Guild Master จอมราชันโลกออนไลน์ - ตอนที่ 64
ตอนที่ 64
เหลือเฟือ
ซ่า…
อยู่ๆจักรพรรดิแห่งชีวิตอมตะก็ราดน้ำบางอย่างลงใส่ร่างของเจเสียอย่างนั้น ตอนแรกเจก็สงสัยเช่นกันว่าน้ำที่สาดใส่เขาคืออะไร แต่ทันทีที่ถูกสาดน้ำเข้าใส่หน้าต่างระบบก็เด้งขึ้นมาเพื่อแสดงค่าพลังชีวิตของเจในปัจจุบัน ตอนแรกพลังชีวิตของเจเหลือเพียงนิดหน่อยเท่านั้นเพราะก่อนโดนจับตัวมาพวกทหารผีดิบก็ลงมือกันหนักไม่น้อย ตอนนั้นคิดว่าตายไปแล้วด้วยซ้ำ แต่….
ทันทีที่น้ำบางอย่างที่ถูกราดลงมาบนร่างของเจซึมซับเข้าไปในร่างกายอยู่ๆพลังชีวิตของเจก็กลับมาเต็มอย่างรวดเร็วราวได้รับพลังรักษาจากนักบวชชั้นสูงเลย
“มีฟื้นพลังให้ด้วยงั้นเหรอ แกนี่ใจดีเหมือนกันนะ”เจว่าพลางหัวเราะออกมา นี่เจ้าโครงกระดูกตรงหน้าคิดจะทำอะไรกันแน่
“หึหึ….”จักรพรรดิแห่งชีวิตอมตะก็หัวเราะออกมาก่อนจะเดินกลับไปนั่งบนบัลลังก์ด้วยท่าทีสบายๆแถมมันยังยกเท้าขึ้นนั่งไขว่ห้างให้เห็นเท้าที่เหลือแต่โครงกระดูกของมันอีกต่างหาก
วูบ….
อยู่ๆความเจ็บปวดก็แล่นเข้ามาใส่ร่างของเจอย่างรุนแรงพร้อมผิวหนังที่เริ่มไหม้เหมือนโดนน้ำกรดสาดเข้าให้ ปกติความเจ็บที่ผู้เล่นจะได้รับจะน้อยมากเมื่อเทียบกับความเจ็บปวดจริงๆ แต่นี่เจกลับรู้สึกปวดไปทั้งตัวเหมือนกำลังกรีดไปทั้งร่างอยู่เลย หากเป็นความเจ็บปวดเต็มๆที่ระบบยังไม่ลดทอนละก็มันจะเจ็บขนาดไหนกันแน่..
“กดมันไว้”จักรพรรดิแห่งชีวิตอมตะพูดจบบอสอย่างแม่ทัพผีดิบ 2 ตัวก็เดินเข้ามาก่อนจะช่วยกันกดร่างของเจเอาไว้ให้คุกเข่าเอาหัวโขกอยู่กับพื้น ทำให้เจได้แต่มองพลังชีวิตที่กำลังลดทีละน้อยด้วยท่าทีเจ็บใจ ทำไมพวกมันถึงไม่ฆ่าให้จบๆกัน มัวแต่เล่นสนุกอะไรอยู่ได้
“ยังทนได้อีกสินะ คงต้องเพิ่มอีกหน่อย”จักรพรรดิแห่งชีวิตอมตะพูดก่อนจะหยิบไม้คทารูปหัวกะโหลกขึ้นมาชี้ไปทางเจ ก่อนที่รอบๆตัวเจจะมีเงาสีดำพุ่งวาบขึ้นมารัดร่างของเจเอาไว้แน่นแล้วยกเจขึ้นในท่ากลับหัว
“บ้าเอ๊ย….”เจกัดฟันแน่นด้วยความอดทน ไม่นึกเลยว่าลิมิตความเจ็บของเกมจะมากขนาดนี้ ถึงจะยังอยู่ในระดับที่ทนไหว แต่เล่นเอาแสบไปทั้งตัวแบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ แถมเจ้าจักรพรรดิโครงกระดูกอะไรนั่นยังมองด้วยท่าทีสนุกสนานอีกต่างหาก
“มาดูกันว่าแกจะทนได้สักเท่าไหร่”อยู่ๆจักรพรรดิแห่งชีวิตอมตะก็มีท่าทีเปลี่ยนไป มันเดินไปในกองสมบัติก่อนจะถือนาฬิกาทรายมาอันหนึ่งเพื่อจะจับเวลา แม้นาฬิกาทรายจะอันไม่ใหญ่มากแต่เจจะทนได้จนทรายร่วงหล่นลงไปจนหมดได้หรือเปล่านั้น ตัวเจเองก็ยังไม่มั่นใจ แต่ความเสียหายที่สร้างให้เจอยู่นั้นก็ลดพลังชีวิตของเจไปทีละน้อย เพียงแต่พลังชีวิตของเจมีเยอะมากจริงๆตอนนี้เจก็เลยยังไม่ตายเสียที
“………..”ไม่ทราบว่านาฬิกาทรายที่จักรพรรดิแห่งชีวิตอมตะเอามานั้นใช้วัดเวลาเท่าไหร่ แต่จนกระทั่งทรายไหลลงไปจนหมดแล้วพลังชีวิตของเจก็ยังเหลืออยู่ถึง 30% แม้ตอนแรกจะทรมานไม่น้อยแต่พอเริ่มชินแล้วก็ไม่ได้ทรมานอะไรขนาดนั้น บางทีอาจจะต้องขอบคุณระบบลดทอนความเจ็บปวดของเกมด้วย
“ไม่เลว เป็นโจรปล้นสุสานที่อึดไม่เลว”จักรพรรดิแห่งชีวิตอมตะว่าพลางขยับคทานิดหน่อย แต่ทำเพียงเท่านั้นความเจ็บปวดของเจก็หายไปทันที
ตุบ…
ร่างของเจตกลงมาบนพื้นหลังจากเงาสีดำที่มัดร่างของเจไว้สลายหายไปพร้อมๆกับความเจ็บปวดที่หายไปด้วยเช่นกัน
“บางทีร่างของเจ้าอาจจะเหมาะกับการเป็นข้ารับใช้ของข้าก็ได้”จักรพรรดิแห่งชีวิตอมตะหัวเราะออกมาด้วยท่าทีชอบใจ นักผจญภัยที่โดนเวทมนตร์ของมันเข้าไปโดยไม่มีเกราะป้องกันแล้วยังรอดมาได้ไม่มีเลยสักคนตั้งแต่ช่วงเวลาที่นักผจญภัยถูกเรียกตัวเข้ามาในโลกแห่งนี้ อย่าว่าแต่คนที่ทนได้เลย คนที่เข้ามาในสุสานของมันก็แทบจะไม่มี แม้ทุกคนที่ฝ่าเข้ามาในสุสานได้จะมีแต่พวกเลเวลสูงๆที่เข้ามาตรวจสอบในดันเจี้ยนดูว่าหลังทหารผีดิบชั้น 4 เป็นอย่างไร แต่คนที่โดนถอดอุปกรณ์แล้วเจอเวทมนตร์ที่ลดพลังชีวิตโดยตรงเข้าไปนั้นก็ตายหมดอยู่ดี เวทมนตร์นี้ไม่นับผลของพลังป้องกัน เป็นการลดพลังชีวิตอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นก็หมายความว่าหากจะรอดก็ต้องมีพลังชีวิตมากในระดับหนึ่ง ทำให้ในตอนนี้แทบจะมีแค่เจเท่านั้นที่ได้รับพรจากคราวที่ทำให้มีพลังชีวิตเพียวๆมากพอจะผ่านการทรมานนี้ไปได้
ติ๊ง…!!
[ จักรพรรดิแห่งชีวิตอมตะยื่นข้อเสนอให้ท่านเข้าเป็นข้ารับใช้ของความเป็นอมตะ ท่านยินดีจะเปลี่ยนอาชีพเป็น นักรบอมตะ หรือไม่ ]
เสียงแจ้งเตือนตรงหน้าทำให้เจได้แต่มองโครงกระดูกตรงหน้าตาค้าง นี่คืออาชีพลับงั้นเหรอ? แสดงว่าการทรมานก่อนหน้านี้เป็นการทดสอบงั้นเหรอ?
“งั้น…ก่อนจะตอบคำถามขอรู้ก่อนได้หรือเปล่าว่าข้ารับใช้ของท่านคืออะไร”เจจำคำหนึ่งที่กวีเคยบอกเอาไว้ตอนซื้อข้อมูลอาชีพลับมาจากเรย์ หากบังเอิญเจออาชีพลับเข้าห้ามตอบตกลงทันทีเด็ดขาด ต้องถามให้แน่ใจก่อนว่าอาชีพนั้นเป็นอย่างไร เพราะหากไม่ตรงสายขึ้นมาจะเป็นปัญหาได้
“ฮะๆๆ เจ้านี่เรื่องมากจริงๆ ได้ข้ากำลังอารมณ์ดีที่ได้เจอนักผจญภัยกระดูกแข็งสักที”จักรพรรดิแห่งชีวิตอมตะหัวเราะออกมาก่อนจะสะบัดมือทีหนึ่ง พริบตานั้นภาพตรงหน้าเจก็มีหน้าต่างแสดงรายละเอียดของอาชีพ นักรบอมตะ ออกมาให้เจอ่านทันที
“………….”ข้อมูลพวกนี้เจคุ้นเคยไม่น้อยเพราะชินกับการเล่นเกมมาก่อน เพียงแต่เจกำลังตกใจเรื่องที่อาชีพ นักรบอมตะ นี้ดูจะเก่งกว่า อัศวินโล่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ซื้อข้อมูลมาจากเรย์อยู่ก้าวหนึ่ง แถมในข้อมูลยังบอกอีกว่า นักรบอมตะ เป็นเพียงอาชีพขั้นแรกเท่านั้น หรือก็คือหากเจผ่านเงื่อนไขบางอย่างก็ยังสามารถพัฒนาอาชีพนี้ขึ้นไปได้อีก แถมจุดเด่นของสายอาชีพนี้คือการฟื้นฟูพลังชีวิตที่เร็วมาก แถมยังมีสกิลพิเศษ ผู้ไม่ยอมตาย ที่ทำให้ผู้เล่นที่ตายไปแล้วสามารถฟื้นขึ้นมาต่อสู้ได้อีก 5 นาทีอีกต่างหาก ใน 5 นาทีนั้นขอเพียงรักษาพลังชีวิตเอาไว้ครึ่งหนึ่งผู้เล่นก็จะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ซึ่งเมื่อรวมกับสกิลที่ได้มาจากคราวจะบอกว่าเจมีชีวิต 3 ชีวิตก็ไม่ผิด
“ว่าไงล่ะเจ้าหนู”จักรพรรดิแห่งชีวิตอมตะถามพลางจ้องมองเจด้วยท่าทีขุ่นเคืองเล็กน้อย เจเล่นเอาแต่อ่านไม่ยอมตอบมันสักทีนี่นา
“ครับ….ตกลงครับ”เจอ่านข้อมูลจบก็รีบตอบตกลงทันที นี่เป็นอาชีพที่ดีกว่าที่เจคิดไว้ซะอีก แบบนี้มันถูกหวยชัดๆ
“ดี….”จักรพรรดิแห่งชีวิตอมตะยิ้มก่อนจะกระแทกคทาลงบนพื้น พริบตานั้นเงาสีดำก็แทงวาบเข้าใส่อกของเจ ทำเอาพลังชีวิตของเจหายวาบไปในทีเดียว แต่แบบนี้สกิลของคราวที่ทำให้ไม่ว่าจะโดนความเสียหายเท่าไหร่ก็ไม่ตายแต่จะเหลือพลังชีวิต 1 แทนต้องทำงานแล้ว แต่พลังชีวิตของเจกลับลดลงไปเหลือ 0 เสียอย่างนั้น
วูบ…
ภาพตรงหน้าของเจดับวูบไปเหมือนกำลังจะตายอีกแล้ว ไม่รู้ว่าเจโดนหลอกหรือนี่คือการเปลี่ยนอาชีพกันแน่ แต่แบบไหนเจก็ทำอะไรไม่ได้แล้วเพราะตอนนี้เจไม่มีสติอีกต่อไปแล้ว
ติ๊ง….
ติ๊ง….
ติ๊ง….
ไม่ทราบเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดเจก็ได้สติเสียทีแถมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงข้อความและระบบสื่อสารที่พยายามติดต่อมาไม่ขาดสาย
“ครับพี่…”เจเปิดระบบสื่อสารที่กวีส่งมาด้วยอาการมึนๆ เจไม่ได้โดนเด้งออกจากเกมแสดงว่าเวลาผ่านมาไม่นานเท่าไหร่ แสดงว่าไม่ได้ตายสินะ
“เจ เป็นยังไงบ้าง ผมเห็นชื่อเจยังออนไลน์อยู่เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า”กวีถามด้วยน้ำเสียงสงสัย พอออกมาจากถ้ำผีดิบกวีก็พบว่าชื่อของเจยังไม่ขึ้นสถานะตายหรือออฟไลน์แต่อย่างไร ทำให้กวีสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ แต่ในช่วงที่เจเข้าบททดสอบผ่านเงื่อนไขอาชีพกวีไม่สามารถติดต่อเจได้เลย จนกระทั่งเมื่อ 5 นาทีก่อนกวีถึงสามารถติดต่อเจได้เสียที
“เรื่องนั้น….”เจมองไปรอบๆก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กวีฟัง ตั้งแต่โดนพวกทหารผีดิบจับตัวไป แล้วก็เรื่องอาชีพลับที่ตนเพิ่งเปลี่ยนมา
“งั้นเหรอ….งั้นก็ดีแล้วตอนนี้พยายามออกมาหน้าทางเข้าถ้ำผีดิบก่อนพวกเรารออยู่ข้างหน้า”กวีตอบพลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แม้จะปล่อยคนของตนตายได้เพื่อผลประโยชน์รวมของคนอื่น แต่ไม่ตายก็คงดีกว่า
“ครับ งั้นเดี๋ยวผมจะพยายามลงไป”เจตอบพลางมองไปรอบๆ ตอนนี้เจอยู่หน้าประตูทางเข้าสุสานตรงที่เคยมีแม่ทัพผีดิบเฝ้าอยู่ การจะออกไปก็ต้องฝ่าชั้น 4 ขึ้นไปเรื่อยๆ
หลังจากเจเล่าเรื่องทั้งหมดให้กวีฟัง เจก็กำลังคิดหาทางจะออกไปจากดันเจี้ยน หากป้องกันดีๆและหลบเลี่ยงได้ก็คงพอจะออกไปได้ แต่ทันทีที่ลุกจากพื้นเจก็พบว่าบนร่างกายของตนเองไม่มีไอเทมสวมใส่อะไรอยู่เลย แถมไอเทมในกระเป๋าก็ว่างเปล่าอีกต่างหาก
“……………”เจหัวเราะแห้งๆออกมาด้วยท่าทีหมดหวัง นึกว่าพอตกลงเป็นข้ารับใช้แล้วจะคืนไอเทมมาเสียอีก แล้วแบบนี้เจจะออกไปยังไงล่ะเนี่ย
ตุบ….
อยู่ๆที่ประตูด้านหลังก็ปรากฏร่างของแม่ทัพผีดิบเดินออกมาจากประตู ก่อนจะกลับมายืนประจำการที่หน้าประตูตามเดิม เพียงแต่มันไม่มีท่าทีจะโจมตีเจเลยแม้แต่น้อย
“เอ่อ…..”เจมองไปทางแม่ทัพผีดิบก่อนจะเกาหัวด้วยท่าทีงงงวย หรือว่าเพราะเป็นข้ารับใช้ของจักรพรรดิแห่งชีวิตอมตะแม่ทัพผีดิบก็เลยไม่ทำอะไรเจงั้นเหรอ
“………..ฮือ”แม่ทัพผีดิบมองมาทางเจเหมือนกำลังจะถามว่าทำไมเจยังไม่ไปอีกมันเลยโบกมือไล่เหมือนให้เจไปได้เสียทีมันจะได้ทำงานของมันต่อ
“อ่า…..”เจเดินออกไปจากเขตสุสานด้วยท่าทีลังเล แต่พอออกไปจากเขตสุสานพวกทหารผีดิบก็ไม่ทำอะไรเจเลยแม้แต่น้อย แม้จะเดินผ่านหน้าไปตรงๆพวกทหารผีดิบได้แต่มองตามก่อนจะเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเสียอย่างนั้น