POWER AND WEALTH (พลังและความมั่งคั่ง) - ตอนที่ 632 ผ้านม่านสีขุ่น!
EP 632 ผ้านม่านสีขุ่น!
ในช่วงกลางคืน.
พระจันทร์ถูกล้อมรอบด้วยหมอก มันดูลึกลับและสวยงาม
ที่บ้านของครอบครัวของคณะกรรมการพรรคหยานไท่ ดงซูบินที่กําลังเมา มาเคาะประตูบ้านของเสี่ยวหลานและเดินตัวเซเข้าไป
เสี่ยวหลานที่อยู่ในห้องยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “ทําไมคุณเมามากขนาดนี้?” “ผมเองไม่ได้ดื่มนานสภาพผมเลยเป็นแบบนี้เลย”
“นั่งลงและตั้งสติก่อน” เสี่ยวหลานช่วยดงซูบินก่อนที่จะพาเขาไปนั่งที่โซฟา”คุณมาที่นี้ได้อย่างไรกัน? ขับรถ?”
ดงซูบิน คว้าถ้วยและดื่มน้ําสองสามจิบ
เสี่ยวหลานยิ้มและพูดว่า: “เลขาของฉันบอกเรื่องของคุณให้กับฉันแล้วนะ?
“พวกเขาตั้งหากที่เป็นคนผิด พวกเขาเริ่มก่อนก็สมควรแล้วที่จะต้องโดนแบบนั้น”
“ยังจะซ่าอยู่อีก ฉันจะพาคุณไปอาบน้ํา” ดูเหมือนดงซูบินจะเมามาก และ เสี่ยวหลานก็แทบจะแบกเขาไม่ไหงว
เธอได้กลิ่นแอลกอฮอล์ของดงซูบินเลยแสร้งทําเป็นพูดว่า: “นี้มันน่าอายจริง ที่ต้องให้คุณมาช่วยผมเช่นนี้เดียวผมจะไปต้มน้ําให้” เสี่ยวหลานเหลือบมองเขา ยืนนิ่งและยิ้มและพูดว่า: “ไม่ต้องเลย เดียวฉันจัดการเรื่องนี้เอง” ”
“ผมกลัวว่าคุณจะลําบากคุณที่ต้องไปต้มน้ําให้ผม คุณแค่บอกผมว่าเครื่องทําน้ําอุ่นของคุณหางานยังไง”
“หยุดเลยนะคุณเพียงแค่นอนนิ่งๆไม่ต้องวุ่นวายก็พอ” เสี่ยวหลานหันหลังและเดินเข้าไปในห้องน้าอย่างเร่งรีบ
ดงซูบินเอนกายบนโซฟาถูเปลือกตา ก่อนที่เขาจะรู้สึกเวียนหัวเอามาก เขาจุดบุหรี่และเริ่มสูบบุหรี่ ดูเหมือนว่าช่วงอาหารเย็นของดงซูบินที่ผ่านมานั่นดงซูบินจะทานเยอะไปหน่อย เนื่องจากเขานัดเพื่อนร่วมงานของเขาไว้หลายคน
ดูเหมือนดงซูบินจะลืมเรื่องปัญหาที่เขาพึงเผชิญมาไปหมดแล้ว ดงซูบินมีความสุขมากกับอาหารมื้อเย็นที่ผ่านมา เนื่องจากเขาดื่มหนักเพื่อล้ําลึกถึงความหลังที่เคยทํางานที่นี้มาก่อน สิบนาทีต่อมา
ในห้องนํ้าดงซูบินนอนลงอย่างสบายในอ่างอาบน้ําและฮัมเพลงเล็กน้อย
ทันใดนั้น ทันทีที่ประตูห้องน้ําเปิดออก เสี่ยวหลานก็เดินเข้าไปภายใต้การจ้องมองของดงซูบินและถอดผ้าเช็ดตัวที่
เธอถือไว้ที่แขนของเธอยื่นออกจากม่านพลาสติกและก็ปิดลง “ไมต้องคิดอะไรมากเข้ามาสิ” นอกม่านพลาสติก เงาของพี่สาวเสี่ยว มองเห็นได้จาง ๆ
แค่ฟังเสียงหัวเราะของเธอว่า “จะปิดไว้ทําไม เขินหรือยังไง” ดงซูบินหน้าแดง “ไม่ได้ปิดสักหน่อย” มีเสียงดังขึ้นในห้องน้ํา “ฉันเตรียมแปรงสีฟันอันใหม่ให้คุณแล้ว” .
หมายความว่า?”
“ต้องขอโทษพี่สาวเสี่ยวด้วยเพราะเมื่อเช้าผมไมได้นําแปรงสีฟันติดไม้ติดมือมาด้วย ต้องขอบคุณพี่สาวเสี่ยวด้วย”
“ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ”
ดงซูบินนั้นชอบมารบกวนเสี่ยวหลานอยู่บ่อยๆสมัยอยู่หยานไททําให้เธอสามารถเดาได้ว่าดงซูบินน่าจะมาหาเธอและไม่ได้เตรียมอะไรมาด้วย อีกทั้งผ้าเช็ดตัวเธอก็เตรียมให้กับดงซูบิน ในทันใดที่เขาเข้ามาห้องน้ําสีหน้าของดงซูบินก็ยังแสดงความเคอะเขินออกมา และเขารีบเข้าไป อาบน้ําอย่างรวดเร็ว โดยไม่คาดคิดเสี่ยวหลานจะยังไม่ออกไปจากห้องน้ํา เธอสวมผ้าเช็ดตัวและแปรงสีฟันสวมรองเท้าแตะขยับสองสามครั้งทําให้เกิดเสียงกรอบแกรบและเสียงการแปรงฟันมา
จากนอกม่านก็ดังขึ้นมา
กูลูกูลู เสียงน้ํายาบ้วนปากดังขึ้น
ผ่านไปซักพักดงซูบินถามว่า: “นี้คุณยังไม่เสร็จอีกหรอ?” “โอ้ คุณเร่งฉันอย่างงั้นหรอ?”
“ป่าวผมไม่ได้เร่งคุณเลย”
“คงอีกสักพักฉันยังต้องทําอีกหลายอย่างเลย” เสี่ยวหลานหยิบผ้าเช็ดตัวออกมาหลังผ่านไปสิบนาที พี่สาวเสี่ยวเองก็ยังพูดไม่จบ ดูเหมือนเธอจะเช็ดอะไรบางอย่าง
ดงซูบิน ตบหน้าผากของเขาอย่างช่วยไม่ได้ คิดถึง เกิงโยฮวา เธอใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการอาบน้ํา แล้วมองไปที่พี่สาวเสี่ยวที่แปรงฟันและล้างฟัน ซึ่งมันนานกว่า 20 นาที แค่ล้างหน้าแปรงฟัน ก็เกินแล้ว
ความเร็วในการอาบน้ําของทั้งสองคนนั้นต่างกันมาก
ดงซูบินยืนยันอีกครั้งว่าม่านแน่นหนา และภายในก็มองไม่เห็นจากภายนอกอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงเริ่มทาโลชั่นทาตัวบนร่างกายของเขาด้วยความมั่นใจ
ดูเหมือนระหว่างผ้าม่าน ทั้งสองต่างก็ยุ่งกับเรื่องของตัวเอง
“แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” เสี่ยวหลานที่อยู่ข้างนอกพูดขึ้นมาทันที
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ดงซูบินยิ้ม “ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว หลังจากช่วงกลางวัน โรงเรียนก็ไล่หวางถิงถิงออกแล้วและคนอื่นๆ ออก หวางจื้อหลงไม่รู้ว่าเขาได้ยินอะไรจากที่ไหน เขาจึงพาลูกสาวมาหาเราในตอนบ่าย และก็ทําการขอโทษ แน่นอนถ้าดงซูบินเป็นครอบครัวธรรมดาคงจะไม่มีวันเห็นภาพนี้ แน่นอนว่าดงซูบินไม่ได้อ้างชื่อเสี่ยวหลานเลย, หวางจื้อหลงเองคงจะเป็นห่วงเรื่อง
ตําาแหน่งของเขาในสํานักงานการศึกษา
“เรื่องทุกอย่างถูกจัดการง่ายดายจริงๆ”
” มันง่ายอย่างงั้นหรอ? ”
จริงๆแล้วการย้ายหวางจื้อหลงนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย ดงซูบินรู้เรื่องนี้ การที่เขามีปัญหากับผู้อํานวยการหวางจริง ๆ เพราะทางเทศมนณฑจัดการกับเจ้าหน้าที่และสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ไปรายคนอยู่แล้วนั้นก็รวมถึงหัวหน้าสํานักเทศมณฑลและผู้บริหารสํานักความมั่นคงสาธารณะ ผู้นําอาวุโสที่มีอิทธิพลยิ่งใหญ่อยู่แล้ว นั้นก็สะท้อนแล้วว่าใครเป็นคนมีอิทธิพลมากสุดในทีนี้? เมืองเพิ่งส่งคนมาที่เขตของเรา แต่ไม่กี่วันก่อนที่พวกเขาเข้ารับตําแหน่ง แต่กลับจะสร้างปัญหาเสียแล้ว? คงไม่มีใครอยากเขาไปยุ่งเรื่องเล็กๆเหล่านี้หรอก? เพราะมันไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ยิ่งกว่านั้น
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเด็ก มันไม่จําเป็นจะต้องถึงมือพี่สาวเสี่ยวของในการจัดการกับหวางจื้อหลงแค่สิ่งที่ลงเรียนสั่งทําโทษลูกของเขาก็น่าจะเพียงพอแล้ว?
“ตอนแรกฉันคิดว่าคุณตะโกนใส่เขา แต่เขากับยอมแพ้คุณง่ายๆ?” ดงซูบิน ฮัมเพลง: “เรื่องนี้คุณต้องระวังไว้?”
“มีเรื่องอะไรที่ต้องระวัง?”
“หวางจื่อหลงอย่างไรล่ะ”
“อย่างงั้นหรอ?”
“ผมแค่เตือนคุณไว้ คนอย่างผู้อํานวยการหวางจื้อหลง ถึงแม้เขาอาจจะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของคุณก็จริงแต่ก็ไว้ใจหมอนี้ไม่ได้อยู่ดี”
“ก็… แล้วอาการของเซียวเซียวเป็นอย่างไรบางล่ะ”
“บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ตอนนี้อาการเธอดีขึ้นมาแล้ว”
“ถ้าฉันเองจ๋าไม่ผิดแม่ของเธอคือหยูเหมยเซียวใช่ไหม อดีตเลขาประจําตัวของคุณ ”
“ใช่ คนที่คุณพบที่งานศพปลอมๆของผม”
“ครั้งสุดท้ายที่คุณไปเกาหลีใต้ในช่วงตรุษจีน เกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่า? ดูเหมือนคุณจะสนิทสนมกับเธอมากเหมือนเป็รครอบครัวเดียวกันเลย ? ”
“เมื่อได้ยินแบบนี้ดงซูบินเองรู้สึกผิด แล้วบอกว่า”เปล่าครับ”
. จริงเหรอ” ดูเหมือนเสี่ยวหลานนั้นจะสามารถจับน้ําเสียงของดงซูบินได้
“ผมเองสงสารพวกเธอ เพราะชีวิตของทั้งสองคนนั้นผ่านความายากลําบากมามากมาย ผมเองก็ช่วยได้เท่าที่ผมช่วยได้” ดงซูบินเองก็รู้ว่า เสี่ยวหลานนั้นฉลาดขนาดไหน ดงซูบินกลัวว่าเธอจะขุดคุ้ยเรื่องของเขากับหยูเหมยเซียว ดงซูบินจึงพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย “ทําไมคุณยังไม่ซักผ้าอีก
ล่ะ เกือบจะสามทุ่มแล้วนี้”
“ฉันก็รอคุณด้วยนั้นแหละ” “รอผมด้วย” ทําไมล่ะ?”
‘ถ้ายังไงซักผ้าเสร็จแล้วคุณไปเอาถุงเท้าของคุณมาด้วยฉันเองก็จะซักทีเดียวเลย’ ดูเหมือน เวลามันก็ดึกมาพอควรแล้ว เสี่ยวหลานเองก็หาวออกมา ดูเหมือนดงซูบินก็จะเห็นภาพนั้นหลังม่าน ”
“ดูเหมือนจะง่วงนอนแล้ว” ดงซูบินกลอกตาและพูดว่า “จะซักถุงเท้าในกะละมังเนี่ยนะ? มันจะเปลื่องน่าหรือเปล่า ”
“พอดีมันมีกะละงมังน้ําอันเดียว”
“อันที่จริงคุณก็ย้ายที่นี้มาเป็นปีแล้วแต่ทําไมไม่ซื้อเครื่องซักผ้าล่ะ ‘
“พอดีฉันวุ่นมาก จนไม่มีเวลาไปซื้อของพวกนั้นเลย” ดูเหมือนเสี่ยวหลานเธอจะเริ่มง่วงจริงๆ
ดงซูบินรู้ว่าเสี่ยวหลานนั้นงานเยอะมาก และดูน้ําเสียงเธอเหมือนจะง่วงแล้ว เขาจึงอาสาทันที”เดียวผมซักต่อให้เอง”
“ดูเหมือนฉันจะเป็นหวัดนะ ฉันเลยอยากจะอุ่นเท้าก่อนเข้านอนสักหน่อย”
“ถ้าอย่างงั้นคุณจะทานยาสักหน่อยไหม”1
แน่นอนว่าผู้หญิงนั้นมักจะเอาใจยาก ดงซูบินเองก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ เพราะยิ่งเป็นเสี่ยวหลานด้วยแล้ว เธอเป็นผู้หญิงที่เกิดในครอบครัวใหญ่ อีกทั้งสิ่งที่เธอทําจะต้องพิเศษกว่าคนปกติไปเสียหมด นั่นรวมถึงรูปลักษณ์ที่ทรงเสน่ห์ของเธอ ก็เช่นกัน มันเลยทําให้ดงซูบินมองทีไรก็ไม่ได้ดูเบื่อเธอเลย ถ้าเสี่ยวหลานคุกเข่าลงบนเตียงเหมือนลูกสุนัขเมื่อเธอแต่งงานในอนาคต ดงซูบินสาบานเลยว่าจะสร้างคืนนั้นให้เป็นคืนแห่งความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อน ดูเหมือนว่าดงซูบินจะหมกมุ่นกับเรื่องนี้เอามากๆเลยทีเดียว!
“ถ้าคุณเหนื่อยแล้วก็ควรรีบอาบน้ําให้เสร็จและรีบเข้านอนไปพักผ่อน” ดงซูบินเอนหลังในอ่างอาบนํา “อะแฮ่ม วางเท้าลงดีไหม”
เธอยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างงั้นฉันขอเอาเท้าเข้าไปแช่ในกะละมังก่อนล่ะกัน”
“เอาสิ ได้เลย”
“ถ้าเช่นนั้นฉันจะขอแช่เท้าก่อน อย่าดึงม่านออกมาล่ะ”ดูเหมือนเธอเองยังซักผ้าไม่เสร็จไม่นานหลังจากนั้น ม่านพลาสติกก็ลอยขึ้นเล็กน้อย และเสียงของการเหยียบเก้าอี้ข้างนอกก็ดังขึ้น และร่างของเธอก็วาบขึ้น เสี่ยวหลานก้มลงนั่งราวกับว่าเธอกําลังท่าที่เธอกําลังถอดถุงน่องยังไงยังงั้น
“โอเค”
“โอเค”
ช่องว่างที่ม่านถูกเปิดออกเล็กน้อย เท้าขาวและผิวดูอันละเอียดอ่อนสองข้างค่อยๆ บีบเข้ามา และน่าอกของเธอก็ปรากฏขึ้นเช่นกัน มันดูอวบอิ่ม วางมันลงในกะละมังน้ําอุ่น ๆ และลงไปถึงกัน ทันใดนั้น เหมือนว่าดงซูบินสัมผัสได้ถึงก้นของเธอ อาการคันนั้นหายวับไป และดงซูบินถึงกับทําตัวไม่ถูก
หน้าอกเธอสวยจริงๆ
หน้าอกเธอนั้นเป็นทรงสวยงามทําให้ดงซูบินละสายไปจากตรงนั้นไม่ได้
สีม่านอ่อน ทําให้เห็นเพียงเรือนร่างของเสี่ยวหลานเพียงเท่านั้นที่สะท้อนบนนั้น ขอบม่านแนบชิดกับหน้าอกของเสี่ยวหลานแต่อย่างไรก็ตามมันก็เป็นเพียงเงาที่สะท้อนออกมาจากผ้าม่าน ดงซูบินจําได้ว่าเสี่ยวหลานเองน่าจะคุ้มผ้าเช็ดตัวแล้ว แต่ทําไมดงซูบินยังเห็นรูปทรงของหน้าอกเธอได้ แทนทีเขาน่าจะเห็นเป็นทรงของ
ผ้าเช็ดตัวหรือเสื้อคุมอาบน้ําแทน ดงซูบินไม่แน่ใจว่า เสี่ยวหลานถอดออกทั้งหมดหรือใส่เสื้อชั้นในอยู่
เธอจะได้ใส่ชั้นในอยู่ไหมนะ?
แต่ถ้าใส่อยู่นั้นจะเห็นเป็นรูปทรง หรือขอบของชั้นในสิ?
หัวใจของดงซูบินเริ่มเต้นแรง เขาไอ และทําได้แต่ก้มหน้าลงอย่างลับๆ และมองอย่างระมัดระวังไปที่รูปทรงหน้าออกของเธอ
ฉันไม่รู้ว่าเสี่ยวหลานสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวหลังม่านหรือไม่ แต่หน้าออกของเธอนั้นมีดีงามจริงๆ แต่ด้วยช่องว่างระหว่างม่านมันแคบเกินไป ทําให้ดงซูบินเห็นภายนอกได้ไม่ชัดเจน
มันแคบเกินไป!
ดงซูบินพึมพําในใจและต้องถอยออกมาถูโลชั่นอาบน้ําบนร่างกายของเขาในขณะที่พึมพัมชม
หน้าอกของเสี่ยวหลาน และยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว โดยทําท่าทีเหมือนกําลังจะจับหน้าออกของหญิงสาวด้วยความตื่นกระหาย ! .