cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

I’m in Hollywood – ย้อนเวลามาเป็นเจ้าพ่อฮอลลีวูด - ตอนที่ 137

  1. Home
  2. All Mangas
  3. I’m in Hollywood – ย้อนเวลามาเป็นเจ้าพ่อฮอลลีวูด
  4. ตอนที่ 137
Prev
Next

Chapter 137 – โปรดิวเซอร์

ในตึกที่ในเมือง LA ใกล้กับทางด่วนซานต้าโมนิก้า ถนนยาวกว่า 500 ม.และบล็อคที่กันไม่ให้รถเข้าไป เริ่มจาก 8 โมงเช้า มีรถไม่กี่คันที่ขนอุปกรณ์การถ่ายทำและพวกคนที่รับผิดชอบในการขนของที่ได้รับอนุญาติให้เขาไปได้
ใกล้กับที่พักนั้นเริ่มมีคนมามุงดูอย่างรวดเร็วเพราะใน LA นั้นมีทีมงานนับไม่ถ้วนอยู่ที่ท้องถนนและเพราะนี่ไม่ใช่ถนนที่รถติดนัก ทุกๆ 2-3 เดือนนั้นจะมีทีมงานหนังมายังถนนเส้นนี้ ส่วนคนอื่นจะไม่รู้สึกถึงการมีตัวตนของทีมงานเพราะจากเวลาที่คนพวกนั้นกลับมาตอนที่ทีมงานได้กลับไปแล้ว
แต่ตอนนี้เพราะหนังนั้นมีดาราดังสองคนอย่าง ทอมครูส กับ ทอมแฮงค์ และเพราะ เอริค ที่ซึ่งประสบความสำเร็จก่อนที่จะอายุถึง 19 ปี มันจึงทำให้หลายคนมาที่นี่โดยหวังว่าจะได้พบกับดาราที่ตัวเองชอบ
พวกคนที่มุงอยู่มีกล้องเหมือนกับนักข่าวต่างก็คาดหวังว่าจะได้รูปที่มีค่าบ้าง แม้ว่าทีมงานจะทำทุกอย่างเพื่อกันไม่ให้พวกนั้นถ่ายรูปแต่บางคนก็แอบเอาเข้ามาถ่ายได้
“ นักแสดงสามคนประจำที่แล้วใช่มั้ย ?”- เอริค ที่ยืนข้างๆแท็กซี่สามคันถามผู้ช่วยของเขา เขาต้องการให้ตากล้องไปติดกล้องบนรถพวกนั้น
“ 50 คนประจำที่และ รอยซ์ ได้บอกให้ฉันถามนายว่านายจะเริ่มตอนไหน ?”
“ ทำตามแผน ให้พวกเขาปรับตัวกับเส้นทางที่ต้องเดินก่อนเพราะเราต้องถ่ายฉากถนนด้วย “
“ ได้ “ – อลัน ตอบกลับและพูดขึ้น – “ ตัวแทนชุมชุนได้บอกว่าพวกเราต้องเปิดถนนหนึ่งชั่วโมงในตอนบ่ายและเหตุผลที่พวกเขาบอกแบบนี้ก็เพราะบางคนต้องผ่านทางนี้และช่วงนั้นการจราจรก็ค่อนข้างติดขัด “
ตอนบ่ายนั้นไม่ใช่เวลาที่คนจะกลับบ้าน เขามั่นใจว่ามันคงรถไม่ติดมากนักและทีมงานก็ควรจะกินข้าวในตอนบ่าย
“ บอกพวกเขาว่าไม่มีปัญหา จากเที่ยงจนถึงบ่ายโมง เราจะหยุดถ่ายและเปิดถนน “
หลังจากที่ อลัน เดินออกไป เอริค ก็หันมาสนใจแท็กซี่ทั้งสามคัน พวกนั้นมีทะเบียนตัวเลขเหมือนกัน  นี่ทำให้การถ่ายหนังไม่มีช่องโหว่ในตอนที่ปรากฏในฉาก เมื่อถ่ายเสร็จ ทีมงานจะเปลี่ยนทะเบียนไปเป็นอันเดิม
ด้านในแท็กซี่นั้นก็มีบัตรประจำตัว รถนั้นไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพราะตากล้องจะถ่ายจากที่นั่งข้างคนขับและรถอีกสองคันก็ติดตั้งกล้องแล้ว คันหนึ่งติดที่ด้านบน อีกคันติดไว้ที่เบาะหลัง
วันนี้พวกเขาจะถ่ายฉากที่ ชอร์น ขับพา แอนดี้ ไปที่สถานีตำรวจ  ฉากนี้ควรจะไม่ถึง 2 นาทีแต่ถ้าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น เอริค คาดว่าฉากนี้น่าจะกินเวลาทั้งวันและเขาก็น่าใช้เวลาในการตัดต่ออีกชั่วโมง
ยังไงซะกล้องทุกตัวก็ถูกติดตั้งไว้ที่แท็กซี่แล้ว  เอริค ได้หยิบวิทยุมาและเริ่มสั่งทีมงาน
———
ในตอนที่ ทอมครูส และ ทอมแฮงค์ ลงจากรถบ้านที่พวกเขาอยู่แล้ว นักข่าวที่อยู่ใกล้ก็รีบถ่ายรูปพวกเขา ทั้งสองคนไม่ได้แต่งตัวพิเศษอะไร ครูส ใส่ชุดสีดำ ส่วน แฮงค์ นั้นแต่งตัวเหมือนกับคนส่งของโดยมีหมวกอยู่ที่หัวกับชุดทำงานสีขาว
หลังจากที่ เอริค อธิบายว่าพวกนั้นต้องทำอะไร ทั้งสองคนก็ได้เข้าไปในแท็กซี่ที่ไม่ได้มีการปรับแต่งอะไร
———-
หลังจากที่อธิบายเสร็จ  เอริค ได้เดินไปที่หน้ามอนิเตอร์และดูว่าแสงและมุมกล้องนั้นถูกต้องหรือไม่ หลังจากที่เห็นว่าทุกอย่างดีแล้วเขาก็ได้บอกผู้ช่วยโดยใช้วิทยุสื่อสาร – “ อลัน พื้นที่ถ่ายเคลียร์คนนอกออกไปรึยัง  ? “
“เรียบร้อยแล้ว ส่วนเดียวที่เหลือคือนักแสดงของเรา “ – เสียง อลัน ดังขึ้นจากวิทยุสื่อสาร
เอริค ต้องยืนยันมันอีกครั้งเพราะถ้าหลังจากที่ถ่ายเสร็จไปแล้ว บางคนที่ไม่ใช่นักแสดงที่เขาจ้างมาได้ปรากฏในจอ งั้นเขาก็ต้องเจอกับปัญหาอย่างมาก
ผู้คนส่วนมากที่เห็นในหนังนั้นคือนักแสดงและพวกเขาก็ได้รับค่าจ้างที่สูง มันเป็นเรื่องที่รู้กันในแวดวงว่าเราไม่สามารถมีฉากไหนในหนังที่มีคนจริงๆเป็นพื้นหลัง แม้ว่าจะบอกผู้คนเรื่องนี้และพวกนั้นก็ยอมร่วมมือด้วยแต่ก็ไม่ควรที่จะทำแบบนั้น เพราะเมื่อพวกเขาพบว่าตัวเองโผล่อยู่ในหนัง สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือติดต่อทนายตัวเองและฟ้องข้อหาละเมิดสิทธิ
ปกติแล้วการฟ้องร้องแบบนี้จะทำให้ค่ายหนังต้องจ่ายอย่างน้อย 7-8 หมื่นและในกรณีที่แย่ที่สุดหนังอาจจะถูกถอดออกจากโรงจนกว่าจะตัดต่อหนังใหม่ซึ่งทำให้เสียเงินเป็นล้าน
เมื่อเขายืนยันได้ว่าไม่มีใครอยู่ที่พื้นหลังแล้ว เขาก็ต้องจัดการกับคนที่จะโผล่ในฉากเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคนนอกมาปนอยู่ในหมู่นักแสดง
ดังนั้นเมื่อเห็นฉากในหนังฮอลลีวูดที่มีนักแสดงเดินอยู่รึขับรถอยู่บนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน รู้ไว้ซะว่าทุกคนน่ะคือนักแสดงที่จ้างมา
โปรดิวเซอร์ Part 2

หลังจากที่ แฮงค์ ที่แสดงเป็นคนขับแท็กซี่ได้ปรับตัวเข้ากับเส้นทางที่เขาต้องแสดงแล้ว เอริค ก็ได้สั่งเริ่มถ่ายหนังในช่วงสุดท้ายของวัน
เอริค มองไปที่จอมอนิเตอร์แล้วดูการแสดงของทั้งสองคนที่อยู่ในรถและฟังบทพูดผ่านหูฟัง  แม้ว่าเสียงมันจะไม่ชัดเจนและเสียงเครื่องรถที่สร้างเสียงรบกวนแต่เขาก็ยังคงได้ยินว่าพวกนั้นพูดอะไร หลังจากนี้เขาจะอัดเสียงทับฉากนี้โดยเอาให้เข้ากับบทพูดและการขยับปาก
ช่วงสุดท้ายของวัน เอริค จำไม่ได้ว่าเขาได้ถ่ายฉากนี้ไปกี่รอบและในตอนบ่ายเขานั่งซะจนตัวเองเมื่อยและต้องบอกให้ทีมงานยกจอขึ้นอีกเพื่อที่เขาจะยืนดูมันได้  แม้ว่า เอริค จะเหนื่อยเล็กน้อยแต่เขาก็ต้องทำต่อไป
ทอมครูส กับ ทอมแฮงค์ นั้นมีเวลาพักอีกเยอะเพราะทุกชั่วโมงที่พวกเขาถ่ายทำนั้นทั้งสองจะมีช่วงพักเพื่อให้มั่นใจว่าจะแสดงออกมาได้เต็มที่เพื่อที่จะได้ไม่ต้องดูเหนื่อยเกินไป
แต่ในตอนที่ทั้งสองพัก เขาต้องทำงานในเรื่องการจัดแจงการถ่าย เพราะเขาสัญญากับตัวแทนชุมชุนแล้ว ว่าจะถ่ายแค่วันเดียวบนถนนเส้นนี้ เพราะแบบนั้นเขาจึงต้องดูให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นและเตรียมของให้พร้อมเผื่อว่าจะเจอกับปัญหาในอนาคต
บนจอมอนิเตอร์  แอนดี้ ค่อยๆรูดซิบเสื้อคลุมตัวเองออกแล้วดึงปืนออกมาก่อนจะถามขึ้น – “ นายอยากไปไหน ?”
“ สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด “ – ชอร์น มองไปที่กระจกหลังมองไปที่ แอนดี้ ที่ซึ่งค่อยๆใส่ที่เก็บเสียงใส่ปืน
แอนดี้ มองออกไปนอกหน้าต่างแล้วยิ้มออกมา – “ นายคนเดียวเนี้ยนะ ?”
ชอร์น ยักไหล่และพูดขึ้นมา – “ ใช่ ! “
“ นายไม่ได้มีอาวุธ นายไม่กลัวว่าฉันจะฆ่านายรึไง ?”
“ ถ้านายยิง “ – ชอร์น หันหน้ากลับมาและพูดอย่างใจเย็น -“ รถก็จะชน “
“ ใช่ มันอันตราย  “- แอนดี้ ค่อยๆเปิดหน้าต่างและพูดขึ้น – “ นายจะชนะถ้านายพาฉันไปสถานีตำรวจ “
แอนดี้ ยื่นปืนไปนอกหน้าต่างและพูดขึ้นมา – “ ฉันเล็งไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่ “ -แล้วเขาจึงยิงออกไปโดยไม่ลังเล
เมื่อฉากถ่ายมาถึงตรงนตี้ เอริค ก็ได้ตะโกนขึ้นมา – “ คัท ! “
เมื่อได้ยินเสียงของ เอริค  รถแท็กซี่ก็ได้หยุด ครูส กับ แฮงค์ ได้ลงมาจากรถพร้อมกับที่ นิโคล ที่นั่งอยู่ที่นั่งอยู่ข้างคนขับได้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปพร้อมกับแบกกล้องไปด้วย
หลังจากที่ทั้งสามได้ออกจากแท็กซี่มา ทีมงานคนหนึ่งก็รีบเดินไปที่แท็กซี่และขับกลับไปที่ตำแหน่งเดิม
คนและพาหนะได้ถูกย้ายกลับไปที่จุดแรกตามลำดับเพื่อรอถ่ายอีกฉาก
เอริค ได้บอกทั้งสามคนถึงข้อเสียที่เขาเห็นในฉาก ในตอนที่ทุกอย่างย้ายกลับไปที่เดิมเสร็จ  ครูส และ แฮงค์ ก็ได้กลับไปที่แท็กซี่โดยมี นิโคล ตามไปติดๆ
ไม่นานการถ่ายทำก็เริ่มขึ้นอีกรอบ
———–
Running Out of Time นั้นไม่ใช่หนังที่มีเบื้องหลังลึกอะไรนักหนา มันเป็นหนังเกี่ยวกับการแสดงเพียง +72 ชม.ระหว่างตำรวจและโจร  ในตอนที่เขาทำตัวอย่างหนัง เขาจะใช้ฉากที่ดูโดดเด่นและรายละเอียดของหนังเพื่อให้หนังนั้นดึงผู้ชมมาดูได้
หนังแอ็คชั่นนั้นไม่จำเป็นต้องมีเนื้อเรื่องที่ลึกอะไรเพื่อที่จะสำเร็จ บางครั้งผู้คนก็ต้องการดูแค่ฉากแอ็คชั่นและเขาก็จะให้พวกนั้นสมใจ หนังที่เป็นไปตามความต้องการของตลาด
หนังแบบบนี้ไม่ต้องการนักแสดงที่มีทักษะการแสดงที่สูง หากนักแสดงพอแสดงได้บ้าง หนังก็จะประสบความสำเร็จ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม ครูส กับ แฮงค์ สองดาราดังถึงคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะหากเขาแสดงหนังที่ดีพอตัว  หนังก็จะการันตีความสำเร็จ
จากกลางเดือนเมษายนจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม การถ่ายทำได้ใช้เวลาส่วนมากบนท้องถนนในเมือง LA บางครั้งพวกเขาต้องถ่ายทำบนท้องถนน 2-3 วันและบางครั้งก็ใช้เวลาแค่เพียงครึ่งวันก็ถ่ายฉากนั้นเสร็จ เพื่อให้เนื้อเรื่องยาวๆนี้สั้นลง กระบวนการการถ่ายทำคงอธิบายได้อย่างเดียวว่ามันน่าเบื่อ
หลังจากนั้นไม่กี่วันทีมงาน The Others ในอังกฤษพร้อมกับ เจฟฟี่ ก็ได้กลับมาที่ LA จากนั้นไม่กี่วัน เจฟฟี่ ก็ได้บินไปที่นิวยอร์คเพื่อไปหาทีมงาน Scent of a Woman สำหรับพนักงาน Firefly ที่เหลือนั้น ส่วนมากตาม เอริค ไป มีแค่ยามกับคนที่รับผิดชอบในงานที่สำนักงานกับคนที่รับผิดชอบในการรับส่งจดหมายที่อยู่ที่สำนักงาน ถ้าไม่คิดรายรับที่มากมายจากหนัง เราจะพบว่าบริษัทนั้นไม่ได้ต่างจากบริษัทหนังเล็กๆอื่นใน LA เลย
แม้ว่า Running Out of Time นั้นจะมีกระบวนการถ่ายทำที่ยุ่งยากและซับซ้อนแต่เขาก็ไม่ได้เจอปัญหามากมายตอนถ่ายทำ แต่มันยากที่จะทำตามตารางที่วางไว้ได้
มันคาดไว้ว่าเขาจะถ่ายหนังเสร็จประมาณวันที่ 15 พฤษภาคม ดังนั้นทาง Columbia จึงได้ตัดสินใจทำการประชาสัมพันธ์ตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้หนังและให้ผู้คนพูดถึงมัน
ตั้งแต่เริ่มเจรจากับทาง Sony  ค่าทางการตลาดของ Columbia นั้นได้กระโดดขึ้นเป็น 3.5 พันล้านดอลลาร์
เมื่อเห็นราคาหุ้นของ Columbia ที่เพิ่มขึ้นทีละวันๆ  ทางญี่ปุ่นก็คลั่ง พวกเขาไม่คิดว่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะทำให้เขาเสียเงินจำนวนมากแบบนี้ได้
สัญญาฉบับสุดท้ายระหว่าง Sony และ Columbia นั้นจะเซ็นในเดือนกันยายนและถึงพวกเขาทำการเซ็นสัญญาซื้อกันเสร็จแต่มันก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีกว่าที่จะทำการส่งมอบบริษัทกันเสร็จ
ผลก็คือรายได้หน้าร้อนนี้คือโอกาสสุดท้ายที่ Columbia จะเพิ่มราคาหุ้นของตัวเอง
—————
Warner มีหนังใหญ่สองเรื่องที่ปล่อยออกมาคือ Batman และ Lethal Weapon2 แต่เพราะ Running Out of Time มีตารางปล่อยออกมาในวันที่ 7 มิถุนายน  Warner ที่ตั้งใจจะปล่อย Lethal Weapon2 ตอนต้นเดือนมิถุนายนจึงเลื่อนการปล่อยหนังไปตอนสิ้นปีแทน
ในปี 1987  Lethal Weapon ภาคแรกนั้นทำรายได้ไป 60 ล้านและเพราะหนังภาคแรกขายดี ทุนการทำหนังภาคสองจึงเพิ่มเป็นสองเท่า เพื่อที่จะกู้ทุนคืนหนังเรื่องนี้ต้องทำรายได้อย่างน้อย 100 ล้านดอลลาร์ ภายใต้ความกดดันนี้ผู้บริหาร Warner ไม่ต้องการที่จะมาแข่งกับ เอริค, ทอมครูส และ ทอมแฮงค์  พวกเขาได้เลื่อนการปล่อยหนังออกไปจนถึงตอนสิ้นปี
Columbia กลายเป็นค่ายใหญ่ค่ายเดียวที่มีหนังใหญ่สองเรื่องที่ปล่อยในหน้าร้อนนี้ หนังเรื่องที่สองคือ Ghostbuster 2 หนังที่มีแฟนคลับจำนวนมากตั้งตารอที่จะดูภาคต่อของมัน  Ghostbuster ภาคแรกปล่อยออกมาในปี 1984 เหตุผลว่าทำไม Columbia ถึงได้ตัดสินใจปล่อยภาคต่อของมันออกมาตอนนี้ก็เพื่อเพิ่มราคาหุ้นของตัวเอง
———-
ท้ายเดือนเมษายน เจฟฟี่ เสร็จสิ้นการเดินทางของเขาและกลับมาที่ LA  นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอกับ เอริค  ในรอบเดือน สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือพูดคุยกันเล็กน้อยและไปที่ห้องประชุมเพื่ออัพเดตงานของกันว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“  เอริค นายต้องการจ้างคนเพิ่มอีกมั้ย ? “
ในตอนที่ เจฟฟี่ ถามออกมา เอริค กำลังอ่านเอกสารที่ เจฟฟี่ เอามาให้โดยมันอธิบายถึงกระบวนการถ่ายทำของ Scent of a Woman และ The Others  เอริค ไม่ได้เงยหน้าและตอบกลับ – “ ไม่ หลังจากที่เสร็จจาก Scent of a Woman กับ The Others  ฉันได้บอก โจนาธาน กับ มาร์ติน ให้บอกทีมงานที่ทำงานด้วยให้มาทำงานกับ Firefly “
“ งั้นแล้วเรื่องรายการทีวีล่ะ อันทีนายบอกว่าชื่อ….Friends น่ะ ตารางเวลาเริ่มแน่นแล้วและผู้บริหาร Fox ก็ติดต่อมาไม่หยุดเลย พวกเขาอยากรู้ว่าเมื่อไหร่นายจะให้บท พวกเขาถึงกับจะส่งคนมาช่วยการเตรียมตัวในช่วงแรกด้วย “
เอริค หัวเราะออกมา เขาบอกมันชัดเจนกับ แบรี่ดิลเลอร์ แล้วว่า Friends นั้นจะผลิตโดย Firefly แต่ Fox ยังคงไม่ยอมแพ้กับโอกาสได้ส่วนแบ่งนี้
มันพอเข้าใจได้ ยังไงซะนี่ก็เป็นซิทคอม ทุนการผลิตนั้นน้อยอย่างมากและถ้าสามารถได้สิทธิร่วมกับ Firefly และละครนี้ประสบความสำเร็จ งั้น Fox ก็สามารถต่อรองกับ เอริค ได้และถึงรายการนี้จะล้มเหลว งั้นพวกเขาก็แค่เสียเงินเพียงไม่กี่ล้าน
“ ปฏิเสธข้อเสนอไป พวกเขามาหานายแทนที่จะเป็นฉันเพราะพวกเขารู้ว่าฉันจะปฏิเสธ”
เจฟฟี่ ลังเลไปสักพักแล้วพูดขึ้น – “ เอริค นาย…นายควรคิดดีๆ “
สุดท้าย เอริค ก็เงยหน้าขึ้นและพูดขึ้นมา – “ หืม ? “
“ นาย ! ….นายน่ะทำทุกอย่างคนเดียว นายไม่ยอมให้คนอื่นมามีส่วนร่วมในหนังนายและนายก็ไม่ต้องการให้คนอื่นมามีส่วนในละครของนายด้วย นี่มันไม่ได้ผลในฮอลลีวูดหรอก  ทุกวันนี้แม้แต่หนังทุนน้อยก็มีคนร่วมหุ้นมากมายที่แบกรับผลประโยชน์และความเสี่ยง นี่มันคือกฎข้อหนึ่งของฮอลลีวูด แม้แต่สตูดิโอใหญ่ทั้งหกก็ทำมัน แม้ว่าการแข่งขันระหว่างพวกเขาจะดุเดือดแต่พวกเขาก็ยังคงร่วมมือกันได้ งั้นทำไมนายถึงต้องต่อต้านมันด้วย “

“ ฉันเข้าใจว่านายอยากพูดอะไร “ – เอริค พูดขึ้นแล้วเกาหน้าตัวเอง  – “ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะ ในอนาคตฉันมั่นใจว่าจะแบ่งมันกับคนอื่นแต่ตอนนี้เราต้องเอาให้มากที่สุดไว้ก่อน “
เจฟฟี่ แสดงสีหน้าหมดหนทาง – “ ได้ งั้นเราจะเริ่มรายการทีวีกันตอนไหน ? “
“ เราจะเริ่มพรุ่งนี้ “ – เอริค พูดขึ้น – “ ฉันได้เรียกนายมาที่นี่วันนี้ก็เพื่อคุยเรื่องนี้แหละ เราต้องเริ่มถ่ายให้เร็วที่สุด ฉันตั้งใจจะเพิ่มฉากของ Friends เข้าไปในบางฉากใน Running Out of Time “
เจฟฟี่ แสดงสีหน้าสับสนและถามออกมา – “ เอริค นายจะบอกว่าจะใส่ฉากของ Friend เหมือนกับโฆษณา แม้ว่า Columbia จะตกลงเรื่องนี้แต่มันไม่คุ้มและมันอาจจะทำให้ผู้ชมรู้สึกรังเกียจ “
“ มันไม่ใช่โฆษณาแบบนั้น “- เอริค ปฏิเสธและเริ่มอธิบายความคิดของเขาให้ เจฟฟี่ ฟัง
“ มันเป็นความคิดที่ดี “ – เจฟฟี่ พยักหน้าแล้วถามออกมา – “ แต่เรามีเวลาเหลือไม่ถึง 2 เดือนและนายสัญญากับ Fox ว่าจะส่งสองตอนแรกของ Friends ให้ นายคิดว่านายจะทำได้เหรอ ?”
เอริค ส่ายหน้า – “ ไม่ ฉันไม่จำเป็นต้องถ่ายทั้งตอนให้เสร็จ ที่เราต้องทำก็แค่ถ่ายฉากที่ฉันต้องการใส่ในหนัง ส่วนที่เหลือเราค่อยทำทีหลัง  ที่เราต้องทำตอนนี้คือหานักแสดงและสร้างฉากที่เราสามารถถ่ายบางช็อตให้เร็วที่สุด “
เจฟฟี่ คิดว่าแผนนี้มันเข้าท่าและถ้ามันสำเร็จ Friends จะได้ประชาสัมพันธ์แบบฟรีๆ ยิ่งกว่านั้นผู้ชมจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดูโฆษณาอยู่
“แต่ เอริค ฉันไม่เคยทำรายการทีวีมาก่อน บางทีนายอาจต้องการโปรดิวเซอร์ที่มีประสบการณ์ “
“ ฉันบอกไปแล้ว ฉันจะไม่ให้ Fox เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ “- เอริค พูดขึ้น – “ ดังนั้น เจฟฟี่ นายต้องหาทาง “
เจฟฟี่ เผยรอยยิ้มออกมาและพูดด้วยเสียงกวนๆ – “ จริงๆแล้ว เอริค มีคนที่สนิทกับนายที่เป็นโปรดิวเซอร์ทีวี “
เอริค คิดไม่นานภาพของพ่อของเด็กสาวผู้ดื้อด้านก็โผล่มาในหัว จอร์นอนิสตัน
“ นายพูดถึง จอร์นอนิสตัน รึเปล่า เขาไม่ใช่นักแสดง “ – ท่าทีตอบรับแรกของ เอริค คือคัดค้าน ยังไงซะอีกฝ่ายก็เป็นพ่อของแฟนเขา แฟนสาวที่โกรธเขาอยู่
สุดท้าย เอริค ก็ได้แต่พยักหน้าเล็กน้อยและพูดขึ้น – “ ฉันจะลองติดต่อเขาให้เร็วที่สุด ถ้าเขาไม่ยอมรับงั้นตอนนั้นนายก็ทำมันเอง “
เจฟฟี่ พยักหน้า – “ แล้วเรื่องนักแสดงล่ะ ? “
“ บทของ ราเชลกรีน กำหนดไว้แล้ว “ – เอริค พูดขึ้น – “ ที่เหลือก็แค่อีก 5 บท ฉันจะกลับไปเขียนบุคลิกตัวละครแต่ละคนคืนนี้และฉันจะส่งมันให้นายพรุ่งนี้  นายควรเริ่มการออดิชันให้เร็วที่สุดแต่อย่าทำให้มันดูโดดเด่นเหมือนกับการออดิชั่นอื่นๆ เราไม่ต้องการคนสมัครเป็นพัน นักแสดงควรที่จะมีประสบการณ์ในหนังรึรายการทีวีบ้าง เราไม่ได้มีเวลามาฝึกพวกเขาและให้พวกเขาเซ็นกับ UTA ด้วย “
“ ฉันมั่นใจว่าจะมีคนไม่เยอะในการออดิชันนี้ “ – เจฟฟี่ หัวเราะ – “ ยังไงซะละครก็ไม่ได้ดูน่าสนใจเท่ากับหนังอยู่แล้ว “
—- —
หลังจากพูดคุยกันได้ไม่กี่ชั่วโมง เอริค ก็ได้ออกจาก Firefly และไปยังอพาทเมนต์ของ อนิสตัน  เขาตัดสินใจว่ามันดีว่าที่จะให้แฟนเขาไปเชิญพ่อของเธอมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้
ในตอนที่เขาไปถึงหน้าประตูบ้าน เขาตัดสินใจที่จะไม่เคาะประตู เขาเอากุญแจสำรองที่เธอเก็บไว้ที่กระถางต้นไม้ข้างประตูแทนแต่เมื่อเขาไขล็อค เขาก็พบว่าประตูถูกล็อคจากด้านใน
ฉลาดจริงๆ เอริค คิดอย่างขมขื่นแล้วเอากุญแจเก็บไว้ที่เดิมแล้วเคาะประตู
“ ใคร ?” – เขาได้ยินเสียง อนิสตัน ดังขึ้นมา ไม่นานเธอก็แง้มประตูออกมา  เอริค พยายามที่จะผลักเข้าไปแต่เขาพบว่าเธอได้คล้องโซ่เอาไว้ เขารู้ว่าโซ่นี้มันใหม่เพราะครั้งที่แล้วที่เขามาหาเธอนั้นประตูไม่ได้มีโซ่นี้ติดเอาไว้
เธอต้องติดโซ่นี้เพราะเขาแน่นอน
เอริค พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ – “ สาวน้อย ฉันได้ยินมาว่าเธอนอนไม่หลับ เธออยากให้ผู้ชายสุดแข็งแรงคนนี้นอนกอดมั้ย “
“ ไปซะ “ – อนิสตัน มองไปที่ เอริค และปิดประตูใส่หน้าเขา

Prev
Next

YOU MAY ALSO LIKE

300
My MCV and Doomsday
1 มิถุนายน 2022
ปก
รักลับ ๆ ของฉันกับท่านประธาน
8 กรกฎาคม 2022
300-1 (1)
MMORPG: Martial Gamer
29 มิถุนายน 2022
Infinite-Competitive-Dungeon-Society
Infinite Competitive Dungeon Society
8 กรกฎาคม 2022
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 137"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved