cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Endless Path : Infinite Cosmos, อนันตวิถีจักรวาล - ตอนที่ 242

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Endless Path : Infinite Cosmos, อนันตวิถีจักรวาล
  4. ตอนที่ 242
Prev
Next

จากคำบอกเล่าของทาเคมิคาสึจิ พวกเขาเคยเป็นแฟมิเลียที่ประจำอยู่ใกล้กับศาลเจ้าแห่งหนึ่งในแดนตะวันออก
หน้าที่ที่เทพหนุ่มมักได้รับมอบหมายก็คือการสอนศิลปะการต่อสู้และปกป้องคุ้มครองตัวศาลเจ้าและพระราชวังที่อยู่ใกล้เคียง
หน้าที่เหล่านั้นเองที่ทำให้พวกเด็กๆ จากแฟมิเลียได้รู้จักกับ ‘ฮารุฮิเมะ’ ธิดาของหัวหน้าตระกูลซึ่งเป็นเจ้าของศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่แถบนั้น
เพราะเด็กสาวเผ่าเรนาร์ด (จิ้งจอกชั้นสูง) ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ออกไปนอกศาลเจ้า สหายเพียงกลุ่มเดียวของฮารุฮิเมะก็คือพวกเด็กๆ ของเขานี่แหละ แถมบางครั้งก็ยังแอบพาเธอออกไปเล่นนอกศาลเจ้าอีกด้วย

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ทว่าเมื่อ 3 ปีก่อน ฮารุฮิเมะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ขโมยของเซ่นไหว้จากศาลเจ้าทั้งๆ ที่ไม่มีหลักฐานอะไรเลย
เมื่อหาผู้กระทำผิดจริงๆ ไม่พบ บิดาของฮารุฮิเมะที่ถูกตระกูลอื่นๆ กดดันอย่างหนักก็เลยต้องลงโทษลูกสาวของตัวเอง
ถึงจะโกรธแค้นตระกูลอื่นๆ มากแค่ไหนแต่สุดท้ายเขาก็ต้องเนรเทศเธอออกไป
สิ่งเดียวที่บิดาของเธอทำได้ก็คือฝากฝังฮารุฮิเมะไว้กับพ่อค้าชาวพลูมที่มีสัมพันธ์อันดีต่อกันมานานหลายปีแล้ว
แต่เรื่องโชคร้ายก็ยังไม่จบอยู่แค่นั้น คาราวานของพ่อค้าชาวพลูมได้ถูกกลุ่มโจรดักปล้นแถมฮารุฮิเมะก็ยังถูกยังลักพาตัวไปอีก

เพราะไม่สามารถกระทำการได้อย่างอิสระ บิดาของเธอก็เลยฝากฝังเรื่องการออกตามหาไว้กับที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้มากที่สุด หรือก็คือทาเคมิคาสึจินั่นเอง
เนื่องจากนี่เป็นการฝ่าฝืนคำพิพากษาก่อนหน้านี้ อย่างมากที่ทาเคมิคาสึจิทำได้ก็คือชักชวนเด็กๆ ที่มีพรสวรรค์บางคนซึ่งสนิทกับฮารุฮิเมะและออกเดินทางไปตามที่ต่างๆ เพื่อสืบหาเบาะแสและทำการช่วยเหลือ
พวกเขาตามหาร่องรอยไปเรื่อยๆ ผ่านหมู่บ้านหลายแห่ง จนกระทั่งทราบข่าวว่าฮารุฮิเมะถูกขายเป็นทาสและถูกส่งไปยังทวีปอีเดนโดยที่ปลายทางก็คือเมืองโอราริโอ้นั่นเอง
แม้จะเสียใจเมื่อได้รู้ข่าว แต่อย่างน้อยพวกเขาก็รู้ว่าฮารุฮิเมะถูกขายในฐานะสินค้า ‘เป็นๆ’ และมีความเป็นไปได้สูงที่จะช่วยเธอกลับมาได้หากเร่งมือ

 

—————
สนับสนุนนิยายอย่างถูกต้องได้ที่: EP:IC Translation และ Thai Novel : https://bit.ly/34ApcTP

—————

 

โชคไม่ดีที่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางข้ามทวีปนั้นไม่ใช้น้อยๆ เลย
ทาเคมิคาสึจิแฟมิเลียจึงต้องเริ่มทำงานในฐานะทหารกับจ้างเพื่อสะสมเงินทุน
เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ท่ามกลางความสิ้นหวัง สุดท้ายก็มีพระใจดีมายื่นมือเข้าช่วยเพราะความสงสาร
บังเอิญว่าพระรูปนั้นเคยช่วยชีวิตลูกชายของกัปตันเรือไว้ในอดีต พระท่านก็เลยออกไปเจรจาต่อรองจนกัปตันยอมอ่อนข้อโดยมีเงื่อนไขว่าทาเคมิคาสึจิแฟมิเลียจะต้องทำหน้าในฐานะคนคุ้มกันเพื่อแลกกับค่าโดยสารที่ขาดไป

หลายเดือนต่อมา ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงทวีปอีเดนและเดินทางผ่านหมู่บ้านต่างๆ จนมาจบอยู่ที่โอราริโอ้เมื่อไม่นานมานี้เอง
เพราะโชคชะตาเข้าช่วย ทาเคมิคาสึจิได้ทำความรู้จักกับเฮเฟสตัสผ่านทางเทพมิอาค
เพราะเฮเฟสตัสในตอนนั้นต้องการแรงสนับสนุนจากเทพหลายองค์ (TL: เรื่องนี้เอ็งมีเอี่ยวเต็มๆ เลยวาห์น) ทาเคมิคาสึจิจึงใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์เพื่อตีสนิทกับหนึ่งในเทพธิดาอันดับต้นๆ ของเมือง
เทพหนุ่มยอมรับว่านี่ไม่ใช่หนทางที่มีเกียรติ แต่ความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของเขาก็คือการตามหาบุตรสาวของสหายเก่าและทำให้แน่ใจว่าเธอปลอดภัย
เธออาจจะไม่มีวันได้กลับไปเหยียบบ้านเกิดอีก แต่อย่างน้อยพวกเขาก็อยากเห็นเธอได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีอิสระเสรี
หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ฮารุฮิเมะก็คงต้องทนลำบากไปอีกนาน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะพวกเขาขาดความสามารถและทำอะไรไม่ได้มากนัก

การได้รู้จักกับเฮเฟสตัสนี่เองที่ทำให้ทาเคมิคาสึจิได้ยินเรื่องเกี่ยวกับวาห์นและเริ่มรู้สึกสนใจในตัวเด็กหนุ่มผู้ที่ถูกนักผจญภัยกล่าวขานว่าเป็น ‘วีรบุรุษ’
หลังจากลงมือสืบเรื่องนี้อย่างละเอียด ทาเคมิคาสึจิก็ยิ่งรู้สึกสนใจมากขึ้นและอยากให้วาห์นมาเป็นแบบอย่างให้กับเด็กๆ ของตัวเอง
เทพหนุ่มเริ่มนอกเรื่องและสาธยายข้อดีต่างๆ ของวาห์นเช่น ‘เป็นผู้ผดุงคุณธรรม’ และ ‘ไร้ที่ติ’ แต่เจ้าตัวกลับ ‘ไม่สนใจ’ ก่อนจะเร่งให้เขาเล่าเรื่องต่อให้จบ

ทาเคมิคาสึจิยิ้มแห้งๆ และบอกว่าตนตั้งใจจะทำความรู้จักกับวาห์นอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับมิลานและทีน่าทำให้เขาเริ่มแผนก่อนกำหนด
พวกเขาเพิ่งจะได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับฮารุฮิเมะและอยากให้วาห์นช่วยอีกแรง โดยที่จะช่วยมากช่วยน้อยแค่ไหนก็ไม่ว่ากัน
พอรู้ว่าโดนวาห์นอ่านออกตั้งแต่มาถึง ทาเคมิคาสึจิก็เลยสารภาพแบบหมดเปลือกว่าต่อให้ภารกิจนี้อันตรายมากเสียจนพวกเขาเอาไม่อยู่ แต่เทพหนุ่มก็มั่นใจว่าวาห์นคงทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะผ่าน ‘เครือข่ายคนรู้จัก’ หรือด้วยความสามารถของตัวเอง และสามารถช่วยฮารุฮิเมะออกมาได้อย่างแน่นอน
จริงอยู่ที่เด็กๆ ของเขามีความสามารถมาก ทว่าทุกคนนั้นยังเด็กมาก แม้แต่โอวกะที่ดำรงตำแหน่งกัปตันของแฟมิเลียเองก็เป็นนักผจญภัยเลเวล 2 เพียงคนเดียวที่เขามีอยู่

—

วาห์นนั้นไม่ได้รู้ไปซะทุกอย่าง เขาอ่านมังงะถึงแค่เล่ม 7 เท่านั้น
(TL: เป็นช่วงก่อนโดนพวกทาเคมิคาสึจิแฟมิเลียลากมอนสเตอร์ใส่พอดีเลย นี่ถ้าอ่านถึงเล่ม 8 ก็คงมีแอบเกลียดกันเล็กๆ)
ในขณะที่ลังเลอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นและทำให้การตัดสินใจดูง่ายลง(?)
ที่จริงวาห์นก็อยากจะช่วยเพราะรู้สึกสงสารฮารุฮิเมะที่ต้องเจอกับชะตากรรมอันโหดร้าย แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากสร้างศัตรูและทำให้คนรู้จักได้รับอันตรายไปด้วย
เมื่อมองไปที่การแจ้งเตือน ใบหน้าของวาห์นก็เริ่มส่อแววจริงจังกว่าเดิม

//เริ่มต้นภารกิจเสริม//

[ภารกิจ: ช่วยเหลือซันโจวโนะ ฮารุฮิเมะ]

ระดับ: C-S

เป้าหมาย: ช่วยซันโจวโนะ ฮารุฮิเมะจากผู้ที่จับเธอไว้

เป้าหมายเพิ่มเติม: กำจัดและ/หรือสังหารผู้จับกุม: 0/10

รางวัล: ปลดล็อคระบบ ‘อัพเกรด’, 10x[หินอัพเกรด], 14,000 OP

เงื่อนไขความล้มเหลว: เสียชีวิต, ซันโจวโนะ ฮารุฮิเมะเสียชีวิต, [!@#$%^] หลบหนีไปได้

ผลจากความล้มเหลว: 600 กรรมชั่ว, ระบบ ‘อัพเกรด’ จะถูกผนึกไว้จนกว่าจะออกจากเรคคอร์ด

หลังจากอ่านภารกิจแล้ว วาห์นจึงเริ่มรู้สึกสนใจรางวัลหน่อยๆ แต่ก็ยังถามข้อมูลเพิ่มเติมจากพี่สาวเพื่อความแน่ใจ
(“ทำไมจู่ๆ ผมถึงได้ภารกิจนี้ล่ะ?
ผมพอรู้ว่าทาเคมิคาสึจิอยู่ในเนื้อเรื่องเดิมด้วย แต่ฮารุฮิเมะนี่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”)
พี่สาวเริมอธิบายด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ
(*การปรากฏตัวของเธอได้เปลี่ยนแปลงบางอย่างไปแล้วไงล่ะ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องจะแย่ไปซะหมดหรอกนะ
ตัวอย่างเช่น ถ้าเธอเผลอไปทำให้เรคคอร์ดเสียสมดุล ‘เดอะพาธ’ ก็จะออกภารกิจมาแก้ไขสิ่งหล่านั้น
เพราะนี่ไม่ใช่ภารกิจหลัก เธอจะเลือก ‘ปฏิเสธ’ มันก็ได้ แบบนั้นก็จะไม่โดนเรื่อง [เงื่อนไขความล้มเหลว] ด้วย
แต่ขอเตือนไว้อย่างนะว่าถ้า ‘ปฏิเสธ’ มีโอกาสสูงมากที่เด็กชื่อซันโจวโนะ ฮารุฮิเมะจะเสียชีวิต*)

พอได้ยินคำตอบของพี่สาว วาห์นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและเริ่มตระหนักว่าการขาดข้อมูลจากในมังงะคงทำให้อนาคตลำบากขึ้นกว่าเดิม
มันอาจจะไม่ถึงขั้นบังคับให้เขาเดินตามเนื้อเรื่องเดิม แต่การช่วยเหลือผู้ที่มีชะตากรรมอันแรงกล้า (ตัวละครที่ส่งผลอย่างหนักจากในเนื้อเรื่องเดิม) ก็เป็นสิ่งที่วาห์นเลี่ยงไม่ได้
ตัวอย่างเช่น หากวาห์นไปเปลี่ยนเหตุการณ์ที่ส่งผลโดยตรงต่อการกอบกู้โลกใบนี้ เขาก็อาจจะต้องแบกรับภาระในการกู้โลกเอาไว้เอง
จากการที่วาห์นได้รับภารกิจ [ช่วยเหลือซันโจวโนะ ฮารุฮิเมะ] นั้นก็หมายความว่าเธอมีความสำคัญในเนื้อเรื่องหลัก และเขาก็เผลอทำให้เด็กผู้หญิงคนนี้ตกอยู่ในที่นั่งลำบากแบบไม่รู้ตัว
ถ้าเขาเลือกที่จะไม่ให้การช่วยเหลือหรือไม่ทำอะไรเลย เธอก็คงต้องตายอย่างแน่นอน

วาห์นได้แต่ถอนหายใจยาวๆ ในใจก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาสังเกตเห็นว่าทั้งทาเคมิคาสึจิและโอวกะต่างก็กำลังรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
“…บอกไว้ก่อนเลยก็ได้ว่าจะช่วยแน่นอน แต่ว่า ต้องหลังจากที่ฉันจัดการกับเรื่องส่วนตัวก่อน
ไม่รู้ว่าพวกนายไปได้ยินอะไรมา แต่ฉันไม่มีพลังพอที่จะตามหาเด็กผู้หญิง 1 คนจากในเมืองที่ใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้หรอกนะ
ฉันต้องการข้อมูลเพิ่ม จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ แล้วก็…”
วาห์นส่งกระแสจิตสั้นๆ ออกไป ไม่นานเฟนเรียร์ก็พุ่งเข้ามาในห้องและจ้องมองคนแปลกหน้าทั้งสองอย่างไม่เป็นมิตร

วาห์นเริ่มอธิบายให้ทุกคนเข้าใจถึงสาเหตุที่เรียกเธอมา
“เฟนเรียร์มีประสาทการดมกลิ่นที่ดีที่สุด ขนาดเผ่ามนุษย์แมวหรือเผ่าเชียนโธรปก็ยังต้องยอมแพ้เธอเลย
ถ้านายมีของส่วนตัวของฮารุฮิเมะล่ะก็ พวกเราอาจจะใช้วิธีตามกลิ่นได้อยู่
แต่ถึงเป็นแบบนั้น มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะปล่อยให้คนของตัวเองตกอยู่ในอันตรายเพียงเพราะต้องการช่วยเหลือเธอหรอกนะ
แล้วฉันก็จะไม่ละทิ้งหน้าที่และทุกอย่างที่ทำอยู่เพื่อออกตามหาเธอแบบเอาเป็นเอาตายเด็ดขาด…”

ก่อนที่วาห์นจะพูดจบ ทาเคมิคาสึจิก็ก้มหัวอีกครั้ง คราวนี่หัวของเทพหนุ่มแทบจะฝังเข้าไปในโต๊ะเลยทีเดียว
เสร็จแล้วเขาก็เริ่มพูดเสียงดังกว่าครั้งแรก
“แค่เธอบอกว่าจะช่วยก็ดีมากแล้ว!
ยังไงนี่ก็เป็นภารกิจของทางเราตั้งแต่แรก เดี๋ยวเรื่องงานหนักเราจะจัดการกันเอง
เบาะแสหรือไม่ก็ที่อยู่ของเธอ… ฉันอยากขอนายแค่นี้จริงๆ!”

วาห์นหยุดและจ้องมองไปทางศีรษะของทาเคมิคาสึจิก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“…ถ้าโอกาสมาอยู่ตรงหน้า ขอรับรองเลยว่าฉันจะไม่หยุดรอและหาทางช่วยเธอออกมาทันที”
ทาเคมิคาสึจิเงยหน้าขึ้นอย่างยิ้มแย้มและลงไปคำนับอีกถึง 3 ครั้งก่อนจะพูดต่อ
“ขอบคุณมากเลย ทาเคมิคาสึจิแฟมิเลียจะเป็นหนี้บุญคุณนายตลอดไปหากภารกิจนี้สำเร็จลงด้วยดี”
จากนั้นเทพหนุ่มก็ดึงถุงเครื่องลางเล็กๆ ออกมาและส่งมันให้กับวาห์น
“นี่คือของส่วนตัวของซันโจวโนะ ฮารุฮิเมะ
เราเคยลองวิธีนี้โดยใช้เผ่าเชียนโธรปมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่
อีกเรื่องก็คือเราไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในเมืองมากนัก…”

พอได้ถุงเครื่องลางมาแล้ว วาห์นก็เริ่มลูบหัวเฟนเรียร์และอธิบายแบบง่ายๆ
“เฟนเรียร์ นี่เป็นถุงเครื่องรางของเด็กผู้หญิงที่กำลังถูกพวกคนชั่วรังแก เธอช่วยฉันตามกลิ่นนี้ให้หน่อยได้ไหม?”
หลังจากฟังที่วาห์นอธิบายแล้ว เฟนเรียร์ก็มอง ‘คนแปลกหน้า’ ทั้งสองด้วยดวงตาที่ส่องประกายมากกว่าเดิม
โอวกะเริ่มตื่นตัวทันที แต่วาห์นก็ขยายพลังเขตแดนออกมาและสกัดเขาไว้กับที่อย่างไม่อยากเย็นนัก

ทาเคมิคาสึจิรีบยกมือห้ามโอวกะ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็กำลังเหงื่อแตกไม่แพ้กัน
วาห์นหันกลับไปลูบหัวเฟนเรียร์และพยายามอธิบายต่อ
“สองคนนี้ไม่ใช่พวกคนชั่วนะ พวกเขาเป็นเพื่อนของเด็กผู้หญิงคนนั้นต่างหาก
พวกเขาพยายามตามหาเด็กผู้หญิงเพื่อปกป้องและทำให้เธอมีความสุข แบบเดียวกับที่เฟนเรียร์มีความสุขไง”
ดวงตาของเฟนเรียร์ยังคงเปล่งประกายอย่างต่อเนื่องขณะที่ขนของเธอเริ่มตั้งชัน
“เหมือนกับเฟนเรียร์เหรอ…?”
คนที่รู้จักเด็กสาวอาจนึกว่าเฟนเรียร์กำลังหิว แต่จริงๆ แล้วนี่คือรูปร่างเวลาที่เธอเปิดใช้สกิล [นักล่า] บวกกับการดึงเอาสัญชาตญาณออกมาเพื่อเพิ่มระดับประสาทสัมผัส

เด็กสาวนำถุงเครื่องรางมาวางไว้บนอุ้งมือ ก่อนจะเริ่มสูดดมแรงๆ ขณะหันไปมองชายหนุ่มทั้งสอง และเริ่มสูดดมอากาศรอบๆ
ไม่นานเธอก็พยักหน้าพร้อมสูดดมเครื่องรางอีกหลายครั้งและส่งมันกลับคืนให้วาห์น
ถึงตอนนี้จะยังไม่พบตำแหน่งของฮารุฮิเมะ แต่เฟนเรียร์ก็ตบหน้าอกตัวเองพลางพูดอย่างมั่นใจ
“เฟนเรียร์จำกลิ่นได้แล้ว เดี๋ยวเฟนเรียร์จะไปช่วยเธอ กระทืบพวกคนชั่ว!”
วาห์นเผยรอยยิ้มและลูบหัวของเฟนเรียร์อีก 2-3 ครั้งก่อนจะบอกให้เธอไปอยู่กับเฮสเทียก่อน ตอนนี้เทพตัวเล็กเองก็เตรียมหวีขึ้นมาไว้ในมืออย่างรู้ใจ
เพราะเธอสามารถเก็บกลิ่นไว้ในจมูกได้ หากพบกลิ่นแบบเดียวกันเข้า เฟนเรียร์ก็จะตามหาฮารุฮิเมะจนพบแน่นอน

วาห์นเริ่มหันไปคุยกับทาเคมิคาสึจิต่อ
“ตอนนี้ฉันขอยืมเครื่องรางนี่ก่อนก็แล้วกัน
ส่วนเรื่องค่าตอบแทน เพราะเราต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสุดยอด… งั้นก็ช่างมันก่อนเถอะ
ถ้ามีคนรู้ว่าแฟมิเลียของเราแอบทำงานร่วมกันก่อนครบกำหนด 1 ปี ทางกลุ่มพันธมิตรก็อาจจะพลอยลำบากไปด้วย
ทางที่ดีเราควรจะติดต่อกันผ่าน ‘เครือข่าย’ ของฉันแทน
สำหรับตอนนี้ คงต้องแยกไปสืบกันเอง”

ทาเคมิคาสึจิยิ้มให้วาห์นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาและโอวกะจะขอตัวกลับไปก่อน
เมื่อเดินมาถึงด้านนอก ทาเคมิคาสึจิก็หันกลับไปถามเด็กหนุ่ม
“คิดว่าเขาเป็นไงบ้าง?”
มันเป็นน้ำเสียงเชิงหยอกล้อที่พอโอวกะได้ยินแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มก็ตอบกลับไป
“เขาดูมีความเป็นผู้ใหญ่มาก ทั้งคำพูดแล้วก็ท่าทาง แต่ถ้าพูดเรื่องความแข็งแกร่ง… แค่แลกหมัดกันยกเดียวผมก็คงจอดแล้วล่ะ”
ทาเคมิคาสึจิยิ้มกว้างขึ้นขณะหันไปตบไหล่ของโอวกะเบาๆ
“ตอนนี้คงพอเข้าใจแล้วสินะ ว่าเป้าหมายของเธออยู่สูงขนาดไหน
เธอน่ะแข็งแกร่งมาก… ถ้าเราวัดแค่คนจากแดนตะวันออกนะ
แต่ว่าเมืองนี้เต็มไปด้วยคนที่เก่งกว่าเธออยู่เยอะแยะเต็มไปหมด บางคนยังอายุน้อยกว่าเธอด้วยซ้ำ
ถ้าอยากปกป้องคนสำคัญ เธอก็ต้องคิดอะไรให้รอบคอบและหมั่นฝึกฝีมือให้มากกว่านี้ด้วยล่ะ”

หลังจากนั้นทั้งสองก็เงียบกันไปพักใหญ่ๆ จนกระทั่งโอวกะเริ่มพูดอีกครั้ง
“เขาคิดช่วยเราอยู่แล้ว… ใช่ไหมครับ?
ผมดูยังรู้เลยว่าเขาตัดสินใจช่วยแน่นอนตั้งแต่ตอนที่ท่านทาเคมิคาสึจิเล่าออกไปได้ครึ่งเรื่องเอง…”
คำถามนั่นทำให่ทาเคมิคาสึจิยิ้มอย่างมั่นใจ
“จะบอกว่าเราใช้ประโยขน์จากเขาก็คงไม่ผิดนักหรอกนะ ถึงเจ้าตัวจะไม่ยอมรับแต่วาห์นน่ะมีบุคลิกของวีรบุรุษอยู่หลายอย่าง
อันที่เด่นหน่อยๆ ก็คือการ ‘อยู่เฉยไม่ได้เมื่อมีสิ่งผิดมาลอยอยู่ตรงหน้า’
ฉันคิดว่าตราบใดที่มันไม่เป็นอันตรายต่อคนที่เขาห่วงใย วาห์นต้องหาฮารุฮิเมะเจอแน่นอน เผลอๆ แค่วันสองวันก็หาเจอแล้วมั้ง ฮ่าฮ่าฮ่า”

โอวกะหันกลับไปมองทางคฤหาสน์ฮาร์ธอีกครั้ง
ตอนนี้สายตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เขาขอติดตามทาเคมิคาสึจิมาก็เพราะรู้สึกสงสัยในตัวเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันที่บางคนกล่าวขานว่าเป็นถึง ‘วีรบุรุษ’
พอได้พบกันแล้ว โอวกะก็รู้สึกเหมือนได้พบกับคู่แข่งคนสำคัญที่ตัวเองต้องพยายามไล่ตามให้ทัน และสักวันหนึ่ง ต้องเอาชนะให้ได้… อาจจะนะ

—

หลังจากที่ทั้งสองกลับกันไปแล้ว เฮสเทียก็มองวาห์นด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“นายจะไปช่วยเธอแน่นอน ใช่ไหมล่ะ?”
วาห์นมองตอบแบบยิ้มๆ ขณะลูบเส้นผมของเธอ
“ฉันจะไม่เปลี่ยนกำหนดการอะไรหรอกนะ นอกจากว่ามันจะเป็นเรื่องด่วนจริงๆ
ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดก็คือแฟมิเลียของเราแล้วก็…”
พอมองออกไปยังทิศของสถานที่แห่งหนึ่ง วาห์นก็รู้สึกได้ว่าสัมผัสเชื่อมโยงระหว่างเขากับเฮเฟสตัสตัสเริ่มจะสั่นไหวนิดๆ
“ฉันต้องไปหาเฮเฟสตัส… หลังจากนั้นถึงค่อยออกไปตามหาฮารุฮิเมะและช่วยเธอให้เป็นอิสระ
ยังไงซะ นั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ฉันสร้างแฟมิเลียนี้ตั้งแต่แรก… เพื่อช่วยคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้”

เฮสเทียเผยรอยยิ้มกว้างกว่าเดิม ก่อนที่เธอและเฟนเรียร์จะเข้าสวมกอดวาห์นด้วยกัน
เทพตัวเล็กหันไปหอมแก้มเขาอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็ผละออกมา
“นายต้องระวังตัวด้วยล่ะ จำไว้นะว่าฉันจะรออยู่ที่นี่เสมอ… ถ้ารู้สึกเหนื่อย ก็ขอให้กลับมาที่นี่… กลับมาฉัน”
วาห์นหัวเราะขณะลูบพวงแก้มของเธอด้วยมือขวาก่อนจะเอนตัวไปข้างหน้าและมอบจูบสั้นๆ ที่ริมฝีปาก
แน่นอนว่ามันไม่ใช่จูบแรกของทั้งสอง แต่เฮสเทียก็อายจนตัวม้วนและรีบผละออกมาทันที

โรค ‘อยากแหย่คน’ ของวาห์นเริ่มกลับมากำเริบอีกครั้ง เพราะตอนนี้เทพธิดาของเขากำลังทำตัวเขินอายเหมือนกับตอนที่ได้เจอกันใหม่ๆ
แต่ก่อนที่จะมีใครพูดอะไร เฟนเรียร์ก็เริ่มใช้กรงเล็บจิ้มๆ ที่ปากตัวเองและพูดขัดขึ้นเสียก่อน
“เฟนเรียร์อยากจูบๆ บ้าง”
วาห์นนึกว่าตัวเองเตรียมพร้อมรับมือได้ทุกอย่างแล้ว แต่คำพูดของเด็กสาวก็ทำให้เขาอึ้งไปเลย
แววตาสีแดงเริ่มส่อแววอันตรายจนวาห์นต้องรีบอธิบายทันที
“ไม่ได้หรอกเฟนเรียร์ เธอต้องเรียนให้จบก่อนนะ ถึงจะทำแบบนั้นได้
อืมม ยืนหน้ามานี่สิ…”
เฟนเรียร์โน้มตัวไปข้างหน้าตามที่วาห์นบอกก่อนจะได้รับจูบตรงหน้าผาก
“ฉันจูบแบบเดียวกับที่จูบให้ ‘พี่สาว’ ของเธอเลยนะ แบบนี้พอได้ใช่ไหม?”

เฟนเรียร์ยกอุ้งมือขึ้นมาแปะตรงหน้าผากและแสดงสีหน้าที่ดู ‘มีความสุข’ มาก
เมื่อได้ยินสิ่งที่วาห์นบอก เฟนเรียร์ก็รีบวิ่งออกไปทางห้องอาหารพลางตะโกนเสียงดัง
“พี่สาว พี่สาว เฟนเรียร์ได้จูบด้วยล่ะ!”
คำพูดนั่นทำให้วาห์นต้องเอามือก่ายหน้าผากและหันมามองเฮสเทียที่กำลังหัวเราะร่า
เนื่องจากทั้งสองนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกัน วาห์น (ที่อยากแกล้งจนทนไม่ไหวแล้ว) ก็เลยจับข้อเท้าของเธอไว้ก่อนจะกดจุดใกล้กับตรงส้นเท้า
เฮสเทียรู้สึกราวกับว่ามีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านร่างกายจนต้องร้องเสียงหลง
เธอพยายามพุ่งออกไปตีมือของวาห์นออก แต่เด็กหนุ่มตัวแสบก็ใช้ [เคลื่อนย้ายในพริบตา] เพื่อหนีออกจากตรงนั้น

เพราะรู้ตัวว่าต้องโดนด่าแน่นอน วาห์นก็เลยยิ้มแบบหล่อๆ และพูดขึ้นเสียก่อน
“ฉันจะไปหาเฮเฟสตัสนะ จะไปดูว่าเธอต้องการให้ช่วยอะไรหรือเปล่า
มิลานกับทีน่าคงจะค้างอยู่ที่นี่อีกวัน ถ้าไม่มีอะไรมาก ฉันน่าจะกลับมาตอนเที่ยงๆ…”
เพราะเข้าใจในสิ่งที่เด็กหนุ่มพยายามจะสื่อ รอยยิ้ม ‘เดือดดาล’ ของเฮสเทียก็เลยแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนจนวาห์นปรับตัวตามไม่ทัน
เฮสเทียเริ่มพูดเสียงเบาแต่ก็ฟังดูจริงจังมาก
“ดูแลเธอให้ดีล่ะวาห์น ถึงจะดูเป็นสาวแกร่งแค่ไหน แต่ฉันก็รู้จักกับเฮเฟสตัสมาตั้งนานแล้ว…
เธอเป็นเทพธิดาที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาตลอด… ต้องปฏิบัติกับเธอให้ดีที่สุดเลยนะ”

วาห์นก้มหน้าลงเพื่อใคร่ครวญอะไรบางอย่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังเช่นกัน
“ไม่ใช่แค่เฉพาะกับเฮเฟสตัสเท่านั้นนะ ฉันจะปฏิบัติกับทุกคนเป็นอย่างดี
นั่นก็รวมถึงเธอด้วยนะ เฮสเทีย… เมื่อเธอพร้อม”
สีหน้าของเฮสเทียยังคงอ่อนโยนเช่นเดิม… ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะเจ้าตัวได้กลายเป็นรูปปั้นแช่แข็งไปแล้ว
แต่รูปปั้นนี้มีความพิเศษอีกอย่าง ซึ่งก็คือการที่ใบหน้าของมันเปลี่ยนเป็นสีแดงได้ แถมตรงส่วนหูก็มีควันลอยออกมาด้วย
เพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เฮสเทียก็เลยกลายสภาพกลับมาและกัดฟันพูดพร้อมน้ำตา
“ไม่ใช่แค่ดีเฉยๆ แต่นายต้องปฏิบัติกับฉันเป็นพิเศษเลยต่างหาก!
ฉันไม่อยากเป็นแค่หนึ่งในกลุ่มสาวๆ นะ แต่อยากเป็นอะไรที่พิ-”

ก่อนจะสิ้นเสียง วาห์นก็ใช้ [เคลื่อนย้ายในพริบตา] อีกครั้งเพื่อก้าวเข้ามายกคางของเธอขึ้น จ้องเข้าไปในดวงตาสีฟ้าใส และพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นจนเฮสเทียอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดต่อ
“เธอเป็นคนในครอบครัวที่ไม่มีใครมาแทนที่ได้ เป็นเทพธิดาผู้งดงาม และเป็นคนที่ฉันฝากฝังทุกอย่างเอาไว้ ไม่ใช่แค่ชีวิตของฉันคนเดียว แต่รวมถึงชีวิตของทุกคนที่ฉันห่วงใจด้วย
อย่าตีค่าตัวเองต่ำไปนักเลยนะ…”
ก่อนที่เธอจะอ้าปากพูด วาห์นก็มอบจูบเพื่อปิดปากนั่นลง เป็นจูบแบบดูดดื่มอันแรกที่ทั้งสองมีร่วมกัน
แม้จะรู้สึกลังเลในตอนแรก แต่สุดท้ายเฮสเทียก็ยอมโอนอ่อนตามและเริ่มกอดวาห์นกลับ… จนกระทั้งได้ยินเสียงใครบางคนที่ประตู
“อ้า! เฟนเรียร์อยากได้แบบนี้บ้าง!”

ชื่อตอน: ซันโจวโนะ ฮารุฮิเมะ

Prev
Next

YOU MAY ALSO LIKE

600-2
World of Beasts I Can See Their Hidden Stats!
22 กันยายน 2021
รัตติกาลไม่สิ้นแสง
รัตติกาลไม่สิ้นแสง
9 เมษายน 2023
1619680161076.
Dragon tamer
5 กรกฎาคม 2022
636504243756563630
GREAT DOCTOR LING RAN
26 มีนาคม 2023
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 242"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved