cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Endless Path : Infinite Cosmos, อนันตวิถีจักรวาล - ตอนที่ 189

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Endless Path : Infinite Cosmos, อนันตวิถีจักรวาล
  4. ตอนที่ 189
Prev
Next

พวกศัตรูนั้นยังไม่รู้ตัวเลยว่าถูกพบเข้าแล้ว

บรรยากาศรอบๆ ยังคงดูเงียบสงบขณะที่วาห์นเข้าสู่สภาวะพร้อมลุย

เขาหันไปเห็นชายสองคนเดินตามมาจากทางด้านหลัง ก่อนที่อีกสามคนจะปรากฏตัวขึ้นจากด้านหน้า

สายตาของทุกคนดูราวกับกำลังจ้องมองเหยื่อซึ่งมองยังไงก็ดูไม่ใช่แค่คนเดินผ่านมาแน่นอน

เขาเปลี่ยนเป็นร่างพยัคฆ์ขาวพร้อมกับที่พวกมันเริ่มหัวเราะ แถมคนตัวใหญ่สุดตรงหน้ายังเผยรอยยิ้มน่าขยะแขยงมาที่วาห์นอีกด้วย

 

ชายคนนี้สูง 180 ซม. และดูหนักประมาณ 230 ปอนด์ซึ่งก็เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อล้วนๆ

เขามีผมสีน้ำตาลกับดวงตาสีม่วงและร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการต่อสู้

ชายหนุ่มจ้องมองวาห์นราวกับว่าเขากำลังมองเนื้อชิ้นหนึ่งในตลาดก่อนจะปริปากและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“งั้น นี่ก็คือวัล-”

ก่อนที่ชายคนนั้นจะพูดจบ วาห์นก็โน้มตัวไปข้างหน้าและเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะฝังกรงเล็บเข้าไปในท้องของชายร่างยักษ์

 

เพราะไม่ได้เตรียมรับการจู่โจมแบบฉับพลัน เขาจึงแทบไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มรู้สึกว่ากระดูกเหมือนจะร้าวไปหลายแห่งพร้อมทั้งถูกส่งกระเด็นออกไปไกลหลายเมตรก่อนจะกลับมายืนได้อีกครั้ง

เขามีสีหน้าบูดบึ้งขณะเตรียมที่จะข่มขู่วาห์น แต่คำพูดก็ดันมาติดอยู่ตรงลำคอทันทีที่ได้เห็นฉากตรงหน้า

 

หลังจากล้มตัวหัวหน้าไม่สำเร็จ วาห์นก็เลยเข้าโจมตีชายสองคนที่อยู่ข้างๆ ชายร่างยักษ์แทน

พวกมันเองก็ยังไม่ทันได้ตั้งตัวจากการโจมตีฉับพลันเช่นกัน ก่อนที่เด็กหนุ่มจะหักข้อมือและจับทั้งคู่เหวี่ยงออกไปชนกำแพงแต่ละด้าน

จากนั้นวาห์นก็ลดลงตัวต่ำและจ้องมองตัวหัวหน้าด้วยสายตาที่เย็นยะเยือกและไร้ความรู้สึก

 

ชายหนุ่มตระหนักแล้วว่าวาห์นนั้นไม่ใช่หมูเคี้ยวง่ายแบบที่คิดกันไว้ในตอนแรก แต่เขาก็ยังไม่สูญเสียความมั่นใจก่อนจะชักมีดและเริ่มตั้งท่าอย่างช่ำชอง

เขายื่นมือซ้ายออกมาในมุมต่ำด้วยท่าทางผ่อนคลาย ขณะถือมีดไว้ติดสะโพกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแทง

เมื่อมองไปทางเด็กหนุ่มที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์เสือ เขาก็เผยสีหน้าวิกลจริตและเริ่มพูดจาข่มขู่อีกครั้ง

“ไอ้หนู เดี๋ยวแกจะได้ชดใช้สิ่งที่ทำลงไปแน่นอน”

 

ตอนนี้ชายอีกสองคนที่ตามหลังวาห์นมานั้นได้เข้ามาใกล้มากแล้ว พร้อมเตรียมกระบองเหล็กขึ้นมาถือไว้ด้วย

วาห์นตรวจดูบริเวณโดยรอบอีกครั้งก่อนจะพบศัตรูเพิ่มเติมที่ประจำกันอยู่บนหลังคา

เขาได้ทำพิกัดศัตรูทุกคนไว้บนแผนที่ย่อหมดแล้วและสามารถตามรอยพวกมันภายในระยะ 300 เมตรได้แบบสบายๆ

เพราะพอใจกับผลที่ได้ วาห์นจึงยิ้มให้ชายร่างยักษ์ก่อนจะหายไปจากจุดนั้นเมื่อชายสองคนพยายามโจมตีด้านหลังของเขา

 

ดวงตาของทั้งสามพลันเบิกกว้างก่อนจะเริ่มระแวดระวังตัวมากขึ้นโดยไม่รู้เลยว่าวาห์นได้เคลื่อนที่มาอยู่ตรงด้านหลังของพวกเขาแทนแล้ว

แม้จะยังฝึกวิชาเคลื่อนย้ายในพริบตาไม่สำเร็จดีนัก แต่ด้วยความคล่องแคล่ว, ประสาทสัมผัสที่เฉียบคมจากร่างพยัคฆ์ขาว  บวกกับพลังเขตแดนที่กางออกแบบเต็มที่ ทำให้วาห์นสามารถเคลื่อนที่แบบระยะสั้นๆ ได้ในชั่วพริบตา

ตอนที่พวกมันพยายามลอบโจมตีจากด้านหลัง วาห์นก็ใช้เคลื่อนย้ายในพริบตา (ฉบับไม่สมบูรณ์) เพื่อพุ่งผ่านช่องว่างเล็กๆ ระหว่างร่างของทั้งสองและแทงกรงเล็บความร้อนสูงเข้าไปที่กระดูกสันหลังของพวกมัน

ทั้งคู่ลงไปนอนอยู่บนพื้นด้วยอาการอัมพาตถึงขั้นที่ไม่อาจเปล่งเสียงร้องออกมาได้เลยด้วยซ้ำ

 

 

หลังจัดการสี่ในสิบสามคนไปเรียบร้อยแล้ว วาห์นก็มุ่งความสนใจกลับไปยังตัวหัวหน้าที่กลัวจนไม่กล้าขยับไปไหนหลังเห็นสภาพของลูกน้อง

แม้ชายคนนี้จะเป็นนักผจญภัยเลเวล 3 แต่เขาก็เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าจะตามความเร็วของวาห์นได้ทัน

ทันทีที่เห็นวาห์นเริ่มโน้มตัวมาข้างหน้าอีกครั้ง เขาก็รีบตะโกนขึ้นก่อน

“อย่าได้ขยับแม้แต่ก้าวเดียวนะเว่ย! ถ้ายังไม่อยากให้นังมนุษย์แมวสองคนนั้นเป็นอะไรไปล่ะก็…”

 

ตอนที่วาห์นได้ยินคำพูดของชายคนนั้น จิตใจของเด็กหนุ่มก็ว่างเปล่าไปชั่วขณะก่อนที่ความเย็นสงบต้องออกมาทำงานหนักยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

เมื่อเห็นท่าทาง ‘ลังเล’ ของ วาห์น ชายร่างยักษ์ก็ยิ้มอย่างโหดเหี้ยมได้อีกครั้งขณะที่ความมั่นใจเริ่มกลับคืนมา

แต่ก่อนจะได้พูดอะไร จิตสังหารของวาห์นก็มุ่งเข้ามาหาเขาแต่เพียงผู้เดียวก่อนที่ออร่าสีทองจะระเบิดออกไปทั่วบริเวณ

ชายร่างยักษ์ไม่อาจตอบสนองได้ทันเวลาก่อนจะพบว่ามีบางอย่างพุ่งทะลุร่างจากด้านหลังและลงไปปักอยู่บนพื้นอย่างรุนแรง

พอหันลงมามองก็เห็นโซ่สีทองที่กำลังตรึงเขาไว้กับพื้นอย่างแน่นหนา

 

หลังจากถูก [เอ็นคิดู] เสียบทะลุ ชายหนุ่มก็อาเจียนออกมาเป็นเลือดและเกือบจะทรุดลงหากไม่ใช่เพราะถูกโซ่ตรึงไว้

เขาหันหัวไปดูต้นตอของการโจมตีและเห็นเพียงความบิดเบือนบนอากาศที่กำลังเปล่งแสงสีทองและลอยห่างจากตนไปประมาณหนึ่งเมตร

เขากัดฟันแน่นก่อนจะสูดหายใจและตะโกนขึ้น

“รีบออกมาช่วยกันหน่อยสิวะ!!”

 

ดวงตาของเขาดูเสียสติมากขึ้นทุกที ก่อนจะพยายามจับที่ตัวโซ่และดึงมันออกจากพื้น

เขานึกภาพว่าอีกเดี๋ยววาห์นก็คงถูกเหล่าสหายรุมอัดจนยับก่อนต้องมาฟังคำเรียกร้องของพวกตนอย่างว่าง่าย

แต่ดูเหมือนวันนี้คงไม่ใช่วันของเขาจริงๆ แถมไอ้โซ่บ้านี่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขาดเลยด้วย

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเขาก็ไม่สามารถทำให้มันขยับได้เลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว แถมคนคนอื่นๆ ก็ยังไม่ออกมากันสักที

 

วาห์นเริ่มเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะวางมือที่ร้อนดั่งเตาไฟไว้บนแผงอกของชายร่างยักษ์

มันทะลุผ่านเสื้อผ้าของเขาก่อนจะฝังตัวลงไปบนผิวหนังจนเกิดเป็นแผลไหม้ขนาดใหญ่ที่มีกลิ่นคล้ายเนื้อย่าง

แม้จะเริ่มมีคนเดินเข้ามาในพื้นที่บ้างแล้วแต่ส่วนใหญ่ก็รีบแผ่นแน่บขณะที่บางคนนั้นวิ่งออกไปตามทหารยาม

วาห์นไม่สนใจใครทั้งสิ้นขณะจ้องประสานตากับชายหนุ่มและถามขึ้น

“แก… ทำ… อะ… ไร… นะ?”

 

ถึงอยากจะกรีดร้องเป็นหมูถูกเชือดเมื่อวาห์นเริ่มเข้ามา ‘ย่างสด’ แต่เขาก็ยังรักษารอยยิ้มไว้แบบเดิมก่อนจะถ่มเลือดใส่วาห์นซึ่งก็ระเหยไปก่อนจะได้สัมผัสกับใบหน้าของเด็กหนุ่ม

เขาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและโหดร้าย

“เพราะแกทำแบบนี้… พวกเธอต้องเจอดีแน่… หวังว่าแกจะพอใจนะ!!!”

 

จากการที่เขาอุตส่าห์บอกข้อมูลเพิ่มเติม วาห์นก็เลยทิ่มนิ้วชี้ความร้อนสูงใส่ตาข้างหนึ่งเพื่อเป็นรางวัลให้

ตอนนี้เขาก็ได้ร้องเป็นหมูถูกเชือดแบบสมใจอยากแล้ว ก่อนจะตะโกนขึ้นอีก

“นี่หายไปไหนกันหมดวะ!!”

เวลาก็ผ่านไปนานพอสมควรแล้ว แต่กลับไม่มีใครปรากฏตัวออกมาเลย

ชายหนุ่มไม่รู้ว่าวาห์นรู้ตำแหน่งของทุกคนนานแล้วและต่างก็มีชะตากรรมไม่ต่างกับเขาเท่าไหร่

แม้การอัญเชิญโซ่ออกมามากขนาดนี้จะกินพลังงานค่อนข้างมากแต่ก็แค่ตอนนำพวกมันออกมาในตอนแรกเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ วาห์นจึงสามารถตรึงที่เหลืออีกเก้าคนไว้ได้อย่างไม่ยากเย็น

 

วาห์นเริ่มอธิบายเรียบๆ

“บอกมาว่าพวกแกต้องการอะไร ไม่งั้นได้ตาบอดอีกข้างแน่” พอพูดจบ วาห์นก็ยกนิ้วชี้ขึ้นมาจ่อไว้ที่ตาข้างสุดท้าย

เมื่อเห็นนิ้วสีแดงร้อนระอุใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ในที่สุดชายคนนั้นก็ทนต่อไปไม่ไหวก่อนจะส่งเสียงครวญครางผ่านฟันที่เปื้อนไปด้วยเลือด

“พวกเธอเป็นตัวประกันของเรา… ถ้าแกอยากเห็นพวกเธออีก… ก็ให้ทำตามที่เราสั่ง…”

 

คิ้วของวาห์นขมวดเล็กน้อย แต่เขาก็ยังไม่ลดนิ้วลงขณะถามต่อไป

“ใครส่งแกมา? แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน?”

เนื่องจากนิ้วของวาห์นอยู่ใกล้มากๆ ชายหนุ่มจึงพยายามแอ่นหลังเพื่อถอยให้ห่างกว่าเดิม

ทุกการเคลื่อนไหวของเขานั้นทำให้แผลที่ท้องแย่ลงเรื่อยๆ ก่อนจะได้อาเจียนออกมาเป็นรอบที่สอง

เขาหันไปมองเด็กหนุ่มอย่างดุดันและเริ่มกลับมาใช้น้ำเสียงข่มขู่อีกครั้ง

“ถ้าแก.. ไม่ยอมปล่อยฉันไป… สองคนนั้นได้ตายจริงๆ แน่!!”

 

วาห์นเริ่มหงุดหงิดกับคำพูดที่มีแต่น้ำ เขาก็เลยขยับมืออย่างรวดเร็วและส่งมือขวาของชายหนุ่มที่ซ่อนมีดเอาไว้ให้กระเด็นลอยออกไปในเวลาอันสั้น

ชายหนุ่มกรีดร้องอีกครั้งและรู้สึกเหมือนจะเป็นลมจากการเสียเลือดมาก

วาห์นเองก็สังเหตุเห็นอาการของเขาเช่นกัน เด็กหนุ่มจึงหยุดปล่อยความร้อนจากฝ่ามือและเริ่มทำการปิดปากแผลให้โดยทิ้ง [เอ็นคิดู] ไว้แบบเดิม

อย่างน้อยมันก็ยังซื้อเวลาให้วาห์นได้อีกสองสามนาทีเพื่อซักถามต่อไป

 

วาห์นเตือนชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเย็นชาและไร้อารมณ์

“ฉันจะถามแกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเปลี่ยนไปถามอีกเก้าคนที่เหลือแทน… คิดว่าหนึ่งในนั้นคงต้องให้ความร่วมมือบ้างแหละ”

จากนั้นเขาก็ดูดซับพลังธาตุไฟไว้ในมือก่อนจะเล็งมันไปที่เป้าหมายเดิม

 

หลังจากได้ยินวาห์นอ้างว่าได้จับทุกคนไว้หมดแล้ว ชายหนุ่มก็เริ่มรู้สึกกลัวคนๆ นี้อย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก

วาห์นนั้นดูโหดเหี้ยมและเด็ดเดี่ยวมากกว่าที่พวกเขาทุกคนได้คาดคิดเอาไว้

เนื่องจากจิตใจของชายหนุ่มยังถูกกดดันจากผลของ [จิตแห่งราชัน] อยู่ด้วย เขาจึงไม่สามารถต้านทานคำพูดข่มขวัญของวาห์นได้นานนัก

 

เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมีน้ำตาไหลพรากและเริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น วาห์นก็เฝ้ารออย่างใจเย็นขณะฟังมันไปเรื่อยๆ

ยิ่งรู้มากขึ้นก็รู้สึกโกรธยิ่งกว่าเดิม แต่สีหน้าของวาห์นกลับดูไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

สิ่งเดียวที่เขาสัมผัสได้ในตอนนี้ก็คือความรู้สึกเย็นสงบที่ทำงานอย่างหนักเพื่อคงสติและสมาธิของเขาเอาไว้

 

ตามที่ชายคนนี้ซึ่งมีชื่อว่า แม็คเกอร์ เล่าให้ฟัง พวกเขาคอยติดตามการเคลื่อนไหวของวาห์นนับตั้งแต่ตอนที่เขาออกมาจากบ้านในวันเสาร์แล้ว

เพราะวาห์นแวะมาส่งทีน่าไว้ที่โรงแรม พวกเขาจึงคิดว่าเธอคงเป็นคนสำคัญและได้ทำการยืนยันเรื่องนี้เมื่อเห็นวาห์นกลับไปที่นั่นอีกครั้งในช่วงเย็น

เพราะเป้าหมายเป็นแค่เด็กผู้หญิงกับผู้เป็นแม่ พวกเขาจึงรอให้วาห์นออกไปข้างนอกก่อนจะเริ่มเข้าจับกุมทั้งสอง

แม้มิลานจะพอสู้ได้เพราะเธอเป็นถึงนักผจญภัยเลเวล 3 แต่พวกเขาก็บังคับให้เธอยอมจำนนหลังจับทีน่าไว้เป็นตัวประกัน

 

จากนั้นพวกเขาก็เข้าพังฮาร์ธเอ็มเบรสและจุดไฟเผามันทิ้ง ก่อนจะนำตัวทั้งสองคนไปไว้ในสถานที่ปลอดภัยซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง

พวกเขาวางแผนที่จะเคลื่อนย้ายทั้งสองในช่วงเย็นโดยตั้งใจว่าจะใช้พวกเธอเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อให้วาห์นกล่าวคำสาบาน

แม็คเกอร์อ้างว่าเขาไม่รู้เรื่องแผนมากไปกว่านี้แล้วแม้ว่าวาห์นจะหักนิ้วที่เหลือจนหมดและเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงในออร่าของเขาอย่างละเอียด

จากนั้นเขาก็ถามเรื่องที่อยู่ของพวกเธอ แต่แม็คเกอร์จะยอมบอกก็ต่อเมื่อวาห์นกล่าวคำสาบานว่าจะไว้ชีวิตของเขาเสียก่อนเท่านั้น

 

วาห์นดึงดาบสีดำอันหนึ่งที่สร้างขึ้นภายในลูกแก้วออกมา

มันมีชื่อเรียกง่ายๆ ว่า [004] และเป็นอาวุธรุ่นล่าสุดที่วาห์นผลิตออกมาในช่วงนี้

ตอนนี้วาห์นตั้งชื่อไปจนถึงหมายเลข [022] แล้วและตัดสินใจว่าพวกมันดู ‘เหมาะสม’ มากก่อนจะมองชายหนุ่มด้วยสายตารังเกียจและบั่นหัวของเขาจนมันลอยออกไปไม่ต่างกับมือก่อนหน้านี้

ด้วยออร่าสีดำทมิฬและการที่เขาจับแม้กระทั่งเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เพื่อมาข่มขู่วาห์นนั้น… จะให้ปล่อยไว้ก็คงไม่ใช่เรื่อง

(TL: ออร่าสีดำ = ฆ่าคนด้วยเหตุมิชอบ สียิ่งเข้ม = ทำผิดหลายครั้ง)

แม้ว่าเขาจะได้รับกรรมชั่วเล็กน้อยจากการทรมานเพื่อเอาข้อมูล แต่การปลิดชีพของชายหนุ่มในลักษณะนี้นั้นก็ถือว่าเขาเมตตามากแล้ว

 

วาห์นนำ [เอ็นคิดู] ออกจากพวกที่เหลือก่อนจะนำร่างของพวกเขามารักษาในระดับหนึ่งเพื่อไม่ให้ขาดเลือดตายเสียก่อน

จากนั้นไม่นานพวกทหารยามก็มาถึงและเข้าล้อมเขาไว้ แต่วาห์นก็เผยเรื่องความสัมพันธ์ของตนกับเฮเฟสตัสและโลกิแฟมิเลียก่อนจะพยายามอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น

แม้ว่าพวกทหารยามอยากจะพาตัวเขาไปสอบปากคำเพิ่ม แต่วาห์นกลับปฏิเสธขณะมองแต่ละคนด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะบอกให้พวกเขาไปติดต่อขอความเห็นชอบจากเฮเฟสตัสให้ได้เสียก่อน

ทุกนาทีที่เขาเสียไปกับเรื่องไร้สาระนี่ มิลานกับทีน่าก็จะยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น

 

สุดท้ายพวกทหารยามก็ยังอยากกักตัวเขาไว้อยู่ดี วาห์นก็เลยหายตัวไปผ่านการใช้เคลื่อนย้ายในพริบตาก่อนที่พวกเขาจะได้ทำอะไรต่อ

แม้มันอาจสร้างปัญหาให้เขาในภายหลัง แต่วาห์นก็ไม่อยากเสียเวลาต่อไปอีกแล้ว

เขายังได้แจ้งเรื่องการลักพาตัวและการวางเพลิงฮาร์ธเอ็มเบรสให้ทหารยามทราบและหวังว่าเรื่องนี้จะได้รับการสอบสวนเพิ่มเติมในภายหลัง

แต่แน่นอนว่าวาห์นจะไม่รอดูการสืบสวนอยู่เฉยๆ แน่นอน

เขากระโดดขึ้นไปบนหลังคาใกล้เคียงก่อนจะหาจุดปลอดภัยเพื่อเดินทางเข้าสู่ลูกแก้ว

 

(A/N: ชื่อตอนสำรอง: ‘คาถาผู้แต่ง วิชานินจาเก็บเรื่องนี้ไว้ต่อคราวหน้า!’, ‘วาห์น : ไม่สนแล้วโว้ย เสียเวลา’, ‘[เอ็นคิดู]ที่ไม่มีใครมาหยุดได้’)

 

 

 

ตอนที่ 190 ตามรอย

 

วาห์นตื่นขึ้นมาในลูกแก้วพร้อมกับที่เอวา ‘ตกลงมา’ สู่อ้อมกอดของเขาแบบที่ทำกันประจำ

ช่วงเวลาที่หญิงสาวพยายามเข้าจูบ เธอก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเพราะวาห์นดูไม่ตอบสนองเหมือนอย่างเคย

เธอนั่งลงบนท้องของเขาและเห็นความเกลียดชังที่ไม่ได้พยายามปิดบังไว้เลย

เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เอวาคิดว่าวาห์นโกรธเธอและเริ่มรู้สึกกลัวแบบจับใจจนกระทั่งเด็กหนุ่มเริ่มอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง

หลังจากถอนหายใจและตัดสินใจว่าจะไม่ลงโทษที่เขามาสาย เอวาให้เริ่มให้คำแนะนำซึ่งดูใกล้เคียงกับความตั้งใจของวาห์นมาก

 

แม้วาห์นอยากจะไปช่วยมิลานและทีน่าเดี๋ยวนั้นเลย แต่การใช้เวลาสักสองสามวินาทีเพื่อฝึกฝนเคลื่อนย้ายในพริบตาและเรียนรู้เวทมนตร์นิดหน่อยนั้นดูจะเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุด

เมื่อไหร่ก็ตามที่ใช้ [จิตแห่งราชัน] แม้ว่าระดับความโกรธของเขาจะพุ่งจนเลยขีดจำกัดไปแล้ว มันก็จะช่วยดึงสติของเขาให้สงบลงและกลับมาคิดอ่านอย่างมีเหตุผลอยู่เสมอ

หลังจากที่หนีจากทหารยามมานั้น วาห์นก็เข้ามาในนี้เพื่อทำให้จิตใจสงบลงและฝึกกับเอวาเพิ่มเติม

 

นอกจากนี้ยังมีสิ่งสำคัญอีกอย่างที่เขาต้องทำเมื่อเข้ามาในนี้ด้วย

วาห์นอยากนำฟาฟเนียร์ออกไปข้างนอกและพึ่งพาความเร็วของมันภายใต้สภาวะฉุกเฉินแบบนี้

เพราะตอนนี้มันสามารถซ่อนตัวในเงามืดของเขาได้แล้ว วาห์นจึงไม่จำเป็นต้องเก็บฟาฟเนียร์ไว้ในรูปของคริสตัลอีก

ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไรในอนาคต วาห์นตั้งใจไว้แล้วว่าจะใช้ไพ่ทุกใบที่มีโดยไม่คำนึงว่ามันอาจดึงดูดสายตามากแค่ไหนก็ตาม

ทุกอย่างดำเนินมาถึงจุดที่คนใกล้ชิดพลอยติดร่างแหไปด้วยแล้ว วาห์นจึงไม่คิดจะเดินตามเกมที่คนอื่นวางไว้อย่างแน่นอน

 

หลังปล่อยให้เอวาเติมพลังงานด้วยการดูดเลือดของเขา วาห์นก็เริ่มฝึกซ้อมวิชาเคลื่อนย้ายในพริบตาผ่านหลักสูตรเร่งรัด

แม้จะลองเรียนเวทมนตร์อื่นๆ ด้วยก็ได้ แต่สกิลใหม่นั้นอาจต้องใช้เวลานานมากกว่าที่เขาจะใช้มันได้อย่างช่ำชอง

เคลื่อนย้ายในพริบตาเป็นวิชาขั้นพระกาฬ แต่มันก็เข้ากับวาห์นมากหากดูจากสไตล์การต่อสู้ในปัจจุบันของเขา

แม้ว่าพวกดักซุ่มโจมตีจะเป็นนักผจญภัยเลเวล 3 แต่พวกมันก็ไม่อาจตามการเคลื่อนไหวในร่างพยัคฆ์ขาวได้ทัน

 

แม้ว่าในช่วงปกตินั้นเธอจะรักและเอ็นดูวาห์นมาก แต่เอวาก็เริ่มจริงจังขึ้นหลังจากเข้าใจสถานการณ์ร้ายแรงที่วาห์นกำลังเผชิญอยู่ในโลกจริง

เป็นเวลาเกือบสามวันเต็มที่เธอฝึกฝนเขาอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วงโดยแทบไม่ได้หยุดพักกันเลย

แถมวาห์นยังคอยเติมพลังงานด้วยด้วยถั่วเซียนและทำสมาธิแทนการพักแบบทั่วไป

ตลอดระยะเวลาในการฝึกอบรม วาห์นนั้นไม่ได้ปิดการใช้พลังเขตแดนเลยสักครั้งแม้แต่กระทั่งตอนที่ให้เอวาเข้ามาดูดเลือด

การใช้เวลาภายในลูกแล้วเพื่อสงบจิตใจลงดูเป็นความคิดที่ดี แต่วาห์นก็ไม่อยากเสียแรงผลักดันในตอนนี้ไป

 

จนกระทั่งเหลือเวลาเพียงสิบชั่วโมง ในที่สุดวาห์นก็เริ่มพักผ่อนแบบเต็มที่เพื่อฟื้นฟูพลังและสภาพจิตใจ

มันไม่เหมือนการอาบน้ำปกติที่วาห์นมักจะเป็นฝ่ายปรนเปรอเอวา

ตอนนี้เธอกลับเป็นคนดูแลเขาแทนและปล่อยให้เด็กหนุ่มฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่

เนื่องจากวาห์นสามารถเปิดพลังเขตแดนทิ้งไว้แม้จะหลับอยู่ก็ตาม เขาจึงนอนลงบนเตียงเพื่อฟื้นพลังและเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง

เอวานั้นชอบนอนบนร่างของเขามากเป็นพิเศษ แต่ครั้งนี้เธอกลับนอนซุกแขนของเขาแบบเงียบๆ ไปตลอดช่วงการพักผ่อนแทน

 

ก่อนที่วาห์นจะออกจากมิติ เธอก็จูบเขาอย่างดูดดื่มก่อนจะอวยพรให้เขาโชคดีในการต่อสู้

แม้จะยังต้องรักษาสมาธิเอาไว้ แต่วาห์นก็จูบเธอกลับในแบบเดียวกันพลางลูบเส้นผมสีทองไปด้วยและหวังว่าตนจะสลายหายไปให้เร็วกว่านี้

ตอนนี้ฟาฟเนียร์กลับมาอยู่ในช่องเก็บของของเขาแล้วและวาห์นกำลังเฝ้ารอเวลาที่จะปล่อยมันออกไปสู่โลกจริงอีกครั้ง

แม้หญิงสาวจะไม่ชอบใจเท่าไหร่ แต่วาห์นก็ทิ้ง (ไร้นาม) เอาไว้ในนี้เพื่อเอวาจะไม่ไม่เหงาจนเกินไปนัก

 

—

 

วาห์นตื่นขึ้นในโลกจริงและเริ่มออกติดตามค้นหามิลานและทีน่าในทันที

ขณะที่ดื่ม [อีลิกเซอร์] มูลค่า 10,000 OP วาห์นก็ส่งพลังเข้าไปยังคริสตัลสีรุ้งสวยงามที่วางอยู่บนมือ

เมื่อฟาฟเนียร์แข็งแกร่งขึ้น คริสตัลที่บรรจุมันไว้ก็ยิ่งดูงดงามกว่าเดิมและแน่นอนว่ายังต้องใช้พลังงานมากขึ้นด้วย

[อีลิกเซอร์] นั้นไม่เพียงแต่จะฟื้นฟูค่าพลังชีวิตของเขาจนเต็มเท่านั้น แต่มันยังช่วยฟื้นพลังงานของเขาอย่างต่อเนื่องจนสามารถเรียกเจ้ามังกรดำออกมาได้ในที่สุด

 

ทันทีที่มังกรขนาดตัวประมาณ 15 เมตร โผล่ออกมาบนหลังคา คนแถวนั้นก็เริ่มกรีดร้องและวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

แม้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะเห็นมอนสเตอร์พร้อมกับผู้ฝึกภายในตัวเมือง แต่พวกมันก็มักจะถูกเก็บไว้ที่กาเนสช่าแฟมิเลียหรือไม่ก็คอกมอนสเตอร์ภายในหอคอยบาเบลที่มีกิลด์เป็นผู้ดูแล

การที่มังกรปรากฏตัวออกมาตรงใจกลางเมืองนั้น แน่นอนว่าทุกคนต้องคิดว่ามันคือศัตรู

โชคดีที่ไม่มีนักผจญภัยเลเวลสูงๆ อยู่แถวนั้น ไม่งั้นคงมีคนอยากลองของกับเจ้ามังกร ‘ปีศาจ’ ตัวนี้แน่นอน

 

หลังจากขึ้นขี่ฟาฟเนียร์แล้ว วาห์นก็ร่นเวลาการเดินทางที่ปกติมักจะใช้เกือบชั่วโมงลงเหลือเพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้น… แต่ก็สร้างความแตกตื่นให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

เนื่องจากถนนนั้นกว้างพอสมควรและทุกคนได้เผ่นออกไปกันหมดแล้ว วาห์นจึงลงจอดตรงหน้าฮาร์ธเอ็มเบรสที่ถูกเผาจนแทบไม่เหลือซาก

แม้เพลิงจะถูกดับลงไปแล้ว แต่สภาพของโรงแรมนั้นดูสาหัสเกินกว่าจะซ่อมให้ดีดังเดิมได้อีกครั้ง

ส่วนพนักงานกับนักสืบที่เคยอยู่ในบริเวณเองก็หนีไปพร้อมคนอื่นๆ เช่นกัน

 

เนื่องจากอาจเกิดปัญหามากกว่าเดิม วาห์นจึงให้ฟาฟเนียร์ลงไปซ่อนในเงาของอาคารใกล้เคียงแทน

วาห์นสัมผัสได้ว่ามีคนที่เขารู้จักกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ แต่เขาก็ตัดสินใจเข้าไปตรวจสอบภายในโรงแรมอย่างไม่รอช้า

เขามาที่นี่ด้วยความจำเป็นเพราะมันอาจจะเป็นส่วนช่วยให้เขาหามิลานและทีน่าเจอ

ไม่นานหลังจากจัดการกับหน่วยซุ่มโจมตี วาห์นก็สงสัยว่าพวกที่เหลืออาจยังไม่ได้รับข่าวเพราะเวลาเพิ่งจะผ่านไปไม่ถึง 5 นาทีเลยด้วยซ้ำ

 

ผ่านไปอีกชั่วอึดใจ วาห์นก็มาถึงที่หมายก่อนจะพังประตูเข้าไปยังส่วนที่เคยเป็นห้องนอนของมิลานและทีน่า

แม้จะมีกลิ่นไหม้จะฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ แต่วาห์นก็ยังพอตรวจจับกลิ่นของทั้งสองที่ซึมซาบไปทั่วห้องได้

เนื่องจากอยู่ในร่างพยัคฆ์ขาว ประสาทสัมผัสของเขาจึงเฉียบคมกว่าเดิมหลายเท่าแถมยังเสริมสกิลต่างๆ เข้าไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้มันอีกชั้นหนึ่งด้วย

วาห์นจับผ้าปูที่นอนขึ้นมาสูดดมและเก็บกลิ่นบางส่วนไว้ในจมูกแบบที่นานูเคยสอนก่อนหน้านี้ (TL: มีประโยชน์เฉยเลย)

 

เขาสามารถจำกลิ่นนี้ได้อย่างสมบูรณ์และสามารถตรวจจับมันได้ทุกที่แม้จะต้องออกมาด้านนอกเพื่อพบกับเฮเฟสตัสและทีมรักษาความปลอดภัยของเธอก่อนก็ตาม

เนื่องจากฮาร์ธเอ็มเบรสนั้นอยู่ใกล้โรงหลอม เธอจึงได้รับข่าวไฟไหม้ก่อนคนอื่นและรีบรุดมาที่นี่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ก่อนจะกลับไปที่โรงหลอมเพื่อส่งข่าวให้กับคนอื่นๆ

ในระหว่างการประชุมครั้งก่อนนั้น เฮเฟสตัสได้แจกคัมภีร์สื่อสารให้กับทุกคนไว้ใช้สื่อการกันเป็นการส่วนตัว

พอวาห์นมาถึงที่เกิดเหตุ เธอก็รีบกลับมาอีกครั้งก่อนจะแจ้งให้โลกิ อนูบิส สึบากิ และเอน่าทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

 

เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูดุดันและเยือกเย็นของวาห์น เฮเฟาสตัสก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลขณะสวมกอดและให้สัญญากับเด็กหนุ่ม

“…เราต้องหาพวกเธอเจอแน่”

วาห์นกอดเธอกลับและพูดอย่างแผ่วเบาแต่ก็แฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราด

“…จำกลิ่นของพวกเธอไว้แล้ว… เดี๋ยวจะเริ่มตามรอยไปเรื่อยๆ”

แม้อยากจะหยุดยั้งเขาไว้ แต่เฮเฟสตัสก็มองเห็นความจริงจังและความเชื่อมั่นในสายตาของเด็กหนุ่ม

ดังนั้นเธอจึงได้แต่กัดริมฝีปากด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเข้าไปจูบอย่างแนบแน่นต่อหน้าผู้คนมากมาย

 

วาห์นไม่ได้อยู่ในอารมณ์แบบนั้นแต่ก็จูบตอบเฮเฟสตัสไปเพื่อให้เธอรู้ว่าเขารู้สึกขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงที่มีให้

ตอนที่ทั้งคู่จะแยกจากกัน วาห์นก็เสยผมให้เธอเล็กน้อยและแสดงรอยยิ้ม ‘อ่อนโยน’ อย่างเคยก่อนจะหายไปจากสายตาของทุกคน

ไม่มีใครรู้เลยวาห์นหายไปได้ยังไงนอกเหนือไปจากเซฟฟ์

ทุกคนรวมไปถึงหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยเองต่างก็รู้สึกทึ่งไปความเร็วของเด็กหนุ่มไปตามๆ กัน

จากมุมมองของพวกเขานั้น ตัวของวาห์นเริ่มกลายเป็นเงามืดก่อนที่เขาจะหายไปในชั่วพริบตา…

 

เฮเฟสตัสยืนนิ่งเงียบขณะเอื้อมมือไปไว้เหนือหัวใจและสัมผัสถึงอารมณ์ต่างๆ ที่วาห์นกำลังรู้สึกอยู่ในขณะนี้

แม้จะรู้สึกเจ็บปวดและเศร้าใจกับสิ่งที่เขาต้องเจอ แต่เฮเฟสตัสก็เริ่มกำหมัดแน่นก่อนจะเผยใบหน้าที่แสดงถึง ‘ความเกรี้ยวกราดของเทพธิดา’ ออกมา

เธอหันไปหาเซฟฟ์และพูดด้วยน้ำเสียงสั่งการ

“ระดมพลเต็มกำลัง… เราจะออกไปบดขยี้ใครก็ตามที่กล้าทำเรื่องสารเลวแบบนี้ให้สิ้นซาก”

เซฟฟ์พยักหน้าตอบและเริ่มออกคำสั่งต่อไปอีกทอด ขณะเดียวกับที่เฮเฟสตัสหยิบม้วนคัมภีร์ออกมาและส่งข้อความไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ไม่นานหลังจากนั้น ขั้วมหาอำนาจทั้งหลายที่อยู่ภายในเมืองก็เริ่มออกเคลื่อนไหวเพื่อตามหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์คราวนี้…

 

เพราะไม่สามารถแกะรอยได้หากอยู่บนหลังของฟาฟเนียร์ วาห์นจึงต้องออกตามรอยจากพื้นดินแทน

เขาจะหยุดเป็นระยะๆ เพื่อดูให้แน่ใจว่าตามกลิ่นของมิลานและทีน่ามาถูกทางแล้ว

วาห์นพบว่ากลิ่นของพวกเธอนั้นแฝงไปด้วยความกลัว และนั่นก็ทำให้ความเย็นสงบเริ่มแพร่กระจายไปทั่วร่างอีกครั้ง

พอจินตนาการถึงภาพทีน่าน้อยที่กำลังร้องไห้และตัวสั่นเทาด้วยความกลัวก็ทำให้วาห์นแทบจะเป็นบ้า

เด็กสาวเป็นคนร่าเริงและมักตื่นเต้นอยู่เสมอ ทว่าตอนนี้ ไม่ถึงสองวันหลังจากที่วาห์นสัญญาว่าจะปกป้องพวกเธอ ทั้งคู่กลับต้องมาทนทุกข์ทรมานเพราะความสัมพันธ์นั่นแทน

 

แม้ว่าวาห์นจะไม่เสียใจที่ได้อยู่กับพวกเธอ แต่เขาก็รู้สึกเกลียดตัวเองที่ขาดความรอบคอบ

เขาคาดว่าอาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นแต่ก็ไม่คิดเลยว่าเป้าหมายแรกของโชคชะตานั้นจะเป็นจุดที่อยู่ใกล้หัวใจขนาดนี้

หากวาห์นตกเป็นเป้าหมายแต่เพียงผู้เดียว เขาอาจจะใจดีปล่อยคนพวกนั้นไปหลังจากจบเรื่อง

ทว่าตอนนี้พวกศัตรูดันมุ่งเป้ามาที่คนรอบข้างแทน วาห์นจึงสาบานกับตัวเองว่าเขาจะทำให้คนพวกนั้นรู้สึกกลัวแบบเดียวกับที่ทีน่ารู้สึกอยู่ในตอนนี้

 

ขณะที่เขาพุ่งผ่านตัวเมือง กลิ่นของพวกเธอก็แรงขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งวาห์นมุ่งหน้าเข้าไปในซอยขนาดเล็กซึ่งเป็นที่ๆ พวกมิจฉาชีพเข้ามาสิงสู่อยู่เป็นประจำ

เพราะใช้สกิลอำพรางตัว วาห์นจึงก็ยังไม่ถูกตรวจพบก่อนจะกระโดดขึ้นไปอยู่บนหลังคาของอาคารเก่าๆ

วาห์นสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตมากมายจากภายในตัวอาคารผ่านทางพลังเขตแดน นั่นยังรวมถึงออร่าสีม่วงสองจุดที่เขาจำได้ทันทีว่าเป็นมิลานและทีน่า

 

วาห์นสังเกตเห็นว่าพวกมันแยกทั้งสองออกจากกันและทีน่านั้นอยู่กับใครก็ไม่รู้อีกสองคนที่ห้องใกล้เคียงซึ่งน่าจะเป็นห้องขัง

สิ่งที่ทำให้จิตใจของวาห์นรู้สึกด้านชาก็คือมิลานที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยจุดออร่าสีดำและแดงเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้เขายังพบว่าเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ออร่าของมิลานก็จะผันผวนขึ้นก่อนจะเริ่มอับแสงลง

ความโกรธของวาห์นแทบจะระเบิดออกมา แต่มันก็ถูกความเย็นสงบที่รุนแรงขึ้นไม่แพ้กันดันกลับลงไป

วาห์นรู้สึกว่าครั้งนี้มันเย็นมากกว่าปกติมากจนแทบจะกัดกินเข้าไปในจิตใจของเขา…

 

เขาสูดหายใจลึกๆ พร้อมกับหลับตาลงและทำสมาธิ

แม้จะมองไม่เห็นภาพแบบชัดเจน แต่วาห์นก็จดจำทั้งจำนวน ตำแหน่ง สีของออร่า และข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ ไว้ได้หมดแล้ว

เขาเห็นว่าทีน่ากำลังนั่งลงกับพื้นแบบกลัวตัวสั่น ขณะที่มิลานนั้นกำลังถูกคนเจ็ดคนซ้อมจนเกือบปางตาย

เธอกำลังนอนอยู่บนพื้นและวาห์นแทบจะรู้ได้สึกแรงกระแทกทั้งหมดที่เข้ามากระทบร่างกายของเธอผ่านทางประสาทสัมผัสของตัวเอง

ช่วงเวลาที่เขามุ่งเป้าไปยังชายทั้งเจ็ดคน วาห์นก็ใช้ [เอ็นคิดู] เสียบร่างของพวกมันก่อนจะพังหน้าต่างเข้าไปข้างใน

 

ตอนที่ใช้ [เอ็นคิดู] นั้น วาห์นได้เล็งไปตรงส่วนหัวและเห็นว่าออร่าของพวกมันดับมืดลงทันที

คนที่เหลือในอาคารนั้นยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แถมร่างของทั้งเจ็ดก็ยังไม่ตกถึงพื้นและยังถูกเสียบเอาไว้ทั้งอย่างนั้น

หลังจากลอบเข้าไปในอาคารได้ครู่หนึ่ง วาห์นก็มาถึงห้องที่มิลานกำลังนอนอยู่

เมื่อเขาเห็นเธอ…. วาห์นรู้สึกเจ็บปวดมาก… เจ็บปวดจนแทบทรุดลงไปกับพื้น

 

มิลานนั้นอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าและกระดูกในร่างกายของเธอดูเหมือนจะหักเกือบทุกชิ้นพร้อมกับมีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด

อาจเป็นเพราะมิลานสู้กลับในตอนแรก พวกมันก็เลยรุมซ้อมเธอเพื่อเป็นการฆ่าเวลา

เธอถูกปกคลุมไปด้วยของเหลวมากมายที่ไม่ใช่เลือดเพียงอย่างเดียวและมีสีหน้าที่ดูว่างเปล่าราวกับดวงวิญญาณได้จางหายไปแล้ว

วาห์นยังเห็นว่าฟันของเธอนั้นหายไปหลายซี่และดูเหมือนว่าตาข้างหนึ่งก็ถูกบดขยี้ไปแล้วด้วย

ใบหูของเธอเองก็หายไปบางส่วน… แต่ส่วนหางนั้นกลับถูกตัดออกไปจนหมด

 

วาห์นเริ่มหายใจอย่างหนักหน่วงแม้จะมี [จิตแห่งราชัน] จะคอยช่วยอยู่ตลอด ก่อนที่เขาจะเคลื่อนเข้าไปหามิลานที่ถูกทารุณอย่างโหดร้ายและเริ่มต้นการรักษา

ขณะใช้ [หัตถ์แห่งเนอร์วาน่า] เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของเธอ วาห์นก็เริ่มใช้ [เคลื่อนย้ายบาดแผล] เพื่อดูดซับความเสียหายมาไว้ที่ตัวเอง

เขายังซื้อคทา [ฟื้นฟู] จากในระบบและใช้มันกับเธอและกับตัวเองด้วย

ถึงวาห์นจะรู้สึกเจ็บเจียนตายแต่เขาก็ไม่ได้แสดงมันออกมาทางสีหน้าแม้แต่น้อย

มีแต่เพียงน้ำตาที่ไหลรินออกมาเท่านั้น… และก็เป็นน้ำตาที่เกิดจากการเห็นสภาพของมิลานล้วนๆ

เขายังคงลูบหัวของเธอต่อไปขณะกระซิบปลอบโยนอย่างแผ่วเบา

ในระหว่างที่ทำการรักษาต่อไปเรื่อยๆ เด็กหนุ่มก็ไม่อาจกักเก็บน้ำตาไว้บนใบหน้าของตัวเองต่อไปได้ ก่อนที่มันจะเริ่มหยดลงไปบนใบหน้าของหญิงสาวที่ยังไม่ฟื้นคืนสติดีนัก

สิ่งเดียวที่มิลานรู้สึกก็คือพลังงานอันอบอุ่นที่ไหลเข้ามาในร่างกาย… ก่อนที่เธอจะเริ่มหลั่งน้ำตาออกมาเช่นกัน

 

Prev
Next

YOU MAY ALSO LIKE

เจ้าของร้านพิศวง [我真不是邪神走狗]
เจ้าของร้านพิศวง [我真不是邪神走狗]
2 เมษายน 2023
Gods-eyes
ดวงตาของเทพเจ้า God’s eyes
7 มิถุนายน 2022
POWER AND WEALTH (พลังและความมั่งคั่ง)
POWER AND WEALTH (พลังและความมั่งคั่ง)
1 เมษายน 2023
600
My Disciples Are All Villains
24 กันยายน 2022
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 189"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved