cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Endless Path : Infinite Cosmos, อนันตวิถีจักรวาล - ตอนที่ 159

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Endless Path : Infinite Cosmos, อนันตวิถีจักรวาล
  4. ตอนที่ 159
Prev
Next

หลังจากอ่านข้อมูลสกิลเสร็จแล้ว วาห์นก็เริ่มสำรวจทุกอย่างที่อยู่รอบตัว

เขามองเห็นแม้กระทั่งอนุภาคในอากาศ และเมื่อไหร่ก็ตามที่โบกมือผ่านก็ตระหนักว่าสิ่งที่เห็นก็คืออากาศนั่นแหละ!

มันคล้ายกับตอนที่วาห์นมองดูพื้นผิวโลหะที่ปล่อยไอความร้อนออกมา แต่ตอนนี้เขากลับมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องพึ่งปัจจัยอื่นๆ

เมื่อหันและเพ่งสายตาไปทางเอวานเจลีน วาห์นก็ต้องประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น

ร่างกายของเธอนั้นดูเหมือนภาพ ‘เนกาทีฟ’ โดยที่สีทั้งหมดดูสลับด้านกัน และเขายังสามารถมองทะลุชั้นเสื้อผ้าและผิวหนังบนร่างกายของเธอได้ในเวลาสั้นๆ ก่อนที่ภาพจะตัดเข้าไปด้านในและกลายเป็นภาพของกระแสมานาที่ถูกบีบอัดอยู่ในแต่ละเซลล์อย่างแจ่มชัด

 

จู่ๆ เอวานเจลีนก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขณะหันไปมองวาห์น

เธอมองห็นแสงสีฟ้าอ่อนภายในดวงตาของเด็กหนุ่มซึ่งทำให้เธอรู้สึกอึดอัด

ราวกับว่าวาห์นสามารถมองเห็นทุกสิ่งอย่างของเธอได้อย่างไร้สิ่งปิดบัง

เธอรู้ว่ามีพลังบางอย่างตื่นขึ้นมาในดวงตาของเขา และตอนนี้ก็สงสัยว่าการใช้สกิลนั้นอาจเป็นบางอย่างที่คล้ายกับ ‘การมองทะลุ’ สิ่งต่างๆ

หากไม่ใช่เพราะสีหน้าอยากรู้และดูครุ่นคิดของวาห์น เอวานเจลีนคงจะตบหน้าเด็กหนุ่มไปแล้วโทษฐานที่มาจ้องเธอด้วยสกิลแปลกๆ

 

เมื่อเอวานเจลีนหันมาหา วาห์นก็มองสีหน้าของเธอไม่ออกเลยเพราะจากสายตาของเขานั้น ตอนนี้เธอดูเหมือนกับมวลแสงมานาสีฟ้าที่ส่องสว่างไปทั่ว

วาห์นหยุดเพ่งสายตาและเห็นท่าทางตกอกตกใจของเธอ

“…สรุปแล้วตาของนายทำอะไรได้บ้าง!?” คำถามของหญิงสาวเหมือนจะอยากรู้แต่น้ำเสียงกลับฟังดูตรงกันข้ามเลย

หลังจากรวบรวมและแยกแยะสิ่งที่จะพูดเสร็จแล้ว เขาก็ตอบให้เธอหายข้องใจ

“เท่าที่พอเข้าใจ มันทำให้ฉันมองเห็นองค์ประกอบเวทมนตร์ภายในสิ่งต่างๆ เช่นอากาศและจากตัวคน

ฉันมองเห็นมานาจำนวนมหาศาลที่อยู่ภายในร่างกายของเธอจนอึ้งไปพักหนึ่งเลย

…ถ้าทำให้ไม่สบายใจก็ขอโทษด้วยนะ”

 

แม้ว่ามันจะเบามาก แต่วาห์นก็ได้ยินเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของเอวานเจลีนก่อนที่เธอจะหันกลับไปจ้องหนังสืออีกครั้ง

ขณะหยิบปากกาและกำลังจะเขียนต่อ เธอก็พูดขึ้นเสียก่อน

“เมื่อกี้นี้… ฉันนึกว่านายมองทะลุเสื้อผ้าได้ซะอีก

ขออะไรอย่างนะ อย่าเอาไอ้สายตานั่นมาใช้มองฉัน ห้าม-เด็ด-ขาด”

เอวานเจลีนพูดออกมาอย่างชัดเจน แต่วาห์นรู้ว่านั่นเป็น ‘การเตือน’ แบบ ‘หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ได้’

วาห์นไม่แน่ใจว่าเธอเข้าใจคำอธิบายครบถ้วนดีหรือเปล่า แต่ก็ตัดสินใจว่าไม่ไปถามต่อคงจะเป็นการดีที่สุด

 

หลังจากยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย วาห์นก็เริ่มแปรรูปวัตถุดิบต่อเพื่อฝึกฝนการควบคุม ‘เพลิงนิรันดร์’ อีกครั้งก่อนที่เวลาจะหมดลง

แม้จะเหลือเวลามากพอที่จะสร้างอุปกรณ์ง่ายๆ ได้สองสามชิ้น แต่เขาก็อยากลองสร้างอะไรที่คล้ายกับ [อเมซอนเริงระบำ] แบบเมื่อกี้นี้มากกว่า

เนื่องจากไม่มีเวลาพอที่จะทำแบบนั้นแล้ว วาห์นจึงใช้เวลาที่เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงไปกับการเตรียมสิ่งของสำหรับการมาเยือนครั้งต่อไป

อีกไม่นานเขาก็จะได้กลับมาที่นี่ และมีเวลาสามวันเต็มเพื่อสร้างไอเท็มต่ออีกครั้ง

 

พอเหลือเวลาน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง เอวานเจลีนก็วางปากกาลงและหันมาพูดกับวาห์น

“อีกเดี๋ยวนายก็ต้องออกไปแล้ว และฉันก็ใช้มานาไปมากพอสมควรกับการคงสภาพมิตินี้เอาไว้

แถมฉันยังใช้พลังไปไม่น้อยจากตอนที่ทดสอบอาวุธของนาย

เนื่องจากรอบนี้นายได้รับประโยชน์มากมาย ฉันหวังว่ารอบหน้าคงจะมีขนมกับหนังสือติดไม้ติดมือมามากกว่าเดิมนะ” เธอพูดด้วยเสียงไร้อารมณ์สุดๆ

 

วาห์นฟังไปเรื่อยๆ พร้อมกับรวบรวมและจัดวางอุปกรณ์ภายใต้การจ้องมองของดวงตาสีฟ้าที่ดูเยือกเย็น

เมื่อวางเครื่องมือชิ้นสุดท้ายลงแล้ว เขาก็รู้สึกว่าร่างกายกำลังอยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก

“ฉันเดินเองได้น่า ไม่ต้องมาบังคับกันหรอก”

เอวานเจลีนเมินเฉยกับคำพูดนั่นก่อนจะ ‘ยก’ เด็กหนุ่มมาที่เตียงและวางเขาลง

จากนั้นเธอก็คลานตามขึ้นมาก่อนจะนั่งลงบนตักและสบสายตาด้วยสีหน้าเฉยๆ

 

วาห์นจ้องเข้าไปในดวงตาสีฟ้าอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะปิดตาลงและวางแขนทั้งสองไว้รอบแผ่นหลังของแวมไพร์สาว

เอวานเจลีนวางมือลงบนไหล่ของเขาก่อนจะกัดที่ลำคอเพื่อดูดเลือด

เพราะนี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เธอทำแบบนี้ วาห์นจึงเตรียมใจไว้เป็นอย่างดีจนไม่ได้รับผลกระทบจากการกัดหรือความอบอุ่นที่เริ่มแผ่กระจายไปทั่วร่าง

 

เนื่องจากเธอได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แล้ว เอวานเจลีนจึงไม่ได้พยายามดูดเลือดอย่างบ้าคลั่งเพื่อเอาชณะอัตราการฟื้นฟูของเขาอีก

ตอนนี้เธอกลับดูดเลือดในแบบที่ช้ามากๆ จนกระทั่งถึงตอนที่วาห์นใกล้จะถูกดีดออกไปจากลูกแก้ว

 

วาห์นรู้สึกดีกับกระบวนการนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่พูดหรือปริปากบ่นแต่อย่างใดจนร่างกายของตัวเองเริ่มสลายหายไป

เนื่องจากกระบวนการสลายจะเริ่มจากขาก่อน ร่างของเอวานเจลีนจึงหล่นลงมาบนเตียงขณะเดียวกับที่ขาของวาห์นหายไป

เธอมองไปยังร่างที่กำลังหายไปอย่างช้าๆ ด้วยสีหน้าว่างเปล่าและพูดเตือนเด็กหนุ่มอีกครั้ง

“อย่าลืมเรื่องของในครั้งหน้าด้วยล่ะ หนังสือพวกนี้อยู่ได้ไม่ถึงสีปีหรอกนะ

แล้วก็ฉันอยากได้ไวน์กับขนมแบบอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่แค่เค้กอย่างเดียว”

 

วาห์นถอนหายใจอย่างขบขันขณะยิ้มให้เอวานเจลีน

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ลืมแน่นอน เอวานเจลีน”

มาถึงตอนนี้ ลำตัวของวาห์นก็สลายไปแล้ว แต่ก่อนที่จะหายไปอย่างสมบูรณ์ เขาก็ยื่นมือออกมาและลูบหัวของหญิงสาวตัวน้อย

เธอขมวดคิ้วในทันทีก่อนจะปัดมือออกไปและพูดด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือน

“อย่าทำเหมือนฉันเป็นเด็กนะ และเรียกฉันว่ามาสเตอร์ด้วย! ม-า-ส-เ-ต-อ-ร์!”

 

วาห์นได้แต่หัวเราะก่อนส่วนที่เหลือของร่างกายจะหายไป

เขาอยากจะตอกเธอกลับไปว่าหลังจากความฝันเมื่อกี้นี้ เขาก็เห็นว่าเธอเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากเด็กน้อยที่ตนต้องมาคอยเอาใจ

แน่นอนว่าเขาได้แต่คิดในใจเท่านั้น และไม่มีทางพูดมันออกมาเด็ดขาด

วาห์นรู้ว่าแผลใจของเธอนั้นเกิดจากการมีชีวิตยืนยาวภายใต้ร่างกายของเด็กเล็กๆ และนั่นก็เป็นอีกอย่างที่เขาจะไม่พูดแน่นอน

เนื่องจากเธอปฏิบัติกับเขาดีขึ้น เขาจึงจะตั้งใจว่าจะหาของหวานที่สาวๆ คนอื่นน่าจะชอบก่อนจะนำกลับมาให้เอวานเจลีนลองชิมดู

 

วาห์นเปิดตาขึ้นมาในโลกแห่งความเป็นจริงและมองไปรอบๆ ซึ่งคล้ายกับตอนที่เข้าไปในลูกแก้ว

ตอนนี้เขาสามารถมองเห็นทุกอย่างที่อยู่รอบตัวได้อย่างละเอียด

ไม่เพียงแค่อากาศเท่านั้น แต่วาห์นยังมองเห็นอนุภาคสีรุ้งที่ลอยไปมาหากเพ่งสายตาไปมากกว่าเดิมด้วย

วาห์นเข้าใจว่าพวกมันคือพลังงานธาตุที่อยู่ภายในโลกใบนี้ และมีแนวโน้มว่าเขาสามารถควบคุมพวกมันได้บ้างหากขยายพลังเขตแดนออกไป

ตอนนี้เขาสามารถจัดการกับพลังธาตุไฟได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ยังสามารถควบคุมพลังธาตุอื่นๆ ได้เล็กน้อยเช่นกัน

 

หลังจากเพ่งมองอยู่สองสามนาที วาห์นก็รู้สึกเหมือนดวงตาของเขาจะ ‘บวม’ ขึ้นขณะสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากด้านในจนต้องหยุดการทดลองนี้ลง

เขาพบว่ายิ่งเพ่งมากเท่าไร ร่างกายก็จะใช้พลังงานไปมากขึ้นเท่านั้น

วาห์นสับสนอยู่บ้างว่าทำไมสกิลติดตัวนี้ถึงต้องใช้พลังงานในการคงสภาพด้วย

เขาเชื่อว่าตนอาจทำผิดพลาดเพราะยังใช้มันได้ไม่ได้ดีพอ

หลังครุ่นคิดเสร็จแล้ว วาห์นจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปที่ลานฝึกเนื่องจากยังเป็นเวลาเช้าอยู่

 

น่าแปลกใจมาก เพราะตอนออกจากห้อง วาห์นกลับไม่พบแม้แต่เงาของอนูบิส

พอเพ่งเข้าไปที่ห้องข้าง วาห์นก็พบว่าตัวเองไม่สามารถตรวจจับออร่าของเธอแบบตอนก่อนหน้านี้ได้เลย

วาห์นรู้สึกกังวลเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงขยายพลังเขตแดนออกไปปกคลุมพื้นที่กว่า 300 เมตร ซึ่งใหญ่พอที่จะครอบคลุมบ้านได้ทั้งหลัง

เขาปิดตาลงเพื่อตั้งสมาธิและตระหนักว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากตัวเอง

เขาหันไปดูแผนที่ย่อ และพบว่าสัญลักษณ์สีฟ้าที่เป็นตัวแทนของฝ่ายเดียวกันนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ในตอนนี้ แม้จะเป็นเวลา 7 โมงเช้า แต่ก็ไม่มีใครอยู่ในบ้านเลยแม้แต่คนเดียว

 

วาห์นเริ่มมองไปรอบๆ และถึงกับเข้าไปสำรวจห้องที่เด็กๆ ทั้งสองกลุ่มใช้พักอาศัย

เมื่อเห็นว่าไม่มีความเสียหายหรือร่องรอยการต่อสู้ วาห์นก็สันนิษฐานว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น และพวกเด็กๆ อาจจะถูกอนูบิสพาไปที่ไหนสักแห่ง

เนื่องจากนี่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์และเป็นเวลาพัก วาห์นจึงคิดว่ากรณีนี้น่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่า

เขาเริ่มจะคุ้นชินกับอนูบิสจากช่วงหลายวันมานี้และรู้สึกแปลกๆ เมื่อไม่มีเธอมาคอยเดินตาม

 

ขณะกำลังเดินไปที่ลานฝึก วาห์นก็ตระหนักว่าเขาน่าจะตรวจจับสิ่งแปลกปลอมได้หากเกิดอะไรขึ้นเนื่องจากตนมักจะเปิดพลังเขตแดนทิ้งไว้ก่อนนอน

แต่ครั้งนี้กลับไม่มีอะไรที่ทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาเลย และเวลาที่เขาใช้ภายในลูกแก้วนั้นก็แค่สองสามวินาทีในโลกจริงเท่านั้นเอง

เขายังคงรู้สึกงุนงงกับการสลับกระแสเวลาไปมาอยู่เล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อตอนที่ออกมาจากลูกแก้ว

 

พอคลายความกังวลลงไปบ้างแล้ว วาห์นก็เพ่งสมาธิหลังเดินมาถึงลานฝึกเพื่อฟื้นฟูพลังงานกลับมา

เมื่อพลังฟื้นขึ้นจนถึงระดับหนึ่งแล้ว วาห์นก็ลืมตาและอยากจะลองทดลองใช้ [ดวงตาแห่งการรู้แจ้ง] ดู

คำอธิบายของมันค่อนข้างคลุมเครือ แต่เมื่อนึกถึงการเกิดใหม่และการทำลายล้างของจักรวาลในความฝัน วาห์นก็รู้สึกว่าสกิล ‘ว่างเปล่า’ นั้นต้องมีศักยภาพแอบแฝงอยู่มากกว่าที่คิดไว้แน่นอน

 

เขาแผ่พลังเขตแดนออกไปจนครอบคลุมลานฝึกทั้งหมดและเพ่งสายตาไปยังหินขนาดใหญ่ที่ถูกจัดไว้เพื่อการฝึกยกน้ำหนัก

สีของหินค่อยๆ เปลี่ยนไป และวาห์นก็เริ่มมองเห็นโครงสร้างที่อยู่ภายในของมันซึ่งประกอบไปด้วยสสารมากมายและพลังงานธาตุดิน

มันดูค่อนข้างคงที่ แต่ก็ยากที่จะเพ่งสมาธิได้นานเนื่องจากมีความแปรผันในองค์ประกอบและความหนาของหินก้อนนี้

มันเหมือนกับว่าการมองเห็นของเขาสามารถทะลุผ่านวัตถุได้ราวกับกำลังพุ่งผ่านอนุภาคของเม็ดทราย (TL: นึกไม่ออก? ไปดู Ant-Man เลย)

 

วาห์นสูดหายใจเข้าหลายครั้งและพยายามเพ่งไปที่จุดๆ หนึ่งภายในหินขณะเริ่มใช้งาน ‘ว่างเปล่า’

ตอนที่เปิดใช้งานสกิล เขาก็มองเห็นแสงขนาดเล็กปรากฏขึ้นมาภายในก้อนหิน แต่ในช่วงที่จ้องเข้าไปหา แสงนั่นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยและตามมาด้วยอากาศปวดหัวอย่างรุนแรงพร้อมทั้งพลังงานที่หายไปเป็นจำนวนมาก

วาห์นใช้เวลาไปอีกไม่กี่นาที แต่ในที่สุดเขาก็สามารถฟื้นตัวและปรับลมหายใจให้คงที่ได้อีกครั้ง

 

วาห์นสับสนกับการทดลองเมื่อกี้มาก จนเขาต้องพยายามอ่านคำอธิบายซ้ำหลายครั้ง

ขณะพยายามทำความเข้าใจกับหลักการที่ถูกซ่อนอยู่ แสงที่เขามองเห็นนั้นทำให้นึกถึงแสงขนาดเล็กตอนที่จักรวาลถือกำเนิด และวาห์นก็หวังจริงๆ ว่ามันจะไม่ใช่แบบนั้น

ถ้าเขา ‘บังเอิญ’ สร้างจักรวาลขึ้นมาภายในหินจริงๆ ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงมากจนเรคคอร์ดนี้ถูกทำลายไปพร้อมกันกับเขา

 

เมื่อพิจารณาถึงระดับดวงวิญญาณในปัจจุบันของตัวเองและความแข็งแกร่งของสกิลแฝงแล้ว วาห์นก็เดาว่ามันไม่น่าจะทำได้ขนาดนั้น

แต่เขายังรู้สึกกังวลนิดๆ เนื่องจากดวงแสงขนาดเล็กได้กลืนพลังงานของเขาไปเกือบครึ่ง

หลังจากฟื้่นคืนพลังกลับแล้ว วาห์นก็เริ่มวิเคราะห์หินด้วยการเพ่งสายตาอีกครั้งเพื่อดูว่าจะพบการเปลี่ยนแปลงบ้างหรือเปล่า แต่ไม่ว่าจะจ้องนานขนาดไหน เขาก็ไม่พบความเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างและองค์ประกอบของมันเลย

 

วาห์นหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมรับการใช้พลังงานจำนวนมาก และพยายามจดจ่อไปที่ตำแหน่งๆ หนึ่งขณะทวนคำอธิบายของ ‘ว่างเปล่า’ ที่ระบุไว้ว่า ‘ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนกลับคืนสู่ความว่างเปล่า’

วาห์นรู้สึกเหมือนกุญแจสำคัญจะอยู่ตรง ‘เกิด’ และ ‘กลับคืนสู่’ ดังนั้นเขาจึงเพ่งไปที่ ‘กลับคืนสู่’ พร้อมกับเพ่งมันใส่ก้อนหิน เพราะเดาว่าแสงที่เห็นก่อนหน้านี้ก็คือ ‘เกิด’ ดังนั้นตอนนี้เขาจึงอยากจะใช้หลักการตรงกันข้ามกัน

 

ทันทีที่ใช้สกิลออกไป วาห์นก็มองเห็นทรงกลมสีดำขยายออกจากตำแหน่งที่เขาจ้องมอง

วาห์นรู้สึกว่าพลังงานเริ่มลดลงอย่างรวดเร็วขณะที่ทรงกลมขยายใหญ่ขึ้น ดังนั้นเขาจึงหยุดส่งพลังเข้าไปและพบว่ามันหายวับไปในทันที

วาห์นถอนหายใจก่อนจะล้มลงกับพื้นขณะสูดหายใจเข้าลึกๆ และพยายามฟื้นฟูพลังงานที่สูญเสียไป

เมื่อลมหายใจกลับมาเป็นปกติ เขาก็นั่งขัดสมาธิและพยายามเพ่งจิตไปที่ [มนตราแห่งอนันตกาล]

แม้จะยังไม่เข้าใจมันเลย แต่วาห์นก็พบว่าการเพ่งสมาธิไปที่วิชานี้จะช่วยฟื้นฟูพลังได้เร็วยิ่งขึ้น

 

หลังจากฟื้นพลังงานกลับมาแล้ว วาห์นก็เพ่งสายตาไปที่ก้อนหินอีกครั้งเพื่อมองว่ามีอะไรเปลี่ยนไปหรือเปล่า

ทันทีที่การมองเห็นของเขาแทรกซึมไปถึงแกนกลางของหิน วาห์นก็พบว่าตอนนี้กลับมีช่องว่างอยู่ภายในนั้น

ด้วยความอยากรู้ วาห์นจึงเข้าไปใกล้ก้อนหินและผ่ามันออกเป็นสองส่วนด้วยการฟาดมืออย่างรวดเร็ว

ด้วยสกิล [เพลงหมัดโจมตี] ที่ได้มาจากทีโอน่า วาห์นสามารถส่งพลังงานไว้ที่มือทั้งสองข้างและเปลี่ยนรูปร่างของมันได้ดั่งใจนึก

ตอนนี้เขาเปลี่ยนรูปร่างของพลังงานให้เป็นคบดาบและใช้มันผ่าก้อนหินอย่างง่ายดาย

 

อย่างที่คาดเอาไว้ วาห์นยืนยันได้แล้วว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นเป็นความจริง

ตอนนี้ภายในของก้อนหินเกิดช่องว่างรูปทรงกลมซึ่งไม่ได้มีอยู่ก่อนแล้ว

วาห์นยืนยันวิธีใช้สกิล ‘ว่างเปล่า’ ได้หนึ่งแบบ ซึ่งดูเหมือนมันจะมอบความสามารถในการ ‘กลับคืนสู่’ หรือก็คือการ ‘ทำลาย’ สสารต่างๆ

ไม่มีแม้แต่ฝุ่นอยู่ภายในนี้เลยแม้แต่เม็ดเดียว และส่วนที่ถูกคว้านออกไปนั้นดูไที่ติมาก รางกับว่ามันถูกขัดอยู่หลายชั่วโมงจนมีสภาพเรียบเนียน

 

ตอนนี้เขายืนยันความสามารถได้อย่างหนึ่งแล้ว วาห์นจึงอยากจะลองใช้ความสามารถในการ ‘เกิด’ หรือก็คือ ‘การสร้าง’ ดูบ้าง

หลังจากพิจารณาอยู่พักหนึ่ง วาห์นก็ตัดสินใจเพ่งสายตาไปที่อากาศแทนที่จะเป็นภายในวัตถุ

เนื่องจากไม่มีจุดดึงดูดสายตา มันจึงยากกว่าการทดลองที่แล้วมาก

หลังจากล้มเหลวอยู่หลายครั้ง ในที่สุดวาห์นก็ทำได้สำเร็จและใช้ ‘ว่างเปล่า’ อีกครั้ง

เนื่องจากยังรู้สึกกลัวๆ เรื่องการเผลอ ‘สร้างจักรวาล’ วาห์นจึงพยายามนึกถึงวัตถุดิบอย่างหนึ่ง

 

ตรงที่วาห์นเพ่งสายไปนั้น จู่ๆ ก็ปรากฏจุดสีฟ้าที่เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

มันแตกต่างไปจากทรงทรงกลมสีดำมาก และพลังงานที่จุดสีฟ้าดึงไปนั้นเยอะอย่างไม่น่าเชื่อ

เมื่อมันขยายใหญ่จนมีขนาดเท่ากับลูกแก้วเล็กๆ วาห์นก็เกือบจะถลำเข้าสู่สภาวะ ‘พลังงานหมด’

หลังจากที่เขาหยุดใช้ความสามารถ แสงสีฟ้าจึงค่อยๆ หายไปพร้อมกับที่ทรงกลมขนาดเล็กตกลงมาจากอากาศ

แม้จะยังปรับลมหายใจไม่เสร็จ แต่วาห์นก็เคลื่อนตัวไปข้างหน้าและหยิบโลหะสีเงินไร้ที่ติที่ถูกสร้างขึ้นจากความว่างเปล่าขึ้นมาถือไว้

วัตถุดิบที่เขานึกถึงคือแร่เหล็ก และวาห์นก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ประมาณ 10 กรัมโดยที่ใช้พลังงานไปเกือบหมด

 

A/N: เหล็กบริสุทธิ์จะมีรูปร่างและเนื้อผิวคล้ายกับแร่เงิน แต่ว่าแววาวน้อยกว่า ลอง Google หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ครับ)

 

Prev
Next

YOU MAY ALSO LIKE

เจ้าของร้านพิศวง [我真不是邪神走狗]
เจ้าของร้านพิศวง [我真不是邪神走狗]
2 เมษายน 2023
เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ
เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ
13 เมษายน 2023
อั่งเปาทะลุโลก (发个红包去未来 )
อั่งเปาทะลุโลก (发个红包去未来 )
5 กรกฎาคม 2022
The Bloodline System ศึกแห่งสายเลือด
The Bloodline System ศึกแห่งสายเลือด
20 มีนาคม 2023
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 159"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved