cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 764.3 บนยอดเขาจี้เซ่อ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 764.3 บนยอดเขาจี้เซ่อ
Prev
Next

ริมลำน้ำใหญ่ หม่าขู่เสวียนอยู่คนเดียวลำพัง เขายืดแขนบิดขี้เกียจ ยืดเส้นยืดสายคลายกล้ามเนื้อ จากนั้นก็สอดสิบนิ้วเข้าด้วยกัน รอคอยการถามหมัดที่อุตส่าห์อดทนรออย่างยากลำบากมานานหลายปี ช่างมาถึงช้ายิ่งนัก ทำให้เขาต้องรอนานเหลือเกิน

แต่วันนี้น่าจะสามารถเปลี่ยนมาเป็นการถามกระบี่ได้แล้ว

อวี๋สืออู้สหายครึ่งตัวจากไปอย่างรู้กาลเทศะแล้ว อวี๋สืออู้ก็มีข้อนี้นี่แหละที่ดีที่สุด คำพูดดีๆ ที่ระคายหูเหล่านี้ ยินดีจะพูดครั้งสองครั้ง แต่กลับไม่พูดมากนัก ไม่ทำให้คนรู้สึกรังเกียจ

คนชุดเขียวที่หันหลังให้กับประตูใหญ่ของศาลลำน้ำเดินมาข้างหน้าอย่างเชื่องช้า มือกระบี่ที่เกิดมาก็ถนัดซ้ายห้อยกระบี่ไว้ทางฝั่งขวา นิ้วโป้งมือขวาดันด้ามกระบี่ ไม่รีบร้อนผลักกระบี่ออกจากฝัก

กระบี่ยาวเล่มนี้มีชื่อว่า ‘เย่โหยว’ (เที่ยวเตร่ยามค่ำคืน/เดินทางยามค่ำคืน)

พกกระบี่เย่โหยว แสงกระบี่ที่ส่องออกมาด้านนอกสว่างจ้าราวกับแสงจันทร์ ท่ามกลางม่านราตรีของโลกมนุษย์ มือกระบี่ถือกระบี่ ประหนึ่งถือโคมถือเทียน

หม่าขู่เสวียนใช้เสียงในใจถามมาแต่ไกล “จะให้ข้าสร้างฟ้าดินขนาดเล็กแห่งหนึ่งขึ้นมาหรือไม่? กฎเดิม วาดวงกลมวงหนึ่ง ใครพ้นออกนอกวงคนนั้นแพ้?”

เฉินผิงอันค้อมเอวลงเล็กน้อย มือซ้ายกำ ‘เย่โหยว’ ชักกระบี่ออกจากฝัก แล้วพุ่งกระโจนไปข้างหน้า

เงียบเชียบไร้สรรพสำเนียง เฉินผิงอันหนึ่งคนหนึ่งกระบี่พาหม่าขู่เสวียนที่อยู่ริมลำน้ำใหญ่หายตัวไปจากฟ้าดินแห่งนี้ด้วยกัน

สองครั้งที่ได้ต่อสู้กับหม่าขู่เสวียน แต่ไหนแต่ไรมาล้วนเป็นเฉินผิงอันที่เงียบงันเป็นคนใบ้ หม่าขู่เสวียนเป็นคนที่ชอบพร่ำพูดไม่หยุด หลังจากวันนี้ไป นิสัยที่ไม่ค่อยดีนี้ เชื่อว่าหม่าขู่เสวียนต้องแก้ไขอย่างแน่นอน

นกในกรง หม่าขู่เสวียนเข้ามาในฟ้าดินที่ปราณกระบี่ตัดสลับถักทอ กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เขาหรี่ตาลง เห็นเพียงว่าตรงม่านฟ้าพลันมีแสงจุดหนึ่งโผล่พรวดออกมา

ระหว่างแสงกระบี่หนึ่งจุดกับหม่าขู่เสวียนที่ยังคงหยุดนิ่งไม่ขยับนั้น ฟ้าดินพลันสั่นสะเทือน ก่อนจะค่อยๆ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ร่างทององค์แล้วองค์เล่าลุกขึ้นมายืนตระหง่าน กายธรรมร่างทองบางส่วนเป็นของแท้แน่นอน บางส่วนเป็นวัตถุในจินตนาการของหม่าขู่เสวียน สรุปแล้วมีมากถึงสิบสององค์

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ร่างสูงตระหง่านง้ำทั้งสิบสององค์หยุดลอยอยู่กลางอากาศ ใต้ฝ่าเท้าล้วนเหยียบอยู่บนดวงดาวเก่าแก่ซึ่งเป็นสิ่งที่หม่าขู่เสวียนจินตนาการออกมาเช่นกัน

ส่วนหม่าขู่เสวียนนั้นถูกย่อส่วนจนเหมือนเมล็ดงาหนึ่งเมล็ด ประหนึ่งจิตหยินเดินทางไกลของผู้ฝึกตนที่ออกมาท่องเที่ยวนอกฟ้า แล้วมองเห็นตะวันจันทราดารานั้นอยู่ไกลๆ

ท่ามกลางฟ้าดินเล็กของผู้อื่น เกิดเป็นฟ้าดินเล็กของตัวเอง

หนึ่งกระบี่ฟันฉับลงมา แสงกระบี่ที่เดิมทีเป็นเส้นตรงทยอยกันเกิดการหักงอสิบเอ็ดครั้ง แต่กระนั้นก็ยังคงเป็นหนึ่งกระบี่ที่ฟันเข้าใส่ร่างทองสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิบสองร่างที่บ้างจริงบ้างเท็จเหล่านั้น

หม่าขู่เสวียนหลุดหัวเราะพรืด เรือนกายที่เล็กเท่าเมล็ดงาถึงกับกลายมาเป็นภาพมายาไปโดยตรง

ทว่าหลังจากที่ร่างของหม่าขู่เสวียนหายไป ฟ้าดินเล็กปราณกระบี่นกในกรงกลับเริ่มขยายใหญ่ด้วยตัวเอง เพราะว่ามีซากปรักบรรพกาลแห่งหนึ่งผุดลอยขึ้นมา คือธารดวงดาวผืนใหญ่ที่หมุนเป็นน้ำวน

พอจะมองเห็นประตูสวรรค์สูงตระหง่านสี่บานที่ตั้งอยู่คนละด้านได้รำไร ถูกกลบทับถูกสาดสะท้อนอยู่ท่ามกลางความพร่างพราวของธารดวงดาว

ท่ามกลางน้ำวนธารดวงดาวนั้นมีเส้นด้ายสีทองเส้นหนึ่งที่สะดุดตาอย่างถึงที่สุด

สองด้านตะวันออกและตะวันตก ตะวันจันทราลอยตัวอยู่กลางอากาศสูง อีกทั้งต่างฝ่ายต่างก็ลากดึงเอาเส้นทางเดินขึ้นสู่สวรรค์ที่เป็นแสงเจ็ดสีอยู่ในรูปลักษณ์เป็นเกลียวเหมือนก้นหอยขึ้นมา

ก่อนศึกใหญ่ที่หอบเอาสองใต้หล้าเข้ามารวมไว้ด้วยกัน หอบินทะยานสองแห่ง แห่งหนึ่งคือ ‘ซุ้มก้ามปู’ ที่ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ในสภาพสมบูรณ์แบบ แห่งหนึ่งคือภูเขาทัวเยว่แห่งใต้หล้าเปลี่ยวร้างที่เส้นทางขาดสะบั้นไปนานแล้ว ดินแดนแห่งการบินทะยานก็คือ ‘สรวงสวรรค์’ ที่แม้แต่บรรพจารย์ของสามลัทธิก็ยังไม่อาจทำลายตราผนึกได้อย่างสิ้นเชิง เพราะ ‘ตราผนึกขุนเขาสายน้ำ’ ของที่นั่นคือดวงดาวที่มีจำนวนหลายพันหลายหมื่น ล้วนจำแลงมาจากโครงกระดูกของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จากนั้นก็เชื่อมโยงผูกพันเข้ากับแม่น้ำแห่งกาลเวลาสายยาวที่เป็น ‘ความจริงบางอย่าง’ ซึ่งจำแลงมาจากมหามรรคาเส้นหนึ่ง

หากจะพูดถึงเรื่องค่ายกล ซากปรักของสรวงสวรรค์แห่งนั้นก็ถือเป็นต้นกำเนิดของค่ายกลในหลายใต้หล้า

สงครามใหญ่ในปีนั้นเคยมีผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์กลุ่มใหญ่ที่เนื่องจากไม่อาจถอยออกจากซากปรักสนามรบได้ทันเวลา ร่างอยู่ข้างในนั้นเป็นเวลานาน นาทีใดนาทีหนึ่งเลือดเนื้อจึงถึงกับค่อยๆ ยุ่ยสลายกลายเป็นโครงกระดูกที่ตั้งวางอยู่ ก่อนจะสร้างเป็นร่างทองขึ้นมา สุดท้ายภายใต้การชักนำของค่ายกล อาศัยนิสัยแห่งเทพชนิดหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ของตัวเองมาทำการผสานมหามรรคาด้วยตัวเอง สลัดนิสัยของมนุษย์ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว กลายมาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใหม่เอี่ยมหลายองค์…จากนั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประเภทนี้ ส่วนหนึ่งจะถูกกักขังไว้ในศาลบรรพบุรุษใหญ่หรือไม่ก็สำนักแห่งต่างๆ ของสำนักการทหาร ส่วนหนึ่งถูกผู้ฝึกกระบี่ฆ่าตายคาที่ ต่อให้ร่างทองจะแหลกสลาย จิตวิญญาณปลิวกระจาย แต่กลับยังคงถูกกักอยู่ท่ามกลางซากปรักเป็นเวลานาน ผสานรวมเป็นหนึ่งกับค่ายกลใหญ่

เล่าลือกันว่าศาสดาพุทธคือคนสุดท้ายที่ถอยออกจากซากปรักแห่งนี้ แต่กระนั้นก็ยังไม่อาจคลายตราผนึกที่แท้จริงออกได้ เพราะต่อให้จะขาดอีกแค่เสี้ยวเดียวก็ยังคงต่างราวฟ้ากับเหว ผลลัพธ์ไม่ได้ต่างอะไรกันเลย สรวงสวรรค์ที่มองดูเหมือนกลายเป็นซากปรักหักพังล้วนจะกลับคืนมาเป็น ‘หนึ่ง’ นั้นดังเดิม หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่ละองค์กลับคืนสู่ตำแหน่งของตัวเอง และได้รับการ ‘ชดเชยส่วนที่ขาด’ ก็อาจถึงขั้นกลับคืนสู่โฉมหน้าของตอนก่อนเกิดศึกใหญ่ได้เลย

ตอนนั้นคนที่คอยคุมหลังให้กับศาสดาพุทธได้แยกกันยืนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับประตูสสวรรค์สี่แห่งที่ปริแตก ค้ำยันฟ้าดิน ปรมาจารย์มหาปราชญ์ มรรคาจารย์เต๋า บรรพจารย์สำนักการทหาร เฉินชิงตู ‘ผู้ฝึกกระบี่หนุ่ม’

เรื่องราวปฏิทินเหลืองเก่าแก่ที่ถูกกำหนดมาแล้วว่าจะไม่มีทางถูกบันทึกลงในหน้าตำราเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่อาเหลียงเล่าให้เฉินผิงอันฟังหลังจากที่หวนคืนกลับมายังกำแพงเมืองปราณกระบี่ในครานั้น

ส่วนเทวบุตรมารนอกโลกที่ป๋ายอวี้จิงคอยสยบกำราบ ผีวิญญาณที่ดินแดนพุทธสุขาวดีปราบปราม รวมไปถึงหลี่เซิ่งที่เฝ้าพิทักษ์นอกฟ้า ในระดับใหญ่แล้วก็ล้วนถือเป็นการป้องกันช่องโหว่ทุกอย่าง ป้องกันไม่ให้กากเดนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยุคบรรพกาลฉวยโอกาสเสริมสร้างกองกำลังให้แข็งแกร่ง เผ่ามนุษย์ฝึกตนเดินขึ้นสู่ที่สูงยากเหมือนเดินขึ้นสวรรค์ แต่ไม่ว่าจะเป็นเทวบุตรมารนอกโลกหรือภูตผี แม้กระทั่ง ‘คนใหม่’ บางคนของนอกฟ้า ขอแค่ถูกสิ่งศักดิ์สิทธิ์จับกุมแล้วโยนเข้ามาไว้ในซากปรัก ขอแค่ผสานมหามรรคาได้ก็ไม่จำเป็นต้องฝึกตนแม้แต่น้อย พริบตาเดียวก็จะได้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์ใหม่ที่มีพรสวรรค์เลิศล้ำทันที ได้หวนกลับคืนมาบนโลกมนุษย์ใหม่อีกครั้ง และการที่ในเวลาหมื่นปีของโลกยุคหลังหลายใต้หล้ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตำแหน่งสูงบางส่วนจุติกลับมาเป็นมนุษย์ได้อีกครั้ง เดิมทีก็เป็นการ ‘ขวางทาง’ ของการช่วงชิงบนมหามรรคาอย่างหนึ่ง ด้วยหวังให้เกิดหนึ่งในหมื่นนั้นขึ้นมา แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใหม่ที่ลุกผงาดขึ้นมากลางซากปรักก็จะไม่สามารถยึดครองตำแหน่งเทพที่สำคัญบางตำแหน่งได้ โดยเฉพาะตำแหน่งเทพสูงสุดทั้งหลาย

ส่วนหลี่เซิ่งและอริยะปราชญ์ศาลบุ๋น รวมไปถึงผู้ฝึกตนใหญ่ขอบเขตบินทะยานจำนวนเพียงหยิบมือ บวกกับบรรพจารย์ของเมธีร้อยสำนักที่ได้ ‘ผสานมรรคากับมรรคาของตัวเอง’ เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่หลี่เซิ่ง ‘เปิดประตู’ ก็ต้องใช้การแสดงออกของมหามรรคาแต่ละรูปแบบ ถึงจะสามารถสังหารสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์ใหม่เหล่านั้นได้ นั่นคือการช่วงชิงบนมหามรรคาทั้งใหม่และเก่าที่ทำให้มหามรรคาของแต่ละฝ่ายถูกพร่าผลาญให้ค่อยๆ หมดสิ้นไป นี่ก็คือต้นตอของสาเหตุที่ว่าทำไมบรรพจารย์ของเมธีร้อยสำนักแทบทุกคนล้วนใช้ความรู้ในการพิสูจน์มรรคา แต่กลับมีน้อยครั้งนักที่จะเผยโฉมปรากฎกายอยู่ในใต้หล้าไพศาล เพราะพวกเขาที่ ‘พอกินอิ่ม’ อยู่ในไพศาลก็จำเป็นต้อง ‘ปฏิบัติตามกฎประเพณี’ ด้วยการไปยังนอกฟ้า

ดังนั้นในอดีตตอนที่อยู่กำแพงเมืองปราณกระบี่ อาเหลียงก็ดี ศิษย์พี่จั่วโย่วก็ช่าง ต่างก็เคารพนอบน้อมต่อหลี่เซิ่งอย่างมาก

อาเหลียงยิ่งเคยบอกว่า ใต้หล้านี้มีคนสี่คนที่ไม่ว่าไปเยือนที่ไหนก็ล้วนได้กินดีอยู่ดี อีกทั้งทุกคนล้วนเคารพนับถือพวกเขาจากใจจริง

ท่านหนึ่งคือหลี่เซิ่งที่ใช้เหตุผลมากที่สุดในใต้หล้าไพศาลของพวกเรา ขณะเดียวกันก็ต่อสู้เก่งที่สุดด้วย กฎเกณฑ์หนัก เหตุผลหนักจะหล่นลงบนร่างของยอดฝีมือบนยอดเขาทุกคนเท่านั้น ส่วนที่หล่นลงบนบ่าของมนุษย์ธรรมดากลับเบายิ่ง

อีกทั้งใครที่ไม่ยินยอม หลี่เซิ่งที่น้อยครั้งนักจะปรากฏตัวในศาลบุ๋นก็จะเดินทางกลับจากนอกฟ้ามายังไพศาล เพื่อไปอธิบายเหตุผลกับศาลบรรพจารย์ของเมธีร้อยสำนักบางแห่งด้วยตัวเอง

อาเหลียงบอกว่าเคยมีบรรพจารย์ของเมธีร้อยสำนักคนหนึ่งถูกบีบจนร้อนใจ จึงด่าทอหลี่เซิ่งว่าใช้ชื่อเสียงของอริยะผู้ทรงธรรมมากระทำการเผด็จการป่าเถื่อน ผลคือถูกหลี่เซิ่งที่ไม่พูดไม่จากระชากออกไปนอกฟ้าโดยตรง จากนั้นก็พูดคุยกันอย่างจริงจังนานถึงสามสิบปี เป็นการถามมรรคากันครั้งหนึ่ง หากไม่เป็นเพราะหลี่เซิ่งจำเป็นต้องช่วยเสริมข้อบกพร่องของความรู้บ้านตัวเอง จึงต้องหยุดแต่พอสมควร ขาดอีกนิดเดียวฝ่ายหลังก็เกือบจะไปเป็นอริยะปราชญ์ของลัทธิขงจื๊อแล้ว

อีกท่านหนึ่งก็คือลูกศิษย์คนแรกของมรรคาจารย์เต๋า เจ้าลัทธิใหญ่แห่งป๋ายอวี้จิง และยังมีพระโพธิสัตว์ของดินแดนพุทธะสุขาวดีที่กล่าวว่าหากนรกไม่ว่างเปล่า ก็ขอสาบานว่าจะไม่ตรัสรู้สำเร็จเป็นอรหันต์เด็ดขาด

เฉินผิงอันบอกว่าคนที่สี่ไม่ต้องพูดถึงแล้ว

อาเหลียงที่ปูพื้นอย่างยากลำบากมานานเป็นครึ่งๆ วันต้องมาอัดอั้นอีกเป็นครึ่งๆ วัน สุดท้ายรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสของพวกเราท่านนั้นจะไม่มีตำแหน่งฐานะในใจของเด็กอย่างเจ้าแม้แต่น้อย

ตอนนั้นอาเหลียงเดินอยู่บนถนนไท่เซี่ยง หยอกเย้าเฉินผิงอันประโยคหนึ่งว่า คำพูดโบราณบอกว่าฟ้าถล่มลงมามีคนตัวสูงแบกรับให้อยู่ ไม่หลอกลวงกันจริงๆ ขณะเดียวกันก็ใช้เท้าเตะเด็กน้อยตัวเท่าก้นที่ขนาดไม่รู้จักกันก็ยังกล้าพ่นน้ำลายแสดงความเลื่อมใสเขาออกไปให้พ้นทาง เตะจนเด็กคนนั้นไปนอนคว่ำเป็นเทพทวารบาลอยู่ตรงหน้าประตูใหญ่ หลังจากร่างกระเด็นหล่นลงพื้นก็ร้องไห้จ้า จากนั้นก็มีสตรีออกเรือนแล้วคนหนึ่งวิ่งออกมาทันที ยิ้มด่าอาเหลียงว่าไร้มโนธรรม เหตุใดถึงใจดำกับบุตรชายแท้ๆ ของตัวเองได้ลงคอเช่นนี้…

ตอนนั้นอาเหลียงชำเลืองตามองเด็กชายที่นั่งอยู่บนพื้นร้องไห้จนหน้าลายพร้อยแวบหนึ่งแล้วถามเฉินผิงอันว่า หน้าตาเหมือนหรือไม่? เฉินผิงอันบอกว่ายังดี คงเป็นเพราะหน้าตาเหมือนแม่เขามากกว่า

สตรีผู้นั้นยกนิ้วโป้งให้ใต้เท้าอิ่นกวานทันใด ยิ้มเอ่ยว่านางคิดว่าจะให้บุตรชายถือโอกาสนี้รับพ่อบุญธรรมไปด้วยเลย พอเห็นเจ้าชาติสุนัขสองคนที่แสร้งทำเป็นหูหนวกเป็นใบ้ก้าวเดินเร็วๆ จากไป สตรีก็หัวเราะเสียงดังอย่างชอบใจ

จากนั้นต่อมาเด็กชายคนนั้นไปอยู่ใต้หล้าแห่งที่ห้าพร้อมกับนครบินทะยาน สตรีและบุรุษของนาง เพียงแค่เพราะสามีคือก่อกำเนิด ต่อให้นางจะไม่ใช่เซียนดิน แต่นางก็ไม่ได้ติดตามไปด้วย

เวลานี้เฉินผิงอันยืนถือกระบี่อยู่นอกประตูสวรรค์บานหนึ่ง ถามว่า “ผู้ปกป้องมรรคาไม่อยู่ข้างกาย ก็ปล่อยมือปล่อยเท้าได้ไม่เต็มที่แล้วหรือ?”

เสียงหัวเราะของหม่าขู่เสวียนดังก้องไปทั้งฟ้าดิน “หาข้าให้เจอก่อนค่อยว่ากัน ดูสิว่าใครจะถูกผลาญปราณวิญญาณไปหมดก่อนกัน”

เฉินผิงอันไม่รีบร้อนปล่อยกระบี่ที่สองออกไป มือหนึ่งไพล่หลัง ใช้มือเดียวยันกระบี่ไว้กับพื้น แหงนหน้ามองประตูสวรรค์งดงามอลังการที่สูงตระหง่านเสียดแทงเข้าไปในชั้นเมฆ

เกี่ยวกับเรื่องของซากปรักสรวงสวรรค์ คฤหาสน์หลบร้อนไม่มีบันทึกลับใดๆ ระบุถึง แต่เพราะถูกอาเหลียงกระตุ้นความสนใจ เฉินผิงอันจึงเคยถามเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสสองสามประโยค

เซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสให้คำตอบที่ค่อนข้างคลุมเครือซึ่งไม่ถือว่าเป็นคำตอบ พูดแค่ว่าปีนั้นผู้ฝึกกระบี่แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งมีเขาเป็นผู้นำ รู้สึกว่าในเมื่อไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เหนือหัวแล้ว อีกทั้งยังไม่อาจฮุบกลืนอาณาเขตแถบนี้ไปได้ ถ้าอย่างนั้นก็ร่ายตราผนึกเอาไว้เสียเลย จะดีจะชั่วก็เป็นการมอบโอกาสให้กับคนรุ่นหลัง อย่างน้อยที่สุดในเรื่องนี้ เขาเฉินชิงตูและยังมีหลงจวิน กวนจ้าว ต่างก็ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับบรรพจารย์ของสามลัทธิ แต่ผู้ฝึกกระบี่อีกกลุ่มหนึ่ง และยังมีบรรพจารย์สำนักการทหาร ต่างก็รู้สึกว่าไม่ควรทำเช่นนี้ ฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าคุณความชอบใหญ่ที่สุด อีกฝ่ายหนึ่งเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน คิดว่าควรจะหาเรื่องให้กากเดนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่หนีไปแว้งกลับมาเอาคืนพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง จะต้องกลัวอะไร มาสิดี อย่างมากก็แค่พินาศวอดวายกันไปทั้งสองฝ่ายซึ่งถือเป็นการสะบั้นภัยแฝงที่อาจตามมาเบื้องหลังได้อย่างสิ้นเชิง อะไรที่บอกว่าฟ้าดินแหลกสลายเหลือแค่เจ็ดแปดส่วน อะไรที่บอกว่าแม่น้ำแห่งกาลเวลาจะระเบิดแตกไปนับแต่นี้ ไม่มีปราณวิญญาณฟ้าดินอะไรอีก คนรุ่นหลังไม่อาจฝึกตนได้ อย่างมากคนบนยอดเขาจำนวนน้อยนิดอย่างพวกเขานี้ก็แค่ไม่ต้องสนสรรพชีวิตที่ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างอยู่ในฟ้าดินทั้งหลายอีกต่อไป ตายไปหมดแล้วอย่างไร พวกเขาก็ค่อยเปลี่ยนสถานที่แห่งใหม่ พักฟื้นไปอีกสักพันปีร้อยปี ถึงเวลานั้นก็ยังคงเป็นสถานการณ์ที่เผ่ามนุษย์มีเกียรติที่สุดอยู่ดี ส่วนสรรพชีวิตทั้งหลายในฟ้าดินของยุคหลังจะต้องตัดขาดเส้นทางการฝึกตนเดินขึ้นสู่ที่สูงไปนับแต่นี้ ก็ยังสามารถลดทอนเรื่องไม่คาดฝันมากมายบนมหามรรคาไปได้ไม่ใช่หรือ มหามรรคาฟ้าดินก็ยิ่งมีระเบียบยิ่งมั่นคง ฟ้าดินถูกตัดขาด คนและฟ้าแบ่งแยกจากกัน แม้แต่เรื่องที่มรรคาจารย์เต๋ากังวลใจก็ถูกลบเลือนให้หายไปพร้อมกันด้วย

เสียงของหม่าขู่เสวียนดังขึ้นอีกครั้ง เต็มไปด้วยการหยอกล้อ “เลือกจะต่อสู้กันที่นี่ หากคิดจะแบ่งแพ้ชนะล่ะก็ เจ้ากับข้าต้องแบ่งเป็นตายกันจริงๆ แล้ว อีกทั้งขอเตือนเจ้าสักคำ ฟ้าอำนวยดินอวยพรล้วนอยู่ที่ข้า ข้าสูญเสียวัตถุนอกกายบางอย่างไป แต่เจ้ากลับต้องสูญเสียตบะซึ่งเป็นของแท้แน่นอนไป สถานะเซียนกระบี่ที่ต้องทุ่มสุดชีวิตถึงจะช่วงชิงมาได้จากต่างบ้านต่างเมือง ได้มาไม่ง่ายเลย เหตุใดเพียงแค่กลับมาบ้านได้ไม่กี่ก้าวก็ไม่รู้จักทะนุถนอมเห็นค่าให้ดีแล้วเล่า”

หม่าขู่เสียนจุ๊ปากพูด “นับแต่เด็กมาก็ยากจนจนกลัว พอมีเงินขึ้นมาก็วางท่าใหญ่โตแล้วหรือ? ถ้าอย่างนั้นเจ้ากับพวกเศษสวะบนภูเขาทั้งหลายที่ดีแต่จะโน้มน้าวให้ข้าออกแรงมากๆ หน่อย ก็ดูเหมือนจะไม่แตกต่างกันเท่าไรนะ”

เฉินผิงอันแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน เพียงแค่อาศัยโอกาสนี้มองประเมินประตูสวรรค์บานนั้นให้ดี

เพราะฟ้าดินแห่งนี้เป็นเพียงวัตถุที่เกิดจากจินตนาการของหม่าขู่เสวียนเท่านั้น ดังนั้นรายละเอียดมากมายล้วนมีความต่างไปจากความจริงที่เฉินผิงอันได้รู้มาอยู่มาก ส่วนดวงดาวและแม่น้ำแห่งกาลเวลาสายนั้นก็ยิ่งเป็นของประดับเป็นชั้นวางดอกไม้ที่มีไว้ข่มขู่คนอื่นเท่านั้น

เฉินผิงอันเก็บกระบี่กลับเข้าฝัก อีกทั้งยังเอาไปสะพายไว้ด้านหลังเหมือนเดิม เอ่ยว่า “พอเถอะ ซากปรักแห่งความคิดทั้งหมดนี้ก็คือตัวเจ้า ซ่อนอะไรกัน เจ้าคิดจริงๆ ว่าข้าทำอะไรเจ้าไม่ได้? การต่อสู้ครั้งที่สามในวันนี้ยังคงถือว่าเสมอกัน คราวหน้าควรเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น หากเจ้ายินดีจะแบ่งเป็นตาย ข้าก็จะให้โอกาสเจ้า”

นาทีถัดมาเฉินผิงอันก็เรียกจันทร์ในบ่อออกมา ค่ายกลกระบี่สี่แห่งที่พลังอำนาจน่าครั่นคร้ามโผล่ขึ้นมาจากความว่างเปล่า กระบี่บินจำนวนนับไม่ถ้วนเหมือนธารดวงดาวสีขาวหิมะสี่เส้นที่พากันไหลกรูเข้าหาประตูสวรรค์สี่บานนั้นอย่างเกรียงไกร

ฟ้าดินเงียบสงัดไปพักหนึ่ง ดวงจิตดวงหนึ่งของหม่าขู่เสวียนจำแลงเป็นเรือนกาย มาปรากฏตัวอยู่ข้างกายเฉินผิงอัน ถามว่า “ไม่กลัวว่าข้าจะเปิดเผยรากฐานของกระบี่บินสองเล่มของเจ้าหรือ?”

เฉินผิงอันเอ่ย “เรื่องหนึ่งก็ส่วนเรื่องหนึ่ง ยังไม่ต้องพูดถึงบุญคุณความแค้นระหว่างพวกเรา เจ้าคนนี้พอได้ทีก็โอ้อวดตัว เอะอะก็ฉีกหน้ากับผู้อื่น แต่อย่างน้อยที่สุดก็ยังคงเป็นคนที่ถูกต่อยจนฟันร่วงหมดปากแล้วยังยอมกลืนเลือดลงไป บอกตามตรง นอกจากข้าจะรำคาญเจ้าแล้ว กลับไม่ได้รู้สึกว่าการกระทำของเจ้าน่าสะอิดสะเอียนสักเท่าไร ในอดีตตอนที่อยู่กำแพงเมืองปราณกระบี่ ข้าเจอผู้ฝึกกระบี่ที่นิสัยใจคอพอๆ กับเจ้าคนหนึ่ง ต้องขอบคุณเจ้า เพราะข้าพูดคุยกับเขาค่อนข้างถูกคอทีเดียว”

หม่าขู่เสวียนยิ้มเอ่ย “ข้ารับลูกศิษย์ผู้สืบทอดมาคนหนึ่ง คือผู้ฝึกยุทธเต็มตัว คุณสมบัตินับว่าไม่เลว วันหน้าให้โอกาสเขาได้ถามหมัดแก่ภูเขาลั่วพั่ว สามครั้ง เป็นอย่างไร?”

เฉินผิงอันพยักหน้า “ได้ เงื่อนไขก็คือเขาต้องเอาชนะลูกศิษย์ใหญ่เปิดขุนเขาของข้าให้ได้ก่อน อีกทั้งเขาถามหมัดกับเผยเฉียนก็ถือว่าอยู่ในโอกาสสามครั้งนั้นด้วย”

หม่าขู่เสวียนกล่าว “ไม่มีปัญหา”

หม่าขู่เสวียนเอาสองมือสอดรองไว้ใต้ท้ายทอย เอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า “บอกตามตรง วิถีทางโลกใบนี้ทำเอาข้าสะอิดสะเอียนแทบแย่แล้ว”

เฉินผิงอันกล่าว “เจ้าเองก็ทำให้คนอื่นสะอิดสะเอียนไม่น้อยเหมือนกัน ไม่มีสิทธิ์พูดจาเช่นนี้”

หม่าขู่เสวียนหัวเราะเสียงดังอย่างเบิกบานใจ

เฉินผิงอันดีดปลายเท้าหนึ่งครั้ง ร่างถอยกรูดไปด้านหลัง ดวงจิตของหม่าขู่เสวียนก็ถอยตามไปด้วย คนทั้งสองคนเคียงบ่ากันอยู่ตลอดเวลา มองไปยังซากปรักบรรพกาลที่ลอยอยู่กลางอากาศสูงนั้นด้วยกัน

เฉินผิงอันพึมพำว่า “จันทราสายลมไร้ขอบเขตสิ้นสุด ฟ้าดินมีเส้นทาง”

หม่าขู่เสวียนหลุดหัวเราะพรืด “หนังสือไร้ค่ามากที่สุด”

ทั้งสองฝ่ายพากันเก็บฟ้าดินขนาดเล็กของตัวเองแทบจะเวลาเดียวกัน

ตรงริมลำน้ำใหญ่ ร่างของหม่าขู่เสวียนกลายเป็นสายรุ้งเส้นหนึ่งที่พุ่งตรงเข้าไปในเมืองหลวงแห่งที่สอง

เฉินผิงอันสะพายกระบี่ เดินกลับไปยังศาลลำน้ำใหญ่

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 764.3 บนยอดเขาจี้เซ่อ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved