Guild Master จอมราชันโลกออนไลน์ - ตอนที่ 80
ตอนที่ 80
รอ
“น้ำหวาน ไม่ใช่ว่าตอนนี้เธอเองก็ต้องไปทำธุระเหมือนกันงั้นเหรอ”หลังจากกวีกลับมาที่อาคารของกิลด์บูรพา สิ่งแรกที่ได้พบหลังจากเข้าไปในห้องพักก็คือสาวน้อย 2 คนที่กำลังสุมหัวกันนั่งดูหนังอย่างสบายใจเสียอย่างนั้น ทางฝั่งไอช่าก็ไม่เป็นไรหรอกเพราะเธอเหลือแค่ไปเปลี่ยนอาชีพตามที่กวีขอเท่านั้น แต่น้ำหวานนี่สิ
“เอ๊ะ ไปไหนเหรอคะ”น้ำหวานถามพลางเลิกคิ้วด้วยท่าทีสงสัย ก็พวกเธอเพิ่งจะลงดันมาราธอนมานี่นา แถมคนอื่น ๆก็ไปเปลี่ยนอาชีพบ้างไปทำธุระบ้างกันหมดแล้ว น้ำหวานเลยจะพักผ่อนสักหน่อย สุดท้ายก็มาลงเอยที่มานอนดูหนังกับไอช่าจนได้
“ไม่ใช่ว่าวันนี้เป็นวันปฐมนิเทศหรอกเหรอ”กวีที่รู้ความเป็นไปของน้ำหวานในโลกภายนอกถามด้วยท่าทีไม่อยากจะเชื่อ ความจริงที่กวียอมออกจากดันเจี้ยนใต้เมืองการ์กันมานั้นนอกจากค่าประสบการณ์ที่ได้น้อยลงแล้วยังมีเรื่องของน้ำหวานอีก เพราะวันนี้เป็นวันเริ่มปฐมนิเทศของมหาลัยที่น้ำหวานไปสมัคร แต่ที่ไหนได้พอกลับมาจากเข้าพบเจ้าเมืองน้ำหวานกลับทำตัวสบาย ๆนั่งดูหนังจนลืมเวลาเสียอย่างนั้น
“………………”น้ำหวานได้ยินเช่นนั้นก็เปิดหน้าต่างของระบบขึ้นมาก่อนจะมองไปที่ตารางเวลาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เป็นเวลา 8.10 ของเช้าวันใหม่แล้ว ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันปฐมนิเทศของน้ำหวานอย่างที่บอกจริง ๆ ซึ่งนั่นหมายความว่าน้ำหวานต้องไปเข้างานปฐมนิเทศให้ทันในอีก 20 นาที!!
วูบ….
ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก น้ำหวานออกจากเกมก่อนจะตื่นขึ้นมาในโลกความจริงทันที เวลา 20 นาทีแม้จะดูเยอะแต่สำหรับผู้หญิงแล้วมันน้อยมากเลยนะ น้ำก็ยังไม่ได้อาบ หน้าก็ยังไม่ได้แต่ง แม้ชุดจะรีดเอาไว้แล้วก็ตามแต่กว่าจะหารถนั่งไปมหาลัยอีก…..
ปึง!!
10 นาทีต่อมาน้ำหวานที่แต่งตัวเท่าที่ทำได้แล้วออกมาจากห้องก่อนจะรีบลงไปยังชั้นล่างอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ต้องไปที่มหาลัยให้ทันก่อน จะมารอรถประจำทางคงไม่ได้หรอก หรือว่าจะเสียค่าแท็กซี่ดี?
“เสร็จแล้วเหรอ ไวดีนะ”น้ำหวานลงมาที่ทางเข้าหอพักด้านหน้ากลับโดนชายคนหนึ่งดักเอาไว้ แน่นอนว่าชายคนนั้นย่อมเป็นกวีอย่างแน่นอน
“พี่กวี….มีอะไรเหรอคะ”น้ำหวานถามด้วยท่าทีตกใจเพราะเห็นว่ากวีออกจากเกมมารอเธอตรงนี้เลยงั้นเหรอ ไม่ใช่ว่าในเกมกวีกำลังจัดการอะไรบางอย่างอยู่ไม่ใช่หรือไง
“จะสายแล้วนี่ เดี๋ยวผมไปส่งก็แล้วกัน”กวีพูดจบก็เดินไปที่รถที่จอดอยู่ข้าง ๆ แต่จะให้กวีไปส่งมันจะรบกวนไปหรือเปล่า
“เดี๋ยวจะสายเอานะ เหลือไม่ถึงสิบนาทีแล้ว”กวีเปิดหน้าต่างออกมาก่อนจะพูดจี้ใจดำน้ำหวานเข้าอย่างจัง ช่วยไม่ได้จะหารถก็เสียเวลา ในเมื่อกวีอาสาจะไปส่งงั้นก็ไปกับกวีก็แล้วกัน
“พี่กวี….ไม่ใช่ว่ามีงานต้องทำต่อเหรอคะ”น้ำหวานถามพลางมองกวีที่กำลังขับรถออกจากซอยด้วยท่าทีสงสัย โลกยุคนี้คนอยู่ในโลกเสมือนจริงกันมากกว่าโลกข้างนอก บนถนนโล่งกว่าเมื่อหลายปีก่อนจนน่าใจหาย คำว่ารถติดแทบไม่มีเหลืออีกแล้ว
“ออกมาพักสมองบ้างก็ดี ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงรออีกฝ่ายเดินหมากเท่านั้นเอง”กวีตอบพลางยิ้มออกมาด้วยท่าทีสบาย ๆ แม้น้ำหวานจะไม่เข้าใจว่ากวีกำลังคิดอะไรอยู่ก็เถอะ
“ไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ น้ำหวานเห็นพี่กวีทำโน่นทำนี่ตลอดเวลาเลย”น้ำหวานถามออกมาด้วยท่าทีสงสัย แม้แต่ในการต่อสู้กวีก็ยังติดต่อคนโน้นคนนี้ตลอดเวลา แถมยังทำระหว่างร่ายเวทไปด้วยอีกต่างหาก แม้มันจะสุดยอดแต่ก็น่าจะเหนื่อยมากเลยไม่ใช่หรือไง
“เหนื่อยสิ แต่มันก็สนุกดี”กวีหัวเราะเบา ๆออกมาเหมือนเด็กกำลังเล่นสนุกอยู่ไม่มีผิด เขาไม่ได้เล่นเกมมาตั้ง 5 ปี วันนี้กลับมาเจอคู่ต่อสู้ที่แปลกไป และคู่ต่อสู้เก่าที่พัฒนาขึ้นมาก ครั้งนี้นับว่ากวีเจอของยากเข้าจริง ๆแล้ว
.
.
“……………”แม้กวีจะขับรถมาเร็วมาก แถมรถก็น้อยสามารถเดินทางมาได้ไวกว่าที่คิด แต่น้ำหวานก็ยังมาสายไป 5 นาทีอยู่ดี มหาลัยที่น้ำหวานเข้าเป็นมหาลัยใหญ่ที่เข้มงวดมากซะด้วย ไม่รู้ว่ามาสายตั้งแต่งานปฐมนิเทศแบบนี้จะเป็นอะไรหรือเปล่า
“มาทางนี้”กวีที่จอดรถเอาไว้ในลานจอดรถแล้วพาน้ำหวานเดินไปที่หอประชุมอย่างรวดเร็วทำเอาน้ำหวานงงไปเล็กน้อยว่ากวีจะพาไปไหน แต่ยังไม่ทันได้ถามกวีก็พาน้ำหวานมาถึงประตูทางเข้าหอประชุมแล้ว
ครืดดด…..
ประตูเลื่อนขนาดใหญ่ที่เป็นทางเข้าหอประชุมเลื่อนออกช้า ๆพร้อมร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่อีกด้านของประตู แม้การแต่งตัวด้วยชุดทางการจะแปลกตาไปสักหน่อย แต่น้ำหวานก็จำใบหน้าของคนที่เปิดประตูออกมาได้อย่างชัดเจน
“พี่วิน….”น้ำหวานมองชายตรงหน้าด้วยท่าทีเลิกลัก วิน แทงค์ประจำปาร์ตี้ของกวีอยู่ในชุดที่ดูดีมากทีเดียว แถมยังดูเป็นผู้ใหญ่กว่าก่อนหน้านี้อีก แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะตอนนี้วินมาทำอะไรที่หอประชุมของมหาลัยกัน
“มาสายแบบนี้ไม่ดีเลยนะ”วินว่าพลางเดินเข้ามาหาน้ำหวานช้า ๆ ก่อนจะยื่นมือมาจับที่บ่าของน้ำหวานแล้วพาน้ำหวานเข้าไปในหอประชุมท่ามกลางสายตาของนักศึกษาและอาจารย์ในมหาลัย นี่พี่วินจะพาน้ำหวานไปไหนกัน
“ท่านอธิการบดีครับ….เด็กคนนี้”น้ำหวานโดนพี่วินพาเข้ามาในหอประชุมได้ไม่ถึงครึ่งทาง อยู่ ๆอาจารย์คนหนึ่งของมหาลัยก็เดินเข้ามาหาวินก่อนจะเรียกวินด้วยท่าทีนอบน้อมทั้ง ๆที่วินน่าจะอายุน้อยกว่ามากแท้ ๆ
“พาเธอไปหาที่นั่งทีนะครับ ผมจะขึ้นเวทีแล้ว”วินตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะฝากน้ำหวานเอาไว้กับอาจารย์ท่านนั้น แต่ก่อนจะเดินจากไปวินก็ยังตบบ่าของน้ำหวานเบา ๆต่อหน้าอาจารย์ท่านนั้นอีกต่างหาก
“อยู่ที่นี่ก็ตั้งใจเรียนนะ มีอะไรก็บอกพี่ได้”วินพูดออกมาด้วยท่าทีสบาย ๆก่อนจะเดินจากไป แต่คำพูดของวินนั้นกลับทำให้อาจารย์ตรงหน้าน้ำหวานมีท่าทีเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“หนู….ตามอาจารย์มานะเดี๋ยวอาจารย์จะพาไปนั่ง”อาจารย์ตรงหน้าน้ำหวานรีบยิ้มก่อนจะพาน้ำหวานไปนั่งในหอประชุมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทันที ท่าทีเช่นนี้เล่นเอาน้ำหวานนั่งเอ๋อไปเลย….
.
.
“หัวหน้าครับ….มีคนมาขอพบครับ”อีกด้านหนึ่งทางฝั่งโลกเสมือนจริงภายในห้องของ เจฟ หัวหน้ากองทหารประจำเมืองการ์กันนั้นกลับมีชายคนหนึ่งมาขอเข้าพบเสียอย่างนั้น
“ใคร…”เจฟที่เพิ่งกลับมายังกรมทหารได้ไม่นานถามด้วยท่าทีสงสัย ปกติเจฟจะอยู่กับท่านเจ้าเมืองไม่ค่อยได้มาที่กรมเท่าไหร่ แต่พอกลับมาก็เจอคนมาขอพบเลยแบบนี้ออกจะแปลกไปสักหน่อย
“เห็นว่าเป็นคนของกิลด์เรดซีครับ”ลูกน้องของเจฟรายงานออกไปตามตรงโดยไม่คิดว่าเจฟจะยอมให้คน ๆนั้นมาพบหรอก ตั้งแต่ย้ายมาที่เมืองการ์กันเจฟต้องจัดการระบบทหารใหม่หมด ทำให้มีเวลาน้อยมากอยู่แล้วแถมยังต้องคอยดูแลเจ้าเมืองอีกต่างหาก
“………..”แต่ทว่าเจฟที่กำลังยุ่งกับงานอยู่นั้นกลับชะงักมือไป กิลด์เรดซีเป็นกิลด์ที่อยู่ในเมืองเช่นเดียวกับกิลด์บูรพา ภายนอกอาจจะเป็นกิลด์เพื่อนบ้านกัน แต่สำหรับเจฟที่อยู่ในสังคมแก่งแย่งชิงดีกันมานานย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าเสือสองตัวไม่มีทางอยู่ถ้ำเดียวกันได้แน่ ๆ ไม่นานสองกิลด์นี้ต้องแตกกันในสักวันแน่ ๆ นั่นหมายความว่ากิลด์เรดซีต้องเป็นศัตรูกับกิลด์บูรพาในอีกไม่ช้าอย่างแน่นอน……
“ให้เข้ามา”เจฟที่กำลังเบื่อขี้หน้ากวีหลังจากกวีพยายามเข้าหาเจ้าเมืองอยู่ตลอดตัดสินใจให้คนของกิลด์เรดซีเข้ามาพบได้ บางทีหากกิลด์เรดซีแก่งแย่งกับกิลด์บูรพาก็อาจจะทำให้กวีเสียท่าได้ แบบนั้นเจฟก็จะกำจัดเสี้ยนหนามไปได้คนหนึ่ง
“ยินดีที่ได้พบครับท่านเจฟ”คนของกิลด์เรดซีเดินเข้ามาในห้องของเจฟหลังจากได้รับคำอนุญาต เขาเข้ามาด้วยท่าทีสุภาพดีทีเดียว
“มีอะไรก็ว่ามา”เจฟพูดด้วยท่าทีไม่สนใจ ตอนนี้เจฟยังไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของกิลด์ทั้งสองเป็นอย่างไร และกำลังจะถึงขั้นไหน บางทีการเข้ามาพบครั้งนี้อาจจะเป็นแค่คำขอทั่วไปเท่านั้น
“ท่านพอจะทราบเปล่าครับว่ากิลด์บูรพากำลังจะมีแผนร้ายบางอย่าง”ทันทีที่คนของกิลด์เรดซีเริ่มเกริ่นออกมา ปากกาในมือของเจฟก็ชะงักไปทันที
“ว่าอะไรนะ….”เจฟวางมือจากงานของตนเองก่อนจะ บอกให้คนจากกิลด์เรดซีเล่าเรื่องแผนของกิลด์บูรพาทีละน้อย ๆ ตั้งแต่แผนการจ้างกิลด์นกฮูกมาโจมตีเมือง แผนการเพิ่มความชื่นชมจากเจ้าเมือง รวมไปถึงการที่กวีคิดจะใช้กองทัพของเจฟในการป้องกันฟรี ๆอีกด้วย
“ข้าจะไปรายงานเจ้าเมืองให้ทราบเรื่องนี้ นี่มันทรยศกันชัด ๆ”เจฟได้ยินก็ลุกขึ้นยืนเตรียมจะไปหาเจ้าเมืองเพื่อคุยเรื่องนี้ทันที แน่นอนว่าหากทำแบบนั้นกวีก็จะเสียความเชื่อใจจากเจ้าเมืองได้ง่าย ๆ แต่ทว่ากิลด์เรดซีก็จะไม่ได้อะไรเลยเช่นกัน
“ท่านมีหลักฐานงั้นเหรอครับ”คนจากกิลด์เรดซียิ้มออกมาด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์ก่อนจะรั้งเจฟเอาไว้ ตอนนี้เจฟมีเพียงหลักฐานปากเปล่าเท่านั้น หากไปบอกเจ้าเมืองทำให้เรื่องแดงออกมาก่อนที่กวีจะลงมือ มันก็เป็นการปรักปรำฝ่ายกวีเฉย ๆเท่านั้น ขอเพียงกวียกเลิกแผนก็ยังรักษาเชื่อใจของเจ้าเมืองได้ไม่ยาก หากเจฟต้องการกำจัดกวีละก็การร่วมมือกับกิลด์เรดซีที่มีทั้งหลักฐานและข้อมูลก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี
.
.
“ไม่ไหว ๆ อาจารย์พวกนั้นล้อมหนูเอาไว้ไม่ยอมปล่อยเลย”หลังจากจบงานปฐมนิเทศ น้ำหวานก็กลับมาที่หอแล้วเข้าเกมกลับเข้ามาทันที ตอนแรกว่าจะกลับมาดูหนังกับไอช่าต่อรวมถึงมาเมาส์เรื่องที่เจอในมหาลัยด้วย แต่ในห้องกลับเหลือแค่กวีเท่านั้น ท่าทางไอช่าจะว่างเลยไปเปลี่ยนอาชีพเรียบร้อยแล้ว
“แต่แบบนั้นชีวิตในมหาลัยก็จะสบายขึ้นนะ”กวีที่อยู่ในห้องตอบพลางหัวเราะเบา ๆออกมา ตอนแรกก็จะไม่ชินหรอก แต่พอผ่านไปสักพักก็จะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติไปเอง
“ก็จริงนะคะ งั้นน้ำหวานขอใช้เส้นสายของพี่วินแบบไม่เกรงใจเลยแล้วกันนะคะ”น้ำหวานยิ้มก่อนจะเอนตัวลงนอนบนโซฟา ถ้ารู้ว่าน้ำหวานรู้จักกับพี่วินพวกอาจารย์ก็คงเกรงใจกันน่าดู แบบนั้นเรื่องเรียนก็จะสบายขึ้น แต่น้ำหวานที่เข้าเรียนได้ด้วยคะแนนสอบก็ไม่คิดจะขี้เกียจเรียนหรอกนะ….