I’m in Hollywood – ย้อนเวลามาเป็นเจ้าพ่อฮอลลีวูด - ตอนที่ 139
Chapter 139 – เรื่องมันชัดเจนอยู่แล้ว
หลังจากที่ได้รับคำเชิญจาก เอริค จอร์นอนิสตัน รีบตกลงโดยแทบไม่คิด ระหว่างนักแสดงโอเปร่ากับโปรดิวเซอร์ทีวี น้อยคนนักที่จะเลือกอันแรก สำหรับว่ามันเป็นคนเขียนบทรึนักแสดงจากฮอลลีวูด พวกเขาเทียบไม่ได้กับผู้กำกับระดับสูง สำหรับความก้าวหน้าในอาชีพเอาให้แม่นยำเลยคือมันมักจะพัฒนาขึ้นมาในทางโปรดิวเซอร์
เพื่อจบเรื่องนี้ จอร์นอนิสตัน ได้ลาออกกับทาง NBC ในเวลาเดียวกันเขาก็ลดบทบาทตัวเองใน Days of Our Liver ตัวเองลงอย่างมาก แม้ว่าเขาจะอายุได้ 50 ในปีนี้แต่อายุเขาก็เท่ากับ เจฟฟี่ แต่อาชีพของเขาไม่ได้ด้อยกว่าตอนที่เขายังเด็กมากนัก
ในตอนที่ส่วนแบ่งของ Home Alone กับ Pretty Woman ยังไม่ได้มา Firefly ก็ไม่ได้ขาดเงินเพราะการกู้เงินสองครั้งของ เอริค เงินทุนในการทำละครแต่ละตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 2 แสน เงินลงทุนทั้งหมดแค่ 5 ล้านซึ่งเท่ากับการลงทุน The Others
Friends เริ่มถ่ายตอนต้นเดือนพฤษภาคมด้วยการมี จอร์นอนิสตัน เพิ่มเข้ามา ทีมงานได้เช่าสตูดิโอสองแห่งของ Fox เพื่อถ่ายฉากใน Friends ละครเรื่องนี้ในชีวิตที่แล้วของเขานั้นถ่ายในสตูดิโอของ Warner ใน LA
แม้ว่า เอริค จะไม่ต้องการให้ Fox เข้ามามีส่วนร่วมกับทางละคร มันคงไม่บังเอิญซะจนทำให้ Warner รึ Columbia จะให้เช่าสตูดิโอ ในตอนประชุม เอริค ได้เสนอว่าให้สร้างสตูดิโอขึ้นมาเพื่อเรื่อง Friends แต่เขาก็โดน เจฟฟี่ กับ จอร์น ค้านเอา ทั้งสองคนบอกว่าใช้เงินเยอะเกินไปและไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป ดังนั้น เอริค จึงยกเลิกความคิดนี้ไปชั่วคราว
สำหรับนักแสดง เอริค บอกว่าหากเขาได้คน 6 คนจากชีวิตที่แล้วของเขางั้นมันคงสมบูรณ์ Friends นั้นปรากฏขึ้นมาก่อนชีวิตที่แล้ว 5 ปี ตามเวลาตอนนี้นักแสดงหลายคนอายุแค่ 20-24 ปีและแม้แต่คนที่แก่ที่สุด ลิซาคูโดรว์ ก็อายุแค่ 26 ปี ถ้าพวกเขามาแสดงกันตอนนี้ งั้นอีก 10 ปีหลัง นักแสดงก็ไม่ได้ต่างกันมากเมื่อออกแสดงอีกรอบ
เหตุผลหลักว่าทำไม Friends ในชีวิตที่แล้วของเขาจบลงที่ 10 ซีซั่น แม้ว่าค่าจ้างนักแสดงจะเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งแต่เรื่องที่สำคัญที่สุดนั้นคืออายุของนักแสดงที่ไม่เหมาะกับบทอีกต่อไป ในซีซั่นที่ 10 ฟีบี นั้นเล่นโดย ลิซา ที่อายุ 41 ซึ่งเธอเล่นบทแม่ในหนังเรื่องอื่น มันเธอว่าดูไม่เหมาะที่เธอจะเล่นบทเป็นสาวอีกต่อไป
เป็นธรรมดาที่จะคิดถึงคนทั้งหกหากจะเริ่มการถ่ายทำอีกรอบ แมตธิวเพร์รี ที่เล่นเป็นโจรใน Home Alone ตอนนี้เป็นนักแสดงหนังชั้นนำและใครก็ตามที่พยายามทำให้นักแสดงฮอลลีวูดมาทำงานในซิทคอมนั้นก็ถือว่าเป็นคนโง่
สำหรับคนอื่นๆ เอริค ก็มีหนังพวกนั้นในความทรงจำแต่ก่อนปีนี้ เอริค ประทับใจแค่ คอร์ตนีย์คอกซ์ ที่เล่นบทเล็กๆใน Cocoon The Return คนอื่นยังไม่โผล่มาแม้แต่เงา มันคงเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ดังนั้น เอริค จึงเริ่มหาคนอื่นแทนในหมู่คนที่มาสมัคร
ในวันที่ 10 วันอาทิตย์ในการถ่ายทำ Running Out of Time ที่ได้มาถึงฉากสุดท้าย ในอาทิตย์ต่อมาของการทำงานหากไม่มีอุบัติเหตุใหญ่ๆอะไร การถ่ายทำก็จะจบอย่างราบรื่น
ดังนั้นวันนี้เพราะ เอริค มีเวลาว่าง เขาจึงทำการออดิชันรอบสุดท้ายของ Friends นี่คือการออดิชันรอบสุดท้ายเพราะคำร้องขอของ เอริค ทีมงานได้ทำการออดิชันรอบแรกไป ดังนั้นพวกเขาจึงใช้เวลาแค่เพียง 10 วัน ฉากได้ถูกสร้างขึ้นมาในสตูดิโอทั้งสองแห่งในช่วงแรๆพร้อมกับการออดิชันที่เข้าสู่รอบสุดท้าย
ตามแผนของ เอริค ระหว่างช่วงกลางเดือนพฤษภาคมจนถึงกลางเดือนมิถุนายน Friends บางฉากจะถูกใส่เข้าไปใน Running Out of Time และการถ่ายทำอย่างเป็นทางการของละครนี้จะถูกปล่อยออกมาหลังการปล่อย Running Out of Time ในเดือนมิถุนายน ตามแผนที่ให้กับ Fox การปล่อยละครนี้จะอยู่ที่ต้นเดือนกันยายน หลังจากที่การฉายหนังช่วงฤดูร้อนจบและเริ่มต้นช่วงละครดรามาของอเมริกา
ยิ่งกว่านั้น เอริค คาดว่าจะใช้แค่ 2 อาทิตย์ในการถ่ายทำสองตอนแรกของละครด้วยตัวเอง หลังจากที่จัดการเรื่องนี้เสร็จแต่เขาต้องทำการเตรียมหนังสองเรื่องสำหรับครึ่งปีหลังต่อและยิ่งกว่านั้นเขาเองต้องทำงานเพื่อปล่อยหนังอีกสามเรื่อง โดยพื้นฐานแล้วมันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีเวลาว่างในช่วงครึ่งปีหลัง
ตอน 8 โมงช้า เอริค ได้เดินเข้าไปที่บริษัทและเห็นคนมากมายที่ยืนรออยู่ที่ห้องโถง คนเหล่านี้รู้จัก เอริค ดี หลังจากที่ เอริค ปรากฏตัว พวกเขาต่างก็ทักทาย เอริค เด็กสาวหลายคนมองมาที่ เอริค ด้วยสายตาที่มุ่งมั่น เอริค พยักหน้าให้กับทุกคนและเดินเข้าไปในห้องออดิชัน
เขาไม่เห็นนักแสดงรอบสุดท้ายจนถึงตอนนี้และนักแสดงทุกคนก็ไม่รู้ว่า เอริค จะมาสัมภาษณ์ด้วย มันไม่เหมือน The Others และ Scent of a Woman ที่ซึ่งทุกคนจะคุ้นเคยกับเขา
“ เจฟฟี่ จอร์น สวัสดีตอนเช้า “- ในห้องออดิชัน เอริค เห็น เจฟฟี่ กับ จอร์น ที่รออยู่ที่นั่นและทั้งสองก็กำลังกระซิบบางอย่างกันอยู่ ในตอนที่เห็น เอริค มาถึง พวกเขาก็ลุกขึ้นทักทาย เอริค
“ สวัสดี เอริค “
“ เอริค สวัสดี “
เอริค เดินไปด้านหลังพวกนั้นแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ผู้ช่วยสาวผมบลอนด์เดินเข้ามาหา เอริค และเอาเอกสารมาตั้งไว้ตรงหน้าเขา เธอก้มตัวลงมาแล้วพูดขึ้น – “ คุณวิลเลียม นี่คือนักแสดงในวันนี้และลำดับเรียงตามด้านบน “
ในตอนที่เธอพูด เอริค ไม่รู้ว่าเธอตั้งใจรึเปล่าแต่หน้าอกของเธออยู่ตำแหน่งที่พอเหมาะ ตรงหน้า เอริค พอดี กระดุมด้านบนไม่ได้ติดเอาไว้และ เอริค ก็เห็นหน้าอกอันสวยงามของเธอได้อย่างง่ายดาย
ใช่ ดูเหมือนเธอจะเก็บไว้ไม่มิด เอริค คิดและมองไปที่ด้านข้าง เมื่อเห็น จอร์น ไม่ได้เห็นฉากนี้และคิดถึงใบหน้าอีกฝ่ายที่คงจะแย่หากเห็นมัน
ทีมงานของ Friends นั้นสร้างเครือข่ายทางทีวีของตัวเองขึ้นมา หญิงสาวคนนี้เองก็เป็นคนมีประสบการณ์ในแวดวงนี้ด้วย เมื่อ เอริค คือแฟนของลูกสาวเขา เพื่อที่จะทำให้ จอร์น พอใจ เอริค จึงเดาว่าจะตัดเธออกจากทีมงานยังไงดี
แต่บางทีเธอคงไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของ จอร์น กับ เอริค ดีนัก รึเธอจะเข้าใจมันแต่ไม่สน เธอจึงอ่อย เอริค ต่อหน้า จอร์น ด้วยการที่ เอริค ยังเป็นคนหนุ่ม ฮอลลีวูดมีผู้หญิงที่ทะเยอทะยานหลายคนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเป็นที่สนใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เอริค เจอกับการอ่อยแบบนี้
เมื่อหญิงสาวพูดจบและ เอริค ได้มองดูอาหารตาได้พอแล้ว เขาก็พยักหน้า – “ ฉันเข้าใจแล้ว “
“ ฉันชื่อ ลินดาแกรนท์ แต่คุณเรียกฉันว่า ลินดา ก็ได้ “ – เด็กสาวยืดตัวขึ้นและจงใจรึเปล่าก็ไม่รู้ที่จะอวดส่วนเว้าโค้งของตัวเองภายใต้ชุดรัดๆ
“ ขอบคุณ ลินดา “ – เอริค ยิ้มและมองไปที่เธออย่างขอบคุณ
ในที่สุดเสียงของ จอร์นอนิสตัน ก็ดังขึ้นมา – “ ลินดา ให้คนรอสัมภาษณ์เตรียมตัว จากนั้นก็มาเริ่มกัน “
“ ได้ คุณอนิสตัน “ – หญิงสาวพยักหน้าและหันกลับไป ก้นสวยๆของเธอภายใต้กระโปรงรัดๆนั้นเดินออกจากห้องออดิชันไป
“ แค่กๆ เอริค ลินดา….แต่งงานแล้ว สามีของเธอเป็นช่างเสียงของทีมงาน “ – จอร์น ไม่รู้ว่าต้องคิดยังไง ในตอนที่เธอเดินออกไป เธอได้กระซิบกับเขาด้วยท่าทีที่ยั่วยวนอีก
เอริค ยักไหล่ – “ จอร์น ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย “
“ เอริค แม้ว่ามันมักมีเรื่องแบบนี้ในฮอลลีวูดแต่นายควรที่จะระวังไม่ทำให้ เจนนี่ ต้องเจ็บ เธอน่ะเป็นสาวน้อยที่เรียบง่าย “
เอริค พยักหน้าอย่างรู้สึกผิด – “ สบายใจได้ จอร์น ฉันจะระวัง “
จอร์นอนิสตัน ส่ายหน้า- “ จริงๆแล้วฉันหวังว่านายจะเลิกกับ เจนนี่ ก่อนเอง “
เอริค ปฏิเสธทันที – “ นอกซะจากว่า เจนนี่ ทิ้งฉันไปก่อน ฉันจะไม่เลิกกับเธอ “
ในตอนที่ เอริค พูดจบ เขาก็ได้บอกกับตัวเองในใจ แม้ว่าเธอต้องการจะทิ้งฉันแต่ฉันก็จะพยายามเอาเธอกลับมา แน่นอนว่าคำพูดแบบนี้พูดออกมาไม่ได้ ไม่งั้นแล้วมันคงยากที่จะมั่นใจว่า จอร์น นั้นจะไม่หาเรื่อง
จอร์น นั้นเดาท่าทีของ เอริค ไม่ได้และเขาได้แต่ตบไหล่ เอริค ก่อนที่จะเริ่มออดิชัน
ตอนนี้ เอริค ก็มีโอกาสที่จะดูรายชื่อนักแสดงสักที
แน่นอนเมื่อมองทีแรกไม่มีสักคนเลยที่จะเป็นดาราดังในอนาคต เอริค ไม่ได้ดูรายการละครทีวีมากนัก ดังนั้นเขาจึงไม่รู้จักคนในแวดวงละคร คนพวกนี้ยังไงซะก็อายุประมาณ 20 ปีและน้อยคนนักที่สามารถที่จะโด่งดังขึ้นมา ในตอนที่ละครดรามาเริ่มซับซ้อนขึ้นและถือว่าเทียบชั้นกับหนังได้ในอีก 10 ปีต่อมา คนพวกนี้ก็อายุ 30-40 ปีแล้ว แม้แต่ตอนนั้นคนพวกนี้ก็ยังเป็นได้แค่นักแสดงสมทบ
รายชื่ออันยาวเหยียดนี้ไม่มีชื่อที่คุ้นเคยเลย เขาเบื่อจนเปิดไปถึงหน้าสุดท้าย มันคือหน้าที่นักแสดงหญิงที่ขอบท ฟีบี ในที่สุด เอริค ก็พบชื่อที่คุ้นเคย นิโคลคิดแมน นี่ทำให้ เอริค แปลกใจเล็กน้อย นิโคลคิดแมน มาสมัครละครทีวีได้ยังไง ?
เอริค ค่อยๆตรวจดูการพิมพ์และเห็นว่าชื่อมันถูกต้อง เขาได้โบกมือให้กับ ลินดา ที่เดินเข้ามาหาเขาอีกครั้ง หญิงสาว รีบเข้ามาหาแล้วถามออกมาอย่างจริงจัง – “ คุณวิลเลียม มีอะไรรึเปล่า ?”
“ รายละเอียดนักแสดงอยู่ไหน ฉันอยากดูข้อมูลของนักแสดงตอนบ่ายนี้ “
“ รอสักครู่ “
ลินดารีบเอาไปแฟ้มเอกสารกลับมา – “ คุณวิลเลียม นี่คือทั้งหมด “
“ ขอบคุณ เรียกฉันว่า เอริค ก็ได้ “ – เอริค พูดขึ้นโดยไม่สนความสงสัยของ เจฟฟี่ และ จอร์น เขารีบเปิดดูและไม่นานก็พบกับข้อมูลของ นิโคลคิดแมน
แค่มองดู เอริค ก็จำรูปที่อยู่บนเอกสารได้ ผมหยิกสีน้ำตาล,หน้ากลม, ตาสีฟ้า, จมูกที่เซ็กซี่, ริมฝีปากบางๆ
เอกสารบอกว่าเธอยังแสดงละครทีวีออสเตรเลียที่ชื่อ Bangkok Hilton และเธอเองก็เล่นละครและหนังมาหลายเรื่องแล้ว
ต้องบอกว่า Dead Calm ได้ทำให้ นิโคลคิดแมน ก้าวเท้าเข้ามาในฮอลลีวูดได้ นี่คือผลกระทบจากการกระทำของเขางั้นเหรอ ?
เอริค คิดและสุดท้ายก็ต้องยอมรับว่ามันจิรง ตั้งแต่ที่เขาตีพิมพ์ Jurassic Park เมื่อปีที่แล้วและเริ่มเข้าสู่วงการฮอลลีวูดด้วย 17 Again ทุกอย่างในโลกก็เปลี่ยนไป นี่เตือนเขาถึงชีวิตที่แล้ว ทันทีที่โดมิโนตัวแรกถูกผลัก มันจะทำให้โดมิโนตัวอื่นนับพันล้มลงไปด้วย นี่คือผลกระทบจากการกระทำของเขา
ตามเวลาในความจำของเขา นิโคลคิดแมน ควรที่จะเล่นเรื่อง Dead Calm ก่อนที่เธอจะมาฮอลลีวูดและได้เล่นกับ ทอมครูส ใน Days of Thunder และสุดท้ายก็กลายเป็นแฟนของ ครูส และกลายเป็นนักแสดงชั้นนำของฮอลลีวูดไป หลังจากนั้นมากกว่าสิบปีเธอก็ยังได้รางวัลออสการ์สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมด้วย
เมื่อคิดถึงองค์ประกอบเหล่านั้น เอริค ก็ได้ข้อสรุปว่านี่คือผู้หญิงที่มีอำนาจ
ในบรรดาผู้หญิงรอบตัว ครูส เธอเป็นแค่คนเดียวที่มีการพัฒนา แม้ว่าหลังจากที่หย่ากับ ครูส แล้ว ไม่ใช่แค่เธอจะไม่มีสภาพแย่ๆแต่เธอยังยกระดับขึ้นมาและได้ค่าจ้างสูงถึง 20 ล้าน จนสุดท้ายก็ได้รางวัลออสการ์ไป
คนอื่นอย่างภรรยาคนแรกของ ครูส ไม่ได้น่าประทับใจเลยสักนิด ภรรยาคนสุดท้าย เคธี่โฮร์ม ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจาก ครูส หลังจากที่หย่ากันไปเพราะฐานะเมียคนเก่าของครูสนั้นจึงไม่มีใครจ้างเธอเลย
จากการสัมภาษณ์ในตอนเช้า เอริค ต้องการรู้เรื่องผู้หญิงคนนี้ให้มากกว่าเดิม ตอนที่เธอพักตอนบ่าย เอริค ถึงกับไปหาผู้ช่วยที่ยั่วเขาตะกี้ที่บันไดสุดทางเดิน
“ เอริค มีอะไรเหรอ ? “ – ลินดา แสดงสีหน้าสงสัยและกังวลมองมาที่ เอริค เธอรู้สึกว่าเธอยังไม่เตรียมตัว ผู้กำกับคนนี้คงไม่ทำอะไรที่นี่หรอก
“ มันเป็นแบบนี้ ลินดา “ – เอริค หยิบเอกสารแผ่นหนึ่งออกมา – “ นี่คือ นิโคลคิดแมน หลังจากที่เธอสัมภาษณ์เสร็จในตอนบ่าย เธอพาผู้หญิงคนนี้ไปที่ออฟฟิศฉันและให้เธอรอที่นั่น ฉัน ฉันต้องการคุยกับผู้หญิงคนนี้ “
ลินดา รับเอกสารไปและดูที่รูปก่อนจะพบว่าผู้หญิงคนนี้สวยกว่าตัวเธอเอง เธอเหมือนรู้สึกแพ้แต่เธอก็พยักหน้า – “ ได้ เอริค ฉันจะบอกเธอให้ ….มีอะไรอีกมั้ย ?”
เอริค ส่ายหน้า – “ ไม่ “
“ โอ้ “ – ลินดา ก้มหน้าแล้วเอาเท้าเขี่ยพื้นไปมา หลังจากนั้นไม่นานเธอก็รวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นแล้วพูดบางอย่างออกมาแต่เธอก็พบว่าไม่มีใครอยู่ตรงหน้าเธออีก
“ เด็กน้อยนี่มัน…น่าหงุดหงิดจริงๆ “ – เธอกระทืบพื้นก่อนที่จะเดินออกไปด้วยความผิดหวัง
หลังจากออดิชันตอนบ่าย ตัวละครที่เหลือทั้งห้าคนก็ได้ถูกตัดสินคร่าวๆ เอริค ได้พบกับ นิโคลคิดแมน ที่เข้าร่วมการออดิชันนี้ตอนประมาณ 4 โมงเย็น ความสามารถของเธอนั้นไม่มีปัญหาอะไรแต่เมื่อเทียบกับ ลิซาคูโดรว์ ในความทรงจำของเขาแล้ว นิโคลคิดแมน นั้นสวยกว่ามาก
ตอน 5 โมงเย็น การออดิชั่นก็จบลง เอริค และ จอร์น อีกทั้งคนอื่นๆได้อยู่ในห้องประชุมพูดคุยแผนเรื่องการถ่ายทำจนถึง 1ทุ่มและแยกย้ายกันกลับ
ความคิดของ เอริค เริ่มปั่นป่วน เขาเกือบลืมเรื่องที่รับปากกับผู้ช่วยสาวก่อนหนี้ ในตอนที่เขาเดินออกมาจากตึก เขาเพิ่งจำได้และรีบหันหลังกลับ เมื่อท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืด เอริค ไม่มั่นใจว่า นิโคลคิดแมน จะกลับไปรึยังแต่เป็นไปได้ว่าคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ ด้วยความฉลาดของผู้หญิงคนนี้ มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะกลับไปก่อน เอริค เดาว่าแม้เขาจะไม่โผล่ไปตอนเย็นตะกี้แต่เธอก็น่าจะรอเขาอยู่ที่ออฟฟิศ
เอริค เปิดประตูเข้าไปและพบผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โซฟา ในห้องมีแสงจากโคมไฟเท่านั้นจึงทำให้ห้องค่อนข้างมืด เอริค จำอีกฝ่ายได้ในตอนที่เธอเห็นเธอ เมื่อเขาเข้ามา เธอก็ลุกขึ้นยืนทันที
เอริค ปิดประตูแล้วเปิดไฟก่อนจะพูดขึ้น – “ สวัสดี คุณคิดแมน “
“ สวัสดี คุณวิลเลียม “
หน้าของหญิงสาวไม่ได้แสดงท่าทีหมดความอดทน เธอยิ้มออกมาเล็กน้อยและเดินเข้ามายื่นมือให้กับ เอริค เอริค มองไปที่อีกฝ่ายและพบว่าเธอไม่ได้ใส่รองเท้า ส้นสูงของเธอถูกถอดไว้ข้างๆ
เธอเป็นคนที่ระวังและเธอเห็นเรื่องความสูงที่ต่างกันด้วย เอริค สูงแค่ 1.8 ม. นิโคล เองก็สูงประมาณนี้ บางทีเธอคิดว่าถ้าใส่ส้นสูงแล้วจะทำให้สูงเกินไปเมื่อเทียบกับ เอริค ซึ่งมันอาจจะทำให้เขาไม่พอใจได้
เอริค ถอนหายใจออกมาและกลับไปที่ตัวเองก่อนจะนั่งลง – “ ขอโทษด้วย คุณคิดแมน ฉันให้เธอรออยู่นานเลยเพราะฉันประชุมอยู่ “
“ ไม่เป็นไรหรอก คุณวิลเลียม คุณเรียกฉันว่า นิโคล ก็ได้ “
“ ดี นิโคล งั้นเธอเรียกฉันว่า เอริค ก็ได้ “ – เอริค พูดขึ้นพร้อมกับพิงไปที่เก้าอี้หนัง เขาไม่ได้พูดอะไรต่อและมองไปที่ผู้หญิงตรงหน้า
นิโคล เองก็ไม่ได้สนในการถามว่าทำไม เอริค ถึงต้องให้เธอรออยู่ที่นี่ บางทีเธอไม่ต้องถามด้วยซ้ำ เรื่องแบบนี้มันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่รึไง ?