cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 720.4 ข้าคือตงซานไงล่ะ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 720.4 ข้าคือตงซานไงล่ะ
Prev
Next

พอเถียนจิ่วเอ๋อร์ออกมาจากร้าน ชุยตงซานก็ขึ้นไปนั่งบนโต๊ะคิดเงิน มองผู้เฒ่าที่เรือนกายผ่ายผอมแต่กลับสวมชุดคลุมเต๋าที่กว้างใหญ่อย่างถึงที่สุดแล้วจุ๊ปากเอ่ย “เทพเซียนผู้เฒ่าขอบเขตประตูมังกรตัวดี กระดูกบนร่างหนักเก้าสิบจิน คาดว่าคงมีจินครึ่งจินที่มาจากคุณความชอบของชุดคลุมอาคมตระกูลเซียนบนร่างชิ้นนี้กระมัง เทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยนี่ไม่ได้สวมชุดคลุมเต๋าแล้วนะ นี่มันสวมเงินเทพเซียนกองโตชัดๆ โอ้โหๆๆ ชุดคลุมเต๋านี้ใหญ่จนชายแขนเสื้อแทบจะระพื้นอยู่แล้ว ทำไม เทพเซียนผู้เฒ่าคิดจะไปกวาดพื้นในตรอกฉีหลงงั้นรึ?”

เหงื่อผุดออกมาเต็มหน้าผากเจี่ยเฉิง เขาหัวเราะแห้งๆ เอ่ยว่า “ชุยเซียนซือพูดเรื่องตลกแล้ว พูดเรื่องตลกแล้ว”

นักพรตเฒ่าไม่ได้โง่จริงๆ เสียหน่อย หลายปีมานี้ที่อยู่ในร้านของเมืองเล็ก บ้างก็ไปที่ตัวจังหวัด บ้างก็ขึ้นไปบนภูเขา ขอแค่ได้ยินข่าวเล็กๆ มา ไม่ต้องสนว่าจะใช่ข่าวลือหรือไม่ ก็ล้วนทำให้นักพรตเฒ่าเอามาคิดซ้ำไปซ้ำมา ขบให้แตกยิบย่อยเพื่อที่จะได้คิดให้มากขึ้น เรื่องดีคิดไปในทางเล็ก เรื่องร้ายคิดไปในทางใหญ่เทียมฟ้า ระวังแล้วระวังอีก ใคร่ครวญแล้วใคร่ครวญอีก นี่ก็คือรากฐานในการหยัดยืนที่ทำให้นักพรตเฒ่าท่องอยู่ในยุทธภพได้โดยที่เรือไม่ล่ม

สำหรับคำพูดประชดประชันของอาจารย์ชุย เขารู้สึกว่าดียิ่งนัก ลมเย็นๆ พัดโชยมาปะทะใบหน้าในวันที่อากาศร้อนระอุทำให้รู้สึกเย็นสบายได้อีกเป็นเท่าตัว (คำว่าประชดประชันภาษาจีนคือ 风凉话 แปลตรงตัวคือคำพูดลมเย็น)

เดิมทีเจี่ยเฉิงไม่รู้สึกว่าลำบากใจแม้แต่น้อย แค่หนังหน้าหล่นลงบนพื้น นักพรตเฒ่าเช่นข้าไม่คิดมากเสียหน่อยหากต้องก้มไปเก็บมันมา แค่ค้อมเอวจะไปเปลืองแรงอะไร!

จ่ายเงินเล็กๆ น้อยๆ กินขนมของร้านด้านข้างสองสามชิ้นก็ชดเชยกลับคืนมาได้แล้ว คาดไม่ถึงว่าแม่นางหลิงชุนเร็วไม่ปรากฎตัวช้าไม่ปรากฎตัว ดันมายืนอยู่หน้าประตูใหญ่ร้านฉ่าวโถวของตนเอาตอนนี้พอดี นางยืนเอาไหล่ข้างหนึ่งพิงกรอบประตู สองมือสอดกันไว้ในชายแขนเสื้อยิ้มตาหยี

ขมขื่นนัก ขมขื่นนัก

เมื่อเจี่ยเฉิงผู้นี้เป็นเพียงแค่นักพรตเฒ่าเจี่ยเฉิงจริงๆ เท่านั้น ชุยตงซานก็คร้านจะพูดไร้สาระให้มากความ เขาใช้นิ้วเคาะโต๊ะ พูดเข้าประเด็นว่า “ผู้ถวายงานที่ได้รับการบันทึกชื่อของภูเขาลั่วพั่วในทุกวันนี้ค่อนข้างจะขาดแคลน เจ้ารู้บ้างหรือไม่เล่า?”

นักพรตเฒ่าย่อมต้องรู้แน่อยู่แล้ว ปีนั้นตอนที่สร้างศาลบรรพจารย์ภูเขาลั่วพั่ว ซานจวินใหญ่เว่ยยังมาเข้าร่วมพิธีด้วย!

อีกอย่างเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างเจ้าขุนเขาหนุ่มกับแม่นางหร่วน นักพรตเฒ่าอย่างข้าตาบอดจริงๆ แล้วอย่างไรเล่า ไม่ได้ถูกน้ำมันหมูบังใจเสียหน่อย ย่อมต้องรู้ชัดเจนดี!

ชุยตงซานที่เพิ่งไปเยือนศาลเทพวารีของแม่น้ำอวี้เย่มารอบหนึ่งเอ่ยเนิบช้าว่า “เจ้ารับลูกศิษย์ที่ดีไว้จริงๆ รักและหวงแหนแม้แต่ไม้กวาดด้ามเก่าของตัวเองก็ถือว่าใจไม่กว้างมากพอ ไม่สมกับเป็นผู้ถวายงานของภูเขาลั่วพั่วแล้ว”

ชุยตงซานพลันยกฝ่ามือตบป้าบลงบนโต๊ะคิดเงิน ทำเอานักพรตเฒ่าตกใจจนต้องรีบทำคอย่นก้มหัว ยิ่งค้อมเอวลงต่ำ

ชุยตงซานกระโดดลงมาจากโต๊ะ เดินวนรอบร่างของนักพรตเฒ่าที่เงียบกริบเป็นจักจั่นในหน้าหนาวหลายรอบ ปากก็บริภาษไปด้วย “ย่ำยีสมบัติแห่งสวรรค์ ความเห็นแก่ตัวเข้มข้นเกินไป นี่เรียกว่าเป็นคนที่ไร้คุณธรรมแล้ว! เป็นเทพเซียนผู้เฒ่าขอบเขตประตูมังกรก็เลยเบื่อจะมีชีวิตอยู่แล้วหรือ? ดาวอายุยืนกินยาเบื่อหนูเข้าไปรึ? เจ้าอยากจะกินสักกี่จินล่ะ บอกข้าผู้อาวุโสมาให้ชัดเจนเลยสิ! มารดาเถอะ หากข้าผู้อาวุโสให้เจ้าขาดไปหนึ่งหรือสองจินก็ถือว่าข้าผู้อาวุโสไม่ใจกว้างเหมือนกับเจ้า!”

เจี่ยเฉิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ในใจกระวนกระวายไม่เป็นสุข บนใบหน้าเหี่ยวชราเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เอ่ยเสียงสั่นว่า “ชุยเซียนซือ ความหมายของท่านผู้อาวุโส ข้าเข้าใจดี เพียงแต่ว่าในใจข้ามีความทุกข์ทนที่พูดไม่ออก วันนี้ได้เจอกับชุยเซียนซือเลยยอมเสียสละศักดิ์ศรีหน้าตาอันน้อยนิดแค่นี้ แต่ก็ต้องบังอาจพูดกับท่านผู้อาวุโสสักคำถึงคัมภีร์อ่านยากเล่มนั้นของพวกเราสามอาจารย์และศิษย์”

พูดถึงเรื่องที่ทำให้เจ็บปวดใจ ผู้เฒ่าก็เช็ดหัวตา เพียงแต่ว่าปากก็ไม่ได้หยุดพูด “ร่างกายของจิ่วเอ๋อร์ข้าสอดคล้องกับกฎแห่งสวรรค์จริงๆ หาใช่เพราะข้าผู้เป็นนักพรตเฒ่าเสียดาย ‘สมบัติวิเศษแห่งฟ้าดิน’ น้อยนิดแค่นี้ไม่ ในฐานะผู้ถวายงานที่ได้รับการบันทึกชื่อ ข้าผู้เป็นนักพรตเองก็ไม่ใช่คนที่ไร้มโนธรรม สำหรับภูเขาลั่วพั่วและใต้เท้าเจ้าขุนเขา ข้ารู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณจนนึกอยากจะตั้งป้ายบูชาเขาไว้ในบ้าน จุดธูปกราบไหว้ทุกวันเลยด้วยซ้ำ ก็ไม่ใช่เพราะอาศัยบุญวาสนาอันลึกล้ำของเจ้าขุนเขาเราหรือไร ข้าผู้เป็นนักพรตถึงได้เลื่อนขั้นเป็นขอบเขตประตูมังกรเล็กๆ นั่นได้ ตามหลักแล้วควรจะทำเรื่องดีที่เป็นการเป็นงานให้กับภูเขาลั่วพั่วบ้าง เพียงแต่ว่าในอดีตข้าผู้เป็นนักพรตออกเดินทางไกล คอยกำจัดปีศาจปราบมาร นับว่ายังใจแข็งอยู่บ้าง ทว่าตบะอ่อนด้อยอยู่ปลายแถว ความสามารถก็ไม่มากพอ ทำให้ชุยเซียนซือได้เห็นเรื่องตลกแล้ว เลือดสดของจิ่วเอ๋อร์ผู้เป็นลูกศิษย์ ข้าผู้เป็นนักพรตจะไม่รู้ถึงข้อดีได้อย่างไร กลัวก็เพียงแต่ว่าทำเช่นนี้จะทำลายความปรองดอง วันหน้าหากเจ้าขุนเขารู้เข้า กลับกลายเป็นว่าจะถูกตำหนิ ไม่อย่างนั้นข้าผู้เป็นนักพรตก็คงให้จิ่วเอ๋อร์ทำเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว ต่อให้ในใจนางจะไม่ยินยอม สายตาตื้นเขินไม่รู้จักซาบซึ้งในบุญคุณของภูเขาลั่วพั่ว ในฐานะอาจารย์ผู้มีพระคุณที่ถ่ายทอดมรรคาให้แก่นาง ไม่เพียงแต่จะต้องให้นางมอบน้ำพุยันต์หลายจินมาให้ในเวลาที่กำหนด ยังจะสอนให้นางได้รู้ถึงหลักการเหตุผลในการอยู่ร่วมกันของคนบนโลกอย่างดีด้วย! ไม่ว่าข้าผู้เป็นนักพรตจะสงสารลูกศิษย์ทั้งสองขนาดไหน ก็ยังต้องตัดใจฟาดกระบองสั่งสอนให้พวกเขาเป็นคนกตัญญูรู้คุณคนให้จงได้!”

แน่นอนว่าเจี่ยเฉิงผู้นี้พูดจาเหลวไหล พูดส่งเดชไปเรื่อยเปื่อย ไม่เพียงแต่ยกยอตัวเองให้สูงส่ง ยังจะสาดโคลนสกปรกใส่บนร่างของเถียนจิ่วเอ๋อร์ผู้เป็นลูกศิษย์อีกด้วย

อันที่จริงมีแค่ประโยคเดียวที่เจี่ยเฉิง ‘เทพเซียนผู้เฒ่า’ ขอบเขตประตูมังกรพูดความจริง กลัวว่าเฉินผิงอันเจ้าขุนเขาภูเขาลั่วพั่วรู้สึกว่าการกระทำเช่นนี้ทำลายความปรองดองของทุกคน ทำให้เขาเจี่ยเฉิงที่คิดจะประจบเอาใจกลับกลายเป็นว่าไม่ได้ดี นี่ไม่เท่ากับเป็นการค้าขายที่ขาดทุนซึ่งใหญ่เทียมฟ้าหรอกหรือ

เจี่ยเฉิงตาบอดแต่ใจไม่บอด รู้ดีถึงบรรทัดฐานของภูเขาลั่วพั่ว ก็คือต้องมีมโนธรรมมีจิตสำนึกในการเป็นคนเสียหน่อย

ส่วนเรื่องการอวดฉลาดและการใช้อุบายเรื่องอื่นๆ ก็ล้วนไม่ถึงขั้นทำให้เขาต้องเสียชามข้าวเทพเซียนในการเป็นผู้ถวายงานของภูเขาลั่วพั่วใบนี้ไป

ในความเป็นจริงแล้ว จนถึงตอนนี้คนที่ฉลาดเหมือนนักพรตเฒ่าก็ยังคงไม่ค่อยเข้าใจว่า เจ้าขุนเขาหนุ่มคนนั้นมีทิพย์จักษุได้อย่างไร ถึงได้มาถูกใจพวกเขาสามอาจารย์และศิษย์ได้ ทำให้พวกเขาที่นอนกลางดินกินกลางทรายมาจนชินแล้วโชคดีได้มากินข้าวอยู่บนภูเขาลั่วพั่ว

ชุยตงซานกระตุกชายแขนเสื้อคลุมเต๋าของนักพรตเฒ่า จากนั้นก็เอาพัดพับไม้ไผ่หยกที่นักพรตเฒ่าแสร้งเอามาใช้ทำให้ตัวเองสง่าสูงส่งมาคลี่เปิดเบาๆ ด้านหนึ่งก็เดินวนอ้อมรอบตัวนักพรต อีกด้านหนึ่งพัดเอาลมเย็นๆ เข้าสู่ตัว

ชุยเซียนซือไม่พูดไม่จา ส่วนนักพรตเฒ่าที่หลังจากร่าย ‘ความในใจ’ ประโยคนั้นจบก็ไม่เหลือความกล้าและไม่เหลือสมองให้เฟ้นหาถ้อยคำที่มากกว่านี้แล้ว

ชุยตงซานเอ่ย “นับจากวันนี้เป็นต้นไป ให้จิ่วเอ๋อร์สะสมน้ำพุยันต์ตามจำนวนและเวลาที่กำหนด วันหน้าจะมีประโยชน์อย่างมาก เพียงแต่ต้องจำไว้ว่าห้ามให้ทำลายมหามรรคาของจิ่วเอ๋อร์แม้แต่เสี้ยวเดียว”

นักพรตเฒ่าพยักหน้ารับเหมือนไก่จิกเมล็ดข้าวเปลือก กุมหมัดเอ่ยว่า “น้อมรับคำสั่งของชุยเซียนซือ ข้าจะทั้งช่วยอาจารย์ชุยสะสมน้ำพุยันต์ แล้วก็จะเห็นแก่จิ่วเอ๋อร์ด้วย ไหนเลยจะหักใจให้นางถูกทำร้ายได้ ถึงอย่างไรนางก็เหมือนลูกสาวแท้ๆ ของข้า”

เจี่ยเฉิงผู้นี้ฝึกตนเลอะเลือน แต่คำพูดคำจากลับไม่เลอะเลือนเลยจริงๆ

ในความเป็นจริงแล้วก็เพราะว่าเจี่ยเฉิงฉลาดมากเกินไป กลับกลายเป็นว่าทางเลือกที่ไม่ฉลาดบางอย่างของนักพรตเฒ่าที่ทำให้เขาเข้าตาภูเขาลั่วพั่ว

ลูกศิษย์สองคนนั้นมาเจออาจารย์อย่างเขา น่าสังเวชก็น่าสังเวชจริงอยู่ เอะอะก็ทุบตี เอะอะก็ด่าทอ ไม่ว่าคำพูดร้ายกาจแค่ไหนก็ล้วนพูดได้หมด ยามที่ตีลูกศิษย์ขึ้นมาก็ยิ่งไม่แพ้ให้กับยามสังหารปีศาจปราบมารเพื่อหาเงินเลยแม้แต่น้อย แต่มีเรื่องบางอย่างที่เจี่ยเฉิงทำไม่เหมือนเทพเซียนบนภูเขาอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่นรับลูกศิษย์ที่มีชาติกำเนิดเป็นภูตมาไว้ข้างกาย แล้วยังช่วยปิดบังตัวตนให้กับเขา หรือยกตัวอย่างเช่นไม่ได้ขายเถียนจิ่วเอ๋อร์ส่งต่อให้กับเซียนซือทำเนียบวงศ์ตระกูลบนภูเขาสายยันต์

เถียนจิ่วเอ๋อร์ลูกศิษย์ของนักพรตเฒ่ามีพรสวรรค์โดดเด่น เลือดสดคือ ‘น้ำพุยันต์’ ที่เหมาะให้ผู้ฝึกตนใช้วาดยันต์มากที่สุด

ในอดีตไม่ว่าเจี่ยเฉิงจะหาเงินก็ดี หรือแสร้งทำเป็นเจินเหรินของลัทธิเต๋าเพื่อหลอกเอาเงินคนอื่นเข้ากระเป๋าตัวเองก็ช่าง หากต้องวาดยันต์อสนีที่เป็นวิชานอกรีตไว้บนฝ่ามือ ก็มักจะต้องใช้น้ำพุยันต์อยู่เสมอ

เพียงแต่ว่าเงินทองเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้มาหลังจากอาศัยความสามารถที่แท้จริงและจากที่แสร้งทำท่าหลอกคนอื่น เมื่อเทียบกับการขายเถียนจิ่วเอ๋อร์ไปในราคาสูงแล้วก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว

ชุยตงซานพยักหน้าเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้ ผู้เยาว์คงไม่รบกวนการฝึกตนของเทพเซียนผู้เฒ่าแล้ว”

ชุยตงซานโยนพัดพับคืนให้นักพรตเฒ่า

เจี่ยเฉิงรีบใช้สองมือรับไว้ประหนึ่งได้รับสมบัติล้ำค่าก็ไม่ปาน

ชุยตงซานเดินไปหาสหายฉางมิ่งที่อยู่หน้าประตู แล้วจู่ๆ ก็หันขวับกลับมา “น้ำพุยันต์หนึ่งจิน หนึ่งเหรียญเงินร้อนน้อย ถือเสียว่าข้าซื้อมาจากแม่นางจิ่วเอ๋อร์ ไม่เกี่ยวอะไรกับภูเขาลั่วพั่ว”

เจี่ยเฉิงรีบพูดทันที “ไม่ต้องมากมายขนาดนี้หรอก น้ำพุยันต์สองจิน เก็บเงินจากชุยเซียนซือแค่ครึ่งเหรียญเงินร้อนน้อยก็ถือว่าร้านฉ่าวโถวของพวกเราหาเงินอย่างผิดต่อมโนธรรมใจแล้ว”

ชุยตงซานยิ้มบางๆ “อ้อ? ผิดต่อมโนธรรมในใจอย่างไรเล่า?”

เจี่ยเฉิงรีบยืดตัวขึ้นตรงทันใด ราวกับสวรรค์ช่วยคุ้มครอง เขาถึงขั้นมีมาดของเทพเซียนผู้เฒ่าที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายเซียนอยู่หลายส่วน “เงินเทพเซียนทั้งหมดล้วนตกเป็นของจิ่วเอ๋อร์ ข้าที่เป็นอาจารย์ไม่ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้จิ่วเอ๋อร์มากมายนัก นี่ก็ทำให้ข้าละอายใจพออยู่แล้ว หากจิ่วเอ๋อร์สามารถอาศัยเงินเทพเซียนนี้ก้าวเดินได้ตัวเองโดยที่ไม่ต้องมีอาจารย์คอยช่วยประคับประคอง ให้ตัวนางเองได้เดินขึ้นสู่ที่สูงไปอีกหลายก้าว นั่นก็ย่อมต้องเป็นเรื่องประเสริฐอันยิ่งใหญ่ เรื่องประเสริฐอันยิ่งใหญ่แล้ว!”

ชุยตงซานยื่นนิ้วมาชี้หน้านักพรตเฒ่า “มารดาเถอะ วันหน้าคนหนุ่มสาวที่ภูเขาลั่วพั่วจะรับมาใหม่จะต้องให้มาหัดเรียนพูดจากับเจ้าเสียก่อน!”

ชุยตงซานดีดนิ้วอยู่หลายครั้ง ทุกครั้งจะต้องมีเงินฝนธัญพืชเหรียญหนึ่งส่งเสียงดังติ๊ง สุดท้ายเงินฝนธัญพืชหลายเหรียญก็ค่อยๆ ลอยเข้าหานักพรตเฒ่า “ให้เจ้าเป็นรางวัล จงรับไว้อย่างสบายใจ เป็นผู้ถวายงานของภูเขาลั่วพั่วแล้ว ผลกลับกลายเป็นว่าวันๆ เอาแต่สวมชุดเก่าๆ เดินเตร็ดเตร่ไปทั่ว นี่ไม่ทำกับว่าทำให้ภูเขาลั่วพั่วของพวกเราถูกคนอื่นหัวเราะเยาะหรอกหรือ?”

เจี่ยเฉิงเข้าใจได้ทันที

ชุดคลุมอาคมบนร่างสามารถเปลี่ยนได้ แต่วันหน้าออกไปเพ่นพ่านข้างนอกให้น้อยหน่อย

ชุยตงซานยิ้มเอ่ยกับสหายฉางมิ่ง “พี่หญิงหลิงชุน พวกเราไปเดินเล่นกันดีไหม?”

ฉางมิ่งพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางๆ ในใจนางมีเรื่องสงสัยเล็กๆ น้อยๆ อยู่หลายข้อจริง ก่อนหน้านี้ไม่เหมาะจะให้ถาม ตอนนี้ชุยตงซานมาหาเองถึงที่แล้วก็ไม่ต้องเกรงใจกันอีกแล้ว

คนทั้งสองเดินขึ้นบันไดของตรอกฉีหลงไป ระหว่างนี้เดินผ่านเรือนหลังใหญ่อยู่หลายหลัง ทุกวันนี้ล้วนกลายเป็นกิจการของสหายฉางมิ่งทั้งหมดแล้ว

เงินเยอะไม่มีที่ให้เก็บ ไม่อย่างนั้นฉางมิ่งก็นึกอยากจะเปลี่ยนรูปโฉมสถานะ แอบไปซื้อภูเขาทั้งหลายทางทิศตะวันตกมาทำเป็นเรือนของตัวเองแล้ว

ชุยตงซานเดินไปถึงริมขอบของลานตากธัญพืชแห่งหนึ่ง ก้มหน้ามองแล้วยิ้มเอ่ย “ผู้คุมกฎฉางมิ่งมีคำถามใดเชิญถามได้เลย”

สหายฉางมิ่งไม่ได้เห็นเรื่องของบรรพจารย์ผู้คุมกฎเป็นจริงเป็นจริงนัก นางถามว่า “เนื้อหนังมังสาบนร่างของเจ้าที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนี้ เจ้าสวมไว้ก็เพื่อวันใดวันหนึ่งมีโอกาสแล้วจะได้กลืนกินจื้อกุย…หวังจูแห่งตรอกหนีผิงหรือ?”

ชุยตงซานอืมรับหนึ่งที

นั่นคือผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด

ทว่าทุกวันนี้กลับมีผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว

การรับมือกับเผ่าพันธุ์เจียวหลง ชุยตงซาน ‘เกิดมา’ ก็เชี่ยวชาญอย่างยิ่ง ทุกวันนี้เจียวเฒ่าแคว้นหวงถิงที่เป็นรองเจ้าขุนเขาของสำนักศึกษาหลินลู่บนภูเขาพีอวิ๋นผู้นั้นก็เคยได้สัมผัสกับตัวเองมาก่อนนานแล้ว

แต่คนที่ชุยตงซานต้องการจะ ‘สยบกำราบ’ อย่างแท้จริง ตั้งแต่แรกมาก็มีเพียง ‘หลีจู’ มังกรที่แท้จริงตัวสุดท้ายบนโลกของถ้ำสวรรค์หลีจูเท่านั้น

หากประคับประคองไม่ได้ ไม่เป็นโล้เป็นพาย ถ้าอย่างนั้นก็ให้ข้าชุยตงซานจัดการเอง

หากสถานการณ์ผิดปกติ ชุยตงซานคิดจะลงมืออำมหิตขึ้นมา ไม่เพียงแต่หวังจูผู้นั้น เจ้าตัวน้อยอีกห้าตัวที่เหลือ บวกกับเจียวเฒ่าแห่งแคว้นหวงถิงตัวนั้น รวมไปถึงบุตรชายหญิงที่ไม่ได้ความสองคนของเขา หงเซี่ยแห่งภูเขาหวงหู หลี่จิ่นแห่งเมืองหงจู๋…และยังมีพวกกากเดนของแคว้นสู่โบราณทั้งหลายที่ยังหลงเหลืออยู่ ล้วนจะต้องถูกข้ากินทั้งหมด!

ฉางมิ่งเอ่ย “ทุกวันนี้กลับกลายมาเป็นภาระเสียแล้ว การเลื่อนไปสู่ขอบเขตบินทะยานเป็นเรื่องที่ยากมาก อาจารย์ผู้เฒ่าหยางไม่มีทางยอมเปิดหอบินทะยานให้เจ้าเป็นพิเศษอย่างแน่นอน”

ชุยตงซานส่ายหน้า “การคิดคำนวณในใต้หล้า มีข้อห้ามที่ความสมบูรณ์แบบ”

ฉางมิ่งพยักหน้า “เป็นข้าที่คิดมากไปเอง”

ชุยตงซานเอาสองมือสอดรองไว้ใต้ท้ายทอย ขยับเท้าก้าวเดินอีกครั้ง พาสหายฉางมิ่งที่สำหรับในใจเขาก็คือผู้คุมกฎของภูเขาลั่วพัวแล้วออกเดินเล่นไปด้วยกัน

ฉางมิ่งนึกถึงเรื่องของร้านฉ่าวโถวและน้ำพุยันต์ขึ้นมาได้ จึงยิ้มเอ่ยว่า “ได้มาโดยไม่ต้องเปลืองแรง ไม่ใช่ความเคยชินที่ดีจริงๆ หากเวลาผ่านไปนานวันเข้าก็จะกลายเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายเบาสบาย”

ชุยตงซานเอ่ย “ไม่ทุ่มเทก็ไม่รู้จักทะนุถนอมเห็นค่า ยิ่งต้องทุ่มเทมากเท่าไรก็จะยิ่งเป็นห่วงยิ่งสนใจมากเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเป็นคนดีหรือคนเลว เหล้ากาหนึ่งเหมือนกัน แต่ไม่ว่าสาเหตุจะเพราะอะไร ราคาจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง รสชาติที่ดื่มออกมา ดื่มช้าหรือเร็ว ล้วนไม่เหมือนกัน”

ชุยตงซานหันหน้ามายิ้มเอ่ย “สหายฉางมิ่ง ลองเล่าเรื่องที่เจ้ากับอาจารย์ข้าได้พบเจอกันให้ฟังบ้างสิ? เอาเรื่องที่พอจะเล่าได้น่ะ”

แล้วฉางมิ่งก็เริ่มเล่าเจื้อยแจ้ว

อันที่จริงไม่มีอะไรที่พูดไม่ได้

นอกจากอดีตเจ้านายอย่างสิงกวานที่ไม่มีอะไรให้พูดถึง และขั้นตอนการเย็บผ้าของใต้เท้าอิ่นกวานที่ไม่ได้เล่าแล้ว เรื่องอื่นๆ ฉางมิ่งล้วนไม่ได้ปิดบัง

ยกตัวอย่างเช่นการดำรงอยู่ของเหนี่ยนซินคนเย็บผ้า ยกตัวอย่างเช่นลูกศิษย์ที่เฒ่าหูหนวกรับมา หรือในคุกขังปีศาจตนใดไว้บ้าง มีประวัติความเป็นมาเช่นไร ได้พูดคุยและเข่นฆ่ากับอิ่นกวานอย่างไร

คราบร่างบนกายชุยตงซานชิ้นนั้น หากว่ากันในบางความหมายแล้ว แท้จริงแล้วก็ต้องถือว่าเป็นของรักของชอบอันดับหนึ่งของคนเย็บผ้า

ส่วนผิวหนังของผู้ฝึกตนคนใดที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตบะว่าสูงหรือต่ำ แต่เกิดมากลับเหมาะจะให้เอามาทำเป็นกระดาษยันต์ คนเย็บผ้าก็มักจะถนัดเรื่องนี้ที่สุด ‘ยันต์สาวงาม’ ที่แคว้นหูนครลมเย็นใช้หนังจิ้งจอกสร้างขึ้นมา ถือว่าพอจะเกี่ยวข้องอยู่บ้างเล็กน้อย

คนเย็บผ้าเลือกผู้ฝึกตนได้แล้วก็จะฆ่าคนถลกหนัง แล้วเก็บสะสมไว้เป็นกระดาษยันต์ บ้างก็จะเอามาวาดยันต์ไว้ใช้เอง บ้างก็ขายไปให้ผู้ฝึกตนลัทธิมารในราคาสูง

ดังนั้นคนเย็บผ้ากับตู๋ฉีหลางแห่งทะเลใต้ และโจรเด็ดบุปผาจึงอยู่ในระดับที่เท่าเทียมกัน ต่างก็ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสิบผู้ฝึกตนใหญ่สายมารนอกรีต แต่ละคนล้วนควรสังหารทิ้ง แน่นอนว่าใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 720.4 ข้าคือตงซานไงล่ะ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved