POWER AND WEALTH (พลังและความมั่งคั่ง) - ตอนที่ 627 เทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่!
EP 627 เทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่!
ภายนอกห้องเรียน
ชั้นสองทางเดิน
ตอนนี้หวางจื้อหลงตื่นตากับความจริงที่ว่าลูกสาวของเขาถูกทําร้าย ผู้อํานวยการโรงเรียนเอง ถูกหวางจื้อหลงระเบิดอารมณ์ใส่ และเฉียนตงก็ถอนกําลังตํารวจหลายคนออกไปเช่นกันเขาหรอ”
“ผู้อ่านวยการหวางได้รายงานเรื่องไปยังสํานักแล้ว ไปกันเถอะ” เฉียนตงกล่าวกับลูกน้องของเหล่าตํารวจตกตะลึงเช่นกัน “ตอนนี้เขากําลังรายงานเรื่องนี้ไปที่สํานักงานตํารวจอย่างงั้น
“ถึงแม้พวกเขาจะสามารถจัดการเรื่องตรงหน้าได้แต่ก็ไม่ใช่การการันตีว่าผู้อ่านวยการซูบินจะหยุดเอาเรื่อง หวางถิงถิง นั้นก็หมายถึงว่าดงซูบินยืนยันว่าทางโรงเรียนต้องไล่เธอออกสินะ? ซึ่งเขาคงไม่ต้องการให้หวางถิงถิงเป็นนักเรียนของที่นี้ต่อไปอย่างแน่นอน”
ในความเป็นจริงมันไม่ใช่เรื่องยากเลยสําหรับพวกเขาที่จะลงโทษหวางถิงถิง แต่หลังจากได้ยินทัศนคติของหวางจื้อหลงทําให้หลายคนก็ยังสับสนอยู่บ้างเล็กน้อย
เฉียนตงเองก็คิดไม่ออกว่าจะทําอย่างไร ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ผู้อํานวยการของโรงเรียน อันที่จริง พวกเขาสองคนรู้จักกันมานานแล้ว “คุณว่าผู้อํานวยการหวางจริงๆ ไม่เข้าใจเรื่องนี้จริงๆหรอ”
ผู้อําานวยการโรงเรียนได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น “ผมเองก็ไม่เข้าใจเรื่องนี้ บางทีอาจมีบางเรื่องที่พวกเราไม่เข้าใจก็ได้”
เฉียนตงเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อไป
คิดว่าดงซูบินคือใครกัน? ในมณฑลหยานไทมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ไม่รู้จักเขา แต่ก็ไม่น่าแปลก ในนี้เป็นครั้งแรกที่หวางจื้อหลงรู้จักกับดงซูบิน เพราะดงซูบินถูกย้ายไปอยู่ในเมืองแล้วใน ตอนนั้น เป็นเรื่องปกติหวางจื้อหลงจะไม่รู้จักเขา แต่ถ้าหวางจื้อหลงได้รู้จักับดงซูบินจริงเขาคงจะ
ต้องเสียใจสิ่งที่เขาทําไปแน่นอน แน่นอนว่าทั้งสองคนรู้ดีว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง และแสร้งทําเป็นไม่เข้าใจ เพราะนี้คือความขัดแย้งของพวกตําแหน่งสูง เฉียนตงและผู้อํานวยการโรงเรียนรู้ดีว่าสิ่งที่พวกเขาทําได้คือการอยู่เงียบๆ ปล่อยให้เรื่องดําเนินต่อไป พวกเขารู้ดีว่าหวางจื้อหลงเองจะไม่ ยอมเรื่องนี้อย่างแน่นอน สิ่งที่น่าติดตามต่อไปก็คือจะเป็นอย่างไร ถ้าหวางจื้อหลงถูกดงซูบินจัดการ? ดังนั้นผู้อํานวยการโรงเรียน คลิกลิ้นและไม่พูดอะไรอีก ถ้าผู้อ่านวยการหวางทําอะไรโง่ๆลงไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเขาคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ เขาไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หวางจื้อหลงเองก็รู้สึกได้ว่าเรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆอย่างแน่นนอน
ถึงแม้ว่าการทําร้ายร่างกายครูและนักเรียนที่ดงซูบินทําลงไปจะไม่เหมาะสมเท่าไรก็ตาม แต่อย่างน้อยก็มีเหตุผลอยู่บ้าง หวางถิงถิงและแก๊งค์ของเธอ แกล้ง หยูเซียวเซียวเกินขอบเขต พวกเธอยังวางวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ผู้อื่นเห็น และการกระทํานั้นรุนแรงมากเกินไป บทลงโทษให้ไล่ออกนั้นถือว่ายังน้อยเกินด้วยซ้ํา แต่ผู้อํานวยการซูบินเองก็ได้ให้ข้อเสนอที่เบาลงแล้ว และขอเพียงพวกเธอขอโทษและดําเนินการกักขังเพื่อคุมประพฤติ แต่ด้วยด้วยอํานาจของหวางจื้อหลงในอนาคตมันง่ายที่จะเพิกถอนการลงโทษทางวินัยนี้ แค่การยอมเสียหน้านิดหน่อย ใครกันจะยอมให้ลูกสาวเป็นคนร้ายจริงไหม? นอกจากนี้เรื่องค่ารักษาพยาบาลก็ไม่ได้มากมายขนาดนั้น ตราบใดที่แต่ละคนยอมก้าวปัญหาจะได้รับการแก้ไข
ซึ่งหวางจื้อหลงไม่ยอมเรื่องนี้อย่างแน่นอน! นอกจากนี้เขาดันกลับเลือกที่จะไปแจ้งความที่สํานักงานตํารวจ!
เขาเองไม่เพียงแต่ไม่ยอมให้ลูกสาวขอโทษ เขาไม่ยอมให้ใครมาลงโทษลูกสาวของเขาเลย
และยังพูดอีกว่าหยูเซียวเซียวเป็นคนเริ่มก่อเรื่องก่อนทั้งๆที่ดูวีดีโอแล้ว แสดงว่าคุณต้องการเปิดศึกกับดงซูบินจริงๆสินะ? นี่มันมากเกินไปแล้ว คิดว่าการแกล้งของลูกสาวคุณมันเบาขนาดนั้นเลยหรอ? อย่าพูดว่าคุณหวางจื้อหลงไม่ได้ดํารงตําแหน่งมาหลายวันแล้ว แม้ว่าเซียงดาวเลขาธิการ พรรคเขตจะคิดมากกับดงซูบิน เลขาธิการเซียงก็ต้องคิดดูคุณหวางจื้อหลงมีอํานาจพอกับเลขาธิการเซียงหรือไม่? ไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่? คุณไม่รู้หรือว่าพฤติกรรมของลูกสาวคุณแย่แค่ไหน?
หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วเฉียนตงรู้สึกว่าหวางจื้อหลง อาจไม่รู้ว่าดงซูบินเป็นใคร หรือเขาตาแดงจริงๆ ที่ลูกสาวของเขาถูกทําร้าย คิดว่าการที่ผู้นําระดับสูงถูกย้ายไปแล้ว เขาจะไม่เหลืออำนาจที่นี้เลยหรือยังไงกัน?
แน่นอนสําหรับคนอื่นอาจเป็นเช่นนั้น แต่นั้นไม่ใช่สําหรับดงซูบิน?
เฉียนตง ไม่สนใจ เนื่องจากหวางจื้อหลงเลือกที่จะวิ่งเข้าไปความตายเอง แน่นอนไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้
ไม่นานหลังจากเรื่องที่โรงเรียนผ่านไป
ห้องพยาบาล
คําขาดของหวางจื้อหลงไปถึงหูของดงซูบิน มันทําให้ดงซูบิน ตกใจและทําให้ดงซูบินโกรธมาก ดีที่หวางจื้อหลงยังไว้หน้าของเลขาธิการดวนอยู่บาง เลขาธิการดวนพยายามแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด ? ไม่ได้วางแผนที่จะทําให้ลูกสาวของคุณขอโทษ? ไม่คิดจะลงโทษลูกสาวเหรอ? ตรงกันข้ามกับบอกว่าเซียวเซียวเป็นคนเริ่มก่อน? อีกทั้งยังจะเอาเรื่องเธออีก?
เลิกบ้าได้แล้ว!
เรื่องนี้มันน่าไม่อายจริงๆ! คิดว่าตัวเองยังมีความเป็นมนุษย์อยู่ไหม? ?
ตอนนี้ภายในใจของดงซูบินนั้นเดือดดานเอามากๆ และเขาก็อ่านจากอารมณ์ของหวางจื้อหลงนี้เคยชินกับการกดขี่ผู้อื่นมาก่อน ดังนั้นเขาจึงหยิ่งเพราะเขาเป็นผู้อํานวยการสํานักการศึกษา?
ตกลง! คุณนี้เก่งจริงๆ! แต่คิดหรอว่าคนของคุณจะช่วยอะไรคุณได้ในสถานการณ์เช่นนี้? ถ้าพวกเขาไม่ได้อยู่ในหยานไท? คนพวกนั้นจะเอาอะไรมากดดันฉัน ? มีความสุขไปเถอะช่วงเวลานี้! ฉันโคตรอยากดูเลยใครจะบดขยี้ใครได้
“คุณลุงพอเถอะค่ะ เราลืมเรื่องนี้ไปเถอะ” หยูเซียวเซียวเม้มปาก ดงซูบินจับผมของเธอ “ลืมมันไปหรอ คงจะไม่ได้หรอก!”
ดงซูบินรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาและโทรหาดวนเซินกัง”สวัสดีครับ เลขาดวนไม่ใช่ว่าผมจะไม่ให้หน้าเธอ ตอนนี้ผู้อํานวยการ หวางเขาพยายามกร่างเอามากๆ ผมเองก็ยื่นขอเสนอไปให้เขาแล้ว คือการให้ลูกของเขาขอโทษหยูเซียวเซียว ผมก็จะไม่เอาเรื่อง แต่เขากลับไม่เห็นด้วย เขายังบอกด้วยว่าลูกสาวของเขาเองทําร้ายหยูเซียวเซียวมันต้องเหตุผล ทั้งๆที่หยูเซียวเซียวถูกทําร้ายและถูกประจาน ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล คิดว่าผมทนกับเรื่องนี้ได้อย่างงั้นหรอ”
ใครก็ตามที่มีสายตาที่ฉลาดสามารถเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นดวนเซินกังขมวดคิ้วเมื่อได้ยินมันหวางจื้อหลงกําลังหาอะไร!
“เข้าใจแล้ว” ดวนเซินกังไม่ชักชวนเขาอีก
หลังจากวางสายที่นี่ ดงซูบินก็โทรอีกสองสามสายในทันที
ในฐานะผู้อําานวยการสํานักการศึกษา เขาเห็นแต่ประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น ? อีกทั้งพยายามเข้าข้างลูกสาวทั้งๆที่ลูกสาวของเขาผิด?
ถ้าอย่างนั้นดงซูบินจะดูแลเรื่องสํานักการศึกษาให้คุณเอง!
หลังจากวางสายดงซูบินดึงหยูเซียวเซียวออกจากห้องพยาบาล “ไปเถอะ ได้เวลากินข้าวแล้ว” ในทางเดิน เจ้าหน้าที่ตํารวจหลายคนจากสํานักงานตํารวจได้ขึ้นไปชั้นบนแล้วด้วยใบหน้าที่ดูไม่ดีนัก ใบหน้า ตํารวจ เจ้าหน้าที่ทุกคนนิ่งเฉย ไม่อยากมา ไม่อยากมาจริง ๆ แต่ตอนนี้มีคนแจ้งความแล้ว แจ้งความว่าเป็นเหตุทําร้ายร่างกาย มีอีกทั้งคนแจ้งยังเป็นถึงผู้บริหารมณฑลอีกด้วย
ถ้าไม่มา .
“ผู้อ่านวยซูบิน” หัวหน้าตํารวจถอนหายใจ: “ผมอยากสอบสวนอะไรบางอย่างกับคุณ
ดงซูบินไม่ได้พูด และส่งพวกเขาโดยจับมือของหยูเซียวเซียวและเดินลงบันไดไปจนสุดทาง โดยไม่มีเจตนาที่จะถูกสอบสวน
เจ้าหน้าที่ตํารวจมองหน้ากันอย่างตกตะลึง
แต่ด้วยคนจํานวนมากที่มีอยู่ ไม่มีใครกล้าบังคับดงซูบิน
ฉายาพระเจ้าของเขาดังสนั่น นั้นร่วมถึงอิทธิพลของดงซูบินนั้นไม่ธรรมดาสําหรับสํานักงานตํารวจที่นี่ด้วย แล้วใครกันจะกล้าเข้าจับกุมเขา? บังคับสอบปากคํา? พูดตามตรง เจ้าหน้าที่ตํารวจเหล่านี้ไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงมองดู ดงซูบินเดินห่างไกลๆไปเนรื่อยๆ ฉากนี้เห็นโดยหวางจื้อหลงซึ่งเพิ่งเดินออกจากสํานักงาน เขาโมโหจนไม่รู้จะโมโหอย่างไรแล้ว เขากําลังจะดุเจ้าหน้าที่ตํารวจว่าไม่ทําอะไรเลย แต่จู่ๆก็หยุด และเขาก็สูดลมหายใจเข้าในใจ
มันไม่ถูกต้อง.
มีอะไรผิดปกติ!
ตอนนี้หวางจื้อหลงได้ตระหนักถึงท่าทีที่ละเอียดอ่อนของผู้อื่นที่มีต่อดงซูบินในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม มันก็สายเกินไปแล้ว