POWER AND WEALTH (พลังและความมั่งคั่ง) - ตอนที่ 638 ไร้จรรยาบรรณ!
EP 638 ไร้จรรยาบรรณ!
หนึ่งชั่วโมง…
สองชั่วโมง…
สามชั่วโมง…
เหตุการณ์ที่ในการกล่าวหาว่าดงซูบินได้ทําร้ายเด็กนักเรียนในโรงเรียนได้แพร่กระจายผ่าน
หนานกิงมอร์นิ่งโพสแต่หลังจากรอมาทั้งเช้า ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ ในเขตนั้นในขณะนี้ ซึ่งท่าให้ดงซูบินผ่อนคลายเล็กน้อย ถอนหายใจ
ในทันใดนั้นเบอร์ของเสี่ยวหยาง ผู้อํานวยการสํานักงานความมั่นคงแห่งรัฐระดับเทศบาล ก็ปรากฏขึ้นบนโทรศัพท์มือถือของ ดงซูบิน
ดงซูบิน รีบยื่นมือออกมาเพื่อตอบ “สวัสดีครับ หัวหน้า … ไม่ใช่สิพี่เสี่ยวหยาง
เสี่ยวหยาง ยิ้มเบา ๆ ที่ปลายอีกด้าน: “ฉันเพิ่งอ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้าโดยบังเอิญ ดูเหมือนนายจะก่อเรื่องอีกแล้ว?”
‘ พอดีว่าจริงๆแล้วมันมีเหตุผล” ดงซูบิน สูดหายใจเข้า: “พอดีว่าที่โรงเรียนหยานไทมี นักเรียนเกเรสองสามคนมาแกล้ง ลูกบุญธรรมของผม ทั้งทําร้ายร่างกายและให้คุกเข่าคานเหมือนสุนัขอีกทั้งยังบังคับให้เห่าเหมือนสุนัขอีกด้วย ผมเองจะทนได้อย่างไร ดังนั้นผมจึงตอนสอนบทเรียนเด็กพวกนั้นหน่อย และดูเหมือนหนานกิงมอร์นิ่งเองนั้นก็จมูกไว้มากๆ อีกทั้งการเสนอข่าวของสํานักงานข่าวนี้ สาเหตุและผลกระทบและเน้นเขียนเชิงลบ มันแสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกนั้น พยายามจะดิสเครดิตผม และสํานักข่าวนี้เป็นสํานักข่าวที่ขาดคุณธรรมจริงๆ อีกทั้งพยายามเสนอข่าวเกินจริงอีกด้วย
“นี้มันจะเกินไปแล้ว” เสี่ยวหยางขมวดคิ้ว” “ฉันอ่านข่าวแล้ว ถ้อยค่าค่อนข้างรุนแรง นายไปท่าอะไรให้คนพวกนั้นไม่พอใจอย่างงั้นหรอ? ”
เมื่อได้ยินเรื่องก็ทําให้ดงซูบินนั้นอารมณ์ร้อนขึ้นมาทันที “ผมทําให้คนพวกนั้นไม่พอใจอย่างงั้นหรอ? ผมเองยังไม่รู้จักสํานักข่าวพวกนั้นด้วยซ้ํา ครั้งล่าสุดหนานกิงมอร์นิ่งพยายามจะใส่ร้ายผม พวกเขาพยายามตีข่าวว่าผมไปทําร้ายร่างกายคนอื่นโดยไม่มีเหตุผล คุณเคยได้ยินเรื่องนี้ไหม เห็นได้ชัดว่าพ่อค้าพวกนั้นทําผิดกฎหมาย อีกทั้งคนพวกนั้นมีอาวุธเต็มมือ สิ่งที่ผมตอบโต้ไป เหตุผลก็แค่ต้องการลูกน้องของผม แต่สํานักข่าวแห่งนี้กับเขียนข่าวที่ไรจรรยบรรณออกมา?
สํานักพิมพ์นั้นแทบจะไม่ได้เขียนเกี่ยวกับการกระทําผิดของพวกพ่อค้าเลย อีกทั้งยังไม่ได้พูดถึงเรื่องอาวุธด้วยซ้ํามีแต่บอกว่าผมเป็นคนเริ่มทําร้ายคนเหล่านั้น นี้มันไร้สาระเอามากๆ? เขียนข่าวแบบนี้ได้ยังไง? และในตอนนี้ยังมาเขียนข่าวว่าผมทําร้ายเด็กพวกนั้นอย่างไม่มีเหตุผลอีก! ”
แน่นอนว่าถ้าเป็นคนอื่นคงจะไม่เจอเรื่องแบบนี้อย่างแน่นอน
แต่นั้นไม่ใช่สําหรับดงซูบิน
อันที่จริงเรื่องราวทุกอย่างได้คลี่คลายไปแล้ว แต่ดงซูบินกับถูกกลั่นแกล้งจากสํานักข่าวหนานกิง มันเลยทําให้ดงซูบินถอนหายใจออกมา
“พี่สาวเสี่ยวหยางตอนนี้คุณยุ่งอยู่หรือเปล่า” ดงซูบินถาม เสี่ยวหยางยิ้มและพูดว่า: ” สําหรับนายแล้วล่ะก็มีธุระอะไรสําคัญหรือเปล่า”
” “คุณช่วยผมค้นหาที่อยู่ของหลิวกังนักข่าวของสํานักข่าวหนานกิงมอร์นิ่งและประธานผังตาปิงได้ไหม? ดูเหมือนเขาพึ่งจะมารับตําแหน่งในสํานักข่าวแห่งนี้, ดูเหมือนว่าเขาต้องมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับข้าวราชการของเฟิงโจวอย่างแน่นอน “, “เสี่ยวหยางนั้นเป็นผู้มีอํานาจดูแลของสํานักความมั่นคงแห่งรัฐเทศบาลซึ่งเป็นผู้นําตราบเท่าที่อยู่ในเขตแดนของเมือง
เฟินโจ มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะค้นหาข้อมูลเหล่านี้ ?อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นการละเมิดหลักการสําหรับข้อมูลส่วนตัว .
อย่างไรก็ตามเสี่ยวหยางเองก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้น: “ฉันเข้าใจแล้ว ”
…”ขอบคุณครับ”
“ยังไงฉันจะติดต่อนายไปอีกครั้งนะ”
ผ่านไปสิบหน้าที่เสี่ยวหยางก็โทรกลับมาพร้อมข้อมูล และเธอด้ตรวจสอบที่อยู่บ้านของหลิงกังและ ผังตาปิง ตลอดจนข้อมูลรายละเอียดอื่นๆ รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง พวกเขาเป็นญาติกัน ถึงแม้ว่าอายุจะต่างกันเล็กน้อย ตาปิงเป็นลูกพี่ลูกน้องของหลิวกัง
พี่น้องกันอย่างงั้นหรอ?
แสดงว่า….? ?
ดงซูบินมองดูข้อมูลของชายสองคนด้วยสายตาที่สงบ สงสัยว่าจะเริ่มต้นสืบเรื่องนี้อย่างไร แต่ถึงอย่างงั้นถ้าเขาไม่ทําอะไรเลยมันก็เหมือนเขาเพิกเฉยต่อปัญหาในครั้งนี้และอีกฝ่ายคงจะได้ใจ!
ในเวลาเดียวกัน.
สํานักข่าวหนานกิงมอร์นิ่งสํานักงานใหญ่
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง โทรศัพท์บนโต๊ะโทรมาอย่างรวดเร็ว
ประธานผังยื่นมือออกมาและโทรหาหวังจื้อหลง ผู้อํานวยการสํานักงานการศึกษามณฑลหยานไท”นี่ผู้อําานวยการหาวงเกิดอะไรขึ้น”
หวางจื้อหลงพูดอย่างโกรธเคืองว่า “พี่ผัง คุณสะดวกไหม?”
ผังตาปิงเหล่ตาและพูดว่า “โอ้ เกิดอะไรขึ้น?”
“คุณพูดอะไร คุณเขียนอะไรในหนังสือพิมพ์ตอนเช้าของวันนี้” หวางจื้อหลงตบโต๊ะพร้อมกับโทรศัพท์
“อ๋อ เรื่องนี้ ฉันไม่รู้รายละเอียดของต้นฉบับเลย มันเป็นส่วนของแผนกข่าวเป็นคนเล่นข่าว” ผังตาปีงาแสร้งทําเป็นไม่รู้เรื่อง
หวางจ๋อหลง
พูดอย่างโกรธเคือง”พี่พัง เรารู้จักกันมาห้าหรือหกปีแล้ว ทําไมคุณถึงหักหลังผมเช่นนี้” ผังตาปิง ยิ้มและพูดว่า “มันไม่เกี่ยวอะไรกับฉันจริงๆ ผู้อํานวยการหวางอย่าโมโหเลยฉันไม่กล้าหักหลังนายหรอก ครั้งล่าสุดที่ฉันโทรหา คุณพูดเองไม่ใช่หรอว่าชายที่ชื่อดงซูบินนั้นทําร้ายร่างกายคนอื่น แม้แต่ถิงถิงซึ่งยังเด็กอยู่ก็ไม่เว้น และมีการรายงานข่าวเรื่องนี้ก็ถูกต้องแล้ว แกะดําตัวนี้ต้องถูกเปิดเผยถึงความเลว นี่เป็นหน้าที่ของนักข่าวของเราด้วย ”
จะบ้าหรือยังไง!
ก่อนหน้านี้คุณเองก็อยากจะให้ฉันเล่นข่าวนี้? คุณเป็นอะไร คุณ! ?
หวางจื้อหลงโมโหมากจนไม่สามารถพูดได้ และวางสายอย่างใจร้อน เขาและตาปิงรู้จักกัน และพวกแต่ไม่รู้ว่าทั้งคู่สนิทกันขนาดไหน ครั้งสุดท้ายที่หวางจือหลงโทรหาผังตาปิง เพราะเขาไม่รู้ว่าดงซูบินมีอิทธิพลมากขนาดไหน และเพียงต้องการถามข้อมูลเบื้องต้นจากเขาเท่านั้น โดยไม่คิดว่าผังตาปิงจะเอาเรื่องนี้มาทําข่าวอีกทั้งยังไม่ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับเขาเลย และข้อความใน ข่าวก็สุดโต่งจนหวางจื้อหลงแทบจะอ่านหนังสือพิมพ์หลังจากอ่านจบ . แทบจะฉีกมันออกแน่นอน เขาไม่ต้องการให้เหตุการณ์นี้ปรากฏในหนังสือพิมพ์
หวางจื้อหลงนั้นยอมแพ้กับดงซูบินแล้ว เขารู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าละอาย เพราะรู้ว่าดงซูบินเป็นคู่หมั่นกับนายกเทศมนตรีเสี่ยว? และเรื่องนี้ก็ได้คุยกันเรียบร้อย แต่ผังตาปิงกําลังทําให้เรื่องนี้กลาย เป็นเรื่องใหญ่ขึ้น ตอนนี้หวางจื้อหลงอายมาก จากข่าวของสํานักข่าวหนานกิงมอร์นิ่ง, ตอนนี้หวางจื้อหลงรู้แล้วว่าจะพายุลูกใหญ่กําลังมาแต่เขาไม่รู้ว่ามันจะมาในรูปแบบนไหน และแม้ว่าคนอื่นจะไม่สงสัยว่า หวางจื้อหลงนั้นเป็นต้นเรื่องของข่าวนี้ เหตุการณ์นีในครั้งนี้มันน่าเกลียดเกินไป ถึง
แม้มันจะเป็นเรื่องภายในโรงเรียนและจะเกี่ยวกับหวางถึงถึงแต่เพราะหวางจื้อหลงนั้นเป็นถึงผู้อ่านวยการสํานักการศึกษาข่าวนี้ทําให้เขาดูไม่ดี ถ้ามันสร้างปัญหาจริงๆ โทษที่เขาจะโดนนั้นถ้าโทษเบาก็แค่โดนตําหนิแต่ถ้ารุนแรงก็อาจโดนไล่ออกได้. หวางจื้อหลงเห็นถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นมาชัดเจน
มันต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังนี้แน่!
ผู้บริหารระดับสูงอย่างเขาโดนกลั่นแกล้ง! หรือว่าสํานักข่าวนี้เป็นคู่อริกับ ดงซูบิน!
ซึ่งหวางจื้อหลงเองไม่ชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เลยสําหรับสํานักข่าวที่คาดจรรยาบรรณเช่นนี้
ตัวเขาก็รับไม่ได้เช่นกัน!
ในอีกด้านหนึ่ดงซูบินคาดการณ์ว่าการที่ข่าวนี้ออกมาน่าจะมีคนคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง?
หากมีบุคคลดังกล่าวบุคคลที่น่าสงสัยที่สุดคือซูชินหลงหัวหน้าแผนกองค์กรเขตหนานฉางอย่างไม่ต้องสงสัย ดงซูบินทําร้ายลูกชายของเขาและลูกชายของเขาโดนไปอยู่ที่ศูนย์กักกันและรัฐมนตรีซูชินหลงเองก็ถูกทัณฑ์บนและซูชินหลงก็ไม่มีปากมีเสียงกับความผิดนี้
ซูชินหลง…
“ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว”
หลิวกัง … ”
ดงซูบินพร้อมที่จะสอนบทเรียนให้กับสํานักข่าวแห่งนี้อย่างแน่นอน!