Journey Towards Greatness: เกิดใหม่ในโลกโปเกมอนกับการเดินทางสู่ความยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 34
จูเลียนออกมาจากภูเขาไฟ เขาอยู่ข้างในนั้นมานานกว่าห้าชั่วโมงแล้ว
จูเลียน ‘ฉันไม่ได้คาดว่าเวลาจะผ่านไปเร็วขนาดนี้เลย ฉันเอาชนะโปเกมอนในตำนานได้แล้วหนึ่งในสาม ต่อไปฉันจะพยายามค้นหา ฟรีเซอร์ ถ้าฉันคิดถูกต้องมันต้องอยู่ที่ทวินไอซ์แลนด์’
จูเลียนไปถึงเมืองและเดินไปที่เรือเฟอร์รี่ที่เขาขึ้นมา เมื่อไปถึงที่นั่นเขาก็พบว่าเรือเฟอร์รี่กำลังจะออกเดินทางในอีกหนึ่งชั่วโมง เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีอะไรทำแล้วจึงเดินไปที่ฝั่งและรออยู่ที่นั่น ในตอนที่เขานั่งอยู่ที่ท่าเรือชายชราคนหนึ่งก็เดินมาหาเขาพร้อมกับเบ็ดตกปลาและถัง
ชายชรา “เจ้าหนุ่ม เธอมาพักร้อนที่นี่เหรอ”
จูเลียนมองไปที่ชายชราและคิดว่าเขาคงเป็นคนท้องถิ่นของเกาะนี้
จูเลียน “ไม่ครับ ผมมาที่นี่เพื่อฝึก”
ชายชรา “อา…ฉันเข้าใจแล้ว เธอต้องมาที่นี่เพื่อดูโปเกมอนในตำนานแน่ๆ”
จูเลียน “หืม คุณรู้ได้ยังไง”
ชายชรา “มีเพียงไม่กี่คนที่มาที่เกาะนี้เพื่อพักผ่อนและคนที่มาที่นี่เพื่อฝึกส่วนใหญ่ก็จะมาที่นี่เพื่อตามหาข่าวลือ หลังจากที่พวกเขามาที่นี่ก็ได้แต่บอกว่าทุกอย่างมันไม่ใช่ข่าวลือ ไฟร์ อาศัยอยู่ในภูเขาโทโมชิบิจริง มีคนเพียงไม่กี่คนในเกาะนี้ที่รู้เรื่องนี้และส่วนใหญ่ก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่จริง”
จูเลียน “ทำไมคุณถึงบอกผมล่ะ”
ชายชรา “ฉันเห็นเธอเมื่อสักครู่นี้มาจากทางภูเขาโทโมชิบิ อย่าเพิ่งยอมแพ้ง่ายๆ มีคนน้อยมากที่สามารถพบมันได้ คนที่เจอมันจะโชคดีมาก”
จูเลียน “ผมเข้าใจ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ผมพบไฟร์แล้ว”
ชายชรา “หืม ว่าอะไรนะ”
จูเลียน “ผมบอกว่าผมเจอไฟร์ในภูเขาไฟ”
ชายชรา “ยังงี้นี่เอง เธอเป็นคนที่โชคดีมากมีไม่กี่คนที่มีโอกาสแบบนี้”
ชายชราหยุดพูดและพูดต่อหลังจากนั้นไม่นาน
ชายชรา “เธอเคยไปเกาะ Navel Rock ไหม”
จูเลียน “ทำไมเหรอ มันมีอะไรพิเศษเกี่ยวกับที่นั่น”
ชายชรา “มันเป็นเพียงข่าวลือที่ฉันได้ยินมาว่ามีโปเกมอนในตำนานลูเกียและโฮโออาศัยอยู่ที่นั่น เนื่องจากเธอเป็นคนที่โชคดีเธออาจมีโอกาสได้เห็นพวกมัน แต่ฉันไม่แน่ใจว่าข่าวลือนี้เป็นจริงหรือไม่นะ”
จูเลียน ‘ใช่แล้ว ฉันลืมไปเลยแล้วเกี่ยวกับเกาะ Navel Rock บ้านของคู่หูในตำนานลูเกียและโฮโอ แต่การค้นหาพวกเขายากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด พวกเขาจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าฉันและกล่าวสวัสดีหรอก แต่ฉันคิดว่าฉันควรไปที่เกาะ Navel Rock ฉันอยากเห็นที่ที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน’
จูเลียน “ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับลุง ฉันหวังว่าคุณจะมีวันที่ดีนะ”
จูเลียนเห็นว่าเรือเฟอร์รี่กำลังจะออกจึงลุกขึ้นและจากไป เมื่อเห็นว่าจูเลียนไปแล้วชายชราก็ถอนหายใจ
ชายชรา “เด็กหนุ่มนี่ดีจังที่ได้ไปเที่ยวและสัมผัสชีวิตอย่างเต็มที่”
จูเลียนไปที่เกาะ Navel Rock เขาก็ไปถึงที่นั่นในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงในฐานะที่เป็นเกาะที่แปดของหมู่เกาะนานาชิมะ เมื่อจูเลียนไปถึงที่นั่นก็ตอนเย็นแล้วเขาจึงตัดสินใจที่จะตั้งแคมป์ใกล้ชายหาด เขานำโปเกมอนทั้งหมดออกมาและอนุญาตให้พวกมันเล่นไปรอบๆ เกียราดอสก็ทำตามปกติคือสำรวจท้องทะเลของมัน แต่คราวนี้มันไปกับคาบูโตะ ส่วนโปเกมอนอื่นๆ ของเขาก็เล่นเกมที่ใช้พลังของพวกมันทำให้ยืดหยุ่นและมีความหลากหลาย พวกมันมักจะเล่นเกมแบบนี้ด้วยการตีลูกบอลดินโดยไม่ทำลายมัน แต่บอลนั้นเคลื่อนที่เร็วมากในบางครั้งพวกมันจึงล้มเหลวบ้าง แต่พวกมันก็จะเล่นเกมนี้ต่อไปอีกครั้ง ด้วยวิธีนี้การควบคุมธาตุของพวกมันจึงเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน
จูเลียนมองไปที่โปเกมอนของเขาด้วยรอยยิ้มอย่างสนุกสนานและมองไปรอบๆ เกาะ เขาเห็นเพียงก้อนหินเล็กหินใหญ่อยู่ทุกที่ ดูเหมือนมีภูเขาอยู่ตรงกลาง
จูเลียน ‘เกาะนี้เต็มไปด้วยโขดหิน ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงเรียกมันว่าเกาะ Navel Rock แต่แม้ว่าฉันจะพบทางเข้าเพื่อเข้าไปข้างในฉันก็รู้สึกว่าจะมีเขาวงกตอยู่ที่นั่น’
เมื่อเห็นว่ามันจะค่ำในไม่ช้าเขาก็ตัดสินใจที่จะพักผ่อน ในขณะที่โปเกมอนของเขาสามารถทำทุกอย่างที่ต้องการได้เอง เมื่อเขาเข้านอนโปเกมอนของเขาก็ยังคงฝึกฝนอยู่และทันใดนั้นก็มีบางอย่างก็ส่งเสียงเรียกพวกมัน แต่พวกมันรู้สึกเหมือนเป็นเสียงจากข้างในหัว พวกมันมองไปรอบๆ เแต่ไม่มีใครอยู่ที่นั่นนอกจากจูเลียนที่กำลังหลับอยู่ เกียราดอสกลับมาพร้อมกับคาบูโตะทันใดนั้นเมื่อพวกมันมองไปรอบๆ ในที่สุดก็รู้ว่าใครเป็นคนเรียกพวกมัน นั่นคือโปเกมอนตัวน้อยที่ลอยอยู่บนอากาศมันมีลำตัวสีชมพูและมีหางยาวปิดปากราวกับว่ามันกำลังหัวเราะและสนุกสนาน แม้ว่าโปเกมอนของจูเลียนจะระวังผู้มาเยือนที่ไม่รู้จักคนนี้ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีพวกมันก็สงบลงโดยที่พวกเขาไม่รู้สึกถึงจิตมุ่งร้ายใดๆ ต่อพวกมัน จากนั้นเจ้าชมพูก็เริ่มลอยไปมาและเริ่มเล่นกับโปเกมอนของจูเลียน ในขณะที่มันสร้างฟองสบู่และเริ่มเล่นเกมเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการใช้ฟองนี้ซึ่งยากกว่าบอลปกติ หลังจากเล่นเสร็จทันใดนั้นโปเกมอนตัวนั้นก็หายไปในอากาศ เมื่อพวกมันมองไปรอบๆ ก็ได้ยินเสียงเรียก
จูเลียน “พวกนายกำลังมองหาอะไรเหรอ”
เมื่อพวกมันเห็นจูเลียนตื่นขึ้นมาพวกมันก็เริ่มทำไม้ทำมือเพื่อบอกจูเลียน แต่จูเลียนสามารถเข้าใจสัญญาณจากพวกมันได้น้อยมาก แต่เขาก็ยังสามารถคิดอะไรบางอย่างได้
จูเลียน ‘ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเล่นกับโปเกมอนที่ไม่รู้จักที่หายไปแล้ว ถ้าฉันเดาถูกเขาต้องเป็นตัวที่ตามฉันมาตลอด และจากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นฉันคิดว่าฉันรู้ว่าเขาเป็นใคร แต่ทำไมเขาถึงตามฉันมา จากสิ่งที่ฉันรู้เขาเริ่มติดตามฉันเมื่อฉันเข้าไปในป่าที่ไม่รู้จักยั่ย และเขาจะแสดงตัวเมื่อเขาต้องการ’
จูเลียน “พอแล้วพวกนายทุกคนควรไปนอน พรุ่งนี้จะเป็นอีกวันที่ยาวนาน”
ดังนั้นพวกมันจึงเข้านอนและเมื่อถึงวันรุ่งขึ้นจูเลียนก็ตื่นขึ้นมาและตัดสินใจที่จะสำรวจหินที่เหมือนภูเขา หลังจากที่เขาเข้าไปใกล้มันในที่สุดเขาก็รู้ว่าก้อนหินก้อนนี้ใหญ่แค่ไหน เขาเริ่มปีนขึ้นไปแต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ นี่ทำให้เขาผิดหวัง แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้แล้วปีนขึ้นไปและปีนขึ้นไปจนกว่าจะถึงจุดสูงสุด เมื่อเขาขึ้นไปถึงจุดสูงสุดเขาก็ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากทุ่งราบที่มีแท่นหินและบน ด้านบนเป็นขนนกที่ส่องแสงเป็นสีรุ้ง เขาเดินไปข้างหน้าและหยิบขนขึ้นมาจากนั้นเขาก็พบขี้เถ้าบางส่วนที่ส่องแสงด้วย
จูเลียน ‘ใครจะไปคิดว่าบนก้อนหินนี้จะมีขนนกโฮโอและขี้เถ้าศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าฉันจะไม่พบโปเกมอนในตำนานตัวนี้แต่อย่างน้อยก็มีขนของมัน’
จูเลียนะเก็บขี้เถ้าไว้ในกระเป๋าและพร้อมที่จะจากไปแต่เมื่อได้ยินเสียงนกร้องเขาก็เงยหน้าขึ้นและมองเห็นโปเกมอนที่ปีกของมันเปล่งประกายด้วยแสงเจ็ดสีและมันทิ้งร่องรอยสีรุ้งไว้ข้างหลัง
จูเลียน ‘ดูเหมือนว่าฉันจะโชคดีจริงๆ เป้าหมายเดียวของฉันในชีวิตนี้คือไปให้ถึงจุดสูงสุดและสนุกกับมันให้เต็มที่และขนนกนี้จะเป็นตัวแทนของมัน’
เขาถือขนนกขึ้นไปในอากาศในขณะที่เขาสัญญากับตัวเอง โฮโอที่บินอยู่ไกลๆ เหมือนจะรู้สึกได้ถึงความปรารถนาของจูเลียนที่จะไปให้ถึงจุดสูงสุดจึงส่งเสียงร้อง Ho-Oh ออกมา ราวกับว่ามันกำลังพูดอะไรบางอย่างกับจูเลียนและหายไปในท้องฟ้า
จูเลียนได้ยินเสียงร้องแล้วก็พอใจ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่ามันต้องการจะพูดอะไรแต่เขาก็พอใจที่โฮโอตอบรับสัญญาของเขา เขาเก็บขนนกไว้ในกระเป๋าและพร้อมที่จะจากไปโดยที่จูเลียนไม่รู้ว่ามีโปเกมอนอีกสองตัวที่เฝ้าดูเขาอยู่จากทางใต้น้ำ ตัวหนึ่งคือลูเกียและอีกตัวหนึ่งคือโปเกมอนลึกลับที่ติดตามเขาตั้งแต่วันที่เห็นจูเลียน มันนั่งอยู่บนหัวของลูเกียและดูเหมือนว่ามันกำลังยิ้มขณะที่เอามือเล็กๆ ปิดปาก