POWER AND WEALTH (พลังและความมั่งคั่ง) - ตอนที่ 646 ฉันจะรอ!
EP 646 ฉันจะรอ!
เสียงของลมพัดอ่อนปลิวสไวในบรรยากาศที่รื่นรม
ดงซูบินขับรถไปที่สํานักงานของเมืองเกาอันเพราะเขามีส่วนร่วมในการติดตามผลในช่วงบ่าย
ด้วย ดังนั้นทางเมืองเกาอันจึงขอให้เขาไปที่นั่นเพื่อซักถามประเด็นต่างๆตามปกติ
หลังจากติดต่อที่จุดประชาสัมพันธ์แล้วเจ้าหน้าที่จากกองที่ 3 ได้พาตัวดงซูบินเข้าไปในบริเวณนั้นและในสํานักงานได้ถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของดงซูบินในตอนบ่ายโดยละเอียดซึ่งก็เป็นข้อมูลทั่วไปดงซูบินเองก็รู้ดีว่าจะพูดอะไรโดยธรรมชาติและตอบไปในแนวทางเดียวกับที่เสี่ยวหยางบอกเขาไว้ก่อนหน้านี้โดยบอกว่าเขาได้พบกับเสี่ยวหยางในตอนบ่ายแต่ไม่ได้เข้าไปในรถของหัวหน้าเสี่ยวสําหรับสาเหตุที่หลิวกังพยายามจะสอดแนมเขาเป็นเพราะเขาเป็นลูกน้อง
ของเสี่ยวหยาง กล่าวว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่ามีคนพยายามสอดแนมเขาอยู่อีกด้วยและไม่รู้ว่ามันเกิดปัญหาอะไรอยู่เบื้องลึกเบื้อหลังหรือเปล่าเนื่องจากดงซูบินเองเป็นอดีตลูกน้องเก่าของเสี่ยว
หยางอีกทั้งเธอยังเป็นหัวหน้าของแผนกความมั่นคงแห่งชาติด้วย และก็ค่อนข้างจะสนิทสนมกับดงซูบิน
หลังจากนั้นไม่กี่นาทีคําถามทั้งหมดก็ถูกถาม
ดงซูบิน กล่าวว่า: “หลิวกังและผังตาปิงก็อยู่ที่นี่ด้วยใช่ไหม””พวกเขายังถูกสอบปากคําอยู่” เจ้าหน้าที่ของกองที่ 3 ตอบเขา
“นั่นสินะ” ดงซูบินพูดว่า: “ขอผมแวะไปดูพวกเขาหน่อยจะได้ผมเองก็อยากรู้ว่าสาเหตุใดทําไมพวกเขาถึงอยากติดตามผมกันแน่ หรือมันมีวัตถุประสงค์อื่น”
ครับ”
เจ้าหน้าที่คนนั้นลังเล“ผมอาจจะต้องคุยกับทางหน่วยนั้นก่อนต้องถามทางหัวหน้าก่อนนะ
“โอเค รบกวนด้วยนะ”
“ด้วยความยินดี รอสักครู่” “ที่นี้สูบบุหรี่ที่นี่ได้มั้ย”
“ครับ” เจ้าหน้าที่หันหลังเดินออกไป
ดงซูบินยิบบุหรี่ขึ้นมา ทันทีที่เขาจุดบุหรี่โทรศัพท์ก็ดังขึ้นทันทีที่เขาดูหมายเลขมันเป็นเบอร์บ้านและเขาจ่าเขาไม่ได้เขาจึงตอบว่า “สวัสดีดงซูบินถือสายอยู่”
“ท่านเลขาซูบินผมเองครับตงไห่เทาจากสํานักข่าวหนานกิงที่เราเพิ่งคุยโทรศัพท์กันไป”
“โอ้ประธานตง เกิดอะไรขึ้น”
“ผมเองพึงรู้จากเพื่อนที่อยู่ที่เกาอันเรื่องของหลิวกังและผังตาปิง เราเองสงสัยว่าคนเหล่านั้นอาจเป็นสายลับผมเองก็พึงเห็นหลักฐานและน่าจะเป็นความจริงท่านเลขาซูบินผมเองต้องขอโทษสําหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมขอโทษคุณในนามของสํานักข่าวหนานกิงด้วยเราไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนไม่เช่นนั้นเราจะหยุดพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายของพวกเขาก่อนหน้านี้อย่างแน่นอนหลังจากหารือในที่ประชุม ผลการลงโทษออกมาแล้วโดยหลิวกังและผังตาปิงถูกไล่ออกซึ่งจะมีผลทันทีมีรายงานมาด้วยว่าเขาก็จะถูกไล่ออกจากการเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ด้วย”
นําเสียงของตงไห่เทาจริงใจมาก
ทั้งคู่เลยอย่างงั้นเลยหรอ?ผลลัพธ์ออกมาเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก!
ดงซูบินพยักหน้าเล็กน้อย “ประธานตงฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับผลการลงโทษของหน่วยงานของคุณขยะแบบนี้ควรถูกไล่ออกจริงๆ ไม่อย่างนั้นมันจะทําให้นักข่าวเสื่อมเสียแต่การรายงานข่าวช่วงเข้าล่ะมันก็ยังอยู่จริงไหม?”
ตงไห่เทาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนก็จะเงียบไปสักพักและพูดต่อว่า “ข่าวที่เสนอไปนั้น….เราจะตรวจสอบความจริงของข่าวทันที หากมีการรายงานเท็จเราจะดําเนินการแก้ไขที่สอดคล้องกันเมื่อ
จ่าเป็นเรา และจะต้องขอโทษต่อสาธารณะในหนังสือพิมพ์”
“โอเค!”
หลังจากวางสายดงซูบินยังคงพอใจกับการจัดการสํานักข่าวหนานกิงมากเขายังรู้ว่าผู้กระทําผิดคือผังตาปิงและหลิวกังแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ทั้งหมดว่าทั้งหมดเป็นความผิดของสองคนนั้นเพียงอย่างเดียวตงไห่เทาและผู้บริหารหนังสือพิมพ์ระดับสูงอื่น ๆ หากไม่มีการยินยอมจากระดับอาวุโสของหนังสือพิมพ์รายงานบางส่วนจะไม่ถูกตีพิมพ์แต่อย่างน้อย 80%ของการติดตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตงไห่เทาและคนอื่นๆ ดังนั้นตงไห่เทา
ไม่ได้วางแผนที่จะตอบคําถามเหล่านี้เพราะถ้าพูดอะไรไปมากกว่านี้ก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสํานักพิมพ์ไปไหนทันที
ผ่านไปไม่นานเจ้าหน้าที่ก็กลับมา
ดงซูบินบีบบุหรี่ “ได้เรื่องยังไงบ้างครับ?”
ชายคนนั้นฮัมเสียง”ผู้อํานวยการบอกว่าให้ผมพาตัวคุณไปพบกับผังตาปิงและหลิวกังคุณอยากจะไปพบใครก่อนครับ?” หลังจาก
คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ดงซูบินก็พูดว่า:”หลิวกังอย่างไรต้องรบคุณด้วย”
…ภายในห้อง
หลิวกังเองก็นั่งอยู่ที่นั่นแล้วสีหน้าของดูเย็นชาและการแสดงออกของเขาหงุดหงิดเล็กน้อยหลังจากที่เจ้าหน้าที่มาส่งดงซูบินเข้ามา เขาอาจได๋ให้คำแนะนําข้างต้นและกล่าวว่า “เลขาซูบินทางเราจะขอรออยู่ข้างนอกถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นให้แจ้งเราได้เลย”เจ้าหน้าที่เองเห็นร่างกายที่ตัวเล็กจึงคิดว่าเขาอาจจะถูกทําร้ายได้และกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ทําร้ายกันได้ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งขอแนะนําไว้ข้างต้น
ดงซูบินกล่าวว่า: “โอเค ขอบคุณ” เมื่อ
ประตูปิดลง ตอนนี้เหลือเพียงดงซูบินและหลิวกังเท่านั้นที่ถูกทิ้งไว้ในห้องฉากนี้ทําให้หลิวกังเห็นอีกครั้งว่าความสัมพันธ์ระหว่างดงซูบินและเสี่ยวหยางนั้นไม่ธรรมดามิฉะนั้นคนธรรมดาจะมาที่นี่ได้อย่างไร แม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงยังต้องขออนุญาตยกใหญ่และทา งกัวอันก็จะห้ามมิให้เข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ซึ่งที่นี้มีการบริการจัดการที่เป็นอิสระอีกทั้งสํานักงาน
แห่งนี้มีอํานาจมากล้นที่จะไม่ต้องเกรงใจหน่วยงานไหนเลย เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หลิวกังก็จ้องไปที่ดวงตาของดงซูบินอย่างจดจ่อ”ฉันจะออกไปได้เมื่อไหร่!”
ดงซูบิน พูดอย่างว่างเปล่า: “คุณต้องถามตัวเองเรื่องนี้เมื่อไหร่คุณจะอธิบายปัญหาให้ชัดเจนเมื่อไหร่คุณจะพูดถึงเรื่องจริง? ”
หลิวกังพูดด้วยความโกรธ”!?!? “ฉันเองก็พูดสิ่งที่ควรพูดไปหมดแล้วและไม่ได้มีเจตนาคิดร้ายใดๆสิ่งที่ฉันทําก็คือทําไปตามหน้าที่ คุณเองมันเป็นหลอกหลวงคุณเองก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ!ดงซูบินกล่าวอย่างเย็นชา!กล่าวว่า:”ฉันหลอกลวงคุณตั้งหากที่เป็นพวกหลอกหลวงหลิวกัง!จําได้ไหมว่าก่อนหน้านี้คุณพูดอะไรเอาไว้บ๊ะคุณแทบจะไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่าเรื่องในเป็นเรื่องจริงเรื่องในเป็นเรื่องเท็จและเขียนข่าวตามอําเภอใจใส่ร้ายฉันเหรอนี้ยังไม่เรียกว่าหลอก หลวงอีกอย่างงั้นหรอ!คุณตวาดใส่ฉันตั้งแต่แรกฉันเองไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้อีกต่อไปและนี้คุณยังพยายามหาเรื่องใส่ร้ายฉันเพิ่มไปอีก?มองมาที่ฉันดงซูบินผู้นี้เคยไปทําอะไรให้คุณไม่
พอใจก่อนหน้านี้ไหมตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องชดใช้สิ่งที่คุณทําผิดไป!”ดงซูบินแสดงแววตาที่ชั่วร้ายออกมา
หลิวกังเองก็โกรธมากจนอยากจะกระโดดไปซัดหน้าดงซูบิน
“อ้อ ฉันลืมพูดบางอย่าง” ดงซูบิน กล่าวอย่างเฉยเมย:“ประธานตงของคุณเพิ่งบอกฉันว่าสํานักข่าวหนานกิงได้กําหนดโทษสองเท่ากับคุณแล้วคุณจะไม่ได้เป็นนักข่าวจากหนานกิงอีกต่อไปถ้าคุณยังไม่หยุดอนาคตการเป็นนักข่าวของคุณจบแน่”
ตอนนี้สีหน้าของหลิวกังเปลี่ยนเป็นสีเขียวและดวงตาของเขาจ้องเขม็ง“ไล่ออก!?”
“….ใช่ไล่ออก คุณได้ยินไม่ผิดหรอก”
“ทาไม !” หลิวกังโกรธ
ประธานตง: “ทําไม!” ดงซูบินพูดด้วยรอยยิ้มว่า”ฉันไม่รู้ว่าคุณทําผิดกฎหมายมากเกินไปหรือเปล่าหรือเกิดอะไรขึ้น แต่การสอดแนมผู้นําของเมืองเกาอันแค่นี้ก็เพียงพอที่จะเป็นเหตุผลให้ถูกไล่ออก แล้วตอนนี้รู้หรือยังว่าฉันเป็นใคร?”
หลิวกัง ล้มตัวลงบนเก้าอี้พร้อมกับหายใจไม่ออกและปอดของเขาก็กําลังจะระเบิด .
ไม่นานหลังจากนั้นหลิวกังถูกนําตัวออกไปและผังตาปิงที่มีท่าทางเคร่งขรึมเข้ามาดงซูบินและเขาเองก็อยู่กันเพียงสองคนในห้อง
ดงซูบินมองเขาด้วยหางตาเพื่อมองเขา”คุณคงเป็นผังตาปิงสินะ?”
ผังตาปิงได้แต่นั่งลงช้าๆโดยไม่พูดอะไร
“เราเจอกันครั้งหนึ่งแต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันนานเลย?”
“…….”ผังตาปิงยังคงไม่พูดอะไร
ดงซูบินยิ้มและพูดว่า: “ท่านรองประธานผังฉันไม่เข้าใจ คุณเป็นนักข่าว คุณเองก็อยากจะหาข่าวที่มันน่าตื่นเต้นข่าวฉาวคุณจึงเลือกใส่ร้ายฉันแน่นนอนว่าครั้งแรกฉันไม่ได้ใส่ใจมันเท่าไรหรอกแต่ เมื่อมีครั้งที่สองและสามถูกต้องตอนนี้ฉันเรียกคุณว่ารองประธานผังไม่ได้แล้วเพราะเพิ่งได้ข่าวมาว่าท่านถูกไล่ออกจากสํานักงานหนังสือพิมพ์”
ผังตาปิงเย็นชาถึงแม้ปฏิกิริยาของเขาไม่ได้เทียบเท่ากับหลิวกัง แต่ตัวเขาเองก็ไม่คาดหวังว่าเขาจะโดนขนาดนี้ฉัน?
“มีเบางเรื่องที่ฉันอยากรู้”ดงซูบินมองมาที่เขาและพูดว่า”ใครเป็นคนสั่งให้คุณมาสอดแนมผังตาปิงเงยหน้าขึ้นมองแล้วพูดว่า“การทําข่าวมักจะมีมูลเสมอมิฉะนั้นนักข่าวคงจะไม่สนใจ
ประเด็นนี้ และอย่าคิดว่าคุณเองเป็นคนที่สําคัญขนาดนั้นในหนานฉาง”
ดงซูบินยิ้ม “หมายความว่าเรื่องพวกนี้คุณเองเป็นคนสั่งการหลิวกังด้วยตัวคนเดียว”
ผังตาปิงพ่นลมออกจากปาก“คุณเองยังมีศักดิ์ศรีอยู่บางไหมสิ่งที่คุณทําผิดไปคุณเองก็น่าจะรู้ตัวว่าต้องรับผิดชอบกับมัน”แน่นอนว่าผังตาปิงเองเป็นหัวหน้าของหลิวกังและไม่น่าจะเป็นไปได้ที่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นมาเพราะความกล้าของหลิวกังเองเป็นไปไม่ได้เลยสักนิดหลังจากที่มีการสั่งลงโทษหลิวกังก็ถึงกับสติแตเดิมทีบางทีเรื่องต่างๆของดงซูบินนั้นน่าจะจบลงแล้วมันจะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้แต่เพราะความพยายามเล่นข่าวของผังตาปิงจึงทําให้มันกลับมาเป็น
จุดสนใจและคิดว่านี้จะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของเขา
อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงการที่ผังตาปิงจะกลับไปทําเช่นี้อีกเขาก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้สํานักข่าวได้ไล่เขาออกจากหน่วยงานแล้วแล้วเขากลายเป็นผู้มีมลทินแล้ว แม้ว่าทางเมืองเกาอันจะไม่
เอาเรื่องเขา แต่เขาก็ไม่สามารถกับไปทํางานสื่อได้อีกต่อไปแล้ว
เพียงเพราะเขาเล่นข่าวของชายที่ชื่อส่าดงซูบินและเขารู้สึกเสียใจเล็กน้อยในใจมันคุ้มค่าหรือไม่?ไม่คุ้ม!มันไม่คุ้มค่า!
อย่างไรก็ตาม ที่ยิ่งกว่านั้นคือความเกลียดชังผังตาปิงไม่ได้คาดหวังว่าจะมาถึงจุดนี้เขาทํางานในเขตหนานฉางมาหลายปีแล้วและความสัมพันธ์ทุกด้านก็มาถึงคราวนี้ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน แต่เขาก็ต้องตะลึงที่ดงซูบินไม่ได้โต้ตอบและไม่มีแม้แต่การเคลื่อนไหวแต่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ดงซูบินท่านั้นเป็นกับดักเขาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับผู้นําของเมืองเกาอันนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของเขา!
แต่อย่างไรก็ตามนี้คือสิ่งที่ผังตาปิงตัดสินใจเองทั้งหมดตอนนี้เขาถูกไล่ออกจากงานไม่มีอะไรต้องกังวล สีหน้าของเขาดูเศร้าหมอง มองดูดงซูบินแล้วพูดว่า: “คุณคงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนฉันเคยได้ยินมาว่าคณะกรรมการวินัยเขตหนานฉาง กํลังตรวจสอบ เหตุการณ์การทําร้ายร่างกายที่หยานไท,ดงซูบินคุณไม่รอดแน่ ”
ค่าพูดเหล่านี้ทําให้ ดงซูบินยืนยันความคิดของเขาในกรณีนี้มีความเป็นไปได้สูงที่ซูชินหลง
หัวหน้าแผนกองค์กรของหนานฉางจะรับผิดชอบเรื่องนี้
สายตาของดงซูบินเต็มไปด้วยความสุข”คุณอาจไม่รู้จักฉันฉันเป็นใคร ฉันไม่เคยกลัวใครเลยมีคนต้องการกําจัดฉันมากมายฉันโอเค และฉันยินดีมาก” ดงซูบินยืนขึ้น ยื่นมือออกมาแล้วตบ
เบาๆ ไปที่บ่าของผังตาปิง”ถ้าได้ออกไปเร็วก็บอกคนข้างหลังว่าฉันจะรอ!”