cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 739.3 รับคนและธรรมชาติเป็นครูให้ได้มากที่สุด

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 739.3 รับคนและธรรมชาติเป็นครูให้ได้มากที่สุด
Prev
Next

ในเมื่อถูกโจวมี่เปิดโปงแล้ว เฝ่ยหรานก็ไม่ปิดบังอีก เขาเอ่ยด้วยเสียงทุ้มหนัก “ในสายตาของข้า หลี่เซิ่งแห่งลัทธิขงจื๊อผู้นี้ต่างหากถึงจะเป็นบุคคลที่ทำให้ข้านับถือได้มากที่สุดในบรรดาอริยะทุกคนของสามลัทธิ เพราะเขาหวังให้หมื่นสรรพสิ่งในฟ้าดิน หวังให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดใช้การจ่ายค่าตอบแทนที่น้อยที่สุดมามีชีวิตอยู่รอดในใต้หล้าไพศาล สืบดำรงเผ่าพันธุ์ แสวงหาอิสระเสรี ฝึกตนเดินขึ้นสู่ที่สูง ได้รับอิสระมากกว่าเดิม อยู่ในกฎเกณฑ์ ตอบสนองความดิบเถื่อนในระดับที่พอเหมาะ สันดานของมนุษย์ก็จะเริ่มค่อยๆ เอนเอียงเข้าหาความบริสุทธิ์ สุดท้ายใกล้เคียงกับนิสัยของเทพ แต่กลับไม่ใช่เทพ สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรักความรู้สึก แสงตะเกียงในโลกมนุษย์จะค่อยๆ ขยับขึ้นสู่ด้านบน ค่อยๆ ลอยขึ้นสูง ผู้แข็งแกร่งปกป้องผู้อ่อนแอ เป็นผู้นำให้กับผู้อ่อนแอ หลี่เซิ่งหวังว่าสักวันหนึ่งจะสามารถเดินออกมาจาก ‘หนึ่ง’ ที่มีอยู่แล้วซึ่งไม่เคยลดไม่เคยเพิ่มนั้นได้สำเร็จ”

สุดท้ายเฝ่ยหรานประสานสายตามองจ้องโจวมี่ตรงๆ “ข้าไม่เคยรู้สึกว่าเจ้าโจวมี่จะทำได้ดีกว่าหลี่เซิ่ง”

โจวมี่ยิ้มถาม “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถูกกำหนดมาแล้วว่าจะไม่มีทางทำได้ดีกว่า ถ้าอย่างนั้นเหตุใดถึงไม่เปลี่ยนเส้นทาง เดินไปให้สูงยิ่งกว่าเดิม? หรือไม่ก็ทุบทำลายให้แหลกแล้วค่อยสร้างขึ้นมาใหม่ เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แบบนั้นจะไม่ยิ่งสมบูรณ์แบบกว่าหรอกหรือ? มีดทื่อๆ เล่มหนึ่งเถือสังหารอยู่นานหมื่นปี คนตายไปอย่างไร้เหตุไร้ผล ความอาฆาตแค้นที่อยู่ดีๆ ก็เกิดขึ้นมา ผีร้ายวิญญาณอาฆาตที่ไม่ได้ไปผุดไปเกิด ผู้ฝึกตนแต่ละคนที่ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร และยังมีเทวบุตรมารนอกโลกที่ก่อกำเนิดขึ้นมาไม่จบสิ้น ฆ่าทิ้งอย่างไรก็ไม่มีวันหมด ก็แค่ว่าคนบนโลกไม่รู้เรื่องพวกนี้เท่านั้น อันที่จริงเมื่อเทียบกับการยกมือตวัดมีดลงอย่างฉับไว คนตายกลับจะมีมากกว่า และจะยิ่งยุ่งยากมากกว่าด้วย”

โจวมี่ยกมือข้างหนึ่งขึ้น ทำมือต่างมีดสับลงหนึ่งที “มีดเร็วตัดปมเชือกยุ่งเหยิง เชือกยุ่งเหยิงล้วนขาดวิ่น ฟ้าดินกลับคืนสู่ความใสสว่างอีกครั้ง”

เฝ่ยหรานกัดฟันพูด “เล่าลือกันว่าปรมาจารย์มหาปราชญ์รู้สึกว่าหากคนพันคนบนโลกล้วนมีโฉมหน้าดุจเดียวกัน ก็คือความเห็นแก่ตัวที่ใหญ่หลวงที่สุด”

โจวมี่เก็บมือกลับมา “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็จงอาศัยความสามารถมาพูดโน้มน้าวข้า ข้าอยู่ที่นี่สามารถตอบตกลงเจ้าเรื่องหนึ่งก่อนได้ เฝ่ยหรานสามารถเป็นทั้งหลี่เซิ่งคนใหม่ ขณะเดียวกันก็จะได้เป็นป๋ายเจ๋อคนใหม่ด้วย การปฏิบัติต่อเผ่ามนุษย์ของใต้หล้าไพศาลและเผ่าปีศาจของใต้หล้าเปลี่ยวร้าง มีเจ้าเป็นผู้ให้ความเสมอภาค เพราะในอนาคตกฎเกณฑ์ของฟ้าดินจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เจ้าเฝ่ยหรานจะได้ครอบครองอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในการตัดสินใจ นอกจากกรอบใหญ่ๆ ที่ข้ากำหนดไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว เส้นสายทุกเส้น รายละเอียดทุกอย่างที่แตกแขนงไปต่อจากนี้ ล้วนมีเจ้าเฝ่ยหรานเป็นผู้ตัดสินใจคนเดียว ข้าจะไม่ยื่นมือเข้าแทรกเด็ดขาด”

เจ้าเฝ่ยหรานเลื่อมใสหลี่เซิ่งจากใจจริงไม่ใช่หรือ? ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เจ้าจะคว้าโอกาสตรงหน้าที่เพียงแค่เอื้อมมือก็ได้มาครอง กลายมาเป็นหลี่เซิ่งเสียเองหรือไม่?

เฝ่ยหรานยอมสละชีวิตอย่างไม่เสียดาย แต่ก็ต้องเอ่ยประโยคหนึ่งที่คั่งค้างอยู่ในใจมานานให้จงได้ “ข้าไม่เชื่อใจโจวมี่ที่ ‘ถามทางได้แล้วสังหารคนตัดต้นไม้ผู้บอกทางทิ้ง’ แม้แต่นิดเดียว!”

โจวมี่ยิ้มอย่างรู้ทัน “แค่คอยดูไปก็พอแล้ว”

ในประวัติยุคโบราณ หลี่เซิ่งเป็นผู้กำหนดพิธีการของปรากฎการณ์ท้องฟ้าและพื้นดิน สร้างเครื่องมือการวัดทั้งห้า สังเกตการณ์ท้องฟ้าเพื่อสร้างปฏิทิน ทำความเข้าใจปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ หล่อกระถางสร้างตัวอักษร เป็นผู้ริเริ่มตำราบันทึกเหตุการณ์ประจำปีตามเทศกาลและเดือน คือผู้ริเริ่มอารยธรรมของเผ่ามนุษย์

หลี่เซิ่งที่ป๋ายเจ๋อเรียกอย่างให้ความเคารพว่า ‘อาจารย์น้อย’ กำหนดมาตรฐานการวัดความยาว ความจุและน้ำหนักอย่างมีหลักฐาน มีร่องรอยให้สืบเสาะเป็นครั้งแรก วัดความสั้นยาว วัดขนาดเล็กใหญ่ วัดน้ำหนักหนักเบา นอกจากนี้ยังยืนยันในเรื่องของการกำหนดเวลา การสังเกตการณ์สี่ทิศของฟ้าดิน ใช้วิธี ‘กอบ’ มาวัดน้ำหนักของขุนเขามหาสมุทรและวัดความยาวของแม่น้ำแห่งกาลเวลา คำนวณจำนวนมากน้อยของปราณวิญญาณในฟ้าดิน กำหนดแผนภูมิสวรรค์ ช่วงเวลา สิบสองเดือนและยี่สิบสี่ช่วงฤดูกาล

คนที่วัดความสั้นยาวต้องห้ามผิดพลาดแม้แต่เสี้ยวเดียว แต่งตั้งห้าอำนาจ มอบภาชนะห้าชิ้นให้กับคนห้าคน สามคนในนั้นก็คือบรรพบุรุษผู้บุกเบิกขุนเขาของสำนักหยินหยาง สำนักคำนวณและสำนักภูมิศาสตร์ซึ่งอยู่ในเมธีร้อยสำนัก สร้างเงินเหรียญทองแดงและเงินเกล็ดหิมะเหรียญแรกของโลกมนุษย์ขึ้นมากับมือตัวเอง ฟ้ากลายเป็นปรากฎการณ์ ดินเป็นรูปร่าง คนเป็นโชคชะตา ฟ้าดินคนต่างก็ได้มีชะตาเป็นของตัวเอง ต่างคนต่างเดินบนเส้นทางของตัวเอง ซานไฉ (ฟ้าดินคน) มารวมกันเป็นหนึ่ง กฎแห่งธรรมชาติผสานกลมกลืน เล็กใหญ่ สั้นยาว หนักเบา สูงต่ำ มืดสว่าง ชีวิตลมปราณ คำศัพท์ที่เดิมทีล่องลอยจับต้องไม่ได้เหล่านี้ เมื่อมาอยู่ในมือของหลี่เซิ่งก็ล้วนกลายเป็นของที่จับต้องได้จริงซึ่งจำแลงออกมาจากมหามรรคา

ดังนั้นในศาลบุ๋น หลี่เซิ่งถึงได้ถูกเรียกขานอย่างขำขันว่าเป็นนักบัญชีใหญ่ แล้วก็มีอริยะผู้มีเทวรูปคนหนึ่งในนั้นถูกเรียกขานว่านักบัญชีน้อย สิ่งที่หามาได้ล้วนเป็นทรัพย์สินเงินทองที่แท้จริง เชี่ยวชาญในด้านนี้ ไม่ยอมให้สำนักการค้าช่วงชิงชื่อเสียงอันงดงามไปได้ก่อน

โจวมี่เดินทางท่องเที่ยวไปในใต้หล้าเปลี่ยวร้าง ถกปัญหากับบรรพบุรุษใหญ่แห่งใต้หล้าเปลี่ยวร้างที่ภูเขาทัวเยว่นานพันปี ทั้งสองฝ่ายอนุมานความเป็นไปได้นับพันนับหมื่น เรื่องหนึ่งในนั้นที่โจวมี่เรียกร้องก็คือฟ้าพลิกแผ่นดินคว่ำ หมื่นสรรพสิ่งตกอยู่ในความมืดมน หยินหยางไม่มีใครแบ่ง ไร้ความรู้ไร้ความเข้าใจ มรรคาไร้ที่พึ่ง นั่นต่างหากถึงจะเป็นช่วงเวลาที่กฎเกณฑ์และอารยธรรมล่มสลาย คนไร้ความสามารถอยู่ในตำแหน่งสูงที่แท้จริง สุดท้ายให้โจวมี่เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์พิธีการของฟ้าดินเสียใหม่ สร้างแผนภูมิสวรรค์กำหนดวันเวลาใหม่อีกครั้ง ภายใต้การบดขยี้ของมหามรรคาระดับนี้จะหอบรวมทุกเรื่องราวเข้าไว้ด้วยกัน ใจคนจะขึ้นๆ ลงๆ คำที่ว่ามหาสมุทรกลายเป็นผืนนาอะไรนั่นล้วนไม่มีค่าพอให้พูดถึงแม้แต่นิดเดียว

คนทั้งสามกินข้าวกับปลากุ้ยตุ๋นด้วยกันเรียบร้อยแล้ว โจวมี่ก็วางชามและตะเกียบลง อยู่ดีๆ ก็ยิ้มเอ่ยอย่างไร้สาเหตุ “เรื่องราวที่ซุกซ่อนมา เมื่อถูกเปิดเผยย่อมโผบินรวดเร็ว เรื่องราวที่ค้นพบเร็วเกินไป ส่วนใหญ่ก็มักจะจบลงอย่างว่องไวเสมอ”

เมื่อบัณฑิตลัทธิขงจื๊อชุดเขียวที่หลงเหลือเพียงดวงจิตเสี้ยวหนึ่งยิ้มถามว่า ‘เจี่ยเซิงอยู่ที่ใด’

โจวมี่ก็ลุกขึ้นยืน ยิ้มเอ่ยว่า “โจวมี่อยู่ที่นี่”

โจวมี่พูดพึมพำกับตัวเอง “ควรจะทำอะไรบ้างแล้วจริงๆ จะได้สั่งสอนให้บัณฑิตของใต้หล้าไพศาลรู้เสียบ้างว่าอะไรคือ…”

พูดได้แค่ครึ่งเดียว โจวมี่ที่ลุกขึ้นยืนก็หันมายิ้มมองเฝ่ยหรานและเซอเยว่

เซอเยว่เอ่ย “รู้ว่าเทพเซียนตีกันของขอบเขตสิบสี่นั้นพลิกภูเขาคว่ำมหาสมุทร ฟ้าคว่ำแผ่นดินหงายขนาดไหน?”

เฝ่ยหรานชำเลืองตามองตราประทับที่อยู่ด้านข้าง เอ่ยเสียงแผ่วว่า “อ่านหนังสือย่อมมีประโยชน์”

สามลัทธิเมธีร้อยสำนัก มีตำราที่เก็บสะสมไว้สามล้านเล่ม

ปีศาจใหญ่ป๋ายอิ๋งที่อยู่ในฝูเหยาทวีป และ ‘ลู่ฝ่าเหยียน’ อาจารย์ผู้มีพระคุณของเชี่ยอวิ้นที่อยู่ในใต้หล้าเปลี่ยวร้างหดย่อพื้นที่แทบจะเวลาเดียวกัน มายังท่าเรือใบท้อของใบถงทวีป เหยียบอยู่บนผิวน้ำ

โจวมี่ก้าวออกไปหนึ่งก้าว ผสานมรรคากับปีศาจใหญ่โครงกระดูกป๋ายอิ๋งก่อน จากนั้นจึงเดินเข้าหาผู้เฒ่าชุดเขียวที่ตรงเอวห้อยขลุ่ยไม้ไผ่หนึ่งเลา สามฝ่ายรวมเป็นหนึ่ง ถึงกลายเป็น ‘เจี่ยเซิง’ ตัวจริง คือมหาสมุทรความรู้โจวมี่ที่แท้จริง

ในอดีตไพศาลมีลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อคนหนึ่ง เกิดมาก็ฉลาดหลักแหลมหัวไว เรียนตำราตอนวัยเยาว์ อ่านหนังสือได้ทีละหลายบรรทัด อะไรที่ผ่านตาล้วนไม่เคยลืม อ่านตำราคัดตัวอักษรทั้งกลางวันกลางคืนอย่างลืมกินลืมนอน เป็นเหตุให้ร่างผ่ายผอมราวโครงกระดูก หลักจากป่วยหนักครั้งหนึ่งแล้วหายดีก็เริ่มหันไปฝึกตน เพียงแค่หวังให้มีอายุขัยยืนยาวกว่าเดิม สามารถอ่านหนังสือได้มากกว่าเดิม จะได้ใช้ชีวิตที่มีจำกัดไปแสวงหาความรู้ที่ไร้ขีดจำกัด ลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อเริ่มตั้งปณิธานภูเขาตำราอยู่ในใจ ตอนที่ฝึกตนเดินขึ้นสู่ที่สูง ข้างกายไม่มีผู้ถ่ายทอดมรรคา ข้างมือไม่มีตำราลับตระกูลเซียนตามความหมายที่แท้จริง เพียงแค่อาศัยตำราของสามลัทธิและร้อยสำนักที่ในใจตัวเองจำได้ ดึงเอาแก่นความรู้มาจากมหาสมุทรตำราอันกว้างใหญ่ไพศาล นำถ้อยคำกระจัดกระจายขาดๆ หายๆ มาประติดประต่อกันจนกลายเป็นตำราลับในการฝึกตนเล่มหนึ่ง เดินขึ้นฟ้าในก้าวเดียวตอนอยู่ในขอบเขตรั้งคนของผู้ฝึกลมปราณ เลื่อนขั้นเป็นขอบเขตหยกดิบ หลังจากนั้นก็จำแลงมหาสมุทรความรู้อันไร้ที่สิ้นสุดขึ้นมาในใจ ใช้จิตหยินออกเดินทางไกลแบ่งสมาธิไปจมจ่อมอยู่กับมัน ความคิดโลดแล่นไร้ขีดจำกัด จิตใจล่องลอยไปไกลอย่างเสรี นับแต่นั้นมาท่ามกลางชีวิตของการเดินทางไกลไปขอศึกษาต่อและการฝึกตน ก็ได้เริ่มทยอยกวาดเก็บตำรามาอย่างกำเริบเสิบสาน สืบเสาะซักถามถึงเป้าประสงค์พื้นฐานความรู้ของร้อยสำนัก ขยับขยายฟ้าดินของมหาสมุทรความรู้ในใจอย่างต่อเนื่อง ใช้ความรู้ของลัทธิขงจื๊อเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตหยกดิบ แต่กลับใช้วิชาลับ ‘จักรวาลคือเตาหลอม ดวงตะวันจันทราคือแสงไฟ’ ของลัทธิเต๋ามาเลื่อนเป็นขอบเขตเซียนเหริน หวนคืนสู่ธรรมชาติความจริง จากนั้นก็หันไปตั้งใจศึกษาสิบหกนิมิตของลัทธิพุทธ สุดท้ายเลือกนิมิตกระดูกขาวซึ่งเป็นหนึ่งในนั้น ได้เลื่อนขั้นเป็นขอบเขตบินทะยาน ครั้นจึงใช้ความรู้ที่หลากหลายในใจมาผสานมรรคาเป็นขอบเขตสิบสี่ กลืนกินควบรวมอาจารย์ผู้มีพระคุณของเชี่ยอวิ้นอย่างลับๆ

ทุกวันนี้บัลลังก์ราชาของใต้หล้าเปลี่ยวร้างมีการเพิ่มใหม่ หลังจากศึกของฝูเหยาทวีปผ่านพ้นไป อันที่จริงบัลลังก์ราชาหน้าเก่าๆ ทั้งหลายเหลืออยู่อีกไม่มากแล้ว

ผู้เฒ่าชุดเทาที่ประชันเวทคาถากับภูเขาสุ้ยซานอยู่ไกลๆ ไม่หยุดพักที่ร่องเจียวหลง บรรพบุรุษใหญ่ภูเขาทัวเยว่

เซียวสวิ้นผู้ฝึกกระบี่ที่ยกบัลลังก์ราชาของตนขึ้นสูงเป็นอันดับที่สองโดยพลการ โจวมี่มหาสมุทรความรู้ที่ไม่ถือสาเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย มือกระบี่หลิวชา

หย่างจื่อที่ไปยังน่านน้ำมหาสมุทรของทักษินาตยทวีป นางต้องรับมือกับหอสยบปีศาจแห่งหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ภาคกลางของทวีป ส่วนเฉินฉุนอันผู้รอบรู้ที่บนบ่าแบกตะวันจันทรานั้นก็มอบให้หลิวชาเป็นคนจัดการ

เฟยเฟยยังคงอยู่บนสนามรบที่ตั้งอยู่ระหว่างแจกันสมบัติทวีปและใบถงทวีป

หนิวเตาที่สูญเสียการพันธนาการจากเกราะทองเฝ้าพิทักษ์เกราะทองทวีป

ปีศาจใหญ่อู่เยว่และเจ้าคนที่ถือทวนยาว ใช้โครงกระดูกของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตำแหน่งสูงมาเป็นบัลลังก์ราขา ล้วนอยู่ที่สนามรบของทักษินาตยทวีปกันทั้งหมด

รวมไปถึงหยวนโซ่วที่รับผิดชอบคอยเล่นงานสำนักกุยหยกและเจียงซ่างเจิน ปีศาจใหญ่บนบัลลังก์ตนนี้ก็คือ ‘น้องชายคนเล็กของบรรพบุรุษบุกเบิกขุนเขาแห่งภูเขาตะวันเที่ยง’ บนภูเขาไฉ่จือที่ชุยตงซานกับฉุนชิงพูดถึง

นอกจากนี้เจ้าอารามดอกบัว หวงหลวน เหย้าเจี่ย เชี่ยอวิ้น ป๋ายอิ๋ง และยังมี ‘ลู่ฝ่าเหยียน’ ที่เป็นขอบเขตสิบสี่ของใต้หล้าเปลี่ยวร้าง ต่างก็ถูกโจวมี่ ‘ผสานมรรคา’ ไปหมดแล้ว

ในระหว่างนี้อันที่จริงยังมีเผ่ามนุษย์ขอบเขตบินทะยานของเกราะทองทวีปอีกคนหนึ่งอย่าง หวานเหยียนเหล่าจิ่ง

ต้องรู้ว่าป๋ายอิ๋งปีศาจบนบัลลังก์ที่เป็นกายหยางจิตนอกกายของโจวมี่ ระยะเวลาหลายพันปีที่อยู่ในใต้หล้าเปลี่ยวร้างก็ได้หล่อหลอมผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจให้เป็นหุ่นเชิดไปอีกนับไม่ถ้วน

หนอนหนังสือเฒ่าที่หิวโหยไม่รู้จักอิ่ม? มหาสมุทรความรู้โจวมี่ก็ดี เจี่ยเซิงแห่งไพศาลก็ช่าง กินแล้วกินอีก แต่ท้องก็ยังร้องโครกครากอย่างน่ากลัวไม่เลิกเลยจริงๆ

พอโจวมี่จากไป

เซอเยว่ก็วางชามและตะเกียบลงบนโต๊ะตัวเล็ก นั่งขัดสมาธิ พ่นลมหายใจยาวเหยียด

เฝ่ยหรานยิ้มเอ่ย “เจ้าก็รู้จักกลัวเหมือนกันหรือ?”

เซอเยว่กลอกตามองบน “ข้าไม่ได้โง่สักหน่อย ให้แกล้งเป็นทำว่าไม่กลัว ไม่มีปัญหา แต่จะให้ไม่กลัวจริงๆ ทำไม่ได้หรอก”

เจียงซ่างเฉิน เฉินผิงอัน บวกกับอาจารย์โจวผู้นี้ พวกบัณฑิตเส็งเคร็ง ล้วนน่ากลัวกันทุกคน

เฝ่ยหรานไม่อาจตอบโต้กลับได้จริงๆ

เซอเยว่พลันถามว่า “ข้าวตระกูลเซียน ปลากุ้ยตุ๋น น้ำแกงปลากินกับข้าว รสชาติเป็นอย่างไร?”

เฝ่ยหรานเอ่ยอย่างระอาใจ “ไม่เลว”

เมื่อครู่นี้เขามีอารมณ์กินข้าวดื่มน้ำแกงเสียที่ไหน

พูดถึงแค่เรื่องที่ได้เห็นอาจารย์ผู้มีพระคุณกับตาตัวเอง จะให้เขาเฝ่ยหรานคิดเช่นไร? ยังจะเกลียดแค้นโจวมี่อีกได้อย่างไร? อาจารย์กลายเป็นโจวมี่ไปแล้ว แล้วนับประสาอะไรกับที่แม้แต่ศิษย์พี่เชี่ยอวิ้นก็ยังกลายเป็นโจวมี่ไปแล้วด้วย ในความเป็นจริงแล้วหากในอนาคตสถานการณ์ใหญ่มั่นคงดีแล้ว โจวมี่ก็สามารถคืนอาจารย์และศิษย์พี่มาให้เฝ่ยหรานได้อย่างสมบูรณ์ แต่เฝ่ยหรานก็ยังไม่กล้าแน่ใจว่า เฝ่ยหรานในอนาคตจะกลายเป็นใครกันแน่ จนกระทั่งบัดนี้เฝ่ยหรานถึงพอจะเข้าใจในความน่าเศร้าของเจ้าหลีเจินผู้นั้นขึ้นมาบ้างแล้ว

เซอเยว่รู้สึกเสียดายเล็กน้อย “จะดีจะชั่วก็เคยเรียนหนังสือมาก่อน ไม่มีถ้อยคำน่าฟังที่สุภาพไพเราะบ้างเลยหรือ”

เฝ่ยหรานเอนตัวนอนอยู่บนหัวเรือ ราวกับว่าชีวิตของเขาไม่เคยทดท้อทอดอาลัย ห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรงเท่าตอนนี้มาก่อน

เซอเยว่กล่าว “อย่าไปคิดมาก กินดื่มอิ่มหนำก็จะเดินได้ไกลขึ้น”

เฝ่ยหรานเอ่ย “อิจฉาเจ้านัก”

เฝ่ยหรานลุกขึ้นนั่ง สวมหน้ากากที่เริ่มคุ้นเคยบ้างแล้วลงบนใบหน้าอีกครั้ง เซอเยว่แค่ปรายตามองมาเห็นก็เดือดดาลอย่างหนัก “คายน้ำชา ข้าวแล้วก็น้ำแกงปลาออกมาให้หมด!”

เฝ่ยหรานคิดจะทะยานลมขึ้นไปกลางอากาศ ด้วยต้องการเห็นศึกใหญ่นั้นกับตา

การจับคู่เข่นฆ่าที่มีความเป็นได้อย่างถึงที่สุดว่าจะเป็นของยอดเขา…ขอบเขตสิบสี่

ทว่าเพียงชั่วพริบตาทั้งเฝ่ยหรานและเซอเยว่ต่างก็ร่างขึงเกร็งแทบจะเวลาเดียวกัน ไม่เพียงแค่เพราะโจวมี่ที่จากไปแล้วหวนกลับคืนมายืนอยู่ข้างกายเฝ่ยหราน แต่ยังเป็นเพราะอีกฝั่งหนึ่งของหัวเรือยังมีปัญญาชนชุดเขียวแปลกหน้าคนหนึ่งเพิ่มมาด้วย

จากนั้นบัณฑิตทั้งสองคนก็แบ่งกันเอาเฝ่ยหรานและเซอเยว่เก็บเข้าไปในชายแขนเสื้อของตัวเอง

โจวมี่ยิ้มเอ่ย “มาฉกชิงของของข้าไปต่อหน้าต่อตา ตายไปแล้วก็ยังฟื้นกลับมาได้”

ปัญญาชนชุดเขียวกล่าว “อ่านตำรามาถ้วนทั่ว แต่ล้วนอ่านผิดแผกผิดทาง คิดว่าตัวเองตั้งใจเป็นหนึ่งรู้ซึ้งถึงแก่น ในอริยะนอกราชา ดังนั้นถึงได้บอกว่าคนคนหนึ่งฉลาดเกินไปก็ไม่ค่อยดี”

โจวมี่พูดเสนอ “เจ้าหักใจเสียแจกันสมบัติทวีปครึ่งหนึ่งไปไม่ได้ ข้าตัดใจเสียใบถงทวีปครึ่งหนึ่งไปไม่ลง ไม่สู้เปลี่ยนสถานที่ดีไหม? อ้อ ลืมไป ฉีจิ้งชุนในตอนนี้ ความคิดบังเกิดในจิตใจเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากแล้ว”

ฟ้าดินสับเปลี่ยน คนทั้งสองมาอยู่ในมหาสมุทรตำราที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งหนึ่ง

โจวมี่เอ่ย “พยายามรับเอาคนและธรรมชาติมาเป็นครูให้ได้มากที่สุด”

ปัญญาชนชุดเขียวร้องอ้อหนึ่งที ก่อนจะเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าจะเอ่ยประโยคหนึ่งกับเจ้าแทนปราชญ์ผู้ล่วงลับทั้งหลาย เรื่องของแม่..เถอะ”

ดังนั้นนาทีถัดมา คนทั้งสองจึงย้อนกลับมาที่หัวเรืออีกครั้ง

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 739.3 รับคนและธรรมชาติเป็นครูให้ได้มากที่สุด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved