Invincible Divine Dragon’s Cultivation System ระบบฝึกฝนมังกรอมตะ - ตอนที่ 225
ตอนที่ 225 ถึงเวลากลับเข้ามหาวิทยาลัย
.
“ถ้าอาหารไม่อร่อยบอกฉันได้นะคะ! แล้วฉันจะทำให้คุณใหม่!”
ซุนหลิงซิ่วนั่งตรงข้ามกับหวังเสียนในขณะที่เธอมองเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและดูมีความสุขมาก
รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่งดงามอย่างไร้ที่ติของเธอนั้น เมื่อมองดูแล้วยิ่งทำให้รู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลยทีเดียว
หวังเสียน รู้สึกเขินอายกับการจ้องมองของเธอเล็กน้อย เขาจึงพูดเปลี่ยนเรื่องออกมาว่า “หลิงซิ่ว คุณเรียกผมว่าหวังเสียน ธรรมดาก็ได้! แล้วในตอนนี้ระดับขั้นการฝึกฝนของคุณนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?”
“จริงๆ แล้วฉันคิดว่าฉันควรที่จะเรียกคุณว่า เสี่ยวเสียน มากกว่านะคะ มันฟังดู!…สนิทกันมากกว่า!” ซุนหลิงซิ่ว มีประกายแสงเรืองๆออกมาจากร่างกายของเธอพร้อมกับหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยในขณะที่เธอพูด “ในตอนนี้ฉันอยู่ในระดับขั้นที่ 5 ของร่างกายมังกรศักดิ์สิทธิ์ แต่ตัวฉันในตอนนี้ไม่มีความสามารถที่จะแปลงร่างกลายเป็นมังกรได้!”
เมื่อหวังเสียน เห็นท่าทีที่เขินอายและลักษณะการพูดที่น่ารักของเธอ ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอกอันดูศักดิ์สิทธิ์เหมือนดั่งเทพธิดา มันทำให้ตัวเขานั้นได้รับผลกระทบโดยตรงในทันทีและรู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ จนตัวเขานั้นร้อนวูบวาบไปหมด จนต้องสูดลมหายใจเข้าอย่างลึกๆ อยู่หลายครั้งเพื่อระงับความหื่นกระหายของตัวเองไว้ และพยายามพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติอย่างที่สุด
“มันอาจจะยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม หรือต้องรอเงื่อนไขบางอย่างในการกลายร่างเป็นมังกรก็ได้นะ!”
ร่างกายแต่เดิมของ ซุนหลิงซิ่วนั้นไม่ใช่เผ่าพันธุ์มังกรที่แท้จริงโดยตรง ร่างกายของเธอนั้นเป็นร่างกายที่มีพรสวรรค์สูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ไม่เหมือนกันกับของหวังเสียนที่เขานั้นผสานเข้ากันอย่างสมบูรณ์โดยผ่านการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของระบบโดยตรง [ตอนที่1] และหากว่าเธอต้องการที่จะกลายร่างเป็นมังกรเธออาจจะต้องมีกระบวนการวิวัฒนาการบางอย่างเพิ่มเติมเข้ามา
“จากนี้ไปคุณสามารถอยู่กับผมได้ตลอด เพราะคุณนั้นถือได้ว่าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันกับผม ผมจะมอบหมายศูนย์การแพทย์มังกรศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ให้อยู่ในมือของคุณก็แล้วกันนะ!”
หวังเสียน ลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมา ในตอนแรกเขาตั้งใจจะให้เธอนั้นเข้ามาช่วยงานเขาที่ศูนย์การแพทย์มังกรศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว แต่ในตอนนี้ความคิดของเขานั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะดูเหมือนว่าหลังจากนี้ไปเธอนั้นคงจะต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาอย่างแน่นอน เพราะว่าเธอนั้นก็ถือได้ว่าเป็นผู้สืบทอดสายเลือดโดยตรงของมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง ซึ่งเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์มังกรศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้า!”
“จริงๆเหรอ เสี่ยวเสียน?”
มีความตื่นเต้นดีใจปรากฏขึ้นในดวงตาของ ซุนหลิงซิ่ว ในทันทีที่เธอได้ยินว่าเขานั้นอนุญาตให้เธอนั้นอยู่และสามารถติดตามเขาได้ตลอดไป แล้วเธอนั้นยังสามารถทำงานเกี่ยวกับการแพทย์และการรักษาที่เธอรักได้อีกด้วย
“สายเลือดมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงและเทคนิคการบ่มเพาะที่คุณส่งมอบไว้ให้ฉันนั้น มันมีความสามารถโดยตรงเกี่ยวกับการชำระล้างสิ่งสกปรกและซ่อมแซมร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่ได้รับบาดเจ็บหรือมีสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับร่างกายได้โดยตรง เมื่อรวมกับวิธีการรักษาทางการแพทย์โบราณและแพทย์แผนปัจจุบันที่ฉันนั้นได้ทำการศึกษาอยู่ ฉันนั้นมั่นใจว่าสามารถรักษาโรคร้ายได้เกือบทุกชนิดในโลกนี้!”
“โอเค! นั่นดีมากเลยทีเดียว ปกตินั้นผมก็ขี้เกียจที่จะเข้าไปที่ศูนย์การแพทย์มังกรศักดิ์สิทธิ์ของผมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นนับตั้งแต่นี้ไปที่นั่นผมยกให้คุณเลยก็แล้วกัน!” หวังเสียน ยิ้มและพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“แต่คุณต้องแจ้งให้หมอเทวะกวงฮัว ได้ทราบก่อนสักหน่อยน่าจะดีกว่า ผมไม่อยากจะทำอะไรที่มันผิดหลักการและผิดมารยาทมากจนเกินไป!”
“ฉันเคยได้แจ้งเรื่องนี้กับท่านอาจารย์เอาไว้แล้ว ว่าฉันนั้นจะติดตามคุณตั้งแต่ก่อนที่คุณจะอนุญาตฉันเสียอีก และอาจารย์ก็ใจดีมากทีเดียว ท่านไม่ขัดขวางฉันเลยแม้แต่น้อยและยังส่งเสริมฉันอย่างดีเสียอีก!”
ซุนหลิงซิ่ว ยิ้มอย่างเขินอายเล็กน้อยในขณะที่เธอพูด และในความเป็นจริงมันก็เป็นอย่างที่เธอได้พูดเอาไว้ เพราะความสามารถของหมอเทวะกวงฮัว ในตอนนี้ไม่สามารถสั่งสอนและแนะนำเกี่ยวกับการแพทย์ให้กับซุนหลิงซิ่ว ได้อีกต่อไปแล้ว
“เอ่อ!..ถ้าอย่างนั้นมันก็ไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้วล่ะ!”
หวังเสียน ยิ้มและหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อตรวจสอบเวลา และในตอนนี้นั้นก็เป็นเวลาประมาณเที่ยงวันแล้ว
นอกจากนี้ในโทรศัพท์ของเขายังมีข้อความมากมายที่ส่งเข้ามา ซึ่งรวมถึงข้อความจากอาจารย์ที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัย ที่ส่งมาให้เขาหลายสิบข้อความด้วยกัน
จากข้อความที่เขาอ่านดูแล้วอาจารย์ที่ปรึกษาของเขานั้นค่อนข้างที่จะโกรธเป็นอย่างมากทีเดียว อย่างเช่นข้อความสุดท้ายมีใจความว่า
[คุณจะถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยถ้ายังไม่กลับมาเรียนภายในเร็วๆนี้!]
หวังเสียนมีรอยยิ้มอันขมขื่น เพราะตั้งแต่เปิดภาคการศึกษามาเขานั้นไปมหาวิทยาลัยได้ไม่ถึง 10 วันเสียด้วยซ้ำ
ถึงแม้ว่าในก่อนหน้านี้ตัวเขานั้นจะเคยแจ้งลาเอาไว้แล้วถึง 1 เดือน แต่มันก็หมดลงไปแล้วตั้งแต่ก่อนที่เขาจะไปประเทศหินหยกเสียอีก
และถึงแม้ว่าตัวเขานั้นจะเรียกได้ว่าเป็นราชาแห่งเมืองเจียงเฉิง มีอำนาจมากที่สุดในเมืองแห่งนี้ แต่ก็มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้
ยิ่งไปกว่านั้นอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาก็ไม่ค่อยจะสนใจเรื่องเกี่ยวกับโลกภายนอกมากสักเท่าไหร่ และหน้าที่ของเขานั่นก็คือจะหักคะแนนในทันทีเมื่อนักศึกษาทำผิดกฎของมหาวิทยาลัย
นอกจากข้อความของอาจารย์ที่ปรึกษาในมหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีข้อความของหวังต้าไห่ อีกหลายสิบข้อความด้วยกัน ข้อความของเขานั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกันเกือบจะทั้งหมด นั่นก็คือ ถามว่าตอนนี้ตัวหวังเสียน นั้นอยู่ที่ไหนทำไมไม่มาเรียนที่มหาวิทยาลัย แล้วทำไมติดต่อไม่ได้ นายเป็นอะไรหรือเปล่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อความที่เป็นห่วงเป็นใยเขาอย่างแท้จริงเลยทีเดียว
ถึงแม้ว่าหวังต้าไห่ จะรู้ข่าวเกี่ยวกับหวังเสียน ที่แต่งเรื่องโกหกขึ้นมาว่าเขานั้นออกไปทำธุระด่วนที่ต่างประเทศจากปากของเสี่ยวหยู แต่ความรู้สึกของเขานั้นก็ต้องการที่จะได้พบและพูดคุยกับหวังเสียน โดยตรงเสียมากกว่า
จากนั้นก็ยังมีข้อความจากผู้อาวุโสฉิน และผู้อาวุโสซู หวังเสียน จึงส่งข้อความตอบกลับพวกเขาทีละคน
‘คงจะได้เวลากลับไปที่มหาลัยแล้วล่ะ!’
หวังเสียนครุ่นคิด ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยได้
เขาคิดแผนเอาไว้คร่าวๆแล้วว่าเขาจะเข้าไปเยี่ยมผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยและควรมีของขวัญไปมอบให้กับเขาโดยตรง
“พรุ่งนี้ตอนที่ผมจะไปที่มหาวิทยาลัยผมจะพาคุณไปที่ศูนย์การแพทย์ด้วยพร้อมกัน!” หวังเสียน บอกกับซุนหลิงซิ่ว
“ตกลงค่ะ!” ซุนหลิงซิ่ว ยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี
หวังเสียน พยักหน้า หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเขาก็ออกไปข้างนอกโดยมีโม่ชิงหลงตามหลังเขามาด้วย
“ไปเรียกแท็กซี่มาเถอะเรากำลังจะไปที่มหาวิทยาลัยกัน!”
หวังเสียนสั่งโม่ชิงหลงที่ตามหลังเขามา
“องค์ราชาขอรับ กระผมพึ่งซื้อรถมาเมื่อเร็วๆนี้ ท่านไม่ต้องนั่งแท็กซี่อีกต่อไปแล้วขอรับ!”
โม่ชิงหลงยิ้มออกมาในขณะที่เขาบอกกับหวังเสียน
“โอ้ว! เจ้าซื้อรถอย่างนั้นหรือ? ซื้อรถอะไรมาล่ะ?” หวังเสียน ถามออกมาด้วยความสนใจ
ในครั้งก่อนเขาเคยสั่งให้โม่ชิงหลง ซื้อรถเอาไว้ใช้งานสักคันนึงซึ่งจะเป็นรถอะไรก็ได้แล้วแต่เขาจะพิจารณา
“มันคือรถ RV ขนาดใหญ่ขอรับองค์ราชา!” โม่ชิงหลงตอบมาด้วยรอยยิ้ม
“รถ RV ขนาดใหญ่?” หวังเสียน ตกตะลึงเล็กน้อยพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ และพูดว่า “นั่นสินะรถ RV น่าจะนั่งสบายกว่ามาก!”
โม่ชิงหลงสวมบทบาทคนขับรถที่ชำนาญในทันที ไม่มีรถใดที่สะดวกสบายเท่ากับรถ RV ขนาดใหญ่อีกแล้ว
“รถจอดอยู่ตรงนั้นขอรับองค์ราชา!”
โม่ชิงหลงเดินไปที่ทางด้านโรงจอดรถของวิลล่า มันเป็นโรงจอดแบบเปิดโล่ง
เมื่อหวังเสียน เดินมาถึงที่จอดรถ เขาก็มองเห็นรถ RV ขนาดใหญ่จอดอยู่ในลานจอดรถ
ตัวรถเป็นสีดำทั้งคัน และหากมองดีๆรถคันนี้ขนาดเกือบจะเท่ากับรถบรรทุกเลยทีเดียว มันใหญ่กว่ารถ RV แบบปกติทั่วไปเป็นอย่างมาก
ลำตัวของรถนั้นมีความยาวมากกว่า 10 เมตร
“นี่คือรถ RV สั่งตรงจากนอกประเทศ MAN 8X8 ที่ผลิตในเยอรมันมีความยาว 11 เมตรกว้าง 2.5 เมตรและสูงเกือบ 4 เมตรน้ำหนัก 21 ตันหลังจากที่ปรับเปลี่ยนบางอย่างให้พิเศษมากขึ้นแล้วในตอนนี้รถคันนี้สามารถป้องกันการระเบิดจากจรวดบาซูก้าได้เลยทีเดียว ต่อให้เป็นนักรบระดับขั้นที่ 8 ก็ไม่สามารถที่จะทำอันตรายบุคคลที่อยู่ภายในรถคันนี้ได้อย่างแน่นอน เลยขอรับ!”
โมชิงหลงแนะนำสมรรถนะของรถยนต์ให้กับหวังเสียน ได้ทราบด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม “องค์ราชาพึ่งพอใจไหมขอรับ!”
“เยี่ยมมาก! น่าประทับใจจริงๆ!”
หวังเสียนเดินวนดูรอบๆรถ และใช้สายตาพิเศษของเขาจ้องมองอย่างละเอียด เขารู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก ภายนอกรถนั้นดูสวยงามและดุดัน พร้อมกับซ่อนความแข็งแกร่งที่มีความสามารถพอๆกับรถถังเลยทีเดียว
“ถ้ารถคันนี้ไปชนกับรถคันอื่นบนถนน รถคันนั้นคงจะต้องและเป็นเศษเหล็กอย่างแน่นอน!”
หวังเสียนพูดออกมาเบาๆพร้อมกับเปิดประตูเข้าไปดูภายในรถ
รถคันนี้ทั้งคันเป็นเหมือนกับบ้านหลังเล็กหลังหนึ่งเลยทีเดียว มีทั้งห้องนอนห้องน้ำห้องนั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหาร
พร้อมกับยังมีบันไดวนขึ้นไปบนชั้นหลังคา
ส่วนหลังคาของรถเป็นแบบเปิดประทุน พอเปิดหลังคาก็จะคล้ายกับเป็นเรือยอทช์ฟลายบริดจ์ที่มีห้องนั่งเล่นแบบเปิด โต๊ะและเก้าอี้เป็นแบบปรับไฟฟ้าอัตโนมัติสามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ได้ใช้งาน
การตกแต่งภายในของรถทั้งหมดนั้นหรูหรามาก
“ยอดเยี่ยมมากจริงๆ!
หวังเสียน รู้สึกถูกใจเป็นอย่างยิ่งรถคันนี้ดีกว่ารถโรลส์-รอยซ์ และมายบัคเสียอีก
“รถคันนี้ใช้เวลากว่าครึ่งเดือนและมีมูลค่าการตกแต่งมากกว่า 10 ล้าน ไม่รวมกับราคารถยนต์!” โมชิงหลงยิ้มและพูด “องค์ราชานั่งให้สบายนะขอรับ กระผมจะขับพาท่านไปที่มหาวิทยาลัยเอง!”
“โอเค!”
หวังเสียนพยักหน้าและนั่งลงบนโซฟาด้านในพร้อมกับสังเกตการตกแต่งภายในอย่างละเอียด
รถคันนี้เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าระบบอัจฉริยะเช่นทีวีและคอมพิวเตอร์
เมื่อรถวิ่งออกถนนเขาไม่สามารถรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกหรือการเคลื่อนที่จากภายนอกได้เลย ข้างในนิ่งและเงียบมาก ระบบกันเสียงและกันสั่นสะเทือนนั้นมีประสิทธิภาพที่สูงมากจริงๆ
หวังเสียนหัวเราะออกมาเบาๆอย่างอารมณ์ดี เขานอนอยู่บนโซฟาพร้อมกับจิบน้ำชาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“องค์ราชาขอรับ เจ้าหน้าที่ของทางมหาวิทยาลัยห้ามไม่ให้รถของเราเข้าไปด้านใน เพราะว่าขนาดตัวรถของเรานั้นใหญ่มากเกินไปขอรับ!”
หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เขาก็ได้ยินเสียงของโม่เชียงหลงพูดส่งผ่านทางอินเตอร์คอมในรถ
หวังเสียน เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนที่เขาจะตอบกลับไปว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าจะลงเดินเข้าไปเอง เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน!”
“ขอรับองค์ราชา!”
หวังเสียน เปิดประตูและก้าวลงออกจากรถไป
“เฮ้อ!..นักเรียนของมหาวิทยาลัยนี้ช่างร่ำรวยกันเสียจริงๆมีแต่คนขับรถสปอร์ตเข้ามากันทั้งนั้น แถมยังเป็นรถหรูราคาแพงเสียด้วยสิ แค่ราคารถของพวกเขา ฉันก็สามารถใช้ชีวิตและปลดเกษียณได้อย่างสบายไปได้ตลอดชีวิตแล้ว น่าอิจฉาพวกเด็กตระกูลร่ำรวยพวกนี้เสียจริงๆ!”
ทันทีที่หวังเสียน เดินเข้ามาผ่านประตูรั้วของมหาวิทยาลัย เขาก็ได้ยินกลุ่มของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูรั้ว จับกลุ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับราคาของรถสปอร์ตหรูของเด็กในมหาวิทยาลัยที่ขับเข้ามาเรียนกันด้วยความอิจฉา!
…….
จบบท