POWER AND WEALTH (พลังและความมั่งคั่ง) - ตอนที่ 601 หาโรงเรียนให้กับเฉิงเฉิง
- Home
- All Mangas
- POWER AND WEALTH (พลังและความมั่งคั่ง)
- ตอนที่ 601 หาโรงเรียนให้กับเฉิงเฉิง
EP 601 หาโรงเรียนให้กับเฉิงเฉิง
ยามบ่าย. ประตูหน้าบ้านเป็นรั้วขนาดใหญ่
ตอนนี้ดงซูบินทิ้งรถคาเยนให้กับพวกเธอขับและกระเป๋าเดินทางทั้งหมดอยู่ในรถ ในขณะนี้ดงซูบินแต่งกายเบา ๆ หลังจากแยกจากโจวหยินหยู และหวังหยูริน แล้วดงซูบินก็เอื้อมมือออกไป และนั่งแท็กซี่ข้างถนนแล้วขับรถไป ตรงไปยังบ้านของพ่อแม่ของฉูหยวนแน่นอน จุดประสงค์อีกอย่างของการมาปักกิ่งครั้งนี้คือการได้เจอฉูหยวนและลูกของเขา เขาไม่ได้เจอเธอมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว ซึ่งเหลือเวลาแค่สี่เดือนฉูหยวนก็จะถึงกําหนดคลอดแล้ว
ในรถแท็กซี่ดงซูบินนั้นกําลังโทรหาฉูหยวน
มีเสียงที่นุ่มนวลดังขึ้นมานั้นคือเสียงของจูหยวน เสียงปลายสายดังขึ้นที่อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ “สวัสดี”
“นี้ใครกันค่ะ” ดงซูบินยิ้มอย่างอบอุ่น: “นี้เธอจ่าแบอร์โทรศัพท์ของฉันไม่ได้หรือยังไงกัน?” “นั้นซูบินอย่างงั้นหรอ” ดูเหมือนฉูหยวนเองดูเหมือนจะแปลกในที่วันนี้ดงซูบินโทรหาเธอ
จากนั้นดงซูบินก็ได้ยินเสียงของแม่ของจูหยวนที่ปลายอีกด้านหนึ่ง “ฉูหยวนลูกคุยอยู่กับใคร
เพื่อเก่าที่ทํางานของลูกหรอ “เสียงฝีเท้าดังและเสียประตูก็ปิดลง”พอดีมีเรื่องนิดหน่อยนะ”
ดงซูบินค่อยๆกระซิบ:”เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?
ฉูหยวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม:” พ่อแม่ของฉันกําลังเห่อลูกของนายใหญ่เลย”
“จริงเหรอ” ดงซูบินสูดลมหายใจเข้าก่อนที่ฉูหยวนจะกล่าวว่า “ช่วงสองสามวันนี้ พ่อแม่ของฉันพยายามถามฉันถึงเรื่องของพ่อของเด็ก ว่าเมื่อไรพวกเขาจะได้เจอพ่อของเด็กสักที อีกทั้งพวกเขาก็ถามถึงเรื่องการแต่งงาน ตามข้อตกลงแล้วมันยังต้องผ่านไปอีกห้าถึงหกปี ถึงเราทั้งคู่ จะพูดเรื่องนี้กัน ฉันเลยต้องพยายามโกหกพ่อกับแม่ฉันไปก่อนว่าตอนนี้ตัวฉันยังไม่พร้อมพูดเรื่องนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดงซูบินถึงกับเหงื่อตก “ถ้าอย่างงั้นฉันเองก็ควรไปหาเธอ ตอนนี้ฉันอยู่ที่ปักกิ่ง และอีก 10 นาทีจะถึงบ้านเธอแล้ว” “
“ช่วงนี้นายไม่ควรมาที่นี้ เดียวมันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ไปอีก” “ฉันใกล้จะถึงแล้ว ถ้าอย่างนั้นเธอช่วยออกมาเจอฉันหน่อยได้ไหม”
“ช่วงนี้พวกเขาตัวติดฉันเอามากๆ และยิ่งเป็นช่วงกลางวันฉันแทบจะออกไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ได้เลย ตอนนี้ป้าของฉัน0ลงไปข้างล่างแล้ว ดูเหมือนทั้งคู่จะเห่อหลานชายในท้องฉันเอามากๆเลย นายมาปักกิ่งมาทํางานหรือเปล่าแล้วจะกลับเมื่อไรล่ะ? ถ้าอย่างั้นช่วงดึกฉันอาจจะออกไปเจอนายได้
“เธอต้องการอย่างงั้นหรอ ช่วงดึกๆ”
“ใช่ แต่ช่วงกลางวันนี้ไม่ได้จริงๆ”
ดงซูบินถึงกับเซง” ถ้าอย่างงั้นเราค่อยเจอกันอีกที่ตอนดึกๆก็ได้
“ ถ้าไม่มีอะไรแล้วเดียวฉันจะต้องไปฉีดวัคซีน ถ้ายังไงเดียวเราค่อยคุยกันนะ” “นี่” ดงซูบินดูเหมือนจะมีคําถามจะถามฉูหยวน “พอดีฉันมีอีกหนึ่งเรื่อง?”
“เอาไว้ค่อยคุยกันได้ไหม?”
“หน้าอกของเธอต้องใหญ่ขึ้นด้วยสินะ!”
ฉูหยวนเธอดุดงซูบินทันทีถึงแม้ว่าเธอจะรู้ว่านี้เป็นการพูดล้อเล่นก็ตาม “ตาบ้านี้!”ดงซูบินยิ้ม:
“คืนนี้ฉันจะรอเธอ ฉันคงจะอยู่ที่ห้องตั้งแต่บ่ายเลยพอดีว่าฉันเอารถของฉันให้ลูกน้องของฉันเอาไปใช้ก่อน และกว่าพวกนั้นจะกลับก็คงจะเย็น ถ้าอย่างงั้นฉันจะขอยืมใช้รถของเธอก่อนล่ะกัน” “ได้สิ ถ้ายังไงก็ขับระวังๆล่ะ”
“เข้าใจแล้ว เธอก็ด้วยนะ”
สักพักหนึ่งดงซูบินยังไม่ได้กลับไปที่พักของเขาทันที เขาให้แท๊กซี่ขับเข้าไปในซอยบ้านของพ่อและแม่ของฉูหยวน ก่อนดงซูบินจะลงจากรถที่จ่ายเงินและแอบมองไปทางซ้ายและขวา ก่อนจะแอบมองเข้าไปในบ้านของหนวน
หน้าต่างด้านบนดังเอี๊ยดเปิดออก
เห็นใบหน้าที่สวยงามของฉูหยวนปรากฏขึ้นที่หน้าต่าง จ้องมองมาที่เขา และ ฉูหยวนก็อดยิ้มไม่ได้ ยื่นมือเล็กๆที่ขาวใสดูอ่อนโยนของเธอออกมา แล้วโยนกุญแจรถลงมาจากชั้นบน มันกระแทกไปที่สนามหญ้าด้านล่าง ตกไปที่โคลนพอดี
ดงซูบินยิ้ม หยิบกุญแจขึ้นมาเช็ดโคนที่เปื้อน และชี้ไปที่ห้องฉันบน
ฉูหยวนชี้ไปทางทิศตะวันตก โบกมือให้ไปรถไปที่รถ จากนั้นโบกมือให้เขารีบไปเร็วและดูเหมือนเธอก็ยังยิ้มอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งพยายามขยับปากเหมือนจะพูดแซวดงซูบินว่า “อีตาบ้า” ดงซูบินกลอกตาจากนั้นก็ตอบรับฉูหยวน โดยการขยิบตาและท่าทางแล้วขับรถออกไป ทันทีที่ดงซูบินออกมาจากที่บ้านฉูหยวน ก็มีข้อความในโทรศัพท์ มันมาจากฉูหยวน: อย่าขับรถเร็วล่ะ แล้วเจอกันตอนกลางคืน
ดงซูบินยิ้มอย่างอบอุ่นและสัมผัสได้ถึงความสุขในใจ และเขาก็คิดไปถึงตอนเย็นที่เขาจะได้เจอกับฉูหยวนแล้ว ดงซูบินเองก็คิดถึงเธอเอามากๆ
หนึ่งชั่วโมง… สองชั่วโมง…
สามชั่วโมง…
บ่ายวันนี้ดงซูบินขับรถเบนซ์สีเงินไปทั่วปักกิ่ง ดูเหมือนว่าเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนเช่นกัน ถึงแม้ว่าดงซูบินจะเป็นคนปักกิ่งมาตั้งแต่เด็ก แต่หลายปีผ่านมานี้ เขาเองก็ไม่ได้มีเพื่อนสนิทสมัยเรียนอยู่ที่นี้เลย เพราะด้วยบุคลิกและฐานะทางครอบครัวของเขาในอดีตจึงทําให้ไม่มีเพื่อนคนใดอยากคบกับเขามากนัก อีกทั้งพ่อของดงซูบินก็มาเสียชีวิตด้วยอาการป่วยในช่วงนั้นดงซูบินอยู่ในอาการที่เศร้ามาก เลยทําให้เขาไม่ค่อยได้ติดต่อกับเพื่อนมากนักอีกทั้งเขาไม่มีญาติอยู่ที่ปักกิ่งอีกด้วย
ในช่วงตอนสี่โมงเย็น
เมื่อเขาขับรถออกจากปั๊มน้ํามัน ดงซูบินไม่มีอะไรทําจริง ๆ ดังนั้นเขาจึงโทรหาโจวหยินหยูว่า “พี่สาวโจวคุณอยู่ที่ไหน”
“ใน … ” โจวหยินหยูลังเล “ดูเหมือนว่าจะที่นะจะเรียกว่าสะพานหูฝาง”
“สะพานหูฝางหรอ คุณอยู่ส่วนไหนของสะพานหูฝาง”
“น่าจะเป็นฝั่งตะวันตก ถนนฝั่งตะวันตก”
“เอาล่ะ ถ้าอย่างงั้นรอฉันอยู่ตรงนั้นนะ เดี๋ยวเราไปทานข้าวกัน เราจะไปทานอาหารเย็นกันทีนั้น” ทันทีที่ดงซูบินขับรถไป เขาเห็นคาเยนสีดําจอดอยู่ข้างถนนหวังหยูรินยืนอยู่ข้างรถกับโจวหยินหยูใต้ร่มกันแดด กําลังรอดงซูบิน ดงซูบินเลี้ยวรถมาจอดเทียบข้างๆ เหยียบเบรก และหยุดอยู่ข้างๆพวกเธอ โจวหยินหยู และหวังหยูริน ยังไม่รู้ว่านั้นคือดงซูบิน พวกเขามองดูแท็กซี่ที่ผ่านไปมา โดยคิดว่าดงซูบินคงจะนั่งรถแท็กซี่มา จนกระทั่งดงซูบินออกมาจากรถเบนซ์ ทําให้หวังหยูรินเห็นเขาก่อนที่จเธอจะมามองดูรถเบนซ์เอสคลาสกันแบบงงๆ
นี้มันเวอร์ เพราะแค่รถคาเยนที่ดงซูบินให้พวกเธอยืมขับมันก็น่าประหลาดใจแล้ว แล้วดงซูบินยังนําเมอร์เซเดส-เบนซ์อีกคันมาจอดเทียบกับเธอ และรถคันนี้น่าจะราคาแพงกว่าคาเยนด้วยซ้ํา? ฉันอยากรู้จริงๆครอบครัวของเลขาซูบินเขาทํางานอะไรกัน ทําไมเขาถึงได้ร่ํารวยขนาดนี้?
“ตอนบ่ายคุณไปไหนกันมามา” แต่ดูเหมือนว่าพวกเธอจะไม่ได้ถามเรื่องรถที่ดงซูบินขับมาเลย “ไปห้างมาเหรอ หวังหยูรินคุณซื้อเสื้อผ้ามาเต็มเลย นี้คุณจะใส่มันหมดจริงๆหรอ?” หวังหยูรินยิ้ม “เสื้อผ้าพวกนี้มันสวยดีฉันเลยซื้อเผื่อไว้เพราะไม่ค่อยได้มาปักกิ่งบ่อยๆ” “ถ้าเช่นนั้นเราไปที่ซีตันกัน ที่นั่นดูครึกครื้นดี” โจวหยินหยูดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ดีเล็กน้อย รอยยิ้มที่แข็งกระด่างทําให้ดงซูบินรู้สึกแปลกใจ
“หือ แล้วเฉิงเฉิงล่ะ”
“อยู่ในรถ” โจวหยินหยูรีบหันหลังกลับและเรียก “ส้ม”
ทันทีที่ประตูรถเปิดออก เฉิงเฉิงเดินลงจากคาเยนน์ด้วยจมูกของเธอกระตุกร้องไห้ โจวหยินหยูรู้สึกเป็นทุกข์อยู่พักหนึ่ง แต่ก็ยังจ้องไปที่เธอ “ทําไมลูกถึงยังร้องไห้อยู่”
ดงซูบินถาม “เกิดอะไรขึ้น”
โจวหยินหยูถอนหายใจหลังจากได้ยินเรื่องนี้ “หลังจากไปที่เราแยกกันแล้ว หยูรินก็ขับรถพาเราไปที่โรงเรียนมัธยมดังๆหลายแห่งในเขตนี้ ฉันคิดโรงเรียนมัธยมเหล่านั้นน่าจะรับนักเรียนง่ายๆ แต่กลับไม่ใช้อย่างงั้นเลย และมีโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น 66 แห่งในแต่ละปีมีมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เปิดรับนักเรียน และดูเหมือนส่วนใหญ่โรงเรียนเหล่านั้นจะมีโค้วตาการรับเด็กอยู่แล้ว
ทําให้ต่อให้ทําคะแนนสูงเท่าก็ตามก็อาจจะไม่ได้เรียนที่ปักกิ่งอยู่ดี “ดงซูบินเองก็ดูแปลกใจ”
ดูเหมือนว่าการเข้ามัธยมปลายที่นี้จะไม่ง่ายเลยสินะ’
“จริงๆมันก็ยังมีโรงเรียนที่รับอยู่แต่พวกนั้นขอเงินค่าอุปถัมภ์ ซึ่งก็เป็นจํานวนเงินหลายแสนหยวน อีกทั้งมันก็ไม่ใช่โรงเรียนดังอะไรมากนักและต้องสอบเข้า ฉันเลยคิดว่าน่าจะไปเรียนมัธยมปลายที่เฟินโจวดีกว่า”
บ่ายวันนี้ โจวหยินหยูใช้เวลาในการหาที่เรียนให้กับลูกของเธอ เธอเองก็รู้สึกเครียดเพราะในฐานะผู้อํานวยการพรรคและที่ทําการรัฐบาลเขต การหาโรงเรียนในเขตเฟิงโจว เธอเพียงไปพูดคุยกับครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมในเขต ต่อให้คะแนนสอบของเฉิงเฉิงจะน้อยนิด แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่เธอจะได้เรียนที่นั้น แต่ในกรุงปักกิ่งโจวหยินหยูเองก็ไม่ได้มีตําแหน่งอะไร ดังนั้นก็ไม่มีความจําเป็นที่ครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมในปักกิ่งจะต้องเกรงใจเธอ? อีกทั้งเธอยังไม่มีเส้นสายที่นี้ เลยมีทางเดียวคือต้องผ่านขั้นตอนตามระบบทางการเท่านั้น แต่ปัญหาตอนนี้คือโจวหยินหยู ไม่สามารถผ่านขั้นตอนที่เป็นทางการ เพราะโควตาเต็มก่อนกําหนด และไม่ต้องพูดถึงโรงเรียนมัธยมชื่อดังในเขตปักกิ่งเลย เพราะโจวหยินหยูพบว่ามันยากมากที่เฉิงเฉิงจะเรียนต่อที่นี้ เฉิงเฉิงสูดลมหายใจและเริ่มร้องไห้อีกครั้ง
โจวหยินหยูรู้สึกเสียใจกับลูกสาวของเธอมาก อย่าพูดถึงความรู้สึกอึดอัดเลย ฉันเอากระเป๋ามาหมดแล้ว แต่ไม่คิดว่ามันจะยากขนาดนี้
หวังหยูรินปลอบโยน: “พี่สาวโจว ทําไมพี่ไม่ลองไปถามอีกครั้ง” โจวหยินหยูถอนหายใจ: “ฉันพยายามแล้ว แต่พวกเขาแทบจะไม่สนใจเลย อีกทั้งยังไล่ให้ฉันไปหาโรงเรียนใหม่เรื่อยๆ ” ดงซูบินรู้ตั้งแต่แรกว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ขนาดดงซูบินเองเป็นคนปักกิ่งเอง เขายังมีสิทธิสอบได้แค่สอบเข้าโรงเรียนธรรมดาเพียงเท่านั้น นับประสาอะไรกับคนต่างถิ่น ดงซูบินจึงมองไปที่เฉิงเฉิง ดงซูบินเดินไปหาเธอและลูบหัวเธอ “หนูน้อยเธอเองก็โตแล้ว หยุดร้องไห้ได้แล้ว”
เฉิงเฉิงพยายามหยุดร้อง แต่ตาของเธอยังแดงอยู่
ดงซูบินลูบหัวเบา ๆ มันทําให้เขาใจอ่อน เขาเองก็ทนไม่ไหวที่เห็นเฉิงเฉิงร้องไห้: “ถ้าอย่างงั้นเฉิงเฉิง ลุงจะช่วยหาโรงเรียนให้คุณเอง”
โจวหยินหยูรีบกล่าวว่า “จะทําเช่นนั้นได้อย่างไรกัน มันจะเป็นการรบกวนคุณเปล่าๆ….” ดงซูบินยิ้มและพูดว่า “ฉันจะลองดู แต่ฉันไม่สามารถรับประกันได้นะ”
ดงซูบินหันหลังกลับและเดินออกไปเล็กน้อยแล้วหยิบขึ้นมา โทรศัพท์ หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเสี่ยวหาวน้องชายของเสี่ยวหลาน
โทรศัพท์ผ่านทันทีที่ดังขึ้น
“ฮ่าฮ่า พี่ดงซูบิน ไอดอลของผม ทําไมวันนี้พี่ถึงโทรมาหาผม” เสี่ยวห่าวเขาเป็นคนที่ปลื้มดงซูบินมาก
ดงซูบินได้ยินและพูดว่า “ฉันอยู่ที่ปักกิ่ง ตอนนี้นายอยู่ไหนล่ะ”
“ที่โรงเรียน ผมอยู่ท่าการบ้านช่วงฤดูร้อนมาสองวันนี้ ผมเองจะปิดเทอมฤดูร้อนในสัปดาห์หน้า ผมนี้โครตเซงเลย!”
หลังจากพูดไปสองสามค่า ดงซูบินก็พูดขึ้นมาทันทีว่า: “ยังไงก็เถอะ เสี่ยวห่าว นายเรียนที่โรงเรียนมัธยมหยูไค่ใช่ไหม โรงเรียนของนายยังรับสมัครนักเรียนอยู่หรือเปล่า” “โอ้ทําไมพี่ถึงถามเรื่องนี้กันล่ะ?”
“โอ้ พอดีว่าลูกของเพื่อนร่วมงานของฉันต้องการเข้าไปเรียนที่นั้น นายพอจะมีวิธีช่วยเหลืออะไรได้บ้างไหม”
“โอ้ เรื่องนั้น ผมเองสนิทกับอาจารย์ใหญ่ของที่นี้ ขอแค่ประโยคเดียว”
ดงซูบินสงสัย “เชื่อถือได้ไหม?”
“พี่ชายไม่ต้องห่วงว่า ไว้ใจฉันได้ แล้วตอนนี้พี่อยู่ที่ไหน ถ้าอย่างนั้น ให้เขามาผมาเจอผมก็ได้
เดี๋ยวผมจัดการเรื่องนี้ให้!”