Invincible Divine Dragon’s Cultivation System ระบบฝึกฝนมังกรอมตะ - ตอนที่ 264
ตอนที่ 264 เทียบกันด้วยจำนวน?
.
“หืม?”
หวังเสียน และกลุ่มคนของเขาจ้องมองไปยังชายวัยกลางคนสองสามคนที่ตะโกนใส่พวกเขาด้วยสายตาที่เย็นชา
“ฮึฮึ! ท่านเจ้าสำนักของพวกเรามาแล้ว แกกล้าทำร้ายคนของสำนักเราจนแขนหัก แกต้องถูกลงโทษโดยการหักแขนทั้งสองข้าง!”
กลุ่มชายวัยกลางคนจ้องมองไปยังหวังเสียน อย่างเกรี้ยวกราดหลังจากที่พวกเขาเห็นเจ้าสำนักและกลุ่มผู้อาวุโสของพวกเขากำลังเดินมา
โม่หยวนมองไปที่กลุ่มชายวัยกลางคนและสังเกตเห็นกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งจากสำนักชิงมู่กำลังเดินมาหาพวกเขา ใบหน้าของเขาแสดงรอยยิ้มอย่างดูถูกออกมา
ในตอนนี้กลุ่มชายวัยกลางคนรู้สึกฮึกเหิมอละคึกคักกันเป็นอย่างยิ่ง
ดวงตาของโม่หยวนเป็นประกายขึ้นมาก่อนที่เขาจะขยับตัวและหายไปจากตำแหน่งเดิม ปรากฏเพียงเงาสีดำกวาดผ่านกลุ่มชายวัยกลางคนเหล่านั้น
อ๊ากกกก!
เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดดังไปทั่วบริเวณ ชายวัยกลางคนสามคนในกลุ่มของพวกเขากระอักเลือดออกมาเนื่องจากถูกทำลายวรยุทธจนจุดตันเถียนแตกสลาย
“แก!….”
ชายวัยกลางคนทั้งหมดตกตะลึง พวกเขามองไปที่โม่หยวนอย่างว่างเปล่าดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความสยดสยองและไม่อยากเชื่อ
“เกิดอะไรขึ้น!”
กลุ่มคนจากสำนักชิงมู่ต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าพวกเขาชายชราสองคนที่เดินอยู่ด้านหน้ากลุ่มนั้น แสดงโกรธเคืองออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“พวกเจ้ากล้าทำร้ายศิษย์ของสำนักชิงมู่ของเราได้อย่างไร! พวกเจ้าอยากตายมากนักรึ!” ชายชราตะโกนออกมาในขณะที่เขานำกลุ่มของเขาตรงมายังที่เกิดเหตุ
“ฮึ! ข้าก็อยากจะถามพวกเจ้าเช่นเดียวกันว่า พวกเจ้านั้นเอาความกล้ามาจากที่ไหนถึงได้มาพูดจาสามหาวต่อนายท่านของข้าเช่นนี้!” โม่หยวนยิ้มเยาะออกมาพร้อมกับจ้องมองไปยังชายวัยกลางคนที่ถูกเขาทำลายวรยุทธด้วยความดูถูก
“แก…แก!”
กลุ่มชายวัยกลางคนทั้งหกคน แสดงความเกลียดชังและโกรธแค้นออกมาทางสายตาของพวกเขาอย่างชัดเจน แต่พวกเขาไม่กล้าพูดอะไรออกมา เพราะกังวลว่าโม่หยวนนั้นจะเข้ามาทำร้ายพวกเขาอีก
ชายวัยกลางคนทั้งสามคนที่ถูกทำลายวรยุทธ นอนร้องครวญครางกันอยู่บนพื้นอย่างหมดหวัง พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพวกเขานั้นจะถูกทำให้พิการจนกลายเป็นคนธรรมดา แค่เพียงเพราะพูดจาข่มขู่จะหักแขนชายหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น
ตุบ!ตุบ!
ในขณะนี้คนจากสำนักชิงมู่ ได้เข้ามาล้อมรอบหวังเสียน ใบหน้าของชายชราทั้งสองคนดูโกรธแค้นเป็นอย่างมาก
“ท่านเจ้าสำนัก!…ได้โปรดแก้แค้นให้พวกเราด้วย! พวกมันทำลายวรยุทธของพวกเราจนจุดตันเถียนแตกสลายไปแล้ว….”
ชายวัยกลางคนรายงานชายชราทั้งสอง ด้วยสีหน้าเศร้าสลด
“ถ้าข้าได้ยินเสียงพวกเจ้าพูดอีกแม้แต่คำเดียว ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทิ้งซะ!” โม่หยวน พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาในขณะที่จ้องมองไปยังชายวัยกลางคนทั้งสามคน
“กะ!…”
ชายวัยกลางคนทั้งสามคนตกใจจนหน้าซีดและไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
“พวกเจ้าไม่ทำเกินไปหน่อยหรอกหรือ? พวกเจ้าไม่ไว้หน้าสำนักชิงมู่ของพวกเราเลยแม้แต่น้อย! ดีมาก!ดีมากจริงๆ!”
ชายชราทั้งสองคนจ้องมองไปยังโม่หยวน ด้วยเจตนาฆ่าอันรุนแรง แรงกดดันของผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณเข้าไปโอบล้อมและปกคลุมโม่หยวนทันที
การที่คนกลุ่มนึงนั้นมาโจมตีสาวกของพวกเขาต่อหน้าต่อตาเช่นนี้! ถือได้ว่าเป็นการดูหมิ่นสำนักชิงมู่ของพวกเขาเป็นอย่างมาก
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญย่อมต้องการให้พวกเขาจ่ายราคามหาศาลสำหรับการกระทำเช่นนี้!
“ท่านเจ้าสำนัก! พวกเราไม่จำเป็นต้องคุยกับพวกมัน พวกเรามีผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณกันถึงสองคนในขณะที่พวกมันนั้นมีเพียงแค่คนเดียว ข้าว่าพวกเราลงมือจัดการพวกมันตอนนี้เลยเถอะท่านเจ้าสำนัก!”
ชายชราที่ยืนอยู่ข้างๆเจ้าสำนักชิงมู่ ชี้ไปที่กลุ่มของหวังเสียน พร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยความโกรธ
“ในเมื่อพวกเจ้านั้นอวดดีและหยิ่งผยองกันเช่นนี้! ข้าจะทำลายวรยุทธของพวกเจ้าทุกคนที่อยู่ในที่นี้เสียให้หมด พร้อมกับหักแขนและขาของพวกเจ้าอย่างละข้างเพื่อเป็นการลงโทษ!”
ชายชราที่เป็นรองเจ้าสำนักแสยะยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว เขาหันไปจ้องมองที่โม่หยวน และพูดออกมาว่า “ส่วนเจ้าหากไม่ให้คำอธิบายที่ดีกับพวกเราในวันนี้ เจ้าอย่าหาว่าพวกข้านั้นโหดร้ายก็แล้วกัน ต่อให้เจ้านั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณก็ตาม!”
“ผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณสองคน? ” หวังเสียน มองไปที่ชายชราทั้งสองคนอย่างเย้ยหยัน
“พวกเจ้านั้นต้องการจะเปรียบเทียบจำนวนของผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณใช่หรือไม่?” หวังเสียน ถามออกมาด้วยอารมณ์นึกสนุก
“กฎของโลกยุทธภพแห่งนี้ก็คือผู้เข้มแข็งกลืนกินผู้อ่อนแอ หากพวกเจ้านั้นไร้ความสามารถก็เป็นได้เพียงแค่เศษขยะที่ไร้ค่าเพียงเท่านั้น!”
ชายชราเจ้าสำนักจ้องไปที่หวังเสียน ด้วยสายตาที่เย็นชา “ข้าจะให้เวลาพวกเจ้า 5 วินาทีเพื่ออธิบายและให้คำตอบในการกระทำของพวกเจ้า ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าอย่าหาว่าเรานั้นโหดเหี้ยมกับพวกเจ้า ต่อให้พวกเจ้านั้นมีผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณอยู่ด้วยพวกเราก็จะไม่เกรงใจ!’
ชายชราเจ้าสำนักชินมู่ จ้องมองไปยังกลุ่มของหวังเสียน อย่างผู้ที่เหนือกว่า
“พวกเจ้าต้องการคำตอบของพวกข้าอย่างนั้นหรือ?”
โม่ชิงหลงยิ้มให้พวกเขาอย่างเย้ยหยัน ทันใดนั้นบรรยากาศรอบตัวของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปแรงกดดันอันทรงพลังก็แผ่ขยายออกมาจากตัวเขาปกคลุมไปยังชายชราทั้งสองคนในทันที
โม่หยวนเองก็ปลดปล่อยแรงกดดันของผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณออกมาเช่นเดียวกัน
“พวกเจ้าพอใจกับคำตอบหรือไม่?” โม่ชิงหลงมองไปยังชายชราทั้งสองคนด้วยความรังเกียจ
“เคี๊ยกๆๆ! ยัง…ยังไม่หมดหรอกนะ..!”
หมอโลหิตเองก็เดินออกมาอย่างช้าๆพร้อมกับจ้องมองไปยังกลุ่มคนของสำนักชิงมู่ ด้วยดวงตาสีแดงเลือด “กำลังจะต่อสู้กันอย่างนั้นเหรอ? ข้าขอเล่นด้วยคนนึงสิ ฮิฮิ!”
ในขณะที่เขาพูดออร่าสีแดงเข้มคล้ายกับเลือดข้นๆ ก็ฟุ้งกระจายออกมารอบๆตัวพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดอันรุนแรง
“นี่มัน!!..”
เมื่อชายชราทั้งสองคนเห็นโม่ชิงหลงและหมอโลหิตก้าวออกมาพร้อมกับแรงกดดันอันแข็งแกร่งพวกเขาก็รู้สึกตกใจกันเป็นอย่างมาก
บูมม!
ในขณะนั้นเองออร่าและแรงกดดันอันแข็งแกร่งและบ้าคลั่งก็แผ่ขยายออกมาจากดาบคลั่งโลหิตจี อย่างรุนแรง
“นี่!…ไม่ดีแล้ว!”
เมื่อเผชิญกับแรงกดดันจากผู้เชี่ยวชาญระดับของกำเนิดลมปราณถึงสี่คน ชายชราทั้งสองก็ตกใจกันจนแทบจะพูดไม่ออก
เม็ดเหงื่อปกคลุมทั่วใบหน้าของพวกเขาในขณะที่พวกเขาก้าวถอยไปข้างหลังอย่างไม่รู้ตัว
สำหรับกลุ่มคนที่เหลือของสำนักชิงมู่ พวกเขาทรุดลงไปนั่งอยู่กับพื้นด้วยความหวาดกลัว
แรงกดดันของผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณสี่คน เหมือนกับภูเขาขนาดใหญ่ถ่วงทับพวกเขาเอาไว้ จนไม่สามารถจะขยับเขยื้อนได้
พร๊วดดด!
กลุ่มสาวกที่อ่อนแอกว่าบางคนไม่สามารถต้านทานแรงกดดันอันทรงพลังเหล่านี้ได้ พวกเขากระอักเลือดออกมาและล้มสลบลงไปทันที
“โปรดเมตตาด้วย! พวกเรามีตาหามีแววไม่ ขอได้โปรดยกโทษให้กับพวกเราด้วยที่ไม่รู้จักภูเขาไท่ซาน และเผลอสร้างความขุ่นเคืองให้กับพวกท่านผู้ยิ่งใหญ่!”
ชายชราทั้งสองของสำนักชิงมู่ รีบโค้งตัวลงคารวะพร้อมกับกล่าวขอโทษอย่างจริงใจไปยัง โม่ชิงหลง, โม่หยวน, ดาบคลั่งโลหิตจีและหมอโลหิต ด้วยความหวาดกลัว
พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะมีผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณมากถึงสี่คน!
พวกเขายังคงคิดว่าพวกเขาจะสามารถกำราบผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากพวกเขามีกันอยู่ถึงสองคน คงจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกเขา
แต่กลุ่มของคนพวกนี้นั้นกลับมีผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณมากถึงสี่คน นั่นเป็น 2 เท่าของพวกเขาเลยทีเดียว
แล้วจะไม่ทำให้พวกเขานั้นหวาดกลัวจนต้องรีบก้มหัวเพื่อขอโทษได้อย่างไร?
ผู้นำทั้งสองของสำนักชิงมู่ร้องขอความเมตตาทันที ผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณทั้งสี่คน สามารถกวาดล้างสำนักชิงมู่ของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย
“ฮึฮึ! มันก็ไม่ยากหรอกที่เราจะเคลียร์ปัญหาเรื่องนี้กัน แต่พวกเจ้าก็ต้องให้คำตอบที่น่าพอใจกับพวกข้าด้วยใช่หรือไม่?” โม่ชิงหลงพูดเลียนแบบคำพูดของรองเจ้าสำนักชิงมู่ พร้อมกับยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน
“พวกเรา … “
ชายชราทั้งสองคนแสดงสีหน้าของความลำบากใจ แต่พวกเขาทั้งสองคนไม่สามารถทนรับแรงกดดันจากผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณทั้งสี่คนได้
สาวกโดยรอบของสำนักชิงมู่ รู้สึกหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก
สำหรับกลุ่มชายวัยกลางคนทั้งหกคน พวกเขานั้นตกใจกลัวกันหน้าซีดราวกับกระดาษขาว
พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าพวกเขาจะก่อศัตรูที่น่ากลัวมากขนาดนี้เพียงเพราะเด็กขอทานเพียงสองคนเท่านั้น
“ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าพิจารณา 5 วินาที!”
โม่ชิงหลง คืนคำพูดกลับไปยังชายชราทั้งสองอีกครั้ง
บูมม! บูมม! บูมม!
สองเฒ่าชราขมขื่นใจอย่างที่สุด พวกเขากัดฟันและสบตากันก่อนที่สบัดมือออกมา
คลื่นพลังพุ่งตรงเข้าใส่ชายวัยกลางคนทั้งสามคนที่ถูกทำลายวรยุทธ
อ๊ากกกก!
ทั้งสามคนร้องออกมาด้วยความตกใจและเจ็บปวด ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ก่อนหน้านี้จุดตันเถียนของพวกเขาถูกบดขยี้โดยโม่หยวน จนไม่สามารถฝึกฝนวิชายุทธได้อีกต่อไป มาตอนนี้แขนและขาของพวกเขาต้องถูกทำให้พิการโดยผู้นำสำนักของพวกเขาเอง ความรู้สึกของพวกเขาในตอนนี้ยิ่งกว่าตกอยู่ในขุมนรกเสียอีก
หากในก่อนหน้านี้พวกเขาไม่สนใจเด็กขอทานทั้งสองคน เหตุการณ์เช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น
แต่ในตอนนี้พวกเขาไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว ความเสียใจท่วมท้นจิตใจของพวกเขาจนแทบจะไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
ในโลกแห่งยุทธภพผู้แข็งแกร่งเป็นฝ่ายถูกเสมอ
หากทำให้ผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งกว่าขุ่นเคือง แต่ไม่มีความสามารถและเบื้องหลังที่แข็งแกร่งพอผลลัพธ์ที่ตามมานั้นย่อมร้ายแรงเสมอ
………
จบบท