Tranxending Vision – เนตรเนรมิตร - ตอนที่ 426
TXV426 – ผลของการแตะต้องผู้หญิงของผม
ท้องฟ้ามืดสนิทไม่มีพระจันทร์หรือดวงดาว มีเพียงเมฆที่เทาหม่นปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ทัศนวิสัยค่อนข้างแย่แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับทีม CIA เพราะพวกเขามีอุปกรณ์มองกลางคืนมาพร้อมสรรพ
แลนด์เบริกนำคนของตัวเอง 3 คนไปตามหาเซี่ยเหล่ยโดยตามร่องรอยที่เขาทิ้งไว้หลังจากตกลงแผนกับทีมที่แยกไปด้านข้างแล้ว ตอนนี้แฮ้งส์เองก็อยู่กับเขาด้วย แฮ้งส์เป็นพวกหัวรุนแรงที่อาจจะรุนแรงได้มากกว่าคำว่ารุนแรงเสียอีกแต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ถือว่าเป็นคนที่เก่งที่สุดในทีมของแลนด์เบริกแล้ว ด้วยประสบการณ์การสู้รบมากว่าร้อยครั้ง ความเชื่อใจของแลนด์เบริกที่มีต่อแฮ้งส์นั้นจึงแข็งแกร่งมากทีเดียว
”เวรเอ๊ย! ไอ้เวรนั่นตื่นขึ้นมาได้ไง?” แฮ้งส์สบถ “หรือว่ายาเราไม่ได้ผล?”
”พอจับเขาได้เดี๋ยวเราก็รู้เอง” แลนด์เบริกกล่าว
แฮ้งส์เตะหญ้าบนพื้นด้วยความโมโห “ไอ้เวรนั่นมันน่ารำคาญเหมือนหญ้าพวกนี้เลยนะ ถ้าจับตัวมาได้เมื่อไหร่ผมจะบดกระดูกเข่ามันซะ แล้วมาดูกันว่ามันจะยังวิ่งหนีเราได้อยู่มั้ย!”
”ยังดีหน่อยที่เขาไม่มีปืน ไม่งั้นคงอันตรายกับเรามากกว่านี้” แลนด์เบริกกล่าว
”เขาใช้ปืนเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ? หึ!” แฮ้งส์หันกลับมาพูดทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่
แลนด์เบริกส่งมือขึ้นจับศีรษะตัวเอง ท่าทางดูเจ็บปวด
”มีอะไรเหรอบอส?” เขาถามอย่างสงสัย
”ไม่มีอะไร แค่ปวดหัวนิดหน่อย ตามเขาต่อไปเถอะ” แลนด์เบริกพยายามทนความปวดนั้นเอาไว้และมุ่งหน้าไปต่อ
จนกระทั่งร่องรอยของเซี่ยเหล่ยหายไปจนหมด
ทั้งสี่คนหยุดการติดตามลง
ทันใดนั้นก็มีเสียงของเอเจนท์ดังออกมาจากอุปกรณ์สื่อสาร “ผมว่าเราเจอเขาแล้ว!”
”ที่ไหน?” แลนด์เบริกตอบ “รายงานมา!”
”เขา…” จู่ๆ เสียงปลายสายก็ขาดไป
ความกังวลเริ่มฉายวาบขึ้นในดวงตาของแลนด์เบริก
เสียงอีกฝ่ายดังขึ้นอีกครั้ง “เขาโจมตีเรา! เขา…”
และเงียบหายไปอีกครั้ง
”พูดเซ่!” แลนด์เบริกตะโกนลั่น “ไอ้เวร!”
ทีมที่รายงานว่าเห็นเซี่ยเหล่ยคือทีมที่ไปทางซ้าย พวกเขามีกัน 4 คนพร้อมด้วยอุปกรณ์มองกลางคืนครบครัน แต่กลับขาดการติดต่อไปก่อนที่จะระบุตำแหน่งของเซี่ยเหล่ยได้เสียอีก!
สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือมีเสียงปืนและการรายงานตามมาถ้าในสักคนในทีมยังมีชีวิตอยู่แต่นี่ตอนนี้ไม่มีทั้งสองอย่าง นั่นจะแปลความเป็นอะไรได้อีกนอกจากทั้ง 4 คนในทีมนั้นตายไปหมดแล้ว?
ปังปังปัง…
ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นจากทางขวา
”เขาอยู่ไหน?” ใครบางคนตะโกน “มองไม่เห็นเขาเลย บ้าเอ๊ย!”
”มีคนโดนโจมตี!”
”ถอยก่อน! ถอยก่อน!”
ทีมทางขวากำลังชุลมุน สถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆโดยที่ทางนั้นไม่มีเวลารายงานอะไรกับแลนด์เบริกเลย
แลนด์เบริกและแฮ้งส์รีบตามเสียงไปหาทีมขวาพร้อมด้วย CIA อีก 2 คนตามมาติดๆ พวกเขาเคลื่อนทีมกันไปพร้อมไรเฟิลจู่โจม M16A1 แหวกหญ้าสูงออกข้างๆเพื่อสังเกตรอบด้านอย่างระมัดระวัง แต่ถึงอย่างนั้นระยะการมองเห็นของพวกเขาก็มีขีดจำกัดอยู่ดี เพราะสายตาของคนธรรมดามองไปไกลกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ในที่สุดแลนด์เบริกก็มาถึงจุดที่มีเสียงปืนดังเมื่อครู่
ศพ 4 ศพนอนนิ่งอยู่บนพื้นหญ้า ทุกคนถูกยิงเข้าที่ศีรษะอย่างแม่นยำ มือปืนจะต้องยิงแม่นมากถึงทำได้ขนาดนี้ ช่างน่าขนลุกจริงๆ
ทีมขนาบข้างทั้งซ้ายขวาถูกกำจัดไปภายในเวลาไม่กี่นาที แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่แลนด์เบริกและแฮ้งส์รับไม่ได้สุดๆ
ความน่ากลัวค่อยๆคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ
’ไอ้เจ้านั่นซ่อนสไนเปอร์ไรเฟิลไว้แถวนี้ด้วย หรือว่ามันรู้กันนะว่าเราจะจัดการมันยังไง?’ แลนด์เบริกเริ่มหวาดหวั่นและเริ่มอยากถอนกำลังไป แต่อีกใจก็ไม่อยากทำเช่นกัน เพราะถ้าวันนี้พวกเขาจับตัวเซี่ยเหล่ยไม่ได้หลังจากขู่เรื่องการลักพาตัวเฉินตูเทียนหยินแล้ว ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้วในอนาคต
แต่เดินหน้าภารกิจต่อไปและยิงปืนสู้กับเซี่ยเหล่ยในสภาพแวดล้อมแบบนี้ หมายความว่าโอกาสชนะของพวกเขาเป็นศูนย์!
”ถอนกำลังก่อน!” แลนด์เบริกออกคำสั่ง
ฟิ้ว! เพียงคำพูดหลุดออกมาจากปากแลนด์เบริก กระสุนนัดหนึ่งก็พุ่งตรงเข้ามาฝังตัวเองเข้าสมองของเอเจนท์คนหนึ่งอย่างจัง เลือดและเนื้อสมองระเบิดโพล่งออกมาจากศีรษะเขา ทั้งยังสาดกระเซ็นไปไกล
สามคนที่เหลือกระโจนลงกับพื้นทันทีที่เขาถูกยิง
แฮ้งส์ยกปืนขึ้นแล้วยิงสวนกลับไปในทิศทางที่เขาคิดว่านัดเมื่อครู่พุ่งมา ปลอกกระสุนร่วงลงกับพื้นพร้อมๆกับปลายหญ้าสูงถูกตัดจนปลิวว่อน
ฟิ้ว! อีกนัดหนึ่งตามมาและตรงเข้าศีรษะ CIA อีกคนอย่างรุนแรง ทั้งที่ศีรษะเขาอยู่ห่างจากพื้นแค่ฟุตเดียวเท่านั้น
”เป็นไปได้ยังไง!” แลนด์เบริกเริ่มขนลุกไปทั้งหลัง เม็ดเหงื่อเย็นผุดออกมาจนท่วมตัว
ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่มีทางเลยที่เซี่ยเหล่ยจะสามารถยิงเข้าเป้าได้จากที่ไกลๆ นอกเสียจากเขาจะเข้ามายิงใกล้ๆเป้า เหตุผลง่ายๆที่เห็นกันอยู่คือหญ้าสูงรอบตัวพวกเขาก็เป็นตัวบังสายตาที่ดีทีเดียว
เว้นเสียแต่ว่าเซี่ยเหล่ยมองทะลุพวกมันไปได้!
”AE! ต้องเป็น AE แน่ๆ!” แลนด์เบริกเริ่มเสียสติ “เราต้องรายงานสำนักงานใหญ่!”
”อะไรคือ AE?” แฮ้งส์รีบยิงสวนไป
”อย่าถามถ้ามึงไม่รู้ คุ้มกันให้หน่อย!” แลนด์เบริกคว้าโทรศัพท์ดาวเทียมออกมาอย่างรวดเร็ว
แฮ้งส์ไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาเพียงแต่ยกปืนขึ้นแล้วยิงไปสุ่มๆ
ฉึบ! กระสุนนัดหนึ่งพุ่งมาฉีกข้อมือแลนด์เบริกจนโทรศัพท์ในมือร่วงลงกับพื้น เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ข้อมือ 2 ใน 3 ส่วนของเขาถูกแรงกระสุนระเบิดออกไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงชั้นผิวหนังเล็กน้อยเท่านั้น
และ 3 วินาทีต่อมาก็ถึงคราวแฮ้งส์บ้าง ข้อมือขวาของเขาที่ถือปืนอยู่ถูกยิงเข้าอย่างจัง แรงยิงฉีกข้อมือจนฝ่ามือเขาร่วงลงพื้นตามไปอีกคน
เสียงกรอบแกรบดังขึ้น…
มีเสียงฝีเท้าไกลออกไปอีกหน่อยในพงหญ้า กำลังมุ่งหน้าตรงมาหาพวกเขาทั้งสอง
”เวรเอ๊ย!” แฮ้งส์สบถเสียงดังอย่างหัวเสีย เขายืนขึ้นแล้วใช้มือซ้ายที่เหลืออยู่คว้าปืนพกออกมาจากเข็มขัดอาวุธตัวเอง
เสียงแหวกลมของกระสุนดังขึ้นอีกครั้ง ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ยิง นัดนี้ตรงเข้าที่แขนซ้าย พลังเจาะทะลวงของกระสุนสไนเปอร์นั่นน่ากลัวมาก กระดูกแขนซ้ายของแฮ้งส์แตกเป็นเสี่ยงๆ กล้ามเนื้อถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
แฮ้งส์ เอเจนท์ CIA มือฉกาจ ตอนนี้ถูกลดสถานะเป็นแค่คนพิการในเวลาเพียงไม่ถึงนาที เขาล้มลงกับพื้นพร้อมกับเสียงอึกทึก แต่เขาเองก็อึดพอจะยังมีสติแม้ว่าบาดแผลจะรุนแรงขนาดนั้นก็ตาม เขานอนนิ่งอยู่กับพื้น สูดหายใจเข้าลึกๆ ความกลัวตายเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วทุกเซลล์ที่ยังมีชีวิตอยู่ของเขาแล้ว
แลนด์เบริกคลานไปสองสามก้าวและพยายามคว้าเอาโทรศัพท์ดาวเทียมที่เขาทำตกมาไว้กับตัว
ฟิ้ว! แต่กระสุนอีกนัดระเบิดมือแลนด์เบริกที่กำลังตะกายไปคว้าโทรศัพท์นั่นเสียก่อน เลือด เนื้อสดๆและเศษดินสาดปลิวไปทั่วบริเวณ
ความเจ็บปวดมหาศาลแทบดับชีวิตของแลนด์เบริกไปแล้วแต่เขาพยายามยื้อตัวเองเอาไว้ได้ และในที่สุดเขาก็ได้เห็นชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นในพงหญ้า เซี่ยเหล่ยนั่นเอง
เซี่ยเหล่ยกำลังถือปืนสไนเปอร์ไรเฟิลของเขาอยู่ เขาดูนิ่งมากๆ ไม่แสดงออกอะไรผ่านสีหน้าเลยแม้แต่น้อย
แลนด์เบริกหายใจเฮือก “ม…. มึงชนะแล้ว จับกูไปเลยสิ”
”จับคุณเหรอ? หึ คุณหมายถึงให้ผมเรียกรถพยาบาลแล้วตามหมอมาห้ามเลือดคุณ แล้วก็รักษาคุณสินะ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว
”มึงจะฆ่ากูไม่ได้นะ มึง ม ไม่” แลนด์เบริกกัดฟัน “กูเป็นผู้อำนวยการของ CIA ฝั่งเอเชียเชียวนะ ตำแหน่งของผม…มันสูงกว่าที่มึงคิด”
เซี่ยเหล่ยหยุดยืนอยู่ใกล้แฮ้งส์ มองต่ำลงมาหาเขา “อ้อใช่ คุณนี่เองที่เตะผู้หญิงของผม ตอนนั้นใช้เท้าข้างไหนนะครับ? ซ้าย? หรือขวา?”
แฮ้งส์นิ่งไปก่อนจะร้องออกมา “ยิงเลยสิ! ฆ่าเลย!”
”ยิงคุณเหรอ? คุณคิดว่าคุณมีค่าพอให้ยิงรึไง?” เซี่ยเหล่ยยกเท้าขึ้นแล้วย่ำลงบนข้อมือที่แตกเป็นเสี่ยงของแฮ้งส์
”อ๊ากกกกก” แฮ้งส์ร้องลั่น หน้าอกเขากระเพื่อมขึ้นลงด้วยลมหายใจรุนแรง แต่ยังไงเขาก็ไม่มีทางหลุดไปจากความเจ็บปวดที่กำลังเผชิญอยู่ได้เลย ต่อให้สูดเอาลมทั้งโลกเข้าปอดไปแล้วก็ตาม
”เซี่ยเหล่ย!” แลนด์เบริกตะโกนเรียก “เราเป็นคนอเมริกันนะ! คุณควรรู้ไว้ด้วยว่าสิ่งที่คุณทำน่ะมันจะมีผลอะไรตามมาบ้าง!”
รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นบนมุมปากของเซี่ยเหล่ย “ขอบคุณที่เตือน ผมคงลืมไปแล้วนะเนี่ยถ้าคุณไม่บอก แต่คุณคือคนอเมริกันที่ลักพาตัวผู้หญิงของผมไป ฉีดยาให้ผม และตั้งใจจะจับตัวผมส่งไปอเมริกา ผมขอให้คุณปล่อยตัวผู้หญิงของผมไป แล้วผมจะยอมไปกับคุณแต่โดยดี… แต่ตอนนั้นคุณพูดว่ายังไงนะครับ?”
แลนด์เบริกพูดไม่ออกก่อนหน้านี้เขาทำตัวหยิ่งยะโสก็จริง แต่ตอนนี้ความยะโสนั่นก็อันตรธานหายไปหมดแล้ว ตอนแรกเซี่ยเหล่ยเป็นแค่เนื้อบนเขียง แลนด์เบริกจะทำอะไรเซี่ยเหล่ยก็ได้ แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นเนื้อบนเขียงนั่นเสียเองและพร้อมจะถูกสับแหลกได้ทุกเมื่อ แลนด์เบริกรู้แล้วว่ามันน่าอึดอัดแค่ไหนที่พบว่าเกมกำลังพลิก และคนเสียเปรียบกำลังเป็นเขาแทน
เจ้าหญิงหยงเหม่ยยืนอยู่ข้างเซี่ยเหล่ย เธอมองแฮ้งส์ที่นอนบนพื้นด้วยสายตาสงสัย ดูเหมือนว่าเธอกำลังนึกถึงอะไรบางอย่างอยู่
แฮ้งส์เริ่มพึมพำแต่ยังพูดไม่ได้ศัพท์ ไม่ใช่แม้แต่พยางค์ที่เป็นภาษาจีน เสียงเขาอู้อี้และแปลกไป ตอนนี้เขาดูหวาดกลัวเต็มขั้น
เซี่ยเหล่ยแปลกใจ ‘เมื่อกี้ผู้ชายคนนี้ยังดูอึดๆอยู่เลย นี่เขาเป็นอะไรไปนะ? อย่างกับเขาเป็นบ้าไปแล้วแหนะ’
”นั่นคุณทำอะไรกับเขาน่ะ?” แลนด์เบริกวิตก เพราะวินาทีนี้เซี่ยเหล่ยได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดไปแล้วในสายตาเขา
เซี่ยเหล่ยยกเท้าออกจากข้อมือของแฮ้งส์ แล้วเดินไปข้างๆแลนด์เบริกช้าๆ เขาไม่ได้คิดจะฆ่าแฮ้งส์อยู่แล้ว เพราะถ้าทำแบบนั้นก็ไม่ต่างจากการขุดหลุมฝังตัวเองเท่าไหร่ สำนักงานลับ 101 จะโทษเขาที่ไม่เหลือพยานแบบมีชีวิตเอาไว้ซักข้อมูลเลย จริงๆเขาไม่จำเป็นต้องฆ่าเองทันทีด้วยซ้ำ ด้วยบาดแผลทั้งหมดกับเลือดที่ยังไม่หยุดไหลจะทำให้แฮ้งส์ตายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง นั่นหมายถึง เขาสามารถนั่งมองช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตแฮ้งส์และเก็บข้อมูลต่างๆ รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวกับเจ้าหญิงหยงเหม่ยได้ด้วย
เซี่ยเหล่ยนั่งยองๆลงข้างแลนด์เบริกและมองเขา “บอกผมมาว่าคุณลักพาตัวเธอไปยังไง”
แต่สายตาอีกฝ่ายลอกแลก เขาพยายามเลี่ยงการสบตาเซี่ยเหล่ยอยู่
”บอกมา อันซูฮยอนกับกู๋เค่อเหวินเกี่ยวยังไงกับเรื่องนี้?” เซี่ยเหล่ยยังถามเค้นต่อไป
”เรียกรถพยาบาลสิ แล้วจะบอก” แลนด์เบริกต่อรอง
เซี่ยเหล่ยส่ายหน้า “ผมรู้ว่าถึงคุณไม่พูด ยังไงอันซูฮยอนกับกู๋เค่อเหวินก็มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ดี เพราะมันไม่มีทางที่พวกคุณจะทำเรื่องแบบนี้ในชิงตู่ได้ถ้าพวกเขาไม่ช่วย ผมพูดถูกมั้ย?”
ถ้าสำนักงานลับ 101 ไม่ตอบโต้อะไรกับการลักพาตัวผู้หญิงที่รวยที่สุดในจีนไป การมีสำนักงานนี้ก็คงจะไร้ความหมาย ถ้าไม่มีข่าวและความเคลื่อนไหวใดๆจากสำนักงานลับ 101 นั่นแปลว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ เซี่ยเหล่ยพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แต่เขาก็นึกถึงคนอื่นที่มีแรงจูงใจและทำเรื่องแบบนี้ได้ไม่ออกอีกแล้ว
แลนด์เบริกปิดปากเงียบ ไม่ยอมให้หลุดออกมาแม้แต่คำเดียว
เซี่ยเหล่ยเงียบบ้าง จู่ๆเขาก็ยื่นมือออกไปหักดึงต้นหญ้ายาวๆนั่นมาแล้วฟาดปลายอันแหลมคมของมันใส่แผลฉกรรจ์ของคนบนพื้น
”อ๊ากกกก!” แลนด์เบริกร้องลั่นออกมา ร่างกายเขาสั่นเทิ้ม
เซี่ยเหล่ยกดอัดหญ้าใส่แผลของเขาต่อ ค่อยๆเพิ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ “คุณจะทนไปทำไมล่ะ? จริงอยู่ที่ผมจะไม่ฆ่าคุณเพราะตำแหน่งของคุณน่ะ การฆ่าคุณก็คงสร้างปัญหาตามมาอีกบานเลย แต่ถ้าคุณยังถ่วงเวลาอยู่แบบนี้คุณจะตายเพราะเสียเลือดแทนถูกผมฆ่าเอานะ บอกผมมาว่ากู๋เค่อเหวินกับอันซูฮยอนมีส่วนยังไงกับการลักพาตัวบ้าง แล้วผมจะเรียกรถพยาบาลให้ทันทีเลย”
ด้านหนึ่งก็เจ็บปวดทรมานแทบตาย อีกด้านหนึ่งก็โอกาสมีชีวิตรอด และด้วยข้อเสนอนั้น กำแพงในจิตใจของแลนด์เบริกจึงพังลงอย่างรวดเร็ว…..
ติดตามตอนต่อไป……..