cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 749.4 ขุนเขาสายน้ำกลับมาบรรจบพบกันอีกครั้ง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 749.4 ขุนเขาสายน้ำกลับมาบรรจบพบกันอีกครั้ง
Prev
Next

คนที่ช่วยเป็นกรรมการให้กับคนทั้งสองคือผู้ฝึกตนหญิงคนหนึ่งที่มาผ่อนคลายอารมณ์ที่นี่ชั่วคราว ศิษย์น้องหญิงของชงเชี่ยนเซียนเหรินแห่งหลิวเสียทวีป หรือก็คือฮูหยินเจ้าของถ้ำสวรรค์เทียนอวี๋ เกิดมามีรูปโฉมงามเลิศล้ำ สวมกวานบุปผาหยกมรกต ชุดคลุมผ้าแพร เรือนกายอรชรอ้อนแอ้น บุตรชายของนางคือหนึ่งในสิบตัวสำรองรุ่นเยาว์ เพียงแต่ว่าทุกวันนี้อยู่ในใต้หล้าแห่งที่ห้า ดังนั้นพวกนางสองแม่ลูกจึงต้องรอเวลาอีกแปดสิบปีให้หลังถึงจะพบหน้ากันได้

ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้นางก็จะต้องบ่นสามีว่าไม่ควรใจดำขนาดนี้ ถึงขนาดให้ลูกชายเดินทางไกลไปอยู่ใต้หล้าแห่งอื่น

หวังจี้โยนเงินฝนธัญพืชเหรียญหนึ่งออกไปอย่างไม่ใส่ใจ ถามว่า “เรือข้ามทวีปไม่กี่ลำของนครมังกรเฒ่า เมื่อไหร่จะมาถึงท่าเรือชวีซาน?”

สวีเซี่ยไม่ได้รับเงินฝนธัญพืชเหรียญนั้นมา แต่ปล่อยให้มันแหลกสลาย กลายเป็นปราณวิญญาณที่เข้มข้นขุมหนึ่ง ภูเขาสูงใต้ฝ่าเท้าของคนทั้งสามนี้ เดิมทีก็เป็นตราผนึกค่ายกลที่ผู้ฝึกตนสกุลหลิวตั้งใจสร้างขึ้นมา สามารถรองรับเอาปราณวิญญาณฟ้าดินและโชคชะตาขุนเขาสายน้ำจากสี่ด้านแปดทิศมาได้ สวีเซี่ยเอ่ยด้วยสีหน้าเฉยเมย “มาถึงท่าเรือก็ย่อมได้เห็นเอง”

หวังจี้หัวเราะหยัน “ระวังลมแรงคลื่นสูง ปรับตัวเข้ากับน้ำดินไม่ได้ ไม่ว่าจะทางบกหรือทางน้ำก็เรือล่มได้ทั้งนั้น”

สวีเซี่ยสีหน้าไร้อารมณ์ “เรือล่ม? เจ้าสำนักเจียงของพวกเจ้าเป็นคนพลิกเรือให้คว่ำกระมัง เอาเป็นว่าขอแค่เรือล่มลำหนึ่งข้าก็จะไปถามกระบี่ที่ยอดเขาเสินจ้วน”

หวังจี้จุ๊ปากพูด “ฟังจากน้ำเสียงแล้ว คงคิดว่าจะชนะได้อย่างมั่นคงสินะ?”

สวีเซี่ยอธิบาย “แปดส่วนน่าจะแพ้ แต่ก็ไม่ถ่วงรั้งการถามกระบี่ของข้า”

หวังจี้กระทืบเท้าหนึ่งที กระเทือนให้หมากเม็ดหนึ่งร่วงลงบนมุมหนึ่งของกระดานหมาก ยกนิ้วโป้งให้กับสวีเซี่ย “ไม่เสียแรงที่เป็นผู้ฝึกกระบี่ที่รู้จักกับฉีถิงจี้”

สวีเซี่ยเอ่ย “เจ้าเองก็รู้จักสวีเซี่ย ไม่แย่แล้ว”

หวังจี้หัวเราะอย่างฉุนๆ “หากเจ้าได้เจอกับเจียงซ่างเจิน ถ้าไม่ต่อสู้กันเอาเป็นเอาตายก็ต้องกลายเป็นเพื่อนหมาป่าสหายสุนัขของเขา ไม่มีความเป็นไปได้อย่างอื่นแล้ว”

ผู้ฝึกตนหญิงจากหลิวเสียทวีปผู้นั้นส่ายหน้า ไม่รู้จริงๆ ว่าเหตุใดจนถึงตอนนี้คนทั้งสองถึงยังไม่ตีกันสักที ทุกวันเอาแต่งัดข้อกันอยู่บนกระดานแล้วก็โต้ฝีปากกันอยู่แบบนี้ ทำไมถึงได้รู้สึกว่าแท้จริงแล้วทั้งสองฝ่ายถูกชะตากันมากนะ

สวีเซี่ยพลันถามว่า “สรุปแล้วเจียงซ่างเจินปิดด่านจริงๆ หรือว่าแสร้งปิดด่านกันแน่?”

หวังจี้ถอนหายใจ รู้สึกเสียใจอย่างที่หาได้ยาก “สวรรค์เท่านั้นที่รู้ ถึงอย่างไรการประชุมในศาลบรรพจารย์ครั้งสุดท้าย ท่าทางของเขาก็เหมือนคนเป็นโรค ร่อแร่ปางตาย ทำให้คนที่เห็นรู้สึกปวดใจนัก”

สวีเซี่ยชำเลืองตามองไปทางทิศเหนือ

ใบถงทวีปที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสกปรก จิตใจคนชั่วช้าแห่งนี้ เขาชื่นชอบไม่ลงเลยจริงๆ

รู้ว่าผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิด ประหยัดแรงใจ

ยอมรับผิดแต่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแก้ไข ประหยัดแรงกาย

ช่างประหยัดแรงกายแรงใจได้ดีจริงๆ ผลคือมีคนไม่น้อยที่มีชีวิตรอดมาได้จริงๆ ได้กลับคืนมายังแผงลอยใหญ่ที่เละเทะอย่างใต้หล้าไพศาลนี้อีกครั้ง แต่อันที่จริงไม่ได้ดีไปกว่าปีนั้นที่ตกอยู่ในกำมือของใต้หล้าเปลี่ยวร้างสักเท่าไรเลย

พูดถึงแค่เรื่องเดียว ซากที่ตั้งเก่าของสำนักภูเขาไท่ผิง เนื่องจากใบถงทวีปไม่มีผู้ฝึกตนของภูเขาไท่ผิงอีกแม้แต่คนเดียว ทุกวันนี้มีกองกำลังบนภูเขากี่มากน้อยที่น้ำลายสออยากครอบครองพื้นที่นั้น? ไม่ว่าจะทางลับทางแจ้งก็ล้วนกระเหี้ยนกระหือรือกันเต็มที่

สำนักฝูจีดีกว่าเล็กน้อย ถึงอย่างไรก็ยังเหลือควันธูปอยู่บ้าง ต่อให้สถานการณ์จะง่อนแง่นแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ภายใต้การปกป้องคุ้มครองของสำนักศึกษา พวกผู้ฝึกตนสำนักฝูจีที่ขอบเขตไม่สูง จำนวนน้อยนิดเหล่านั้นก็ยังถือว่าปกป้องภูเขาบรรพบุรุษของบ้านตนไว้ได้อย่างถูกต้องชอบธรรม ตอนนี้ยังไม่มีใครกล้าคิดจะมาแตะต้อง ตอนนี้เป็นเช่นนี้ ทว่าต่อจากนี้อีกสิบปีให้หลัง อีกร้อยปีให้หลังล่ะจะเป็นอย่างไร? แผนการมากมายที่ผู้ฝึกตนบนภูเขาซ่อนฝังไว้ยาวไกลพันลี้ ไม่ได้ง่ายดายเพียงแค่การใช้อำนาจช่วงชิงมาเท่านั้น สำนักศึกษาปกป้องได้แค่ชั่วครู่ชั่วยาม ไม่อาจปกป้องได้นานกว่านั้น รอกระทั่งเจ้าสำนักหนุ่มของสำนักฝูจีกลับคืนมาจากใต้หล้าใหม่เอี่ยม ไม่แน่ว่าศาลบรรพจารย์ของสำนักฝูจีอาจเหลือแค่เก้าอี้เจ้าสำนักที่เหมือนของประดับตกแต่งตัวเดียวเท่านั้น ต่อให้นั่งลงไปแล้ว สี่ด้านแปดทิศก็อาจจะเต็มไปด้วยป่ามีดอ่อน (มีดอ่อนเปรียบเปรยถึงวิธีทำร้ายคนอื่นแบบที่มองไม่เห็น ป่ามีดอ่อนก็คือมีวิธีที่ว่านี้อยู่รายล้อม มากมายเหมือนต้นไม้ในป่า)

สวีเซี่ยมีชาติกำเนิดมาจากลัทธิขงจื๊อ เพียงแต่ว่าไม่เคยไปขอศึกษาต่อที่สำนักศึกษาเกราะทองทวีปก็เท่านั้น หวังจี้ที่ลากสวีเซี่ยมาเล่นหมากรุกด้วยกันก็เป็นเช่นเดียวกัน

หวังจี้นั่งแปะลงไปบนตัวหมาก เอ่ยอย่างจนใจว่า “สิ่งที่เหมือนอำพรางไว้ที่สุด เหมือนว่าเล็กละเอียดที่สุด แท้จริงแล้วกลับชัดเจนที่สุด เป็นรูปธรรมมากที่สุด นี่จึงเป็นเหตุให้วิญญูชนต้องระมัดระวังตัวแม้ยามอยู่เพียงลำพัง คนที่ใช้หลักการเหตุผล ศึกษาหาความรู้อย่างเราๆ ตั้งใจกับคำว่าระมัดระวังยามอยู่ลำพังนี้ที่สุด ก้มหน้ามองเงาไม่ละอายต่อดิน เงยหน้าหลังคารั่วไม่ละอายต่อฟ้า”

สวีเซี่ยเอ่ยคล้อยตามหวังจี้อย่างที่หาได้ยาก เขาพยักหน้ากล่าวว่า “คนมองตัวเอง เหมือนเห็นไปถึงตับไตไส้พุง”

หวังจี้ถอนหายใจอย่างปลงอนิจจัง “รอให้สำนักศึกษาสร้างขึ้นมาใหม่ครบหมดแล้ว สถานการณ์จะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน”

หวังจี้สะบัดชายแขนเสื้อ เอ่ยเย้ยหยันตัวเอง “คนบนภูเขาอย่างเรา ชีวิตมีความปลงอนิจจังมากมาย”

สตรีผู้นั้นเอ่ยถามว่า “เจ้าคนที่เขียนบทความโจมตีเฉินฉุนอันผู้รอบรู้ ทุกวันนี้มีจุดจบเป็นอย่างไร?”

ศาลบุ๋นสั่งห้ามผลิตรายงานขุนเขาสายน้ำห้าปี แต่ระหว่างผู้ฝึกตนบนยอดเขาด้วยกัน แน่นอนว่าย่อมต้องมีวิธีการตระกูลเซียนในการส่งข่าวให้กันอย่างลับๆ

หวังจี้แค่นเสียงหยัน “ก็ไม่อย่างไร ชีวิตของเจ้าหมอนั่นดียิ่งนัก มีคนปกป้องมากมาย แต่ละคนต่างมองอีกฝ่ายเป็นจิตบุ๋น เป็นมโนธรรมแห่งสำนักขงจื๊อของหนึ่งทวีป แหกปากตะโกนเต็มที่มาหลายปีแล้ว ต้องการให้เจ้าขุนเขาของสำนักศึกษาทางการท่านนี้ไปเป็นเจ้าขุนเขาของหนึ่งในเจ็ดสิบสองสำนักศึกษา ไม่อย่างนั้นก็แสดงว่าสายบุ๋นใหญ่ๆ หลายสายในศาลบุ๋นแผ่นดินกลางแอบร่วมมือกันผลักไสคนผู้นี้ จึงเรียกได้ว่านั่งตกปลาอยู่บนแท่นอย่างมั่นคง”

คนหนุ่มสาวอ่านบทความบทกวีของคนแก่บางคนแล้วรู้สึกว่าท่ามกลางบรรทัดตัวอักษรเต็มไปด้วยกลิ่นอายเสื่อมโทรม ส่วนพวกคนแก่บางคนมองคนหนุ่มสาวที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ความกระตือรือร้น บนใบหน้าก็จะมีรอยยิ้ม แต่สายตากลับมืดดำ มองอีกฝ่ายเป็นดั่งโจรกบฏ

เมื่อคนแก่คนหนึ่งใจแคบเหมือนไส้ไก่ ปิดประตูห้องหัวใจแต่กลับไม่รู้ตัว ถ้าอย่างนั้นความมีชีวิตชีวาบนร่างของคนหนุ่มสาว พื้นที่ว่างสำหรับการทำความผิดที่กาลเวลามอบให้กับคนรุ่นเยาว์ก็จะถูกพวกเขามองว่าเป็นการทำร้ายที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่ง ต่อให้คนหนุ่มสาวไม่เอ่ยอะไรก็ยังคงเป็นความผิด

คนหนุ่มสาวไม่มีทางเข้าใจว่าเหตุใดพวกคนแก่ถึงได้ผิดหวังง่ายดายถึงเพียงนั้น

คนมีอายุกลับมองดูคนหนุ่มสาวที่เปลี่ยนจากมีความหวังเป็นผิดหวังด้วยสายตาเย็นชา

สงครามใหญ่ปิดฉากลง คนรุ่นเยาว์บนภูเขาตายกันไปมากมายเหลือเกิน

คนแก่หลายคนยังคงหัวเราะหยัน มองเห็นแล้ว เพียงแต่แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

สวีเซี่ยกระตุกมุมปาก เอ่ยเย้ยหยัน “ฟังหลิวจวี้เป่าเล่า เดิมทีบรรพจารย์สกุลอวี้อยากจะถอดถอนตำแหน่งเจ้าขุนเขาสำนักศึกษาแห่งราชวงศ์ของคนผู้นี้ เพียงแต่ว่าเมื่อทำเช่นนี้กลับกลายเป็นว่ายากที่จะสั่นคลอนเขา กังวลว่าจะทำให้ระบบใหญ่ทั้งหลายซึ่งมีสายของหย่าเซิ่งเป็นหนึ่งในนั้นยากที่จะวางตัวเป็นคน แล้วนับประสาอะไรกับที่ถอดตำแหน่งเจ้าขุนเขาคนหนึ่งแล้วอย่างไร คนผู้นี้มีแต่จะยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจมากกว่าเดิม มโนธรรมในใจก็สงบสุขได้แล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะยังรอคอยให้บรรพจารย์สกุลอวี้เล่นงานเขา แล้วค่อยช่วงชิงชื่อเสียงบริสุทธิ์ดีงามมาใหม่”

หวังจี้ชำเลืองตามองสวีเซี่ย วันนี้เจ้าหมอนี่พูดมากไม่เบา นับว่าเป็นเรื่องหายาก

สตรีจากหลิวเสียทวีปผู้นั้นทอดถอนใจด้วยความปลงอนิจจัง “วิถีทางโลกใบนี้ มักจะมีบางอย่างที่ผิดปกติอยู่เสมอ แต่ก็บอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร”

สวีเซี่ยเอ่ยเสียงทุ้มหนัก “ใต้หล้าแห่งนี้ บัณฑิตอย่างซิ่วหู่มีน้อยเกินไปจริงๆ!”

หวังจี้กล่าวอย่างหม่นหมอง “ไม่ใช่ว่ามีน้อยเกินไป แต่ไม่มีแล้ว”

……

ซากปรักของภูเขาไท่ผิง

ตรงหน้าประตูภูเขาที่อยู่ในสภาพผุพัง ซุ้มประตูพังถล่มลงมานานแล้ว คนชุดเขียวผู้หนึ่งพลิ้วกายลงบนพื้น ฉีกหน้ากากออก กลับคืนมาสู่โฉมหน้าที่แท้จริง

เขาทรุดตัวลงนั่งยอง เอามือกดเศษหินก้อนหนึ่งไว้เบาๆ พอจะมองเห็นร่องรอยตัวอักษรบางส่วนได้อย่างเลือนราง

ปลดน้ำเต้าเลี้ยงกระบี่ลงมา เทเหล้าทิ้งหมดทั้งกา

หลังจากลุกขึ้นยืน เรือนกายของคนหนุ่มก็กลับมางองุ้มน้อยๆ อีกครั้ง ไม่ได้จงใจยืดเอวตรงอีกต่อไป เมื่อเป็นเช่นนี้ไม่ว่าจะออกหมัดหรือออกกระบี่ก็ล้วนเร็วกว่าเดิม

คนหนุ่มลัทธิขงจื๊อคนหนึ่งทะยานลมมาจากจุดที่ห่างไปไกล ถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความระแวงป้องกัน “เจ้าคิดจะทำอะไร? ไหนตกลงกันไว้แล้วอย่างไรล่ะว่า ช่วงนี้ใครก็ห้ามเข้ามาในอาณาเขตของภูเขาบรรพบุรุษของภูเขาไท่ผิงทั้งนั้น?!”

บุรุษพกดาบชุดเขียวผู้นั้นยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ตกลง? ดูเหมือนว่าจะใช้ไม่ค่อยได้ผลกระมัง ถูกหรือไม่? ถ้าอย่างนั้นข้าจะเป็นคนมาเฝ้าที่นี่เองก็แล้วกัน”

ก็แค่เฝ้าประตูไม่ใช่หรือ? ข้าเฝ้าประตูมานานหลายปี ถนัดนักล่ะ

ลูกศิษย์สำนักศึกษาเห็นเพียงว่าแขกไม่ได้รับเชิญผู้นั้นยิ้มตาหยี รอยยิ้มมองดูเหมือนเจิดจ้าสดใส แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดกลับทำให้ตนรู้สึกขนพองสยองเกล้า เสียวสันหลังวาบ ถึงกับพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว

คนผู้นั้นไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่เดินไปข้างหน้าช้าๆ จากนั้นหันตัวกลับมานั่งลงบนขั้นบันได เขาหันหลังให้กับภูเขาไท่ผิง หันหน้าไปยังทิศไกล จากนั้นก็เริ่มหลับตาทำสมาธิ

คนผู้นั้นพลันถามว่า “อาณาเขตของภูเขาบรรพบุรุษกว้างกี่ร้อยลี้?”

สีหน้าของลูกศิษย์สำนักศึกษาหม่นหมอง “รัศมีสิบลี้”

ครู่หนึ่งต่อมาลูกศิษย์สำนักศึกษาที่ใคร่ครวญหาถ้อยคำเหมาะๆ อยู่ตลอดเวลาก็พลันตาลาย มองไม่เห็นเงาร่างที่ก่อนหน้านั้นนั่งอยู่อีกต่อไป แต่ภูเขาเล็กลูกหนึ่งที่ห่างไปไกลหลายสิบลี้อยู่ดีๆ ก็เหมือนถูกผ่าภูเขา ภูเขาลูกหนึ่งถูกผ่ากลางกลายเป็นหน้าผาสองด้าน

เมื่อครู่นี้ผู้ฝึกตนก่อกำเนิดคนหนึ่งขยับไปหนึ่งก้าว ดังนั้นจึงยืนอยู่ตรงจุดที่เปลี่ยนจากยอดเขามาเป็น ‘หน้าผา’ พอดี จากนั้นก็ยืนนิ่งไม่ขยับ เป็นการยืนนิ่งอย่าง ‘มั่นคงดุจภูผา’ ที่ต่อให้ฟ้าผ่าก็ไม่สะเทือน

เพราะว่ามีฝ่ามือหนึ่งกดศีรษะเขาเอาไว้ คนผู้นั้นถามว่า “อยากตายอย่างไร? หากทางเลือกมีมากเกินไป ไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไร ข้าก็สามารถช่วยเลือกให้เจ้าได้”

ห้านิ้วงอเป็นตะขอ กักทั้งศีรษะและจิตวิญญาณของผู้ฝึกตนก่อกำเนิดคนนั้นเอาไว้ “อย่าถ่วงเวลาในการตามหาคนถัดไปของข้า ข้าคนนี้ไม่ค่อยมีความอดทนมากนัก”

เพิ่งคิดจะปล่อยจิตหยินออกเดินทางไกล ผู้ฝึกตนก่อกำเนิดก็ร้องโหยหวนขึ้นมา ราวกับเผชิญความเจ็บปวดดั่งโดนหมื่นกระบี่คว้านหัวใจ ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณสั่นสะเทือนไปพร้อมกันไม่หยุด คิดจะยอมอ่อนข้อขอร้องอีกฝ่าย จิตวิญญาณก็ถูกดึงออกมาเสียก่อน ถูกคนผู้นั้นเก็บใส่ไว้ในชายแขนเสื้อ เรือนกายจึงล้มตึงลงไป

อีกจุดหนึ่งมีเซียนดินโอสถทองคนหนึ่งสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ทะยานลมหลบหนีไปทันที พริบตาเดียวก็ขยับออกห่างมาสามสิบลี้ คิดไม่ถึงว่าจะเหมือนถูกคนกระชากให้หงายหลัง สุดท้ายกระแทกหล่นตรงจุดเดิม

คนหนุ่มแปลกหน้าผู้หนึ่งสอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ ทรุดตัวลงนั่งยอง ยิ้มบางๆ ถามว่า “สวัสดี ข้าชื่อเฉินผิงอัน มาภูเขาไท่ผิงเพราะจะมาเยี่ยมเยือนผู้อาวุโสที่เคยรู้จัก เจ้าคือผู้ฝึกตนทำเนียบวงศ์ตระกูลของภูเขาไท่ผิงรึ? หากไม่ใช่ล่ะก็ จุดจบอาจไม่ค่อยดีนัก”

ห่างไปร้อยกว่าลี้ ผู้ฝึกตนคนหนึ่งที่อำพรางตัวอย่างลึกล้ำหัวเราะเสียงหยัน “สหาย การกระทำที่โหดเหี้ยมดุร้ายเช่นนี้ เกินไปหน่อยหรือไม่?”

เฉินผิงอันหันหน้าไปมอง แต่กลับไม่ได้มองไปยังทิศทางที่เสียงนั้นดังขึ้น สายตาเบี่ยงไปด้านข้างประมาณสามสิบกว่าลี้ “หากคนอยู่ต่อ จะให้โอกาสเจ้าได้ส่งจดหมายกระบี่บินไปขอความช่วยเหลือ จำไว้ว่าอย่าให้เป็นขอบเขตหยกดิบกระดาษเปียกเช่นเดียวกับเจ้าล่ะ”

คนผู้นั้นไม่อำพรางร่องรอยอีกต่อไป แผดเสียงหัวเราะดังลั่น คิดไม่ถึงว่าจะเป็นสตรีคนหนึ่ง

เฉินผิงอันก้าวออกไปหนึ่งก้าว หดย่อพื้นที่มาหยุดอยู่ข้างกายผู้ฝึกตนหญิงขอบเขตหยกดิบคนนั้นโดยตรง “อารมณ์ดีขนาดนี้เชียวหรือ?”

ชั่วพริบตานั้นผู้ฝึกตนหญิงที่เป็นถึงขอบเขตหยกดิบผู้ยิ่งใหญ่พลันหน้าซีดเผือด ความคิดแล่นโคจรเร็วจี๋ เซียนกระบี่? ฟ้าดินเล็ก?!

ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป หรืออาจไม่ถึงครึ่งก้านธูปด้วยซ้ำ ลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อที่วันๆ เต็มไปด้วยความแค้นเคืองต่อความไม่เป็นธรรมแต่กลับทำอะไรไม่ได้ก็เห็นว่าคนผู้นั้นกระชากผมของสตรีคนหนึ่งมา จากนั้นก็โยนผู้ฝึกตนหญิงไว้นอกประตูภูเขา ร่างของอีกฝ่ายร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง ส่วนคนผู้นั้นย้อนกลับมาที่หน้าประตูภูเขา มานั่งที่เดิมต่ออีกครั้ง ใช้นิ้วมือดันดาบออกจากฝักเบาๆ ดาบแคบสีขาวหิมะก็ปักลงบนพื้นข้างใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นพอดี

เฉินผิงอันยิ้มถาม “อยากดื่มเหล้าหรือไม่?”

ลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อยกมือขึ้น ใช้หลังมือเช็ดหน้าผาก ส่ายหน้า เอ่ยเตือนเสียงเบา “เบื้องหลังยังมีเซียนเหรินอยู่อีกคน เกิดเรื่องเช่นนี้ เขาต้องรีบมาที่นี่แน่นอน”

เฉินผิงอันพยักหน้า “ข้าจะรอเขา”

ลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อพลันเปลี่ยนใจ “ผู้อาวุโสให้เหล้าข้าสักกามาดื่มระงับความตกใจเถอะ”

เฉินผิงอันโยนเหล้ากาหนึ่งไปให้

บัณฑิตหนุ่มจากสำนักศึกษารับกาเหล้ามา ดื่มเหล้าอึกใหญ่ ก่อนจะหันหน้ามาเอ่ยอย่างสงสัยว่า “ผู้อาวุโสไม่ดื่มหรือ?”

ลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อเห็นเพียงว่าคนผู้นั้นส่ายหน้า จากนั้นค้อมเอวลง สอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ มองไปยังทิศไกลด้วยสีหน้านิ่งเฉย ไม่รู้ว่าตาฝาดไปหรือไม่ ถึงได้รู้สึกว่าบุรุษชุดเขียวที่ราวกับหล่นลงมาจากฟากฟ้าคนนี้ไม่เพียงแต่ไม่มีความดีใจแม้แต่น้อย กลับกันยังเสียใจอย่างมาก

เสียใจอะไรกัน เพราะภูเขาไท่ผิงที่อยู่ด้านหลังนี่หรือ? แต่ภูเขาไท่ผิงว่างเปล่าไร้ผู้คนมานานตั้งกี่ปีแล้ว? เพราะว่ามาช้าเกินไป? แต่แบบนี้ก็ไม่ถูกนะ ต่อให้ไม่ใช่ผู้ฝึกตนใบถงทวีป บ้านเกิดคือหลิวเสียทวีปที่อยู่ไกลที่สุด ต่อให้เป็นระยะทางยาวไกลแค่ไหนก็น่าจะได้ยินข่าวและมาถึงตั้งนานแล้ว

เฉินผิงอันถาม “สำนักศึกษาว่าอย่างไร?”

คนหนุ่มลัทธิขงจื๊อกล่าว “เจ้าขุนเขาคนใหม่ของพวกเราไม่อนุญาตให้ใครเข้ามายึดครองภูเขาไท่ผิง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยากมาก”

เฉินผิงอันพยักหน้า เงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับว่ากำลังให้คำมั่นสัญญากับภูเขาไท่ผิงด้านหลังที่ไม่มีคนอยู่มานานหลายปีแล้ว “มีข้าอยู่ก็ไม่ยากแล้ว เจียงซ่างเจินช่างเป็น…เศษสวะจริงๆ”

คนหนุ่มลัทธิขงจื๊อรับฟังด้วยอาการชาไปทั้งหนังศีรษะ ต้องรีบดื่มเหล้าทันใด

เฉินผิงอันเงยหน้ายิ้มถาม “ถูกหรือไม่ พี่โจวเฝย?”

เสียงหัวเราะอย่างเบิกบานดังขึ้น จากนั้นบุรุษหล่อเหลาคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น จอนผมสองข้างออกเป็นสีดอกเลา ราวกับว่ารอยยิ้มบนใบหน้าเอาชนะสีหน้าเหนื่อยล้าได้ รูปโฉมของเขาจึงยิ่งคมคายมีเสน่ห์ เขาร้องโอ้โหอยู่หนึ่งที ก่อนพูดติดๆ กันว่าขอโทษทีๆ ที่แท้เท้าข้างหนึ่งของคนผู้นั้นก็เหยียบอยู่บนใบหน้าของผู้ฝึกตนหญิงขอบเขตหยกดิบ คนหนุ่มลัทธิขงจื๊อที่ปากอ้าตาค้างเห็นเพียงว่าอดีตเจ้าสำนักกุยหยกที่มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั้งใต้หล้านานแล้วผู้นั้น แม้ปากจะบอกว่าขอโทษ แต่กลับไม่มีท่าทีว่าจะยกเท้าขึ้นเลย สุดท้ายประสานมือคารวะบุรุษที่อยู่ด้านหลังตัวเอง “ผู้ถวายงานโจวเฝย คารวะท่านเจ้าขุนเขา”

เฉินผิงอันไม่ได้ลุกขึ้น เพียงหยิบเหล้าออกมาสองกา โยนกาหนึ่งให้กับเจียงซ่างเจิน เงยหน้ามองเจียงซ่างเจินที่ทั้งคุ้นเคยและทั้งแปลกหน้าแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “ลำบากแล้ว ยังได้พบกันอีก ไม่ง่ายเลยจริงๆ”

“เจ้าขุนเขาเองก็จริงๆ เลย จดหมายฉบับที่สองแค่บอกว่าไม่ไปยอดเขาเสินจ้วนแล้ว โชคดีที่ข้าเป็นคนฉลาด รู้ว่าเจ้าต้องดิ่งมาที่นี่”

สุดท้ายเจียงซ่างเจินก็ยอมตัดใจยกเท้าขึ้นได้เสียที แต่ว่าใช้ปลายเท้าเตะผู้ฝึกตนหญิงคนนั้นให้กลิ้งไปหลายจั้ง รับกาเหล้ามา นั่งลงข้างกายเฉินผิงอัน ชูกาเหล้าในมือขึ้นสูง ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี เพียงแต่น้ำเสียงที่พูดกลับไม่ดังนัก ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “พี่น้องคนดี สักอึกไหม?”

กาเหล้าสองใบกระทบกันเบาๆ แล้วต่างคนก็ต่างดื่มกันไปเงียบๆ เช่นนี้

ยุทธภพไม่มีอะไรดี ก็มีแค่สุราที่นับว่ายังใช้ได้

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 749.4 ขุนเขาสายน้ำกลับมาบรรจบพบกันอีกครั้ง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved