POWER AND WEALTH (พลังและความมั่งคั่ง) - ตอนที่ 590 - พบราชาแห่งชนเผ่า
บทที่ 590 – พบราชาแห่งชนเผ่า
หลัวจากที่อยู่กับเผ่าเฮคัสมาทั้งวัน เจ่าไห่ก็พาพี่เวลส์และเยลเข้าไปในมิติอีกครั้ง เจ่าไห่ได้ ให้พวกเขาเลือกสัตว์เวทย์ที่เหมาะกับพวกเขา
ไม่นานนักพวกเขาก็เลือกสัตว์ได้แล้ว สัตว์ที่พวกเขาเลือกก็คือกระทิงและวัว ซึ่งการที่พวกเขาเลือกสัตว์ทั้งสองนี้มันคงเป็นความเหมาะสมที่สุดสําหรับพวกเขาแล้ว
แต่ก็น่าเสียดายมาก เพราะว่าสัตว์ทั้งสองที่พวกเขาได้เลือกนั้นมีความแข็งแกร่งที่น้อยมาก กระทิงมีความแข็งแกร่งในระดับที่หก วัวมีความแข็งแกร่งในระดับที่ห้าเท่านั้น
ถึงแม้จะเป็นเช่นกันก็ตาม สัตว์ทั้งสองได้รับการอัพเกรดจากมิติของเจ่าไห่แล้ว ตอนนี้กระทิงมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่แปด และวัวอยู่ในระดับที่เจ็ด สัตว์ทั้งสองนี้มีความแข็งแกร่งมากกว่าสัตว์ที่เผ่าเฮคัสใช้อยู่ในตอนนี้
เจ่าไห่ได้ให้กระทิงหนึ่งพันตัวและวัวอีกหนึ่งพันตัวให้กับเวลส์ โดยที่เจ่าไห่ได้ของให้พี่เวลส์ น่าเอากระทิงธรรมดาสองพันตัวพร้อมกับวัวอีกสองพันตัวมาแลก ซึ่งสัตว์เหล่านี้จะเป็นสัตว์ที่จะถูกส่งไปยังจักรวรรดิพุทธ ในเวลาเดียวกันเจ่าไห่ก็ยังได๋ให้เหล็กของเหล่าคนแคระกับเวลส์ ก่อนที่เขาจะเดินทางไปยังเมืองที่ราชาแห่งชนเผ่าอยู่
เมื่อจัดการทุกอย่างแล้วเจ่าไห่ก็เดินทางไปโดยใช้มิติของเขา ไม่นานนักเจ่าไห่ก็ออกมาและอยู่บนหลังของนกอินทรีย์ที่กําลังบินลงมาที่เมือง นั่นไงอาไท เขาอยู่ตรงนั้น
เมื่ออาไทได้เห็นเจ่าไห่ เขาก็เดินมาต้อนรับเจ่าไห่ทันที พร้อมกับพูดว่า “นายน้อยท่านมาถึงแล้ว เราไปขึ้นรถกันเถอะ”
เจ่าไห่มองไปที่อาไทด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “อาไทเจ้าทํางานหนักมากจริงๆ ตอนนี้ร้านค้าเป็นเช่นไรบ้าง?”
อาไทยิ้มและพูดว่า “ตอนนี้ธุรกิจกําลังไปได้สวยเลย หลังจากที่เราได้ร่วมมือกับชนเผ่าแล้ว พวกเขาจะมาหาเราก่อนหากว่าพวกเขาต้องการจะซื้ออะไร ตอนนี้เราเป็นร้านค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในทุ่งหญ้าแห่งนี้”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ดีมาก เจ้าทํางานได้ดี การทําการค้ากับชนเผ่าเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย แต่เจ้าก็จําไว้ด้วยว่าการให้ที่มากเกินไปไม่ได้เป็นการสูญเสีย แต่มันจะเป็นสิ่งที่ทําให้พวกเราได้รับความยินยอม”
อาไทยิ้มและพูดว่า “นายน้อย ข้าจะนําสิ่งที่ท่านพูดมาใช้ในการทําธุรกิจอย่างแน่นอน”
เจ่าไห่พยักหน้า จากนั้นเขาก็นั่งรถม้าเข้าไปในเมือง เข้าไปได้สักพักเจ่าไห่ก็ได้เป็นร้านลิลลี่อยู่ในนั้นด้วย เขารู้สึกดีมากๆ
แม้ว่าก่อนหน้านี้ร้านของเขาจะไปได้ด้วยดี แต่ก็ไม่ได้ดีขนาดนี้ เมื่อมาถึงที่หน้าร้านเจ่าไห่ก็เห็นว่ามีสัตว์เวทย์จํานวนมากอยู่ในร้าน เจ่าไห่เดินดูสินค้าที่ขายอยู่ในร้าน นอกจากนี้เจ่าไห่ก็เห็น อีกว่าตอนนี้มีชาวเผ่าจํานวนมากอยู่ในร้านของเขา ขณะที่กําลังคุยอยู่กับอาดาและอาเอ่อ ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้เลย
จากนั้นอาไทก็เชิญเจ่าไห่ไปนั่งก่อนและบอกให้ภรรยาของเขานําเอานมมาให้เจ่าไห่ เจ่าไม่ก็ยิ้มและพูดว่า “อาไทเจ้าไม่ต้องรบกวนภรรยาของเจ้าหรอก ข้ามาที่นี่แค่แปปเดียว ข้าจะไปพบกับราชาแห่งชนเผ่าแล้ว ข้ามีเรื่องที่จะต้องพูดคุยกับฝ่าบาท”
อาไทพยักหน้า เขาชื่นชมในตัวของเจ่าไห่มากๆ มีพ่อค้าจํานวนมากที่ได้ทําธุรกิจในทุ่งหญ้า แต่ก็ไม่ได้พ่อค้าคนไหนที่ได้พบกับราชาแห่งชนเผ่า แต่เจ่าไห่ต่างจากพวกเขาจริงๆ เพราะเขาเองสามารถเข้าไปพบกับราชาแห่งชนเผ่าได้จริงๆ
เจ่าไห่ดื่มนมพักหนึ่งก่อนที่จะเดินทางไปต่อ โดยที่อาไทได้พาเจ่าไห่ไปที่คฤหาสน์ของราชาและด้วยทหารที่รู้จักกับเจ่าไห่ พวกเขาได้พาเจ่าไห่ไปที่ที่ตรวจคนเข้าทันที
ดูเหมือนกับพวกเขาจะรู้จักกับเจ่าไห่ทั้งหมด เมื่อพวกเขาเห็นเจ่าไห่เข้ามาพวกเขาก็คํานับเจ่าไห่ หลังจากนั้นทหารคนหนึ่งก็พูดว่า “อะไรกันที่ทําให้นายน้อยเจ่าไห่มาที่นี่?”
เจ่าไห่มองและตอบกลับทันทีว่า “ข้าคนนี้อยากที่จะพบกับราชา ข้ามีเรื่องที่จะพูดคุยกับฝ่าบาท ข้าต้องรบกวนพวกท่านไปแจ้งเรื่องนี้กับราชาด้วย”
ทหารยิ้มและพูดว่า “นายน้อยโปรดรอที่นี่ ข้าจะรีบส่งคนไปแจ้งเรื่องทันที ราชาของเรารอท่านมานานแล้ว”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าปล่อยให้ฝ่าบาทรอนานแล้ว โปรดส่งคนไปให้เร็วที่สุด” หลังจากที่เจ่าไห่พูดจบ ทหารก็ได้ส่งคนไปทันที
ไม่นานนักทหารที่ไปส่งข่าวก็กลับมาก และบอกให้เจ่าไห่ตามเขาไป แต่ก่อนที่จะเดินตามไป เจ่าไห่ก็ได้ใหไวน์นมกับทหารคนละขวด
ทหารได้พาเจ่าไห่ไปที่ห้องทํางานของราชาทันที เมื่อมาถึงแล้วทหารที่อยู่หน้าประตูก็ให้เจ่าไห่เข้าไปทันที ราชาอยู่ในห้องทํางานรอเจ่าไห่อยู่แล้ว เมื่อเจ่าไห่ได้เจอกับราชาแห่งชนเผ่า เจ่าไห่ก็ค่านับทันที ราชามองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “ข้ารอเจ้ามาสองสามวันแล้ว ในที่สุดเจ้าก็มาถึงเจ้ามีข่าวดีมากบ้างไหม?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้ามีข่าวดีสําหรับฝ่าบาท ข้าได้ติดต่อกับเผ่าคนแคระและได้ทําข้อตกลง เกี่ยวกับไวน์นมไว้แล้ว พวกเขาได้ตกลงที่จะขายเหลือของพวกเขาให้กับข้า
ราชาหัวเราะออกมาดังมากๆ พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า “ดี มันดีมากๆ เลยเจ้าได้ช่วยเหลือชนเผ่าอีกแล้ว นั่งก่อนสิเล่าเรื่องทั้งหมดให้เราฟังหน่อย”
เจ่าไห่นั่งลง จากนั้นเขาก็มองไปที่ราชาและพูดว่า “ฝ่าบาท เมื่อข้าไปพบกับคนแคระ ข้าได้รับอะไรมากมายหลังจากที่ได้ไปที่นั่น ไม่ใช้แค่เรื่องของธุรกิจแต่ยังมีเรื่องอื่นๆ ด้วย” จากนั้นเจ่าไห่ก็ได้นําเอาสิ่งที่แสดงให้เป็นว่าเขาได้เป็นผู้เฒ่าจากต่างแดนของเหล่าคนแคระแล้ว
เมื่อเห็นสิ่งที่เจ่าไห่ได้นํามา เขาก็ตื่นเต้นกับสิ่งที่เขาได้เห็นมากๆ หลังจากนั้นราชาก็พยักหน้า และพูดว่า “นี่คือสัญญาลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าเป็นคนสําคัญของพวกเขาแล้ว ข้าไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะยอมรับในตัวของเจ้า นี่เป็นเรื่องที่ดีมากจริงๆ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ฝ่าบาทก็พูดเกินไป ข้าได้ไปช่วยเหลือพวกเขาและพวกเขาเองก็อยากที่จะขอบคุณข้าก็เท่านั้น จริงสิผู้เฒ่าจากเผ่าคนแคระได้ฝากจดหมายมาถึงท่านด้วย” เจ่าไห่ส่งจดหมายให้กับราชา
ราชารับจดหมายและมองมันก่อนที่จะพยักหน้า เขาเปิดจดหมายอ่านและค่อยๆ อ่านด้วยความใจเย็น ดูเหมือนว่าราชาจะให้ความสําคัญกับจดหมายนั่นมากๆ
ราชาใช้เวลาพักหนึ่งในการอ่านจดหมายที่ได้รับ แต่ในขณะที่ราชากําลังอ่านอยู่นั้น เจ่าไห่ก็มองที่ท่าทางของราชา แม้ว่าราชาจะไม่ได้แสดงอะไรออกมา แต่เจ่าไห่ก็เห็นว่าดวงตาของราชาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
หลังจากที่อ่านจบแล้ว ราชาก็วางจดหมายลงแล้วหันไปหาเจ่าไห่พร้อมกับพูดว่า “ผู้เฒ่าบิลลี่ พูดเรื่องจริงไหม? ข้าขอดูแส้ของเจ้าหน่อยได้ไหม?” เจ่าไห่พยักหน้า จากนั้นเขาก็เอาแส้ที่เอว และได้เรียกมูออกมา
ราชาถามมูเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมด จากนั้นเขาก็เอาแส่ให้กับเจ่าไห่ก่อนจะหันหน้าไปหาทหาร และพูดว่า “ออกไปดูหน่อยว่าไม่มีใครเข้ามาที่นี่ ถ้าหากว่ามีคนมาบอกพวกเขาไปว่าตอนนี้ข้าไม่ว่าง” ทหารคำนับและเดินออกจากห้องไปทันที
เมื่อทหารออกจากห้องไป ราชาก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ จดหมายนี้เป็นเรื่องจริงไหม? เทพเจ้ามีอยู่จริงๆ งั้นหรอ?”
เจ่าไห่ตอบทันที “ฝ่าบาท ข้าจะไม่โกหกเรื่องนี้ อาวุธที่อยู่กับเผ่าคนแคระมานานได้บอกเรื่องนี้กับข้า เขาบอกให้ข้าไปหาอาวุธที่เหลือทั้งหมด และที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่อหาหอกของชนเผ่า ข้าจะต้องซ่อมให้หอกกลับมาเหมือนเดิม” แม้ว่าเจ่าไห่จะรู้อยู่แล้วว่าหอกมันได้หายไปแล้ว เขาเองก็ไม่ต้องการให้ราชารู้เรื่องนี้ เนื่องจากเรื่องนี้ถูกเก็บเป็นความลับมานานมากๆ ซึ่งถ้าหากว่าเจ่าไห่ทําอะไรผิดพลาดไป ทุกอย่างที่เขาได้ทํามาอาจจะจบลงเลยก็ได้
ราชายิ้มและพูดว่า “อาวุธของเผ่ามันหากไปกว่าห้าพันปีแล้ว แม้ว่าเจ้าจะมีความสามารถ แต่ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าจะนํามันกลับมาได้”
จากนั้นเจ่าไห่ก็พูดขึ้นมาว่า “มันหายไปได้ยังไง?”
จากนั้นราชาก็ยิ้มและพูดว่า “เมื่อห้าพันปีก่อนราชาในตอนนั้นได้รําผู้คนนับหมื่นไปยังทุ่งน้ําแข็งทางเหลือพร้อมกับหอก เขาต้องการที่จะยึดครองดินแดนตรงนั้น แต่หอกกับหายไป และพวกเขาก็ได้โดนเนรเทศไปยังทุ่งน้ําแข็ง พวกเขาถูกลงโทษที่ทําหอกหายไป หากว่าพวกเขาไม่เจอ และนํากลับมาพวกเขาก็ต้องอยู่ที่นั่นไปเรื่อยๆ”
หลังจากนั้นเจ่าไห่ก็พูดว่า “มันเป็นแบบนี้นี่เอง ฝ่าบาทข้าต้องการเข้าไปที่ทุ่งน้ําแข็งและนําเอาหอกกลับมา”
เมื่อราชาได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่พูด เขาก็มองไปที่เจ่าไห่ จากนั้นท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไปและพูดว่า “นั่นมันไม่ได้เป็นความคิดที่ดีเลย ที่นั่นเป็นที่ที่อันตรายมากๆ เจ้าไม่ควรไปที่นั่น แต่ถ้าหากว่าสิ่งที่ผู้เฒ่าบิลลี่พูดเป็นความจริงว่าเจ้าจะเป็นผู้กอบกู้ทุกอย่างเจ้าก็ไม่น่าจะเป็นอะไรในทุ่งน้ําแข็งที่อันตราย”
ราชาไม่สงสัยในค่าพูดของบิลลี่ เพราะพวกเขาไม่ชอบโกหก ความจริงใจของพวกเขาเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาก
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่มีทางอื่นแล้ว ข้าคิดว่าท่านจะต้องเชื่อคําพูดของคนแคระ หากว่า อาวุธทั้งสามไม่ได้รับการซ่อมมันจะเป็นเรื่องที่ยากมากที่เราจะจัดการกับเทพเจ้า และถ้าคําทํานายของคนแคระเป็นความจริงข้าก็น่าจะออกจากที่นั่นได้อย่างปลอดภัย”
จบแล้วขอบคุณมากๆ นะครับ