The Bloodline System ศึกแห่งสายเลือด - ตอนที่ 448: สะกดรอยตาม?
ตอนที่ 448: สะกดรอยตาม?
“จ๋าไว้นะว่าถ้านายถูกจับได้และชื่อของฉันมันหลุดไปจากลิ้นของนายล่ะก็… ไม่เพียงแต่ฉันจะถูกไล่ออก แต่นายยังต้องอยู่ในสถานการณ์ที่จะถูกไล่ออกและฉันจะทําให้ชีวิตนายเหมือนตกนรกทั้งเป็น” เขาพูดเสียงเย็นชา ก่อนจะเดินต่อไป
ที่เหลือข้างหลังตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม เมื่อได้ยินเรื่องนี้ ก่อนที่พวกเขาจะตอบสนองต่อการคุกคามของคนที่จากไป และเขาก็ได้หายตัวไปในระยะไกลแล้ว หลังจากนั้นไม่นานคนที่เหลือก็ได้แยกย้ายกันไปและหายสาบสูญไปในความมืดของราตรีกาล
กลางคืนผ่านไปในพริบตา เช้าวันรุ่งขึ้นก็มาถึง ตลอดทั้งคืน กุสตาฟยังคงตื่นอยู่เพราะเขากําลังถ่ายทอดสายเลือดของเขา เขาตัดสินใจแล้วว่าจะใช้เวลาตลอดทั้งอาทิตย์หน้าเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ
ส่วนใหญ่สายเลือดอื่นๆ ของเขาเป็นเกรด C และ D ดังนั้นพวกมันจึงไม่ได้ทรงพลังเท่า และเขาไม่สามารถใช้ทุกสายเลือดในการต่อสู้ได้ ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาเลือกสายเลือดที่เขาจะรวมเข้ากับสายเลือดที่เขา ใช้เป็นหลักเขา
ก่อนที่สัญญาณเตือนจะดังขึ้น เขาได้ลุกขึ้นจากตําแหน่งที่นั่งแล้วและย้ายออกจากห้องของอีอี, ฟัลโก้, ไอดริส และทีมี่พร้อมด้วยนักเรียนพิเศษชายคนอื่นๆ ที่อยู่ในบ้านเดียวกัน ก็เคลื่อนย้ายออกไปในเวลานี้เช่นกัน
ชาร์ตที่เพิ่งฟื้นตัวได้ไม่นาน เห็นกุสตาฟอยู่ข้างหน้าและรีบกลับเข้าไปในห้องก่อนปิดประตู กุสตาฟและคนอื่นๆ ไม่ได้สังเกตเห็นเขาด้วยซ้ํา ขณะที่พวกเขาเดินผ่านกระแสน้ําวนของอีอีและมาถึงที่ราบโดยทันที ซึ่งพวกเขามักจะเริ่มทํากิจวัตรตอนเช้าแบบนี้เสมอ
อีอีแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ดังนั้นกระแสน้ําวนของเขาจึงสามารถส่งพวกเขาไปได้ไกลขนาดมากขนาดนี้
เมื่อพวกเขามาถึง สัญญาณเตือนก็ดังขึ้น และนักเรียนที่ยังมาไม่ถึงก็เริ่มวิ่งไปที่นั่น
กิจวัตรยามเช้าสิ้นสุดลงในเวลาต่อมา และนักเรียนก็ว่างอีก 2 ชั่วโมงก่อนที่จะต้องไปที่สนามประลองเพื่อท้าทายคลาสเรียนพิเศษ
ทุกคนต่างตื่นเต้นอีกครั้งเพื่อดูว่าสิ่งต่างๆ จะเป็นอย่างไรในวันนี้ แม้ว่าพวกเขาจะเคยได้ยินเกี่ยวกับวิธีที่นักเรียนชั้นเรียนพิเศษผ่านการเสริมสร้างสายเลือดและมีประสบการณ์การ การถ่ายทอดสายเลือดที่ก้าวกระโดด ทุกคนก็ยังสนใจที่จะเห็นว่าพวกเขาพัฒนาขึ้นมากเพียงใด
การต่อสู้ของกุสตาฟและชาร์ตเป็นตัวแทนที่ดีของเรื่องนี้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ได้เห็นการต่อสู้ กุสตาฟทํางานต่อให้เสร็จก่อนเวลาบ่าย 2 หลังจากที่เขาทําทุกอย่างเสร็จแล้ว เขาก็ไปที่สนามประลองกับคนอื่นๆ
น่าแปลกที่พวกเขาบังเอิญไปนั่งใกล้ๆกับสาวๆ ในวันนี้ เกลด แองจี้ และมาทิลด้าอยู่ข้างหลังพวกเขาเพียงไม่กี่ที่นั่ง
แองจี้ให้ความสนใจไปที่กุสตาฟและพวกเด็กๆ ที่อยู่ข้างหน้าแล้ว แต่เกลดดูเหมือนจะค่อนข้างฟุ้งซ่าน ใบหน้าของเกลดดูเคร่งเครียดเมื่อเทียบกับสีผิวที่มีสีเขียวตามปกติของเธอ “เฮ้ ใจเย็นๆ เธอจะต้องชนะ ฉันแน่ใจ” แองจี้ดูเหมือนจะสังเกตเห็นรูปลักษณ์ของเธอและเปล่งเสียงออกมาเพื่อปลอบโยนเธอ
“อืม” เกลดพยักหน้า ขณะที่ท่าทางเครียดของเธออ่อนลงเล็กน้อยหลังจากได้ยินแองจี้
“เธอแค่ต้องระวังอาวุธที่ซ่อนอยู่ของผู้หญิงคนนั้น…. มีทฤษฎีมากมายอยู่เบื้องหลัง” มาทิลด้าเสริมจากด้านข้าง
“มันต้องเป็นเส้นผมของเธอ… แต่มันแค่มองไม่เห็น” แองจี้พึมพํา
“เอ่อ? มันคือเส้นผมของผู้หญิงคนนั้นเหรอ?” เกลดถามด้วยสีหน้างุนงง
“ใช่… มันมองไม่เห็นและเธอคนนั้นก็สามารถติดอาวุธและใช้มันเพื่อลอบโจมตีได้” แองจี้อธิบาย
“เธอรู้ได้ยังไงว่าเป็นผมของหล่อนน่ะ” เกลดถาม
“กุสตาฟพูดอย่างนั้น” แองจี้ตอบ
“ฉันคิดว่าเธอกับกุสตาฟไม่ได้คุยกัน?” มาทิลด้าพูดด้วยท่าทางสับสนเล็กน้อย
“…เอ่อ ใช่… ฟัลโก้ บอกฉัน … ” แองจี้กล่าวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“อ่า นั่นคือเหตุผลสินะ… เธอกําลังสะกดรอยตามเขาโดยใช้ฟัลโก๋” มาทิลด้ารวบรวมเหตุและผลทั้งสองเข้าด้วยกันและคิดออก
“เปล่า ฉัน-ฉัน- ฉันแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น” แองจี้พูดติดอ่าง ขณะพยายามปกป้องตัวเอง
“ไม่ นั่นเป็นการสะกดรอยตาม ไม่ดีเลยที่เธอท่าแบบนั้นน่ะ เธอควรหยุดทําอย่างนั้นได้แล้วนะ” มาทิลด้าพูดด้วยท่าทางตรงไปตรงมา
“ไม่นะ… แองจี้ เธอควรทําต่อไป ถ้ามันทําให้เธอมีความสุข” เกลดก็พูดแทรกขึ้นมา “ฉันควรทําอย่างนั้นได้เหรอ ฉันคิดว่าเธอไม่ชอบกุสตาฟซะอีก?” แองจี้ถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“ฉันไม่ชอบเขา ฉันไม่ชอบทัศนคติของเขาที่มีต่อหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง… ฉันจะหยุดก็ต่อเมื่อเขาเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อเธอ” เกลดอธิบาย
“มันค่อนข้างแย่ที่เธอทําอย่างนั้น…ถ้าเธอและเขาไม่พูดคุยกันเอง แองจี้ เธอเองก็ไม่ควรพยายามสะกดรอยตามเขา และทั้งฟัลโก้เองก็ไม่ควรบอกกับเธอในเรื่องส่วนตัวของเขาอีกด้วย เพราะเขาคงไม่ต้องการให้เธอรู้” มาทิลด้ากล่าวเสริม
“เธอชอบกุสตาฟไหม” เกลดหันไปถามมาทิลด้า
“อะไรนะ ไม่ ฉันไม่สนใจความสัมพันธ์แบบโรแมนติกใดๆ ในตอนนี้” มาทิลด้าตอบทันที “ถ้าอย่างนั้นก็เถอะ… นี่เป็นวิธีเดียวที่แองจี้จะคอยจับตาดูเขาอยู่” เกลดพูดออกมา “อืม… เอาล่ะ อย่าหักโหมจนเกินไป” มาทิลด้าตัดสินใจทิ้งหัวข้อที่เธอพยายามอธิบายก่อนหน้านี้
“ฉันจะไม่ทําอีกแล้ว” แองจี้ยิ้มและหันไปมองที่ตําแหน่งของกุสตาฟ
‘กุสตาฟรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นเส้นผมของผู้หญิงคนนั้น’ เกลดสงสัยภายใน
“นี่ควรเป็นอีกความสามารถหนึ่งที่ต้องสังเกต แต่คุณสมบัติของเขาคืออะไรกันแน่” เธอคิดขณะจ้องมองไปยังกลุ่มของกุสตาฟ
ในอีกไม่กี่นาที เหตุการณ์อีเวนต์ก็เริ่มขึ้น และเหมือนกับครั้งที่แล้ว เจ้าหน้าที่โคลก้าวไปข้างหน้าเพื่อดูแลการแข่งขัน
ลูกบอลทรงกลมสีดําขนาดมหึมาด้านบนเริ่มสับเปลี่ยนนักเรียนอีกครั้งก่อนจะหยิบการดวลรอบแรกขึ้นมา
ทุกคนต่างสงสัยว่าเอเลโวร่าจะมีผู้ท้าชิงในครั้งนี้หรือไม่ เช่นเดียวกับครั้งก่อน การต่อสู้ของเรียกับเธอเป็นบทเรียนที่ดีสําหรับทุกคนที่ไม่ควรมีใครไปยุ่งกับเธอ แต่ใครจะรู้ว่าอาจจะมีพวกมาโซคิสต์ที่สนใจรับความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่องหรือไม่?
นักเรียนที่เห็นชื่อของพวกเขาปรากฏได้ย้ายไปที่วงแหวนการต่อสู้ด้านหน้าเพื่อเริ่มการต่อสู้ครั้งแรก