POWER AND WEALTH (พลังและความมั่งคั่ง) - ตอนที่ 594 แผนการกําจัดเกาหมิงเฟิง!
- Home
- All Mangas
- POWER AND WEALTH (พลังและความมั่งคั่ง)
- ตอนที่ 594 แผนการกําจัดเกาหมิงเฟิง!
EP 594 แผนการกําจัดเกาหมิงเฟิง!
ในช่วงเลิกงาน
แต่ท้องฟ้าก็ยังสดใสและยังมีแสงแดดส่งลงมา
บ่ายวันหนึ่ง มีบรรยากาศตึงเครียดที่สํานักงานเขตกวางหมิง ทุกคนต่างระมัดระวังในการพูด และทําสิ่งต่างๆมากขึ้น และทุกคนก็เฝ้าสังเกตการพัฒนาของสถานการณ์
ดงซูบินที่กําลังเก็บข้าวของในสํานักงานและเตรียมกลับบ้าน ได้รับโทรศัพท์ที่เรียกเข้านั้นเป็นสายจากสถานีตํารวจหนานฉาง “นั้นใช้เบอร์เลขาซูบินหรือป่าวครับ” ดงซูบินหรี่ตา “ผมเอง เกี่ยวกับเรื่องการสอบสวนหรือไหม เป็นอย่างไรบ้าง”
“ดูเหมือนเกาหมิงเฟิงและชูเซียวเหลียงก็ยังไม่กลับค่าให้การครับ”
“แล้ว ถ้าพวกเขาไม่ยอมเช่นนี้ ผมเองยังจะต้องรับโทษอยู่หรือไม่ ”
“สําหรับเรื่องนี้ ทางเราไม่พบหลักฐานที่เป็นสาระสําคัญอะไร และคําให้การของพยานทั้งสองเหมือนกัน อาจจะต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม”
“ถ้าเช่นนั้นแผลบนใบหน้าของเกามหมิงเฟิงนั้นเพียงพอที่จะเป็นหลักฐานได้หรือไม่? ”
“มันอาจยังไม่เพียงพอ เพราะมันยากที่จะพิสูจน์ได้ว่าแผลบนใบหน้าเกิดจากฝีมือของชูเซียวเหลียง”
“แล้วผลการตรวจร่างกายปลอมล่ะ? มันจะส่งผลต่อรูปคดีหรือไม่?”
“ตอนนี้เจ้าหน้าที่ของเรากําลังเดินทางไปหาชูเซียวเหลียง เพื่อไปสอบถามถึงผลการตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลหนานฉาง หากเรามีข่าว เราจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด” ” หลังวางสายโทรศัพท์ เขาก็คิดว่านี้มันก็นานมากแล้ว หมอนั้นน่าจะยังอยู่ในโรงพยาบาล แต่อย่างไรก็ตามดงซูบินก็ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับชูชินหลงและลูกชายของเขาแต่อย่างใด สุดท้ายเขาต้องไปจัดการกับเกาหมิงเฟิงก่อนแล้วค่อยมาจัดการกับสองพ่อลูกภายหลัง
แต่ฉันจะจัดการกับเกาหมิงเฟิงได้อย่างไรกัน?
เขาเป็นคณะกรรมการตรวจสอบวินัยซึ่งดงซูบินไม่สามารถสอบสวน โอนย้าย เขาได้นั้นร่วมถึง เขาไม่มีหลักฐานการให้การเท็จด้วย หากดงซูบินปฏิบัติตามขั้นตอนปกติ ดูเหมือนว่าดงซูบินจะท่าอะไรเกาหมิงเฟิงไม่ได้เลย เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเริ่ม นี่เป็นข้อเสียเปรียบที่ดงซูบินไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นําของเขตหนานฉาง ตั้งแต่เขาเข้ารับตําแหน่ง ภายใต้สถานการณ์นี้ ดงซูบินซึ่งไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหัวหน้าเขต เขาเองก็ไม่มีอํานาจใดๆเลย ไม่มีเหตุผลที่จะพูด แต่การดูเกาหมิงเฟิงพยายามกลั่นแกล้งเขาและยังใส่ร้ายเอาอีก? ตาของดงซูบินเป็นประกายเขาคิดว่าเขาจะทําอะไรไม่ได้เลยอย่างงั้น? เป็นไปได้อย่างไรในเมื่อวิธีการปกติ นั้นทําอะไรตาแก่นั้นไม่ได้ งั้นฉันจะใช้วิธีการพิเศษ ฉันจะสอนบทเรียนที่ตาแก่อย่างแกจําไปไม่มีวันลืมเลยล่ะ!
คิดจะต่อต้านฉันอย่างงั้นหรอ? มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก?
แล้วอย่าหาว่าฉันแกล้งคนแก่ล่ะกัน!
ในช่วงเย็น
อาคารหอพัก เขตกวางหมิง
หลังจากรับประทานอาหารดงซูบินกําลังนอนอยู่ข้างหน้าต่างและสูบบุหรี่ แล็ปท็อปที่อยู่ข้างหลังเขากําลังเล่นเพลงยอดนิยม และนิ้วของเขากําลังแตะจังหวะบนขอบหน้าต่าง
หนึ่งนาที…
ห้านาที…
เฟิงนาที…
ทันใดนั้น ร่างของหญิงฟู่วัยกลางคนก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตู เธอถือตะกร้าผักไว้ในมือขวา ราวกับว่าเธอเพิ่ง กลับจากซื้อผักดงซูบินรู้ว่าคนนี้คือคุณเกาภรรยาของเกาหมิงเฟิงได้ยินมาว่าเธอไม่มีงานท่าและอยู่ที่บ้านตั้งแต่ปิดโรงงานกระดุมไป
ทําไมเธอถึงมาที่นี้!
บ้านของเกาหมิงเฟิงอยู่บนชั้นสอง 201
ดงซูบินบีบก้นบุหรี่อย่างไม่เร่งรีบ ปิดเสียงเพลง เดินไปที่ประตูและคลายเกลียวประตูรักษาความปลอดภัยของเขาเอง และลงไปที่ชั้นสามครึ่ง
ตุ๊ก ตุ๊ก ตุ๊ก ตุ๊ก ตุ๊ก
เสียงฝีเท้าของคู่รักของเกาหมิงเฟิง เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ และเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น
หยุด!
เวลาหยุดลงแล้ว!
เนื่องจากเวลาที่เหลืออยู่ที่เขาเก็บไว้กําลังจะหมดลง ดงซูบินจึงเร่งฝีเท้าของเขาเล็กน้อย และลงไปชั้นล่างเพื่อดูว่าหญิงวัยกลางคนกําลังจะถือลูกบิดประตูอยู่ในมือ และกําลังจะเดินเข้าไปในบ้าน ยกมือขึ้น ที่ประตูโดยรักษาสิ่งนี้ไว้ ในท่าทาง ดงซูบินทักทายเขาทันทีเดินเข้าไป ในบ้านด้านหนึ่งมองไปรอบ ๆ และเห็นว่าเกาหมิงเฟิงกําลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ที่เขี่ยบุหรี่ตรงหน้าเขา เต็มไปด้วยก้นบุหรี่ มุมตาของดงซูบินเย็นชา เขาก้าวตรงไปยังห้องนอนใหญ่ของบ้านของเขาทันที ประตูก็แง้ม และหลังจากที่ดงซูบินเข้าไปในห้องนอน เขาก็พูดอย่างเงียบ ๆ ให้หยุด!
เวลาจะกลับคืนมา
“กลับมาแล้วเหรอ?” มันเป็นเสียงของเกาหมิงเฟิง
“นี้ก็กลับมาแล้ว ไม่เห็นหรือยังไง” น้ําเสียงของภรรยาโกรธจัด
“ทําไมถึงโกรธขนาดนั้น ค่อยๆพูดก็ได้”
“ระหว่างทางที่ฉันกลับมา คุณรู้ไหมว่าคนในหน่วยของคุณมองมาที่ฉันด้วยสายตาแบบไหนอ่า คุณไร้ประโยชน์จริงๆ! เห็นได้ชัดว่าชูเซียวเหลียงพ่ายแพ้อย่างเห็นได้ชัด! แต่คุณก็ยังไม่ยอมรับ! คุณยังทําให้เลขาซูบินขุ่นเคือง นั้นก็หมายถึงคุณกําลังเจอปัญหาใหญ่แล้ว ตอนนี้หลายคนรู้ว่า คุณให้การเท็จ!”
“ฉันยินดีที่จะพูดเช่นนั้นตั้งหาก ยังไงก็ตาม มันไม่มีหลักฐาน!”
“คุณบอกว่าคุณไม่เป็นไร แต่นั้นไม่ใช่หัวหน้าเขตของคุณ คุณกําลังทําอะไรลงไป ”
“คุณรู้อะไรไหม อ่า ฉันไม่ต้องการที่จะมีปัญหากับเลขาซูบิน ฉันยอมจะขัดกับชูชินหลงดีกว่า ลองคิดดูสิ ชูชินหลงบังคับให้ฉันใส่ร้ายองซูบิน และเขาเป็นหัวหน้าแผนกองค์กร ฉันจะทําอย่างไร คุณคิดว่าฉันยินดีที่จะให้การเป็นพยานกับชูเซียวเหลียง หรือไม่ ฉันแทบรอไม่ไหวที่จะเตะชายหนุ่มอวดดีนั่นให้ตาย!”เกาหมิงเฟิงรู้ดีว่าเขาอยู่ในห้องของเขา และเขาก็ไม่กลัวว่าจะมีใครมาได้ยิน
“แต่เห็นได้ชัดว่าเลขส.บินช่วยชีวิตคุณไว้ และคุณยัง…”
“ตอนนี้มีประโยชน์ไหม หมอนั้นแทบจะไม่ได้ช่วยให้ฉันมีหน้าที่การงานที่ดีขึ้นเลย เขา
ต้องการดึงฉันให้อยู่เคียงข้างเขาและพยายามทําให้ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเกิงเซียงนั้นแย่ลง เขาต้องมีจุดประสงค์สักอย่างแน่ๆ ฉันจําได้ว่าดงซูบินทําอะไรไว้บ้าง เมื่อพูดถึงมันแล้ว, มันน่าแปลกที่เขาเป็นใครไม่รู้แต่กับได้ขึ้นมาเป็นเลขาธิการเขตกวางหมิงทั้งที่ๆน่าจะเป็นเกิงเซียงแล้ว
เช่นนี้นฉันจะเลื่อนตําแหน่งได้อย่างไร เพราะดงซูบินเพียงคนเดียวที่ทําให้เขายังต้องอยู่ตําแหน่งนี้ ถ้าฉันสามารถฆ่าหมอนั้นได้ ฉันก็คิดว่า ฉันก็จะทํา แล้วใครจะคิดว่ามันจะเกิดข้อผิดพลาดในโรงพยาบาลชูเซียวเหลียง และถ้าฉันยอมรับก็กลายเป็นว่าฉันให้การเท็จ ตอนนี้ฉันไม่มีทางหันหลังกลับแล้ว และนี้เป็นการตัดสินชะตาระหว่างฉันกับดงซูบิน” เกาหมิงยังรู้สึกว่าเขาคํานวณผิดไปเล็กน้อย ดงซูบินไม่ได้ถูกปลดจากตําแหน่ง และการเบิกความเท็จของเขาก็เป็นเหมือนระเบิด
เวลาที่รอวันปะทุเมื่อใดก็ได้ ซึ่งทําให้เกาหมิงเฟิงไม่สบอารมณ์มากนัก
ในห้องนอน.
ดงซูบินนั้นโมโหเอามากๆ เขาคิดในใจว่า เกาหมิงเฟิงฉันจะไม่ยอมปล่อยแกรอดจากความผิดครั้งนี้แน่ ฉันคงปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว? ทั้งที่น่าจะสํานึกบุญคุณกันหน่อย? ฉันเห็นแกเหมือพี่ชาย ฉันช่วยแกต่างๆนาๆ? แต่แกกับเห็นแต่ประโยชน์ของตนเอง? มันเห็นได้ชัดเรื่องแรงกดดันที่ได้รับ
จากชูชินหลงที่มีต่อคุณเป็นเพียงเรื่องรอง คุณวางแผนที่จะกําจัดฉันตั้งแต่แรก? คิดจะแทงข้างหลังและได้เลื่อนตําแหน่งไปอย่างงั้นหรอ ? มันไม่มีวันนั้นหรอก?
แกตั้งหากที่จะต้องถูกกําจัด!
ดงซูบินเอื้อมมือไปที่มือถือของเขาและต้องการจะบันทึก จุดประสงค์ของการเข้ามาที่นี้ครั้งนี้ก็เพื่อสิ่งนี้ คําพูดของเกาหมิงเฟิง ได้ระบุคําให้การเท็จของเขาซึ่งเพียงพอที่จะใช้เป็นหลักฐาน จู่ๆดงซูบินก็คิดอะไรได้และดูเหมือนวิธีการนี้จะไม่เหมาะ หากบันทึกให้ตํารวจโดยไม่เปิดเผยตัวใคร
ก็บอกได้ว่าเขาอาจจะแต่งตัดเสียงขึ้นมาเองแล้วแอบติดตั้งเครื่องดักฟังบ้านเจ้าหน้าที่? และนี้มันเป็นวิธีที่ขี่ขลาดเกินไป อีกทั้งการให้การเท็จ เกาหมิงเฟิงก็มีเหตุผลต่างๆนาๆอ้างได้ ทําให้โทษที่เขาจะได้รับอาจไม่รุนแรงเท่าใด
อีกทั้ง แม้ว่าการบันทึกเสียงจะถูกส่งไปยังตํารวจ เกาหมิงก็สามารถพูดได้ว่าเขาเมาแล้วทําไม่ได้ ท่าทีเป็นหลงๆลืมกับสิ่งที่พูดไป คณะกรรมการตรวจสอบวินัยเองก็อาจจะรับฟังเหตุผลเหล่านั้น อีกทั้งถ้ามีเกิงเซียงอยู่เบื้องหลังอีก เกาหมิงเฟิงก็แค่จะถูกย้ายไปแผนกอื่น ซึ่งก็ยังไม่โดนไล่ออกหากหลักฐานยังห่างไกลไม่พอ .
ดังนั้นการบันทึกเสียงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด
ไม่เพียงแต่เขาไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการกําจัด เกาหมิงเฟิงได้ และดูเหมือนว่ามันจะเป็นเพียงหลักฐานที่อ่อนมากจนทําอะไรเกาหมิงเฟิงไม่ได้เลย
ตาของดงซูบินขยับและเขาก็เริ่มสงสัยว่าเขาจะเอากําจัดเกาหมิงเฟิงได้อย่างไร ? และมีวิธีไหนที่จัดการเขาได้?
แค่ฟังเสียงของบทสนทนาภายนอกที่ยังคงดําเนินต่อไป
“ดงซูบิน โอเคแล้ว หลังจากนี้คุณเป็นยังไงบ้าง”
“พูดก็พูด เป็นยังไงบ้างอย่างงั้นหรอ”
“ให้พูดเขา ยังไงเขาก็ไม่เข้าใจฉัน”
“เขาเป็นเบอร์หนึ่งของสํานักงานเลยนะ”
“คุณไม่เข้าใจสิ่งนี้ ถ้าคนอื่นโอเค แต่ ดงซูบินน่าจะไม่พอใจที่สุด ประการแรกเขาไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ เขาเข้ารับตําแหน่ง ประการที่สอง คุณ ได้ยินเรื่องงานเลี้ยงแต่งงานด้วยดงซูบิน ทําให้นายกเทศมนตรีของโยฮวาและคนรักของหวังอันชีขายหน้านั้นครั้งแรก ตอนนี้เขามีความสัมพันธ์ที่แย่มากกับทางมณฑล และยังมีเหตุผลอีกมากมาย อีกทั้งเกิงเซียงคือหัวหน้าของเขาจะไม่ปล่อยให้ดงซูบินเข้ามาแทรกแซงเพื่อย้ายฉัน ยังไม่มีหลักฐานและทางมณฑลก็ไม่เห็นด้วย” ในขณะที่เขาพูดเกาหมิงเฟิง ก็มีการแสดงออกที่ผ่อนคลายบนใบหน้าของเขาด้วยใช่แล้ว, ดงซูบินเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขารู้สึกโล่งใจเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
“ตกลงจริง ๆ เหรอ?”
“ไม่เป็นไรแน่นอน การสร้างปัญหาในครั้งนี้จะไม่เกิดผลอะไร อย่างไรก็ตาม อํานาจของดงซูบินในมณฑลนนี้ก็ยังไม่มากเท่าไร ถ้าเรื่องใหญ่ขึ้นมา ฉันจะย้ายไปที่หน่วยอื่นและเปลี่ยนเขต เพื่อหลีกเลี่ยงเขา ถึงแม้เขาจะรู้ว่าฉันย้ายไปที่ไหนแต่เขาก็ทําอะไรฉันไมได้แล้ว ลองดูสิ บางทีนี่อาจเป็นโอกาสด้วยซ้ํา ชูชินหลงเป็นหนี้ฉันในเรื่องนี้ เขาดําเนินธุรกิจในเขตหนานฉาง หลายปีมานี้ ผลการตรวจร่างกายปลอมนี้อาจจะไม่ส่งผลกระทบกับเขามากนัก หากเขาช่วยฉันถึงเวลานั้น
ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของฉันอาจจะมากขึ้น”
“อ๊ะ ได้เลื่อนตาแหน่งหรือเปล่า” ภรรยาของเขาชะงัก ไม่เชื่อเล็กน้อย เธอคิดว่ามันคงจะดีที่เขาจะไม่ถูกให้ออก อีกทั้งเขาจะได้รับการเลื่อนตําแหน่ง?
เกาหมิงเฟิง ยังแยกแยะความคิดของเขาในขณะที่พูด หลังจากคิดเกี่ยวกับมัน เขาก็ขยับเล็กน้อย ” “ฉันช่วยลูกชายของ ชูชินหลงไว้มาก เมื่อทุกอย่างผ่านไป ชูชินหลงเองจะสนับสนุนฉัน และดงซูบินก็จะเป็นเพียงเรื่องกล้วยๆที่ฉันจะเขลี่ยเขาไปเมื่อไรก็ได้ นี่เป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น! ” ดงซูบินในห้องพักเกือบหัวเราะออกมา. การให้การเท็จแล้วคิดว่าชูชินหลงจะสนับสนุนเขามัน
น่าตลกสิ้นดี. ถ้าแกต้องการเลื่อนตําแหน่งจริงก็ที่เงีบลไว้โดยไม่จําเป็นต้องพูดอะไรน่าจะดีกว่า!
ภรรยาของเขากล่าวว่า” ดูเหมือนฉันยังไม่ไว้ใจเรื่องนี้เท่าไร . ท่าทีของดงซูบินเป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้? ”
“ไม่มีอะไรหรอกมองโลกในแง่ดีเอาไว้” “เกาหมิงเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม:”ต่อให้เขาโมโหลมากขนาดไหน เขาก็ไม่ใช่หวังอันชีอยู่ดี”
“หืม ถ้าตอนนี้คนๆนั้นคือเลขาหวังล่ะก็คุณคงกลัวจนฉี่ราดไปแล้ว” “ “ทําไมฉันต้องกลัวด้วย?” “เกาหมิงเฟิงพูดอย่างไม่พอใจ:”หมอนั้นก็แค่พวกชอบเลียแข็งเลีย ขา อาศัยความสัมพันธ์ในครอบของภรรยาของเขา ไต่เต้าตําแหน่งขึ้นไป คุณคิดว่าเขามีความสามารถจริงๆ เหรอ? ฉันไม่คิดว่ามันเป็นไปได้ที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อเห็นว่าเขาถูกนายกเทศมนตรีโยฮวา กดดัน ผู้นําที่หนึ่งและสองเกือบจะเท่าเทียมกันแล้ว “
“ดูเหมือนคุณจะอิจฉาเขา”
“มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องอิจฉาเขาด้วย”
“ทั้งพื้นฐานครอบครัว และชื่อเสียงของพวกเขา และความสวยของภรรยาของเขา” “มันไม่เป็นเช่นนั้นสักหน่อย ฉันไม่ได้สนใจที่มุมหนึ่งและเดินชนกับภรรยาของหวังอันชิดู
เหมือนข้อศอกของเธอจะนุ่มมากมันเหมือนเบาะเลย หวังอันชิคงมีความสุขมากที่ได้เสพสุขกับภรรยาสุดสวยของเขา”
“นี้ทําไมคุณถึงพูดเช่นนั้นกันล่ะ นั้นมันภรรยาของหัวหน้าคุณเลยนะ ฉันเองให้ความสุขกับคุณไม่ได้หรือยังไงกัน”
“ไปเถอะ ได้เวลากินข้าวแล้ว” ”
ดูเหมือนว่า นี้จะเป็นเหมือนรหัสลับระหว่างคู่สามีภรรยาที่ใช้กันอยู่เป็นประจํา เมื่อได้ยินเสียงเช่นนั้น ก็ทําให้สายตาของดงซูบินเบิกกว้างขึ้นทันที และเขามีความคิดที่ชั่วร้ายเกิดขึ้นภายในใจของเขาทันที!.