Invincible Divine Dragon’s Cultivation System ระบบฝึกฝนมังกรอมตะ - ตอนที่ 268
ตอนที่ 268 การตายของนักรบมังกร
.
ในวิลล่ามีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะมีผู้คนเพิ่มเข้ามามากขึ้น ส่วนเสี่ยวหรันก็ยังอยู่ระหว่างการปรับแต่งร่างกายโดยผลึกแก้วมังกร
อย่างน้อยๆในครั้งนี้เขาก็จะเลื่อนชั้นเป็นนักรบระดับขั้นที่ 6 หลังจากได้รับการปรับแต่งร่างกายด้วยพลังของผลึกแก้วมังกรและเปลวไฟสีน้ำเงินแห่งสวรรค์
สำหรับเด็กชายอายุสิบห้าปีทีมีความสามารถในระดับนักรบขั้นที่ 6 ความสามารถในระดับนี้อาจจะเรียกว่าเป็นพรสวรรค์ระดับปีศาจร้ายเลยก็ได้
แม้แต่โอรสสวรรค์และธิดาสวรรค์ของสำนักระดับชั้นศักดิ์สิทธิ์ก็อาจจะไม่เคยมีใครมีความสามารถมากเท่านี้มาก่อน หากอยู่ในระดับอายุที่เท่ากันกับเสี่ยวหรันในตอนนี้
ชายชราสกุลซุย กำลังอธิบายเกี่ยวกับการบ่มเพาะและการปรุงยาให้กับกวนชูชิงฟังอย่างตั้งใจ
ในขณะเดียวกันโม่หยวนก็เดินไปหาโม่ชิงหลง พร้อมกับรายงานเหตุการณ์บางอย่างกับเขาด้วยความเคารพ
“ไม่สามารถติดต่อกับพวกเขาได้อย่างนั้นหรือ?”
โมชิงหลงขมวดคิ้วขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินโม่หยวนรายงานเหตุการณ์เกี่ยวกับนักรบมังกรให้เขาได้ทราบ เขามองไปที่หวังเสียน ที่กำลังพูดคุยอยู่กับเสี่ยวหยู ก่อนที่จะหันไปตอบว่า “ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดจงหาต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดมาให้ได้และกลับมารายงานข้าทันที!” รังสีแห่งการฆ่าฟันฉายชัดอยู่ในแววตาของโม่ชิงหลง ในขณะที่เขาพูด
ในตอนเที่ยงทั้งกลุ่มรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ชายชราแห่งตระกูลซุย ก็ร่วมรับประทานอาหารพร้อมกับทุกคนอย่างไม่มีความกระดากอายและสะทกสะท้าน เขายังร้องขอห้องพักในวิลล่ากับหวังเสียน อย่างถาวรอีกด้วย
และแน่นอน หวังเสียน ปฏิเสธอย่างไร้ความปราณี แต่เขาก็ยังอนุญาตให้ชายชราได้อยู่กับโม่ชิงหลงและคนอื่นๆในวิลล่าหลังที่อยู่ด้านข้างที่พึ่งซื้อใหม่
เพราะเขาไม่มีทางจะปล่อยให้ชายชราอาศัยอยู่ในบ้านของเขาและทำลายชีวิตอันแสนสุขของเขาลงอย่างแน่นอน
ในช่วงบ่ายทั้งกลุ่มได้ไปที่สวนริมทะเลทางด้านหลังของวิลล่าเพื่อพักผ่อน โม่ชิงหลงและ โม่หยวน เดินไปที่ หวังเสียน และรายงานสถานการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “องค์ราชาขอรับ! มีบางอย่างที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับนักรบมังกรของเราสองคนขอรับ!”
“หืมม?” หวังเสียนซึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ชายหาดใต้ร่มไม้กำลังมองไปยัง กวนชูชิงและเสี่ยวหยู ที่กำลังเล่นกันอยู่บนเรือยอร์ชด้วยท่าทางทางผ่อนคลาย เขาลุกขึ้นนั่งพร้อมกับขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นรึ?” หวังเสียน ถามทั้งคู่ด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม
” องค์ราชา ในก่อนหน้านี้เหล่านักรบมังกรได้แยกย้ายกันออกไปฝึกฝนยังโลกยุทธภพ แต่ก็ยังคงรักษากฎเดิมกันเอาไว้อย่างเคร่งครัด นั้นก็คือพวกเราจะติดต่อสื่อสารกันทุกๆสามวัน!” โม่หยวน อธิบาย
เขามองไปที่หวังเสียนก่อนจะพูดต่ออีกว่า “แต่เมื่อวานนี้กลุ่มของเราไม่สามารถติดต่อพี่น้องของเราสองคนได้ นักรบมังกรที่รับผิดชอบในด้านข่าวกรองและการประสานงาน ได้ทำการสอบสวนและติดตามเรื่องนี้โดยตรงได้ยืนยันออกมาแล้วว่าพวกเขาประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตลง!”
“นักรบมังกรสองคนประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต?”
ประกายตาของหวังเสียน เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกอย่างน่ากลัวขึ้นมาในทันที
เหล่ามนุษย์มังกรหรือนักรบมังกรทั้งห้าสิบคนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ซื่อสัตย์มากที่สุดของเขา คนพวกนี้อยู่กับเขามาตั้งแต่เริ่มแรก
และตอนนี้พวกเขาสองคนประสบเหตุจนต้องเสียชีวิตลง จะไม่ให้เขารู้สึกโมโหได้อย่างไร!
ถึงแม้ว่าการปล่อยให้พวกเขาออกไปท่องโลกยุทธภพจะมีความเสี่ยงอยู่บ้างในระดับหนึ่ง แต่หวังเสียน ก็ยังมีความเชื่อมั่นว่าอย่างน้อยพวกเขาก็คงไม่ถึงกับต้องเสียชีวิตลงอย่างนี้
“ใครฆ่าพวกเขา” หวังเสียน ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“เรายังไม่ทราบขอรับ! แต่สิ่งที่พวกเราทราบนั่นก็คือพวกเขาเสียชีวิตในระหว่างที่กำลังปฏิบัติภารกิจ!” โม่หยวนส่ายหัวและพูดต่อ “ทางฝ่ายข่าวกรองของเราพบว่าพวกเขานั้นได้รับภารกิจ เป็นบอดี้การ์ดเพื่อปกป้องบุคคลสำคัญซึ่งรางวัลที่ได้รับนั้นค่อนข้างจะสูงมากเลยทีเดียว!”
โม่ชิงหลงส่งโทรศัพท์มือถือให้กับหวังเสียน ด้วยความเคารพ
หวังเสียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูภารกิจที่นักรบมังกรทั้งสองคนนั้นได้รับ ก่อนที่พวกเขาจะเสียชีวิต
มันเป็นภารกิจการคุ้มครองและปกป้องอันตรายโดยทั่วไป มีระยะเวลาการคุ้มครองเพียงแค่สองเดือน แต่ได้รับค่าจ้างมากถึง 200 ล้านหยวน
รางวัลของภารกิจนี้สูงมากเลยทีเดียว แต่เงื่อนไขของบอดี้การ์ดผู้ที่รับภารกิจก็สูงมากด้วยเช่นกัน ผู้จ้างวานนั้นต้องการนักรบระดับขั้นที่ 9 ขึ้นไป และจะไม่ได้รับรางวัลหากภารกิจล้มเหลว
‘ภารกิจการป้องกันและคุ้มครองที่สามารถทำให้นักรบระดับขั้นที่ 9 ต้องตายในภารกิจ? นอกจากนี้ความสามารถของนักรบมังกรยังสูงกว่าชาวยุทธโดยทั่วๆไป ความสามารถของพวกเขาในระดับนักรบขั้นที่ 9 นั้นเปรียบเทียบได้กับผู้เชี่ยวชาญระดับครึ่งขั้นก่อกำเนิดลมปราณเลยทีเดียว!’ หวังเสียน ขมวดคิ้วและมีสีหน้าที่เคร่งขรึมในขณะที่เขาอ่านรายละเอียดของภารกิจ
“เมื่อพิจารณาถึงความแข็งแกร่งของ อสูรที่ 23 และ อสูรที่ 31 แล้วไม่มีทางที่พวกเขาจะถูกฆ่าได้เว้นแต่ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญระดับครึ่งขั้นก่อกำเนิดลมปราณ 5-6 คนรุมโจมตีพวกเขาพร้อมๆกัน หรือมีผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย!” โม่ชิงหลงพูดต่อ “ตามข้อมูลที่หน่วยข่าวกรองของทางฝ่ายเราได้รับมา ยังมีชาวยุทธในระดับนักรบขั้นที่ 9 อีกสองคนที่เข้าร่วมรับทำภารกิจนี้ด้วย และพวกเขาก็เสียชีวิตลงพร้อมกับคนของเรา กระผมคาดเดาว่าน่าจะมีผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอนเลยขอรับ!”
“มีข้อมูลเกี่ยวกับศัตรูบ้างหรือไม่?” หวังเสียนถาม
“ทางฝ่ายเรายังไม่ได้รับข้อมูลทางด้านนี้เพิ่มเติมเลยขอรับองค์ราชา! แต่ผู้ที่ออกภารกิจในครั้งนี้น่าจะรู้อะไรบางอย่าง ทางฝ่ายเรากำลังเร่งตรวจสอบอยู่ขอรับ!” โม่ชิงหลงตอบ
“สอบสวนเรื่องทั้งหมดให้ละเอียดพวกเราจะต้องหาผู้ที่ทำเรื่องนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด! และพวกเราจะต้องทำการแก้แค้นแทนพี่น้องของพวกเราอย่างสาสม!” หวังเสียน สั่งงานพวกเขาด้วยท่าทางที่จริงจัง
เขาไม่สนใจว่าศัตรูนั้นคือใครหรือทำไมพวกเขาถึงต้องสังหารนักรบมังกรทั้งสอง แต่ความแค้นนี้เขาจะจัดการมันด้วยตัวเองอย่างแน่นอน
“ขอรับองค์ราชา!” โม่ชิงหลง และ โม่หยวน โค้งตัวลงและรับคำด้วยความเคารพ ก่อนที่พวกเขาจะออกไปปฏิบัติตามคำสั่งของหวังเสียน โดยทันที
หวังเสียน มองไปที่ภารกิจบนโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง ผู้ออกภารกิจไม่ได้ปกปิดและซ่อนตัวเลย ชื่อของเขาคือ ถังจิ่วเฉา เป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดของมณฑลกวางสี [กว่างซีจ้วง] โดยมีทรัพย์สินประมาณ 70,000 ล้านหยวน
เขาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล อย่างไรก็ตามภารกิจนี้ไม่ได้ปกป้องตัวเขาเอง แต่เป็นลูกสาวของเขา
หวังเสียน จมอยู่ในห้วงความคิดในขณะที่เขาอ่านภารกิจ เขาสังเกตเห็นว่า ถังจิ่วเฉา ได้ออกภารกิจใหม่เมื่อวานนี้
เขาจ้างผู้เชี่ยวชาญระดับครึ่งขั้นก่อกำเนิดลมปราณ และรางวัลก็คือ 500 ล้านหยวน
รางวัล 500 ล้านหยวน ทำงานเป็นบอดี้การ์ด เพื่อคุ้มครองและป้องกันอันตรายเป็นเวลาสองเดือน ถือได้ว่าเป็นภารกิจที่น่าดึงดูดใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว
ตัวหวังเสียน เองก็ไม่เคยมีเงินมากถึง 500 ล้านหยวน
และเงินจำนวนมากขนาดนี้อาจจะล่อลวงผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณ บางคนให้ตรงเข้าไปร่วมสมัครภารกิจนี้ได้เลยทีเดียว
“ท่านอาจารย์ขอรับ!” เสี่ยวหรันและน้องสาวของเขาเดินเข้ามาทักทายหวังเสียน ด้วยความเคารพ
“หืม? เจ้าผ่านขั้นตอนการปรับแต่งร่างกายเรียบร้อยแล้วอย่างนั้นหรือ?”
หวังเสียน สังเกตร่างกายของเสี่ยวหรัน อยากตั้งใจตั้งแต่หัวจรดเท้า เขารู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
นักรบระดับขั้นที่ 6! หลังจากผ่านการปรับแต่งร่างกายโดยผลึกแก้วมังกร ตอนนี้เขามีความแข็งแกร่งเท่ากับนักรบระดับขั้นที่ 6 แล้ว!
ถึงแม้ว่าร่างกายของเขาจะยังดูผอมบางอยู่บ้าง แต่ผิวพรรณและหน้าตาของเขาก็เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก ในม่านตาของเขานั้นมีสีฟ้าจางๆ จากเปลวไฟสีน้ำเงินแห่งสวรรค์
หวังเสียน ยิ้มให้กับเขาก่อนที่จะพูดว่า “ช่วงนี้ข้าคงจะต้องหายาจิตวิญญาณบางอย่างมาบำรุงร่างกายของเจ้าเสียหน่อยแล้วล่ะ!”
“โอ้วใช่แล้ว!” หวังเสียน นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขามองไปยังชายชราที่อยู่ไม่ไกลจากเขา “ท่านผู้อาวุโส ท่านเชี่ยวชาญการปรุงยาไม่ใช่หรือ ช่วยปรุงยาให้กับศิษย์ข้าหน่อยสิ ในสวนยาเล็กๆของข้าน่าจะมียาจิตวิญญาณที่พอเพียงต่อระดับของเขาอยู่ และ กวนชูชิง ก็น่าจะใช้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ท่านอย่าแอบจิ๊กต้นยาจิตวิญญาณของข้าไปล่ะ!”
ซุยหวาง ซึ่งบังเอิญกำลังอยู่ในสวนยาจิตวิญญาณเล็กๆ ของหวังเสียน เขากำลังสังเกตุต้นยาจิตวิญญาณเหล่านี้อย่างตั้งใจ ปากของเขากระตุกจนบิดเบี้ยวไปในทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของหวังเสียน
“ยาจิตวิญญาณเหล่านี้ไม่อยู่ในสายตาข้าเลยแม้แต่น้อย!” ซุยหวางตอบ
“เอ้อนี่!…” ชายชรา ซุยหวาง หยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อไปว่า “น้องชาย ข้าอยากถามอะไรกับเจ้าสักเล็กน้อยคุณสมบัติของยาจิตวิญญาณเหล่านี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เจ้าจัดการปลูกมันไว้ด้วยกันได้อย่างไร? แล้วทำไมพวกมันถึงอยู่รอดและเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ได้ล่ะ?”
ชายชราซุยหวางเป็นนักปรุงยาและผู้ชำนาญด้านสมุนไพรเขามีความรู้เรื่องทางด้านยาสมุนไพรและต้นยาจิตวิญญาณ ค่อนข้างจะลึกซึ้ง
ตระกูลซุยยังมีสวนที่มีต้นยาทางจิตวิญญาณและต้นหญ้าจิตวิญญาณอยู่อย่างมากมาย มีแม้กระทั่งยาจิตวิญญาณระดับ 6 ในสวนของพวกเขา แต่อย่างไรก็ตามการเพาะพันธุ์ยาจิตวิญญาณเป็นเรื่องยุ่งยากอย่างมาก ข้อกำหนดที่เข้มงวดในเรื่องการเพาะปลูกและดูแลรักษารวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆอีกด้วย
ในตอนนี้เขาค่อนข้างสับสนและงุนงงเป็นอย่างมาก เช่นต้นยาจิตวิญญาณธาตุไฟ แต่สามารถปลูกในสภาพแวดล้อมที่มีคุณสมบัติของธาตุน้ำ และยังมียาจิตวิญญาณอีกหลายชนิดที่นำมาปลูกรวมๆกันเอาไว้ในที่เดียวอย่างนี้ นี่นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มากสำหรับเขา!
“ข้าก็ไม่รู้ว่าพวกมันรอดชีวิตมาได้อย่าง เพราะข้าก็ปลูกพวกมันเอาไว้ธรรมดาทั่วๆไป โดยที่ไม่ได้คิดอะไรมากนัก!” หวังเสียน ตอบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ในขณะที่เขาเอนหลังนอนบนเก้าอี้ด้วยท่าทางเกียจคร้าน
การปลูกต้นยาจิตวิญญาณมีข้อกำหนดที่เข้มงวดมากมาย รวมถึงสภาพแวดล้อมในการปลูกต้นยาจิตวิญญาณด้วย แต่อย่างไรก็ตามหวังเสียนไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ใช้พลังงานแห่งธาตุไม้ฉีดเข้าไปยังต้นยาจิตวิญญาณพวกนี้โดยตรง พวกมันก็จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
“หากในช่วงนี้เจ้าไม่มีอะไรจะทำเจ้าสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ หรือเจ้าจะฝึกฝนตามหนังสือที่อาจารย์ได้ให้เจ้าไว้ก่อนหน้านี้ก็ได้ หากไม่เข้าใจตรงไหนเจ้าสามารถถามชายชราได้โดยตรงเขาเป็นคนที่มีความสามารถและมีประสบการณ์ในการสอนลูกศิษย์มาหลายสิบปี!” หวังเสียนพูดกับเสี่ยวหรัน
เสี่ยวหรันมองไปที่อาจารย์ของเขาและหันมองไปยังชายชราที่อยู่ข้างๆก่อนที่จะตอบว่า “ขอรับท่านอาจารย์!”
‘ไอ้บ้าเอ้ยยย!’ ชายชราสบถด่าอยู่ในใจ ใบหน้าของเขามืดมนลง ‘เจ้าไม่เพียงไม่ตอบคำถามข้าเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ต้นยาจิตวิญญาณเหล่านี้ แต่เจ้ายังส่งลูกศิษย์ของเจ้ามาให้ข้าช่วยสอนอีกอย่างนั้นรึ?’
………
จบบท