cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 752.6 หมัดของขอบเขตสิบเอ็ด

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 752.6 หมัดของขอบเขตสิบเอ็ด
Prev
Next

เฉินผิงอันถาม “บ่อไข่มุกมรกตแห่งนั้นสามารถคงความงามของสตรีได้จริงหรือ?”

ไต้หยวนเอ่ยเสียงเบา “บอกกับผู้อาวุโสตามตรง ล้วนเป็นคำพูดเหลวไหลทั้งสิ้น ก็แค่ว่าทุกปีจะไปเอาหิมะที่สะสมอยู่ในทะเลสาบหิมะบนยอดเขามาหลายร้อยจิน เป็นเหตุให้น้ำในบ่อมีโชคชะตาน้ำเข้มข้นขึ้นอีกหลายส่วน จากนั้นแอบโปรยพืชพรรณดอกไม้หายากลงไปในบ่อ สีของบ่อน้ำจึงสดใสกว่าเดิมมาก จากนั้นจึงเชิญผู้ฝึกตนหญิงทำเนียบวงศ์ตระกูลที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง และฮองเฮาทุกพระองค์ของราชวงศ์สกุลอวี๋ให้มาช่วยพูดจาดีๆ ถึงบ่อไข่มุกมรกตสองสามคำก็เท่านั้น”

เฉินผิงอันพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย แล้วจู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า “ราชวงศ์สกุลอวี๋ไม่นับว่าอยู่ใกล้ที่นี่ ตระกูลโหวแห่งนครมังกรเฒ่าแจกันสมบัติทวีปที่พวกเจ้ากอดขาใหญ่เอาไว้ก็ไม่ใช่สำนักชั้นสูงอะไร เป็นเพียงแค่หนึ่งในแซ่สกุลใหญ่ไม่กี่สกุลของนครมังกรเฒ่าเท่านั้น แต่กลับทำให้สหายไต้มีความกล้าถึงขนาดเดินทางไกลเป็นพันลี้มาหวังครอบครองภูเขาไท่ผิงเช่นนี้ เพราะคิดจะงัดข้อกับสำนักว่านเหยาและเสี่ยวหลงชิวหรือ?”

ไต้หยวนรีบอธิบายให้ชัดเจนทันที “นี่คือความต้องการของบรรพจารย์เกา ข้าน้อยเองก็เลอะเลือนมาโดยตลอด เพียงแต่ว่าบรรพจารย์มีคำสั่งจึงไม่กล้าไม่ทำตาม”

ไต้หยวนยังคงให้ความร่วมมือด้วยการอธิบายให้ผู้อาวุโสข้างกายผู้นี้ฟังต่อไปด้วยความอดทน “ส่วนตระกูลโหวของนครมังกรเฒ่านั้นมีบัณฑิตคนหนึ่งที่ได้ดิบได้ดี พลังการรบแกร่งกร้าว ทุกวันนี้ได้กลายเป็นวิญญูชนของสำนักศึกษากวานหูแล้ว และยังมีวิญญูชน ‘เจิ้งเหริน’ อีกคนหนึ่งที่มีความเป็นไปได้มากว่าจะมารับหน้าที่เป็นรองเจ้าขุนเขาของสำนักศึกษาในใบถงทวีปเรา! อันที่จริงสำนักของพวกเราและฮ่องเต้สกุลอวี๋ต่างก็ได้ยินข่าวกันมาแล้ว แต่ไหนแต่ไรมาวิญญูชนสำนักศึกษาผู้นั้นมีความสัมพันธ์ที่ธรรมดากับทางตระกูลมาโดยตลอด แต่ว่าเรื่องแบบนี้เราไม่กล้าไม่เห็นเป็นสำคัญจริงๆ”

เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ลำบากผู้ฝึกตนใบถงทวีปอย่างพวกเจ้าจริงๆ ไม่คิดว่าจะตกต่ำถึงขั้นที่ต้องไปสืบข่าวเล็กๆ น้อยๆ จากแจกันสมบัติทวีปแล้ว”

ไต้หยวนถอนหายใจ “แจกันสมบัติทวีปในทุกวันนี้ร้ายกาจมากนี่นา”

เฉินผิงอันเอ่ย “เอาเถอะ ตามนี้แหละ เรื่องในวันนี้สหายไต้ก็แสร้งทำเป็นว่าไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกัน ไม่แน่ว่าวันใดข้าอาจไปเยี่ยมเยือนที่ภูเขาของเจ้า สหายไต้เล่ามามากมายถึงเพียงนี้ ทำให้ข้าได้รับประโยชน์มากเลยทีเดียว”

ไต้หยวนค้อมเอวก้มหัว ประสานมือคารวะ “ผู้อาวุโสก็แค่เป็นดั่งเทพเซียนที่ลงมาเยือนโลกมนุษย์แล้วสอบถามเทพแห่งผืนดินเท่านั้น ผู้เยาว์ได้ทุ่มเทความสามารถทั้งหมดที่มีช่วยเหลือท่าน ช่างเป็นบุญกุศลที่สะสมมาเมื่อชาติปางก่อนจริงๆ”

เฉินผิงอันตบไหล่ของผู้ฝึกตนโอสถทอง “สหายไต้กลับคืนไปยังบ้านเกิดได้อย่างสบายใจ แค่ต้องจำไว้ว่าอะไรที่ไม่ควรพูด ต่อให้ถูกตีตายก็อย่าได้พูด หาเหตุผลสักข้อกลบเกลื่อนให้ผ่านด่านไป ส่วนทางฝั่งของผู้อาวุโสก่อกำเนิดที่เสี่ยวหลงชิวนั้น ข้าจะช่วยไกล่เกลี่ยให้เจ้าเอง จะไม่ยอมให้เขาเคียดแค้นเจ้าแม้แต่นิดเด็ดขาด”

ไต้หยวนมีสีหน้ามึนงง จากนั้นหัวใจก็พลันบีบรัดตัวแน่น

ไกล่เกลี่ยอะไรกัน? ไม่ต้องสักหน่อย เวลาปกติข้าผู้อาวุโสกับผู้อาวุโสก่อกำเนิดจากเสี่ยวหลงชิวผู้นั้นพูดคุยกันอย่างถูกชะตามากเลยนะ ไม่ว่าจะมีธุระไม่มีธุระก็จะต้องชมบุปผาในคันฉ่องจันทราในสายน้ำด้วยกัน มีชีวิตดั่งเทพเซียนยิ่งนัก

เฉินผิงอันเหล่ตามองโอสถทอง

ไต้หยวนรีบยกมือขึ้นกุมกันอีกครั้งทันใด “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณผู้อาวุโสแล้ว ผู้เยาว์ซาบซึ้งใจยิ่งนัก”

เห็นว่าสีหน้าของผู้อาวุโสยังคงไม่เป็นมิตร ไต้หยวนก็พลันกระจ่างแจ้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความละอายใจ รีบหยิบก้อนหมึกโบราณส่งกลิ่นหอมก้อนหนึ่งออกมาจากในชายแขนเสื้อ ประคองถือไว้ด้วยสองมือ “ผู้อาวุโสโปรดรับเอาไว้ นี่คือน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของผู้เยาว์ ได้ยินเจินเหรินผู้ปกป้องแคว้นของสกุลอวี๋บอกว่าวัตถุชิ้นนี้มีประวัติความเป็นมาไม่ธรรมดา มีชื่อว่า ‘หมึกนักพรตเต๋าสนใต้ดวงจันทร์’ เนื่องจากทุกๆ คืนที่มีแสงจันทร์ บนหมึกโบราณก็จะมีนักพรตน้อยตัวหนึ่งเดินไปเหมือนแมลงวัน คอยสอบถามคำถาม คำตอบก็คือ ‘ทูตสนดำ ขุนนางแก่นหมึก’ คือบุคคลเก่าแก่ในพระราชวังของราชวงศ์ใหญ่แห่งหนึ่งจากทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง ว่ากันว่าฮ่องเต้จะประทานให้แค่ขุนนางฝ่ายบุ๋นของสำนักฮั่นหลินที่อายุน้อยมีความสามารถมากเท่านั้น”

เฉินผิงอันรับก้อนหมึกมาแล้วโบกมือ

ไต้หยวนขอตัวจากไปด้วยท่าทางที่แสร้งทำเป็นสุขุม แรกเริ่มเขาทะยานลมจากไปอย่างไม่รีบร้อน กระทั่งเร่งทะยานลมอย่างเต็มกำลัง เพียงไม่นานเรือนกายก็หายวับไป

เฉินผิงอันเพิ่มน้ำหนักบนนิ้วเล็กน้อย เตรียมจะขยี้ก้อนหมึกให้แหลกสลาย

เจียงซ่างเจินกลับเอ่ยว่า “หากเจ้าไม่ต้องการ สามารถขายให้ข้าได้”

เฉินผิงอันยิ้ม หยุดการกระทำบนมือลง หมึกโบราณก็ไถลเข้าไปในชายแขนเสื้อ

เจียงซ่างเจินค่อนข้างเข้าอกเข้าใจผู้อื่นเป็นอย่างดี สัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าทางจิตใจของเฉินผิงอัน จึงลุกขึ้นยืน “พี่ใหญ่ก่อกำเนิดจากเสี่ยวหลงชิวผู้นี้ ข้าจะช่วยไล่ไปให้เอง”

เฉินผิงอันพยักหน้ารับ เจียงซ่างเจินทำอะไร มีแต่จะรอบคอบรัดกุมยิ่งกว่าตน

เขาเดินมานั่งลงบนขั้นบันไดหน้าประตูภูเขา

เฉินผิงอันค้นพบว่าตัวเองเริ่มเข้าใจการถามใจในความฝันที่สองของชุยฉานบ้างแล้ว

หยางผู่ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะหยิบกาเหล้าใบนั้นขึ้นมา ลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยอำลา “เจ้าขุนเขาเฉิน ผู้เยาว์คิดว่าจะกลับไปยังสำนักศึกษาแล้ว”

เฉินผิงอันรีบเก็บความคิดกลับคืน ลุกขึ้นยืนกุมหมัดเอ่ย “โปรดอภัยที่ไม่ได้ไปส่งไกลๆ”

เฉินผิงอันเก็บมือมาแล้วก็ยื่นหมึกโบราณก้อนนั้นให้กับหยางผู่ ยิ้มเอ่ยว่า “จะเลือกที่รักมักที่ชังไม่ได้”

หยางผู่ก้มหน้าลงมองกาเหล้าในมือตนแล้วมองก้อนหมึกในมือของเจ้าขุนเขาเฉินอีกครั้ง ก่อนจะรับมันมาใส่ไว้ในชายแขนเสื้อ ประสานมือคารวะอีกรอบ

หลังจากมองส่งหยางผู่จากไป ทางฝั่งของเจียงซ่างเจินก็จัดการกับปัญหาได้เรียบร้อยแล้ว เจียงซ่างเจินย้อนก้อนหินสีดำสนิทก้อนหนึ่งให้กับเฉินผิงอัน “อย่าได้ดูแคลนของชิ้นนี้ คือหนึ่งในหินเยี่ยนอวี้ในอดีต เพียงแต่เจอกับคนที่ไม่ดี จึงไม่รู้จักคุณค่าของมัน ทุกวันนี้เพียงแค่ถูกพี่ใหญ่ก่อกำเนิดท่านนี้นำมาใช้ชมบุปผาในคันฉ่องจันทราในสายน้ำเท่านั้น ดีมากเลยล่ะ พอมีหินก้อนนี้ก็สามารถชมบุปผาในคันฉ่องจันทราในสายน้ำทุกแห่งในทวีปได้ หากตาเฒ่าสวินยังอยู่ จะต้องแย่งชิงกับเจ้าแน่นอน ใช่แล้ว ช่วงท้ายการประชุมครั้งสุดท้ายในศาลบรรพจารย์ยอดเขาสินจ้วนปีนั้น ตาเฒ่าสวินให้ข้าฝากคำพูดมาบอกกับเจ้า ปีนั้นเป็นเขาที่ทำอะไรไร้คุณธรรมจริงๆ แต่เขาก็ยังคงไม่รู้สึกว่าตัวเองทำผิดไป”

เฉินผิงอันพยักหน้า “สามารถเข้าใจได้ ถึงอย่างไรไม่ยอมรับ…ก็ได้แต่ต้องยอมรับแล้ว สรุปก็คือบุญคุณความแค้นส่วนตัวบางอย่าง ไม่ถ่วงรั้งการเป็นวีรบุรุษผู้กล้าที่แท้จริงของผู้อาวุโสสวิน”

เจียงซ่างเจินสอดสองมือรองใต้ท้ายทอย “มีประโยคนี้ของเจ้าก็เพียงพอมาแล้ว ชั่วชีวิตนี้มองดูเหมือนตาเฒ่าสวินไม่สนใจหน้าตา แต่ที่จริงกลับสนใจมันมากที่สุด เพียงแต่ว่าเป็นเจ้าสำนักคนหนึ่ง เรื่องราวหลายอย่างจึงไม่อาจเป็นดังใจเขาได้เสมอไป”

เฉินผิงอันถาม “ศิษย์พี่จั่วของข้าล่ะ?”

เจียงซ่างเจินส่ายหน้า “ไม่มีข่าวที่แน่ชัด ข้าแค่ได้ยินว่าปีนั้นเขากับเซียวสวิ้นผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตสิบสี่เข้าไปถามกระบี่กันยังใต้หล้าเปลี่ยวร้างผ่านหนึ่งในประตูใหญ่หลายแห่งที่กลายเป็นซากปรักซึ่งโผล่มาเหนือมหาสมุทร บางคนก็บอกว่าอาจารย์จั่วร่วมมือกับเซียวสวิ้นเปิดม่านฟ้าไปยังสนามรบโบราณด้านนอก แต่สรุปก็คือมีเพียงเรื่องเดียวที่สามารถแน่ใจได้ นั่นก็คือจนถึงทุกวันนี้เขาก็ยังไม่กลับมา”

เฉินผิงอันถามอย่างระมัดระวัง “เทพวารีลำคลองม่ายเหอ? ตำหนักพยัคฆ์เขียวของยอดเขาเทียนแจว๋?”

สีหน้าของเจียงซ่างเจินมีเลศนัย ยิ้มเอ่ยว่า “ศาลบรรพจารย์ของตำหนักพยัคฆ์เขียวย้ายไปที่แจกันสมบัติทวีปแล้วก็มีชีวิตที่ดี รุ่งเรืองก้าวหน้า กลายเป็นผู้ถวายงานของราชวงศ์ต้าหลีแล้ว สหายเก่าของพวกเราคนนั้นเกือบจะตัดใจลงใต้กลับคืนบ้านเกิดไม่ลงเสียแล้ว ส่วนนครเซิ่นจิ่งแห่งต้าเฉวียนกับเหนียงเนียงเทพวารีลำคลองม่ายเหอท่านนั้น เจ้าไปดูเองก็แล้วกัน รับรองว่าเจ้าไม่มีทางเสียใจแน่”

เฉินผิงอันรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก

เจียงซ่างเจินเดาความคิดของเฉินผิงอันได้ จึงเป็นฝ่ายเอ่ยเองว่า “ส่วนมหาสมุทรความรู้โจวมี่ผู้นั้น พอขึ้นฝั่งที่แจกันสมบัติทวีปบ้านเกิดของเจ้า จากนั้นก็หายไปแล้ว”

เจียงซ่างเจินแทบจะไม่เคยมีสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังเช่นนี้มาก่อน “น่ากลัวนัก มองเห็นได้ไม่ชัดเจน แต่กลับยังทำให้ข้ารู้สึกกลัวได้ ตอนนั้นค่ายกลใหญ่ของแจกันสมบัติทวีปเปิดออก แล้วรวบตัวปกคลุมอยู่ในจุดหนึ่ง ไม่ว่าใครก็ไม่รู้ว่าด้านในเกิดอะไรขึ้นกันแน่ สรุปก็คือเรื่องนี้กลายเป็นข้อต้องห้ามใหญ่อันดับหนึ่งของศาลบุ๋นไปแล้ว มีเพียงบุคคลอย่างพวกฝูลู่อวี๋เสวียน เทียนซือใหญ่เท่านั้นที่ถึงจะรู้ความจริง อดีตเจ้าสำนักกุยหยกอย่างข้ายังไม่มีคุณสมบัติพอจะได้รู้เรื่องนี้”

เฉินผิงอันยื่นนิ้วมาดันหว่างคิ้ว ใบหน้ามีความเจ็บปวดวาบผ่าน ฝันที่สามในถ้ำแห่งโชควาสนา ความฝันหนึ่งในนั้นก็คือมีคนเปิดม่านฟ้านำมาก่อน จากนั้นก็มีคนตามขึ้นไปบนฟ้า!

ด้านหลังคนทั้งสองมีคนหลายคน แล้วก็ตามมาอีกหลายสิบคน

แต่ความฝันนี้ฝันซ้ำไปซ้ำมา เฉินผิงอันกลับไม่เคยเห็นได้ชัดเจนเลยสักครั้ง แล้วก็จำใครไม่ได้เลยสักคน

เฉินผิงอันถอนหายใจยาวเหยียด อารมณ์หนักอึ้ง ถามเสียงเบาว่า “ภูเขาลั่วพั่ว? อาณาเขตขุนเขาเหนือ?”

เจียงซ่างเจินกล่าว “วางใจเถอะ ขุนเขาสายน้ำยังคงเดิม ทุกคนล้วนสบายดี ไม่อย่างนั้นข้าหรือจะมีอารมณ์มาหลบอยู่ที่ยอดเขาเสินจ้วน ป่านนี้คงไปเยือนบ้านเกิดเจ้านานแล้ว”

เฉินผิงอันใช้หลังมือดันหน้าผาก นั่งกลับลงไปบนขั้นบันได

สีหน้าเจียงซ่างเจินกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม นั่งลงด้านข้าง ถามว่า “เจ้ารู้จักแม่นางคนหนึ่งที่ชื่อว่าเซอเยว่หรือไม่? ใบหน้ากลมๆ สวมชุดผ้าฝ้าย สวมรองเท้าผ้า หน้าตาน่ารักนัก แล้วนิสัยยังดีด้วย เวลาพูดจาท่าทางก็ดูซื่อๆ คาดว่าแม่นางเซอเยว่ที่เป็นคนดี ดีมากๆ คงเป็นแม่นางที่มีสถานะเป็นเผ่าปีศาจคนเดียวที่ได้รับการยอมรับจากใต้หล้าไพศาลจากใจจริงแล้ว ไม่รู้ว่าจะยังมีโอกาสได้เจอกันอีกหรือไม่ ข้ารอคอยยิ่งนัก”

ทุกวันนี้ใต้หล้าไพศาลต่างก็ยอมรับเรื่องหนึ่งโดยทั่วกันว่า ผู้ฝึกตนมีพรสวรรค์ที่พันปียากจะพานพบสองกลุ่มที่ทยอยกันปรากฎตัวเหมือนหน่อไม้ฤดูใบไม้ผลิแตกหน่อหลังฝนตกนั้น ถือเป็นการถือกำเนิดโดยโชคชะตาที่ลี้ลับมหัศจรรย์ยิ่ง มีเงื่อนไขและสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่เพียงแต่มีชีวิตรอดจากสงครามใหญ่ อีกทั้งแต่ละคนยังได้ฝ่าทะลุขอบเขตและมีโชควาสนาใหญ่ติดกาย พอศึกใหญ่บังเกิดขึ้น ใต้หล้าทั้งสองแห่งก็ดึงใต้หล้ามากกว่านั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไพศาลและเปลี่ยวร้างที่ปราณวิญญาณแห่งฟ้าดิน โชคชะตาขุนเขาสายน้ำซึ่งเดิมทีเป็นระเบียบ การไหลรินเชื่องช้าอย่างมาก ได้กลับกลายเป็นว่าไร้ระเบียบไปอย่างสิ้นเชิง คนกลุ่มแรกมีจำนวนไม่มาก แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการผลัดฟ้าเปลี่ยนดิน กรณีที่เป็นพื้นฐานที่สุดก็คือสิบคนรุ่นเยาว์และตัวสำรองสิบคนของหลายใต้หล้า และอันที่จริงช่วงเวลาก่อนหน้านานกว่านั้นก็คือช่วงเวลาอันดีงามยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองปราณกระบี่ ตัวอ่อนเซียนกระบี่ที่มีหนิงเหยาเป็นผู้นำพากันปรากฏตัวจำนวนมาก กลุ่มคนที่สอดคล้องกันก็คือร้อยเซียนกระบี่แห่งภูเขาทัวเยว่ใต้หล้าเปลี่ยวร้าง

กลุ่มถัดมาอายุไม่ได้น้อยเท่าใดนัก แต่ก่อนเกิดศึกใหญ่บางคนก็ตั้งใจฝึกตน ไร้ชื่อไร้นาม บ้างก็ชื่อเสียงไม่เด่นชัด เพราะปิดบังตบะที่แท้จริงเอาไว้ ท่ามกลางกลียุคที่เหล่าผู้กล้าพากันปรากฏตัว พวกเขาก็ได้โผล่ขึ้นมาบนโลกแล้วลุกผงาดอย่างรวดเร็ว สุดท้ายทุกคนส่องประกายแสงเจิดจ้าพร่างตา เชื่อมโยงต่อกันเป็นทอดๆ ประหนึ่งธารดาราที่อยู่บนท้องนภา

ยกตัวอย่างเช่นเจ้าสำนักคนใหม่ของสำนักกุยหยก เหวยอิ๋งที่เป็นเซียนกระบี่ใหญ่แล้ว ในสงครามของเมืองหลวงแห่งที่สองของต้าหลีเก่า ท่ามกลางการเข่นฆ่าที่ต้องทุ่มชีวิตเป็นเดิมพันหลายครั้งหลายครา เขาได้ฝ่าทะลุขอบเขตเลื่อนเป็นเซียนเหริน และยังมีสวีจวิน สวีเซี่ยเซียนกระบี่แห่งเกราะทองทวีปที่ท่าเรือชวีซาน เค่อชิงสกุลหลิวแห่งธวัลทวีป เท้าเหยียบยืนอยู่บนใบถงทวีปเป็นครั้งแรก พวกที่ชอบสอดรู้สอดเห็นได้เริ่มรวบรวมรายงานลับจากแต่ละทวีปที่และรายงานขุนเขาสายน้ำที่มีจำกัด นำมาทำการสรุปชื่อแซ่ อายุและขอบเขตของผู้ที่เป็นความภาคภูมิใจแห่งสวรรค์เหล่านี้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงออกของพวกเขาในศึกใหญ่ครั้งต่างๆ จากนั้นก็อาศัยสิ่งเหล่านี้มาคาดเดาระดับความสูงของผลสำเร็จบนมหามรรคาในท้ายที่สุดของแต่ละคน

ใบหน้าเฉินผิงอันแสดงความกังขา ส่ายหน้าเอ่ยว่า “แม่นางหน้ากลมสวมชุดผ้าฝ้าย? ไม่รู้จักหรอก เคยได้ยิน แต่ไม่เคยเจอมาก่อน”

เป็นหนึ่งในสิบคนรุ่นเยาว์เหมือนเฉินผิงอัน ในอดีตตอนที่อยู่บนหัวกำแพงเมืองเขาเคยเกิดความเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ กับแม่นางคนหนึ่งซึ่งสามารถมองข้ามไปได้เลย

ตอนนั้นเฉินผิงอันเข้าใจผิดคิดว่านางคือหลิวไฉ ผู้ฝึกกระบี่ที่กระบี่บินเกิดมาก็สยบกำราบตน

เวลาผ่านไปนานหลายปีแล้ว ตนสมองไม่ค่อยจะดี จดจำอะไรไม่ได้แล้ว แม่นางหน้ากลมสวมชุดผ้าฝ้าย เซอเยว่อะไรนั่น เรื่องที่ไม่ได้มีความแน่นอนอะไร พูดมากไปคิดมากไปล้วนไร้ประโยชน์ ง่ายที่จะเกิดข้อผิดพลาดมากกว่าเดิม

เจียงซ่างเจินรู้สึกเสียดายยิ่งนัก

เฉินผิงอันหยิบปิ่นหยกขาวอันหนึ่งออกมา เตรียมจะมัดผมปักปิ่นหยกอีกครั้ง

พริบตานั้นเฉินผิงอันก็เก็บปิ่นหยกขาวกลับลงไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงบอกให้เจียงซ่างเจินรีบออกไปให้ไกลจากที่แห่งนี้

นาทีถัดมา

เฉินผิงอันก็ก้มหัวค้อมเอว พุ่งทะยานไปด้านหน้า ชั่วพริบตาก็ออกห่างจากประตูภูเขาของภูเขาไท่ผิงไปไกล

จากนั้นบนพื้นดินก็มีหลุมที่ไม่ใหญ่แต่กลับลึกมากหลุมหนึ่ง เฉินผิงอันไม่เพียงแต่คล้ายถูกหมัดหนึ่งต่อยอย่างไม่ออมแรง ยังเกือบจะต้องทิ้งชีวิตครึ่งหนึ่งไปทันที แม้แต่ชุดคลุมอาคมสองชิ้นก็ยังไม่อาจสกัดการไหลรินของเลือดสดได้ ฟ้าดินเล็กร่างกายมนุษย์ก็ยิ่งเหมือนมีตาน้ำพุพุ่งออกมาจากทุกหนทุกแห่ง

เจียงซ่างเจินนั่งยองลงข้างหลุม มองให้แน่ใจว่าเจ้าขุนเขาหนุ่มด้านล่างหลุมนั้น ‘เหมือนจะบาดเจ็บ’ หรือ ‘บาดเจ็บสาหัสจริงๆ’ เจียงซ่างเจินยังมึนงงไม่หาย เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจริงหรือหลอก จึงได้แต่ใช้เสียงในใจถามว่า “เจ้าขุนเขา เล่นอะไรน่ะ? ครั้งนี้พวกเราสองคนจะหลอกใครอีกเล่า? มีเซียนเหรินมาอีกคนหนึ่งหรือ? แถมยังไม่ใช่ประเภทที่เป็นกระดาษเปียกด้วย? บอกมาให้แน่ใจ ข้าจะได้ปกป้องมรรคาให้”

เฉินผิงอันที่นอนหายใจรวยรินเอ่ยเสียงระโหยโรยแรง “ปกป้องมรรคากับปู่เจ้าเถอะ รีบดึงข้าขึ้นไปหน่อย”

เจียงซ่างเจินรีบกระชากเฉินผิงอันออกมาจากหลุม สีหน้าเฉินผิงอันอ่อนล้า ทิ้งตัวนอนหงายไปด้านหลัง พึมพำกับตัวเองว่า “หมัดดี”

เจียงซ่างเจินกวาดตามองรอบด้านแล้วจุ๊ปากด้วยความอัศจรรย์ใจ หมัดนี้หากหล่นลงบนร่างของตนคงต้านรับไว้ไม่อยู่เป็นแน่ ประเด็นสำคัญคือเจียงซ่างเจินสัมผัสไม่ได้แม้แต่น้อยว่าตำแหน่งแท้จริงที่หมัดนั้นพุ่งมาคือที่ใดกันแน่

ไร้พื้นที่ให้หลบเลี่ยง ทั้งยังต้านรับไว้ไม่ไหว โชคดีที่เจ้าขุนเขาบ้านข้ามีความรับผิดชอบ

เฉินผิงอันลุกขึ้นนั่ง สีหน้าอัดอั้นคล้ายอยากด่าคนแต่ก็ไม่กล้าด่า สุดท้ายจึงได้แต่เอ่ยอย่างจนใจว่า “ไม่อยากไปเป็นแขกที่พื้นที่มงคลถ้ำเมฆาก็คงไม่ได้แล้ว”

เจียงซ่างเจินยิ้มเอ่ย “นี่ดีจะตายไป พื้นที่มงคลถ้ำเมฆาของข้าขึ้นชื่อว่ามีสาวงามเยอะนะ”

เฉินผิงอันนั่งขัดสมาธิ โยนปิ่นหยกขาวด้ามนั้นให้เจียงซ่างเจิน บอกให้เขาเก็บรักษาไว้ให้ดี จากนั้นตัวเองก็หมดสติไปอย่างสิ้นเชิง

เจียงซ่างเจินรับปิ่นหยกขาวมาเก็บไว้ แบกเฉินผิงอันขึ้นหลัง ร่ายเวทอำพรางตาทะยานลมว่องไวกลายร่างเป็นสายรุ้งที่พุ่งไปทางทิศใต้

อะไรที่เรียกว่ามิตรภาพที่เหนือกว่าชีวิต? ก็คือแบบนี้นั่นเอง นี่เท่ากับว่าเฉินผิงอันเอาชีวิตของตัวเองครึ่งหนึ่ง รวมถึงปิ่นหยกที่ดูท่าแล้วจะมีค่าไม่น้อยไปกว่าชีวิตของเขา มอบให้เขาเจียงซ่างเจินทั้งหมด

เจียงซ่างเจินรู้สึกว่าจะได้เป็นผู้ถวายงานอันดับหนึ่งหรือไม่ อันที่จริงก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นอีกแล้ว

เจ้าขุนเขาหนุ่มที่ถูกแบกอยู่บนหลังจิตใจไม่มั่นคงอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ว่าจนถึงท้ายที่สุด พอเขาพึมพำชื่อแม่นางคนหนึ่งในความฝันซ้ำไปซ้ำมา ถึงได้ค่อยๆ สงบลง

เจียงซ่างเจินพลันชะงักร่าง หันหน้ากลับไปมองก็เห็นเด็กหนุ่มชุดขาวคนหนึ่งที่เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดแล้วก็ยังไม่ยอมเช็ดออก เพราะใช้ตบะของขอบเขตเซียนเหรินฝืนใช้วิธีการของขอบเขตบินทะยานเดินทางไกลข้ามทวีป เวลานี้จึงเป็นม้าตีนปลายแล้ว เป็นเหตุให้พอพุ่งมาถึงจึงไม่อาจรั้งทั้งจิตใจและร่างกายให้มั่นคงได้ ทำเอาเจียงซ่างเจินเกือบจะใช้ใบหลิวครึ่งท่อนทิ่มเจ้าคนที่เหนื่อยล้าหมดเรี่ยวแรงผู้นั้นให้ตายไปแล้ว เพียงแต่ว่าพอมองเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นชัดเจน เจียงซ่างเจินก็หัวเราะทันใด ช่างใจกล้าเทียมฟ้าไม่กลัวตายจริงๆ

เด็กหนุ่มเดินโซซัดโซเซพุ่งตัวมาด้านหน้าตลอดทาง สุดท้ายเจียงซ่างเจินต้องยื่นมือไปประคองไหล่อีกฝ่ายไว้เขาถึงได้หยุดนิ่ง เด็กหนุ่มชุดขาวใช้สองมือเท้าเอว หอบหายใจหนักหน่วง แหงนหน้าขึ้น ยกมือข้างหนึ่งขึ้นตาม บอกเป็นนัยแก่เจียงซ่างเจินว่าไม่ต้องเอ่ยอะไรรบกวนการหลับพักผ่อนของอาจารย์เขา รอยยิ้มของเด็กหนุ่มชุดขาวเจิดจ้า เพียงแต่น้ำตากลับไหลอาบเต็มใบหน้า พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า “ให้ข้าเป็นคนแบกอาจารย์กลับบ้านเอง”

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 752.6 หมัดของขอบเขตสิบเอ็ด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved