cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 716.2 ไม่ใช่มือกระบี่ ยากจะรู้ใจ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 716.2 ไม่ใช่มือกระบี่ ยากจะรู้ใจ
Prev
Next

เฉินผิงอันคิดมาถึงตรงนี้ก็เงยหน้ามองม่านฟ้า ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวยังคงโคจรตามปกติ ตรงจุดที่เขามองว่างเปล่าเพราะเดิมทีนั่นถือเป็นสถานที่ฝึกตนของเซอเยว่ นางเด็ดดวงจันทร์ลงมายังโลกมนุษย์ ดวงจันทร์หนึ่งดวงแบ่งเป็นยี่สิบ ข้าได้มาหนึ่ง แค่นี้ก็พอใจมากแล้ว

หากเอาไปวางไว้ในพื้นที่มงคลรากบัวที่เป็นระดับกลางของบ้านเกิด ก็จะมีดวงจันทร์ดวงหนึ่งที่สว่างไสวอย่างถึงที่สุดลอยอยู่กลางอากาศ ยามถึงช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ พระจันทร์กลมเต็มดวง บุปผาเบ่งบานพระจันทร์กลมโตคนในครอบครัวกลับมาเจอหน้า

วันที่สิบห้าเดือนแปดของทุกปี พระจันทร์กลมโตเหมือนคันฉ่องบานใหญ่ ทุกคนที่อยู่ในใต้หล้าของพื้นที่มงคลจะชมดวงจันทร์เหมือนกำลังส่องกระจก นอกจากตนแล้วยังสามารถมองเห็นคนทุกคนที่อยากเห็น

แน่นอนว่าเขาบอกไว้แล้วว่าจะนำไปมอบเป็นของขวัญให้กับการฝ่าทะลุขอบเขตของลูกศิษย์ใหญ่เปิดขุนเขา เฉินผิงอันไม่รู้สึกว่าหักใจไม่ลงแม้แต่น้อย

บนพื้นดินนอกนคร เฒ่าตาบอดยังคงพยักหน้าเบาๆ

แม้จะบอกว่าอิ่นกวานผู้นี้มีสถานะเป็นบัณฑิตทำให้เขารู้สึกขวางหูขวางตาอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่คนหนุ่มผู้หนึ่งที่ฉลาดมากพอ ต้องไม่ผิดพลาดแน่นอน หากยังสามารถคาดหวังให้วิถีทางโลกดีขึ้นมากอีกหน่อยก็จะยิ่งดีเข้าไปอีก

ในประวัติศาสตร์เคยมีบัณฑิตคนหนึ่งที่มีชาติกำเนิดจากสำนักประพันธ์ของใต้หล้าไพศาล ตอนแรกก็มาเที่ยวเยือนกำแพงเมืองปราณกระบี่ แล้วถึงไปเยือนภูเขาใหญ่แสนลี้ ลำดับอาวุโสไม่ต่ำ ตบะพอใช้ได้ พอไปเจอกับเฒ่าตาบอดก็พูดจาน่าเชื่อถือ บอกว่าปัญญาชนอย่างพวกเราจรดพู่กันลงบนกระดาษ เพียงแค่เขียนว่าวิถีทางโลกในความเป็นจริงเป็นอย่างไร แค่ต้องเขียนบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสังเวชและผู้คนที่น่าสงสารที่มีอยู่บนโลกลงไปให้หมดเท่านั้น คนอ่านจะรู้สึกอย่างไร เราไม่รับผิดชอบด้วย คนอ่านจะรู้สึกสิ้นหวังแล้วสิ้นหวังอีกจนถึงขั้นด้านชาไปเลยหรือไม่ ก็ยิ่งไม่ไปสน แค่ต้องการให้ทุกคนรู้ว่าโลกนี้มันย่ำแย่และเกินจะอดทนแค่ไหนเท่านั้น…

ผลคือถูกเฒ่าตาบอดที่ฟังจนหงุดหงิดตบเสียร่อแร่ใกล้ตายอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรมที่ไหนทั้งนั้น

ไม่ใช่ว่าเฒ่าตาบอดรำคาญคำพูดประโยคนั้นหรืออะไร มหามรรคามีเป็นพันเป็นหมื่น เชิญเจ้าเดินได้ตามสบาย ไม่ใช่ลูกชายไม่ใช่ลูกศิษย์ เฒ่าตาบอดคร้านจะสนใจ

เพียงแต่ว่ามาที่หน้าประตูบ้านข้ากลางภูเขา ตอนแรกก็ทำลายกฎก่อน แล้วยังจะกล้ามามือเปล่าอีก ย่อมต้องทิ้งอะไรไว้บ้าง

และการที่เขาแค่ร่อแร่ปางตายก็ไม่ใช่เพราะเฒ่าตาบอดออมมืออะไร แต่เป็นเพราะบรรพบุรุษสำนักประพันธ์รีบร้อนรุดมาลงมือช่วยเศษซากจิตวิญญาณที่เหลืออยู่ของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ ครั้นจึงพากลับไปที่ใต้หล้าไพศาล

ด้านข้างยังมีอาเหลียงที่มีความสุขบนความทุกข์คนอื่นทำสีหน้าประมาณว่าข้าไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเลยนะ

ภายหลังอาเหลียงจากไปแล้วหวนกลับมา ไม่ดื่มเหล้าแล้วยังพูดจาภาษาคนอย่างที่หาได้ยาก เขาบอกว่าผลงานมีชื่อเสียงที่สืบทอดกันมา ต่อให้เขียนได้ดีแค่ไหนก็ยังไม่ดีพอ ยังคงเป็นคนอ่อนแอคนหนึ่งที่ต้องการดึงให้ผู้อ่านมาแบ่งเบาความทุกข์ทรมานยากจะแบกรับในใจไปจากตน

ต่อให้จะเป็นบทความใต้ปลายพู่กันที่ต่อให้ดีแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้ดีที่สุดเหมือนกัน กระนั้นก็ยังแบ่งความคิดออกเป็นสองแบบ ต่อให้เขียนบทความที่เยือกเย็นด้วยจิตใจที่เร่าร้อนกระตือรือร้น สุดท้ายทั้งตัวอักษรและความคิดจิตใจก็เยียบเย็นเหมือนกันอยู่ดี

เกลียดแค้นที่ฟ้าดินต้องมีความทุกข์ความเศร้าใหญ่หลวง หรือแค่เกลียดแค้นที่สรรพชีวิตในฟ้าดินไม่ต้องทุกข์ทรมานเหมือนกับข้า ต่างกันราวฟ้ากับเหว

บทความเหมือนกัน ตัวอักษรบรรยายถึงความเศร้ารันทดเหมือนกัน แต่กลับมีจิตใจที่ร้อนหนาวต่างกัน คนทั่วไปแค่หยิบมาเปิดอ่านย่อมไม่รับรู้ แต่บัณฑิตที่ต้องการจะฝึกอบรมตน ดูแลบ้านเรือน ปกครองบ้านเมืองให้ดี มีหรือจะไม่รู้

ตอนนั้นเฒ่าตาบอดถามเขาว่าทำไมถึงไม่เขียนเอง

เจ้าชาติสุนัขผู้นั้นเพียงแค่ยืนเอนตัวพิงรั้วไม้ ใช้สองมือปาดลูบเส้นผม บอกว่าข้าเคยเจอกับคนของสำนักประพันธ์ที่ไม่ได้ใช้พู่กันเขียนหนังสือ แต่ใช้ชีวิตคนในโลกมนุษย์มาเป็นบทประพันธ์ที่บทยาวก็ยาวเป็นพันเป็นหมื่นปี บทสั้นก็สั้นหลายสิบปีมานักต่อนักแล้ว

บ้างก็อ่านจนจิตใจดื่มด่ำมัวเมา บ้างก็พบเห็นจนจิตใจแหลกสลาย ทว่าล้วนเป็นบทประพันธ์ที่ดีในใจของข้าอาเหลียงทั้งสิ้น

เฉินผิงอันเห็นว่าผู้อาวุโสเงียบไปนานก็อดไม่ไหวถามว่า “ผู้อาวุโสเดินทางมาครั้งนี้เพราะมีเรื่องจะให้ผู้เยาว์ไปทำหรือ?”

เฒ่าตาบอดเก็บความคิดกลับคืนมา ส่ายหน้า “แค่มาดูเท่านั้น”

หมาแก่ตัวนั้นได้แต่แอบนินทาอยู่ในใจ เฒ่าตาบอดดวงตาทั้งคู่ของเจ้าหายไปแล้ว ยังจะมาดูกับท่านปู่เจ้าสิ

มันเริ่มคิดถึงอาเหลียงชาติสุนัขผู้นั้นขึ้นมาบ้างแล้ว ต้องให้เฒ่าตาบอดเจอกับเจ้านั่นถึงจะเรียกว่าจนปัญญาอย่างแท้จริง

เฉินผิงอันพลันประสานมือคารวะ

เฒ่าตาบอดยิ้มกล่าว “ทำไม คิดจะยั่วยุให้ข้าช่วยออกแรงหรือ?”

เฉินผิงอันยืดเอวขึ้นแล้วก็เอ่ยว่า “ผู้เยาว์เพียงแค่ขอบคุณที่แม้ผู้อาวุโสจะรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก แต่กลับเก็บความผิดหวังนี้ไว้ที่ตัวเองคนเดียวมาได้นานหมื่นปี”

คำโบราณกล่าวไว้ว่า ขุนเขาตระหง่านโอฬาร เป็นเพราะฟ้าไม่ราบเรียบ (คำว่าไม่ราบเรียบ ภาษาจีนใช้ 不平 ซึ่งคำนี้ยังสามารถแปลว่าความไม่ยุติธรรมได้ด้วย)

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในใจผู้อาวุโสที่กักขังตัวเองอยู่ในพื้นที่หนึ่งมานานหนึ่งหมื่นปีผู้นี้ยิ่งมีความอยุติธรรมที่ใหญ่ยิ่งกว่า

เฒ่าตาบอดพยักหน้ารับเบาๆ ยกมือที่เหี่ยวแห้งขึ้นเกาข้างแก้ม แล้วคลี่ยิ้มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ดีมาก ข้าเกือบจะอดไม่ไหวซ้อมเจ้าให้ร่อแร่ปางตายเสียแล้ว ฉลาดจริงเสียด้วย เป็นคนที่รู้จักถนอมความโชคดี ไม่อย่างนั้นคาดว่าคงไม่ต้องรอให้หลงจวินและหลิวชามาหาเรื่องเจ้าแล้ว”

เฉินผิงอันได้แต่ยิ้มจืดเจื่อน

ผู้อาวุโสที่สามารถทำให้เซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสไปเยี่ยมเยือนด้วยตัวเองถึงสองครั้งผู้นี้ ไม่เหมือนว่ากำลังล้อเล่นอยู่เลย

ผู้เฒ่าหมุนกายแล้วเดินจากไป

เขาเพียงแค่มาดูที่นี่แล้วก็พูดคุยแค่สองสามประโยคจริงๆ

ส่วนกับหลงจวินนั้น เฒ่าตาบอดไม่มีอะไรให้พูด คิดดูแล้วอีกฝ่ายก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกัน สหายในอดีต ล้วนแยกย้ายเดินกันไปคนละเส้นทาง

หมาแก่ขอบเขตบินทะยานตัวนั้นวิ่งตุปัดตุเป๋ตามติดไปด้านหลังเฒ่าตาบอด

ร่างของหลงจวินเองก็สลายหายตามไป กลับคืนมาเป็นชุดคลุมสีเทาที่ว่างเปล่าอีกครั้ง

เฉินผิงอันพลันตะโกนขึ้นว่า “ผู้อาวุโส อาเหลียงเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?”

เฒ่าตาบอดไม่ได้หันกลับมา เพียงเอ่ยว่า “เป็นตะพาบที่แบกภูเขา เจ้าชาติสุนัขมีความสุขนักล่ะ”

เฉินผิงอันทั้งกังวลทั้งวางใจได้ ดูท่าคิดจะให้อาเหลียงมาหาบ่อยๆ ยามที่มีเวลาว่าง ตอนนี้คงไม่ต้องหวังแล้ว

เฉินผิงอันทอดสายตามองไปเป็นครั้งสุดท้าย ตราผนึกขุนเขาสายน้ำเปิดขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่ว่าสิ่งที่เขาเห็นในใจคือภูเขาทัวเยว่ลูกนั้นที่คุมเชิงอยู่ตรงข้ามกับกำแพงเมืองปราณกระบี่ไกลๆ ขุนเขาสายน้ำมีความต่าง คนรู้จักยังสุขสบายดี

อยากดื่มเหล้าอีกแล้ว

เฉินผิงอันแอบเอาเหล้ากาหนึ่งออกมาจากกระบี่บินสืออู่ก่อน แล้วค่อยย้ายไปไว้ในฟ้าดินเล็กจักรวาลชายแขนเสื้ออย่างลับๆ ล่อๆ เพิ่งจะหยิบกาเหล้าออกมาจากชายแขนเสื้อ หมายจะดื่มสักคำ แต่กลับถูกหนึ่งกระบี่ของหลงจวินฟาดกาเหล้าและเหล้าในกาให้แหลกเละไปพร้อมกัน

เฉินผิงอันเคยชินเสียแล้ว ร่างของเขาเปล่งวูบหนึ่งทีก็กลับมาอยู่บนหัวกำแพงเมืองอีกครั้ง ก้าวเดินเลียนแบบลูกศิษย์ของตน ทั้งไหล่และชายแขนเสื้อกว้างล้วนโยกส่ายไปพร้อมกัน พูดเสียงดังว่าเต้าหู้เหม็นอร่อย เพิ่มเนื้อหมาแก่ตุ๋นให้เปื่อยเข้าไปด้วย คาดว่าต้องสุดยอดยิ่งกว่าเดิม

เฉินผิงอันไม่รู้ว่า ฟ้าดินด้านนอกของกำแพงเมืองปราณกระบี่ที่เขามองไม่เห็น

เฒ่าตาบอดกลับ ‘มองเห็น’ ภาพเหตุการณ์บนหัวกำแพงเมืองอย่างชัดเจน

หมาแก่ตัวนั้นฉวยโอกาสตอนที่เฒ่าตาบอดยังอารมณ์ดีใช้ได้พูดพึมพำขึ้นว่า “ข้าไม่ได้ไปหาเรื่องเขาสักหน่อย เพิ่งจะเคยเจอกันครั้งแรกก็ติดใจเนื้อบนร่างข้าแล้ว น่าชิงชังนัก น่าชิงชัง”

เฒ่าตาบอดหัวเราะเยาะ “เจ้าคู่ควรให้ไปหาเรื่องอิ่นกวานแห่งกำแพงเมืองปราณกระบี่ด้วยหรือ ใครให้ดีสุนัขเจ้ายืมใช้กัน?”

หมาแก่ไม่กล้าเถียง ได้แต่ส่ายหางขอความสงสาร

บนพื้นดินแห่งหนึ่งที่ห่างจากภูเขาทัวเยว่ไปไกลพันลี้ ตอนนั้นเฒ่าตาบอดมาหยุดยืนอยู่ที่นี่แล้วก็ได้วาดเส้นเขตแดนให้มันกลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามแห่งหนึ่ง

วางสุรารสเลิศเอาไว้กาหนึ่ง เฒ่าตาบอดจงใจทิ้งสิ่งนี้ไว้ที่นี่

ปีศาจใหญ่ที่เฝ้าพิทักษ์ภูเขาทัวเยว่ไม่กล้าไปขยับกาเหล้านั้น ได้แต่หลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง ปล่อยให้มันตั้งวางอยู่บนพื้นดินอย่างโดดเดี่ยวเช่นนั้น

ต่อให้แน่ใจแล้วว่าเหล้ากานั้นไม่มีความผิดปกติใดๆ เป็นเพียงแค่เหล้าธรรมดากาหนึ่ง แต่กระนั้นก็ยังไม่มีปีศาจใหญ่ตนใดไปขยับเขยื้อนมัน

หมื่นปีที่ผ่านมา ในใต้หล้าเปลี่ยวร้าง ผู้แข็งแกร่งคือผู้สูงศักดิ์

เฒ่าตาบอดที่แยกดินแดนไปปกครองเองก็คือหนึ่งในขอบเขตสิบสี่ที่มีน้อยจนนับนิ้วได้ของหลายๆ ใต้หล้า

ใต้หล้าเปลี่ยวร้างในทุกวันนี้ หลังจากที่เซียวสวิ้นไปเยือนเหวลึกบ่อโบราณมาครั้งหนึ่งก็มีบัลลังก์เพิ่มมาอีกหนึ่งแห่ง เพียงแต่ว่านางใช้โชคชะตาผสานมรรคากับใต้หล้าเปลี่ยวร้าง หาได้ใช้กระบี่บินแห่งชะตาชีวิตมาผสานมรรคากับฟ้าดินไม่

ขอบเขตสิบสี่มหัศจรรย์ลี้ลับจนเกินจะคาดเดาอย่างแท้จริง ทั้งสองฝ่ายต่างกันตรงไหน ล้วนไม่มีใครกล้าถาม

ในความเป็นจริงแล้วสามารถถามอาเหลียงที่อยู่ด้านล่างภูเขาทัวเยว่ได้ เพียงแต่ใครเล่าจะกล้าไปหาเรื่อง ราดน้ำมันลงบนกองเพลิง เพิ่มน้ำค้างแข็งลงบนเกล็ดหิมะ? คิดว่าเขาออกมาจากภูเขาทัวเยว่ไม่ได้จริงๆ หรือไร?

ภูเขาทัวเยว่กับอาเหลียง เป็นทั้งการสยบกำราบ และยิ่งเหมือนน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลองที่สถานการณ์มีความลุ่มลึกลี้ลับอย่างหนึ่ง

เพราะถึงอย่างไรก็เป็นตัวอาเหลียงเองที่ไม่ยินดีจะเปิดทางเส้นนั้นแล้วมาถามกระบี่กับภูเขาทัวเยว่

ผู้ฝึกตนหญิงปีศาจใหญ่คนหนึ่งที่หากนับกันตามลำดับอาวุโสแล้วก็คือศิษย์พี่หญิงของหลีเจิน ใช้เรือนกายของสาวงามที่รูปโฉมงามพิลาสเดินทางจากใต้หล้าไพศาลมายังพื้นที่ขุ่นมัวว่างเปล่าด้านล่างภูเขาทัวเยว่

นางมองกายธรรมของลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อที่นั่งขัดสมาธิ ใช้ตัวอักษรสีทองมากมายมารองต่างเบาะนั่ง คล้ายคนนอกโลกที่มาอาศัยภูเขาลูกนี้ฝึกตนอยู่ไกลๆ

นางไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าเหตุใดบุรุษผู้นี้ถึงได้เลือกเช่นนี้ อาจารย์โจวมหาสมุทรความรู้แห่งใต้หล้าเคยอธิบายให้นางฟังถึงสัจธรรมที่ว่า ‘ผู้ใดไม่เห็นแก่ตัว ฟ้าดินย่อมลงโทษ’

ดังนั้นนางจึงยิ่งไม่เข้าใจที่อาเหลียงทำลายตบะของตัวเองเช่นนี้

ชายฉกรรจ์เนื้อตัวมอมแมมมองเห็นผู้ฝึกตนหญิงของภูเขาทัวเยว่คนนั้นแล้วก็รีบนั่งตัวตรงทันที “พี่หญิงซินจวง เหตุใดถึงยังมีรูปโฉมเดิมเหมือนที่เคยเจอในปีนั้นเลยเล่า?” (ซินจวงแปลว่ารูปโฉมใหม่/แต่งหน้าใหม่ คำว่ารูปโฉมเดิมที่อาเหลียงใช้เป็นการเล่นคำกับชื่อของสตรี)

สตรีปีศาจใหญ่ที่ใช้นามแฝงว่าซินจวงหวนนึกถึงความทรงจำช่วงหนึ่งในอดีตแล้วพลันขมวดคิ้ว “ผายลมเจ้าน่ะสิ!”

คำพูดเหลวไหลของตนไปชนตอเข้าแล้วหรือไง?

อาเหลียงไม่กลัวสถานการณ์เช่นนี้มากที่สุด พูดด้วยสีหน้าแฝงอารมณ์อันลึกซึ้ง “ดูท่าพี่หญิงซินจวงจะยังคงจดจำความทรงจำเมื่อครั้งแรกที่พวกเราพบเจอกันได้อย่างชัดเจน นี่ช่างปลอบประโลมจิตใจข้าได้ดีนัก มีบุรุษดีๆ สักกี่คนที่ควรค่าให้พี่หญิงซินจวงจดจำได้นานเป็นร้อยปี”

ซินจวงหลุดหัวเราะพรืด “หากเจ้าเปลี่ยนทางเลือกใหม่ จะฟันข้าให้ตายด้วยกี่กระบี่ล่ะ?”

อาเหลียงอับอายเล็กน้อย สตรีผู้นี้พูดจาสัปดนเก่งนัก ทำเอาข้าสะอึกพูดไม่ออก

ซินจวงไม่เข้าใจความนัยลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ เพียงแค่คิดไปว่าบุรุษผู้นี้ใจลอยแบ่งจิตไปควบคุมปณิธานกระบี่มาสยบความผิดปกติของพื้นที่ว่างเปล่าใต้ฝ่าเท้าทั้งสองอีกครั้ง

อาเหลียงรู้สึกว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยาก ต้องใช้ท่าไม้ตายซะแล้ว

อุตส่าห์ได้กลับมาพบเจอกันใหม่ ข้ายังคงหล่อเหลาคมคายดังเดิม เวทกระบี่สูงกว่าเดิม คิดดูแล้วพี่สาวท่านนี้ก็น่าจะชินแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เล่นบทบุรุษมากความสามารถกับโฉมสะคราญสักหน่อยแล้วกัน

อาเหลียงกระแอมหนึ่งทีให้ลำคอชุ่มชื้น

คิดไม่ถึงว่าซินจวงจะพูดกลั้วหัวเราะเสียงเย็นว่า “หุบปากไปเลย”

บุรุษผู้นี้เคยขี่กระบี่ออกเดินทางไกลในใต้หล้าเปลี่ยวร้างเพียงลำพัง เพราะก่อเรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อน ท่าทางยามขี่กระบี่ของเขาจึงมีปีศาจใหญ่จำนวนไม่น้อยเคยเห็นกับตาตัวเองมาก่อน

ด้านหนึ่งก็เอามือสองข้างเท้าเอว ด้านหนึ่งท่องกลอนเสียงดังไปด้วย พูดจาน่าฟังบอกว่าเซียนกระบี่เซียนแห่งบทกวีมีเสน่ห์เหมือนๆ กัน ต้องรู้ว่าด้านหลังของเขายังมีปีศาจใหญ่ที่ไล่ตามมาทุ่มเวทอาคมเข้าใส่ไม่หยุดหมายสังหารเขาด้วย

อาเหลียงถอนหายใจหนึ่งที สาวงามไม่เข้าใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ช่างทำลายบรรยากาศ ทำร้ายน้ำใจคนเป็นที่สุด

ซินจวงถาม “เจ้ามีขอบเขตเช่นนี้ เหตุใดถึงไม่รู้จักทะนุถนอมเห็นค่าให้มาก?”

อาเหลียงกล่าว “ข้าสามารถตอบอย่างจริงใจได้ แต่พี่หญิงซินจวงก็ต้องฟังคำพูดประโยคหนึ่งของข้าเสียก่อน”

ซินจวงพยักหน้ารับ

แล้วก็จริงดังคาด ไม่มีอะไรที่อยู่เหนือการคาดการณ์แม้แต่น้อย

เห็นเพียงว่าบุรุษผู้นั้นใช้มือตบเข่า ยิ้มบางๆ พลางท่องบทกวี

รอยยิ้มไม่มาก แต่เสียงกลับไม่เบา “นี่คือสามบทเพลงใหม่ที่ข้าอาเหลียงแต่งขึ้นเอง”

หนทางยากลำบาก อยากร่ำสุรา เขียนบทกวีถึงภูผาเทียนเหล่ายามท่องนิทราทิ้งแก่สหาย

ลำนำผีผา บทเพลงโศกนิรันดร์ บทอำลาทุ่งหญ้าโบราณ

เวทนาลูกหลานผู้สูงศักดิ์ อำลาไร้บ้าน ภาพวาดมอบให้แด่แม่ทัพเฉา (ทุกวรรคข้างตนล้วนเป็นชื่อบทกลอนที่มีชื่อเสียงของจีน ในแต่ละบทมีเนื้อหาแตกต่างกันไป)

“หากไม่เป็นเพราะปัญหาเรื่องความคล้องจอง ไม่อย่างนั้นอันที่จริงหากเปลี่ยนเป็น ภูเขาหนีกง บันทึกฟู่ซิน ร้อยห้าทิวาราตรีจันทร์เต็มดวง ก็ไม่เลวเหมือนกัน”

“ชำระม้าศึก มอบบุปผา เดินเล่นริมนทีหาวลีเลิศล้ำ อืม หากเปลี่ยนเป็นสามสายน้ำพิศน้ำขึ้นสิบท่วงทำนอง ดูเหมือนว่าจะดีกว่าหน่อย”

“เจ้าตัวดี ความคิดพรั่งพรูดุจน้ำพุเช่นนี้ เหมือนล้อรถแล่นหมุนที่รั้งอย่างไรก็รั้งไม่อยู่เลยนะ ร้ายกาจๆ”

ซินจวงถาม “พูดจาส่งเดชเสร็จหรือยัง?”

สุดท้ายอาเหลียงพยักหน้ารับ สีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง สองมือกำเป็นหมัดวางไว้บนหัวเข่า พูดพึมพำกับตัวเองว่า “ ‘เจี่ยอี้ร่ำไห้โศกสุดแสน คนเหงาคนอื่นร้องไม่ออก’ ช่างกล่าวได้ดี ‘เมามายตกหลังม้าอย่าได้ขบขัน ขอเชิญทุกท่านพกสุรามาร่วมดู’ ก็กล่าวได้ดีจริงๆ”

ซินจวงรอฟังคำตอบนั้นเงียบๆ

เหตุใดเจ้าอาเหลียงถึงได้ไม่เห็นค่าขอบเขตสิบสี่ของผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่งเช่นนี้

‘เพราะข้าทะนุถนอมเห็นค่าขอบเขตสิบสี่ที่ได้มาไม่ง่ายนี้อย่างมาก’

อาเหลียงกลับไม่ได้ทำเล่นแง่ เขายิ้มเอ่ยว่า “น่าเสียดายหญิงซินจวงนัก อายุไม่น้อยแล้ว แต่กลับออกเดินทางน้อยเกินไป จึงไม่เข้าใจ เพราะถึงอย่างไรหากไม่ใช่มือกระบี่ก็ยากจะรู้ใจ”

ซินจวงเงียบงัน

มือกระบี่ก็ดี ผู้ฝึกกระบี่ก็ช่าง ใต้หล้าแห่งหนึ่งล้วนให้การยอมรับ

มีเพียงบุรุษคนนี้ที่พยายาม ‘แสร้ง’ ทำตัวสุภาพมีอารยธรรมมากเกินไปที่ทำให้คนอิดหนาระอาใจยิ่งนัก มักรู้สึกว่าไยต้องทำเช่นนี้ เจ้าก็เป็นเซียนกระบี่ของเจ้าไปสิ

ซินจวงเคยถามอาจารย์โจวว่า หากคนส่วนใหญ่ของใต้หล้าไพศาลล้วนเป็นแบบอาเหลียง อาจารย์จะเลือกอย่างไร

อาจารย์โจวยิ้มกล่าว ถ้าอย่างนั้นข้าก็คงไม่มาบ้านเกิดของพวกเจ้าแล้ว ส่วนการที่อาเหลียงคืออาเหลียง นั่นก็เพราะอาเหลียงมีเพียงคนเดียวเท่านั้น

เล่าลือกันว่าการที่อาเหลียงพกกระบี่มาเยือนใต้หล้าเปลี่ยวร้างอย่างไร้ความยำเกรงอยู่หลายครั้ง แท้จริงแล้วก็เพื่อตามหาโจวมี่ ‘เจี่ยเซิง’ ที่ในอดีตไม่อาจทำตามปณิธานได้ในใต้หล้าไพศาล จึงได้แต่ร้องไห้กับเทพและผีผู้นั้น

เพียงแต่ว่าโจวมี่ไม่เคยยอมออกมาพบเขา

อาเหลียงพลันลุกขึ้นยืน สีหน้าเอาจริงเอาจัง ท่องถ้อยคำในตำราที่เคยอ่านตอนเป็นเด็กหนุ่มทั้งยังเข้าใจความนัยอันเป็นจิตวิญญาณของมันมานานแล้วด้วยเสียงทุ้มหนักกังวาน

‘สายตามองไกลหมื่นลี้ จิตใจท่องพื้นที่รกร้าง จิตวิญญาณแหวกดิน ฟ้าเปี่ยมพลานุภาพ’

‘เมฆคล้อยมังกรผงาด วสันต์ฤดูบุปผชาติพฤกษ์ชาติเบ่งบาน โชควาสนาอยู่ที่ข้า ทั้งใจทั้งมือ’

คำพูดของอาเหลียงกลายเป็นตัวอักษรสีทองที่แต่ละตัวใหญ่เท่าขุนเขา กระแทกเข้าใส่เหวลึกด้านล่างเบาะรองนั่งสีทอง

เจียวหลงสีทองที่จำแลงมาจากตัวอักษรผลุบเข้าผลุบออกอยู่ในเมฆขาวท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าและสายลมฤดูใบไม้ผลิ สยบข่มปราณดุร้ายที่พวยพุ่งเทียมฟ้าขุมนั้นลงไป

อริยะลัทธิขงจื๊อ ปราณเที่ยงธรรมยิ่งใหญ่ไพศาล ปากอมบัญชาสวรรค์ คำพูดออกจากปากเวทคาถาตามติด

จุดที่ห่างไปไกลและลึกมากในใต้ดิน เกิดความเคลื่อนไหวสะเทือนเลือนลั่น ทว่ากลับเหมือนถูกขวางทางไว้จึงได้แต่ถอยร่นกลับไปชั่วคราว เพียงแต่ว่าพลานุภาพที่ยังเหลืออยู่ก็ยังคงส่งมาถึงตรงเบาะรองนั่งสีทอง

ทำให้ซินจวงรู้สึกอกสั่นขวัญผวา

บุรุษใช้สองมือปาดเสยเส้นผม ยิ้มถามปีศาจใหญ่หญิงของภูเขาทัวเยว่ว่า “บัณฑิต ดุดันห้าวหาญหรือไม่?!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 716.2 ไม่ใช่มือกระบี่ ยากจะรู้ใจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved