนถึงนักเรียนถึงลูกศิษย์ แล้วก็ไปจนถึงผู้ถวายงาน เค่อชิง แต่ละคนพูดเก่งไม่แพ้กัน

ฮว่อหลงเจินเหรินพลันลุกขึ้นยืน เอ่ยว่า “ต้องรีบไปเยือนศาลบุ๋นแล้ว ครั้งนี้คงไม่พาซานเฟิงไปด้วยแล้ว คนสนิทมีเยอะเกินไป ง่ายที่จะเผยพิรุธ พวกเจ้าจำไว้ว่าต้องปกป้องเขาให้ดี”

ทุกคนพากันลุกขึ้นตาม ก้มหัวคารวะตามขนบลัทธิเต๋าส่งอาจารย์เดินทางไกลไปยังแผ่นดินกลาง

ฮว่อหลงเจินเหรินเหล่ตามองหยวนหลิงเตี้ยนที่ทำตัวเหมือนคนใบ้ “หมายถึงเจ้านั่นแหละ!”

หยวนหลิงเตี้ยนอับจนคำพูด

ร่างของฮว่อหลงเจินเหรินเปล่งวูบหนึ่งทีก็ข้ามทวีปเดินทางไกล ช่วยไม่ได้ ภูเขายากจน ซื้อเรือข้ามฟากข้ามทวีปไม่ไหว ก็เลยได้แต่อาศัยตบะน้อยนิดแค่นี้แล้ว

ทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง จวนอริยะแห่งหนึ่ง

ทายาทรุ่นหลังสายหนึ่งของอริยะได้พักอยู่ที่นี่สืบต่อกันมาหลายรุ่น

จวนหย่าเซิ่งแห่งนี้กินอาณาบริเวณหนึ่งร้อยแปดสิบกว่าไร่ มีห้องสี่ร้อยกว่าห้อง

ที่พักสร้างขึ้นติดกับศาล ด้านข้างจวนก็คือศาลหย่าเซิ่งที่ควันธูปโชติช่วง

ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งทะยานลมมาพลิ้วกายลงหน้าประตูเมืองที่ตั้งของจวน แล้วเลือกเดินเท้าต่อไป

ผู้ดูแลเฒ่าคนหนึ่งของจวนมารออยู่ล่างบันไดจวนนานมากแล้ว พอเห็นชายฉกรรจ์คนนั้นก็รีบเดินเร็วๆ ก้าวไปหา

คนทั้งสองเดินเข้าไปในบ้านด้วยกัน ประตูบานใหญ่ทาสีน้ำมันสีดำขอบแดง ฝังเลื่อมรูปปั้นซวนหนี (หรือพญาสิงห์ สัตว์ในตำนานจีน เป็นบุตรตัวที่ห้าในบรรดาเก้าบุตรของมังกร) เหนือประตูบานใหญ่แขวนกรอบป้ายพื้นสีฟ้าตัวอักษรสีทองคำว่า ‘จวนหย่าเซิ่ง’

เขียนด้วยลายมือของหลี่เซิ่ง

อ้อมผ่านกำแพงบังตาสีขาวหิมะไป ประตูชั้นที่สองก็คือประตูอี๋เหมิน สองข้างประตูมีภาพเทพทวารบาลสีสันสดใสแปะอยู่ฝั่งละสองภาพ ล้วนมีความสูงเท่าตัวคน คือสี่ในสิบปราชญ์ของศาลบู๊ผู้มีคุณูปการไร้ข้อด่างพร้อย

ชายฉกรรจ์ที่ค่อนข้างเงียบขรึมเดินเข้ามาจากประตูเย่เหมินพร้อมกับพ่อบ้านผู้เฒ่า เดินผ่านภาพแขวนของหย่าเซิ่งภาพหนึ่ง ด้านข้างสองฝั่งเป็นคำกลอนคู่ ‘หลักแห่งการควบคุมการเปลี่ยนแปลงของสวรรค์คือหยินและหยาง หลักแห่งการวางตัวเป็นคนคือจิตเมตตาและคุณธรรม’

กลางลานบ้านขนาดใหญ่มีต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้าอยู่ต้นหนึ่ง พุ่มใบเขียวชอุ่ม และยังมีแท่นสี่เหลี่ยมโล่งกว้างสูงกว่าลานบ้านอยู่แห่งหนึ่ง สองด้านมีตานฉือ (พื้นที่ว่างโล่งที่ตั้งอยู่ตรงกลางขั้นบันไดแดงที่ทอดไปสู่ตำหนักใหญ่ พื้นที่ว่างนี้มักจะแกะสลักเป็นรูปมงคล) ที่ตั้งวางเสาหินขุยหลงและอิฐเขียวสลักรูปบุปผาเป็นกำแพงล้อมป้องกันเอาไว้ ตรงหัวมุมฝั่งตะวันออกเฉียงใต้มีนาฬิกาแดด ตรงมุมตะวันตกเฉียงใต้มีเครื่องชั่งเจียเลี่ยง ตรงกลางคือห้องโถงใหญ่ห้าเสา แล้วก็เป็น ‘ห้องโถงใหญ่’ ของจวนหย่าเซิ่งด้วย กรอบป้ายที่แขวนหน้าโถงคือ ‘กฎระเบียบเจ็ดบท’ ตัวอักษรสีทองขอบเป็นลายมังกร แน่นอนว่ายังมีกลอนคำขวัญอยู่ด้วย

ด้านหลังโถงรองคือโถงสาม เป็นสถานที่ ‘รวมตัว’ ยามที่หย่าเซิ่งจัดการกิจธุระภายในตระกูล

ชายฉกรรจ์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย แหงนหน้ามองกลอนคู่บทนั้น การที่เขาหยุดเท้ายืนอยู่ที่นี่ไม่ใช่เพราะถูกใจคำขวัญนี้มากที่สุดจากในบรรดากลอนคู่หลายสิบบทของจวน แต่เป็นเพราะตั้งแต่เล็กจนโต นอกจากศาลบรรพชนของตระกูลแล้ว ก็เป็นที่แห่งนี้ที่เขาถูกลงโทษมากที่สุด เนื้อความในคำขวัญบทล่างก็คือ ชื่อเสียงของตระกูลยังคงเป็นการอ่านตำรา

ขยับถัดต่อไปจากนั้นก็คือเรือนพักฝ่ายในของจวนอริยะแห่งนี้แล้ว ดังนั้นฝั่งขวาของประตูใหญ่บานนี้จึงมีหินน้ำไหลเผยให้เห็นด้านนอกกำแพง เพราะว่าเหล่าสตรีของตระกูลที่พักอยู่เรือนฝ่ายใน ยามที่ต้องใช้น้ำมักจะต้องให้คนตักน้ำเอาน้ำเทราดหินน้ำไหลจากตรงจุดนี้ และอีกฝั่งหนึ่งก็จะมีสาวใช้มาคอยรับน้ำไป

ชายฉกรรจ์ที่นามว่า ‘อาเหลียง’ เลื่องลือระบือไกลไปหลายใต้หล้ายิ่งกว่าชื่อจริงของตัวเองผู้นี้ตบแขนพ่อบ้านผู้เฒ่า ยิ้มพูดคุยกับอีกฝ่ายสองสามประโยคก็เดินก้าวเข้าไปด้านในเพียงลำพัง

ระหว่างที่เดินมาเหล่าลูกหลานเด็กรุ่นหลังของจวนหย่าเซิ่งที่พบเห็นชายฉกรรจ์ผู้นี้จะต้องหยุดเดินทันที แล้วประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม อาเหลียงเองก็ประสานมือคารวะกลับไปทุกคน บ้างก็สอบถาม บ้างก็ให้กำลังใจสองสามประโยค ยกตัวอย่างเช่นถามว่าศึกษาหาความรู้ไปถึงไหนแล้ว

อาเหลียงเข้าไปในเรือนชั้นใน ไม่ได้ไปยังที่พัก แต่เดินผ่านระเบียงตรงไปยังสวนดอกไม้ที่อยู่ด้านหลังสุด มีพุ่มดอกไม้ที่เรียกภาษาบ้านๆ ว่าข้าวต้าม่าย (ข้าวบาร์เลย์) สุก แต่แท้จริงแล้วมันมีชื่อที่ไพเราะอย่างมาก ฉัตรทอง

เคยมีเด็กคนหนึ่ง หนังสือก็อ่าน แต่ชอบฝึกกระบี่มากกว่า มักจะมาถามกระบี่กับกิ่งไม้และพุ่มฉัตรทองอยู่ที่นี่

ปีนั้นไม่ว่าใครก็คิดไม่ถึงว่าจวนอริยะที่กฎระเบียบเข้มงวดที่สุดแห่งนี้ ในกาลข้างหน้าจะมีมือกระบี่คนหนึ่งชื่ออาเหลียงที่ออกจากบ้านเดินทางไกลอยู่ตลอด ไม่ค่อยชอบกลับบ้านเท่าใดนัก

อาเหลียงนั่งอยู่บนขั้นบันไดของสวนดอกไม้ ห่างไปไม่ไกลก็คือโรงเรียนของตระกูล ถ้อยคำของอริยะดังขึ้นๆ ลงๆ อยู่ที่นั่นปีแล้วปีเล่า มีทั้งเสียงท่องตำรา มีทั้งการถามตอบ มีทั้งการโต้แย้ง

คนนอกยากจะจินตนาการได้ว่าทุกครั้งที่กลับมาถึงบ้าน อาเหลียงจะมีท่าทางจริงจังเช่นนี้

บางทีคงมีเพียงได้เห็นกับตาจริงๆ เท่านั้นถึงจะค้นพบด้วยความตื่นตะลึงว่า เจ้าคนที่ไม่ว่าไปที่ไหนก็ล้วนเป็นเจ้าชาติสุนัขผู้นี้ แท้จริงแล้วคือบุตรชายสายตรงของหย่าเซิ่ง คือบัณฑิตที่สมชื่อจริงแท้แน่นอน

ไม่มีใครรู้ว่าทำไมอาเหลียงถึงได้ไปสนิทสนมคลุกคลีอยู่กับสายเหวินเซิ่ง

แล้วเหตุใดถึงได้กลายเป็นผู้ฝึกกระบี่ที่ชอบเรียกตัวเองว่ามือกระบี่ ทำไมถึงได้ชอบพเนจรร่อนเร่อยู่ในยุทธภพ ทำไมถึงไปเยือนกำแพงเมืองปราณกระบี่ ไปเยือนใต้หล้ามืดสลัว

อาเหลียงเอามือตบเข่าสองข้างเบาๆ คลอเพลงในลำคอ

เตรียมจะไปเปลี่ยนมาสวมชุดลัทธิขงจื๊อเพื่อไปหาคนสนิทสนมคุ้นเคยที่ศาลบุ๋นแผ่นดินกลาง

มีสหายอยู่ทั่วทั้งใต้หล้าก็ดีอยู่อย่าง ดื่มเหล้าไม่ต้องจ่ายเงิน

นอกประตูใหญ่ของจวนหย่าเซิ่ง ลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊ออายุน้อยคนหนึ่งที่ท่าทางเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ข้างกายมีผู้เฒ่าชุดเหลืองที่ตรงเอวห้อยหยกที่ศาลบุ๋นเป็นผู้มอบให้ติดตามมาด้วย

ก็คือหลี่ไหวและผู้ติดตาม ทุกวันนี้ผู้เฒ่าเปลี่ยนฉายาใหม่อีกแล้ว ชื่อว่านักพรตเนิ่น

หลี่ไหวมองประตูใหญ่ของจวนหย่าเซิ่งที่เปี่ยมไปด้วยพลานุภาพน่าเกรงขามอยู่ไกลๆ แล้วกลืนน้ำลาย ไม่ค่อยกล้าขยับเข้าใกล้เท่าใดนัก จะให้เขาไปเคาะประตูก็ยิ่งไม่มีความกล้านี้

รู้สึกเสียใจภายหลังเล็กน้อย หากรู้อย่างนี้แต่แรกคงไปศาลบุ๋นแผ่นดินกลางพร้อมกับเฒ่าตาบอดอาจารย์เกินครึ่งตัวไปแล้ว ไม่อย่างนั้นขอแค่ได้พบเจอหลี่เป่าผิงและอาจารย์เหมา ไม่ว่าอะไรก็พูดง่ายไปหมด

นักพรตเนิ่นที่มีขอบเขตบินทะยานตื่นเต้นยิ่งกว่าหลี่ไหวเสียอีก ถามเสียงเบาว่า “คุณชาย ข้ารู้สึกนะว่าอาเหลียงผู้นั้นต้องไม่อยู่บ้านแน่นอน”

เจ้าชาติสุนัขนั่นไม่อยู่บ้านสิถึงจะดี

จะได้ไม่ต้องถูกคิดบัญชีย้อนหลังอย่างไรล่ะ

หลี่ไหวสะพายหีบหนังสือไม้ไผ่ ในมือถือไม้เท้าเดินป่า ถามหยั่งเชิงว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ตรงไปรอที่ศาลบุ๋นเลยดีไหม?”

นักพรตเนิ่น (เนิ่นแปลว่าอ่อนนุ่ม หน่ออ่อน) ที่อายุจริงๆ ไม่น้อยแล้ว ถูมือพยักหน้า “แบบนั้นแหละดี”

คาดไม่ถึงว่าตรงหน้าประตูใหญ่จะมีชายฉกรรจ์คนหนึ่งสวมชุดลัทธิขงจื๊อก้าวเร็วๆ เดินออกมา เจ้าสันดานสุนัขถึงกับมีสภาพเป็นผู้เป็นคนบ้างแล้ว

ชายฉกรรจ์เห็นหลี่ไหวและขอบเขตบินทะยานตัวนั้นแล้วก็พูดกลั้วหัวเราะเสียงดัง “โอ้โห นี่มันนายท่านใหญ่หลี่ของพวกเราไม่ใช่หรือ ไม่เห็นจะหล่อเหมือนตอนเด็กเลย เวลานั้นดีจะตายไป เซ่อซ่าดี”

หลี่ไหวโบกมือทักทาย

อาเหลียงเดินอยู่บนถนนใหญ่ หลี่ไหวก้าวยาวๆ เดินไปหา จู่ๆ ก็พลันยื่นไม้เท้าเดินป่าส่งให้นักพรตเนิ่นที่เดินตามมาด้านหลังด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง

แทบจะเวลาเดียวกันนั้น อยู่ห่างกันอีกประมาณห้าหกก้าว หลี่ไหวกับอาเหลียงก็หยุดฝีเท้า

ทั้งสองฝ่ายตั้งท่าหมัด จากนั้นคนทั้งสองก็เริ่มเดินวนเป็นวงกลม อาเหลียงกระโดดผลุงหนึ่งที ปล่อยหมัดซ้ายสลับฝ่ามือขวาไปเบื้องหน้า หลี่ไหวกระโดดหนึ่งที บิดเอว สีหน้าเคร่งขรึม หมัดสูงอย่าได้ปล่อยออกมา

ทำเอานักพรตเนิ่นที่เห็นอยู่เกือบจะขุดรูแทรกหนีลงไป คนสองคนที่สมองมีรูนี้ เอาเป็นว่าข้าผู้อาวุโสไม่รู้จักเลยสักคน

คนทั้งสองตวาดเบาๆ หนึ่งที ขณะเดียวกันก็ซอยเท้าก้าวเล็กๆ ไปเบื้องหน้า แล้วเริ่มประมือกัน เจ้าส่งมาข้าโต้กลับ

ความเคลื่อนไหวเชื่องช้ายิ่ง แต่กลับมีพลังอำนาจของหมัดพุ่งดุจสายฟ้า พละกำลังสามารถผ่าอิฐแตก

นักพรตเนิ่นทนรับไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงหมุนตัวหันไปมองร้านค้าร้านหนึ่งที่อยู่ข้างถนนแทน

คนทั้งสองพลันโถมตัวกอดกัน

หลี่ไหวหัวเราะร่าเสียงดัง “พี่อาเหลียง!”

อาเหลียงเองก็พูดกลั้วหัวเราะดังลั่น “น้องหลี่ไหว!”

ต่างคนต่างถอยหลังไปหนึ่งก้าว อาเหลียงกดเสียงต่ำถามว่า “ตอนนี้จะเป็นพี่เขยของเจ้า ยังได้อยู่ไหม?”

หลี่ป๋ายเหลือกตามองบน “ไม่ได้แล้ว พี่สาวข้าออกเรือนแล้ว แต่งให้กับบัณฑิตคนหนึ่ง ตัวสูงกว่าเจ้าด้วย”

อาเหลียงเอ่ยอย่างขุ่นเคือง “เจ้าก็ไม่รู้จักขัดขวางพี่สาวเจ้ารึ?! ปล่อยให้พี่สาวของเจ้าพลาดบุรุษแสนดีที่เป็นคู่สร้างคู่สมไปทั้งอย่างนี้รึ?!”

หลี่ไหวหัวเราะหึหึ “อาเหลียง ดูเหมือนว่าเจ้าจะเตี้ยลงอีกแล้วนะ”

อาเหลียงลูบหัว ทอดถอนใจหนึ่งที

หลี่ไหวเอ่ย “ช่วยไม่ได้ เจ้าสามารถกลับบ้านไปอีกรอบแล้วยัดปุยฝ้ายใส่ไว้ในรองเท้าให้หนาๆ หน่อย”

อาเหลียงดวงตาเป็นประกายวาบ “น้องหลี่ไหว ฉลาดจริง!”

อาเหลียงรู้สึกว่าเรื่องนี้สามารถทำได้ จึงอารมณ์ดีโดยพลัน จากนั้นหันไปมองนักพรตเนิ่นที่ทำท่าทางขลาดๆ ใบหน้าของเขาพลันเต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนยินดี ลูบปากอย่างแรง “โอ้โห นี่มันพี่เถาถิงไม่ใช่หรือ”

บินทะยานตัวนั้นรู้สึกว่าตัวเองแย่แล้ว

หลี่ไหวเจ้าเด็กนี่ยังพอมีมโนธรรมในใจอยู่บ้าง แต่เจ้าอาเหลียงชาติสุนัขตรงหน้าผู้นี้กลับเป็นคนที่กินหม้อไฟเนื้อหมาได้จริงๆ

ราชวงศ์ต้าตวน บนหัวกำแพงเมืองแห่งหนึ่งของเมืองหลวง

บุรุษผู้หนึ่งสวมชุดคลุมมังกร เส้นผมทั้งศีรษะเป็นสีขาวโพลน

ข้างกายมีสตรีที่เรือนกายสูงมาก ตรงเอวห้อยกระบี่ยาวฝักไม้ไผ่ยืนอยู่

เทพีแห่งการต่อสู้ เผยเปย

และยังมีคนหนุ่มชุดขาวอีกคนหนึ่ง เฉาสือ

เผยเปยมีลูกศิษย์ผู้สืบทอดทั้งสิ้นสี่คน ดังนั้นนอกจากศิษย์พี่ใหญ่ที่เป็นคอขวดขอบเขตยอดเขาแล้ว เฉาสือจึงยังมีศิษย์พี่หญิงอีกสองคน พวกนางต่างก็อายุไม่มาก แค่ห้าสิบกว่าปีเท่านั้น แต่ก็กลายเป็นขอบเขตเดินทางไกลกันแล้ว พื้นฐานล้วนไม่เลว เลื่อนเป็นขอบเขตยอดเขาได้อย่างไม่มีปัญหา

อีกทั้งคำว่า ‘ไม่เลว’ ที่คล้ายจะเป็นคำวิพากษ์วิจารณ์ทั่วไปนี้ก็แค่เปรียบเทียบกับศิษย์น้องอย่างเฉาสือเท่านั้น

โชคชะตาบู๊ของราชวงศ์ต้าตวนน่าตะลึงมากจริงๆ

หากใช้คำกล่าวบนภูเขาของทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางก็คือ ราชวงศ์ต้าตวนแห่งนี้คงจะเปิดร้านขายโชคชะตาบู๊กระมัง

ส่วนฮ่องเต้ที่ปีนั้นออกเดินทางไกลไปเยือนภูเขาห้อยหัวกับเผยเปยก็ได้กลายเป็นผู้เฒ่าแก่หง่อมคนหนึ่งไปแล้ว

เขามองเผยเปยแล้วเอ่ยเย้ยหยันตัวเอง “แม่นางเผยมองดูแล้วยังคงเป็นแม่นางเผยของปีนั้น แต่ข้าที่แท้จริงแล้วเด็กกว่าเจ้าหลายปีกลับแก่แล้ว แก่ถึงเพียงนี้แล้ว”

เผยเปยคลี่ยิ้ม

เขาเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นข้าคงไม่ถ่วงเวลาเจ้ากับเฉาสือที่จะไปประชุมในศาลบุ๋นแล้ว”

เผยเปยพยักหน้ารับ

เขาพลันเอ่ยว่า “ชั่วชีวิตนี้ยังไม่เคยได้จับมือแม่นางเผยเลยนะ”

เฉาสือเดินหลบฉากไปเงียบๆ

เผยเปยตบแขนของผู้เฒ่า เอ่ยว่า “ดีใจมากที่ได้พบเจอฝ่าบาท”

ผู้เฒ่ายกมือขึ้นตบหลังมือของสตรี ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “รู้แล้ว”

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 783.3 อริยะปราชญ์ผู้กล้าแห่งใต้หล้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved