Tranxending Vision – เนตรเนรมิตร - ตอนที่ 428
TXV- 428 แสดงความรักในที่สาธารณะ
คนของสำนักงานลับ 101 มาถึงจุดเกิดเหตุภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยเฮลิคอปเตอร์ครั้งนี้ฉือโบเหยิยนลงนำทีมด้วยตัวเอง ทั้งหลงบิง ถ่างหยู่เหยี่ย และถ่างปั่วฉ่วนก็อยู่ที่นี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่คนอื่นๆในสำนักงานลับ 101 อีกกลุ่มใหญ่
ศพทั้งหมดถูกย้ายออกไปอย่างรวดเร็ว จุดเกิดเหตุถูกถ่ายรูปเอาไว้ หลักฐานทั้งหมดถูกบันทึกก่อนจะถูกกำจัดไปจนหมด แพทย์ประจำสำนักงานลับ 101 ที่มาด้วยกันเริ่มเข้ามาดูแลเฉินตูเทียนหยินและปลุกเธอให้ตื่น
เซี่ยเหล่ยอธิบายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับฉือโบเหยิยนพร้อมกับมองเขา คอยสังเกตปฏิกิริยาของเขาตลอดเวลา
ฉือโบเหยิยนหน้าดำหน้าแดงและโพล่งออกมาทันทีที่เซี่ยเหล่ยเล่าจบ “บ้าเอ๊ย นี่พวกมันคิดว่าประเทศเราเป็นอะไรกันเนี่ย? ซีเรีย? อิรัก? พวกเขาส่งเอเจนท์มาตั้งหลายคนเพื่อลักพาตัวและจับคนเป็นตัวประกัน! นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ!” เขากล่าวก่อนจะตบบ่าเซี่ยเหล่ยแรงๆ “ดีมากที่ฆ่าพวกมันทุกคน! ฆ่ามันซะ ฆ่าพวกผู้รุกรานนั่นให้หมด! ฆ่าให้มากที่สุดเท่าที่จำเป็นเลย!”
เซี่ยเหล่ยแอบรู้สึกเบาใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาแบบนั้นของฉือโบเหยิยน
”แต่มัน…” น้ำเสียงของผู้อาวุโสเปลี่ยนไป “ทำไมคุณไม่เหลือให้รอดไว้สักคนล่ะ?”
เซี่ยเหล่ยยิ้มแห้ง “ผมเหลือไว้สองคนแต่พวกเขาตายเพราะเสียเลือดมาก ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้ปล่อยให้คนอื่นรอดอยู่แล้วครับ เพราะพวกเขาเป็นเอเจนท์ CIA ภาคสนามที่รับมือยากมาก พวกเขาอาจจะฆ่าผมหรือเฉินตูเทียนหยินก็ได้ ถ้าเราไม่ฆ่าเขาก่อน”
”แล้วตอนนี้เธอโอเคมั้ย?”
”เธอไม่เป็นไร แค่มีแผลขีดข่วนนิดหน่อย” เซี่ยเหล่ยตอบ
ฉือโบเหยิยนมองถ่างหยู่เหยี่ยด้วยหางตาก่อนจะเข้าไปใกล้หูเซี่ยเหล่ย กระซิบเบาๆ “เห็นมั้ย? ผมบอกแล้ว มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทันทีที่คุณหมั้นกับเฉินตูเทียนหยินเลย ดูเหมือนดวงคุณจะไม่หนุนนะ คิดดูเรื่องลูกสาวผมหน่อยเป็นไง?”
เซี่ยเหล่ยถึงกับพูดไม่ออก
”ฮ่าฮ่า! ล้อเล่นน่า เขียนรายงานส่งผมตอนกลับแล้วด้วยล่ะ!” ฉือโบเหยิยนหัวเราะเรียบๆสองครั้ง เขาพูดต่อ “แต่อย่าเขียนมาล่ะว่าเป้าหมายของพวก CIA คือเงินของเฉินตูเทียนหยิน ผมรู้นะว่าพวกเขาตั้งใจตามคุณน่ะ”
เซี่ยเหล่ยนิ่งงัน นั่นฉือโบเหยิยนตั้งใจจะสื่ออะไรกันน่ะ?
”เหอะ! เป้าหมายคือจะมาเอาอัลลอยกับหนังสือสำริดล่ะสิ? ฝันไปเถอะ! หลังจากเขียนรายงานส่งแล้ว คุณกับถ่างหยู่เหยี่ยก็ไปที่เยรูซาเล็มได้เลยนะ พวกอเมริกันคงรู้เรื่องนี้กันแล้ว เราต้องระวังตัวไว้” ฉือโบเหยิยนกล่าว
นี่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ฉือโบเหยิยนคิดจริงๆ เขาโยงเรื่องการโจมตีนี้เข้ากับอัลลอยและหนังสือสำริด แต่ไม่ได้พูดถึงหรือคาดเดาอะไรเรื่องแคปซูล AE เลย นั่นทำให้เซี่ยเหล่ยเบาใจไปอีกเปราะหนึ่ง แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะเรื่อง AE คือความลับสุดยอดที่แม้แต่อเมริกาและ CIA ฝั่งเอเชียก็ยังรู้เพียงแค่การมีอยู่ของมันเท่านั้น ส่วนเอเจนท์ของจีนก็คงรู้น้อยกว่านั้นไปอีกแน่ๆ
”อาวุโสฉือ ผมมีข้อมูลอีกนะ” เซี่ยเหล่ยเสริม “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกู๋เค่อเหวินและอันซูฮยอนด้วย CIA ชุดนี้คงไม่กล้าเข้ามาลักพาตัวคนในชิงตู่แน่ๆถ้าไม่ได้สองคนนี้ช่วย หัวหน้าของ CIA ฝั่งเอเชียก็ยอมรับเรื่องนี้เองกับปากเขาเลย พวกเขาดึงตัวกู๋เค่อเหวินไป ตอนนี้เธออยู่กับฝั่งนั้นแล้ว”
สายตาฉือโบเหยิยนเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณแน่ใจเรื่องนี้แล้วใช่มั้ย?”
เซี่ยเหล่ยพยักหน้า “มั่นใจ”
”มีหลักฐานมั้ย?”
”ไม่มี แต่เราจะเจอหลักฐานแน่ๆถ้าตรวจสอบเรื่องนี้ดู” คนอายุน้อยกว่าตอบ
ฉือโบเหยิยนพูดต่อ “จริงๆถ้าจะจับตัวเล็กๆอย่างกู๋เค่อเหวินให้ได้น่ะไม่ยากหรอก แต่คงมีปัญหาแน่ถ้าเราจับอันซูฮยอน เขาเป็นคนเกาหลีแถมพ่อของเขาก็เป็นหมากสำคัญในการเมืองเกาหลีด้วย ถ้าไม่มีหลักฐานอะไรแล้วล่ะก็…”
เซี่ยเหล่ยตัดบท “ผมจะหาหลักฐานเอง”
”อย่าประมาทล่ะ” ฉือโบเหยิยนเตือน “มีคนตายรอบตัวคุณเสมอไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเคลื่อนไหวนะพ่อหนุ่ม ถ้าคุณลังเลแล้วไม่ฆ่าอันซูฮยอนซะ คุณจะมีปัญหาเอาได้”
เซี่ยเหล่ยพยักหน้ารับ “ผมจะไม่ประมาท”
”ผมจะส่งคนไปจับกุมกู๋เค่อเหวินเดี๋ยวนี้เลย คุณค่อยมาสอบปากคำเธอหลังจากเราได้ตัวเธอมาแล้วก็แล้วกันนะ” ฉือโบเหยิยนทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปโทรศัพท์ออกคำสั่งให้คนไปจับตัวกู๋เค่อเหวินอย่างที่บอก
แต่ถึงอย่างนั้น เซี่ยเหล่ยก็คิดต่างออกไปอยู่ดี
กู๋เค่อเหวินไม่ใช่คนโง่ เธออยู่ข้างเฉินตูเทียนหยินมาได้ตั้งนานก่อนจะถูกพบเข้า แล้วเธอจะนั่งรอเฉยๆให้สำนักงานลับ 101 มาจับตัวเธอไปงั้นเหรอ? เซี่ยเหล่ยจำได้ว่าตอนที่เขาโทรหากู๋เค่อเหวิน เขาได้ยินเสียงลมระหว่างที่คุยกันด้วย กู๋เค่อเหวินคงกำลังอยู่บนรถมุ่งหน้าไปสนามบินเพื่อหลบหนี และตอนนี้เธอคงอยู่บนน่านฟ้าของประเทศอื่นไปแล้ว
หลงบิงเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะเห็นรอยแผลขีดข่วนบนใบหน้าและมือของเซี่ยเหล่ย รวมถึงเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของเขา เธอถามขึ้นอย่างกังวล “คุณก็น่าจะรีบไปให้หมอดูสักหน่อยนะ คุณเกือบจะทิ้งชีวิตคุณไปเพื่อเฉินตูเทียนหยินอยู่แล้วนี่”
เซี่ยเหล่ยหัวเราะแห้งๆ “ผมรู้นะว่าคุณจะพูดอะไร แต่ตอนนั้นผมยังไม่กล้าบอกพวกคุณหรอก พูดตรงๆนะ การตัดสินใจของผมน่ะถูกแล้วล่ะ เพราะถ้าพวกคุณเข้ามาเกี่ยวด้วยตอนนั้น CIA คงฆ่าเฉินตูเทียนหยินทิ้งแล้วถอนกำลังหนีไปแน่ๆ พวกเขาไม่ใช่พวกที่ทิ้งหลักฐานหรือทิ้งพยานไว้ด้วยสิ”
”ฉันไม่ได้อยากจุ้นจ้านนะ แต่…” หลงบิงโน้มตัวเข้าไปใกล้เซี่ยเหล่ย กระซิบกับเขา “เรื่องภารกิจที่เยรูซาเล็มน่ะ ขอฉันไปด้วยสิ”
เซี่ยเหล่ยจ้องเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะกระซิบตอบ “อาวุโสฉือมอบหมายงานนี้ให้ผมกับถ่างหยู่เหยี่ยนะ แล้วผมจะ…”
หลงบิงยกเท้าขึ้นเหยียบเท้าเซี่ยเหล่ยไว้ออกแรงกดไปด้วยระหว่างพูด “เขาก็ดูแลลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาดีอยู่แล้ว คุณก็เลยอยากไปช่วยเขาดูแลอีกแรงงั้นสิ? คุณคิดว่าคุณเป็นใครสำหรับเธอล่ะ หืม? ตอนนี้คุณคือคนดูแลภารกิจเยรูซาเล็มแล้วนะ คุณคิดว่าเบื้องบนจะปฏิเสธเหรอถ้าคุณขอเพิ่มฉันเข้าไปทำภารกิจด้วยน่ะ? หรือถ้าพวกเขาไม่ยอม คุณก็รู้วิธีทำให้เขายอมนี่? ไม่ต้องห่วง ถ้าคุณมีฉันไปด้วย ฉันจะดูแลคุณอย่างดีเลยยยยยล่ะ”
เลือกฉัน ยืนยันที่จะพาฉันไป และมีฉันร่วมทางด้วย ฉันจะดูแลคุณอย่างดี – ดูเหมือนคำพูดพวกนี้จะมีความหมายอื่นที่ต่างออกไปเมื่อมันออกมาจากปากเอเจนท์ผู้เย็นชาอย่างหลงบิง
เซี่ยเหล่ยพยักหน้าด้วยความเกือบไม่เต็มใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นหลงบิงหรือถ่างหยู่เหยี่ยที่ไปกับเขาด้วย ผลก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่มันคงน่าอึดอัดแน่ๆถ้าเซี่ยเหล่ยไปกับถ่างหยู่เหยี่ยแบบสองต่อสอง สถานการณ์อาจจะดีขึ้นมานิดหน่อยก็ได้ ถ้ามีหลงบิงไปด้วย
”นี่?” ถ่างหยู่เหยี่ยดูเหมือนจะสัมผัสอะไรได้บางอย่าง “คุยอะไรกันอยู่เหรอ? กระซิบกระซาบกันแบบนี้มีเรื่องอะไรน่าอายรึไง?”
หลงบิงกลอกตาแทนการตอบกลับ “พูดอะไรน่ะ? ฉันแค่ถามเซี่ยเหล่ยว่าเมื่อไหร่เขาจะแต่งงานเอง ฉันจะไปดื่มไวน์ฉลองกับเขาบ้าง”
”เซี่ยเหล่ย คุณจะแต่งงานกับเฉินตูเทียนหยินแล้วจริงๆเหรอ?” ถ่างหยู่เหยี่ยอึ้งไปเล็กน้อย “คงไม่เร็วขนาดนั้นหรอก ใช่มั้ย?”
เซี่ยเหล่ยรู้สึกราวกับเขากำลังเตะหลงบิงอยู่
ถ่างปั่วฉ่วนที่ยืนอยู่ใกล้ๆพูดขึ้นกับตัวเองด้วยความขุ่นเคืองเล็กๆ “อา ผู้คนสมัยนี่นี้นะ… ดูเหมือนเขาจะมีการแต่งงานสายฟ้าแลบกันเยอะใช่มั้ยล่ะ? แต่โดยสถิติแล้ว มีคู่แต่งงานสายฟ้าแลบกว่า 80% ที่สุดท้ายแล้วก็หย่ากันเลยนะ ผมล่ะไม่รู้เลยจริงๆว่าพวกเขาคิดอะไรกันอยู่ นี่พวกเขาทำเหมือนกับว่าการแต่งงานเป็นเกมเกมหนึ่งได้ยังไงกัน?”
เซี่ยเหล่ยถึงกับพูดไม่ออก
คุณหมอเดินเข้ามาขัดจังหวะพอดี “คุณเซี่ยครับ คุณเฉินตูเทียนหยินตื่นแล้ว ตอนนี้เธออยากพบคุณมาก กรุณาตามผมไปหาเธอด้วยนะครับ”
”อื้ม จะไปเดี๋ยวนี้เลยครับ” เซี่ยเหล่ยถือโอกาสนี้เดินตามหมอออกมาจากวงสนทนา
ความสดใสวูบหายไปจากแววตาของหลงบิงเมื่อมองเซี่ยเหล่ยเดินออกไป ความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ก่อตัวขึ้นภายใน
ถ่างหยู่เหยี่ยหัวเราะออกมา “คนอื่นคงไม่เข้าใจเธอหรอกนะ หลงบิง แต่ฉันสิเข้าใจ อย่าใช้เฉินตูเทียนหยินมากวนใจฉันเลย ไม่ใช่ว่าเธอก็ผิดหวังมากเหมือนกันที่เซี่ยเหล่ยหมั้นกับเฉินตูเทียนหยินหรอกเหรอ?”
”ฉันผิดหวังเหรอ?” หลงบิงแค่นยิ้ม “คุณควรไปตรวจสายตาแล้วนะ แล้วก็ ฉันขอบอกอะไรไว้อย่างหนึ่ง คนที่ทำงานแบบเราน่ะควรเก็บความรู้สึกไว้ให้ได้ ถ้ามีคนเข้ามาเกี่ยวพันด้วยจริงๆแล้วล่ะก็ มันจะทำให้ครอบครัวและลูกของเราอันตรายได้ ฉันไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานอะไรเลย และฉันขอแนะนำให้เธอเลิกคิดไปซะด้วย ช่วงเวลาแห่งความสุขของเรามันขึ้นอยู่กับประเทศชาติต่างหาก”
ถ่างหยู่เหยี่ยอ้าปากจะตอบโต้ แต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำเดียว
ถ่างปั่วฉ่วนถอนหายใจ “ผมพูดบ้างนะ นี่ถ้าไม่ได้ตีกันสักครั้งที่เจอ คุณสองคนก็จะตายให้ได้เลยใช่มั้ย?”
ถ่างหยู่เหยี่ยและหลงบิงหันขวับมาทางถ่างปั่วฉ่วนพร้อมกัน ก่อนจะกลอกตาใส่เขาแทนคำพูด
เมื่อเซี่ยเหล่ยเดินมาถึงรถออฟโรด เฉินตูเทียนหยินก็พยายามจะลุกขึ้นจากเบาะนั่งด้านหลัง เธอยังไม่ได้ฟื้นจากฤทธิ์ยาแบบสมบูรณ์และยังคงเวียนหัวอยู่ เธอพยายามลุกจนเกือบจะตกลงมาจากเบาะนั่ง เซี่ยเหล่ยจึงรีบเข้าไปประคองเอวเธอไว้
”อย่าขยับสิ แค่นอนเฉยๆก็พอ” เซี่ยเหล่ยปีนขึ้นไปบนรถ
เฉินตูเทียนหยินยื่นแขนออกไปกอดเอวเซี่ยเหล่ย ก่อนจะวางแก้มตัวเองลงบนต้นขาของเขา แม้จะไม่ได้พูดอะไรแต่ภาษากายของเฉินตูเทียนหยินมันบอกได้มากกว่าการคุยกันทั้งคืนไปแล้ว
เซี่ยเหล่ยลูบผมและหลังเธอเป็นการปลอบโยน “มันจบไปแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องกลัว”
เฉินตูเทียนหยินยกศีรษะขึ้นมองเซี่ยเหล่ยแล้วยิ้มออกมา “ฉันไม่กลัวหรอก ไม่กลัวเลยถ้ามีคุณอยู่ข้างๆ”
”จริงเหรอ?” เซี่ยเหล่ยถามอย่างสงสัย
”โอเค !!! ฉันกลัวนิดหน่อย แต่ฉันเชื่อว่าคุณจะพาฉันกลับบ้านได้แน่นอน ผู้ชายของฉันน่ะเก่งที่สุด แล้วก็แข็งแรงที่สุดในโลกเลย ไม่มีใครทำอะไรฉันได้หรอกถ้ามีคุณอยู่ข้างๆ” เธอตอบ
เซี่ยเหล่ยยิ้มตาม คงไม่มีผู้ชายคนไหนได้ยินคำชมแบบนี้แล้วไม่มีความสุขแน่ๆ ยิ่งไปกว่านั้นคือ คำชมที่ว่ามาจากปากเฉินตูเทียนหยินเองอีกด้วย
”ฉันฟังหมอเล่าแล้วว่าคุณฆ่าคนพวกนั้นหมดเลย”
”อืม พวกเขาตายหมดแล้วล่ะ” เซี่ยเหล่ยเสริม “แต่อย่าคิดถึงมันเลย คุณคงไม่ชอบหรอก”
”โอเค ฉันจะไม่คิดนะ” เฉินตูเทียนหยินยื่นมือออกไปสัมผัสแก้มเขาแต่ก็พยายามเลี่ยงแผลเล็กๆพวกนั้นด้วย เธอพูดต่ออย่างนุ่มนวล “คุณบาดเจ็บนี่ ฉันจะไปตามหมอมาทำแผลให้คุณนะ”
”ไม่จำเป็นหรอก แค่รอยขีดข่วนเท่านั้นแหละ เดี๋ยวผมจัดการเองตอนกลับกันแล้วก็ได้” เซี่ยเหล่ยกล่าว
เฉินตูเทียนหยินนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “มาที่บ้านฉันสิ ฉันจะล้างแผลให้คุณเอง คุณมีแผลแบบนี้เต็มตัวเลยนะ ทำเองทั้งหมดไม่ได้หรอก”
เซี่ยเหล่ยพยักหน้าเบาๆ “งั้นเดี๋ยวเสร็จเรื่องที่นี่แล้วเรากลับบ้านกันนะ” แต่เซี่ยเหล่ยเป็นต้องหายใจเข้าอย่างฉับพลัน เมื่อเฉินตูเทียนหยินส่งนิ้วมือเข้าไปในรอยขาดบนกางเกงของเขาและแตะที่แผลเบาๆ
”เจ็บมั้ย?” เธอรีบดึงมือกลับทันทีที่เห็นแบบนั้น สีแดงระเรื่อปรากฏบนแก้มของเธอ แผลนั่นอยู่บนจุดที่ค่อนข้างอ่อนไหว เมื่อกี้เฉินตูเทียนหยินเองก็ยื่นมือไปแตะด้วยความอยากรู้อย่างไม่มีเหตุผลด้วย
”ไม่ ไม่เลย” แต่ฉากที่เฉินตูเทียนหยินช่วยล้างแผลให้เซี่ยเหล่ยก็ผุดขึ้นมาในหัวเขา ภาพเหตุการณ์พวกนั้นทำเอาอุณหภูมิในตัวเขาพุ่งสูง
”งั้นฉันขอสัมผัสคุณอีกรอบได้มั้ย?”
เซี่ยเหล่ยเงียบลง
นี่ควรจะเป็นฉากแห่งความสุขที่อยู่ในห้องส่วนตัวสักห้องหนึ่ง แต่ดูเหมือนมันจะผิดที่ผิดเวลาไปหน่อย
ตอนนั้นเองหลงบิงก็เดินเข้ามา เธอกระแอมขัดขึ้น “คนของเราเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว พวกคุณสองคนอยากขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปกับเราหรือขับไปเองล่ะ?”
เฉินตูเทียนหยินรีบตอบโดยไม่รอให้เซี่ยเหล่ยตัดสินใจ “เหล่ย ขับรถกลับกันเถอะ ฉันไม่อยากนั่งเฮลิคอปเตอร์”
แน่นอนว่าถ้านั่งเฮลิคอปเตอร์กลับกันก็ต้องมีคนอื่นหลายคนนั่งกลับไปด้วย แต่ถ้าขับรถกลับ ก็จะมีเพียงพวกเขาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง
เซี่ยเหล่ยตกลงอย่างง่ายดาย “อื้ม ขับกลับกันเถอะ อ้อจริงสิ หลงบิง ผมขับรถฝ่าไฟแดงประมาณสองสามแยกตอนมาที่นี่ แล้วก็ขับเร็วบนทางด่วนด้วย ช่วยลบหลักฐานพวกนั้นให้ผมหน่อยนะ”
”ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง แต่คุณก็ต้องช่วยฉันเรื่องที่ฉันต้องการด้วยนะ ไม่งั้นฉันจะไล่ตามคุณจนถึงที่สุดเลยล่ะ ถ้าคุณผิดสัญญา” หลงบิงกล่าว
ฝ่ายเซี่ยเหล่ยได้แต่หัวเราะแห้งๆ ตอบรับคำพูดของอีกคน
ติดตามตอนต่อไป……….