Invincible Divine Dragon’s Cultivation System ระบบฝึกฝนมังกรอมตะ - ตอนที่ 263
ตอนที่ 263 รับศิษย์
.
“อาจารย์ท่านจะรับข้าเป็นศิษย์แล้วหรือขอรับ!”
ใบหน้าของเด็กชายเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง เข้าคุกเข่าลงตรงหน้าหวังเสียน ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
“ลุกขึ้น!”
หวังเสียน มองไปที่เด็กชายพร้อมกับตบไปที่ไหล่ของเขาเบาๆ
“ท่านอาจารย์ถ้าท่านไม่รับข้าเป็นลูกศิษย์ของท่าน!…ข้าจะไม่ลุกขึ้น!!” เด็กชายพูดกับหวังเสียน ออกมาอย่างดื้อรั้น
“อืม!..นั่นก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของเจ้าหลังจากนี้!
หวังเสียน มองไปที่เด็กชายพร้อมกับมีรอยยิ้มบางๆแล้วพูดซ้ำขึ้นมาอีกว่า “ยืนขึ้นเดี๋ยวนี้!”
เด็กชายมีความลังเลใจอยู่ครู่นึงแล้วจึงค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ขาของเขานั้นชาไปหมดทั้งสองข้างแต่ด้วยความอดทนอดกลั้นของเขา เขาก็ลุกยืนขึ้นได้อย่างมั่นคง หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆประคองน้องสาวของเขาลุกขึ้นยืนด้วยเช่นเดียวกัน
หวังเสียน พยักหน้าช้าๆพร้อมกับหันไปหาชายวัยกลางคนและเด็กชายเสื้อขาวจากนั้นเขาก็บอกเด็กชายตรงหน้าของเขาว่า “สู้กับเขาและซ้อมเขาเหมือนกับที่เขาซ้อมเจ้าเมื่อครู่นี้!”
“ท่านอาจารย์!…แต่ว่า!”
เด็กชายมองไปที่ชายวัยกลางคนพร้อมกับมีท่าทางที่ลังเลใจ
“เจ้าไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น!”
หวังเสียน พูดกับเด็กชายด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งพร้อมกับพูดต่ออีกว่า “เด็กคนนั้นมีอาจารย์คอยสนับสนุน! แล้วเจ้าไม่มีอย่างนั้นหรือ?”
“ครับท่านอาจารย์!”
เด็กชายตาสว่างขึ้นมาพร้อมกับผงกหัวอย่างแรงด้วยความมั่นใจ เขาหันไปมองที่เด็กชายเสื้อขาวคนนั้นและค่อยๆเดินตรงเข้าไปหาเขาในทันที
“ข้ามีนามว่า เสี่ยวหรัน ข้าต้องการต่อสู้กับเจ้า!”
เด็กชายพูดกับเด็กชายเสื้อขาวด้วยท่าทางที่องอาจ
“ห๊ะ?” เด็กชายเสื้อขาวที่ยืนอยู่ด้านข้างกับชายวัยกลางคนนั้นตกใจเล็กน้อยพร้อมกับแสดงท่าทีที่ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่พึ่งได้ยิน
เสี่ยวหรันแสดงสีหน้าที่จริงจังพร้อมพูดย้ำขึ้นมาอีกครั้งว่า “ข้าต้องการต่อสู้กับเจ้า!”
“ฮ่าๆๆ! ไอ้ขอทานสกปรก ข้าคิดว่าเจ้ารีบไปให้พ้นๆหน้าของข้าเสียดีกว่า ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน!”
ชายวัยกลางคนหัวเราะเยาะออกมาเสียงดังเมื่อเขาเห็นว่าเสี่ยวหรัน พูดออกมาอย่างไร
“ข้าว่าเจ้าอย่าไปยุ่งกับเรื่องของเด็กๆเลยจะดีกว่า!”
หวังเสียน มองไปที่ชายวัยกลางคนพร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“หือ?” ชายวัยกลางคนหันไปมองที่หวังเสียน ด้วยสายตาที่ขุ่นเคือง
“ลูกศิษย์ของเจ้ากล้าตอบตกลงรับคำท้าสู้ของเขาหรือไม่?” หวังเสียน มองชายวัยกลางคนและถามออกมาด้วยอารมณ์ที่เริ่มจะหงุดหงิด
“ฮ่าๆๆ! ก็แค่เด็กขอทานสกปรกคนหนึ่ง ข้ากลัวว่าลูกศิษย์ของข้านั้นจะพลั้งมือฆ่ามันจนทำให้มือเลอะเลือดสกปรกเสียเปล่าๆ!”
ชายวัยกลางคนมองไปที่หวังเสียน ด้วยท่าทางที่ดูถูกจากนั้นเขาก็หันไปพูดกับลูกศิษย์ของเขา “เสี่ยวชิว แสดงวิชายุทธ ที่ข้าได้สอนเจ้าเพื่อเป็นบทเรียนให้ไอ้เด็กขอทานคนนั้นได้รู้สำนึกเสียหน่อย!”
“ครับท่านอาจารย์!”
เด็กชายเสื้อขาวพยักหน้าขณะที่เขายืดลำตัวขึ้นและตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้
ใบหน้าของเสี่ยวหรันก็ดูจริงจังขึ้นมาทันที แม้ว่าเขาจะยังเด็กแต่เขาก็รู้ว่านี่คือการทดสอบของหวังเสียน ก่อนที่จะรับเขาเข้าเป็นศิษย์อย่างแท้จริง เขาจ้องมองไปที่เด็กชายเสื้อขาวพร้อมกับพูดขึ้นมา “ข้าจะเริ่มแล้วนะ!”
“เสี่ยวชิว! ไปสั่งสอนมันให้รู้จักวิชายุทธที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร และไม่ต้องสนใจว่ามันจะเป็นหรือว่าจะตาย!”
ชายวัยกลางพูดกับเด็กชายเสื้อขาว ก่อนที่จะหันไปมองเสี่ยวหรัน พร้อมกับยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน
หวังเสียน มองไปยังเด็กชายทั้งคู่ที่เตรียมต่อสู้กันด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย
ฟ้าววว!
เสี่ยวหรันพุ่งตัวทะยานออกไปโจมตีเด็กชายเสื้อขาวในทันที
ย้ากกกก!
เด็กชายเสื้อขาวก็อ้าปากตะโกนร้องพร้อมกับชกหมัดออกไปยังเสี่ยวหรันที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา
แต่อย่างไรก็ตามเด็กชายเสื้อขาวคนนั้นไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันกับเสี่ยวหรัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านความแข็งแกร่งหรือประสบการณ์การต่อสู้
ตู้มมมมม!
เสี่ยวหรัน เบี่ยงหัวหลบหมัดของเด็กชายเสื้อขาวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะปล่อยหมัดขวาของเขาชกเข้าไปที่ใบหน้าของเด็กชายเสื้อขาวจนทำให้ฟันสามถึงสี่ซี่กระเด็นหลุดออกจากปากพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนเลือด
แรงส่งที่เหลือยังทำให้เด็กเสื้อขาวกระเด็นหงายท้องลงไปนอนสลบบนพื้นอย่างหมดสภาพ
“ไอ้เด็กขอทานบัดซบ! แกกล้าทำร้ายลูกศิษย์ของข้าอย่างนั้นหรือ? ข้าจะหักแขนหักขาของแกทิ้งซะ!”
ชายวัยกลางคนเห็นลูกศิษย์ของเขาถูกทำร้ายจนลงไปนอนสลบอยู่บนพื้นเขาก็รู้สึกโกรธแค้นขึ้นมาในทันที
เขาเอื้อมแขนเข้าไปเพื่อคว้าตัวเสี่ยวหรัน
หวังเสียนที่ยืนอยู่ด้านข้างหรี่ตาและยื่นมือไปจับข้อมือของชายวัยกลางคนเอาไว้!
อ๊ากก!
ชายวัยกลางคนส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด เขาหันกลับไปจ้องที่หวังเสียนด้วยความตกใจ
“กะ…แกอยากตายมากนักเหรอ!”
“ข้าว่าเจ้าต่างหากล่ะ ที่อยากจะตาย!”
หวังเสียน มองไปที่ชายวัยกลางคนอย่างไม่แยแส
“ท่านอาจารย์!”
เสี่ยวหรันรีบวิ่งเข้าไปหาหวังเสียน ด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นว่าหวังเสียน หยุดการโจมตีของชายวัยกลางคนเอาไว้
“ถ้ามีคนเข้ามารังแกเจ้ากับน้องสาวของเจ้า เจ้าก็สู้กับมันและตอบโต้ให้เต็มที่ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น!”
“ครับท่านอาจารย์!” เสี่ยวหรันพยักหน้าอย่างแรง
“ปล่อยข้าสิวะ!” ชายวัยกลางคนตะโกนออกมาอย่างตื่นตระหนก เขาพยายามดิ้นรนเพื่อจะสลัดแขนของเขาให้หลุดจากการจับของหวังเสียน แต่ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรเขาก็ไม่สามารถหลุดออกไปได้
แคร๊กกกก!
หวังเสียน มองไปที่ชายวัยกลางคนด้วยสายตาที่เย็นชา พร้อมกับส่งกำลังไปที่ข้อมือของเขาและบีบมันจนได้ยินเสียงกระดูกแตกหักดังออกมา
อ๊ากกกกก!..ไอ้เชี่ยยย!
ชายวัยกลางคนร้องลั่นพร้อมกับตะโกนด่าออกมาด้วยความเจ็บปวด
“ฟางเหลียง!
“รุ่นพี่!”
ในเวลานี้ชายวัยกลางคนหกคนที่ได้ยินเสียงกรีดร้อง รีบหันมามองทันที ในตอนแรกพวกเขากำลังรอ กลุ่มคนของพวกเขาที่ยังอยู่ในโรงแรม แต่เมื่อพวกเขาได้ยินชายวัยกลางคนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและเห็นเด็กชายเสื้อขาวนอนบาดเจ็บอยู่ที่พื้น พวกเขาก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยความโกรธ
“เสี่ยวชิว!”
“รุ่นพี่ฟางเหลียง เกิดอะไรขึ้น?”
พวกเขาทั้งหกคนเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด
“ไอ้สาระเลว! แกหักแขนของข้า!”
ชายวัยกลางคนโกรธจนตัวสั่น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเจตนาแห่งการฆ่าฟันขณะที่จ้องมองไปที่หวังเสียน
“อะไรนะ?”
“แกเป็นใคร? ทำไมถึงได้มาทำร้ายคนของพวกเราอย่างนี้ แกอยากตายมากนักใช่ไหม?”
กลุ่มของชายวัยกลางคนกลุ่มนั้นหันมาจ้องมองไปที่หวังเสียน ด้วยสายตาที่ดุร้าย
“มาเป็นกลุ่มกันแบบนี้ ก็สะดวกดีเหมือนกัน!”
เสียงอันเย็นยะเยือกดังผ่านอากาศมาพร้อมกับแรงกดดันอันน่ากลัวปกคลุมกลุ่มของชายวัยกลางคนทั้งหมดในทันที
“นี่!!..”
ความหวาดกลัวพุ่งเข้าใส่กลุ่มของชายวัยกลางคน พวกเขาหันหน้ากลับมามองพร้อมกันด้วยร่างกายที่สั่นเทา
คนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากโรงแรม ชายวัยกลางคนสองคนเดินนำหน้า ในขณะที่หนึ่งในนั้นจ้องมองมาทางพวกเขาพร้อมกับแรงกดดันอันน่ากลัว
“แรงกดดันและการกดขี่ในระดับนี้!…เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณ!”
“ระดับก่อกำเนิดลมปราณ! เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณอย่างแน่นอน!”
ความหวาดกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกลุ่มชายวัยกลางคนในทันที เมื่อพวกเขาเห็นกลุ่มคนของหวังเสียนกำลังเดินตรงเข้ามาทางพวกเขา
หวังเสียน มองดูกลุ่มชายวัยกลางคนพวกนั้นด้วยความดูถูก จากนั้นเขาก็หันไปหาเสี่ยวหรันและน้องสาวของเขา พร้อมกับพยักหน้าให้พวกเขาเดินห่างออกมาจากกลุ่มชายวัยกลางคน
“คนพวกนี้!…”
ชายวัยกลางคนที่ถูกหักแขน จ้องมองไปทางหวังเสียน ด้วยความโกรธแค้น
“ท่านเจ้าสำนักออกมาแล้ว!”
“ท่านเจ้าสำนักและท่านรองเจ้าสำนักออกมากันแล้ว!”
กลุ่มชายวัยกลางคนทั้งหกคนมองไปที่โรงแรมพวกเขาตะโกนออกมาด้วยความดีใจกันในทันที
พวกเขามองไปที่หวังเสียน และกลุ่มของเขาและแสยะยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม
“หยุด! พวกเจ้าทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้!”
“พวกแกทุกคนต้องชดใช้สำหรับการที่ทำให้เสี่ยวชิว และน้องชายของข้านั้นต้องบาดเจ็บ!”
“ผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณอย่างนั้นหรือ? พวกแกคิดว่าจะสามารถกลั่นแกล้งพวกเราได้ เพียงเพราะว่าในกลุ่มของพวกแกมีผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณอย่างนั้นหรือ? ข้าจะจัดการพวกแกทั้งหมดลงที่นี่ต่อให้พวกแกนั้นมีผู้เชี่ยวชาญระดับก่อกำเนิดลมปราณคอยช่วยเหลือก็ตามที!”
กลุ่มชายวัยกลางคนตะโกนกันออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“โอ้ว!..ฮึฮึ!”
หวังเสียน มีรอยยิ้มที่มุมปากขึ้นมาในทันทีเมื่อได้ยินพวกเขาพูดออกมา
โม่หยวนและโม่ชิงหลงจ้องมองพวกเขาอย่างไร้ความรู้สึก “สำนักชิงมู่ ของพวกเจ้านั้นช่างเหิมเกริมกันเสียจริงๆ บังอาจล่วงเกินนายท่านของข้า ถ้าพวกเจ้าไม่ให้คำอธิบายที่ดีกับพวกข้าในวันนี้ พวกเจ้าทุกคนอย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้!”
เสียงพูดคุยกันของโม่ชิงหลงและกลุ่มของชายวัยกลางคน ดึงดูดความสนใจของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินมาทางพวกเขา
ชุดเครื่องแบบของพวกเขานั้นเป็นชุดสีเขียว ชายสูงวัยที่เดินอยู่ตรงกลางกลุ่มนั้นมีท่าทางที่สง่าผ่าเผยและองอาจมากทีเดียว
ดวงตาของพวกเขานั้นมีแรงกดดันอันน่ากลัวเมื่อพวกเขาหันมองมายังกลุ่มของชายวัยกลางคน
…….
จบบท