Guild Master จอมราชันโลกออนไลน์ - ตอนที่ 74
ตอนที่ 74
ที่ใหม่
ติ๊ง…
กวีเปิดระบบสื่อสารออกมาก่อนจะติดต่อไปยังชื่อ เนตร ต่อหน้าทั้งเมฆ ไอช่า รวมถึงวินด้วย แต่ทันทีที่กดติดต่อไปอยู่ๆระบบสื่อสารของกวีก็หยุดทำงานเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมกดรับสายเสียอย่างนั้น
“ตัดสายล่ะ..”ไอช่ากะพริบตาปริบๆมองระบบสื่อสารของกวีด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มเจื่อนๆแสดงออกมา ไม่แปลกใจเลยที่พี่เนตรจะไม่รับสายพี่กวี ก็ตอนนั้นพี่กวีเล่นทิ้งภาระให้พี่เนตรทั้งหมดเลยนี่นา
“ก็…อย่างที่เห็นนี่แหละ”กวีตอบพลางหันไปมองทางวิน ไม่ใช่ว่ากวีไม่อยากติดต่อหรอก แต่เพราะไม่ว่าจะติดต่อไปอย่างไรเนตรก็ไม่ยอมรับสายเสียที กวีถึงขนาดส่งข้อความไปหาแล้วด้วยซ้ำแต่ก็ไม่มีการตอบกลับแม้แต่ข้อความเดียว
“เฮ้อ ท่าทางยัยนั่นจะยังโกรธไม่หาย”วินถอนหายใจออกมาด้วยท่าทีหนักใจ ไม่นึกเลยว่าเนตรจะเป็นผู้หญิงเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนี้ ปกติออกจะเป็นคนมีเหตุผลแท้ๆ
“เหลือทางเดียวคือไปเจอหน้าตรงๆเลย แต่ตอนนี้เนตรน่ะ….”กวีพูดก่อนจะมองไปทางนอกหน้าต่างซึ่งเป็นทิศตะวันออกพอดี เนตรตอนนี้อยู่ที่เมืองทางฝั่งตะวันออกซึ่งห่างไกลมากจากที่นี่ แน่นอนว่ากวีสามารถวาร์ปไปได้ แต่ถึงจะไปหาตรงๆก็กลัวว่ากวีจะไม่สามารถพบเนตรได้ ตอนนี้เนตรเป็นเสนาธิการของกิลด์ โพลิก้อน กิลด์ใหญ่ของฝั่งนายทุน การจะเข้าหาคนระดับนั้นไม่ใช่ไปเดินเล่นในเมืองแล้วจะได้เจอเสียด้วย
“แล้วตามแผนที่วางเอาไว้ จะดึงเนตรกลับมาเมื่อไหร่”วินถามด้วยท่าทีช่วยไม่ได้ แม้จะอยากพาเนตรกลับมารวมกลุ่มด้วยอีกครั้งสักเท่าไหร่ แต่หากติดต่อไม่ได้แบบนี้ต่อไปก็เท่านั้น
“น่าจะหลังจากขยายกิลด์เสร็จแล้ว”กวีตอบพลางเปิดหน้าต่างกิลด์ขึ้นมา ตอนนี้กิลด์ของกวียังรับคนได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับสมาชิกจริงๆที่อยากเข้ากิลด์นั้นถือว่ายังไม่พอ แม้การขยายกิลด์เร็วเกินไปจะเป็นเรื่องที่เสี่ยง แต่กวีก็ตัดสินใจที่จะทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งให้ได้
“ได้ งั้นพี่จะรีบสร้างอาวุธกับชุดเกราะให้ทุกคนแล้วพวกเราไปเพิ่มเลเวลกิลด์กัน”วินได้ยินเช่นนั้นก็ตัดสินใจจะทำอุปกรณ์ของทุกคนทันที
.
.
ติ๊ง….
อีกด้านหนึ่งทางฝั่งของเจ เขาเดินทางมายังเมืองที่ชื่อว่า ราวเน่ ในอาณาจักรลูฟ ที่นี่อยู่ทางตะวันตกก็จริงแต่ก็เลยขึ้นมาทางเหนือจนอยู่ในเขตหนาวเย็น โดยในเมือง ราวเน่ นี้เป็นเมืองที่ปกคลุมอยู่ในหิมะ ทำให้ตัวบ้านและตึกต่างๆมีสีขาวปะปนไปหมดทุกแห่ง
“เจ..นี่มันหนาวมากเลยไม่ใช่เหรอ”มายด์ถามพลางลูบตามแขนขาของตัวเอง เพราะก่อนหน้านี้อยู่ที่เมืองติดทะเลก็เลยไม่ได้สวมเสื้อผ้าหนานัก แต่พอวาร์ปมาที่ราวเน่แล้วกลับเปลี่ยนสภาพอากาศไปเฉยๆ หากเป็นชีวิตจริงละก็มีหวังป่วยเป็นหวัดไปนานแล้ว
“ไม่นะ…”เจตอบพลางขมวดคิ้วด้วยท่าทีสงสัยเช่นกัน แม้เจจะใส่เกราะทั้งตัวแต่เกราะก็เป็นโลหะ จริงๆเจน่าจะหนาวกว่าปกติเสียอีกทำไมเจถึงไม่รู้สึกถึงความหนาวเลยนะ หรือเป็นเพราะผลจากการเป็นนักรบอมตะ?
“ไม่ไหวแล้ว มายด์ขอไปซื้อเสื้อกันหนาวก่อนนะ”มายด์ว่าพลางเดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าแถวๆนั้นเพื่อหาซื้อเสื้อกันหนาว แต่เจไม่ได้ตามมายด์เข้าไปด้วยแล้วเลือกที่จะเปิดแผนที่ขึ้นมา เมืองราวเน่เป็นหนึ่งในเมืองที่กวีให้เจตัดสินใจจะไป โดยสถานที่ที่เจต้องไปหลังจากนี้ก็ถูกบอกเอาไว้แล้วเช่นกัน
“สวัสดีครับ….พวกคุณเป็นคนของกิลด์กระทิงเหล็กหรือเปล่าครับ”หลังจากมายด์ได้เสื้อกันหนาวเรียบร้อยแล้ว เจก็พามายด์ไปที่หน้าประตูเมืองตรงจุดที่ผู้คนมักจะเดินมาหาปาร์ตี้กัน เพียงแต่เป้าหมายของเจไม่ใช่ผู้คนที่กำลังหาปาร์ตี้ แต่เป็นคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังรวมตัวกันอยู่ที่หน้าเมืองต่างหาก
“ใช่…มีธุระอะไรกับพวกเรางั้นเหรอ”ชายตัวผอมคนหนึ่งถามพลางมองเจกับมายด์ด้วยท่าทีสงสัย ตรงนี้เป็นจุดรวมตัวของคนในกิลด์กระทิงเหล็กก่อนจะออกไปเก็บเลเวลหรือลงดันเจี้ยน หากจะติดต่อธุระกับกิลด์กระทิงเหล็กละก็มาที่นี่นับว่าง่ายที่สุดแล้ว
“ผมเป็นน้องของพี่โจครับ พี่เขาบอกว่าให้มาหาที่นี่”เจตอบพลางยิ้มออกมาด้วยท่าทีเป็นมิตร
“พี่โจนะเหรอ…ได้จะไปตามมาให้”ชายร่างผอมได้ยินเช่นนั้นก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนพี่โจที่พูดถึงจะเป็นหัวหน้าปาร์ตี้คนหนึ่งของกิลด์กระทิงเหล็ก แถมพี่เขาก็พูดอยู่เสมอว่ามีน้องชายจะตามมาเล่นด้วย แต่ไม่รู้จะยอมมาตอนไหน เพราะแบบนั้นชายร่างผอมเลยเชื่อที่เจพูดก่อนจะไปบอกพี่โจให้ตามที่เจต้องการ
“อ้าวว่าไง ย้ายไปอยู่ลำปางสบายดีหรือเปล่า”ทันทีที่โจได้รับรายงานว่ามีน้องชายมาหา เขาก็เดินเข้ามาหาเจด้วยท่าทียิ้มแย้มก่อนจะเอ่ยปากถามเจไปทันที
“เงียบน่าดูเลยครับ แต่ป้าอิ่มทำข้าวให้กินทุกวันเจเลยไม่มีปัญหาอะไร”เจตอบพลางยิ้มออกมาด้วยท่าทีเกร็งๆ แต่คนที่กำลังงงกลับเป็นฝ่ายมายด์แทน เจก็อยู่ใกล้ๆบ้านเธอไม่ใช่เหรอทำไมถึงกลายเป็นว่าไปอยู่ลำปางได้ล่ะ
“ป้าแกก็เป็นคนแบบนั้นแหละอย่าไปคิดมาก แล้วลุงชื้นยังชอบเมาอยู่หรือเปล่า”โจถามพลางหัวเราะออกมาเบาๆราวกับกำลังถามไถ่เรื่องครอบครัวที่ไม่ได้เจอกันนานจริงๆเลย
“แกเลิกดื่มแล้วครับ ตอนนี้หันมาเข้าวัดแทน พอตีห้าก็ลุกมาทำความสะอาดบ้านแล้วรอตักบาตรทุกเช้า”เจตอบออกไปทั้งๆที่มายด์กลับกำลังทำหน้างง นี่มันเรื่องอะไรงั้นเหรอ ตอนนี้เจนอนอยู่ข้างๆเธอในห้องเช่าใหม่ที่เพิ่งเช่ามานี่….
“ดีแล้ว แกเลิกพี่ก็สบายใจ มาเถอะเจเดี๋ยวพี่จะพาไปแนะนำให้เพื่อนๆรู้จัก”โจได้ยินเจตอบแบบนั้นก็เดินเข้ามากอดคอเจอย่างสนิทสนม ก่อนจะพาเจเข้าไปในกลุ่มของกิลด์กระทิงเหล็ก เพียงแต่เจกับโจไม่ได้รู้จักกันอย่างที่พูดเลยแม้แต่น้อย ชื่อของโจเป็นเพียงชื่อที่กวีส่งมาให้เท่านั้น และบทพูดทั้งหมดก็เป็นสิ่งที่กวีสั่งให้พูด เล่นเอาตอนนี้เจรู้สึกเหมือนกำลังเล่นหนังสายลับอยู่ไม่มีผิด
“เฮ้ทุกคน นี่น้องชายพี่ที่เพิ่งเข้ามาเล่น ตอนนี้เลเวลเท่าไหร่แล้วนะ”โจเดินพาเจมาแนะนำกลางกลุ่มก่อนจะถามเลเวลของเจทันที
“ห้าสิบ….ทั้งสองคนเลยครับ”เจตอบพลางมองไปทางมายด์ที่เดินตามเข้ามา ท่าทางเธอจะยังงงไม่หายเลย
“ห้าสิบเหรอ น่าเสียดายคงไปกับพี่ไม่ได้ เฮ้มีปาร์ตี้ไหนเลเวลใกล้ๆน้องพี่บ้างขอฝากหน่อยสิ”โจว่าพลางมองไปรอบๆ ตอนนี้มีสมาชิกกิลด์กระทิงเหล็กอยู่เยอะเพราะยังเป็นช่วงเช้ายังไม่ได้ออกไปเก็บเลเวลกันก็เลยหาปาร์ตี้ว่างได้ไม่ยาก แถมเจยังเป็นแทงค์ปาร์ตี้ที่ต้องการย่อมมีอยู่แล้ว
“เดี๋ยวพี่จะขอพวกหัวหน้าให้ว่าน้องชายพี่อยากเข้ากิลด์ ตอนนี้ไปเก็บเลเวลกับพวกนั้นก่อนก็แล้วกัน”โจว่าพลางตบบ่าเจเบาๆ โจ ดูเหมือนจะเป็นสายของฝั่งกวีที่แฝงเข้ามาในกิลด์กระทิงเหล็ก แต่…เขาแฝงเข้ามาเมื่อไหร่กัน แล้วติดต่อกับกวีตั้งแต่ตอนไหน
“ขอบคุณครับพี่…”เจตอบพลางเดินไปทางปาร์ตี้ที่โจหามาให้ เรื่องเข้ากิลด์โจจะจัดการเอง ส่วนเรื่องอื่นเจต้องทำด้วยตัวเองทั้งหมด จะทำประโยชน์ให้กับกวีได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจแล้ว
.
.
“แย่แล้ว ลืมไปเลยว่าเป็นวันนี้”อีกด้านหนึ่งทางฝั่งของโลกความจริง น้ำหวานที่เพิ่งลุกจากเครื่องสร้างโลกเสมือนจริงต้องรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัวอย่างรีบร้อนก่อนจะแบกกระเป๋าที่ตัวเองเตรียมเอาไว้ตั้งแต่วันก่อนวิ่งออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว
โชคดีมากที่วินขอเวลาทำอุปกรณ์สวมใส่กับอาวุธก่อนไม่อย่างนั้นน้ำหวานต้องแย่แน่ๆที่ขอออกมานอกเกมกะทันหันแบบนี้ แต่หากนาฬิกาไม่เตือนน้ำหวานก็คงลืมนัดไปแล้วด้วยซ้ำ
“ค่ะป้า…หนูกำลังไปค่ะ”น้ำหวานยกโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะได้ยินเสียงปลายสายด่ามาเป็นชุด ช่วยไม่ได้นี่นาเธอเล่นลืมนัดกับป้าเอาไว้แล้วไปสายอีกต่างหาก
หลังจากนี้น้ำหวานต้องไปเข้าเรียนที่มหาลัยแห่งหนึ่งก็เลยขอให้ป้าที่ขายข้าวอยู่ใกล้ๆมหาลัยช่วยหาห้องพักให้ แล้วก็บังเอิญมีเจ้าของหอที่เป็นคนรู้จักของป้าเขาให้น้ำหวานได้อยู่ฟรีก็เลยทำให้ค่าใช้จ่ายที่น้ำหวานต้องจ่ายลดลงไปได้มาก เห็นว่าแลกกับการส่งอาหารให้ที่ห้องทุกวันท่าทางเจ้าของหอต้องเป็นคนติดโลกเสมือนจริงมากแน่ๆ
“ยัยทิป นี่มันกี่โมงแล้วป้าเกรงใจเจ้าของหอเขานะ”ทันทีที่น้ำกวานนั่งรถเกือบชั่วโมงมาถึงร้านอาหารแถวๆมหาลัย น้ำหวานก็โดนป้าตัวเองโวยแถมยังเอาชื่อจริงมาเรียกอีกต่างหาก ก็นะชื่อน้ำหวานมันก็แค่ชื่อที่ใช้ตอนอยู่ในเกมนี่นา
“ขอโทษค่ะป้า หนูติดธุระจริงๆ ว่าแต่ในหอเขามีเครื่องสร้างโลกเสมือนจริงให้แน่นะคะ”น้ำหวานหรือทิปถามด้วยท่าทีสงสัย เดี๋ยวนี้หอพักต่างๆแทบจะติดเครื่องสร้างโลกเสมือนจริงเอาไว้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่จะหวังอะไรกับเครื่องที่หอเตรียมมาให้คงไม่ได้ คงจะต้องใช้เครื่องนั้นไปก่อนจนกว่าเครื่องที่บ้านจะย้ายมานั่นล่ะ
“แกนี่ห่วงเรื่องโลกเสมือนจริงเกินไปแล้ว เดี๋ยวพอเปิดเทอมแกต้องออกมาเรียนนะอย่ามัวแต่อยู่ในโลกเสมือนจริงล่ะ”ป้าของน้ำหวานว่าพลางถอนหายใจออกมา
“รู้แล้วค่ะ”น้ำหวานตอบรับก่อนจะตรงไปยังหอพักที่ป้าบอกเอาไว้ ภายนอกเป็นหอพักเล็กๆสูงไม่กี่ชั้น แต่ท่าทางจะเพิ่งทาสีใหม่ไปเลยดูสวยกว่าที่คิดไว้มาก แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะน้ำหวานต้องรีบกลับเข้าโลกเสมือนจริงให้เร็วที่สุด ถ้าเครื่องในหอห่วยเกินไปก็คงต้องนั่งรถกลับบ้านไปใช้เครื่องที่บ้านก่อน
“ขอโทษที่มาสายค่ะ หนูชื่อทิปเป็นหลานของ……”น้ำหวานเดินเข้าไปในหอก่อนจะกดกริ่งของห้องเจ้าของหอเพื่อเรียกเจ้าของหอออกมา ดูเหมือนป้าจะบอกเจ้าของหอตอนออกมากินข้าวไว้แล้วว่าเธอจะมา แต่….
“โลกกลมดีจังเลยนะ”กวียิ้มบางๆออกมาก่อนจะมองน้ำหวานที่ยืนอยู่ตรงหน้า แม้จะปรับแต่งรูปร่างหน้าตาภายในเกมได้นิดหน่อย แต่หากเจอกันข้างนอกก็ย่อมมองออกได้อย่างไม่ยากเย็นอยู่แล้ว แค่น้ำหวานยืนอยู่ต่อหน้ากวีก็จำได้ทันที ไม่นึกเลยว่าหลานของป้าร้านขายข้าวจะเป็นน้ำหวานนี่เอง
“…………..”