cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 769.3 ระงับความตกใจ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 769.3 ระงับความตกใจ
Prev
Next

โอสถทองผู้เฒ่าจากยอดเขาป๋าอวิ๋นโมโหจนผุดลุกขึ้นยืน ทั้งยังตั้งท่าเตรียมจะออกไปจากศาลบรรพจารย์ก่อน

ขณะเดียวกันผู้ฝึกกระบี่เฒ่าหลายคนที่เคยไปเยือนสนามรบของนครมังกรเฒ่าก็ล้วนมีท่าทีไม่ต่างกัน ขอแค่ทางฝั่งของยอดเขาป๋าอวิ๋นออกไปจากศาลบรรพจารย์ พวกเขาก็เลือกจะออกไปพร้อมกันด้วย

การประชุมในศาลบรรพจารย์ยอดเขาอีเสี้ยนมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ เห็นกันบ่อยจนชินชาแล้ว

จู๋หวงขมวดคิ้วน้อยๆ ครั้งนี้ไม่ได้ปล่อยให้เซียนกระบี่โอสถทองคนนั้นจากไป เอ่ยเสียงเบาว่า “การประชุมในศาลบรรพจารย์จะออกไปก่อนโดยพลการได้อย่างไร”

โอสถทองผู้เฒ่านั่งกลับลงไปอีกครั้ง สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งที ตั้งใจไว้แล้วว่าจะแสร้งทำเป็นหูหนวกเป็นใบ้

หยวนเจินเย่ผู้ถวายงานพิทักษ์ภูเขายกสองแขนกอดอก ข่มกลั้นเอาไว้ไม่หาวออกมา ยังคงน่าเบื่อเช่นนี้เสมอ

จู๋หวงขยับเส้นสายตา โน้มร่างไปข้างหน้าเล็กน้อย ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “บรรพจารย์หยวนมีกลยุทธ์ดีใดหรือ?”

เผชิญหน้ากับผู้ถวายงานพิทักษ์ภูเขาตนนี้ ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนคอขวดขอบเขตก่อกำเนิดและยิ่งเป็นเจ้าสำนักอย่างจู๋หวง ก็ยังวางตัวนอบน้อมระมัดระวัง

วานรเฒ่าชุดขาวกระตุกมุมปาก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน “ตีเหล็กยังต้องให้ตัวเองแข็ง (เปรียบเปรยว่าจะทำอะไรตัวเองต้องมีความสามารถในการทำเช่นนั้นก่อน) รอให้เจ้าสำนักเลื่อนเป็นห้าขอบเขตบนเมื่อไหร่ ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปได้เอง ถึงเวลานั้นหลังจากที่ข้าเอ่ยแสดงความยินดีกับเจ้าสำนักแล้วจะเดินทางไปเยือนทางเข้าที่ลำน้ำใหญ่ไหลลงสู่มหาสมุทรก็แล้วกัน”

จู๋หวงหัวเราะเสียงดังลั่นก้องกังวาน กุมหมัดเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนบรรพจารย์หยวนแล้ว”

ในศาลบรรพจารย์ แม้แต่เซี่ยหย่วนชุ่ยก็ยังกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาในชั่วพริบตา พากันหันไปมองเจ้าสำนักที่คอขวดยากจะฝ่าทะลุจนเป็นเหตุให้เขามักจะพร่ำบ่นเสมอว่าตัวเองไม่มีหวังกับห้าขอบเขตบน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรพบุรุษตระกูลเถาและผู้คุมกฎเยี่ยนฉู่ที่รับหน้าที่เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่รีบหันมาสบตากันอย่างที่ยากจะสังเกตเห็นทันที

มีเพียงหยวนป๋ายที่ทำหน้าที่เป็นเทพทวารบาลที่กลับกลายเป็นว่าหันหน้ามองไปนอกประตู

จู๋หวงไม่ยินดีจะพูดถึงเรื่องการปิดด่านฝ่าทะลุขอบเขตของตนมากนัก จึงเปลี่ยนหัวข้อพูดคุย หันไปผงกศีรษะให้เถียนหว่านที่ได้เลื่อนขั้นเป็นคนสนิท สตรีรีบหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมาทันใด ลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า “สำนักเจริญรุ่งเรือง ในสมุดได้บันทึกรายละเอียดของตัวอ่อนเซียนกระบี่ไว้สิบหกคน เก้าคนในนั้นอายุยังน้อย จึงยังไม่ได้กราบอาจารย์ วันนี้บรรพจารย์เจ้ายอดเขาแต่ละท่านสามารถมาลองเลือกดูได้”

คำว่าตัวอ่อนเซียนกระบี่ แน่นอนว่าต้องหมายถึงผู้ฝึกกระบี่รุ่นเยาว์ที่มีหวังจะได้กลายเป็นโอสถทอง

หลักๆ แล้วมาจากราชวงศ์จูอิ๋ง หากพบตัวก็จะถูกส่งมาที่ภูเขาตะวันเที่ยงทันที นอกจากนี้ก็เป็นอาณาเขตทางทิศใต้ของแจกันสมบัติทวีปที่ขุนเขาสายน้ำพังทลาย ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้เซียนกระบี่แทบทุกคนของภูเขาตะวันเที่ยงล้วนต้องลงจากภูเขาไปตามหาตัวอ่อนเซียนกระบี่มาให้ทางสำนักโดยเฉพาะ ถ้าถอยมาเลือกลำดับรอง หากเจอกับวัตถุดิบชั้นเยี่ยมในการฝึกตนบนภูเขาก็ไม่อาจพลาดได้เช่นเดียวกัน ส่วนทางฝั่งของใบถงทวีปก็มีเรื่องไม่คาดฝันที่น่ายินดี เพราะเจอตัวอ่อนผู้ฝึกกระบี่อายุน้อยสองคน

ขอแค่สามารถกลายเป็นผู้ฝึกกระบี่ได้ก็คือเรื่องน่ายินดีใหญ่เทียมฟ้าแล้ว เพราะขอแค่เป็นผู้ฝึกกระบี่ ฝึกตนอยู่ในสำนักก็ล้วนสามารถเพิ่มโชคชะตาบนวิถีกระบี่ให้กับภูเขาตะวันเที่ยงได้หนึ่งส่วน

ดังนั้นจู๋หวงเจ้าสำนักของทุกวันนี้ต้องไม่มีความรู้สึกปลงอนิจจังที่ว่า ‘ขอแค่เว่ยจิ้นมาเยือนภูเขาตะวันเที่ยงของข้าก็ยินดีถอยให้ปราชญ์ผู้ปรีชา’ อีกต่อไปแล้ว

หนึ่งเพราะคอขวดของตัวเขาเองเริ่มคลายออก คว้าจับโอกาสบนมหามรรคาได้เสี้ยวหนึ่ง มีหวังที่จะได้ฝ่าทะลุขอบเขต นอกจากนี้ภูเขาตะวันเที่ยงในทุกวันนี้ ในฐานะสำนักที่เลื่อนขั้นใหม่ของแจกันสมบัติทวีป มีครบถ้วนทั้งฟ้าดอำนวยดินอวยพรคนสามัคคี บางทีไม่ถึงร้อยปีก็อาจมีหวังว่าจะงัดข้อกับสำนักโองการเทพ ช่วงชิงตำแหน่งราชาบนภูเขาของหนึ่งทวีปมาครอบครองดูได้

จะไม่ให้คนฮึกเหิมห้าวหาญได้อย่างไร ดังนั้นหลายปีมานี้จู๋หวงจึงดูเหมือนหนุ่มขึ้นอีกร้อยกว่าปีทันใด

จู๋หวงพลันถามว่า “ทางฝั่งของหลงโจวต้าหลี โดยเฉพาะที่ท่าเรือภูเขาหนิวเจี่ยวแห่งนั้น ดูเหมือนว่าจะมีความเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติเกิดขึ้น?”

สกุลสวี่นครลมเย็นซื้อเตาเผามังกรแห่งหนึ่งจากตระกูลหม่าตรอกซิ่งฮวา นอกจากนี้ในอำเภอไหวหวง ภูเขาตะวันเที่ยงก็มีความสัมพันธ์ควันธูปอย่างลับๆ อยู่กับถนนฝูลวี่และตรอกเถาเย่

เพียงแต่ว่าตลอดหลายปีมานี้ไม่เคยได้รับรายงานข่าวที่มีประโยชน์ใดๆ เลย ภูเขาพีอวิ๋นของเว่ยป้อซานจวินขุนเขาเหนือ บวกกับที่ว่าการผู้ตรวจการที่สามารถยื่นฎีกาตอบคำถามฮ่องเต้ได้โดยตรง รวมไปถึงสำนักกระบี่หลงเฉวียนของหร่วนฉง ล้วนเป็นข้อห้ามในวงการขุนนางขุนเขาสายน้ำ ภูเขาตะวันเที่ยงไม่กล้ายื่นมือยาวเกินไปนัก แต่ระหว่างนี้ก็มีความน่ายินดีที่ไม่คาดฝันอย่างหนึ่ง นั่นคือตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา เย่ชิงจู๋เหนียงเนียงเทพวารีแม่น้ำอวี้เย่ได้ทยอยรายงานข่าวลับหลายฉบับมาให้กับทางภูเขาตะวันเที่ยง นี่ถึงทำให้ภูเขาตะวันเที่ยงได้รู้ว่าภูเขาลั่วพั่วมีผู้ฝึกยุทธเต็มตัวขอบเขตไม่ต่ำอยู่หลายคน แล้วก็ช่วยเรียบเรียงความสัมพันธ์ควันธูประหว่างภูเขาลั่วพั่วกับภูเขาพีอวิ๋นให้พวกเขารู้คร่าวๆ ยกตัวอย่างเช่นท่าเรือภูเขาหนิวเจี่ยวแบ่งส่วนแบ่งกันอย่างไร รวมไปถึงร้านตีเหล็กริมลำคลองหลงซวีแห่งนั้นซึ่งมีหลิวเสี้ยนหยางที่อำพรางสถานะผู้ฝึกกระบี่โอสถทองของตัวเองไว้อย่างลึกล้ำอาศัยอยู่

การประชุมในวันนี้ใช้เวลาไปถึงสองชั่วยามเต็มๆ ลำพังเพียงแค่การช่วงชิงตัวอ่อนเซียนกระบี่ระหว่างยอดเขาทั้งหลายก็เกือบจะต้องถามกระบี่กันแล้ว

กว่าจะไกล่เกลี่ยภูเขาทั้งหลายให้สงบอารมณ์กันได้ ต่อให้เป็นเจ้าสำนักจู๋หวงก็ยังอดเหนื่อยล้าไม่ได้ รอกระทั่งการประชุมสิ้นสุดลง แสงกระบี่แต่ละเส้นพากันย้อนกลับไปยังยอดเขาของตัวเอง จู๋หวงรั้งตัววานรเฒ่าชุดขาวไว้คนเดียว เดินออกมานอกศาลบรรพจารย์ด้วยกัน หลุบตาลงต่ำมองขุนเขาสายน้ำของหนึ่งสำนัก

จู๋หวงยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “บรรพจารย์หยวน ขอแสดงความยินดีด้วย”

เพราะผู้ถวายงานพิทักษ์ภูเขาที่อยู่ข้างกายผู้นี้ อีกไม่นานก็จะได้เลื่อนเป็นห้าขอบเขตเหมือนกับเจ้าสำนักอย่างเขาแล้ว

หยวนเจินเย่พยักหน้ารับด้วยสีหน้าปกติ สองมือไหล่หลัง หรี่ตามองไปไกล วานรเฒ่าชุดขาวที่เรือนกายกำยำรู้สึกทอดถอนใจกับความยิ่งใหญ่ของกาลเวลา

จู๋หวงเอ่ยสัพยอก “ลูกศิษย์ผู้สืบทอดของสำนักกระบี่หลงเฉวียนคนหนึ่ง แล้วยังเป็นผู้ฝึกกระบี่โอสถทองด้วย บรรพจารย์หยวนระวังตัวไว้สักหน่อยจะดีกว่า”

วานรเฒ่าชุดขาวหลุดหัวเราะพรืด “หลิวเสี้ยนหยาง บวกกับเฉินผิงอัน เศษสวะน้อยสองคนนี้ ให้ข้าระวัง? ระวังอะไร ระวังว่าอย่าต่อยพวกเขาหนึ่งคนหนึ่งหมัดจนพวกเขาตายน่ะหรือ?”

จู๋หวงพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นสถานะของคนหนุ่มทั้งสองก็ค่อนข้างเป็นปัญหายุ่งยาก คนหนึ่งคือลูกศิษย์ผู้สืบทอดของหร่วนฉง คนหนึ่งคือถุงเงินครึ่งหนึ่งของเว่ยป้อ ยังดีที่ภูเขาตะวันเที่ยงของพวกเราไม่ได้อยู่ในอาณาเขตของขุนเขาเหนือ หร่วนฉงเองก็เป็นแค่ผู้ฝึกตนสำนักการทหารขอบเขตหยกดิบคนหนึ่งเท่านั้น”

วานรเฒ่าชุดขาวหัวเราะหยัน “ตายดีๆ ไม่ยอมตาย จะรอให้ข้าเลื่อนเป็นห้าขอบเขตบนก่อนแล้วค่อยมา? คิดว่าอดทนข่มกลั้นมายี่สิบกว่าปีก็สามารถแก้แค้นได้แล้วหรือ? ขอแค่เจ้าเศษสวะทั้งสองกล้ามารนหาที่ตาย ข้าก็จะเป็นคนส่งพวกเขาออกเดินทางเอง”

โรงเตี๊ยมตระกูลเซียนที่ตั้งอยู่ตรงท่าเรือป๋ายลู่ ชุยตงซานกับเจียงซ่างเจินเงี่ยหูตั้งใจฟังพร้อมๆ กัน ถึงอย่างไรค่ายกลพิทักษ์ภูเขาของสำนักหนึ่งก็ไม่ใช่แค่เครื่องประดับ คนทั้งสองจึงได้แต่ต้องใช้วิธีการเล็กๆ น้อยๆ บางอย่าง

คนทั้งสองได้ยินถ้อยคำห้าวเหิมของบรรพจารย์ย้ายภูเขาแห่งภูเขาตะวันเที่ยงท่านนี้ก็หันมามองหน้ากันตาปริบๆ เจียงซ่างเจินเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาด้วยสีหน้าที่ยังหวาดผวาไม่คลาย “ฟังจนข้าอกสั่นขวัญผวาไปหมดแล้ว”

ชุยตงซานรีบยื่นเหล้ากาหนึ่งส่งให้ “ระงับความตกใจเสียหน่อย”

……

เหมาเสี่ยวตงพาหลี่เป่าผิงและหลี่ไหว และยังมีลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อของสถานศึกษาหลี่จี้อีกกลุ่มใหญ่เดินทางท่องเที่ยวลงใต้ไปตลอดทาง ในที่สุดก็มาถึงกำแพงเมืองปราณกระบี่แห่งนี้

กำแพงเมืองปราณกระบี่ ไม่มีผู้ฝึกกระบี่อีกแล้ว

ไม่เพียงแค่กำแพงเมืองปราณกระบี่เท่านั้น แม้แต่ภูเขาห้อยหัว ร่องเจียวหลง สำนักอวี่หลง ล้วนเป็นดั่งหมอกควันที่ลอยผ่านตาไป

กำแพงเมืองปราณกระบี่ที่ถูกแบ่งออกเป็นสองท่อน บนผนังกำแพงสองช่วงที่หันหน้าเขาหาขุนเขาสายน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาลของใต้หล้าเปลี่ยวร้าง แกะสลักตัวอักษรใหญ่เอาไว้มากมาย

น่าเสียดายต่งซานเกิงที่ใช้กระบี่พิฆาตเจ้าอารามดอกบัว อาเหลียงกับเหยาชงเต้าร่วมมือกันสังหารปีศาจใหญ่

แต่กลับไม่อาจแกะสลักตัวอักษรไว้บนหัวกำแพงเมือง สงครามใหญ่ดุเดือดรุนแรงเกินไป ไม่ทันได้แกะสลักตัวอักษร

ทว่าบนหัวกำแพงเมืองของอีกฝั่งหนึ่งนั้น ด้านบนกำแพงเมืองปราณกระบี่ที่เหลือเพียงครึ่งเดียวก็มีตัวอักษรใหญ่ถูกแกะสลักเอาไว้ไม่น้อย ทว่ากลับเป็นลายมือที่คนของกระโจมเจี่ยจื่อใช้โอ้อวดบารมีแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าเหตุใดจนถึงทุกวันนี้ศาลบุ๋นก็ยังไม่ลบตัวอักษรเหล่านั้นทิ้งไป

ทุกวันนี้ผู้ฝึกตนไพศาลที่มาเที่ยวเยือนกำแพงเมืองปราณกระบี่มีมากไม่ขาดสาย

บวกกับที่ใต้หล้าไพศาลได้สร้างท่าเรือตระกูลเซียนขนาดใหญ่มากสามแห่งมาตั้งอยู่ระหว่างใต้หล้าเปลี่ยวร้างและกำแพงเมืองปราณกระบี่ แม้จะเรียกว่าท่าเรือ แต่แท้จริงแล้วขนาดกลับไม่เป็นรองเมืองหลวงของราชวงศ์ใหญ่เลย มีการขุดหน้าดินขนไม้ก่อสร้างอย่างยิ่งใหญ่ ศาลบุ๋นเป็นผู้นำ ทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง หลิวเสียทวีป ธวัลทวีป ต่างก็ออกเงินออกกำลังคน

ก็เหมือนตะปูสามดอกที่ตอกเข้าไปในอาณาเขตขุนเขาสายน้ำของใต้หล้าเปลี่ยวร้าง

กลางอากาศเหนือท่าเรือแห่งหนึ่งในนั้นมีเรือกระบี่ขนาดใหญ่เท่าขุนเขาเกือบสองร้อยลำมาจอดประจำการณ์อยู่ กลบฟ้าบังดิน เป็นอาวุธหนักของสำนักโม่ที่ยังไม่เคยได้เอามาใช้ในสงครามใหญ่ หลังจากที่สงครามใหญ่ปิดฉากลงก็ได้เคลื่อนย้ายมายังใต้หล้าเปลี่ยวร้างช้าๆ

ส่วนท่าเรืออีกแห่งหนึ่งนั้นก็มีเพียงคนคนเดียวเท่านั้นที่สร้างเมือง ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ควบเป็นผู้เฝ้าพิทักษ์เมืองด้วย

จวี้จื่อแห่งสำนักโม่

ท่าเรือขนาดเท่านครใหญ่ยักษ์สามแห่งค่อนข้างคล้ายคลึงเมืองชิงหลูที่สำนักพีหมาสร้างไว้ในหุบเขาผีร้าย

นอกจากนี้แล้วหนึ่งในกุยซวีที่ตั้งอยู่เหนือมหาสมุทรระหว่างเกราะทองทวีปและฝูเหยาทวีปก็ถูกศาลบุ๋นควบคุมไว้เช่นกัน

ตรงปากทางประตูใหญ่ของใต้หล้าเปลี่ยวร้างแห่งนั้น เทียนซือใหญ่แห่งภูเขามังกรพยัคฆ์ ฉีถิงจี้ เผยเปย ฮว่อหลงเจินเหริน ไหวอิน เหล่าผู้แข็งแกร่งของไพศาลเหล่านี้ต่างก็ผลัดกันมาเฝ้าประจำการณ์ทุกๆ ช่วงสองถึงสามปี

คนชุดแดงผู้หนึ่งกับคนหนุ่มที่สวมชุดลัทธิขงจื๊อทะยานลมออกมาจากหัวกำแพงเมือง มายืนอยู่บนซากปรักสนามรบทางทิศใต้ ทอดสายตามองไปยังตัวอักษรใหญ่แต่ละตัวที่อยู่บนหัวกำแพงเมืองทางทิศเหนือ

เต้าฝ่า ฮ่าวหราน ซีเทียน

เหลยฉือจ้งตี้ (บ่อสายฟ้าสถานที่สำคัญ) เจี้ยนชี่ฉางฉุน (ปราณกระบี่คงอยู่ยาวนาน)

เฉิน ต่ง ฉี เหมิ่ง

หลี่ไหวแหงนหน้ามองตัวอักษรใหญ่ตัวหนึ่งในนั้นแล้วพูดทอดถอนใจ “อาเหลียงชาติสุนัข วันๆ เอาแต่พูดจาเหลวไหลเลื่อนเปื้อน ปีนั้นสนิทกับพวกเราสองพี่น้องก็คุยโม้ให้ฟังเป็นกระบุงโกย ทำเอาข้านึกว่าคำพูดที่ออกมาจากปากของเขาไม่มีความจริงสักประโยค ที่แท้ก็เขาก็พอจะห้าวหาญ (เหมิ่ง) อยู่จริงเสียด้วย”

หลี่ไหวเบ้ปาก “ตัวอักษรนี้เขียนได้ยึกๆ ยือๆ นัก ใต้หล้านี้คงมีแค่ที่นี่ที่เดียว ต่อให้อาเหลียงมายืนต่อหน้าข้าแล้วตบอกบอกว่าเขาไม่ได้เป็นคนเขียน ข้าก็ไม่เชื่อหรอก”

หลี่เป่าผิงรู้สึกเสียใจเล็กน้อย “กำแพงเมืองปราณกระบี่สองฝั่งไม่มีค่ายกลปกป้องแล้ว หากยังมีสงครามใหญ่เกิดขึ้นอีกก็จะไม่อาจกลับคืนมาเป็นดังเดิมได้อีกแล้ว”

หลี่ไหวเอ่ยปลอบใจ “จะไม่มีอีกแล้วล่ะ”

ต่อให้ไม่มีสงครามใหญ่มาทุบทำลาย ทว่าลมพัดฝนตก ถูกแดดแผดเผาสาดส่องอยู่ปีแล้วปีเล่า กำแพงก็จะต้องค่อยๆ หลุดลอก ถูกกัดกร่อนออกไป สักวันหนึ่งตัวอักษรทุกตัวบนหัวกำแพงเมืองก็จะเหลือเป็นเพียงร่องรอยที่พร่าเลือนเท่านั้น

ผู้เฒ่าคนหนึ่งสวมชุดสีเหลืองท่าทางเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ดวงตาปูดโปนเหมือนตาเหยี่ยว ผอมจนหนังหุ้มกระดูก กลายร่างเป็นสายรุ้งทะยานลมลงใต้มาจากหัวกำแพง แต่จู่ๆ กลับเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน พลิ้วกายลงบนพื้น อยู่ห่างจากข้างกายคนทั้งสองไปหลายสิบจั้ง ดูเหมือนว่าจะมาเพื่อชื่นชมตัวอักษรที่แกะสลักไว้บนหัวกำแพงเช่นกัน

หัวกำแพงเมืองและม่านฟ้าในทุกวันนี้มีผู้ฝึกตนบนยอดเขาสองคนและอริยะปราชญ์ของศาลบุ๋นเฝ้าพิทักษ์ อีกทั้งการตรวจสอบเอกสารผ่านด่านล้วนเข้มงวดอย่างยิ่ง บวกกับที่เผ่าปีศาจทั้งหมดของใต้หล้าเปลี่ยวร้างได้ถูกสกัดขวางให้อยู่ที่ภูเขาใหญ่แสนลี้และทางทิศใต้ของท่าเรือทั้งสามแห่ง ดังนั้นผู้ฝึกตนของใต้หล้าไพศาลที่มาเที่ยวเยือนกำแพงเมืองปราณกระบี่จึงปลอดภัยไร้กังวลยิ่งกว่าตอนที่มีผู้ฝึกกระบี่อยู่เสียอีก

หลี่เป่าผิงกับหลี่ไหวเตรียมจะจากไป

ผู้เฒ่าคนนั้นมีสีหน้าเป็นปกติ แต่กลับคล้ายจะร้อนใจเล็กน้อย ไม่สนใจมาดสูงส่งของยอดฝีมืออะไรอีก เป็นฝ่ายเปิดปากถามว่า “แม่นางท่านนี้แซ่หลี่ใช่หรือไม่? เคยถกความรู้ของระบบลัทธิเต๋ากับหยวนพางสายของหย่าเซิ่งที่สถานศึกษาหลี่จี้?”

หลี่เป่าผิงเบี่ยงตัวกลับมา พยักหน้าให้ผู้เฒ่าคนนั้น “เป็นข้าเอง”

การโต้วาทีครั้งนั้น หากฟังตามข่าวลือที่แพร่มาก็เป็นหลี่เป่าผิงที่แพ้ให้กับหยวนพาง

ตอนนั้นหลี่ไหวก็อยู่ด้วย รู้แค่ว่าเขาฟังอะไรไม่เข้าใจทั้งนั้น แต่มองหยวนพางที่อายุน้อยๆ ก็แต่งตำรา ‘อรรถาธิบายสัจธรรม’ ได้สามเล่ม ยามที่ถกความรู้ คำพูดคำจาสุภาพสง่างาม บุคลิกสุขุมเยือกเย็น มองดูแล้วกวนโอ้ยอย่างมาก หันมามองหลี่เป่าผิง นางกลับขมวดคิ้วบ่อยๆ เงียบคิดอยู่นาน หลายครั้งที่ทำท่าจะพูดแต่ก็ไม่พูด คล้ายกับปฏิเสธความคิดเห็นของตัวเอง

และหยวนพางก็คือหนึ่งในสิบคนรุ่นเยาว์ของหลายใต้หล้า

เล่าลือกันว่าบ้านเกิดของเขาอยู่ที่ใต้หล้ามืดสลัว แต่กลับได้เป็นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของหย่าเซิ่ง

ผู้เฒ่าเอ่ยอย่างเสียดายว่า “หยวนพางผู้นี้มาจากระบบสายตรงดั้งเดิมของลัทธิขงจื๊อ อีกทั้งในฐานะลูกศิษย์ผู้สืบทอดของหย่าเซิ่ง กลับกล้าพูดประโยคว่ามรรคาจารย์เต๋าและปรมาจารย์มหาปราชญ์ ‘อยู่ร่วมกันตั้งแต่ต้นจนจบ’ อะไรนั่น วิพากษ์วิจารณ์อย่างโอหัง ไม่สมควรเอาเสียเลย”

หลี่เป่าผิงยิ้มเอ่ย “ผู้อาวุโสมีอะไรก็พูดมาตรงๆ มีธุระก็ว่าธุระมาได้เลย ไม่ต้องแสร้งทำเป็นเกรงใจข้าหรอก”

ความนัยในคำพูดของนางก็คือ คนที่สามารถเอ่ยประโยคเช่นนี้ได้แสดงว่าไม่เข้าใจการโต้วาที ‘สามลัทธิ’ ในครานั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

ในเมื่อไม่เข้าใจก็ย่อมไม่ได้มาเพื่อประลองความรู้ ถ้าอย่างนั้นการมาตีสนิทในวันนี้ แสดงว่าต้องมีเจตนาอย่างอื่นแน่นอน

ผู้เฒ่ามีสีหน้ากระอักกระอ่วน เขาไม่สนใจเรื่องการโต้เถียงของพวกบัณฑิตที่กินอิ่มว่างงานไม่มีอะไรทำจริงๆ แล้วก็ไม่เข้าใจเลยด้วย การเดินทางมาเยือนใต้หล้าไพศาลในครั้งนี้มาอย่างระมัดระวัง หวาดหวั่นกริ่งเกรง วิ่งไปโน่นมานี่จนขาหวิดจะขาดเสียแล้ว ลำบากอย่างมาก ผู้เฒ่าชำเลืองตามองไปยังภูเขาแสนลี้ที่อยู่ทางทิศใต้ ในที่สุดก็อยู่ห่างจากบ้านตนมาไม่ไกลแล้ว หากครั้งนี้ตนยังต้องกลับไปมือเปล่าอีก คาดว่าขาทั้งสี่คงต้องถูกเฒ่าตาบอดผู้นั้นตีหักไปสองขาแน่

แต่ถึงแม้ผู้เฒ่าจะร้อนใจราวกับมีไฟลน สีหน้าก็ยังคงเป็นธรรมชาติ เอ่ยแนะนำตัวว่า “ข้าผู้อาวุโสมีฉายาว่าหลงซานกง คือผู้ฝึกตนอิสระของทักษินาตยทวีป เคยอ่านตำราอริยะปราชญ์มาบ้าง จึงเลื่อมใสความรู้ของสายเหวินเซิ่งจากใจจริง…”

หลี่เป่าผิงยิ้มถามทันใด “ขอถามท่านอาจารย์ผู้เฒ่าว่าเหตุใดเมื่อสันดานเดิมที่ติดตัวมาเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงเกิดการกระทำของมนุษย์ในภายหลัง เหตุใดเมื่อแบ่งแยกมนุษย์ออกจากกัน จึงทำให้มนุษย์รวมกลุ่มอยู่ร่วมกันในสังคมได้?”

ผู้เฒ่าชุดเหลืองที่มีฉายาว่าหลงซานกงเริ่มลนลานทำอะไรไม่ถูก รู้สึกว่าแม่นางน้อยช่างรับมือได้ยากยิ่งนัก จึงได้แต่ ‘เปิดเผยอย่างจริงใจ’ ด้วยการเอ่ยว่า “บอกตามตรง ข้าผู้อาวุโสเข้าใจความรู้ของอริยะปราชญ์แต่ละสายของศาลบุ๋นเพียงครึ่งๆ กลางๆ เท่านั้น แต่มีเพียงสายเหวินเซิ่งที่นับตั้งแต่ท่านอาจารย์ผู้เฒ่าเหวินเซิ่งผสานมรรคากับสามทวีป ไปจนถึงเหล่าลูกศิษย์ผู้สืบทอดสายบุ๋นแต่ละคนร่วมกันกอบกู้สถานการณ์ที่จะล้มคว่ำลง ความเลื่อมใสจริงใจนั้นไม่มีความเสแสร้งเจือปนแม้แต่น้อย”

สายของเหวินเซิ่ง จั่วโย่ว เฉินผิงอัน ชุยฉาน

จั่วโย่วออกกระบี่อยู่ที่นี่ เฉินผิงอันรับหน้าที่เป็นอิ่นกวาน

ขุนเขาสายน้ำพลิกกลับ ชุยฉานข้ามทวีปเดินทางไกลมาถึงที่แห่งนี้ สลายตบะของขอบเขตสิบสี่มาผสานรวมกับฟ้าดินสองแห่ง กลายเป็น ‘กำแพงเมืองปราณกระบี่’ แห่งที่สอง สะบั้นทางถอยหนีของใต้หล้าเปลี่ยวร้างไปอย่างสิ้นเชิง บีบให้บรรพบุรุษใหญ่ของภูเขาทัวเยว่จำต้องแบ่งจิตใจแบ่งกำลังกายมาสร้างกุยซวีสามแห่งบนมหาสมุทร ไม่อย่างนั้นภายในเวลาร้อยปีก็อย่าหวังว่าจะซ่อมแซมแก้ไขระดับการวัดแม่น้ำแห่งกาลเวลาและมาตรฐานการวัดน้ำหนัก ความจุและความยาวของสองฟ้าดินได้ การที่ระเบียบพิธีการทางสังคมพังทลายอย่างที่มองไม่เห็นเช่นนี้ ผลกระทบที่มีต่อมนุษย์ธรรมดามีไม่มาก แต่กลับเดือดร้อนไปถึงผู้ฝึกตนทุกคนของสองใต้หล้า จิตมารจะฉวยโอกาสเข้ามาก่อกวนอาละวาด มีแต่จะเป็นดั่งพืชหญ้าที่ขึ้นรกชัฏลามไปทั่วทุกหนแห่ง จิตแห่งมรรคาของผู้ฝึกตนไม่มีช่องโหว่ ทว่าฟ้าดินพังทลาย ช่องโหว่เล็กๆ จะต้านทานรูโหว่ของฟ้าดินได้อย่างไร อีกทั้งยิ่งแก้ไขซ่อมแซมช้าเท่าไรก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อฟ้าอำนวยมากเท่านั้น

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 769.3 ระงับความตกใจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved