cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

The simple life of the emperor - ตอนที่ 64

  1. Home
  2. All Mangas
  3. The simple life of the emperor
  4. ตอนที่ 64
Prev
Next

ขณะที่เทียนหลางนั่งอยู่บนรถนั้นเขาก็หยิบโทรศัพขึ้นมาและโทรหาเฟิงหยวน เมื่อเฟิงหยวนรับโทรศัพเขาก็เอ่ยถามทันที

 

”คุณจะให้ผมไปหาที่ไหน ?”

 

เฟิงหยวนที่ได้ยินคำถามก็ตอบกลับทันที

 

”คุณกลับมาหาฉันที่บ้านได้เลย ฉันกับคุณยายพึ่งกลับมาจากซื้อของหน่ะ”

 

เทียนหลางที่ได้ยินก็ถามออกมาด้วยสงสัยเพราะปกติแล้วผู้หญิงมักจะเลือกซื้อของกันนาน แต่นี่เพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

 

”ทำไมเร็วงี้หล่ะ ?”

 

เฟิงหยวนที่ได้ยินคำถามก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ

 

”เพราะที่ห้างไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเลยนะสิ”

 

”งี้นี่เอง งั้นเดียวผมกลับไปหาที่บ้าน”

 

”ฉันจะรอ”

 

หลังจากวางสายเทียนหลางก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปถามกับคนขับรถว่า

”นายชื่ออะไร ?”

 

เมื่อคนขับรถได้ยินก็ตกใจเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับ

 

”ผมชื่อกัวชิงครับ”

 

เทียนหลาวพยักหน้าก่อนจะถามอีกครั้ง

 

”แล้วนายทำงานมาให้ตระกูลฉันนานเท่าไหร่แล้ว”

 

กัวชิงได้ยินแบบนั้นก็คิดสักพักก่อนจะตอบ

 

”5ปีครับ”

 

เทียนหลางที่ได้ยินก็พยักหน้าเล็กน้อย

 

”แล้วนายมาทำงานกับตระกูลฉันได้ยังไง ?”

 

”เมื่อก่อนนั้นผมเคยนักเลงอยู่ที่เปาซานและคอยรับใช้ผู้มีอิทธิพลที่นั่นเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว แต่วันหนึ่งบังเอิญผมทำงานผิดพลาดและติดหนี้เจ้านายเก่าหลายล้านผมไม่มีเงินมาใช้หนี้คืนเจ้านายเก่าจึงคิดจะให้ผมขายอวัยวะเพื่อใช้หนี้ ในขณะที่ผมกำลังตัดสินใจอยู่นั้นท่านผู้นำตระกูลก็ได้เข้ามาและเสนอโอกาสให้กับผม”
( ไม่รู้ว่าจะใช้คุณนาย นายหญิง หรืออะไรดีเลยใช้ผู้นำตระกูลแทน แนะนำกันได้นะถ้ามันดูดีผมจะกลับมาเปลี่ยนให้ )

 

เทียนหลางลูบคางเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้น

 

”กัวชิงนายลองพูดเกี่ยวกับ 4ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงให้ฉันฟังหน่อยสิ”

 

”มันจะดีเหรอครับ ?”

 

กัวชิงพูดออกมาด้วยความลังเล เทียนหลางจึงพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต

 

”เข้าใจแล้วครับ เหตุผลที่พวกเขาได้ชื่อว่าเป็น 4 ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงก็เพราะว่าพวกเขานั้นมีอิทธิพลเป็นอย่างมากในเมืองหลวงและเมืองอื่นๆ ในประเทศพวกเขามีเส้นสายอยู่ทุกแวดวงไม่ว่าจะบนดินและใต้ดิน รวมถึงมีธุรกิจที่ทำเงินได้มหาศาลในแต่ละวันอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยเงินและอำนาจที่พวกเขามีนั้นทำให้พวกถูกเรียกว่าเป็น 4 ตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงแต่นั่นก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่คนภายนอกเห็นเท่านั้นครับ”

 

กัวชิงหยุดพูดไปสักพักก่อนจะพูดต่อ

 

”แต่ความจริงแล้ว 4 ตระกูลใหญ่ไม่ใช้พวกเดียวที่เป็นใหญ่ในเมืองหลวงยังมีตระกูลอีกมากที่แข็งแกร่งทัดเทียมกันไม่ว่าจากในเมืองหลวงและเมืองอื่นๆ ยังไม่รวมเรื่องของเหล่าตระกูลโบราณและตระกูลลึกลับที่คอยซ่อนตัวอยู่หลังม่านอีกมากมาย แต่ที่พวก 4 ตระกูลใหญ่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ก็เพราะพวกเขานั้นมีรากที่แข็งแกร่งและฝังลึกจากการสะสมมาเป็นเวลานับร้อยปี และจากที่ผมได้รู้มาพวกเขานั้นยังรู้จักกับเหล่าผู้บ่มเพาะอีกด้วย”

 

เมื่อกัวชิงพูดจบเทียนหลางก็แสดงท่าทีแปลกใจเล็กน้อยออกมา

 

”โอ้ ~ นายรู้จักผู้บ่มเพาะด้วย”

 

”แน่นอนครับคนที่เคยทำงานในวงการใต้ดินมาอย่างผมมานั้นต้องมีสักครั้งที่ได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง”

 

เทียนหลางพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง

 

”ไหนนายลองพูดเกี่ยวกับตระกูลโบราณมาให้ฉันฟังสิ”

 

”ตระกูลโบราณนั้นผมไม่ได้รู้อะไรมากนักแต่นอกจากตระกูลตงเสวียและตระกูลจ้าวที่ยอมเปิดเผยตัวแล้วผมก็ไม่รู้จักตระกูลอื่นๆ เลย”

 

”แล้วนายคิดยังไงกับตระกูลโบราณ ?”

 

เมื่อได้ยินคำถามเขาก็คิดเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา

 

”ส่วนตัวของผมแล้วคิดว่าตระกูลโบราณนั้นน่ากลัวกว่าพวกตระกูลใหญ่กับตระกูลลึกลับมากเพราะการที่ตระกูลเหล่านั้นสามารถอยู่รอดมาได้หลายร้อยปีโดยที่ไม่ล่มสลายแถมยังแข็งแกร่งขึ้นทุกวันมันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมาก”

 

เทียนหลางที่ได้ยินก็ทำความเข้าใจคร่าวๆ ก่อนจะยิ้มออกมาและบอกให้กัวชิงขับรถกลับบ้านตระกูลฉวี เมื่อกลับมาถึงเทียนหลางก็พบเฟิงหยวนกับคุณยายกำลังนั่งจิบชาคุยกันอย่างสนุกสนาน เขาเลยเดินเข้าไปถาม

 

”คุยอะไรกันอยู่ครับ ?”

 

เฟิงหยวนที่ได้ยินก็หันมาพูดพร้อมกับยิ้มๆ

 

”กำลังคุยกับคุณยายเรื่องงานแต่งงานของเราหน่ะ”

 

เมื่อเทียนหลางได้ยินก็ตกใจเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงแล้วถามด้วยความสับสน

 

”จริงเหรอ ?”

 

”จริงสิฉันเคยโกหกคุณด้วยงั้นเหรอ ?”

 

เฟิงหยวนตอบกลับด้วยความสงสัย เทียนหลางก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะพูดขึ้น

 

”ผมจะให้คุณตัดสินใจเรื่องแต่งงานแล้วกัน ส่วนผมจะตัดสินใจเรื่องหาเงิน”

 

เมื่อเฟิงหยวนได้ยินก็แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

 

”ไม่ใช่ว่าเราต้องตัดสินใจด้วยกันงั้นเหรอ ?”

 

”ผมเคยขัดคุณได้รึไง ?”

 

เทียนหลางพูดออกมาพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเฟิงหยวนได้ยินแบบนั้นก็พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

 

”ก็จริง เอาตามนั้นแล้วกัน”

 

เทียนหลางส่ายหน้าก่อนจะพูดเข้าประเด็นสำคัญ

 

”คืนนี้คุณจะไปงานเลี้ยงกับผมรึเปล่า ?”

 

”งานเลี้ยง ?”

 

เทียนหลางพยักหน้าก่อนจะหยิบบัตรเชิญออกมาให้กับเฟิงหยวนดูเธอหยิบมันขึ้นมาและพลิกไปพลิกมาเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้น

 

”ฉันไม่ไปหรอก คุณไปเถอะ”

 

”ทำไมหล่ะ ?”

 

เทียนหลางถามด้วยความสงสัย

 

”ฉันจะอยู่กับคุณยายหน่ะ”

 

”เอางั้นเหรอ ?”

 

เฟิงหยวนที่ได้ยินคำถามก็พยักหน้าเล็กน้อย เทียนหลางก็ทำได้เพียงยิ้มก่อนจะกลับไปที่ห้องปล่อยให้เฟิงหยวนกับคุณยายพูดคุยกันต่อ

 

……………………………………………………………………………….

 

ค่ำคืนมาถึงเทียนหลางแต่งตัวด้วยชุดคลุมสีดำของเขา เทียนหลางเลี่ยงที่จะใส่ชุดสูทเพราะมันดูอึดอัดจนเกิดไปแน่นอนว่าเรื่องความเกรงใจหรืออะไรทำนองนั้นไม่ได้มีอยู่ในหัวของเขาเลยแม้แต่น้อยเมื่อเทียนหลางเดินมาที่รถก็พบว่ากัวชิงได้เปิดประตูรถรออยู่แล้ว

 

ในระหว่างทางที่กำลังจะไปคฤหาสน์ของตระกูลตงเสวียเทียนหลางก็ได้แต่นึกถึงเหตุผลที่เขาได้รับบัตรเชิญนี้มา ไม่นานนักกัวชิงก็ขับรถมาถึงหน้าทางเข้าคฤหาสน์ของตระกูลตงเสวียพวกเขาถูกยามบอกให้หยุดเพื่อตรวจสอบรถจากนั้นยามก็ถามถึงบัตรเชิญเทียนหลางจึงหยิบออกมาให้เขาหลังจากตรวจสอบกันสักพักประตูของบ้านตระกูลตงเสวียก็ถูกเปิดออก

 

เมื่อมาถึงหน้าคฤหาสน์เทียนหลางก็พบว่ามีรถหรูมากมายจอดอยู่พร้อมกับผู้คนจำนวนมาก เทียนหลางลงจากรถก่อนจะเดินไปที่ทางเข้าคฤหาสน์ ระหว่างทางเทียนหลางก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนมากมายด้วยการแต่งตัวที่แตกต่างและเพราะไม่เคยมีใครเห็นเขา ไม่นานนักที่เทียนหลางเข้ามาด้านในพ่อบ้านชราที่เคยเจอกันก่อนหน้านี้ก็เดินเข้ามาทักทายเขาทันที

 

”ยินดีต้อนรับคุณชายเทียนหลาง สู่บ้านตระกูลตงเสวียขอรับ”

 

เทียนหลางยิ้มก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย

 

”ต้องขอบคุณ คุณหนูของคุณที่ชวนผมงานสังสรรค์อันหรูหราแบบนี้ แต่ผมอยากรู้ว่าคุณหนูของคุณชวนผมมาทำไมกันแน่”

 

”ถ้างั้นได้โปรดเชิญคุณชายตามผมมาครับ”

 

เมื่อพูดจบพ่อบ้านชราก็พาเทียนหลางเดินมาที่ห้องๆ หนึ่งด้านในเมื่อเข้ามาเทียนหลางก็เห็นคุณหนูตงเสวียกำลังนั่งดื่มชาอยู่เมื่อเธอเห็นว่าพ่อบ้านพาเทียนหลางมาแล้วเธอก็หันมายิ้มก่อนจะพูดขึ้น

 

”เชิญคุณชายเทียนหลางนั่งก่อนสิคะ”

 

เทียนหลางพยักหน้าก่อนจะนั่งลงคุณหนูตงเสวียรินชาให้เขาก่อนจะส่งรอยยิ้มให้ เทียนหลางพูดขอบคุณก่อนจะจิบชาเล็กน้อยหลังจากวางถ้วยชาลงเทียนหลางก็พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม

 

”ผมต้องขอบคุณที่คุณได้เชิญผมมาดื่มชาที่หอมหวานแบบนี้ แต่ผมว่าคุณหนูแห่งตระกูลตงเสวียอย่างคุณคงไม่ได้เชิญผมมาเพราะอยากดื่มชาด้วยเป็นแน่”

 

”แหม ~ คุณชายเทียนหลางนี่ช่างพูดตรงไปตรงมาเสียจริง อันที่จริงฉันก็มีเรื่องอยากจะยืนยันกับคุณหน่อยนะค่ะ”

 

”เชิญคุณหนูตงเสวียถามมาได้เลยครับ”

 

เทียนหลางยิ้มกลับทำให้คุณหนูตงเสวียแปลกใจเล็กน้อยก่อนเธอจะส่งยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับถามคำถามออกมา

 

”ฉันอยากรู้ว่าคุณชายเทียนหลางเป็นคนที่ลงขายยาทิพย์ในการประมูลเมื่อวันก่อนใช่ไหมหรือเปล่าคะ”

 

เทียนหลางที่ได้ยินก็แสดงสีหน้านิ่งเงียบแต่ในใจกลับรู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะด้วยอำนาจและเงินจำนวนมากของตระกูลโบราณไม่ช้าก็เร็วพวกเขาก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่แล้วดังนั้นเทียนหลางจึงไม่คิดจะปกปิดหากใครมาถามเขา เทียนหลางจึงพูดไปตามความจริง

 

”คุณเข้าใจถูกแล้วผมเป็นวางขายพวกมันในงานประมูลวันก่อนเอง”

 

คุณหนูตงเสวียตกใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าเทียนหลางจะยอมรับตรงๆ แบบนี้เธอมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ เล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

 

”คุณไม่กลัวคนอื่นจะรู้ความลับนี้งั้นเหรอ ?”

 

เทียนหลางหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับคำถาม

 

”รู้แล้วทำอะไรได้กันหล่ะ ? จับผมไปทรมานงั้นเหรอ ? ไร้สาระจะตาย ~ ว่าแต่คุณหนูตงเสวียทำไมถึงต้องถามถึงเรื่องนั้นด้วยหล่ะ ?”

 

คุณหนูตงเสวียได้ยินคำพูดของเทียนหลางก็ถึงกับพูดไม่ออกเพราะเธอไม่รู้ว่าเทียนหลางนั้นเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้มั่นใจและไม่เกรงกลัวอะไรแบบนี้ แต่เธอก็ยังคงแสดงรอยยิ้มออกมาอยู่ตลอดแม้จะตกใจก็ตาม

 

”ฉันอยากจะรู้ว่าคุณพอจะขายยาทิพย์ที่เหลือให้กับฉันได้หรือเปล่า ?”

 

เมื่อเทียนหลางได้ยินก็แสดงสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะถามออกมา

 

”ผมขอถามหน่อยได้ไหมว่าคุณจะเอาไปใครทาน ?”

 

ทันทีที่ได้ยินคำถามเธอก็แสดงสีหน้าเศร้าออกมาจนทำให้เทียนหลางรู้สึกแปลกใจ ก่อนที่เธอจะเริ่มพูดออกมา

 

”เพื่อแสดงความจริงใจของฉันที่มีต่อคุณฉันจะตอบคำถามนั้น”

 

เธอถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

 

”เมื่อประมาณสองปีที่แล้วแม่ของฉันได้ล้มป่วนกระทันหันโดยที่ไม่รู้สาเหตุฉันและคุณพ่อจึงพาท่านไปหาหมอที่โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในจีน แต่ถึงยังงั้นหมอก็ไม่สามารถหาสาเหตุนั้นได้ แม้แต่โรงพยาบาลที่ต่างประเทศก็ยังหาสาเหตุของการป่วยนั้นไม่ได้เช่นกันแม้เราจะลองทุกวิธีทางแล้วแต่ถึงอย่างก็ไม่สามารถรักษาแม่ของฉันได้”

 

เทียนหลางได้ยินก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้น

 

”แล้วยาทิพย์ที่เคยประมูลไปก่อนหน้านั้นหล่ะ ?”

 

”ระหว่างการเดินทางฉันก็ได้รู้ว่าคุณพ่อเป็นมะเร็งจึงได้ใช้ยาทิพย์ขวดนั้นกับคุณพ่อไปแล้วดังนั้นฉันจึงอยากจะขอซื้อยาทิพย์จากคุณอีกขวดหนึ่งซึ่งคุณสามารถเสนอราคาได้ตามต้องการ ทางตระกูลตงเสวียยินดีที่จะจ่ายมัน”

 

เทียนหลางขบคิดเล็กน้อยก่อนจะพิจารณาข้อเสนอของเธอ ต้องบอกก่อนว่าตอนนี้เทียนหลางอยากจะได้เงินไม่น้อยเลยเพราะเขามีแผนจะเปลี่ยนส่วนหนึ่งของเมืองเป็นโครงการอสังหาซึ่งเขาได้ให้ซ่านฉินไปจัดการกว่านซื้อพื้นที่ส่วนหนึ่งเอาไว้แล้วแต่ถึงอย่างงั้นเทียนหลางก็ยังคงขาดเงินอีกจำนวนหนึ่ง

 

คุณหนูตงเสวียเห็นท่าทีของเทียนหลางก็ไม่ได้เร่งร้อนอะไรจึงได้แต่รออย่างสงบ หลังจากคิดอยู่สักพักเทียนหลางก็พูดขึ้น

 

”ผมจะขายให้คุณก็ได้แต่ผมขอดูอาการของแม่ของคุณเสียก่อน”

 

เมื่อได้ยินแบบนั้นตงเสวียก็ทำหน้าสงสัย เทียนหลางจึงได้พูดขึ้น

 

”แม้ยาทิพย์ของผมนั้นจะรักษาได้ทุกโรคก็จริงแต่ถึงอย่างงั้นก็มีบางโรคที่ตัวยาไม่ได้มีประสิทธิภาพมากนักดังนั้นจึงต้องดูอาการป่วยของแม่คุณเสียก่อน เพื่อปรับเปลี่ยนตัวยาเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด”

 

คุณหนูตงเสวียได้ยินแบบนั้นก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย

 

”แค่ขายยาทิพย์ให้ฉันอย่างเดียวไม่ได้งั้นเหรอ ?”

 

ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเธอเทียนหลางก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

 

”คุณหนูตงเสวียอย่าเข้าใจผิดถึงผมนั้นจะเป็นเพียงเด้กหนุ่ม ผมก็ยังคงเป็นหมอดังนั้นผมคงทิ้งคนไข้ตรงหน้าไม่ได้”

 

เมื่อเธอได้ยินคำพูดของเทียนหลางก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นและบอกให้เทียนหลางตามเธอไป ซึ่งเทียนหลางก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย ระหว่างทางเทียนหลางก็พูดบางอย่างขึ้น

 

”หลังจากที่ผมมาคิดดูดีๆ แล้วคุณสนใจจะร่วมมืออะไรบางอย่างกับผมไหม ?”

 

”ร่วมมือ ?”

 

เธอหันกลับมาถามด้วยความสงสัย เทียนหลางพยักหน้าพร้อมกับพูดถึงแผนการของเขา

 

”พอดีผมนั้นมีแผนที่จะสร้างส่วนหนึ่งของเมืองจิงไห่ให้เป็นย่านชุมชนชั้นสูง ดังนั้นจึงหาผู้ร่วมลงทุนจำนวนหนึ่งที่พอจะไว้ใจได้”

 

”แล้วคุณไว้ใจ้ตระกูลของเรางั้นเหรอ ?”

 

เทียนหลางที่ได้ยินก็ส่ายหน้าพร้อมกับพูดขึ้น

 

”ผมไม่ได้ไว้ใจตระกูลของคุณหรอก ผมไว้ใจคุณมากกว่า”

 

”ทำไมถึงไว้ใจฉันหล่ะ ?”

 

เทียนหลางลูบคางตัวเองเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้น

 

”การที่ลูกยอมเสียเงินหลายพันล้านเพื่อช่วยชีวิตพ่อแม่ของตัวเอง คนผู้นั้นย่อมมิใช่คนเลวร้าย ดังนั้นจึงมีเพียงพอที่จะเชื่อใจ”

 

เมื่อได้ยินแบบนั้นคุณหนูตงเสวียก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะนำเทียนหลางมายังห้องหนึ่งด้านบนซึ่งถูกตกแต่งอย่างหรูหราและด้านในมีหญิงคนหนึ่งกำลังนอนอยู่ เมื่อเทีนยหลางเข้ามาดูใกล้ๆ ก็พบว่าร่างกายของเธอนั้นผอมแห้งเป็นอย่างมากพร้อมกับลมหายใจอันแผ่นเบา

 

เทียนหลางตรวจดูร่างกายของเธออย่างรวดเร็วก่อนจะถอนหายใจออกมาและหันมาพูดกับคุณหนูตงเสวีย

 

”คุณนี่โชคดีที่จริงๆ ที่เชิญผมมาในเวลานี้”

 

”ทำไมงั้นเหรอ ?”

 

”หากเธอไม่มาเจอผมในอีกครึ่งเดือน เธอคงตายอย่างแน่นอน”

 

เมื่อคุณหนูตงเสวียได้ยินแบบนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมากก่อนจะถามเทียนหลางอย่างเร่งรีบ

 

”แปลว่าคุณรักษาแม่ของฉันได้อย่างงั้นเหรอ ?”

 

เทียนหลางที่ได้ยินก็พยักหน้าเล้กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

 

”ใช่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

 

”หมายความว่ายังไง ?”

 

”ร่างกายของเธอตอนนี้อ่อนแอเป็นอย่างมากไม่เหมาะแก่กายรักษาดังนั้นจะต้องบำรุงร่างกายของเธอให้กลับมาแข็งแรงเสียก่อน”

 

เมื่อพูดจบเทียนหลางก็หยิบยาขวดหนึ่งออกมาก่อนจะยื่นให้กับเธอพร้อมกับพูดขึ้น

 

”ผสมกับน้ำเปล่าให้เธอดื่มครั้งละหนึ่งหยดทุกวันเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์จากนั้นเมื่อร่างกายของเธอเริ่มดีขึ้น ก็ผสมมันเข้ากับอาหารครั้งละหนึ่งหยดเช่นเดิมอีกหนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้นผมจะมาตรวจดูอาการของเธอีกครั้งหนึ่ง”

 

”งั้นแปลว่าแม่ของฉันจะหายดีงั้นเหรอ ?”

 

เทียนหลางส่ายหน้าก่อนจะพูดขึ้น

 

”ยาที่ดีที่สุดหาใช่สิ่งอื่นนอกจากความต้องการผู้ป่วย”

 

เขาหยุดพูดไปครู่ก่อนจะหันหน้าไปหาผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียง

 

”ต่อให้ยาดีแค่ไหนหากผู้ป่วยต้องการที่จะตายก็ไม่มีใครสามารถจะยื้อเอาไว้ได้”

 

เมื่อพูดจบเขาก็หันหน้ามาหาคุณหนูตงเสวียครู่หนึ่ง

 

”หากเธอได้กำลังใจที่ดีเธอก็อาจจะหลุดพ้นจากคุมนรกนี้ได้”

 

เธอได้ยินคำพูดของเทียนหลางก็พยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม

 

”ฉันตงเสวียโหร่วและตระกูลตงเสวียขอขอบคุณ คุณจากใจจริง”

 

”แหม ~ ไม่ต้องคิดมากหรอกส่วนเรื่องร่วมมือที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้หล่ะ ?”

 

เมื่อเธอได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะพูดขึ้น

 

”แน่นอนฉันยินดีจะร่วมมือกับคุณ”

 

เทียนหลางยิ้มก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจเล็กน้อย

 

”ถ้างั้นผมจะให้เบอร์ติดต่อเอาไว้ และเดียวผมจะพาคุณไปดูสถานที่”

 

หลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อยตงเสวียโหร่วก็ชวนเทียนหลางลงไปร่วมงานด้านล่างซึ่งเขาก็ไม่ปฏิเสธ แต่ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินกลับไปที่ห้องจัดงานนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงอย่างอย่าง มันเป็นออร่าที่น่ากลัวที่เทียนหลางเคยสัมผัสเมื่อนานมาแล้ว เขารีบผละออกจากตงเสวียโหร่วและเดินตรงไปยังหน้าต่างที่ใกล้ที่สุดทันที

 

ส่วนทางตงเสวียโหร่วก็มองเทียนหลางด้วยความสงสัยพร้อมกับเดินตามเขาไปที่หน้าต่าง

 

”คุณเป็นอะไรงั้นเหรอ ?”

 

เทียนหลางที่ได้ยินคำถามก็หันกลับมายิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

 

”ผมต้องขอโทษคุณจริงๆ ที่ลงไปร่วมงานกับคุณไม่ได้”

 

”คุณมีธุระที่ต้องไปจัดการงั้นเหรอ ?”

 

”ถูกต้อง”

 

ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อมือถือของเทียนหลางก็ดังขึ้น เขารับพร้อมกับพูดอย่างใจเย็น

 

”คุณก็รู้สึกถึงมันสินะ”

 

ปลายสายซึ่งเป็นเฟิงหยวนก็ตอบกลับมาด้วยสีหน้าจริงจัง

 

”ใช่แล้ว คุณจะเอายังไง ?”

 

เทียนหลางที่ได้ยินก็ยิ้มพร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

 

”แน่นอนว่าเราต้องไปกำจัดมันอยู่แล้ว”

 

เฟิงหยวนที่ได้ยินก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะตอบกลับ

 

”ก็ได้งั้นฉันจะรอคุณอยู่ที่บ้านกลับมาเร็วๆ หล่ะ”

 

”เข้าใจแล้ว”

 

เทียนหลางวางหูก่อนจะหันมาพูดกับตงเสวียโหร่ว

 

”ผมต้องไปแล้วเจอกันคราวหน้านะครับคุณหนูตงเสวีย”

 

”เข้าใจแล้วค่ะ”

 

เมื่อพูดจบเทียนหลางก็โดดออกไปจากหน้าต่างก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปพร้อมกับความมืด

Prev
Next

YOU MAY ALSO LIKE

the-copy-mage
จอมเวทย์แห่งการเลียนแบบ (The copy mage)
15 พฤษภาคม 2022
ตกหลุมร้าย! ยากูซ่าพ่อลูกติด
ตกหลุมร้าย! ยากูซ่าพ่อลูกติด
30 กันยายน 2022
คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
9 เมษายน 2023
600-2
World of Beasts I Can See Their Hidden Stats!
22 กันยายน 2021
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 64"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved