cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Endless Path : Infinite Cosmos, อนันตวิถีจักรวาล - ตอนที่ 169

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Endless Path : Infinite Cosmos, อนันตวิถีจักรวาล
  4. ตอนที่ 169
Prev
Next

ผ่านไปประมาณห้าชั่วโมงหน่อยๆ ตั้งแต่ที่เขาหลับไป

วาห์นตื่นขึ้นมาอีกครั้งและสังเกตเห็นร่างที่เริ่มจะคุ้นเคยจากทางด้านซ้ายของตน

อย่างที่เขาคาดไว้ เอวานเจลีนได้มาขดตัวเข้าหาและใช้หัวไหล่และต้นแขนของเขาต่างหมอน

มือซ้ายของเธอนั้นแนบติดไปกับแผงอกของเขาขณะที่ขาทั้งสองข้างก็มาก่ายอยู่ตรงท้อง

วาห์นสังเกตว่าเธอชอบนอนขดตัวเป็นลูกบอลราวกับว่ากลัวจะสูญเสียความอบอุ่นไป

เพราะเขามี ‘เพลิงนิรันดร์’ อยู่ในหน้าอก วาห์นจึงมักจะนอนเหยียดยาวบนตัวผ้าห่มและเพลิดเพลินกับความรู้สึกของอากาศที่เข้ามาสัมผัสผิวของตัวเอง

 

ไม่นานหลังจากที่วาห์นตื่น เอวานเจลีนก็ลืมตาและยกร่างของเธอขึ้นโดยใช้หน้าอกของเขาเป็นเครื่องพยุงตัว

เธอมองเข้าไปในดวงตาสีตาสีน้ำทะเลก่อนจะเอนราบไปกับร่างกายของเขา

วาห์นรู้สึกประหลาดใจกับการกระทำของเธอเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเพื่อหยุดเธอขณะเสียงหัวใจของตัวเองเริ่มเต้นเร็วขึ้นอีกเล็กน้อย

 

เอวานเจลีนวางจมูกของเธอไว้ที่ลำคอก่อนจะลากมันผ่านใบหน้าได้รูปขณะเคลื่อนตัวขึ้นไปอยู่บนท้องของเขาแทน

เนื่องจากสีผมที่คล้ายกับใครอีกคนนึง วาห์นจึงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงตอนอยู่กับไอส์

ในขณะที่เริ่มว้าวุ่นใจเล็กน้อย วาห์นก็รู้สึกเจ็บอย่างรุนแรงตรงส่วนลำคอที่เอวานเจลีนกำลังเอาหน้าไปซบอยู่

ความตึงเครียดของเขาจางหายไปทันทีจนรู้สึกอยากจะหัวเราะออกมา แต่ก็ตัดสินใจที่จะผ่อนคลายร่างกายแทนและปล่อยให้คนตัวเล็กทำตามใจชอบ

แม้เธอไม่ได้เอ่ยปากขอดูดเลือด แต่การกระทำนั่นก็บ่งบอกความต้องการของเธอได้ดีอยู่แล้ว และเขาเองก็ไม่ได้มาห้ามปรามอะไรตั้งแต่แรกด้วย

 

วาห์นเริ่มผ่อนคลายขณะโอบแขนไปรอบๆ ร่างเล็กและสวดกอดเธออย่างอ่อนโยน

เอวานเจลีนยังคงดูดเลือดของเด็กหนุ่มต่อไปอย่างเงียบๆ และช้ากว่าปกติ

เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความรู้สึกรื่นรมย์ที่แพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆ รวมถึงความรู้สึกนุ่มนิ่มที่มีเอวานเจลีนมากดทับอยู่ตรงท้องและแผงอกด้วย

แม้ว่าเธอจะตัวเล็กและเบาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่วาห์นก็คิดว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ พร้อมกับที่หน้าอกขนาดเล็กเข้ามาแนบกับของเขาเองและทำให้หัวใจสั่นไหวเล็กน้อย

 

หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง วาห์นก็รู้สึกว่าเอวานเจลีนเริ่มเลียคอของเขาในแบบที่คล้ายกับการดูดเลือดครั้งแรก

จากครั้งที่ผ่านๆ มาทำให้เขารู้ว่าเธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย

วาห์นพอบอกได้จากออร่าสีชมพูบางๆ ที่เล็ดลอดออกมาจากร่างเล็กว่าเอวานเจลีนอยากทำตัวใกล้ชิดกับเขาให้มากกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม วาห์นรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับเธอในช่วงหลายวันที่ผ่านมาว่าหญิงสาวอาจตกใจเป็นกระต่ายตื่นตูมหากเขาทำอะไรที่หุนหันพลันแล่นเกินไป

เขาเลยแค่เพิ่มแรงให้กับมือซ้ายที่กำลังโอบรอบเอวบางอีกเล็กน้อยและขยับมือขวามาไว้ที่กลางหลังเพื่อกอดร่างของเธอ

 

เอวานเจลีนหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ไปครู่หนึ่ง แต่แล้วก็กลับมาเลียคอเป็นช่วงๆ และดูดเลือดโดยไม่พูดอะไร

เธอยังคงทำแบบนี้ต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งลำคอและกระดูกไหปลาร้าของวาห์นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายของเธอ

หลังจากแนบริมฝีปากลงบนกล้ามเนื้อที่หว่างคอและไหล่ เธอก็เริ่มดูดตรงส่วนนั้นอยู่หลายวินาทีโดยที่ไม่ได้ฝังเขี้ยวเข้าไป

วาห์นรู้สึกว่ามันทำให้เขาเจ็บนิดๆ และอดไม่ได้ที่จะเอียงศีรษะไปด้านข้างเพื่อเป็นการตอบสนอง

จากนั้นเอวานเจลีนก็ขยับปากไปยังบริเวณใต้หูของเขาและเริ่มดูดตรงส่วนนั้นโดยที่ไม่ได้เรียกเลือดออกมาเช่นกัน

 

วาห์นไม่รู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ แต่มันก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเท่าไหร่นักเมื่อมีคนมาดูดที่ผิวหนังอย่างรุนแรง

เขารู้สึกว่าเธอพยายามที่จะดูดเลือด แต่กลับลืมใช้เขี้ยวตัวเองงั้นเหรอ?

หลังจากที่เธอทำซ้ำอีกสามครั้ง เอวานเจลีนก็ลุกขึ้นมานั่งบนท้องของเขาด้วยสีหน้าเหม่อลอย

ภาพลักษณ์อันสูงส่งที่เธอพยายามรักษาไว้เสมอๆ นั้นยังมีให้เห็นอยู่บ้าง แต่ใบหน้าสีแดงก่ำก็เผยให้เห็นความรู้สึกแท้จริงที่เธอเก็บซ่อนเอาไว้

 

เอวานเจลีนวางมือทั้งสองข้างไว้บนหน้าอกของวาห์นและกดมันลงกับเสื้อราวกับว่ากำลังพยายามสัมผัสกล้ามเนื้อด้วยฝ่ามือเล็กๆ ของเธอ

ขณะลากมือผ่านไปที่หัวไหล่กำยำ เอวานเจลีนก็โน้มตัวไปข้างหน้าและจ้องเข้าไปในดวงตาของวาห์นก่อนจะกระซิบเบาๆ

“สักวันนายต้องโดนผู้หญิงไม่ดีกินเข้าไปแน่นอน… ถ้ารู้สึกไม่ดีตรงไหนก็หัดปฏิเสธคนอื่นไว้บ้างก็ได้นะ”

วาห์นจ้องประสานตากับเธอขณะตอบกลับไป

“ก็ไม่เชิงไม่ดีหรอก แถมอย่างอื่นก็ดีหมดเลย…”

 

พอพูดจบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเลื่อนมือจากสะโพกของเธอลงไปที่ด้านล่าง ซึ่งแตกต่างจากของเฮเฟสตัสและอนูบิสไปบ้าง

เอวานเจลีนดูเหมือนจะไม่ค่อยไม่มีอะไรให้คว้าติดไม้ติดมือมากนัก แต่บั้นท้ายของเธอก็ยังนุ่มและมีเนื้อเล็กน้อย

จังหวะที่มือของวาห์นเข้าสัมผัสกับมัน เอวานเจลีนก็หน้าแดงขึ้นไปอีกและเริ่มขมวดคิ้วโดยที่ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา

วาห์นสังเกตเห็นว่าออร่าของเธอเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้มและดูวุ่นวายขึ้นอีกเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงตีความได้ว่าเธอไม่ว่าอะไร

เขาเผยรอยยิ้มนิดๆ ก่อนจะลองอะไรอีกหน่อยและใส่แรงเข้าไปที่มือให้มากขึ้น

 

ช่วงเวลาที่วาห์นบีบบั้นท้ายของเธออย่างแน่นแฟ้น เอวานเจลีนก็ร้องเสียงแหลมก่อนจะแอ่นตัวออกห่างและทุบแผงอกของวาห์นอย่างไร้เรี่ยวแรง

หลังจากทำคอมโบด้วยการทุบไปจนครบร้อยครั้ง เธอก็ถอยห่างจากร่างของเขาก่อนจะใช้เวทมนตร์เคลื่อนย้ายเพื่อหนีออกไปนอกระยะเงื้อมมือลูกศิษย์โรคจิตของเธอ

เธอไม่มีทางบอกให้เขารู้แน่นอน ว่าตอนที่วาห์นจับมันไว้อย่างแน่นหนานั้นทำเธอรู้สึกมีความสุขนิดๆ

ก่อนหน้านี้ เธอได้ทำเครื่องหมายไว้ที่คอกับไหล่ของเขาด้วยการจูบที่สร้างรอยช้ำมากมายและรู้สึกพอใจกับผลงานของตัวเองมาก

จนกระทั่งวาห์นเริ่ม ‘เอาคืน’ บ้าง และเธอก็ทนต่อไปไม่ไหวจนต้องรีบเผ่นออกไปทันที

 

พอเอวานเจลีนถอยทัพออกไปแล้ว วาห์นจึงลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะบิดตัวไปมาอยู่ครู่หนึ่งและกลับไปที่ห้องทำงานของตน

พอเห็นว่ายังมีเวลาเหลืออีกประมาณสิบเก้าชั่วโมง วาห์นจึงอยากลองสร้าง ‘ผลงานชิ้นเอก’ อีกชิ้นเพื่อผลักดันทักษะ [ช่างตีเหล็ก] ให้สูงขึ้นกว่าเดิม

การปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ ก็ถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญและวาห์นเชื่อว่าเขาจะสามารถเรียนรู้สกิล [ปรมาจารย์ช่างตีเหล็ก] ได้ก่อนเดนาตัสครั้งต่อไปแน่นอน

 

เนื่องจากวาห์นได้สร้างไอเท็มเพื่อเป็นของขวัญแก่ทีโอน่าเสร็จแล้ว เขาจึงอยากสร้างไอเท็มให้ไอส์ดูบ้าง

เพราะรู้ว่าการให้ของขวัญแบบ ‘ไม่ครบคน’ นั้นย่อมทำให้เกิดปัญหาขึ้น เขาจึงไม่คิดจะเสี่ยงให้เกิดเรื่องแบบนั้นกับตัวเอง

แม้จะเคยมอบ [ดาบอาคมทามาฮากาเนะ] ให้เธอไปแล้ว แต่วาห์นก็อยากให้ของที่เขาสร้างขึ้นเองมากกว่า

 

พอจำได้ว่าไอส์มักจะทำลายอาวุธของตัวเองเนื่องจากพวกมันทนแรงของเธอไม่ได้ วาห์นจึงตัดสินใจลองสร้างอาวุธที่คล้ายกับดาบในมังงะของเธอ

เขามีอะดาแมนไทน์อยู่เป็นจำนวนมากและยังสร้างอาวุธที่มีคุณสมบัติ [ดูรันดัล] มาหลายชิ้นแล้วด้วย

(TL: [ดูรันดัล] = ไม่สามารถทำลายได้ แต่ต้องดูระดับคุณสมบัติด้วย ถ้าเจอกับพวกที่มีคุณสมบัติทำลายอาวุธที่มีระดับสูงกว่าก็อาจจะไม่รอด)

อย่างไรก็ตาม ของขวัญชิ้นนี้จะต้องไม่เหมือนกับดาบดั้งเดิมของเธอที่มีแค่คุณสมบัติทนทานสูง

วาห์นต้องการให้อาวุธที่เขาสร้างขึ้นนั้นเป็นสื่อนำเวทมนตร์ชั้นยอดด้วย

 

เขาหล่อใบดาบที่บางเหลือเชื่อจนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นกระบี่ซึ่งทำมาจากโอริแคลคัมบริสุทธิ์

นั่นจะทำให้ตัวอาวุธสามารถไหลเวียนมานาได้ในปริมาณมากและเสริมพลังโจมตีอันน่าทึ่งของไอส์เข้าไปอีก แถมมันยังทำให้ทำให้เธอใช้เวทมนตร์ [แอเรียล] ได้ดียิ่งขึ้นด้วย

จากนั้นเขาก็พยายามเคลือบอะดาแมนไทน์ไปรอบๆ แกนกลางที่เป็นโอริแคลคัมโดยลดขนาดเขตแดนให้เหลือน้อยที่สุดและใช้มันบีบอัดรูปร่างของโลหะในขณะที่เพิ่มความร้อนไปด้วย

ผลลัพธ์ที่ได้จากความพยายามมากถึงห้าชั่วโมงก็คือใบดาบสีขาวบริสุทธิ์ที่ดูแวววาวและไร้ตำหนิใดๆ ทั้งสิ้น

 

ก่อนจะดำเนินการต่อ วาห์นก็ใช้พลังเข้าตรวจสอบการไหลของมานาในส่วนแกนกลางเพื่อความแน่ใจ

อะดาแมนไทน์นั้นยังทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้พลังงานรั่วไหลออกไปและมันยังทำให้ตรงส่วนขอบของใบดาบเกิดประกายสีขาวอมฟ้าหลังใส่มานาเข้าไป

วาห์นรู้สึกพอใจกับผลที่ออกมามาก เพราะคุณสมบัติต่างๆ ของมันยังทำให้ไอส์ไม่ต้องมากังวลเรื่อง ‘ดาบทื่อ’ (จากการโดนเลือดกับของเหลวต่างๆ และทำให้อุปกรณ์สึกหรอ) ในระหว่างที่สำรวจดันเจี้ยนเป็นเวลานานเนื่องจากไม่มีเวลามาทำความสะอาดมันอยู่ตลอด

 

จากนั้นวาห์นก็ใช้เวลาอีกสามชั่วโมงในการสร้างด้ามจับที่ดูกลมกลืนไปกับตัวดาบ

เขาตัดสินใจใช้อะดาแมนไทน์เป็นวัตถุดิบหลัก (TL: สีขาว) ขณะตกแต่งบางส่วนด้วยโอริแคลคัมที่มีสีทอง

ผลลัพธ์ก็คือดาบสีขาวและประดับไปด้วยสีทองเล็กน้อย โดยวาห์นทำรูปร่างของมันออกมาให้ดูมี ‘สง่าราศี’ ที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อถึงเวลาตั้งชื่อ วาห์นก็นึกถึงตำนานของฟาฟเนียร์ที่ศึกษาไว้ตอนตั้งชื่อให้กับมังกรตัวเอง

ในตำนานกล่าไว้ว่า ‘มังกรปีศาจได้ถูกสังหารลงโดยวีรบุรุษที่มีนามว่าซิกเกิร์ดผู้ใช้ ‘แกรม’ ดาบศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้ามังกรได้เห็นในวาระสุดท้าย’

วาห์นรู้สึกว่าชื่อนี้ฟังดูมีพลังแฝงอยู่มากพอควร พร้อมหวังว่าดาบเล่มนี้จะช่วยให้ไอส์สังหารมังกรดำตาเดียวลงได้จะจบภารกิจที่ค้างคามานาน

 

[แกรม]

 

ระดับ: A (เวทมนตร์)

 

ช่อง: 0

 

พลังโจมตี: 728+70

 

พลังโจมตีเวทมนตร์: 331

 

คุณสมบัติ: ดูรันดัล(A), ความคม(B), เจาะทะลวง(C), ดราก้อนสเลเยอร์(A)

 

ดาบที่สร้างขึ้นจากอะดาแมนไทน์และมีแกนเป็นโอริแคลคัม เพื่อเชิดชูตำนานของวีรบุรุษผู้สังหารมังกรต้องตำสาป

เพิ่มความสามารถอย่างมหาศาลเมื่อใช้ต่อสู้กับมังกรและสายพันธุ์ย่อยของมังกร

 

วาห์นได้รับ 3,881 OP จากการทำดาบเล่มนี้และเขาก็พอใจกับคุณสมบัติ ‘ดราก้อนสเลเยอร์(A)’ มากเลย

แน่นอนว่าเขาคงจะไม่หลอกตัวเองว่าดาบนี้แข็งแกร่งพอที่จะฆ่ามังกรดำตาเดียวได้ แต่มันก็เป็นต้นแบบที่ดีสำหรับดาบในอนาคตที่เขาจะทำให้ไอส์

เขาตั้งใจจะใช้ [ผู้ดูแลบันทึกแห่งนภา] เพื่อตั้งชื่อให้กับ [แกรม] ชิ้นต่อไปและหวังว่ามันจะได้ทำตามที่ตำนานกล่าวไว้จริงๆ

เมื่อลองหา [แกรม] เล่มจริงจากร้านค้า เขาก็พบว่ามันมีราคาถึง 13,000,000 OP จนรู้สึกหวังกับชื่อของมันนี้ไว้มากพอควร

 

กระบวนการทั้งหมดในการสร้าง [แกรม] นั้นใช้เวลาไปเกือบเก้าชั่วโมง ดังนั้นวาห์นจึงมีเวลาเหลืออยู่น้อยกว่าสิบชั่วโมงก่อนจะถูกส่งออกไป

เขาคาดไว้ว่าเอวานเจลีนน่าจะกำลังทดสอบคทาอยู่ และคงอยากจะดื่มเลือดอีกครั้งก่อนที่เขาจะถูกส่งออกไปแน่นอน

วาห์นอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าเธอจะมีลูกไม้อะไรซ่อนอยู่อีกและรู้สึกอยากจะแกล้งเธอให้หนักกว่าเดิม

ถึงรู้ว่าช่วงนี้ควรจะคุมพฤติกรรมของตัวเองไว้บ้าง แต่มันเป็นเรื่องยากสุดๆ เมื่อมีสาวน้อยน่ารักมาปีนอยู่บนร่างกายนานเป็นชั่วโมง

 

เนื่องจากยังไม่ต้องการเริ่มสร้างไอเท็มยากๆ ในตอนนี้ วาห์นจึงตัดสินใจเข้าสู่โหมดการผลิตจำนวนมากเพื่อพัฒนาประสานงานระหว่างเขาและ ‘เพลิงนิรันดร์’

เขาใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงในการสร้างดาบแต่ละเล่ม ดังนั้นกว่าเอวานเจลีนจะกลับมา เขาก็คงสร้างมันไปแล้วถึงสิบสามเล่ม

แต่ทว่าเธอปรากฏตัวขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้มาก และวาห์นเห็นออร่าของหญิงสาวกำลังสั่นไหวไปมาและมีสีชมพูอ่อนๆ ขณะรอเขาเก็บกวาดห้องทำงาน

 

ทันทีที่เช็ดตัวเสร็จแล้วและวางผ้าลงแล้ว วาห์นก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักขณะที่วานเจลีนพาเขามาไว้บนเตียงแบบเงียบๆ

วาห์นจ้องมองสีหน้าเรียบๆ ของแวมไพร์ตัวน้อยขณะที่เธอตามร่างของเขามาติดๆ

เขาเกือบจะหลุดขำเพราะเห็นว่ายิ่งเข้าใกล้เตียงมากเท่าไหร่ ออร่าของเธอก็ยิ่งสั่นไหวมากขึ้น

หลังถูกหย่อนบนเตียงอย่างไม่เป็นท่า วาห์นก็ยิ้มเล็กน้อยไปทางหญิงสาวที่คลานตามขึ้นมาแทบจะทันที

 

เอวานเจลีนเห็นรอยยิ้มของเขาจนตัวแข็งค้างไปครู่หนึ่ง แต่การแสดงออกของเธอก็ไม่เปลี่ยนไปมากนักและได้มานั่งอยู่บนจัวของเขาเรียบร้อยแล้ว

มันแตกต่างไปจากวันก่อนๆ ที่วาห์นเอาแต่นอนให้เธอดูดเลือดได้ตามใจชอบมาก

การที่มีผู้หญิงมานั่งอยู่บนท้องขณะต่างฝ่ายต่างจ้องหน้ากันไปเรื่อยๆ นั้นให้ความรู้สึกที่ยั่วยวนจริงๆ

มันทำให้หัวใจของวาห์นสั่นไหวเล็กน้อยและเขาก็เกือบจะยื่นมือออกมา ‘ประจำตำแหน่ง’ ก่อนที่เธอจะเริ่มเสียอีก

 

เมื่อเห็นท่าทาง ‘บื้อๆ’ และใบหน้าคาดหวังของวาห์น เอวานเจลีนก็อยากจะสาปแช่งและทุบตีไอ้เด็กที่นั่งหน้ายิ้มๆ อยู่นี่เหลือเกิน

ยิ่งเขายิ้มมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งระงับความเขินอายได้ยากขึ้นเท่านั้น

ภายในสิบเจ็ดชั่วโมงที่หายตัวไป เธอก็ได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้วว่าจะไม่ยอมถอยง่ายๆ แน่นอน

หลังจากสูดหายใจเข้าออกแรงๆ ชุดสีดำบนร่างของเอวานเจลีนก็ถูกแทนที่ด้วยชุดนอนหลวมๆ กึ่งโปร่งใสที่เธอเคยใส่เมื่อสามวันก่อน

 

วาห์นสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงและสีหน้าที่แดงก่ำของเอวานเจลีนซึ่งพยายามสงบตัวสงบใจอย่างเต็มที่

เนื่องจากนี่เป็นโอกาสเหมาะ วาห์นจึงมองชุดนั้นแบบคร่าวๆ จนรู้สึกถึงแรงกดดันเล็กน้อยที่จมูก

แม้มันจะไม่ได้ ‘เผย’ ให้เห็นอะไรเลย แต่เสื้อคลุมหลวมๆ แบบกึ่งโปร่งใสนี่ก็มีช่องเปิดตรงหน้าท้องซึ่งเผยให้เห็นสะดือของหญิงสาวได้อย่างชัดเจน

ทว่าสะดือที่ดูน่ารักของเธอก็ไม่ใช่ที่ดึงดูดความสนใจของวาห์นมากนัก แต่เป็นชุดชั้นในลายลูกไม้สีดำอยู่ตรงหน้าท้องของเขาต่างหาก

แน่นอนว่ามันไม่ต่างจากชุดชั้นในอื่นๆ ที่ปกปิดส่วนสำคัญเอาไว้ แต่ไอ้ส่วนที่มันสำคัญรองลงมากลับเป็นแบบกึ่งโปร่งใสนี่สิที่น่าเป็นห่วง

รวมๆ แล้วมันทำให้เธอดูน่าเย้ายวนมากกว่าตอนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเสียอีก

 

ก่อนที่วาห์นจะได้จ้องมองเรือนร่างด้านหน้าต่อไปเรื่อยๆ เอวานเจลีนก็โน้มตัวเข้ามาหาและนำศีรษะมาพักอยู่ข้างๆ กับของเขาเอง

วาห์นสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายของเธอจนรู้สึกเสียดายที่ตนใส่เสื้อทิ้งไว้

เขายังรู้สึกถึงเสียงหัวใจของเธอที่เต้นเร็วกว่านกฮัมมิงเบิร์ดกระพือปีกซะอีก

หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็กระซิบข้างหูด้วยเสียงกระเส่านิดๆ

“ต่อไปให้เรียกฉันว่าเอวานะ…”

ทันทีที่เธอพูดจบ เอวาก็กัดลงมาที่คอของวาห์นและเริ่มดูดเลือดของเขาอย่างใกล้ชิด

 

วาห์นรู้สึกตั้งตัวไม่ทันกับ ‘คำขอ’ ของเธอ แต่ความงุนงงของเขาก็หายไปทันทีที่รู้สึกว่ามีบางอย่างแหลมคมแทงเข้าไปที่คอของตัวเอง

เหมือนกับตอนก่อนหน้านี้โดยที่ไม่ต้องมาเล้าโลมให้มากความ เอวาเริ่มดูดเลือดของเขาพร้อมกับโลมเลียลำคอไปด้วยราวกับเป็นลูกแมวหิวนม

และอย่างที่เขาเคยทำทุกครั้ง วาห์นโอบเอวของเอวาไว้ แต่คราวนี้มันกลับต่างไปจากครั้งอื่นๆ มาก

เนื้อผ้าของชุดที่เธอสวมอยู่นั้นบางสุดๆ และวาห์นแทบจะรู้สึกถึงผิวหนังและความร้อนจากเรือนร่างของเธอผ่านฝ่ามือของตัวเอง

นอกจากผิวจะนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อแล้ว เธอยังมีอุณหภูมิร่างกายที่สูงมากเมื่อเทียบกับหญิงสาวคนอื่นๆ ที่เขาเคยกอดมา

ผิวขาวเกือบซีดนั้นถูกปกคลุมไปด้วยสีแดงจางๆ และวาห์นยังเห็นออร่าที่กำลังลุกไหม้ราวกับมีชีวิต

 

หลังผ่านไปยี่สิบนาทีที่ถูกเอวาโจมตีอย่างหนัก วาห์นเริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายจากความอบอุ่นของตัวเองและความร้อนที่มาจากตัวเอวา

มือของเขาสั่นเทิ้มและรู้สึกว่าเอวาเองก็เริ่มมีเหงื่อจากความรู้สึกตื่นเต้นและแรงที่ใช้ออกไป

วาห์นเริ่มใจกล้ามากขึ้นทุกขณะ และเป็นอีกครั้งที่เขาเลื่อนมือลงมาพักไว้ตรงบั้นท้ายเล็กๆ ของหญิงสาว

แม้จะสะดุ้งไปครู่หนึ่ง แต่เอวาก็ไม่ได้พยายามหยุดยั้งวาห์นและปล่อยให้เขาสนุกไปกับความรู้สึกนุ่มนิ่มขณะจับกุมเธออย่างอ่อนโยนพร้อมกับนวดเฟ้นมันเป็นระยะ

 

หนึ่งชั่วโมงได้ผ่านพ้นไปแล้ว วาห์นรู้ว่าตัวเองเหลือเวลาน้อยกว่าครึ่งชั่วโมงก่อนจะถูกผลักออกจากมิตแห่งนี้

เอวาไม่ได้ดูดเลือดเขามาพักใหญ่ๆ แล้วและกำลังจูบกับเลียรอบคอของเขาแทน

ขณะที่วาห์นผลักดันทุกอย่างต่อไปเรื่อยๆ เธอก็ลุกขึ้นมานั่งบนร่างของเด็กหนุ่มและจับจ้องไปที่ใบหน้าของเขา

วาห์นเห็นว่าเอวามีดวงตาหยาดเยิ้มหน่อยๆ ขณะจ้องมองมาก่อนจะพูดขึ้น

“ถึงนายจะเป็นแค่คนโรคจิตตันหากลับและคอยกวนฉันอยู่ตลอด แต่นายก็มีด้านอ่อนโยนที่ทำให้ใจของฉันปวดนิดๆ เหมือนกันนะ

…ฉันอยากให้นายสัญญาอะไรอย่างนะวาห์น”

 

แม้จะมีใบหน้าที่แดงก่ำพร้อมกับดวงตาพร่าเลือน แต่วาห์นก็บอกได้ว่าเธอกำลังจริงจังอยู่ ดังนั้นจึงพยักหน้ากลับไป

“ได้สิเอวา บอกมาเถอะว่าต้องทำอะไรบ้าง”

เพื่อเป็นการตอบรับคำยืนยันของเขา เอวาจึงก้มตัวลงไปข้างหน้าและประทับรอยจูบบนริมฝีปากของวาห์น

เป็นเวลาเกือบหนึ่งนาทีก่อนที่เธอจะถอนจูบออกและพูดต่อ

“สัญญากับฉัน ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป นายจะต้องไม่เกลียดฉันหรือเอวาที่สร้างฉันขึ้นมา

แม้ว่านายจะรู้สึกไม่พอใจฉันบ้าง แต่ได้โปรดอย่าเกลียดฉันเลยนะ…”

 

วาห์นสับสนเล็กน้อยกับคำพูดของเธอ และยังรู้สึกเจ็บปวดในใจขณะพยักหน้ารับ

“ฉันสาบาน ฉันจะไม่มีวันเกลียดเธอ หรือร่างต้นแบบที่สร้างที่นี่ขึ้นมา”

เพื่อเป็นการตอบสนองต่อคำพูดของเขาอีกครั้ง เอวาเข้าจูบวาห์นอย่างลึกซึ้งอีกครั้งและคราวนี้ยังจูบนานเกือบสิบนาทีก่อนที่เธอจะแยกตัวออก

หลังจากปรับลมหายใจแล้ว เธอก็มองเข้าไปในตาของวาห์น

“ได้โปรด… เมื่อนายพบร่างต้นของฉัน… ได้โปรดช่วยเธอจากความโดดเดี่ยวทีเถอะ”

 

ขณะจ้องมองดวงตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความเศร้านั่น วาห์นก็ได้แต่รู้สึกเห็นอกเห็นใจแวมไพร์ตัวน้อยที่ถูกบังคับให้มาเดินตามเส้นทางนี้เหลือเกิน

ในขณะที่ความทุกข์ของวาห์นจบลงเมื่อเสียชีวิตไปจากโลกก่อนหน้า แต่ร่างต้นของเอวานเจลีนที่ยังอยู่ในเรคคอร์ดของเธอเองนั้น ยังถูกผูกมัดด้วยชะตาที่คนอื่นมากำหนดให้โดยทีเธอไม่ยินยอม

แม้ไม่แน่ใจเขาจะสามารถรักษาสัญญาไว้ได้หรือเปล่า แต่วาห์นก็พยักหน้าและพูดด้วยความมุ่งมั่นอย่างที่สุด

“ฉันขอสาบาน เอวา ฉันจะช่วยเธอเอง”

เป็นครั้งที่สามที่เอวาจูบวาห์นขณะบิดตัวไปมาบนร่างของเขา

เนื่องจากทั้งสองไม่สามารถทำอะไรที่เกินเลยกว่านี้ได้ สิ่งที่ทำได้มากที่สุดก็คือการแสดงความใกล้ชิดผ่านสัมผัสทางกาย

เธอยังคงไขว่คว้าหาความอบอุ่นจากร่างของวาห์นและจูบเขาไปทั่วทั้งใบหน้า ลำคอ และหน้าอกอยู่ตลอดจนถึงเวลาที่ร่างกายของวาห์นเริ่มสลายไป

 

ขณะที่เธอจูบจนเด็กหนุ่มหายตัวไปแล้ว ร่างกายของเอวาก็ทรุดตัวลงกับเตียงและนอนคล่ำลงอย่างเหม่อลอยไปอีกหลายนาที

ดวงตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเศร้า และเธอรู้สึกได้เลยว่าสี่ปีข้างหน้าจะต้องเป็นการรอคอยที่อยากกว่าครั้งก่อนๆ แน่นอน

เพราะวาห์นเคยนอนอยู่ตรงนั้น เธอจึงยังรู้สึกถึงความร้อนและกลิ่นของเด็กหนุ่มจากเตียงได้อย่างแจ่มชัด

เอวานอนอยู่ตรงนั้นต่อไปอีกหลายนาทีขณะรู้สึกถึงความร้อนที่ค่อยๆ จางหายไปอย่างช้าๆ…

 

Prev
Next

YOU MAY ALSO LIKE

สุดยอดชาวประมง (极品小渔民)
สุดยอดชาวประมง (极品小渔民)
11 พฤษภาคม 2024
Fishing-the-Myriad-Heavens
Fishing in the Myriad Heavens
28 สิงหาคม 2021
POWER AND WEALTH (พลังและความมั่งคั่ง)
POWER AND WEALTH (พลังและความมั่งคั่ง)
1 เมษายน 2023
ช่วยทีครับ ใจผมรับคุณมาเฟียไม่ไหว
ช่วยทีครับ ใจผมรับคุณมาเฟียไม่ไหว
18 ตุลาคม 2022
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 169"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved