cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Endless Path : Infinite Cosmos, อนันตวิถีจักรวาล - ตอนที่ 260

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Endless Path : Infinite Cosmos, อนันตวิถีจักรวาล
  4. ตอนที่ 260
Prev
Next

เมื่อมาถึงด้านนอกห้องของเฮสเทีย วาห์นก็เคาะที่ประตูก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน

เขาเห็นเฮสเทียนั่งเขียนบางอย่างลงในคัมภีร์ขนาดใหญ่อยู่บนโต๊ะก่อนที่เธอจะหันกลับมายิ้มให้แบบเศร้าๆ

เมื่อนึกถึงตอนก่อนหน้านี้ วาห์นก็ยิ้มและพูดขึ้น

“ขอบคุณนะเฮสเทีย… ตอนนั้นฉันไม่รู้เลยว่าควรทำยังไงดี

เพรเซีย… เธอต่างไปจากผู้คนที่ฉันเคยเจอ”

เฮสเทียวางปากกาขนนกลงก่อนจะลุกขึ้นและลงมานั่งที่เตียงแทน

“มานั่งนี่สิวาห์น”

 

ท่าทางเกรี้ยวกราดของวาห์นดูอ่อนลงเล็กน้อยขณะที่เจ้าตัวถอนหายใจและเดินไปนั่งข้างๆ เฮสเทีย

เทพตัวเล็กเคลื่อนตัวเข้าไปที่กลางเตียงก่อนจะตบที่ต้นขาของตัวเอง นั่นเป็นสัญญาณบอกวาห์นว่าให้ใช้มันแทนหมอนได้เต็มที่เลย

วาห์นยังไม่แน่ใจว่าเฮสเทียพยายามจะทำอะไร แต่ที่แน่ๆ ก็คือเรื่องแบบนี้เขาไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว ยิ่งเป็นต้นขาเนียนนุ่มของเธอก็ยิ่งแล้วใหญ่

การนอนด้วยกันเป็นประจำทำให้วาห์นรู้จักพิษสงและความเย้ายวนจากการสัมผัสกับเรือนร่างของเทพธิดาองค์นี้เป็นอย่างดี

 

เฮสเทียลูบเส้นผมสีเข้มอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม

“วาห์น ตอนนี้นายอยากทำอะไรมากที่สุดเหรอ? ฉันขอให้นายพูดความจริงจะได้หรือเปล่า..?”

น้ำเสียงอ่อนโยนนั่นทำให้วาห์นรู้สึกผ่อนคลายมากจนได้แต่ตอบออกไปตามตรง

“ฉันอยากทำให้มันชดใช้… ชดใช้ในสิ่งที่ทำกับเพรเซีย”

เฮสเทียลูบใบหน้าหล่อเหลาและมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำทะเลขณะเอ่ยถามเบาๆ

“ทำไปแล้วนายจะรู้สึกดีขึ้นหรือเปล่า?”

เป็นคำง่ายๆ ที่เล่นเอาวาห์นอึ้งไปครู่หนึ่ง ส่วนสายตาสีฟ้าใสราวกับทะเลสาบไร้ก้นบึ้งก็ยังคงจ้องมองมาและเฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

 

หลังจากเงียบไปสองสามวินาที วาห์นก็ตอบเสียงแผ่ว

“ก็เปล่า…”

เฮสเทียผงกหัวเล็กน้อยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนอย่างเคย

“นายจะให้เพรเซียเป็นคนเอาคืนผู้ชายคนนั้นจนสาแก่ใจแล้วก็คอยยืนดูอยู่ข้างๆ หรือเปล่า?”

ภาพที่เพรเซียใช้แท่งเหล็กร้อนๆ ทรมานเจ้านายคนก่อนแล่นเข้าสู่สมองของวาห์นทันที

วาห์นกัดฟันแน่นขณะตอบเสียงเบา

“ไม่… ฉันคงจะห้ามเธอไว้… เธอไม่ควรมาทำ-”

 

ก่อนจะได้พูดต่อจนจบ เฮสเทียก็วางนิ้วลงบนริมฝีปากของเขาเพื่อหยุดมันไว้ก่อน

วาห์นปิดปากลงด้วยสีหน้าเศร้าและปล่อยให้เฮสเทียเป็นคนพูดต่อ

“มันไม่ใช่หน้าที่ที่นายต้องแบกรับทุกอย่างนะวาห์น… ไหนลองบอกชื่อคนที่นายอยากปกป้องออกมาหน่อยสิ?”

วาห์นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพึมพำออกมา

“ฮารุฮิเมะ เอน่า ทีน่า มิลาน ลิลลี่…-”

เป็นอีกครั้งที่เฮสเทียขัดจังหวะเขา

“คนเรามักจะไล่ชื่อตามความสำคัญในช่วงเวลานั้นๆ นะ… ถึงจะรู้สึกเห็นใจเพรเซียมากแต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งแรกที่นายคิดถึง

สิ่งที่นายบอกว่าอยากทำในตอนแรกเองก็อาจจะไม่ใช่ความจริง ดูไปก็เหมือนเป็นสิ่งที่นายไม่อยากให้เพรเซียทำซะมากกว่า

นายยังมีอีกหลายสิ่งที่อยากปกป้อง… และการล้างแค้นก็ไม่ได้รวมอยู่ในนั้นหรอกนะ

นายควรผ่อนคลายให้มากกว่านี้ เอาเวลาไปดูแลคนรอบข้าง ส่วนพวกเราก็จะดูแลนายให้ดีที่สุด

เพรเซียเองก็ปลอดภัยแล้ว… ปล่อยให้เธอพักฟื้นไปก่อน จากนั้นค่อยสะสางเรื่องอดีตของเธอทีหลัง

ตอนนี้แฟมิเลียของเราได้เข้าไปพัวพันกับอิชทาร์แฟมิเลียและการแก่งแย่งอำนาจภายในเขตสถานบันเทิงแล้ว

นายต้องเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลังให้ดีกว่านี้นะ… ไม่ใช่ว่าจะต้องไปคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องยิบย่อยทุกอย่างที่ถาโถมเข้ามา…”

 

เป็นเวลากว่านาทีที่วาห์นปล่อยให้คำพูดของเฮสเทียซึมเข้าไปในสมอง แถมเธอยังคงลูบศีรษะของเขาต่อ ราวกับจะช่วยให้มันซึมเข้าไปได้เร็วขึ้น

เมื่อเห็นว่าวาห์นยังคงอับจนคำพูด เฮสเทียจึงโน้มตัวเข้ามากระซิบเป็นการเชื้อเชิญ

“นอนพักเถอะ… พักสักเดี๋ยวนึง… วันนี้นายเหนื่อยมามากแล้ว

พอคนอื่นๆ มากันแล้วฉันจะเป็นคนปลุกนายเอง… สำหรับตอนนี้ นอนพักเถอะ…”

วาห์นเชื่อฟังคำพูดของเฮสเทียอย่างว่าง่ายและค่อยๆ หลับตาลงอย่างช้าๆ ภายใต้สัมผัสของต้นขาอ่อนนุ่มและมือที่ยังคอยช่วยปลอบประโลมความคิดที่ยังว้าวุ่นไม่หาย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนทาบทามให้ผ่อนคลายเสียบ้าง แต่คราวนี้ดูเหมือนคำพูดของเฮสเทียจะได้ผลดีเกินคาด

พอได้เทพจอมขี้เกียจมาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดแบบนี้… จู่ๆ วาห์นก็รู้สึกเหนื่อยล้ามากและสลบไสลไปในที่สุด

 

เฮสเทียยังคงลูบเส้นผมและใบหน้าของเขาอย่างเอ็นดูโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ

เธอจ้องมองใบหน้าอ่อนเยาว์จากมุมสูงด้วยสีหน้าเป็นกังวลเล็กน้อย

วาห์นในตอนนี้นั้นช่างดูไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกซะเหลือเกิน… ไม่เหลือเค้าของวีรบุรุษหนุ่มน้อยที่มักตัดสินใจเด็ดเดี่ยวและชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่เลย

เธอหวังลึกๆ ว่าพวกเขาจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ… อยู่กันแค่สองคนภายใต้ความเงียบงัน ปล่อยให้เวลาล่วงเลยต่อไปโดยไม่สนใจสิ่งอื่น…

เด็กหนุ่มคนนี้สร้างความประหลาดใจให้กับเธอครั้งแล้วครั้งเล่า อีกทั้งยังแบกรับภาระเอาไว้มากมาย แล้วก็ความคาดหวังที่คนอื่นมักฝากฝังไว้เป็นประจำนั่นอีก

เฮสเทียรู้ว่าตัวเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ ‘ฝากฝัง’ เช่นกัน หนำซ้ำเธอยังเอาแต่คอยก่อกวนและเรียกร้องความสนใจไม่เว้นแต่ละวัน…

 

พอหันกลับไปดูคัมภีร์อีกครั้ง เฮสเทียก็เห็นตัวอักษรยาวหลายบรรทัดปรากฏขึ้นก่อนที่พวกมันจะค่อยๆ ลอยเข้าไปในสมุดบันทึกที่อยู่ข้างกัน

นี่คือไอเท็มเวทมนตร์ที่มีชื่อว่า [บันทึกปูมหลัง] ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวคัดลอกและเก็บบันทึกการสนทนาทุกอย่างจากคัมภีร์สื่อสาร

ก่อนที่วาห์นจะมาเคาะประตู เฮสเทียนั้นได้รับสารจากเอน่าเกี่ยวกับการฆาตรรมต่อเนื่องเมื่อคืนที่ผ่านมานี้เอง…

 

ทางกิลด์ได้เข้าไปสอบสวนจุดเกิดเหตุตามที่ต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นบ้านพักของเหล่า ‘ผู้ที่ชื่นชอบการซื้อขายทาสอย่างผิดกฎหมาย’

สภาพของศพส่วนใหญ่นั้นเรียกได้ว่าน่าสยดสยองมากเสียจนบรรยายไม่ถูก

เพราะเอน่าเพิ่งเจอกับเพรเซียมาหมาดๆ เธอจึงตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดและพบว่าเจ้าของคนก่อนของสาวเผ่ามนุษย์แกะเองก็มีชื่ออยู่ในกลุ่ม ‘ผู้เคราะห์ร้าย’ เช่นกัน

เฮสเทียกลัวว่าวาห์นอาจรับไม่ได้ที่เป้าหมายแห่งความแค้นนั้นไม่ได้มีชีวิตอยู่ให้เขาแค้นต่อเสียแล้ว

ผลก็คืออย่างที่เห็น ตอนนี้เธอได้แต่หวังว่าวาห์นจะลืมเรื่องนี้ไปเองและไม่หวนกลับไปคิดถึงมันอีก…

 

-หลายชั่วโมงก่อน- (A/N: ตอนนี้มีเนื้อหาที่ค่อนข้างรุนแรงนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

หลังแยกจากเด็กหนุ่มที่ช่วยเธอเอาไว้ ชีว่าก็เดินทางผ่านย่านโคมแดงก่อนจะมุ่งหน้าสู่พื้นที่ทางทิศเหนือของเมือง

ที่ดินทางทิศเหนือนั้นมีราคาแพงมากและเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าพ่อค้าและนักธุรกิจชื่อดังหลายคน

เพราะความเกรี้ยวกราดและความเกลียดชังที่มีต่อผู้เป็นนาย ไม่น่าแปลกเลยที่ชีว่าจะผ่านมือเจ้าของมาแล้วหลายต่อหลายคน

ตราสัญลักษณ์แห่งความเป็นทาสนั้นไม่ใช่สิ่งที่ควรจะไปลองดีด้วย ทว่าดาร์คเอลฟ์สาวก็ฝืนทนมาตลอดทุกครั้ง

ส่วนรางวัลปลอบใจของเธอก็คือการได้เห็นใบหน้าหงุดหงิดของเหล่าผู้เป็นนายก่อนที่พวกมันจะส่งเธอกลับไปยังตลาดค้าทาส

 

ราวกับโชคชะตาเล่นตลก เพราะเจ้านายคนล่าสุดที่ส่งเธอกลับแถมทำให้เธอต้องโดนผนึกที่ลิ้นนั้นก็คืออดีตเจ้านายของเพรเซียนั่นเอง

พอนึกย้อนกลับไปในตอนแรก เพรเซียคงถูกซื้อมาหลายสัปดาห์ก่อนแล้ว… ดูได้จากบาดแผลเก่าใหม่มากมายบนร่างกายของเธอ

เจ้านายคนนี้เป็นพวกเหยียดเผ่าพันธุ์แบบสุดๆ และเชื่ออย่างสนิทใจว่าตน ‘เหนือกว่า’ เผ่าครึ่งคนครึ่งสัตว์อย่างเพรเซียทุกด้าน

เขาทรมานเพรเซียครั้งแล้วครั้งเล่าและทำราวกับว่าเธอเป็นเพียงสัตว์ไร้ค่าตัวหนึ่ง

เหตุผลเดียวที่ทำให้เธอรอดพ้นจากการถูกข่มขืนก็เพราะว่าเขา ‘ไม่อยากทำให้ตัวเองต้องแปดเปื้อน’ แน่นอนว่านอกจากเรื่องนั้นแล้ว เขาใช้เธอแบบ ‘คุ้มสุดๆ’

ไม่ว่าจะเป็นการทรมานต่างๆ นาๆ การฝึกให้เธอทำตัวแบบสัตว์ และแน่นอน การฝึกให้เธอสนองความต้องการทางเพศโดยละเรื่องนั้นไว้เพียงอย่างเดียว

 

ไม่นานเขาก็เริ่มเบื่อหน่ายกับท่าทางไม่รู้สึกรู้สาของเพรเซียและเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายมาที่ชีว่าแทน

เขาเริ่มจากการดุด่า พูดจาดูถูกเหยียดหยามและประนามว่าเธอนั้น ‘ด้อยกว่า’ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เป็นแค่เผ่ามนุษย์ ไม่ได้เป็นเทพหรือแม้แต่ลูกครึ่งเทพด้วยซ้ำ

โอกาสทองมาถึงเมื่อเจ้าอสูรต่ำช้าพยายามยัดเยียดของโสโครกของมันเข้ามาในปากของเธอ ทันใดนั้นเอง ชีว่าก็ขบมันอย่างแรงโดยหมายจะ ‘ตัดให้เหลือแต่ตอ’ แต่น่าเสียดายที่ตราสัญลักษณ์ไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้นได้ง่ายๆ

มันออกฤทธิ์ได้เร็วและรุนแรงเหมือนทุกครั้ง รอบนี้ก็เล่นเอาสมองของเธอเกือบไหม้จนใช้การไม่ได้อยู่นาน

หลังจากโดนทุบตีอย่างหนัก ชายคนนั้นก็ส่งเธอและเพรเซียคืนให้กับพ่อค้าทาสพร้อมโวยวายเป็นการใหญ่

ของชดเชยที่เขาได้กลับมาในวันนั้นก็คือทาสสาว ‘คุณภาพสูง’ คนใหม่

 

ชีว่าอาจจะไม่เคยเห็นทาสสาวคนนั้นมาก่อน แต่ถ้าเธอบรรยายรูปร่างลักษณะของอดีตเจ้านายให้วาห์นฟังล่ะก็ เขาคงจะร้องอ๋อทันที

ชายคนดังกล่าวนั้นที่จริงแล้วก็คือชายชราที่ฌอนทัคเดินออกมาส่งนั่นเอง (TL: ตอนที่ 249)

ภายนอกอาจดูเหมือนคุณลุงใจดีคนหนึ่ง แต่ภายในนั้นกลับเต็มไปด้วยความโหดร้ายผิดมนุษย์และความกระหายไม่รู้จบที่ต้องบรรเทาด้วยความเจ็บปวดของผู้อื่น

พอเธอกับเพรเซียกลับมาถึง พวกพนักงานก็นำยาราคาแพงออกมาให้ดื่มพร้อมกับขัดสีฉวีวรรณเพรเซียอย่างดีที่สุดและชโลมร่างของเธอด้วยยาและน้ำมันบำรุงนับไม่ถ้วน

เป้าหมายของพวกมันคงจะหนีไม่พ้นการซ่อนรอยแผลเป็นต่างๆ จนกว่าจะมีเจ้านายคนใหม่มาซื้อเธอไป

หลังจากกลับมาได้ไม่ถึงชั่วโมง พวกเธอก็ถูกบังคับให้ไปพบกับ ‘ผู้ให้ความสนใจ’ คนล่าสุด ซึ่งก็คือวาห์นนั่นเอง…

 

เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงเด็กหนุ่มแสนใจดีคนนั้น ชีว่าก็อดรู้สึกตื้นตันขึ้นมาไม่ได้

ที่จริงแล้วความสามารถในการต่อสู้ของเธอนั้นเทียบได้กับนักผจญภัยเลเวล 3 ขั้นปลายเลยทีเดียว

ดินแดนอับแสง (บ้านเกิดของชีว่า) เป็นสถานที่อันโหดร้ายและเกิดความขัดแย้งขึ้นทุกวี่วันราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

การก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงความพ่ายแพ้ของเผ่า ตามมาด้วยการมอบชีวิตให้กับเผ่าผู้ชนะ และนั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีว่า

หลังจากต้องทนแบกรับความอับอาย เธอก็ถูกขายให้กับเมืองที่อยู่ใกล้เคียง ก่อนจะโดนขายทอดมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงโอราริโอ้ได้รับอิสระจากความโชคดีที่ได้มาเจอวาห์น

สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของชีว่าในตอนนี้ก็คือการแก้แค้น แก้แค้นพวกมันทุกคนที่ทำราวกับเธอเป็นสินค้าตามตลาด

ในฐานะอดีตนักล่าประจำเผ่า เธอจะสังหารพวกมันให้หมด แผนขั้นถัดไปก็คือเดินทางกลับไปบ้านเกิดและสังหารพวกที่หยามเกียรติและขายเธอตั้งแต่ทีแรก

 

หลังจากก้าวเข้าไปในบ้านของอดีตเจ้านาย ชีว่าก็ลอบเข้าไปในชั้นใต้ดินลับซึ่งเป็นที่ที่ชายชราใช้คุมขังและทรมานทาส

โรค ‘ผู้อยู่เหนือทุกเผ่าพันธุ์’ ทำให้ชายชราสะสมทาสเอาไว้มากมายหลายแบบ ซึ่งต่างอยู่ในสภาพทรุดโทรมไม่ต่างกันมากนัก

ทาสคนล่าสุดของเขาดูเหมือนจะเป็นหญิงสาวผมสีน้ำเงินที่มีสีหน้าว่างเปล่า

ร่างของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลหลายแห่งในขณะที่ตัวถูกมัดอยู่กับโต๊ะทรมานแบบพิเศษ

เนื่องจากเธอเป็นเผ่ามนุษย์ ชายชราจึงไม่ได้ติดใจอะไรนักและข่มขืนเธออย่างบ้าคลั่งจนไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีใครบางคนย่องมาอยู่ด้านหลัง

 

เขารู้สึกสนุกสุดเหวี่ยงจนแทบไม่รู้สึกถึงมีดที่พุ่งทะลุแผ่นหลังไปหลายครั้ง

แผลสุดท้ายนั้นร้ายแรงที่สุด เพราะมันเจาะเข้าไปตรงกระดูกสันหลังที่คอยควบคุมร่างกายส่วนล่างทั้งหมดเอาไว้

หลังผละจากทาสสาวและล้มลงกับพื้น ชายชราก็หันมาหาชีว่าและกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง

“แกกกกกกก! นังหมูโสโครก! สัตว์ชั้นต่ำกล้าทำถึงขนาดนี้เลยงั้นเหรอ!?”

ชีว่าไม่สนใจคำพูดเหล่านั้นแม่แต่น้อย รอยยิ้มของเธอดูเฉิดฉายและน่าขนลุกเสียจนชายชราอยากจะหนีไปให้ไกลๆ

เธอควงมีดในมือและก้าวเข้าไปอย่างไม่เร่งรีบ…

 

ชายชรารู้ทันทีว่าชีวิตของตนกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เขาพยายามคลานหนีอย่างไม่คิดชีวิตพร้อมกับส่งเสียงร้องเรียกคนคุ้มกันแหละเหล่าคนใช้

เขาคงกลัวจนลืมไปว่าตัวเองเป็นคนออกแบบและปรับปรุงคุกใต้ดินนี้หลายครั้งจนมันเก็บเสียงได้อย่างมิดชิด 100 เปอร์เซ็นต์

ตอนนี้เหล่าคนคุ้มกันคงกำลังปกป้องพื้นที่ชั้นบนกันอย่างแข็งขัน ปล่อยให้เขาเป็นที่รองรับอารมณ์ของชีว่าต่อไปเรื่อยๆ… หรืออย่างน้อยก็จนกว่าเธอจะส่งเขาไปยังโลกหน้า

 

หลังจากคลานมาจนมุมอยู่ตรงกำแพง ชายชราก็มองกลับไปและเห็นรอยเลือดที่ไหลออกมาเป็นทางยาว

เขารู้สึกแก่ลงอีกหลายปี ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดกับสิ่งสกปรกที่อยู่ในคุกใต้ดิน และภายใต้แสงสลัวนั่น ดวงตาเย็นยะเยือกของชีว่าก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาที่ละนิด

“ดะ-ได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลย… ฉันจะให้แกทุกอย่าง เงิน สิ่งของ ได้หมด

สะ-สาบานได้ว่าฉันจะไม่ไปบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด ขะ-ขอแค่ให้แกกลับออกไปซะ!”

 

ชีว่ายกอาวุธในมือขึ้นและเชยชมเลือดที่ติดอยู่ตรงใบมีดพร้อมกับสูดดมเล็กน้อย จากนั้นเธอก็ขมวดคิ้วและทำจมูกฟุดฟิด

“ไอ้กลิ่นเหม็นนี่มันอะไรกันนะ… นี่แกยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่าเนี่ย?

ทำไมเลือดถึงมีกลิ่นเดียวกับพวกก็อบลินเลยล่ะ… เหหห จะว่าไปแล้ว แขนขาขี้โรคของแกก็เหมือนของก็อบลินอยู่นะ?”

 

ถึงจะกลัวสุดขีด แต่ชายชราก็ยังต้องทำหน้าบึ้งตึงเมื่อถูกเปรียบเทียบกับสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่สุดบนโลก

เขาพยายามตะโกนออกมาอีกครั้ง แต่ทันทีที่ขยับปาก ลำแสงบางอย่างก็พุ่งผ่านหน้าไปพร้อมกับลิ้นและกรามล่างที่ตกลงกับพื้น

แน่นอนว่ามนุษย์เลเวล 1 ไม่มีทางตามการเคลื่อนไหวของดาร์คเอลฟ์เลเวล 3 ทันอยู่แล้ว

เขาพยายามกรีดร้องอีกครั้ง แต่เสียงที่ออกมานั้นแทบฟังไม่รู้เรื่องเลย อย่างมากที่พอทำได้ในตอนนี้ก็คือใช้มือปิดแผลเพื่อไม่ให้เลือดไหลจนช็อคไปเสียก่อน

 

ชีว่าจ้องมองชายชราต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะเดินไปทางชั้นวาง ‘เครื่องมือ’ ที่เขาชอบใช้เป็นประจำ

ที่ชั้นวางนั่นยังมีโพชั่นและยามากมายหลายแบบซึ่งส่วนใหญ่นั้นมีสรรพคุณในการฟื้นฟูร่างกาย และสมานแผลแบบเฉียบพลัน

ชีว่านำชุดตะขอเกี่ยว ค้อน และโพชั่นบางส่วนออกมา แต่พอหันกลับไปก็พบว่าชายชราเริ่มที่จะคลานหนีอีกครั้ง

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาและป้องกันการหลบหนี เธอใช้ค้อนทุบข้อมือของเขาจนหัก ตามมาด้วยนิ้วทีละนิ้วจนพวกมันแตกละเอียด

ชายชราไม่อาจขัดขืนอะไรได้อีกขณะที่ชีว่าเทโพชั่นลงไปในหลอดอาหารของเขา และต่อให้เขาอยากปิดปากแค่ไหนก็คงทำไม่ได้เพราะกรามล่างนั้นไม่อยู่แล้ว

 

ชีว่าใช้มืออีกข้างประคองใบหน้าชราอย่าง ‘นุ่มนวล’ พร้อมกับยิ้มกว้าง… ก่อนจะฟาดขวดโพชั่นเปล่าๆ ใส่ช่องปากส่วนบนจนฟันหักไปหลายซี่

หลังจากที่ชายชราหมดสติไปแล้ว เธอก็นำตะขอมาเกี่ยวตรงต้นขาทั้งสองข้างก่อนจะใช้มันยกร่างของเขาขึ้นจากพื้นในสภาพห้อยหัวลง

ไม่นานชายชราก็ได้สติและพยายามกรีดร้องอีกครั้งแต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาเลย

เขาพบว่ามีบางอย่างถูกสอดเข้าไปในจมูกและทะลุลงไปถึงช่องทางเดินหายใจ

 

เพื่อป้องกันไม่ให้ชายชราหายใจติดขัด ชีว่าจึงสอดท่อเข้าไปในนั้นและใช้ผ้ารัดตรงส่วนจมูกไว้แบบหลวมๆ

ชายชราจะเป็นตายร้ายดียังไงเธอไม่สนใจอยู่แล้ว แต่สิ่งสุดท้ายที่อยากให้เขาได้ลิ้มรสก่อนจากไปก็คือประสบการณ์แบบเดียวกับที่พวกทาสเคยเจอ

เธอใช้เวลาครึ่งชั่วโมงไปกับการสลักคำต่างๆ ลงบนเนื้อหนังเหี่ยวย่นโดยใช้ทั้งมีดและแท่งเหล็กร้อนๆ

ก่อนจะไปต่อ เธอก็นำโพชั่นมาราดตามที่ต่างๆ และยกกระจกออกมาส่องให้เขาดูด้วย

การทรมานยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนร่างกายของเขาถูกถอดออกทีละส่วนจนเหลือเพียงแค่ศีรษะและลำตัวที่ห้องโตงเตงไปมา

ชายชราได้แต่จ้องมองแขนขาของตัวเองที่ถูกวางไว้ตรงหน้าด้วยสายตาแสนสลด

 

ชีว่ายิ้มอ่อนโยนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ขณะใช้มือลูบเส้นผมมันเยิ้มและพูดอย่างนุ่มนวล

“อย่างห่วงเลย อีกเดี๋ยวก็จบแล้วล่ะ… รับรองว่าแกต้องชอบขั้นตอนต่อไปแน่นอน… คงจะน่าเสียดายมากถ้าไม่ได้ลิ้มลองสิ่งนี้ด้วยตัวแกเอง”

ชีว่าราดโพชั่นที่เหลือลงไปบนร่างกายของชายชราก่อนจะก้มลงและตัด ‘ของโสโครกนั่น’ ออกมา

ก่อนหน้านี้เธอได้ให้เขาดื่มยาชูกำลังเข้าไปด้วย ดังนั้นต่อให้โดนทรมานแสนสาหัสแค่ไหน ของโสโครกนั่นก็ยังแข็งกร้าวอยู่ตลอด

เธอนำผ้ามาผูกตรงที่ๆ มันเคยอยู่เพื่อทำการห้ามเลือดและนำท่อหายใจออกจากจมูกและลำคอของเขา

ของขวัญอำลาที่เธอมอบให้กับชายชราก่อนจะทำการปลดปล่อยทาสคนอื่นๆ… ก็คือการยัดท่อนเนื้อนั่นลงไปในลำคอของเขาเป็นการปิดท้าย…

(TL: จริงๆ แล้วชื่อตอนคือ ‘Desserts’ หรือก็คือ ‘ของหวาน’ ตามคำคมที่มีชื่อว่า ‘Just Deserts’ หรือก็คือ ‘ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว’ นั่นแหละ แต่จะแปลยังไงล่ะ -*- ตอนแรกจะแปลชื่อตอนว่า ‘ของหวานคล่องคอ’ อยู่แล้วเชียว แต่ก็แบบ…

 

Prev
Next

YOU MAY ALSO LIKE

สุดยอดชาวประมง (极品小渔民)
สุดยอดชาวประมง (极品小渔民)
11 พฤษภาคม 2024
Picked up a Demon King to be a Maid
Picked up a Demon King to be a Maid
5 กรกฎาคม 2022
600
My Disciples Are All Villains
24 กันยายน 2022
131303437
นักเล่นแร่แปรธาตุแห่งฮอกวอตส์
5 กรกฎาคม 2022
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 260"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved