cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 744.3 ใต้หล้าระวังฟืนไฟ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 744.3 ใต้หล้าระวังฟืนไฟ
Prev
Next

ลู่จือพลันถามว่า “ป้ายสงบสุขปลอดภัยที่หยวนชิงสู่เขียนไว้ที่ร้านเหล้า รู้หรือไม่ว่าเขียนว่าอะไร?”

เส้าอวิ๋นเหยียนส่ายหน้ายิ้มเอ่ย “เรื่องนี้ข้าไม่ได้สนใจจริงๆ”

ถัวเหยียนฮูหยินชำเลืองตามองเส้าอวิ๋นเหยียน นางคลี่ยิ้มหวานเอ่ยกับลู่จือว่า “ข้ารู้ คือประโยคที่ว่า ‘ใต้หล้าแห่งนี้รู้ว่าข้าหยวนชิงสู่คือเซียนกระบี่’”

ลู่จือจ้องถัวเหยียนฮูหยินเขม็ง “เจ้ารู้จริงๆ รึ?”

ความนัยในถ้อยคำประโยคนี้ของเซียนกระบี่ใหญ่หญิงท่านนี้ก็คือ รายงานขุนเขาสายน้ำที่ชวนให้คนหงุดหงิดใจอย่างถึงที่สุดเหล่านั้นจะมาทดแทนการออกกระบี่โดยไม่เสียดายว่าจะเป็นหรือตายของหยวนชิงสู่ที่ต่างบ้านต่างเมืองได้หรือ?!

ใบหน้าของถัวเหยียนฮูหยินเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยอย่างขลาดๆ ว่า “ตอนนี้บ่าวจำได้แล้ว รู้จริงๆ เจ้าค่ะ”

คนหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาสวมชุดยาวสีขาวหิมะคนหนึ่งพลันปรากฎกาย มายืนอยู่ข้างกายลู่จือ เอ่ยว่า “หวงถงรบตายที่สนามรบขุนเขาใต้ของแจกันสมบัติทวีป”

ลู่จือที่การฝึกกระบี่ในชีวิตนี้น้อยครั้งนักที่จะมีอารมณ์กลัดกลุ้มกังวล เวลานี้กลับอดถอนหายใจไม่ได้ หันหน้ามองไปทางแจกันสมบัติทวีป

ฉีถิงจี้ยื่นมือไปคว้ารายงานขุนเขาสายน้ำที่ลอยตามลมไปไกลฉบับนั้นมาไว้ในมือ พลิกอ่านดูแล้วเอ่ยว่า “เซียนกระบี่ที่ต่งซานเกิงดื่มเหล้าเลี้ยงส่งเป็นครั้งสุดท้าย ดูเหมือนว่าจะเป็นเซียนกระบี่ถงหวงแห่งสำนักกระบี่ไท่ฮุยผู้นี้”

ฉีถิงจี้เองก็โยนรายงานนั่นทิ้งไป สองมือไพล่หลัง ยิ้มตาหยีเอ่ยว่า “รอดูเถอะ หากปล่อยให้โจวมี่สมใจปรารถนา ใต้หล้าไพศาลแพ้สงครามยังพูดได้ง่าย ทุกเรื่องล้วนไม่ต้องหวัง ไม่ว่าใครก็ไม่อาจพูดอะไรได้อีก แต่หากรบชนะขึ้นมา พวกบัณฑิตครึ่งๆ กลางๆ ที่มีจำนวนไม่น้อยเหล่านี้ยังจะต้องด่าต่อไป แล้วก็มีแต่จะด่ามันปากมากเท่านั้น แต่ละคนพูดว่า ‘รู้แต่แรก’ ด้วยสีหน้ามีชีวิตชีวา ด่าว่าเฉินฉุนอันไม่ได้เรื่อง ถึงขั้นด่าว่าแจกันสมบัติทวีปมีคนตายมากเกินไป วิธีการของซิ่วหู่ไม่มีคุณธรรมแม้แต่น้อย”

ลู่จือเงียบงันไม่ต่อคำ

พวกเขามีหน้าพูด ข้าลู่จือไม่มีหูฟัง พวกเขาอารมณ์ดีก็พอแล้ว

……

ใต้หล้ามืดสลัว

หลิ่วชีเฉาจู่ยังไม่ได้จากไป อารามเสวียนตูใหญ่ก็มีแขกอีกสองท่านจับมือกันมาเยี่ยมเยือน หนึ่งคือหมาเข้าได้คนบางคนเข้าไม่ได้ อีกหนึ่งคือแขกหายากสมชื่ออย่างแท้จริง

นักพรตซุนพลันเอ่ยอย่างเดือดดาล “สุนัขลู่เฉินผู้นี้คือขนมหนังวัวจริงๆ” (ขนมหนังวัวภาษาจีนคือขนมหนิวผี หรือก็คือขนมคอเป็ดของบ้านเรา แต่ประโยคขนมหนังวัวในที่นี้ใช้เปรียบเปรยถึงคนที่หน้าด้านไร้ยางอาย)

นักพรตหญิงชุนฮุยรู้สึกปวดหัวแปลบ

เจ้าอารามผู้เฒ่าเอ่ยกับนางว่า “จ้านหราน เจ้าไปบอกกับเขาว่าข้าไม่อยู่ในอาราม กำลังกอดคอพูดคุยกับอาจารย์เขาอยู่ในป๋ายอวี้จิงอย่างถูกคอ จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ ไม่เชื่อก็ให้เขาอาศัยความสามารถบุกเข้ามาในอารามเอง ให้มาประลองบทกวีกับป๋ายเซียน ประลองวลีถ้อยคำกับซูจื่อ หากเขาเอาชนะได้ ข้าที่กล้าเดิมพันก็กล้ายอมรับความพ่ายแพ้ จะไปโขกหัวให้เขานอกป๋ายอวี้จิงสามที รับรองว่าดังยิ่งกว่าตีกลองสวรรค์เสียอีก ผินเต้าให้ความสำคัญกับหน้าตาเป็นที่สุด พูดคำไหนคำนั้น คนใต้หล้าล้วนรู้ดี น้ำลายหนึ่งหยดเท่ากับตะปูหนึ่งตัว ต่อให้เขาลู่เฉินนอนหมอบงัดขึ้นมาจากพื้นก็ยังงัดไม่ออก…”

ต่งฮว่าฝูเอ่ย “เจ้าอารามผู้เฒ่าพูดจาอะไรควรระวังแรงไฟไว้สักหน่อย ที่บ้านเกิดเคยมีคนบอกว่า คำพูดก็คือการออกกระบี่ ออกแรงมากเกินไปง่ายที่เอวจะยอก แล้วยังจะถูกปราณกระบี่กรีดกางเกงขาดด้วย”

นักพรตซุนถาม “อาเหลียงพูดหรือ? คำพูดของเจ้าชาติสุนัขผู้นี้มีนัยให้ขบคิดจริงๆ เสียด้วย”

ต่งฮว่าฝูอืมรับหนึ่งที

นักพรตผู้เฒ่าพลันลูบหนวดครุ่นคิดหนัก “หากมีแค่ลู่เฉินยังพูดง่าย ข้างกายเขายังมีผีทวงหนี้ที่ชอบใส่ร้ายคนอื่นติดตามมาด้วย แบบนี้ค่อนข้างจะยุ่งยากแล้ว”

ใต้หล้ามืดสลัว นอกจากป๋ายอวี้จิงแล้ว สำนักบนยอดเขาทั้งหลายอย่างอารามเสวียนตูใหญ่ ตำหนักสุ้ยฉูนี้ มีน้อยจนนับนิ้วได้

เจ้าตำหนักสุ้ยฉูอู๋ซวงเจี้ยง ปิดด่านครั้งสุดท้ายก็เงียบหายไปนานหลายปี ในที่สุดก็ออกจากด่าน

เนื่องจากไม่ถามเรื่องราวทางโลกมาหลายร้อยปี เป็นเหตุให้อู๋ซวงเจี้ยงหลุดออกจากลำดับสิบคนของใต้หล้ามืดสลัวที่เป็นอันดับใหม่ล่าสุด

ครั้งนี้อู๋ซวงเจี้ยงเก็บภาพบรรยากาศรอบกายเอาไว้ เป็นฝ่ายมาเยี่ยมเยือนอารามเสวียนตูใหญ่ด้วยตัวเอง

นักพรตซุนต้องปวดหัวแน่อยู่แล้ว อู๋ซวงเจี้ยงผู้นี้นิสัยร้ายกาจไร้เหตุผลจนเกินกว่าเหตุ เวลาดีก็ดีใจหาย เวลาร้ายก็ร้ายสุดๆ

คนที่สามารถทำให้ซุนไหวจงรู้สึกปวดหัวได้มีอยู่ไม่มาก ยกตัวอย่างเช่นอย่างน้อยอีกฝ่ายก็สามารถสู้ได้ สู้ได้เก่ง ไม่อย่างนั้นเจ้าอารามผู้เฒ่าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคน ‘นิสัยดี’ ผู้นี้ ป่านนี้ก็คงสั่งสอนอีกฝ่ายไปนานแล้วว่าเป็นคนควรทำตัวอย่างไร

นักพรตซุนอดไม่ไหวถามว่า “จ้านหราน อาจารย์ของเจ้าคัดคัมภีร์หวงถิงร้อยรอบไปถึงไหนแล้ว?”

นักพรตหญิงชุนฮุยกล่าวอย่างจนใจ “เจ้าอาราม ข้ายังไม่มีเวลาไปบอกเลยไม่ใช่หรือ?”

นักพรตซุนเดือดดาลอย่างหนัก “เป็นถึงขอบเขตเซียนเหรินผู้ยิ่งใหญ่ วันๆ กลับชอบเอาแต่จับเงินเหรียญทองแดง จับหญ้าซือฉ่าว (หญ้าที่เอาไว้ใช้ในการทำนาย) แล้วยังเชี่ยวชาญการทำนายฝันเป็นที่สุด เจ้าตำหนักอู๋อุตส่าห์เดินทางมาเยี่ยมเยือนก็ควรจะเตรียมของขวัญหนักไว้แต่เนิ่นๆ แค่นี้ยังคำนวณไม่ถึง ยังทำนายไม่แม่น? คนนอกไม่ได้พูดกันหรอกหรือว่าอาจารย์ของเจ้า ‘มีญาณสัมผัส ทำนายฟ้าดินแม่นยำ’ มาตั้งนานแล้วน่ะ? ยังกล้าบอกว่าคนที่สามารถอ่านกลุ่มคัมภีร์ระดับสูงได้ทะลุปรุโปร่งอย่างแท้จริง มีแค่สองคน เขาถือเป็นคนหนึ่งในนั้น โจวจื่อบวกกับลู่เฉินถึงจะถือว่าเป็นคนเดียว? ความสามารถไม่มาก คุยโวโอ้อวดไม่เบา นี่มันเสนียดชั่วร้ายจากไหนกัน ทำร้ายให้หลายปีมานี้ทุกครั้งที่ข้าได้เห็นศิษย์หลานอย่างเขาเหมือนเห็นศิษย์พี่ นึกอยากจะเป็นฝ่ายคารวะเขาก่อนเสียทุกครั้ง”

ชุนฮุยไร้คำพูดตอบโต้ ควรเคารพผู้สูงศักดิ์ ทั้งเพื่ออาจารย์ผู้มีพระคุณ และยิ่งเพื่อเจ้าอาราม นางจึงพูดอะไรมากไม่ได้ ก็ทนฟังไปแล้วกัน ไม่อย่างนั้นยังจะทำอย่างไรได้อีก อารามเต๋าบ้านตนก็มีขนบธรรมเนียมเช่นนี้เอง

ต้องรู้ว่าถ้อยคำสรรเสริญเยินยอไพเราะเหล่านี้ล้วนเป็นเจ้าอารามผู้เฒ่าท่านผู้อาวุโสเองทั้งนั้นที่เอาไปโม้ให้สหายบนภูเขาฟังส่งเดช อาจารย์ของนางชุนฮุยแต่ไหนแต่ไรมาก็เป็นคนสำรวมระมัดระวัง ไหนเลยจะกล้าชมตัวเองเช่นนี้

ด้วย ‘ความหวังดี’ นี้ บรรพจารย์เจ้าอารามบ้านตนจึงช่วยคุยโว้โอ้อวดแทนผู้เยาว์บ้านตัวเอง ตอนนั้นพอชุนฮุยได้ยินอาจารย์เล่าให้ฟังก็เหงื่อหลั่งท่วมตัว

และบนเส้นทางการฝึกตนต่อจากนั้น ทุกครั้งที่อาจารย์ออกเดินทางไกลจะต้องพบเจออุปสรรคมากมายจริงดังคาด มีข่าวลือเล็กๆ บอกว่าลู่เฉินเจ้าลัทธิสามของป๋ายอวี้จิงบอกว่าจะต้องขอความรู้จากอาจารย์ของชุนฮุยให้จงได้ ดังนั้นจึงได้ตั้งใจจ้างให้คนมาคอยนั่งเฝ้าอยู่ในอาณาเขตของอารามเต๋าโดยเฉพาะ ขอแค่ผู้ถ่ายทอดมรรคาของชุนฮุยออกมาจากประตู ระหว่างเส้นทางของการเดินทางไกลก็จะต้องเจอคนมาจงใจหาเรื่องที่ไม่เล็กไม่ใหญ่อย่างแน่นอน

อาจารย์ผู้มีพระคุณของชุนฮุยเชี่ยวชาญการทำนายความฝันมากเป็นพิเศษ สถานที่ฝึกตนของเขาแขวนม้วนภาพไว้ภาพหนึ่ง เนื้อหาที่เขียนไว้ในม้วนภาพเป็นเรื่อง ‘ฝันร้าย’ ของจักรพรรดิ ขุนนาง ปัญญาชนและชาวบ้านทั่วไป นางเคยได้ยินอาจารย์เล่าให้ฟังถึงบัณฑิตนามว่าเจี่ยเซิงคนหนึ่งที่มาจากใต้หล้าไพศาล ตอนที่ชุนฮุยเด็กมากก็เคยเห็นมาก่อน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายมีความรู้ยิ่งใหญ่สักเท่าไร ไม่รู้ว่าเหตุใดอาจารย์ถึงให้ความสำคัญมากนัก ชุนฮุยรู้สึกแค่ว่าโอรสสวรรค์ฝันร้ายจึงฝึกตน หมอฝันร้ายจึงมาเป็นขุนนาง อันที่จริงก็สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีของใต้หล้ามืดสลัวอย่างมาก

น้ำเสียงหนึ่งถึงกับฝ่าตราผนึกขุนเขาสายน้ำหลายชั้นของอารามเต๋าเข้ามาดังในทะเลสาบหัวใจของทุกคน “เจ้าอารามซุนอยู่หรือไม่อยู่ ล้วนไม่มีปัญหา ข้ามาหาหลิ่วชีเฉาจู่”

นักพรตซุนหลุดหัวเราะพรืดหนึ่งที ไม่เห็นบุคคลอันดับห้าอยู่ในสายตาเลยจริงๆ ใช่ไหม

แต่หลิ่วชีกลับปฏิเสธไม่ให้นักพรตซุนกับซูจื่อออกไปนอกประตูด้วยกัน จึงได้แต่บอกลาจากไปพร้อมกับเฉาจู่ ไปพบเจ้าอารามตำหนักสุ้ยฉูท่านนั้น

อู๋ซวงเจี้ยงมีรูปโฉมเป็นชายวัยกลางคน หน้าตาธรรมดา แต่ในสายตาของผู้ฝึกตนห้าขอบเขตบน ภาพบรรยากาศที่ปรากฎออกมาด้านนอกของเจ้าตำหนักผู้นี้ ด้านหลังมีกายธรรมที่สูงเท่าตัวคน เรือนกายล่องลอย ทับซ้อนกับร่างจริง แต่ก็มีความต่างเล็กน้อย นี่ยิ่งทำให้ภาพผิดปกตินี้เด่นชัด มองไม่เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของกายธรรม รู้เพียงสวมชุดเทียนอีสีชาด ผูกผ้าคาดหัวสีม่วง ยืนอยู่ท่ามกลางเมฆหมอก

เห็นได้ชัดว่าอู๋ซวงเจี้ยงอยู่ในสถานการณ์เฉพาะตัวของคนที่เท้าข้างหนึ่งเหยียบเข้าไปในขอบเขตสิบสี่ในตำนานแล้ว แต่กลับยังไม่ได้เลื่อนสู่ขอบเขตนี้อย่างแท้จริง

ตามหลักแล้วเวลานี้อู๋ซวงเจี้ยงไม่ควรออกมาจากตำหนักสุ้ยฉู แต่ในเมื่ออู๋ซวงเจี้ยงมาแล้วก็ย่อมไม่มีทางเป็นเรื่องเล็กอย่างแน่นอน

ประสบการณ์การฝึกตนในชีวิตนี้ของอู๋ซวงเจี้ยงเต็มไปด้วยสีสันตระการตา

ดังนั้นในบรรดาคนสิบคนสำรองของคนรุ่นเยาว์ คนโชคดีที่แซ่อู๋เหมือนกันผู้นั้นถึงได้พึ่งใบบุญ มีคำเรียกขานที่ไพเราะว่า ‘อู๋เล็กใหญ่’

อู๋ซวงเจี้ยงพบหน้าก็เอ่ยเข้าประเด็นทันที “ข้าต้องการยืมใช้สมุดชะตาครองคู่ครึ่งหนึ่งนั้นหน่อย”

เขารู้สถานที่ซ่อนตัวของคู่รักตัวเองแล้ว ครึ่งหนึ่งอาศัยการอนุมานของตัวเอง อีกครึ่งหนึ่งอาศัยข่าวที่โรงเตี๊ยมกว้านเชวี่ยของภูเขาห้อยหัวนำกลับมา

นางเป็นทั้งจิตมารที่จำแลงมาจากความตั้งใจของคู่รักอู๋ซวงเจี้ยง แล้วก็เป็นทั้งเทวบุตรมารนอกโลกที่อู๋ซวงเจี้ยงซึ่งออกเดินทางไกลไปฟ้านอกฟ้าจับกักขังไว้ในทะเลสาบหัวใจด้วยตัวเอง อู๋ซวงเจี้ยงใช้วิชาอภินิหารเลิศล้ำเป็นเอกที่ผิดต่อหลักคุณธรรมใหญ่นี้มาทำให้คู่รัก ‘มีชีวิต’ อยู่ในใจของตัวเอง

แต่ในช่วงเวลาอันเป็นกุญแจสำคัญที่อู๋ซวงเจี้ยงปิดด่านเป็นตาย พยายามจะฝ่าทะลุขอบเขต ‘นาง’ ที่วางแผนมานานหลายปี ในที่สุดก็หาโอกาสพบแล้วฉวยจังหวะหลบหนีไป

สุดท้ายไปซ่อนตัวอยู่ในชายแขนเสื้อของนักพรตเต๋าคนหนึ่งของอารามเสวียนตูใหญ่ แล้วไปอยู่ที่ใต้หล้าไพศาลด้วยกัน

ดังนั้นอู๋ซวงเจี้ยงจะมีความรู้สึกที่ดีหรือร้ายต่ออารามเสวียนตูใหญ่ แค่คิดก็พอจะรู้ได้

การที่เจ้าอารามผู้เฒ่ารู้สึกเหมือนถูกมัดมือมัดเท้ายามเผชิญหน้ากับอู๋ซวงเจี้ยง ไหนเลยจะไม่มีความรู้สึกเหมือนวัวสันหลังหวะรวมอยู่ด้วย ส่วนเรื่องที่ลืมแท่นฝึกหมึกที่ยืมก็ไม่ได้ยืมไปนั้น นั่นเรียกว่าเป็นเรื่องได้หรือ? เจ้าตำหนักอู๋มือเติบใจป้ำ ตำหนักสุ้ยฉูได้ครอบครองถ้ำสวรรค์ใหญ่แห่งหนึ่ง ในมือยังกุมพื้นที่มงคลไว้อีกสองแห่ง จะขาดของเล่นแบบนี้หรือ?

ลู่เฉินที่อยู่ด้านข้างยกสองมือขึ้น “เรื่องในวันนี้ไม่เกี่ยวกับข้า ยิ่งไม่คิดจะมีเอี่ยวด้วย”

เขากับอู๋ซวงเจี้ยงเป็นเพื่อนรักกัน แล้วก็สนิทสนมกับหลิ่วชีหลางเป็นอย่างดี ความสามารถในการจับคู่ยวนยางส่งเดชของลู่เฉินก็เรียนรู้มาจากเฉาหยวนฉ่ง

หลิ่วชีส่ายหน้าเอ่ย “เจ้าตำหนักอู๋น่าจะรู้ความจริง เหตุใดยังต้องทำให้คนอื่นลำบากใจ”

เพราะหากตอบตกลง ก็เท่ากับว่าเฉาจู่จะต้องกลายเป็นนักโทษของตำหนักสุ้ยฉู

หลิ่วชี คือขอบเขตบินทะยานที่แท้จริง

แต่สหายรักอย่างเฉาจู่กลับไม่ใช่ คือ ‘บินทะยานปลอม’ ที่เดิมทีมหามรรคาเสื่อมโทรมจนมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ก่อนที่เฉาจู่จะออกเดินทางไกล ขอบเขตที่แท้จริงได้หยุดชะงักอยู่ที่ขอบเขตหยกดิบมาโดยตลอด ถึงขั้นที่ว่าไม่ใช่ขอบเขตเซียนเหรินด้วยซ้ำ หลิ่วชีที่ได้รับสมุดชะตาครองคู่มาครึ่งหนึ่งจึงได้มอบมันให้กับสหายรักเพื่อให้ใช้ผสานรวมกับมหามรรคา เนื่องจากหลอมสมุดชะตาครองคู่ได้สำเร็จ เฉาจู่จึงได้เลื่อนขั้นเป็นเซียนเหริน ร่างจริงจึงถูกหลิ่วชีเก็บไว้ในชายแขนเสื้อ ใช้ภาพมายาในการบินทะยาน หลิ่วชีเปิดแหวกม่านฟ้า เฉาจู่ตามติดมาด้านหลัง จับมือกันบินทะยานมายังใต้หล้ามืดสลัว ไม่เพียงเท่านี้ พื้นที่มงคลสือไผแห่งนั้นก็ยิ่งเป็นสถานที่ฝึกตนที่หลิ่วชีสร้างไว้เพื่อสหายรักโดยเฉพาะ นี่ก็เพื่อให้เฉาจู่ได้ยืมใช้โชคชะตาบุ๋นมาเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตบินทะยานได้สำเร็จ

ทว่าความสามารถในการต่อยตีของหลิ่วชี ในบรรดาผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยานหลายใต้หล้า ไม่ถือว่าต่ำเลยสักนิด ถึงขั้นยังพูดได้ว่าค่อนข้างสูง

เพราะถึงอย่างไรก็เป็นผู้ฝึกตนคนแรกในประวัติศาสตร์ที่เข้าใจความลี้ลับของ ‘ขอบเขตรั้งคน’ อย่างแท้จริง เพียงแต่ว่าคนบนโลกให้ความสำคัญกับความสามารถและบทความของหลิ่วชีหลางมากกว่า

หากหลิ่วชีสามารถหลอมสมุดชะตาครองคู่ครึ่งหนึ่งนั้นได้เอง ไม่แน่ว่าตอนนี้อาจมีขอบเขตสิบสี่เพิ่มมาอีกคนหนึ่งสำหรับหลายใต้หล้าแล้วก็เป็นได้

การผสานมรรคาของขอบเขตสิบสี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ซูจื่อนั้นเป็นเพราะมีป๋ายเซียนนำอยู่เบื้องหน้ามาก่อนแล้ว มหามรรคาจึงขาดสะบั้นเพราะเหตุนี้ สุดท้ายหยุดอยู่ที่ขอบเขตบินทะยาน เพียงแต่ว่าซูจื่อมีนิสัยใจกว้างเปิดเผย มองได้กระจ่างก็เท่านั้น

อู๋ซวงเจี้ยงกล่าว “บอกแล้วว่า ‘ยืม’ ข้าไม่ใช่คนบางคนเสียหน่อยที่ชอบยืมแล้วไม่คืน”

วันนี้ไม่ทันระวัง พรุ่งนี้ไม่ยอมรับ วันมะรืนโยนความผิดให้คนอื่น พูดจาใส่ร้ายด่าสาดเสียเทเสีย

ในอดีตอู๋ซวงเจี้ยงเคยพูดจาจริงใจกับเจ้าอารามซุนครั้งหนึ่ง นักพรตเฒ่าโมโหหนัก กระทืบเท้าพูดอยู่ในตำหนักสุ้ยฉูว่าข้าเป็นคนแบบนั้นหรือ? จะดีจะชั่วก็เป็นถึงเจ้าอาราม พอจะมีมรรคกถาอยู่บ้าง พอจะมีชื่อเสียงอยู่เล็กน้อย เจ้าอย่าใส่ร้ายข้า ข้าคนนี้ทนการซ้อมตีได้ มีเพียงความอยุติธรรมเท่านั้นที่ทนรับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว…

อู๋ซวงเจี้ยงบอกว่าเจ้าต้องเป็นคนแบบนั้นแน่อยู่แล้ว

ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงไปตีกันที่ฟ้านอกฟ้าอย่างดุเดือด เป็นเหตุให้โลกภายนอกพูดกันไปหลากหลาย พวกคนที่ชอบยุ่งกับเรื่องคนอื่นยังพูดไปว่าเป็นการช่วงชิงกันบนมหามรรคา แต่อันที่จริงสาเหตุไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น

หลิ่วชียังคงส่ายหน้า “ข้ากับหยวนฉ่งมาที่นี่ด้วยกัน แน่นอนว่าก็ต้องกลับบ้านเกิดไปพร้อมกัน”

สีหน้าของอู๋ซวงเจี้ยงเฉยชา “พวกเจ้ามา ไม่ได้ถามข้า พวกเจ้าจะจากไป ต้องถามข้าก่อน ฉวยโอกาสนี้เอามาชดเชยแก้ไขเรื่องมารยาท หากตีกันจนขวดไหของอารามเสวียนตูใหญ่แตกพังไปหมด ข้าจะเป็นคนชดใช้ให้เอง”

หลิ่วชียิ้มกล่าว “ในเมื่อเจ้าตำหนักอู๋ลุ่มหลงในรักขนาดนี้ สมุดชะตาครองคู่ครึ่งหนึ่งนี้ ข้าว่าคงไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว”

อู๋ซวงเจี้ยงกล่าว “เจ้าไม่ใช่คนตัดสินใจ”

จู่ๆ เฉาจู่ก็เอ่ยขึ้นว่า “ข้าอยู่ต่อก็ได้”

ลู่เฉินที่อยู่ด้านข้างทอดถอนใจด้วยเสียงแผ่วเบา “วิญญูชนบนโลกช่างน่าสงสารยิ่งนัก!”

ตรงหน้าประตู นักพรตซุนเพิ่งจะปรากฏกาย ข้างกายมีต่งฮว่าฝูที่เดิมทีควรจะฝึกกระบี่อยู่ในนครเสินเซียวของป๋ายอวี้จิงติดตามมาด้วย เจ้าอารามผู้เฒ่าทนเจ้าอู๋ซวงเจี้ยงผู้นี้ไม่ไหวจริงๆ คิดจะโอ้อวดบารมีก็ไปที่อื่นสิ อย่ามาส่งเสียงเอะอะอยู่ที่หน้าประตูบ้านข้า หากไม่ตีกันสักรอบคงไม่ได้แล้ว ลู่เฉินเองก็อยู่ที่นี่พอดีด้วย เดิมทีเจ้าหมอนี่ควรจะนั่งเฝ้าพิทักษ์อยู่นอกฟ้า ไม่ต้องให้เขาและอู๋ซวงเจี้ยงแหวกม่านฟ้าเองเลยด้วยซ้ำ สามารถประหยัดแรงไปได้บางส่วน

คิดไม่ถึงว่าลู่เฉินผู้นั้นจะยกมือขึ้น ใช้ความเร็วราวกับฟ้าผ่าไม่ทันได้ป้องหูโยนแกนม้วนภาพหนึ่งเข้าไปด้านในกำแพงสูงของอารามเต๋า พอโยนเสร็จก็ชักเท้าออกวิ่ง ไม่ลืมหันมาตะโกนว่า “ต่งถ่านดำ รีบกลับบ้านเร็วๆ ด้วยล่ะ วันหน้าหากข้านักพรตน้อยมีเวลาว่างจะสอนเจ้าวาดยันต์”

ต่งฮว่าฝูเอ่ย “ไม่เรียน”

ลู่เฉินหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว

นักพรตซุนโบกมือ บอกเป็นนัยแก่ชุนฮุยที่อยู่ข้างกายว่าไม่ต้องตื่นเต้น ลู่เฉินผู้นั้นไม่ได้เล่นลูกไม้อะไร

นักพรตเฒ่าหยิบม้วนภาพนั้นมาจากมุมกำแพง คลายเชือกออก ม้วนภาพก็คลี่ออกด้วยตัวเอง

เจ้าอารามผู้เฒ่าด่าขำๆ ไปคำหนึ่ง

คือ ‘ภาพทำพิธีในเปลือกหอย’ ที่ไม่รู้ว่าลู่เฉินผู้นั้นไปคาบมาจากไหน

ต่งฮว่าฝูยืดคอยาวมาดู ตัวอักษรมีอยู่เยอะมาก เขาอ่านตามไปว่า “บนโลกมีคนจำนวนน้อยนิดที่ใช้ขอบเขตเล็กๆ ถึงขั้นประกอบพิธีการทางศาสนาพิธีใหญ่อยู่ในเปลือกหอย แล้วยังมีพ่อครัวใหญ่ยกอาหารอุดมสมบูรณ์ออกมาวางเต็มโต๊ะ เจ้าบ้านและแขกนั่งกันอยู่เต็มโถง ผู้ที่มองอยู่ด้านข้างก็อิ่มเอมใจไปด้วย…”

เด็กชายสวมหมวกหัวเสือคนหนึ่งยืนอยู่บนธรณีประตู เอาแต่มองมาทางอู๋ซวงเจี้ยง

อู๋ซวงเจี้ยงสบตากับอีกฝ่ายแล้วพลันคลี่ยิ้มกว้าง “หากในอนาคตป๋ายเหย่ยินดีไปเยือนใต้หล้าไพศาลกับข้า วันนี้สมุดชะตาครองคู่ครึ่งเล่มจะอยู่หรือจะไป ข้ายังไงก็ได้ รอได้ไหว”

ป๋ายเหย่พยักหน้ารับ “ตามใจ”

อู๋ซวงเจี้ยงพึมพำกับตัวเอง “ไม่รู้ว่าเหตุใดนางถึงได้ชื่นชอบกวีของป๋ายเหย่ ดีขนาดนั้นจริงๆ หรือ? ข้าไม่เห็นจะรู้สึกแบบนั้นเลย”

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 744.3 ใต้หล้าระวังฟืนไฟ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved