Guild Master จอมราชันโลกออนไลน์ - ตอนที่ 82
ตอนที่ 82
สวนในเมือง
เมืองเด็นโดรเป็นเมืองขนาดกลางที่อยู่ทางใต้ของอาณาจักรทริช จุดเด่นของเมืองนี้ก็คือที่ตั้งของเมืองซึ่งอยู่ท่ามกลางยอดเขานั่นเอง มันเหมือนเมืองที่สร้างอยู่ในปล่องภูเขาไฟที่สงบไปแล้วไม่มีผิด ตัวเมืองเด็นโดรเป็นเมืองที่มีสีเขียวให้เห็นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะหน้าบ้านหรือกลางถนนต่างมีการปลูกต้นไม้เอาไว้ทั้งนั้นแถมยังมีสวนดอกไม้ให้เห็นได้ไม่ยากด้วย เมืองเด็นโดรแห่งนี้ราวกับสวนขนาดใหญ่ของพวกขุนนางในอดีตเลย
“คิกๆ…”ระหว่างทางกวีเห็นพวกคู่รักพากันเดินในเมืองเป็นระยะๆ อาจจะเพราะเป็นเมืองที่เหมือนสวนขนาดใหญ่เป็นที่ที่เหมาะมากสำหรับพาคนรักมาเที่ยวเล่นด้วยกระมังคนส่วนใหญ่ที่มายังเมืองบนยอดเขาแบบนี้ก็เลยเป็นพวกคนที่มาเที่ยวเสียส่วนใหญ่
“เชิญค่ะ ยินดีต้อนรับสู้ร้านวิสตี้ค่ะ”เพราะงานประมูลยังไม่เริ่ม กวีก็เลยเดินมานั่งเล่นที่ร้านน้ำชาข้างทางที่หาได้ง่ายมากๆในเมืองแห่งนี้ ที่นี่เหมือนสถานที่ท่องเที่ยวที่มีร้านน้ำชาและร้านขนมให้นั่งเล่นชมสวนกันได้อย่างสบายใจเลยทีเดียว
“คุณลูกค้ามาคนเดียวเหรอคะ”NPC เด็กเสิร์ฟสาวคนหนึ่งเดินมาถามกวีด้วยท่าทียิ้มแย้ม ร้านที่กวีเลือกนั่งเป็นร้านขนาดเล็กที่มีร่มเงาปกคลุมให้แขกนั่งที่ริมสวน ดูแล้วเป็นร้านที่ให้อารมณ์สบายๆดีและไม่หรูหราเกินไป
“ครับ พอดีได้ยินว่าจะมีงานประมูลที่นี่ก็เลยแวะมา”กวีตอบพลางยิ้มออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม อีกฝ่ายถามว่ากวีมาคนเดียวอาจจะเพราะปกติที่นี่คนมากันเป็นคู่กระมัง
“อ๋อ งานประมูลที่สวนกุหลาบขาวนี่เอง มีแขกหลายท่านมางานนี้เหมือนกันนะคะได้ยินว่ามีของน่าสนใจขายในนั้นเยอะแยะเลย”เด็กเสิร์ฟยิ้มหวานก่อนจะชวนคุยกับกวีอย่างเป็นมิตร ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆก็เลยมีบรรยากาศสบายๆแบบนี้สินะ
“น่าสนใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ ผมมาแค่เพราะของเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง”กวีถามพลางเปิดเมนูออกเพื่อจะสั่งน้ำชาสักกามานั่งดื่มขณะรอ เมืองนี้บรรยากาศร่มรื่นดีหากไม่ดื่มด่ำสักหน่อยก็คงน่าเสียดายแย่
“ค่ะ ได้ยินว่ามีกิ่งไม้ของต้นไม้วิเศษมาขายในงานวันนี้ด้วย พวกนักผจญภัยเลยเดินทางกันมาเยอะกว่าปกติมากเลยค่ะ”เด็กเสิร์ฟตอบพลางรับรายการจากกวี เรื่องเวทมนตร์ไม้ของกวีก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ในงานมีของน่าสนใจก็อีกเรื่องหนึ่ง บางทีนอกจากเวทมนตร์ไม้ที่กวีจะซื้อแล้วก็อาจจะดูของอย่างอื่นกลับไปด้วย
“น่าสนใจดีนะครับ”กวียิ้มรับก่อนจะส่งเมนูคืนให้กับพนักงานเสิร์ฟ ระหว่างนี้กวีก็นั่งดื่มชาและอ่านจดหมายที่คนของตนส่งมาเพื่อฆ่าเวลา
“เชิญครับ….”หลังจากรอจนถึงตอนบ่าย กวีก็เดินทางไปทางตะวันออกของเมืองเพื่อเข้าไปในงานประมูลที่เรย์ให้ข้อมูลมา งานประมูลที่สวนกุหลาบขาวนั้นเป็นงานประมูลกลางแจ้งที่จัดอยู่ในสวนท่ามกลางสวนกุหลาบสีขาวตามชื่อ แดดอุ่นๆและหญ้าสีเขียวขจีให้บรรยากาศเหมือนภาพงานแต่งในหนังเลย แถมด้วยโต๊ะและเวทีสีขาวที่จัดอยู่กลางสวนก็ยิ่งทำให้เหมือนงานแต่งเข้าไปใหญ่ หากมีคู่บ่าวสาวอยู่บนเวทีกวีคงเข้าใจผิดว่าตนมาผิดงานแน่ๆ
งานประมูลของเมืองเด็นโดรดูเหมือนจะถูกจัดขึ้นโดยกิลด์การค้ากิลด์หนึ่งที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่การจัดงานก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว อาจจะเพราะเลือกบรรยากาศงานได้ดีแถมยังมีนักดนตรีคอยเล่นบรรเลงอยู่รอบๆอีกด้วยเลยทำให้แขกยิ้มแย้มกันไม่น้อย
“ท่านกวี…ยินดีที่ได้พบครับ”ระหว่างกวีกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะของผู้เข้าร่วมประมูล อยู่ๆชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหากวีพร้อมกล่าวทักทายอย่าสุภาพ
“ยินดีที่ได้พบครับ”กวียิ้มรับก่อนจะมองไปทางชายคนนั้นด้วยท่าทียิ้มๆ ไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นทักทายเพราะอีกฝ่ายเป็นเพียงลูกน้องคนหนึ่งของคนที่กวีเคยติดต่อเท่านั้น แต่ถึงกับรู้จักหน้าของกวีแสดงว่ารู้จักหาข้อมูลดีสินะ
“ผมถูกเชิญมาเป็นแขกก็เลยคิดจะประมูลอะไรกลับไปบ้าง ไม่ทราบว่าท่านกวีสนใจสินค้าตัวไหนเหรอครับ”ชายคนนั้นถามพลางยิ้มออกมาด้วยท่าทีอ่อนน้อม ที่ถามกวีแบบนี้ก็เพื่อให้แน่ใจว่าตนเองจะไม่ไปหมายปองของที่กวีต้องการนั่นเอง
“ตอนแรกก็คิดจะมาซื้อเวทมนตร์กลับไปสักเล่ม…แต่ท่าทางงานนี้จะมีของน่าสนใจดีคงต้องดูไปก่อน”กวีตอบพลางหันใบหน้ากลับไปมองบนเวทีเหมือนไม่ได้สนใจอีกฝ่ายนัก
“ครับ…ทราบแล้วครับ”ชายคนนั้นตอบพลางถอยห่างออกไปก่อนจะหันไปบอกคนด้านหลังว่ากวีกำลังต้องการอะไรด้วยท่าทีจริงจัง แม้ข่าวการกลับมาของกวีจะรู้ในวงแคบ แต่ผู้ที่รู้ต่างก็ตื่นตัวกันทั้งนั้น กิลด์พ่อค้าขนาดเล็กหรือกลางไม่กล้ามีเรื่องกับกวีที่เคยคุมแม้กระทั่งสมาคมของเรย์หรอก
“ทางนี้ๆ ตรงนี้ว่างครับพี่ออฟ”ระหว่างกวีกำลังรองานประมูลเริ่ม อยู่ๆที่ด้านข้างก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาตรงที่ว่างข้างๆกวี ก่อนจะทำท่าเหมือนจองที่ตรงนั้นเอาไว้
“มันพอซะที่ไหนเล่า นี่แกนับเลขไม่เป็นหรือไง”ชายที่ถูกเรียกว่าพี่ออฟพูดพลางเดินเข้ามาดูตรงที่นั่งด้านข้างของกวี ตรงนั้นมีที่นั่งว่างอยู่ 6 ที่แต่หากมองไปทางออฟแล้วก็จะพบว่าตอนนี้ที่ข้างตัวออฟมีคนมาด้วย 7 คนรวมกับคนที่เข้ามาจองกับตัวออฟเองแล้วมีถึง 8 คนเลย หากจะนั่งแถวเดียวกันคงไม่ได้
“ลุง ช่วยหลีกทางให้พวกเราหน่อยได้หรือเปล่า”ชายคนที่เข้ามาจองที่ว่าพลางหันไปมองชายอีกคนที่อยู่คนละด้านกับกวี โชคดีที่ชายคนนั้นกับผู้หญิงที่มาด้วยยอมลุกให้พวกออฟนั่ง เพราะถ้าไม่ยอมกวีคงเป็นคนต่อไปที่โดนไล่ให้ไปนั่งที่อื่น แต่ในเมื่อพวกนั้นไม่ได้มาเบียดเบียนอะไรกวีตัวกวีก็ไม่คิดจะต่อว่าอะไรพวกนั้นหรอก
“พี่คะ งานนี้มีของที่หนูอยากได้ด้วย พี่ช่วยซื้อให้หนูได้หรือเปล่า”หญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆชายที่ชื่อออฟพูดออกมาด้วยท่าทีอ้อนๆ ทำเอากวีได้แต่ยิ้มเจื่อนๆออกมาเลย
“ได้สิ จะเหมาของทั้งหมดเลยก็ยังได้”ชายที่ชื่อออฟหัวเราะออกมาด้วยท่าทีวางท่าไม่น้อย แต่หากมองไปที่อกของชายที่ชื่อออฟจะพบว่าที่อกเสื้อของเขามีตราสัญลักษณ์ของกิลด์ๆหนึ่งติดเอาไว้ กิลด์นั่น….เป็นกิลด์ที่คุ้นมากทีเดียว
.
.
.
หลังจากแขกเข้ามากันจนเต็มแล้ว งานประมูลของเมืองเด็นโดรก็ค่อยๆเริ่มขึ้น โดยของที่นำออกมาแต่ละชิ้นต่างก็เป็นของที่น่าสนใจกันทั้งนั้น แม้ราคาจะไม่ได้สูงเหมือนงานประมูลที่กิลด์อัศวินนภาเป็นคนจัด แต่ของส่วนใหญ่ก็ประมูลกันไปในราคาหลักหมื่นกว่าๆทั้งนั้น
“หนึ่งแสน”เสียงตะโกนของออฟที่นั่งอยู่ข้างๆกวีดังขึ้นด้วยท่าทีคึกคัก ของชิ้นแรกๆส่วนใหญ่กวีไม่ค่อยได้สนใจนักเพราะเป็นไอเทมอย่างอาวุธและชุดเกราะอย่างดี ของพวกนี้วินหามาได้ไม่ยากเลยกวีไม่จำเป็นต้องออกประมูลตัดราคาชาวบ้านเลยแม้แต่น้อย
“หนึ่งแสนสองหมื่น”เสียงจากอีกมุมหนึ่งดังขึ้นเพื่อแย่งประมูล ของที่แขกกำลังเสนอราคาอยู่ตอนนี้คือจดหมายฉบับหนึ่ง แน่นอนว่ามันไม่ใช่จดหมายธรรมดาหรอก แต่เป็นไอเทมสำหรับรับเควสอาชีพลับอาชีพหนึ่ง แต่กวีไม่ได้สนใจอาชีพนี้ก็เลยไม่ได้คิดจะเข้าไปประมูลแต่อย่างไร
“แสนสี่หมื่น”ออฟที่นั่งอยู่ข้างๆกวีตอบกลับทันที เพราะดูเหมือนผู้หญิงที่มาด้วยจะบอกว่าอยากได้จดหมายฉบับนี้มาก
ปึง!!
สุดท้ายของส่วนใหญ่ก็จบลงไปที่ออฟที่นั่งอยู่ข้างๆกวีเสนอราคาเอาชนะไปได้ ทำให้ในกลุ่มของออฟมีเสียงพูดคุยเฮฮากันตลอดเวลาจนกระทั่ง…
“ของชิ้นต่อไป เป็นชุดเดรสสำหรับคุณผู้หญิงนะครับ”ทันทีที่ผู้ดำเนินงานออกมาพูด กวีก็มองชุดที่นำออกมาด้วยท่าทีสนใจทันที แค่มองผ่านๆกวีก็รู้ทันทีว่าชุดนี้ไอช่าต้องชอบแน่ๆ นี่เลยเป็นของชิ้นแรกที่กวีจะเริ่มลงประมูลด้วย
“ราคาเริ่มต้นของชุดนี้คือสามหมื่นบาท มีท่านได้สนใจหรือไม่ครับ”หลังจากบรรยายสรรพคุณของชุดตั้งแต่วัตถุดิบ การออกแบบ ไปจนถึงคุณประโยชน์ต่างๆที่นำมาจูงใจผู้ซื้อเสร็จผู้ดำเนินรายการก็เริ่มการประมูลทันที
“สามหมื่นห้าพัน”กวีที่เห็นว่าชุดนี้ไอช่าน่าจะชอบก็เสนอราคาออกไปทันที เพียงแต่บรรยากาศรอบข้างจากเดิมก็เปลี่ยนไปทันที
“……………..” ในสถานที่ประมูลจากเดิมที่มักจะแย่งกันเสนอราคาสู้กลับเงียบลงในอึดใจเดียว ไม่ใช่เพราะชุดราคาแพงเกินไป มันเป็นชุดที่ดีมากสร้างจากวัสดุอย่างดี ใช้ได้ทั้งตอนต่อสู้ทั้งสวมใส่เพื่อความสวยงาม ราคาจริงๆของมันอาจจะเหยียบแสนเลยด้วยซ้ำ แต่ทุกคนกลับเงียบไม่เสนอราคาต่อนั่นเพราะผู้ที่เสนอราคาคือกวีต่างหาก
“สี่หมื่น”ระหว่างผู้ดำเนินงานกำลังงงกับการตอบสนองของคนอื่นๆ อยู่ๆออฟที่นั่งอยู่ข้างๆกวีก็เสนอราคาขึ้นมา ตอนแรกก็สงสัยอยู่หรอกว่าทำไมคนอื่นถึงเงียบไป แต่น่าเสียดายออฟและกลุ่มเพื่อนๆไม่ได้รู้จักกวีเลย พอผู้ดำเนินงานจะขายให้กวีออฟก็เลยชิงเสนอราคาก่อน
“หนึ่งแสน”กวีถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่นึกเลยว่าคนในงานจะกระจายข่าวกันเร็วแบบนี้ ตอนแรกกวีเสนอราคาก็เพื่อเพิ่มราคาให้ชุดเท่านั้น ขืนซื้อชุดระดับนี้ไปในราคาแค่สามหมื่นมีหวังรู้สึกผิดกับคนสร้างแน่ๆ
“หนึ่งแสนหนึ่งหมื่น”ออฟที่โดนบิดราคาขึ้นไปหนึ่งแสนชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเสนอราคาเพิ่มเข้าไปอีก
“หนึ่งแสนห้าหมื่น”กวีเสนอราคาออกไปอีกด้วยใบหน้านิ่งเฉยอย่างมาก ตอนนี้ราคาเกินกว่าราคาชุดที่ควรจะเป็นไปแล้ว แต่กวีจะซื้อไปฝากไอช่า หากไอช่ารู้ว่ากวีแอบมางานประมูลแล้วไม่ยอมซื้อของไปฝากละก็มีหวังไอช่าได้งอนใส่แน่ๆ เพราะงั้นชุดที่น่าจะถูกใจไอช่าแบบนี้คงปล่อยไปไม่ได้
“หนึ่งแสนหก….”
“สองแสน”กวีไม่รอให้ออฟพูดจบหรอก ของที่อยากได้กวีก็แสดงออกชัดเจนว่าอยากได้เท่านั้นเอง
“………”ราคาชุดตอนนี้มากกว่าที่ควรจะเป็นไป 2 เท่าตัวแล้ว ฝ่ายออฟที่คิดจะซื้อมาให้เด็กของตนเลยชะงักไป สุดท้ายชุดก็เลยกลายเป็นของกวีเพราะออฟไม่ยอมเสนอราคาต่อเสียที
“ของชิ้นต่อไปเป็น……”การประมูลดำเนินต่อไปเรื่อยๆหลังจากสินค้าชิ้นต่อไปถูกนำออกมา แต่ไม่ว่าของชิ้นไหนก็ตามที่กวีไม่ได้เสนอราคา ทุกคนต่างก็เสนอราคาแย่งชิงกันเหมือนงานประมูลปกติ แต่ทันทีที่กวีเสนอราคาออกมาไม่ว่าจะของชิ้นไหน คนอื่นๆต่างก็ยอมหยุดให้กวีเสมอยกเว้นเพียงออฟเท่านั้น แต่น่าเสียดายไม่ว่าจะเสนอราคาไปเท่าไหร่กวีก็ยังเสนอราคาต่อได้สบายจนได้ของชิ้นนั้นๆไป เล่นเอาตอนนี้ออฟต้องหันไปมองกวีด้วยท่าทีงุนงง เจ้าหมอนี่ไม่เห็นเคยเจอหน้ามาก่อนเลย มันเป็นใครกันแน่…?