Guild Master จอมราชันโลกออนไลน์ - ตอนที่ 94
ตอนที่ 94
จดหมายจากเมืองหลวง
“นาตาลี เรย์ เข้ามาหน่อย”หลังจากกวีกลับมายังกิลด์บูรพามาได้หลายวัน กวีก็ส่งข้อความไปหาสมาชิกหลัก 2 คนอย่างนาตาลีและเรย์ให้เข้ามาพบตนเอง สาเหตุที่กวีต้องกลับมายังเมืองการ์กันกะทันหันแบบนี้ก็เพราะจดหมายจากเมืองหลวงที่ส่งมาถึงเจ้าเมืองคนใหม่ของเมืองการ์กัน โดยเนื้อหาในจดหมายนั้นก็คือการเรียกตัวเจ้าเมืองคนใหม่ให้เข้าไปพบจักรพรรดินั่นเอง
“มีอะไรเหรอครับ”คนแรกที่เข้ามาพบกวีก็คือเรย์นั่นเอง ตอนนี้เรย์ยังไม่ได้เข้ามาในกิลด์บูรพาก็จริง แต่ก็อยู่ในช่วงเตรียมตัวย้ายเข้าแบบเต็มตัวทำให้เรย์เข้ามาอยู่ในตึกของกิลด์บูรพาเพื่อมาจัดการพื้นที่คลังของกิลด์ให้เรียบร้อย
“พวกเราจะเดินทางไปเมืองหลวงของอาณาจักรทริช เมืองดวาลิน”กวีมองเรย์ที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมๆกับนาตาลีด้วยท่าทีจริงจัง ครั้งนี้ไม่ใช่การต่อสู้ คนที่ต้องการจะใช้งานก็ต้องเปลี่ยนไป เรย์ และ นาตาลี เป็นคนสำคัญของกิลด์ที่สามารถไว้ใจเรื่องการผสานงานและสร้างความสัมพันธ์ได้ สองคนนี้เหมาะมากจะไปเข้าร่วมการเข้าพบองค์จักรพรรดิ
“มาจนได้นะคะ”นาตาลียิ้มบางๆออกมาด้วยท่าทียินดี การเปลี่ยนตำแหน่งเจ้าเมืองไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ตั้งแต่นาตาลีเห็นว่ามีจดหมายจากเมืองหลวงส่งมาถึงเจ้าเมืองคนใหม่ของเมืองการ์กันเธอก็เดาได้ทันทีว่าเป็นเรื่องอะไร รอเพียงตัวกวีมายืนยันเองเท่านั้น
“ไม่ต้องห่วงหรอกพี่ เดี๋ยวผมจะช่วยพี่เอง”เรย์ว่าพลางยิ้มบางๆออกมา ตัวเรย์นั้นเรื่องฝีมือการต่อสู้ไม่สามารถเทียบชั้นปาร์ตี้หลักของกวีได้เลย แต่ตัวเรย์ก็ถือเป็นคนตำแหน่งสูงของกิลด์สุริยันจันทรามาตลอดเพราะความสามารถด้านการค้า และเพื่อทำให้ความสามารถนั้นเป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับกวี เรย์เลยต้องพัฒนาเครือข่ายของตนเองเสมอ และเพราะนิสัยติดตัวแบบนั้นเรย์เลยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากในโลกเสมือนจริง ยิ่ง NPC พวกนี้มีความสมจริงมากเท่าไหร่ เรย์ก็ยิ่งใช้ความสามารถของตัวเองได้ดีขึ้น
“คุณกวี การเรียกตัวครั้งนี้อาจจะเป็นการสอบสวนเรื่องตำแหน่งเจ้าเมืองก็ได้นะคะ ฉันขอเสนอให้พาหัวหน้ากองทหารเจฟกับทหารในกองไปด้วยค่ะ”นาตาลีเสนอออกมาด้วยท่าทีจริงจังไม่ต่างกัน อยู่ๆก็มีจดหมายเรียกมาจากเมืองหลวงหลังจากกวีได้รับตำแหน่งเจ้าเมือง ต่อให้เป็นเด็กก็ดูออกว่าฝั่งนั้นต้องการจะสืบว่าตำแหน่งเจ้าเมืองของกวีได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่
“ไม่ต้องห่วงเขาล่วงหน้าไปแล้ว ตอนนี้น่าจะเดินทางไปเกินครึ่งทางแล้วแน่ๆ”กวีตอบพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ ผู้เล่นสามารถใช้วาร์ปเพื่อเดินทางไปยังเมืองหลวงได้ทันที แต่น่าเสียดาย NPC กลับไม่สามารถทำได้ ไม่อย่างนั้นการส่งเจ้าเมืองมายังเมืองการ์กันคงไม่ลำบากยุ่งยากแบบตอนนั้นหรอก
“ไอช่า พี่จะไปเมืองหลวงหน่อย จะไปด้วยกันหรือเปล่า”กวีถามขณะมองไปทางไอช่าที่กำลังนั่งดูหนังอยู่กับน้ำหวาน นี่พวกเธอนั่งดูเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้มันมีกี่ตอนกันแน่….
“ไปค่ะ”ไอช่าหันมายิ้มด้วยท่าทียินดีเป็นอย่างยิ่ง สำหรับไอช่าแล้วกวีจะชวนไปไหนก็ไปทั้งนั้นล่ะ
“แล้วน้ำหวานละคะ”น้ำหวานถามพลางเอานิ้วชี้ไปที่ใบหน้าของตัวเอง ถ้าทุกคนออกไปหมดในห้องนี้จะเหลือแค่น้ำหวานคนเดียวนะสิ
“มาด้วยกันสิ มีเรื่องที่อยากให้น้ำหวานทำพอดี”กวีตอบพลางยิ้มออกมาด้วยท่าทียินดี
“ได้เลยค่ะ”น้ำหวานได้ยินเช่นนั้นก็ลุกขึ้นเดินตามไอช่าไปติดๆ ทำให้การเดินทางครั้งนี้มีคนทั้งสิ้น 6 คนนั่นคือตัวกวีเอง เรย์ นาตาลี ไอช่า น้ำหวาน และคนที่กวีเรียกให้มาช่วยอีกคนหนึ่ง
.
.
.
“กวี ได้เจอกันอีกแล้วนะ”ทันทีที่วาร์ปจากเมืองการ์กันมายังเมืองดวาลิน หญิงสาวคนหนึ่งก็ยืนรอกวีอยู่ที่ทางออกจากจุดวาร์ปเสียแล้ว
“พี่อ้อน….”น้ำหวานที่ตามกวีมาด้วยเห็นว่าคนที่มารอคือใครก็อุทานออกมาด้วยท่าทีประหลาดใจ อ้อน เป็นแม่ค้าข่าวที่กวีรู้จัก แม้ไม่ได้อยู่ในกิลด์แต่ก็เป็นคนที่กวีสามารถเชื่อใจได้ แต่สำหรับน้ำหวานแล้วอ้อนเป็นอีกตัวตนหนึ่งแทน
“รู้จักงั้นเหรอ”กวีถามพลางเดินเข้าไปหาอ้อนด้วยใบหน้าสบายๆตามปกติ
“น้ำหวานรู้จักอยู่หรอก แต่พี่เขาคงไม่รู้จักน้ำหวานหรอก”น้ำหวานตอบพลางยิ้มเจื่อนๆออกมา แต่ก่อนน้ำหวานทำงานในทางที่ไม่ดีนัก..แล้วตัวอ้อนนั้นก็เป็นเจ้าแม่ในวงการนั้นเลยก็ว่าได้ แล้วผู้หญิงที่น้ำหวานรู้จักส่วนใหญ่กับนับถือพี่อ้อนกันมากด้วย เธอเลยเป็นเหมือนคนที่คนในวงการต้องรู้จักเสียมากกว่า
“งั้นก็รู้จักเข้าไว้ล่ะ ผมจะให้น้ำหวานอยู่กับอ้อนสักพัก คิดซะว่าเป็นงานที่รับปากผมเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วกัน”กวีตอบพลางยิ้มออกมาหน้าตาเฉย แต่ทางน้ำหวานกลับแสดงท่าทีตกใจออกมา
“เอ๊ะ..”น้ำหวานเลิกคิ้วด้วยท่าทีตกใจ งานที่ว่าคือการให้ไปอยู่กับพี่อ้อนงั้นเหรอ นี่มันงานอะไรกัน
“สวัสดีครับ”น้ำหวานยังไม่ทันจะได้ถามอะไร กวีก็เดินเข้าไปทักทายอ้อนเสียแล้ว จะว่าไงดีสมกับเป็นกวีก็ได้ พี่อ้อนที่เป็นเหมือนไอดอลของพวกสาวๆกลางคืนกลับทักทายกวีอย่างเป็นกันเอง แถมดูเหมือนทั้งสองคนจะไม่ใช่แค่เคยพบกันหรือแค่รู้จักกันแบบผิวเผินด้วย
“มาเถอะ พี่อยู่ในเมืองหลวงมาได้สักพักแล้ว ที่นี่มีร้านดีๆเยอะแยะเลยนะ”อ้อนว่าพลางอาสานำกวีและคนอื่นๆชมเมืองหลวงด้วยตัวเอง เมืองหลวงอย่างดวาลินนั้นก็สมกับเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรจริงๆ บ้านเมืองหรูหราและดูล้ำหน้ากว่าเมืองอื่นหลายเท่า ทั้งความสวยงามและสิ่งอำนวยความสะดวกมีให้อย่างเหลือเฟือ แต่ที่น่าประหลาดใจกว่านั้นคือเหล่าทหาร..
เมืองหลวงของอาณาจักรทริช เมืองดวาลินนั้นเป็นเมืองสีขาวสะอาดอย่างกับภาพเมืองในตำนานของเทพแห่งแสงสว่างเลย เพียงแต่ตามถนนเองก็มีทหารสวมเกราะสีขาวเดินไปเดินมาเช่นเดียวกัน ทหารพวกนี้เลเวลคงสูงกันมาก ว่ากันว่าทหารคุ้มกันเมืองหลวงเลเวลน่าจะเกิน 200 กันทุกคนด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงพวกทหารระดับสูงๆเลย แบบนี้เล่นเอาเจฟอ่อนแอไปเลยไม่ใช่หรือไง
“คิดจะบุกเมืองหลวงนี่คงต้องรอท้ายเกมเลยล่ะ”อ้อนยิ้มออกมาหลังจากเห็นกวีมองเหล่าทหารที่เฝ้ารักษาความปลอดภัยอยู่กลางเมือง
“ได้ยินว่าแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรทริชมีเลเวลตั้งหกร้อยกว่าๆเลยนะ แค่เขาคนเดียวก็คงต้องใช้ทั้งกองทัพเข้ารุมแล้ว”อ้อนตอบพลางเดินเข้ามาใกล้กวีมากกว่าเดิม ข่าวนี้เป็นข่าวที่อ้อนได้มาหลังจากเข้ามาทำความรู้จักคนในเมืองหลวง แต่เลเวล 600 กว่าๆนั้นไม่ใช่เลเวลสูงสุดที่อ้อนได้ยินมาจากแหล่งข่าวของอาณาจักรอื่น บางทีอาณาจักรอื่นอาจจะมีแม่ทัพที่เก่งกว่านี้ก็เป็นได้
“เป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวจริงๆ”กวีตอบพลางยิ้มบางๆออกมา ในเมืองหลวงแบบการมีเรื่องกันจนติดชื่อแดงคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแน่ๆ ขืนโดนทหารเลเวล 200 ตามไล่จับละก็ฝันร้ายแน่ๆ
“ไม่ได้กลัวเลยสินะ”อ้อนยิ้มออกมาด้วยท่าทีรู้ทัน การบอกเลเวลของแม่ทัพเมืองหลวงให้กวีรู้นอกจากจะไม่ทำให้กวีกลัวแล้วยังมีท่าทีสนใจอีกต่างหาก ก่อนหน้านี้อ้อนได้ถามข้อมูลจากเมฆมานิดหน่อยเรื่องการเก็บเลเวล เมฆบอกว่าพอขึ้นเลเวล 100 มาแล้วเลเวลจะอืดขึ้นมาก ยิ่งพอเลเวลแตะ 200 ยิ่งขึ้นมากเข้าไปอีก การจะขึ้นไปให้ถึงเลเวล 300 กลัวว่าแม้แต่เมฆเองก็ต้องใช้เวลาหลายเดือน ไม่ต้องพูดถึงเลเวล 600 เลย ระดับคนธรรมดาการจะไปถึงเลเวลระดับนั้นอาจจะต้องใช้เวลาเป็นปีเลยก็ได้ แต่กวีกลับเรียกเมืองหลวงที่มีทหารเลเวล 600 เป็นศัตรูได้เต็มปาก ท่าทางเกมจะเริ่มกลับมาสนุกอีกครั้งแล้วสินะ
.
.
.
“น้องไอช่าน่ารักมากเลย”หลังจากแบ่งหน้าที่และวางแผนกันแล้ว อ้อนก็พาพวกกวีมาที่ร้านขายเสื้อผ้าภายในเมืองหลวงเพื่อเตรียมชุดสำหรับเข้าพบองค์จักรพรรดิ
“พี่อ้อน เอาชุดนี้ก็แล้วกันค่ะ”ไอช่าตอบพลางมองอ้อนที่กำลังพยายามแต่งตัวให้ตนเองด้วยท่าทียินดี ตอนนี้ไอช่าอยู่ในชุดฟูฟ่องราวกับเจ้าหญิงตัวน้อยไม่มีผิด ยิ่งไอช่าเป็นคนใส่ด้วยแล้วยิ่งน่ารักเข้าไปอีก ถึงเธอจะไม่ใช่เด็กน้อยน่ารักแบบสมัยก่อนอีกแล้ว แต่ไอช่าในตอนนี้เป็นเด็กสาวที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยผู้ใหญ่ เป็นสาวสวยที่ให้ความรู้สึกของดอกไม้แรกแย้มได้เป็นอย่างดี
“อืม น่ารักจริงๆด้วย”กวีที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องแต่งตัวพูดพลางมองไอช่าด้วยท่าทีอ่อนโยน ฝ่ายกวีเองก็แต่งกายเต็มยศเหมือนกัน เสื้อผ้าที่ดูเป็นทางการและใบหน้าหล่อเหลาของกวีคงทำให้สาวๆมองตามได้ไม่ยาก ชุดสูทสีขาวและเครื่องประดับที่ทำจากเพชรนิลจินดารวมถึงไม้เท้าของจอมเวททำให้กวีเหมือนขุนนางในหนังเลย
“พี่กวี ไม่ใช่ว่าหัวหน้ากองเจฟยังไม่มาไม่ใช่เหรอคะ พวกเรารีบเตรียมชุดแบบนี้จะดีงั้นเหรอ”น้ำหวานถามพลางมองชุดที่ตนเองกำลังใส่ น้ำหวานเป็นคนสวยอยู่แล้วพอสวมชุดสวยๆแบบนี้ก็ยิ่งสวยขึ้นไปอีก ตอนนี้หากมีตากล้องสักคนคงสามารถถ่ายรูปน้ำหวานไปขึ้นปกหนังสือได้สบายเลย
“ตอนนี้พี่กวีเป็นคนแรกที่ได้ตำแหน่งเจ้าเมืองในอาณาจักรทริช คิดว่าพวกขุนนางคงไม่ยินดีกันเท่าไหร่หรอก”เรย์ว่าพลางขยับชุดของตนให้เข้าที่ ปกติเรย์ก็สวมชุดเป็นทางการอยู่แล้ว แต่คราวนี้ดูเหมือนจะแต่งตัวหรูหรากว่าเดิม
“ถูกแล้ว ถ้าไปเข้าพบองค์จักรพรรดิทั้งๆแบบนี้ละก็อาจจะโดนยึดตำแหน่งเจ้าเมืองคืนไปเลยก็ได้ การยอมรับพวกเราที่เป็นคนจากโลกอื่นไม่ใช่เรื่องง่ายๆหรอกนะ”กวีเสริมพลางเดินเข้ามาหาน้ำหวานเพื่อตรวจสอบการแต่งตัวของน้ำหวาน สมแล้วที่เป็นสาวสวยแต่งชุดไหนก็ขึ้นจริงๆ
“เพราะแบบนั้นเราถึงต้องการกำลังเสริมเสียก่อน”กวียิ้มออกมาด้วยท่าทีเย็นยะเยียบอีกครั้งก่อนจะมองไปทางนาตาลีและเรย์ด้วยท่าทีคาดหวัง แน่นอนว่าเรย์และนาตาลีเองก็ไม่คิดจะหลบสายตาแต่อย่างไร พวกเขาพยักหน้ารับด้วยท่าทีมั่นใจราวกับกำลังจะบอกว่าหน้าที่ที่กวีฝากฝังให้นั้นพวกเขาทำได้แน่นอน
“งั้นก็ไปกันเถอะ เป้าหมายแรกของพวกเราตอนนี้คือบ้านตระกูลดีแลน…”กวีว่าพลางนำจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าของตัวเอง จดหมายนั่นมีตราเจ้าเมืองการ์กันตีตราเอาไว้ แต่บนซองกลับไม่ใช่ลายมือของกวี….
“ดีแลน….นามสกุลของเจ้าเมืองคนเก่าเหรอคะ”ไอช่าถามพลางมองไปทางกวีด้วยท่าทีประหลาดใจ นี่กวีจะไปหาตระกูลของเจ้าเมืองคนเก่างั้นเหรอ