Guild Master จอมราชันโลกออนไลน์ - ตอนที่ 92
ตอนที่ 92
แปลกไป
“เงียบๆนะ”เรดของแก้วที่มีคนของกิลด์เมฆาเป็นส่วนใหญ่เดินเข้าไปในพื้นที่ของดันเจี้ยนหุบเขาวิญญาณหมาป่ากันอย่างระมัดระวัง แม้คนส่วนใหญ่จะเลเวลสูงกันแล้ว แต่เพราะหมาป่าออกมาจำนวนมากแถมยังทำงานกันเป็นทีมทำให้ทุกคนจะขาดความระมัดระวังไม่ได้เด็ดขาด
“นั่น..กำลังทำอะไรงั้นเหรอ”กวีถามพลางมองไปทางเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินล้ำออกไปข้างหน้าคนเดียว
“เดี๋ยวคุณกวีคอยดูนะคะ”แก้วยิ้มออกมาด้วยท่าทีมีเลศนัยก่อนจะหยิบธนูของตนเองออกมา
“………”พอไม่ได้รับคำตอบ กวีก็ได้แต่มองเด็กสาวคนนั้นด้วยตาของตนเอง ตอนนี้เด็กสาวเดินออกไปห่างจากเรดพอสมควร แถมยังหลับตาอีกต่างหาก
“มีหมาป่าอยู่ทางขวาแถวๆเนินด้านบนค่ะ”เด็กสาวคนนั้นพูดก่อนจะเดินกลับเข้ามาหาพวกแก้วด้วยท่าทียิ้มแย้ม เมื่อครู่เธอออกไปสำรวจงั้นเหรอ?
“หูของแอนดีมากเลยนะคะ ได้ยินแม้แต่เสียงฝีเท้าที่อยู่ไกลๆด้วย”แก้วเห็นกวียังทำท่าทีสงสัยออกมาก็อมยิ้มแล้วเฉลยให้กวีฟัง แอนเป็นหนึ่งในสมาชิกที่เพิ่งจะเข้ากิลด์มาช่วงโลกเสมือนจริงเพิ่งจะเข้ามาทำให้กวีไม่รู้จักเธอคนนี้เลยแม้แต่น้อย การใช้หูฟังเสียงของมอนสเตอร์แบบนี้แปลกจริงๆ
“ทุกคนตามพี่มา”หลังจากเฉลยเรื่องของแอนให้กวีฟังแล้ว แก้วก็เดินนำทุกคนไปทางมุมหนึ่งของหุบเขาก่อนจะสั่งให้จอมเวททุกคนร่ายเวทรอเอาไว้ก่อน
“คุณกวี พร้อมหรือเปล่าคะ”แก้วง้างสายธนูขึ้นก่อนจะมองขึ้นไปบนจุดที่แอนเพิ่งจะบอกตำแหน่งไปหมาดๆ จากมุมนี้ก็ยังมองไม่เห็นอยู่ดีว่ามีหมาป่าอยู่หรือไม่ แต่ท่าทางทุกคนจะเชื่อใจแอนมากแล้วเตรียมตั้งรับกันอย่างเต็มที่เลย
“พร้อมครับ”กวีตอบรับก่อนจะร่ายเวทมนตร์ของตนเตรียมเอาไว้ หน้าที่ของจอมเวทก็คือการร่ายเวทหักล้างธาตุของพวกหมาป่าให้ไวที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นเวทใหญ่ขอเพียงเป็นเวทขั้นแรกสุดก็สามารถหักล้างธาตุของพวกหมาป่าได้แล้ว
ฟุบ….
ทันทีที่กวีบอกว่าพร้อม แก้วก็ยิงลูกธนูออกไปทันที ลูกธนูของแก้วโค้งอย่างสวยงามก่อนหายวับเข้าไปในจุดที่แอนบอกตำแหน่งเข้าอย่างจัง
“โบร๋วววววว”ลูกธนูของแก้วหายไปได้ไม่นาน เสียงหอนของหมาป่าก็ดังกึกก้องไปทั้งหุบเขา เสียงหอนเหล่านี้ไม่ใช่เสียงหอนปกติ แต่เป็นเสียงหอนเพื่อร้องเตือนพวกพ้องของตนว่าโดนโจมตีเข้าแล้ว
“มาแล้ว ทุกคนเตรียมตัว”ฮ่องเต้ที่อยู่ด้านหลังพูดก่อนจะชี้ไม้เท้าของตัวเองไปทางพวกหมาป่า ตอนนี้เหล่าจอมเวทต้องร่ายเวทหักล้างให้ได้เพราะพอเริ่มต่อสู้แล้วคนอื่นๆก็ต้องรีบฆ่าเหมือนกันไม่อย่างนั้นถ้าเกิดเผลอตายขึ้นมาก็จะกลายเป็นเสียมากกว่าได้ไปทันที
“คุณกวี ขอแบบตอนนั้นเลยนะคะ”แก้วมองมาทางกวีด้วยท่าทีมั่นใจอย่างมาก ความแม่นยำของกวีแก้วประจักษ์กับตามาแล้ว นอกจากนนท์แก้วก็ไม่เคยเห็นใครทำแบบนั้นได้มาก่อนเลย
“งั้นก็ช่วยไม่ได้นะครับ”กวียิ้มบางๆออกมาก่อนจะมองเหล่าจอมเวทในเรดของแก้ว จอมเวทในเรดของแก้วนอกจากฮ่องเต้แล้วก็ยังมีอีก 3 คนรวมเป็น 4 คน ดูเหมือนจะมีจอมเวทธาตุน้ำ 1 คน ดิน 2 คน และ ลม 1 คน งั้นกวีก็ต้องเน้นไปที่ธาตุไฟสินะ….
“กรรร”หลังจากตรวจสอบกำลังของฝั่งแก้วเสร็จ ในที่สุดเจ้าของเสียงหอนก็วิ่งลงมาจากหุบเขาเสียที พวกมันวิ่งกันลงมาเป็นฝูงแยกย้ายกันเหมือนจะพยายามล้อมพวกแก้วเอาไว้แต่เพราะตำแหน่งที่พวกแก้วอยู่นั้นล้อมได้ลำบากพวกหมาป่าก็เลยมีการเคลื่อนไหวที่ไม่ค่อยดีนัก แถมตำแหน่งที่แก้วเลือกยังมองเห็นพวกมันได้ชัดมากด้วย สมแล้วที่เป็นมือธนู
“เอาเลย”ฮ่องเต้ตะโกนก่อนจะร่ายเวทหอกศิลาของตนเข้าโจมตีหมาป่าธาตุน้ำที่กำลังวิ่งเข้ามา ทันทีที่โดนหอกดินเข้าไปหมาป่าธาตุน้ำก็ชะงักก่อนจะเสียพลังธาตุสีฟ้ารอบๆตัวจนกลายสภาพเป็นเหมือนหมาป่าธรรมดาไม่มีผิด
ตูม!! ฟุบ…!!
จอมเวทคนอื่นๆต่างก็ร่ายเวทของตนเข้าใส่หมาป่าที่แพ้ธาตุของตนอย่างแม่นยำ แม้จะเป็นกิลด์เล็กแต่กิลด์เมฆาก็เต็มไปด้วยคนมีฝีมือ เรื่องการยิงเวทมนตร์อย่างแม่นยำนั้นพวกเขาสามารถทำกันได้อยู่แล้ว
“งั้นก็…..”กวียิ้มออกมาบางๆก่อนจะชี้ไม้เท้าออกไปข้างหน้าช้าๆ ถ้าเรื่องความแม่นยำละก็กวีเองก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน
ตูมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เวทมนตร์ของกวียิงออกไปเป็นชุดพร้อมๆกันหลายบท เทคนิคการร่ายเวทหลายบทพร้อมกันแล้วใช้ออกมาในทีเดียวนั้นเป็นเรื่องที่จอมเวททุกคนรู้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ กวียิงกระสุนเพลิง ศรเพลิงต่อเนื่อง หอกเพลิง กระสุนน้ำ คลื่นกระแทก ระเบิดน้ำ หอกศิลา กำแพงดิน กระสุนลม เคียวสายลม และ พายุหมุน ออกไปอย่างต่อเนื่องราวกับเป็นเวทมนตร์จากคนหลายๆคน ไม่ใช่แค่ใช้ได้หลากหลาย กวีในตอนนี้ยังมีพลังเวทพอจะใช้เวทมนตร์จำนวนมากในครั้งเดียวได้สบาย แถมเวทมนตร์ที่ใช้ยังเป็นแค่เวทมนตร์ระดับ 1 – 3 อีกด้วย ต่อให้ใช้เยอะกว่านี้ก็กินพลังเวทของกวีไปได้ไม่เท่าไหร่หรอก
ไม่ใช่แค่ยิงเวทมนตร์ออกไปได้เป็นจำนวนมาก ความแม่นยำของกวีเองก็ไม่ได้ต่างจากก่อนหน้านี้เลย ไม่ใช่แค่ยิงเวทเป้าหมายเดี่ยวให้โดนหมาป่าที่ตรงตามธาตุ แม้แต่เวทอย่างกำแพงดิน ระเบิดน้ำ หรือพายุหมุนที่กินพื้นที่วงกว้างกวีก็ยังเล็งให้โดนหมาป่าธาตุที่แพ้ทาง 2 – 3 ตัวในครั้งเดียวอีกต่างหาก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้คือหมาป่าที่วิ่งออกมาทั้งหมดกลายเป็นหมาป่าธรรมดาไร้พลังธาตุปกคลุมไปก่อนที่จะเข้ามาถึงกลุ่มของแก้วอีกต่างหาก
“……………”การมีจอมเวทเพิ่มขึ้นมาแค่คนเดียวไม่ทำให้ทั้งเรดคาดหวังผลลัพธ์เช่นนี้อยู่แล้ว ภาพสปิริตวูล์ฟที่กลายเป็นหมาป่าธรรมดาไปแล้วทั้งฝูงเล่นเอาคนในเรดถึงกับพูดอะไรไม่ออก แต่เพราะในเรดมีคนที่สามารถยิงธนูได้อย่างแม่นยำราวกับจับวางได้อยู่แล้วอาการตกตะลึงเลยยังไม่มากเท่าไหร่
“อย่ามัวแต่อึ้งไป ได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้ว”แก้วยิ้มกว้างด้วยท่าทีภูมิใจ นี่ล่ะกวีที่เธอรู้จัก คนที่อ่านการเคลื่อนไหวของเธอออกแล้วสามารถโจมตีประสานกับรับร่างของเธอเอาไว้ได้ตลอดทุกครั้ง แค่ยิงโจมตีหมาป่าในฝูงต้องทำได้อยู่แล้ว
“ค่ะ….”เด็กๆในเรดของแก้วโดนเสียงของแก้วเรียกสติก่อนจะเริ่มเข้าโหมดโจมตีทันที สปิริตวูล์ฟที่เสียพลังธาตุไปแล้วจะไม่สามารถใช้สกิลพิเศษตามธาตุของพวกมันได้ทำให้คนในเรดรับมือง่ายกว่าเดิมมาก แต่ถึงอย่างนั้นมอนสเตอร์เลเวล 92 ก็ไม่ใช่ขนมอยู่ดี
เปรี้ยง!! ตูม!!
เสียงการปะทะกันดังสนั่นไปทั่วจากสกิลของเหล่าผู้เล่น แต่หากมองดีๆแล้วจะพบว่าผู้เล่นของกิลด์เมฆานั้นฝีมือดีกันมาก ทุกคนเคลื่อนไหวอย่างกับรู้อนาคตไม่มีผิด ไม่ว่าพวกหมาป่าจะโจมตีแบบไหนออกมา ทันทีที่เริ่มขยับคนของกิลด์เมฆาก็จะขยับไปก่อนแล้ว…
แต่กวีกลับไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่กับสถานการณ์ตอนนี้ พวกกิลด์เมฆาศึกษาพวกหมาป่ามาอย่างทะลุปรุโปร่งมาก่อนแล้วแน่ๆถึงได้ข้อมูลแบบนั้นมา ทุกท่าของหมาป่าไม่ว่าจะเสียพลังธาตุไปแล้วหรือไม่ก็คงอยู่ในหัวทุกคนอยู่แล้ว ในดันเจี้ยนแห่งนี้พวกเขาคือผู้ล่าอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
“พี่แก้ว พี่แก้ว ดูสิหินเสริมพลังเยอะแยะเลย”แอนที่ทำหน้าที่เป็นคนสำรวจพื้นที่วิ่งเข้าไปดูหินเสริมพลังที่ดรอปอยู่บนพื้นด้วยท่าทีดีใจ เพราะกวีช่วยหักล้างธาตุของหมาป่าให้ทั้งหมดก็เลยทำให้มีหินเสริมพลังดรอปมากกว่าครั้งไหนๆที่เคยล่ามาเลย
“สุดยอด พี่กวีพี่หักล้างธาตุพวกมันได้หมดเลยเหรอครับ”ฮ่องเต้ถามพลางมองไปทางกวีด้วยท่าทีอึ้งๆ จอมเวทแต่เดิม 4 คนสามารถทำให้พวกหมาป่าถูกหักล้างได้แค่ 17-24 ตัวเท่านั้นก่อนจะเข้าปะทะ แต่ฝูงหมาป่าที่เข้ามาเมื่อครู่มีกันถึง 50 ตัวซึ่งถือเป็นฝูงใหญ่เลยก็ว่าได้ เท่ากับว่ากวีแค่คนเดียวสามารถหักล้างธาตุของหมาป่าได้มากกว่าจอมเวทฝีมือดี 4 คนของกิลด์เมฆาเลยนะ
“เห็นไหมพี่บอกแล้วว่าคุณกวีเขาฝีมือดี”คนที่ยึดอกทำท่าภูมิใจกลับเป็นแก้วเสียอย่างนั้น ก็ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อนี่นาว่ามีจอมเวทที่สุดยอดแบบนั้นอยู่จริงๆ
“ถ้าทำไม่ได้ขนาดนี้ก็คงไม่ได้รับการยอมรับจากคุณแก้วเขาหรอกครับ”กวีตอบพลางหัวเราะออกมาเบาๆ แก้วเองก็ยิงลูกธนูใส่ดวงตาของพวกหมาป่าอย่างกับจับวางตลอดเวลาเลยนี่นา เธอเองก็เหนือมนุษย์เหมือนกันนั่นล่ะ
“ไม่นะคะ แก้วชื่นชมคุณกวีอยู่แล้ว ไม่ยอมรับอะไรกัน”แก้วได้ยินกวีแซวก็รีบหันไปแก้ข่าวทันที เธอยอมรับกวีมาแต่แรกแล้วต่างหาก
“แอน คิดอย่างที่พี่คิดหรือเปล่า”ระหว่างกวีกับแก้วกำลังผลัดกันถ่อมตนอยู่นั้น ทางทัพด้านหน้าก็มองไปทางทั้งสองก่อนจะเริ่มซุบซิบนินทากันเสียอย่างนั้น
“นั่นสินะคะ มันแปลกๆค่ะ”แอนตอบพลางจ้องไปทางกวีด้วยท่าทีสงสัย แค่ศึกแรกก็เห็นแล้วว่าฝีมือของกวีไม่ธรรมดา หรือว่า….
“พอแล้ว พวกเรายังต้องล่ากันอีกหลายรอบนะ แอนหาฝูงต่อไปเลย”ยังไม่ทันได้วิเคราะห์อะไรต่อ แก้วก็หันไปทางแอนก่อนจะสั่งให้เคลื่อนพลทันที แต่เพราะเห็นท่าทีแปลกๆของแก้วแบบนี้แอนเลยยิ่งรู้สึกมั่นใจกว่าเดิม
ตูม!!
หลังจากไล่กวาดล้างพวกสปิริตวูล์ฟจนหมด ในที่สุดพวกกวีก็เดินทางมาถึงบอสใหญ่อย่างเกรทสปิริตวูล์ฟเสียที แต่การสู้กับบอสของเกรทสปิริตวูล์ฟนั้นง่ายดายมาก พวกแก้วแทบจะเคยชินกับการสู้กับมันจนแทบจะหลับตาสู้ได้อยู่แล้ว แอนที่ข้องใจกวีมาตั้งแต่แรกก็เลยได้โอกาสเสียที
“ทุกคน….แอนรู้สึกว่าวันนี้พี่แก้วไม่เหม่อเลยนะ…”อยู่ๆแอนก็พูดประโยคแปลกๆออกมาเหมือนเป็นประโยคคีย์เวิร์ดอะไรสักอย่าง
“จริงด้วย วันนี้พี่แก้วดูจะมีใจล่ากว่าปกตินะ”พอได้ยินแอนพูดนำ เหล่าสมาชิกก็เริ่มตามทันที หลายวันมานี้แก้วทำตัวเหม่อๆตลอดเวลาอย่างกับใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเสมอ แม้แต่ตอนสู้กับบอสก็ยังเผลอเหม่อคิดเรื่องอื่น ถึงมันจะไม่ส่งผลกระทบอะไรกับการสู้บอสก็ตาม แต่ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงท่าทีแปลกๆ แต่ทว่า…พอกวีเข้ามาแก้วก็ไม่มีท่าทีแบบนั้นเลยนี่สิ
“เอ๊ะ อะไรกัน ทุกคนหมายความว่ายังไง”แม้การสู้กับบอสจะดำเนินต่อไป แต่ตอนนี้แก้วกลับกลายเป็นเป้าสายตาของทุกคนเสียอย่างนั้น