cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 698.2 ถึงขนาดนั้นแหละ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 698.2 ถึงขนาดนั้นแหละ
Prev
Next

เฉินผิงอันพยักหน้า ยกมือขึ้นโบกเบาๆ “ดูท่าพี่เฝ่ยหรานคงพอจะมีความรู้อยู่บ้าง ถูกต้องแล้ว ถูกเจ้าจับได้ซะแล้ว บนโลกนี้มีคำโคลงรวมตัวอักษร แล้วก็มีกลอนรวมประโยค บทกลอนเซียนท่องเที่ยวบทนี้ของข้าก็เหมือนวิชาอสนีกลางฝ่ามือของข้าที่ถูกรวบรวมมา”

เฝ่ยหรานขี่กระบี่จากไปไกล

เฉินผิงอันฟุบตัวอยู่บนหัวกำแพงเมือง เปิดอ่านบันทึกขุนเขาสายน้ำเล่มนั้นต่ออีกครั้ง คราวนั้นพอโยนมันทิ้งจากหัวกำแพงเมืองไปแล้ว เขาก็รู้สึกเสียใจภายหลังทันที ต้องรีบร่ายวิชาหดย่อพื้นที่ไปยังขีดตัวอักษรใหญ่บนผนังกำแพง คว้าเอาหนังสือที่ปลิวไปตามลมเล่มนั้นกลับมา หนังสือทั้งเล่มถูกเขาเปิดอ่านจนจำได้หมด ต่อให้ท่องมาจากด้านหลังก็ยังไม่เป็นปัญหาสำหรับเฉินผิงอัน

เพราะว่าวัตถุจื่อชื่อถือเป็นของนอกกายสำหรับกำแพงเมืองปราณกระบี่ครึ่งหนึ่งนี้ ดังนั้นขอแค่เฉินผิงอันกล้าหยิบออกมา ต่อให้อยู่ตรงหัวกำแพงเมืองอีกฝั่งหนึ่งที่ห่างจากหลงจวินมากที่สุด ก็ยังจะชักนำกระบี่ของอีกฝ่ายมาได้อยู่ดี ดังนั้นเฉินผิงอันจึงไม่มีกระดาษและพู่กัน คิดจะเขียนข้อสรุปคำอธิบายไว้บนหนังสือจึงได้แต่ใช้ปราณกระบี่เล็กบางกลุ่มหนึ่งต่างพู่กัน แล้ว ‘เขียนตัวอักษร’ ลงบนจุดที่ว่างเปล่าเบาๆ ต่อให้ไม่มีตบะขอบเขตหยกดิบอะไร แต่ด้วยความสามารถในการมองเห็นของเฉินผิงอัน ตัวอักษรเหล่านั้นก็ล้วนมองเห็นได้อย่างชัดเจน

ทุกครั้งที่เปิดอ่านหน้าหนึ่ง ก็จะต้องเปลี่ยนสถานที่ไปอ่านจุดอื่น ไม่ก็ไปนั่งอยู่ในตัวอักษรใหญ่บนผนัง บ้างก็เดินไปบนหัวกำแพงเมือง หรือไม่ก็เดินกลับหัวอยู่บนทางเดินม้า มีบางครั้งจะทะยานลมไปตรงม่านฟ้าเหนือหัวกำแพงเมืองในเสี้ยววินาที เพียงแต่ว่าทุกวันนี้ม่านฟ้าไม่สูงเลยจริงๆ ห่างจากหัวกำแพงเมืองมาแค่ห้าร้อยจั้งเท่านั้น หากขยับขึ้นไปด้านบน พอหลงจวินปล่อยกระบี่ออกมาแล้ว ปราณกระบี่ที่กระบี่บินทิ้งไว้ก็จะสามารถทำร้ายร่างกายของเฉินผิงอันได้อย่างแท้จริง

ไม่รู้ว่าเหตุใด หลงจวินถึงได้ไม่สนใจหนังสือที่เป็นของนอกกายเช่นเดียวกับวัตถุจื่อชื่อเล่มนี้ ปล่อยให้เฉินผิงอันอ่านหนังสือแก้เบื่อได้ตามใจ ไม่เคยปล่อยแสงกระบี่เข้าใส่

เฉินผิงอันจึงทำพิธีกรรมในเปลือกหอย (เปรียบเปรยว่าทำเรื่องใหญ่ในสถานที่คับแคบ) แอบทำเรื่องเล็กๆ อย่างหนึ่ง นั่นคือเอาตัวอักษรทุกตัวตั้งแต่ในหนังสือไปจนถึงนอกหนังสือมาหลอมเล็กอย่างระมัดระวังก่อน จากนั้นก็เก็บเอาไว้ในชายแขนเสื้อ ดังนั้นวันนี้เมื่อเฉินผิงอันเปิดตำราเล่มนี้อ่านอีกครั้ง อันที่จริงตัวอักษรที่ใช้ในชีวิตประจำวันสองพันกว่าตัวบนหน้าหนังสือล้วนถูกดึงออกไปหมดแล้ว เป็นเหตุให้เนื้อหาในหน้าหนังสือมีจุดที่ว่างเปล่าค่อนข้างเยอะ ขาดๆ หายๆ คล้ายเจ้าตัวน้อยแต่ละตัวที่ถูกบีบให้ต้องย้ายบ้าน ถูกเฉินผิงอันลากคอเสื้อจึงร้องไห้สะอึกสะอื้นออกเดินทางจากบ้านเกิดไปเยือนสถานที่ห่างไกล

ตัวอักษรอ่านยากบางตัวที่เหลือโดดเดี่ยวเพียงลำพัง ส่วนใหญ่มักจะปรากฏตัวกันอยู่เป็นคู่ ตอนนี้ยังไม่ได้ถูกเฉินผิงอันไล่ให้ย้ายบ้าน

น่าเสียดายที่ไม่อาจรวบรวมเป็นแซ่ร้อยตระกูลเล่มหนึ่งได้ แล้วก็ไม่สามารถนำมารวมกันเป็นบทความพันตัวอักษรบทหนึ่งได้

การหลอมเล็กให้ตัวอักษรเช่นนี้ แน่นอนว่าไม่ได้มีประโยชน์ที่แท้จริงอะไร

ต่อให้ตัวอักษรสามแสนตัวในบันทึกทั้งเล่มจะถูกเฉินผิงอันหลอมเล็กทั้งหมด เป็นเหตุให้หนังสือทั้งเล่มเหลือเพียงกระดาษขาว ก็หนีไม่พ้นว่าในจักรวาลชายแขนเสื้อมีเจ้าตัวน้อยคร่ำครึที่ไร้ชีวิตชีวาโผล่มาเพิ่มเท่านั้น ถึงอย่างไรเฉินผิงอันก็เลียนแบบเผยเฉียนกับหลี่ไหวที่จะให้พูดว่าพวกมันคือกองทัพม้าสามแสนนายใต้บังคับบัญชาตัวเองไม่ได้ แต่พอเบื่อมากเข้าจริงๆ เฉินผิงอันก็จะเอาตัวอักษรที่ผ่านการหลอมเล็กมาแล้วพวกนั้นมาจัดเรียงเป็นขบวนรบ สะบัดออกมาจากชายแขนเสื้อให้หล่นลงบนหัวกำแพงเมือง แบ่งออกเป็นสองฝั่ง ตัวอักษรไม่มาก ‘ทหารม้า’ จึงมีน้อย ทุกครั้งอย่างมากสุดก็แค่ยี่สิบสามสิบตัวเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นตัวอักษรที่ใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าหนังสืออีกหลายจุดด้วย หลีกเลี่ยงไม่ให้วันใดน้ำเข้าสมองหลงจวินแล้วปล่อยกระบี่มาทำลายทุกอย่างของเขาพังหมด

เฉินผิงอันจะให้เจ้าตัวน้อยที่เหมือนสวมชุดสีดำเหล่านั้นหล่นลงบนหัวกำแพงเมือง เรือนกายส่ายไปส่ายมา ฝีเท้าเนิบช้า เหมือนเด็กเกเรสองกลุ่มในหมู่ชาวบ้านร้านตลาดที่มะรุมมะตุ้มตีกันด้วยเรี่ยวแรงไม่มาก

วันนี้เฉินผิงอันรู้สึกกระตือรือร้นในการหลอมตัวอักษรมาก เอาคำว่า ‘เฉินผิงอัน’ ในตำรามาหลอมพร้อมกันให้เสร็จรวดเดียว หลอมไปมากถึงหลายร้อยตัวอักษร แล้วเอาตัวอักษรที่หลอมเล็กได้หนึ่งพันห้าร้อยตัวมาหลอมรวมกันเป็นตัวอักษรเดียว

จากนั้นเฉินผิงอันก็สะบัดตัวอักษรสองตัวออกมาจากชายแขนเสื้ออย่างระมัดระวัง

แล้วค่อยสั่งพวก ‘เฉินผิงอัน’ ออกมา พวกมันรวมตัวอยู่ด้วยกันอย่างหนาแน่น ทุกสามตัวอักษรจะยืนเคียงไหล่กัน จึงกลายเป็นเฉินผิงอันคนหนึ่ง

ดังนั้นจึงมีตัวอักษรสองตัว ตัวหนึ่งคือหนิง ตัวหนึ่งคือเหยา

คือหนิงเหยา

คล้ายว่ามีนางคนเดียวที่กำลังคุมเชิงกับพวกเฉินผิงอันที่ไม่ใช่เฉินผิงอัน (เฉินผิงอันสองชื่อนี้เขียนคนละแบบ อ่านเหมือนกัน)

จากนั้น ‘หนิงเหยา’ ก็เดินออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เฉินผิงอันห้าร้อยตัวก็เริ่มร่างสายโงนเงน สุดท้ายคล้ายเมาเหล้าจึงยืนไม่ไหว พากันล้มกองอยู่บนพื้น

เฉินผิงอันนั่งยองอยู่บนหัวกำแพงเมือง เอามือสองข้างสอดกันไว้ในชายแขนเสื้อ เห็นภาพนี้แล้วก็คลี่ยิ้มกว้างสดใส

ชุดคลุมสีแดงสดแผ่ปูอยู่บนพื้น

อิ่นกวานหนุ่มในวันนี้ไม่รู้สึกเหงามากมายเหมือนเดิมแล้ว

และก็เป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้สึกว่าแม่น้ำแห่งกาลเวลาไหลรินช้าเกินไป

บนหัวกำแพงเมืองอีกฝั่งหนึ่ง หลงจวินเรียกกระบี่หนึ่งออกมา และกระบี่นี้ไม่ได้หยุดแค่พอสมควรเหมือนอย่างที่เคย แต่พลังอำนาจยิ่งใหญ่อย่างมาก

ต่อให้แสงกระบี่นั้นจะพุ่งมาบนหัวกำแพงเมืองที่ตนอยู่ได้หลายสิบลี้ในชั่วเสี้ยววินาที

ปณิธานกระบี่เข้มข้นมาก ปราณกระบี่ยาวมาก ทิ้งเส้นยาวตั้งแต่หน้าผาจุดที่หลงจวินเรียกกระบี่ลามมาถึงตรงนี้

เฉินผิงอันก็ยังแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

รอกระทั่งแสงกระบี่พุ่งมาได้ครึ่งทาง เฉินผิงอันถึงลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มใช้ขอบเขตเก้าของผู้ฝึกยุทธมาถามหมัดกับกระบี่

เรือนกายแหลกสลายครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วก็มารวมตัวกันใหม่อีกครั้งตรงหน้าแสงกระบี่ที่พุ่งเข้าหาตัวอักษรเล็กครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะออกหมัดอีกครั้ง

สุดท้ายเฉินผิงอันใช้ขอบเขตยอดเขาของผู้ฝึกยุทธ ใช้สองมือเปล่าต่อยให้แสงกระบี่เส้นนั้นแหลกสลายไปอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังมาที่ริมหน้าผา กระทืบสองเท้าลงบนพื้นหนักๆ ร่ายกายธรรมเซียนกระบี่ขอบเขตหยกดิบที่ใหญ่โตดุจขุนเขารวมรวบปราณวิญญาณฟ้าดินรอบด้านมาทำเป็นกระบี่ สองมือถือกระบี่ฟันเข้าใส่ชุดคลุมสีเทาที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของหน้าผา

กายธรรมใหญ่ยักษ์ที่มีดวงตาทั้งคู่เป็นสีทองพูดกลั้วหัวเราะเสียงดังกังวาน “ช่วยเพิ่มปณิธานหมัดให้แก่ข้า ขอบคุณหลงจวิน!”

หลงจวินโบกมือ ผลักหญิงสาวที่กำลังบำรุงปณิธานกระบี่ สร้างความมั่นคงให้จิตกระบี่อยู่ด้านข้างถอยห่างออกไปร้อยกว่าจั้ง ตัวเองมาหยุดอยู่ตรงริมหน้าผา ไม่เห็นว่าเรียกกระบี่ออกมา แล้วก็ไม่เห็นทีท่าว่าจะลงมือ

กระบี่ยาวในมือของกายธรรมฝั่งตรงข้ามปริแตกไปแล้ว กายธรรมก็ล้มครืนตามกันไปด้วย

กายธรรมเซียนกระบี่กลับปรากฏตัวอีกครั้ง กระบี่ยาวก็ฟันเข้าแสกหน้าหลงจวินอีกครั้ง

เวลาหนึ่งก้านธูปเต็มๆ หลงจวินยืนนิ่งไม่ขยับ กระบี่ยาวของกายธรรมล้วนไม่อาจเข้าใกล้ชุดสีเทานั้นได้

ย่อมต้องมีปราณกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนจากฟ้าดินที่มาคุมเชิงรับมือกับคนหนุ่มผู้นั้นเอง

สุดท้ายเมื่อกายธรรมปริแตก ในที่สุดเฉินผิงอันก็หยุดการออกกระบี่ที่ไร้ความหมาย พุ่งตัววูบกลับไปตำแหน่งเดิม เก็บเอาตัวอักษรที่ผ่านการหลอมเล็กเหล่านั้นมา

หลิวป๋ายมายืนอยู่ข้างกายหลงจวินริมหน้าผาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ถามเสียงเบาว่า “ปณิธานหมัดของเขาเพิ่มขึ้นหนึ่งส่วนแล้วจริงหรือ?”

ความต่างระหว่างผู้ฝึกยุทธขอบเขตยอดเขากับผู้ฝึกยุทธขอบเขตสิบ ก็เหมือนความต่างระหว่างเซียนกระบี่ใหญ่อย่างพวกน่าหลันเซาเหว่ย เยว่ชิง หมี่ฮู่กับพวกเซียนกระบี่ผู้เฒ่าขอบเขตบินทะยานทั้งหลายของกำแพงเมืองปราณกระบี่

“เขาพูดให้พวกผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจใต้ฝ่าเท้าฟัง ปณิธานหมัดไม่ได้เพิ่มขึ้นแม้แต่น้อย พูดจาเหลวไหลส่งเดช จงใจทำให้ข้าสะอิดสะเอียนเท่านั้น”

แล้วหลงจวินก็รู้สึกระอาใจอย่างยิ่ง ก่อนจะเอ่ยอธิบายให้แม่นางน้อยที่แท้จริงแล้วฉลาดมาก มีเพียงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเฉินผิงอันเท่านั้นที่จะคิดอะไรไม่ออกฟังอย่างอดทน “บนระดับความสูงของผู้ฝึกยุทธขอบเขตยอดเขานี้ สภาพจิตใจของผู้ฝึกยุทธล้วนไม่แย่ โดยเฉพาะหมาบ้าที่ชอบถามใจตัวเองที่สุดอย่างเขา หากกระบี่ของข้าทำลายเรื่องดีๆ ของเขา ไฟโทสะของเขาเป็นเรื่องจริง ทว่าความฮึกเหิมของผู้ฝึกยุทธกลับยากที่จะยกระดับไปถึงจุดสูง ไหนเลยจะพัฒนารุดหน้าไปอีกขั้นได้ง่ายดายเพียงนี้ หลังจากเป็นอิ่นกวาน เคยเห็นสนามรบใหญ่กับตาตัวเองมาก่อน เดิมทีนั่นก็คือกรงขังแห่งวิถีวรยุทธของเขา เพราะยากที่จะมีความยินดีที่ยิ่งใหญ่หรือความเสียใจที่ยิ่งใหญ่อะไรอีก ดังนั้นอันที่จริงเส้นทางหัวใจของเขาได้เดินขยับไปใกล้ปลายทางของเส้นทางหัวขาดนำหน้าขอบเขตและร่างกายไปก่อนแล้ว มีเพียงศึกตัดสินเป็นตายเท่านั้นที่ถึงพอจะเอามาขัดเกลาเรือนกายได้”

หลิวป๋ายพยักหน้ารับเบาๆ อย่างเห็นด้วย

ชุดแดงสดพลันมาโผล่ริมหน้าผาอีกครั้งอย่างไม่มีลางบอกเหตุ คราวนี้เอาดาบแคบพิฆาตมาด้วย สองมือกดลงบนด้ามดาบเบาๆ ยิ้มตาหยีเอ่ยว่า “แม่นางหลิวป๋าย เจ้าคิดว่าผู้อาวุโสหลงจวินของพวกเราท่านนี้เป็นคนที่ชอบพูดมากนักหรือ? ในเมื่อไม่ใช่ เหตุใดถึงพร่ำพูดมากมายเพียงนี้? ความหมายลึกซึ้งของเขา เจ้าต้องไตร่ตรองดูให้ดีนะ ฝึกกระบี่ไม่ฝึกจิตใจ ขอบเขตจะถดถอยเอาได้”

หลิวป๋ายหลุดหัวเราะพรืด “เจ้ากลับไม่พูดมากเลยแม้แต่น้อย”

เฉินผิงอันพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ก็เป็นเพราะข้ากลัวว่าแม่นางหลิวป๋ายฟังคำอธิบายของผู้อาวุโสหลงจวินที่ยิ่งปิดยิ่งฉาวโฉ่แล้ว แม้ปากจะรับอ้อๆๆ สีหน้าอืมๆๆ แต่แท้จริงแล้วในใจกลับด่าว่ามารดาเจ้าเถอะเจ้าโจรเฒ่าหลงจวินหน่ะสิ”

เฉินผิงอันส่ายหน้าพูดกับตัวเอง “เทพเซียนบนภูเขา ขอแค่มีใจกึ่งเชื่อกึ่งกังขา การคาดเดาบังเกิด ก็เหมือนผีที่ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างลับๆ นี่ข้าก็ช่วยผู้อาวุโสหลงจวินกำจัดข้อกังขาไม่ใช่หรือ แค่นี้ยังไม่เข้าใจอีกหรือไร? แม่นางหลิวป๋าย ข้าไม่ได้ตำหนิเจ้าจริงๆ นะ แต่หากพวกเราประลองบุ๋นกัน ข้ายังกลัวว่าจะตบหัวเจ้าให้เละ หักคอเจ้าให้หัก แล้วผู้อาวุโสหลงจวินจะขวางก็ขวางไม่อยู่ วันนี้เรื่องที่หลงจวินช่วยเพิ่มปณิธานหมัดให้แก่ข้า ยอมไว้หน้าข้า เจ้าก็อย่าปากมากเอาไปเล่าให้พี่โจวมี่ฟังเล่า”

สายตาของหลิวป๋ายเริ่มค่อยๆ เด็ดเดี่ยว นางถึงขั้นเดินออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เดินเลยชุดคลุมสีเทานั้นมา ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ไม่ว่าเจ้าพูดอะไร ทำอะไร แค่ไม่ต้องมีความคิดอะไรเกิดขึ้น ไม่ต้องถือสาอะไรเจ้าก็พอแล้ว เจ้าไม่ต้องขอบคุณที่หลงจวินช่วยเพิ่มปณิธานหมัด หรือหากจะขอบคุณจากใจจริงก็ได้เหมือนกัน แต่ข้ากลับต้องขอบคุณที่เจ้าชวยซ่อมแซมจิตแห่งกระบี่ของข้า ขอบคุณจากใจจริง!”

หลงจวินพยักหน้าเบาๆ ควรจะเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว

เฉินผิงอันเงียบไปพักใหญ่

อันที่จริงหลิวป๋ายมีความคิดเช่นนี้ก็ถูกต้องแล้ว

แต่ว่ามีประโยชน์หรือ?

สำหรับนางแล้วอาจไม่มีประโยชน์เสมอไป แต่กับเฉินผิงอันกลับกลายเป็นว่ามีประโยชน์จริงๆ

เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ถ้าอย่างนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่า จิตมารได้ถือกำเนิดขึ้นเพราะข้า จิตแห่งกระบี่ก็ถูกข้าซ่อมแซมให้อีกหลายส่วน นี่ก็คือจิตมารใหม่อีกอย่างหนึ่งแล้ว ถึงขั้นที่ว่าจุดบกพร่องในจิตมารยังน้อยลงกว่าเดิม เชื่อเรื่องนี้หรือไม่ จะถามหลงจวินหรือไม่ ก็แล้วแต่เจ้า”

หลงจวินถอนหายใจหนึ่งที “หลิวป๋าย เปลี่ยนสถานที่ฝึกกระบี่เถอะ เขากำลังใช้เจ้ามาพินิจมรรคาทำความเข้าใจกับจิตมาร”

มิน่าเล่าทั้งๆ ที่คนผู้นี้ไม่เห็นหลิวป๋ายอยู่ในสายตา ไม่เคยเห็นนางเป็นศัตรู แต่กลับจงใจมาที่นี่ครั้งแล้วครั้งเล่าก็เพื่อทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ในใจนาง

เฉินผิงอันชำเลืองตามองชุดคลุมสีเทา มีปีศาจใหญ่บนบัลลังก์มากมายขนาดนั้น แต่กลับทิ้งหลงจวินผู้นี้ไว้บนหัวกำแพงเมือง

หลงจวินยิ้มกล่าว “หมาบ้าจะกัดคนอีกแล้วหรือ?”

หลิวป๋ายจากไปอย่างหม่นหมอง นางไม่ได้ขี่กระบี่ เพียงเดินไปบนหัวกำแพงเมือง

เฉินผิงอันกลับนั่งลงบนหน้าผา หลุบตาลงมองกระแสกองทัพใหญ่ของเผ่าปีศาจใต้ฝ่าเท้าที่อยู่ห่างไปไกล จากนั้นก็ถอนสายตากลับ ทิ้งตัวนอนหงายไปด้านหลัง ใช้ดาบแคบพิฆาตต่างหมอน พึมพำกับตัวเองว่า “อดจินตนาการยามถึงบ้านไม่ได้ เด็กน้อยจับชายเสื้อของข้า ยิ้มรอจนข้าผมขาวโพลน”

หลงจวินยิ้มกล่าว “ข้าไม่มีความกลัดกลุ้มนี้ เจ้าเองก็ยิ่งไม่อาจกลับคืนบ้านเกิดได้”

เฉินผิงอันร้องเอ๊ะหนึ่งที รีบลุกขึ้นนั่ง ถามอย่างสงสัย “ทำไมเจ้าฟังภาษาคนรู้เรื่องด้วยเล่า?”

หลงจวินไม่ถือสา ย้อนถามว่า “รู้หรือไม่ว่าเหตุใดถึงไม่สกัดกั้นการมองเห็นของที่แห่งนี้?”

เฉินผิงอันพยักหน้า “ก็เหมือนกับหิมะใหญ่สองครั้งที่ทยอยกันตกมาก่อนหน้านี้ จากคนประหยัดกลายเป็นคนฟุ่มเฟือยได้ง่าย แต่จากคนฟุ่มเฟือยจะเป็นคนประหยัดกลับยาก อันที่จริงข้ารอเจ้ามานานมากแล้ว”

หลงจวินพูดกลั้วหัวเราะเสียงดัง “งั้นก็รอต่อไปเถอะ อย่างมากสุดครึ่งปี ไม่เพียงแต่แม้ดวงตะวันจันทราก็ล้วนมองเห็นอย่างชัดเจน อีกไม่นานการออกหมัดออกกระบี่ของเจ้า ข้าก็จะไม่ขัดขวางแล้ว พอเป็นแบบนี้อันที่จริงเจ้าน่าสังเวชยิ่งกว่าเฉินชิงตูเสียอีก”

ที่แท้เฉินผิงอันก็ไม่สามารถมองเห็นชุดคลุมสีเทาของหลงจวินได้อีกแล้ว ในความเป็นจริงแล้วภาพเหตุการณ์ทั้งหมดของหัวกำแพงเมืองฝั่งตรงข้ามล้วนเลือนหายไปจากการมองเห็นของเขา

ก้มหน้ามองไป เผ่าปีศาจที่พากันกรูไปยังใต้หล้าไพศาลก็มองไม่เห็นแล้วเหมือนกัน

เฉินผิงอันหันหน้าไปมอง จุดที่ห่างไปไกลมีหิมะหล่นลงมาช้าๆ ยังพอจะมองเห็นได้อย่างเลือนราง

ต่อให้วันหน้าจะมองไม่เห็นแล้ว แต่จะเป็นอะไรไปเล่า

ความกลัดกลุ้มเล็กๆ ใหญ่แค่เมล็ดข้าวสาร

แล้วนับประสาอะไรกับที่พบเจอกันในยุทธภพคุยโวโอ้อวดกัน พบเจอกันอีกครั้งในยุทธภพเอ่ยคำว่าลำบากแล้ว เส้นทางยุทธภพยาวไกล ต้องมีสักวันที่ได้พบกันใหม่ ต้องมีคนพูดว่าอาจารย์พ่อท่านลำบากแล้ว อาจารย์ท่านลำบากแล้ว อาจารย์อาน้อยลำบากแล้ว เฉินผิงอันลำบากแล้ว

เฉินผิงอันทะยานร่างจากไป ชายแขนเสื้อใหญ่โบกสะบัด พูดกลั้วหัวเราะเสียงดังว่า “เจ้าโง่หรือไง ลำบากกะผีอะไรกัน”

เฝ่ยหรานกับหลีเจินมาปรากฏตัวอยู่ข้างกายหลงจวิน หลีเจินถาม “เขาเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ หรือเปล่า?”

หลงจวินย้อนถาม “ถามตัวเจ้าเองหรือ?”

เฝ่ยหรานยิ้มเอ่ย “เฉาสือผู้นั้นถึงขนาดเอาชนะเขาได้สามครั้งติดเชียวหรือ?”

หลงจวินพยักหน้า “ถึงขนาดนั้นแหละ

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 698.2 ถึงขนาดนั้นแหละ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved