cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 754.4 ยากที่สุดคือวันนี้ไร้เรื่องใด

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 754.4 ยากที่สุดคือวันนี้ไร้เรื่องใด
Prev
Next

พรรคของผู้เรียนวรยุทธแห่งหนึ่งมักจะมีแค่อาจารย์และศิษย์สองคนเท่านั้น ผลกลับกลายเป็นว่ามีปรมาจารย์ใหญ่ขอบเขตปลายทางคนหนึ่งแล้ว ยังมีขอบเขตยอดเขาอายุน้อยอีกคนหนึ่ง แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่น่าตะลึงพรึงเพริดอย่างยิ่ง

สายตาในการเลือกลูกศิษย์ของอู๋ซูทำให้คนนับถือจริงๆ

เย่อวิ๋นอวิ๋นรับลูกศิษย์ผู้สืบทอดมาทั้งสิ้นสิบกว่าคน บวกกับตลอดทั้งภูเขาผูซานที่ลูกศิษย์ผู้สืบทอดรับลูกศิษย์มาอีกที จากนั้นลูกศิษย์ของลูกศิษย์ก็รับลูกศิษย์ ผู้ที่ฝึกวรยุทธจึงมีมากหลายร้อยคน ทว่าจนถึงทุกวันนี้กลับยังไม่มีใครได้เลื่อนขั้นเป็นยอดเขา ต่อให้เป็นเซวียไหวที่คุณสมบัติดีที่สุดและตั้งใจมานะฝึกวิชาหมัดอย่างถึงที่สุด หากไม่ผิดไปจากที่คาด ชั่วชีวิตนี้ก็คงไม่อาจฝ่าคอขวด ‘พลิกดิน’ ของขอบเขตเดินทางไกลไปได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลื่อนเป็นขอบเขตยอดเขา ใช้หมัด ‘คว่ำฟ้า’ พัฒนาก้าวหน้าไปอีกขั้น เลื่อนเป็นขอบเขตปลายทางเลย

เจียงซ่างเจินใช้ก้นดันราวรั้วไว้เบาๆ โยนเกาเหล้าที่ว่างเปล่าลงไปในแม่น้ำ ยืดตัวขึ้นยืนตรง ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ข้าชื่อโจวเฝย เฝยที่แปลว่าอ้วน อ้วนดั่งคำกล่าวที่ว่าหนึ่งคนผอมทั้งทวีปอ้วนน่ะ พวกเจ้าคงมองไม่ออกกระมัง อันที่จริงข้ากับพี่หญิงเย่มีความสัมพันธ์ราวกับพี่สาวน้องชายแท้ๆ เลยล่ะ”

ตอนที่เจียงซ่างเจินแนะนำตัวเอง เขาไม่คิดจะมองเซวียไหวและกวอป๋ายลู่แม้แต่น้อย เอาแต่จับจ้องแม่นางน้อยคนเดียว

เซวียไหวสีหน้าไร้อารมณ์

กวอป๋ายลู่แค่คิดว่าเป็นคำพูดหยอกล้อของผู้อาวุโสบนภูเขาคนหนึ่งที่ไม่ทำลายความสุภาพ

เย่เสวียนจีกลับไม่เข้าใจ เหตุใดบรรพจารย์บ้านตนถึงยังไม่มีสีหน้าไม่สบอารมณ์เลยแม้แต่น้อย

หวงอีอวิ๋นแห่งภูเขาผูซาน เนื่องจากมีรูปโฉมงามล้ำ หลายครั้งที่นางออกหมัดล้วนทำให้พวกผู้ฝึกตนบนภูเขาที่ตาไร้แววได้รับบทเรียน ความจำดีกันมากขึ้น

เจียงซ่างเจินขยับสายตาขึ้นด้านบน มีคนที่ถือโอกาสมาร่วมวงความครึกครื้นอีกคนหนึ่งแล้ว ไม่มีทำเนียบนักพรตเต๋า ไม่มีระบบสืบทอดสายเต๋า แต่กลับสวมชุดคลุมอาคมของลัทธิเต๋าจากอารามจินติ่ง ขอบเขตต่ำเตี้ยมาก ทว่าส่วนสูงกลับเป็นดั่งนกกระเรียนในฝูงไก่

ผู้ฝึกตนเฒ่าผู้นี้คารวะเย่อวิ๋นอวิ๋นด้วยพิธีการของลัทธิเต๋า “ผู้ถวายงานหลูอิงแห่งอารามจินติ่งคารวะเจ้าขุนเขาเย่”

เย่อวิ๋นอวิ๋นไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไร แค่แสร้งทำเป็นว่ามองไม่เห็นไม่ได้ยิน

หลูอิงผู้นี้มีชื่อเสียงไม่ดี ทุกวันนี้เป็นขุนนางผู้ประคับประคองมังกรของเจ้าอารามตู้ราชันบนภูเขา คางคกขึ้นวอก็มักจะผยองพองขน ทำอะไรไร้กฎเกณฑ์ไม่มีความพิถีพิถัน

ถูกหวงอีอวิ๋นเมินเฉย หลูอิงไม่มีท่าทางผิดปกติแม้แต่น้อย จิตแห่งมรรคาไร้คลื่นกระเพื่อม เดิมทีก็เป็นเรื่องที่อยู่ในการคาดการณ์อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก

ด้านล่างภูเขาข้าวชนิดเดียวกันเลี้ยงคนได้ร้อยรูปแบบ ต้นไม้แห่งมรรคาบนภูเขาก็มีบุปผาหลากสีผลิบานเช่นเดียวกัน จะสานสัมพันธ์ผูกมิตรได้หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่จะบังคับกันได้

ผู้ถวายงานอันดับหนึ่งของอารามจินติ่ง หลูอิงผู้ฝึกตนก่อกำเนิด กับผู้ถวายงานอันดับหนึ่งของเสี่ยวหลงชิวนั้นมีวิธีการพอๆ กัน เคยเป็นผู้ฝึกตนอิสระมาก่อน วางอำนาจบาตรใหญ่อยู่นานหลายปี ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี ตระกูลเซียนอักษรจงสูงส่งมิอาจปีนป่าย พอขอบเขตสูงมากพอ แต่ชื่อเสียงกลับแย่เกินไป และหากไม่ใช่พรรคตระกูลเซียนที่เป็นสำนัก พวกเขาก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา สูงก็ไม่ดีต่ำก็ไม่ได้ หากจะบอกให้ตั้งพรรคขึ้นมาอีกก็ขาดรากฐานทุนรอน อีกทั้งชื่อเสียงที่อยู่ด้านนอก มีผู้ฝึกตนอิสระคนใดบ้างที่บนร่างไม่แบกคดีบุญคุณความแค้นบนภูเขาเอาไว้บ้างเลย ไม่เคยทำเรื่องที่ไม่อาจเปิดเผยให้ใครรู้บ้างเลย? ก็เหมือนอย่างหลูอิงที่มีความสัมพันธ์ย่ำแย่กับนักพรตภูเขาไท่ผิงอย่างมาก หลูอิงเพิ่งจะเลื่อนเป็นขอบเขตก่อกำเนิดก็จงใจข้ามผ่านอาณาเขตของพรรคทั้งหลาย แล้วเลือกเอาราชวงศ์ล่างภูเขาแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะกันดารห่างไกล ไปทำตัวเป็นเทพเซียนผู้อาวุโสที่เรียกลมได้ลม เรียกฝนได้ฝน คิดจะพลิกภูเขาคว่ำมหาสมุทรอย่างไรก็ได้ ผลคือเกือบจะถูกนักพรตหญิงหวงถิงที่ลงภูเขาไปหาประสบการณ์ในยุทธภพเพียงลำพังใช้กระบี่เดียวฟันตาย ตอนนั้นหลูอิงอุตส่าห์หวังดี หวังจะไปผูกสมัครเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกับสาวงาม สตรีนางนั้นก็จริงๆ เลย พูดไม่เข้าหูกันคำเดียวก็เปิดฉากต่อยตี ประเด็นสำคัญคือนางไม่เคยบอกชื่อแซ่ตั้งแต่ต้นจนจบ ตอนนั้นหวงถิงเพิ่งจะเป็นขอบเขตโอสถทอง อีกทั้งยังใช้เวทคาถารับมือกับศัตรู อันที่จริงการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายจึงไม่อาจพูดได้ว่าแพ้ชนะห่างกันมาก ดังนั้นจนกระทั่งถึงท้ายที่สุด หลูอิงถึงได้รู้ว่าสตรีผู้นั้นเป็นถึงผู้ฝึกกระบี่ มีเซียนซือทำเนียบวงศ์ตระกูลที่ไหนไม่ชอบโอ้อวดทำเนียบของตัวเองแบบนี้บ้างเล่า?

สุดท้ายโชคดีหลบหายนะที่ฟ้าพลิกแผ่นดินคว่ำแผ่นดินของหนึ่งทวีปจมดิ่งครานั้นมาได้ เห็นว่าตู้หานหลิงแห่งอารามจินติ่งคือวีรบุรุษผู้กล้าของพื้นที่หนึ่ง จะต้องอาศัยโอกาสนี้ลุกผงาดขึ้นมาได้อย่างแน่นอน หลูอิงจึงตรงดิ่งมาสวามิภักดิ์ต่ออารามจินติ่ง ตู้หานหลิงเองก็ยอมตัดใจทุ่มเงินทุนให้หลูอิงคว้าตำแหน่งผู้ถวายงานอันดับหนึ่งที่มีน้ำหนักมากอย่างถึงที่สุดไปครอง หลูอิงจึงยิ่งวิ่งวุ่นไปทั่วสารทิศเพื่ออารามจินติ่งอย่างถวายหัว หลูอิงมีความสัมพันธ์ที่ไม่เลวกับ ‘นักพรตเป่าเจิน’ แห่งยอดเขาอิ่นเมี่ยว หลักๆ แล้วยังเป็นเพราะหลูอิงเห็นดีในตัวเส้ายวนหรานลูกศิษย์ผู้สืบทอดของยอดเขาอิ่นเมี่ยว มักจะรู้สึกว่าโอสถทองหนุ่มผู้นี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะได้เป็นเจ้าอารามจินติ่งคนถัดไป

เย่เสวียนจีกำลังกระซิบกระซาบพูดคุยกับบรรพจารย์บ้านตัวเอง จู่ๆ กลับต้องสะดุ้งโหยง

ที่แท้โจวเฝยผู้นั้นอยู่ดีๆ ก็ยื่นนิ้วชี้หน้าหลูอิง พูดอย่างโมโหเดือดว่า “เจ้าคนบ้ากาม ดวงตาสุนัขของเจ้ามองอะไรบนร่างของพี่หญิงเย่ข้าน่ะ ต่ำช้า น่าขยะแขยง ทำให้คนจะอ้วก!”

เจียงซ่างเจินไม่เพียงแต่ใส่ร้ายผู้อื่น ยังแสร้งทำท่าเดินวนมาหยุดอยู่หน้าเย่อวิ๋นอวิ๋น ราวกับว่าต้องการยืดอกปกป้องนางจากสายตาของหลูอิง

หลูอิงเงียบเฉย ทั้งไม่ได้อธิบายอะไรกับหวงอีอวิ๋น แล้วก็ไม่ได้มีโทสะต่อเจ้าคนที่สมองมีรูผู้นี้ ก่อกำเนิดผู้เฒ่าเทพเซียนลัทธิเต๋ามีมาดของเซียนอย่างเต็มเปี่ยม บ่มเพาะอบรมตนได้อย่างดีเยี่ยม

กวอป๋ายลู่ขมวดคิ้วน้อยๆ

แม้จะบอกว่าเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้นี้มีความทรงจำที่ธรรมดาต่อหลูอิงที่พยายามเต็มที่ในการผูกมิตรกับตน แต่โจวเฝยที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้พูดจาเหลวไหล ยุแยงให้ร้ายคนอื่น ถึงอย่างไรก็ชวนให้คนรำคาญมากกว่า

บางครั้งคำพูดไม่กี่คำของผู้ฝึกตนบนภูเขาก็สามารถทำร้ายคนอื่นให้ตายได้เลย

เจียงซ่างเจินชำเลืองตามองเด็กหนุ่ม จุ๊ปากเอ่ยว่า “จอมยุทธน้อยเจ้ายังอ่อนเยาว์เกินไปนัก ไม่เข้าใจสายตาลับๆ ล่อๆ และความคิดจิตใจที่โสมมของบุรุษแก่ๆ บางคนหรอก”

เย่เสวียนจีกะพริบตาปริบๆ ‘โจวเฝย’ ที่มีชื่อประหลาดผู้นี้กล้าพูดจาไร้ยำเกรงต่อหน้าท่านย่าบรรพจารย์ของนาง ช่างร้ายกาจเสียจริง

เพียงแต่ว่าโจวเฝยบอกว่าหลูอิงคือบุรุษแก่? แล้วเขาโจวเฝยเองเล่า? ไม่ใช่คนบนเส้นทางเดียวกันหรอกหรือ ถึงได้เอ่ยคำพูดจากประสบการณ์ตรงแบบนี้ออกมาได้?

เจียงซ่างเจินคล้ายจะมีจิตสัมผัส รีบหันมายิ้มเอ่ยกับแม่นางน้อยทันที “ข้าโจวเฝยปฏิบัติต่อสตรีไม่เคยปิดบัง ไม่งามก็ไม่มอง งดงามก็จะมองมากหน่อย สายตาเปิดเผยตรงไปตรงมา จิตใจก็ยิ่งกว้างขวาง เมื่อเทียบกับเจ้าคนเสเพลที่ใช้สายตาปอกลอกเสื้อผ้าของสตรีผู้นี้แล้ว แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง! แม่นางเย่เจ้าไม่รู้หรอกว่าเมื่อครู่นี้สายตาของเจ้าคนต่ำช้าผู้นี้น่าเกลียดเพียงใด หากจะบอกว่ามองภูเขาไม่ชอบความแบนราบก็แล้วไปเถอะ แต่ไอ้หมอนี่กลับมีรสนิยมแปลกประหลาดนัก สายตาไล่มองลงมาเบื้องล่างเหมือนน้ำตกที่ตกจากที่สุด สุดท้ายเห็นได้ชัดว่าจงใจหยุดอยู่บนเท้าของพี่หญิงเย่เป็นนาน”

เย่เสวียนจีไร้คำพูดตอบโต้

ขนาดเรื่องนี้เจ้าโจวเฝยยังมองออก ก็ไม่ยิ่งเป็นคนบนเส้นทางเดียวกันหรอกหรือ?

เย่อวิ๋นอวิ๋นยังคงวางตัวอยู่นอกเหนือเรื่องราว เจียงซ่างเจินเป็นคนอย่างไร นางรู้ชัดเจนดี

ในที่สุดหลูอิงก็ไม่ทำตัวเป็นเต่าหดหัวอีกต่อไป ยิ้มเอ่ยว่า “สหายโจวท่านนี้ อย่าพูดเรื่องตลกอยู่เลย พบเจอกันบนภูเขาถือเป็นวาสนา ต้องรู้จักทะนุถนอมเห็นค่าให้มากถึงจะถูก”

หากยังเป็นผู้ฝึกตนอิสระ คงปล่อยให้คนผู้นี้พูดจาไปตามใจชอบ บนภูเขาจะว่าใหญ่ก็ใหญ่ วิถีทางโลกจะว่าเล็กก็เล็ก อย่าให้เขาหลูอิงพบเจอเป็นการส่วนตัวก็แล้วกัน แต่ในเมื่อเป็นผู้ถวายงานอันดับหนึ่งของอารามจินติ่งแล้ว ก็ต้องพิถีพิถันในเรื่องหน้าตาของเซียนซือกันสักหน่อย เพราะถึงอย่างไรทุกวันนี้เขาหลูอิงออกมาอยู่ข้างนอก ว่ากันในบางระดับก็ถือว่าเป็นหน้าตาของอารามจินติ่งแล้ว

เย่อวิ๋นอวิ๋นไม่ได้สนใจเจียงซ่างเจินที่หาเรื่องไม่เป็นเรื่อง แล้วก็ไม่ยินดีปล่อยให้คนทั้งกลุ่มถูกเจียงซ่างเจินพาเข้ารกเข้าพงเช่นนี้ นางใช้หลังมือตบไหล่เจียงซ่างเจิน ยิ้มถามกวอป๋ายลู่ว่า “อาจารย์ของเจ้าจะกลับมาใบถงทวีปเมื่อไหร่?”

ต่อให้หลูอิงจะเป็นคนเหลาะแหละแค่ไหนก็ไม่มีความกล้านี้ ผู้ฝึกตนก่อกำเนิดคนหนึ่งกล้าละโมบในความงามของผู้ฝึกยุทธขอบเขตปลายทาง เท่ากับรนหาที่ตาย

นับตั้งแต่ปรากฏตัวจนถึงคารวะทักทาย หลูอิงล้วนอยู่ในกฎในเกณฑ์ เย่อวิ๋นอวิ๋นรู้ดีว่าเจียงซ่างเจินหาเรื่องพูดไปเอง จงใจสาดน้ำสกปรกใส่หัวหลูอิงและอารามจินติ่ง

กวอป๋ายลู่ตอบว่า “ก่อนหน้านี้ส่งกระบี่บินแจ้งข่าวไปยังเซียนกระบี่สวีจวินที่ท่าเรือชวีซาน ตอนนี้อาจารย์ยังเป็นแขกอยู่ที่จวนสกุลหลิวธวัลทวีป ส่วนเรื่องที่ว่าจะกลับมาบ้านเกิดเมื่อไหร่ ในจดหมายไม่ได้บอกไว้”

เดินทางมาถึงท่าเรือชวีซานเขตอวี๋โจวเก่าที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้สุด เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่มงคลถ้ำเมฆาของสำนักกุยหยก บวกกับนครเซิ่นจิ่งของราชวงศ์ต้าเฉวียนที่อยู่ภาคกลาง และอารามจินติ่งที่อยู่ทางเหนือ

ก็คือเส้นทางที่ผู้ฝึกตนของใบถงทวีปเลือกใช้ เพราะได้ผ่านสถานที่ที่จำเป็นต้องผ่านเกือบสามแห่ง

เย่อวิ๋นอวิ๋นพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “รอให้อาจารย์ของเจ้ากลับมาถึงใบถงทวีป พวกเจ้าสองคนสามารถมาเป็นแขกที่เรือนอวิ๋นฉ่าวได้”

กวอป๋ายลู่คลี่ยิ้มเจิดจ้า กุมหมัดเอ่ยว่า “แน่นอน คราวนี้ที่ลงจากภูเขามาหาประสบการณ์ ผู้อาวุโสเซวียได้ช่วยชี้แนะหลายเรื่อง ถึงเวลานั้นผู้เยาว์คงต้องทำใจกล้าขอความรู้จากเจ้าขุนเขาบ้างแล้ว”

เด็กหนุ่มมีดวงหน้าน่ามอง ไม่ถือว่างามประณีตคมคาย เพียงแต่เวลายิ้มกลับดูมั่นใจในตัวเองมากเป็นพิเศษ

เด็กหนุ่มที่เป็นเช่นนี้ ยากนักที่ผู้อาวุโสจะไม่ชื่นชอบ

เจียงซ่างเจินกดเสียงลงพูดเบาๆ “พี่หญิงเย่ สายตาที่จอมยุทธน้อยกวอผู้นี้มองเจ้าก็ประหลาดเหมือนกัน ไม่ได้มีความคิดชั่วร้ายอะไรหรอก แต่เป็นความรักความชื่นชมระหว่างชายหญิง เพราะถึงอย่างไรทุกคนล้วนมีใจรักความสวยความงาม พี่หญิงเย่เจ้าเองก็ไม่ต้องโกรธเคืองไป หากเปลี่ยนข้ามาเป็นเขาก็คงมองพี่หญิงเย่เป็นเทพธิดาบนสวรรค์ที่ได้แต่มองไกลๆ ไม่กล้าหยอกเย้าด้วย ได้แต่กล้าแอบมอง แอบชอบเท่านั้น”

เด็กหนุ่มหล่อเหลาหน้าแดงก่ำ กำหมัดสองข้างตามจิตใต้สำนึก เอ่ยเสียงทุ้มหนักว่า “ผู้อาวุโสโจว ข้าเคารพที่ท่านเป็นผู้อาวุโสบนภูเขา โปรดอย่าเอ่ยวาจาไร้ความยำเกรงเช่นนี้ ไม่อย่างนั้นก็อย่าโทษหากข้ารู้ดีว่าตัวเองต้องแพ้แน่นอน แต่ก็ยังจะถามหมัดกับผู้อาวุโสสักครั้ง!”

เจียงซ่างเจินขยับเท้าไปอยู่ด้านหลังเย่อวิ๋นอวิ๋น ยื่นหน้าออกมาพูดว่า “มาสิ เจ้าเด็กตัวดี อายุไม่มากแต่เจ้าอารมณ์ไม่น้อย เจ้าก็มาถามหมัดกับข้าสิ”

เด็กหนุ่มมีหรือจะเคยเจอผู้ฝึกตนบนภูเขาที่โยนหน้าตาตัวเองลงพื้นไม่สนใจจะเก็บเช่นนี้ เป็นบุรุษตัวโตๆ คนหนึ่งกลับไปแอบหลบอยู่ด้านหลังผู้อาวุโสเย่ นี่ทำให้กวอป๋ายลู่ลังเลตัดสินใจไม่ได้ไปชั่วขณะ

เพราะลางสังหรณ์บอกกับเด็กหนุ่มว่าหากตัวเองจะถามหมัดจริงๆ ก็ต้องแพ้แน่นอน ต่อให้หมัดจะชนะ แต่กลับมีแต่จะแพ้มากยิ่งกว่าเดิม

หลูอิงยินดีที่จะมองดูดายอยู่เฉยๆ ไม่มีเรื่องตัวก็เบา ในใจยังหัวเราะหยันไม่หยุด

เจ้าตัวดี ดีสุนัขใหญ่ไม่เบา หาเรื่องตนก็เท่ากับว่าหาเรื่องอารามจินติ่ง แล้วยังไม่ยอมเลิกรา ยังจะกล้าหาเรื่องลูกศิษย์ใหญ่เปิดขุนเขาของอู๋ซูอริยะบู๊ต่ออีก? อู๋ซูผู้นั้นนิสัยเป็นอย่างไร ไม่รู้เลยหรือ? ในฐานะผู้ฝึกยุทธเต็มตัวกลับมีเวทกระบี่ชั้นสูง กระบี่ไม้ไผ่เล่มหนึ่งมีพลังพิฆาตยิ่งใหญ่เหมือนกระบี่บินของผู้ฝึกกระบี่ อีกทั้งยังเชี่ยวชาญวิชาหอก และนั่นก็ยิ่งเป็นรากฐานในการหยัดยืนบนยอดเขาสูงบนเส้นทางวรยุทธของอู๋ซูเลย

เขาเคยตั้งใจเก็บรวบรวมวิชาหอกสามร้อยกว่าชนิดของใต้หล้าไพศาลแล้วเอามาหลอมรวมกันในเตาเดียว สร้างกระบวนท่าขึ้นมาหกกระบวนท่า เป็นเอกในใต้หล้า ยามที่อู๋ซูประลองฝีมือกับผู้อื่นมักจะลงมืออย่างหนักหน่วง ก่อนหน้านี้ปรมาจารย์ใหญ่ขอบเขตสิบของใบถงทวีปก็เพราะถูกเขาถามหมัดถึงได้บาดเจ็บสาหัสจนตาย บวกกับที่อู๋ซูต่อสู้ไปทั่วทวีปแล้วก็ยังไม่เจอผู้ฝึกยุทธคนใดที่เป็นคู่ต่อสู้ได้ ออกไปหาประสบการณ์ที่ทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง บนภูเขาก็มีข่าวลือเล็กๆ แพร่ออกมาอีก บอกว่าหวงอีอวิ๋นแห่งภูเขาผูซานเสียสติ หลังจากได้รับภาพฝาผนังของเซียนเหรินที่เป็นของตกทอดยุคบรรพกาลมาก็ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่าจะหันไปฝึกวิชาตระกูลเซียน บอกว่าจะปิดด่านเป็นตายเลียนแบบผู้ฝึกตน หากไม่เลื่อนเป็นขอบเขตบินทะยานได้สำเร็จ ก็จะแก่ตายคาถ้ำตระกูลเซียนไปซะ เป็นเหตุให้ล่างภูเขาของหนึ่งทวีปไม่มีปรมาจารย์ขอบเขตสิบคอยเฝ้าพิทักษ์ขุนเขาสายน้ำอีก

ดังนั้นเจ้าคนตรงหน้าผู้นี้ มารดาเจ้าเถอะ เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นเจียงซ่างเจินหรือไร!

คนตรงหน้าผู้นี้เกินครึ่งน่าจะเป็นมังกรข้ามแม่น้ำผู้ฝึกตนทวีปอื่นเหมือนสวีจวินเซียนกระบี่ ขอบเขตต้องไม่ต่ำแน่นอน และสำนักที่พึ่งก็ต้องใหญ่ยิ่งกว่า ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีคุณสมบัติมากพอจะมาพูดจาเลื่อนเปื้อนต่อหน้าหวงอีอวิ๋น

พอคิดถึงเรื่องนี้ หลูอิงก็เริ่มโมโหเข้าจริงๆ แล้ว

เซียนซือทำเนียบวงศ์ตระกูลชาติสุนัข เป็นพวกลูกหลานตะพาบอย่างสมชื่อ อาศัยว่าบนภูเขามีบรรพจารย์บรรพบุรุษเป็นตะพาบพันปีเต่าแปดหมื่นปี ลงมาจากภูเขา ใช้อำนาจบาตรใหญ่เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลตามหลักฟ้าดิน

พูดถึงแค่หม่าหลินซื่อที่มีชื่อเล่นว่าหลินจื่อจากถ้ำมังกรขาวคนนั้น และยังมีหลานชายสายตรงของบรรพจารย์ผู้คุมกฎถ้ำมังกรขาว โหยวชีผู้ฝึกตนขอบเขตประตูมังกร ทายาทตระกูลเซียนที่อยู่ในทำเนียบเซียนซือเหล่านี้ มีใครบ้างที่ไม่กำเริบเสิบสาน ตาสูงมองไม่เห็นหัวใคร? ล้วนเป็นเช่นนี้กันทั้งนั้น กลับเป็นแม่นางน้อยขี้อ้อนอย่างเย่เสวียนจีแห่งเรือนอวิ๋นฉ่าวที่ค่อนข้างหาได้ยาก น่าเสียดายที่มาจากภูเขาผูซาน ข้างกายยังมีเซวียไหวที่เป็นขอบเขตเดินทางไกลติดตามมาด้วย หลูอิงไม่กล้าแตะต้อง ไม่อย่างนั้นจะต้องให้นางได้รู้รสชาติของเทพเซียนพลิกเมฆพร่างพรมสายฝนให้จงได้

เย่อวิ๋นอวิ๋นปล่อยหมัดหนึ่งไปด้านหลัง

ต่อยลงบนหน้าผากของเจียงซ่างเจิน

ทำให้ร่างของเจียงซ่างเจินผงะหงายลงพื้นในเสี้ยววินาทีแล้วกระเด้งกระดอนอยู่ที่เดิมอีกสามที

อย่าว่าแต่เย่เสวียนจีและกวอป๋ายลู่เลย ต่อให้เป็นหลูอิงเองก็ยังอดตกตะลึงไม่ได้ มีตบะแค่นี้เองหรือ? มารู้จักกับหวงอีอวิ๋นได้อย่างไร?

เย่อวิ๋นอวิ๋นเอ่ยขึ้นโดยไม่คิดจะหันหน้ากลับไปมอง “หากไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ข้าก็จะกลับภูเขาเหล่าจวินแล้ว”

เจียงซ่างเจินรีบดิ้นรนลุกขึ้นยืนทันใด “มีเรื่องๆ โอกาสหาได้ยาก ต้องพูดคุยกับพี่หญิงเย่อีกสักสองสามประโยค แค่สองสามประโยคเท่านั้น รับรองว่าไม่ถ่วงรั้งธุระสำคัญของพี่หญิงเย่อย่างแน่นอน

เย่อวิ๋นอวิ๋นเอ่ยกับเซวียไหวว่า “พวกเจ้าไปหาประสบการณ์กันต่อเถอะ”

เซวียไหวที่ไม่ได้เปิดปากเอ่ยอะไรสักคำรวมเสียงให้เป็นเส้นกล่าวว่า “อาจารย์ เรื่องของภาพแยนจือพื้นที่มงคลหรือ? ต้องให้ศิษย์ไปปรึกษากับบรรพจารย์สกุลเจียงสองสามท่านที่คุ้นเคยกันหรือไม่?”

เย่อวิ๋นอวิ๋นกล่าว “ข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไร”

เซวียไหวจึงไม่กล้าพูดมากอีก คนทั้งกลุ่มหมุนตัวเดินกลับเข้าไปยังจวนเปลือกหอย

เจียงซ่างเจินปัดชุดสีเขียวบนร่าง สะบัดชายแขนเสื้อ “หน้าตาไม่เหลืออยู่แล้ว ความสุภาพองอาจถูกกวาดทิ้งลงพื้นเสียสิ้น พี่หญิงเย่ทำร้ายให้ข้าลำบากแล้ว”

เย่อวิ๋นอวิ๋นเดินไปยังราวรั้ว เอ่ยว่า “เจียงซ่างเจิน เจ้าคิดว่าอารามจินติ่งกับถ้ำมังกรขาวเป็นอย่างไร? สามารถช่วยใบถงทวีปได้จริงๆ หรือไม่?”

เจียงซ่างเจินยิ้มกล่าว “ตู้หันหลิงพอจะถือว่าเป็นผู้กล้าของพื้นที่แถบหนึ่งได้กระมัง มีมาดของพยัคฆ์ร้ายดุดันราชันแห่งภูเขา จึงถูกขนานนามให้เป็นราชาบนภูเขา นับว่าพอจะมีความเหมาะสมอยู่บ้าง ในเมื่อมีราชวงศ์ต้าเฉวียนคอยให้การช่วยเหลือ อีกทั้งยังสานสัมพันธ์กับบุคคลยิ่งใหญ่ของแจกันสมบัติทวีปได้แล้วด้วย แม้แต่ทางเหวยอิ๋งเขายังไปทักทายเอาไว้ก่อน การวางตัวจึงเรียกได้ว่ารอบคอบรัดกุมแม้แต่น้ำสักหยดก็ไหลออกไม่ได้ ดังนั้นจะต้องลุกผงาดขึ้นมาได้แน่นอน ส่วนถ้ำมังกรขาวน่ะหรือ ห่างชั้นไกลนัก ไม่ถือว่าเป็นเจียวหลงอะไร เหมือนปลาจิ่นหลีในน้ำขุ่นตัวหนึ่งเสียมากกว่า เข้ากับทางโน้นทีทางนี้ที อาศัยโอกาสแหวกว่ายไปเรื่อย หากออกจากน้ำขึ้นฝั่งเมื่อไหร่ก็มีแต่จะกลับคืนสู่สภาพเดิม”

เย่อวิ๋นอวิ๋นถามด้วยความเป็นกังวล “เรือนอวิ๋นฉ่าวเกี่ยวพันกับพวกเขาลึกซึ้งเกินไป ทำผิดไปแล้วใช่ไหม?”

เจียงซ่างเจินฟุบตัวบนราวรั้ว เอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า “สถานที่แห่งหนึ่งย่อมมีโชควาสนาของสถานที่แห่งนั้น ช่วงเวลาหนึ่งย่อมมีสถานการณ์ของช่วงเวลานั้น ความถูกต้องของเมื่อวานไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็นความถูกต้องของวันนี้ ความผิดของวันนี้ก็ไม่แน่เสมอไปว่าต้องเป็นความผิดของวันพรุ่งนี้”

เย่อวิ๋นอวิ๋นกล่าว “เจียงซ่างเจิน เจ้าช่วยบอกให้ชัดเจนหน่อยเถอะ ข้าไม่ใช่ผู้ฝึกตนอย่างพวกเจ้า ไม่ชอบพูดจาแฝงความนัยที่วกวนไปมา”

ครั้งนี้นางเป็นฝ่ายมาเยือนพื้นที่มงคลของสกุลเจียงด้วยตัวเองก็เพื่อสามเรื่อง มาเซ่นไหว้อดีตเจ้าสำนักสวินยวน ให้พื้นที่มงคลถ้ำเมฆาดูแลรักษาภูเขาเทพีบุปผาแห่งหนึ่งให้ดี สุดท้ายคือต้องการขอความรู้จากเจียงซ่างเจินในเรื่องนี้

เจียงซ่างเจินเอาสองมือไพล่หลัง ทอดสายตามองขุนเขาสายน้ำห่างไกล เอ่ยเนิบช้าว่า “เย่อวิ๋นอวิ๋น เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่า เหตุใดข้าถึงจะต้องพาเจ้าออกจากภูเขาเหล่าจวินมาที่หาดหินหวงเฮ้อนี้ให้ได้?”

เย่อวิ๋นอวิ๋นกล่าว “ยินดีจะฟังรายละเอียด”

เจียงซ่างเจินชี้ไปยังจุดที่ห่างไปไกล จากนั้นจึงใช้นิ้วเคาะราวรั้วหยกขาวเบาๆ เอ่ยว่า “คิดอยากจะเห็นทัศนียภาพไกลพันลี้ก็ต้องขึ้นหอสูงไปอีกหนึ่งชั้น สามชั้นสำคัญของขอบเขตสิบ ปราณโชติช่วง คืนความจริง เทพมาเยือน ขึ้นสู่ที่สูงมองไปไกล หลุบตาลงต่ำมองโลกมนุษย์ ขุนเขาสายน้ำยิ่งใหญ่โอฬาร ก็คือปราณโชติช่วง เจ้ากับเพ่ยอาเซียงแห่งศาลเหลยกงธวัลทวีป และหวังฟู่ซู่ผู้ฝึกยุทธผู้เฒ่าแห่งอุตรกุรุทวีป แม้ว่าต่างก็โชคดีได้ยืนอยู่บนชั้นที่สอง ทว่าพื้นฐานของปราณโชติช่วงปูมาได้ย่ำแย่เกินไป ต่อให้เจ้าเดินโซซัดโซเซไปถึงขอบเขตคืนความจริง เพ่ยอาเซียงนั้นไม่ได้เรื่องที่สุด เท่ากับว่าใช้เรือนกายที่งองุ้มคลานมาถึงที่แห่งนี้ ดังนั้นขอบเขตเทพมาเยือนจึงกลายเป็นความเพ้อฝันไปแล้ว เพ่ยอาเซียงมีความทุกข์ย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ ดังนั้นถึงได้เอาแต่หดหัวอยู่ที่ศาลเหลยกง”

“แล้วเจ้าลองหันกลับมามองดูอู๋ซูที่เป็นเพื่อนบ้านของเจ้าสิ เขาฉลาดมาก อ่านตำราลับวิชายุทธทั่วหล้ามาแต่เนิ่นๆ แล้ว จากนั้นค่อยคัดเลือกและจัดระเบียบเอาวิชาหอกที่สำคัญร้อยกว่าชนิดของไพศาล นี่ก็คือการถามหมัดฝึกตนในอีกความหมายหนึ่งแล้ว ทั้งทำให้วิสัยทัศน์ของตัวเองกว้างไกล แล้วยังทำให้ความกล้าหาญเพิ่มมากขึ้นด้วย คิดจะเป็นคนเรียนวิชาหอกบนวิถีวรยุทธของใต้หล้า บุกเบิกเส้นทางใหม่อีกเส้นในการเดินสู่ที่สูง แล้วเจ้าล่ะ ได้ภาพฝาผนังเซียนเหรินที่ทั้งเป็นวิชาต่อสู้ทั้งมีความลี้ลับไป จิตใจก็ไม่มั่นคงแล้ว คิดอยากจะเก็บรวบรวมวัตถุในการฝึกตนขึ้นมาใหม่ พยายามจะฝ่าทะลุจากขอบเขตโอสถทองไปอีกสองขั้นติด เลื่อนเป็นห้าขอบเขตบน เพราะหินของภูเขาลูกอื่นเอามากลึงเป็นหยกได้ ก็เลยจะอาศัยสิ่งนี้มาฝ่าคอขวดของคืนความจริงหรือ?”

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 754.4 ยากที่สุดคือวันนี้ไร้เรื่องใด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved