cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 204 Strategic Withdrawal

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 204 Strategic Withdrawal
Prev
Next

“ถึงผมจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็เถอะ… แต่ว่าผมก็หวังว่าคุณจะเป็นคนเดียวกับเจ—” ”
 

“โอ๊ะโอ๋~ สต็อปปุ~ สต็อปปุ~ ฉันแนะนำว่านายอย่าพูดชื่อนั้นขึ้นมาจะดีกว่านะ~”

 

ในขณะที่เวก้ากำลังจะพูดชื่อของหญิงสาวคนรักของเขาที่จากไปเพราะผลกระทบของการทดลองที่เขาได้รับมาจากวังหลวงของรีมินัสออกมาอยู่นั้นเอง อยู่ๆ ก็ได้มีเสียงที่ฟังดูขี้เล่นของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นมาขัดเขาเอาไว้เสียก่อนจนทำให้ทุกคนต้องหันไปมองดู

 

และนั่นก็ทำให้ทุกคนได้พบเข้ากับนัวร์ในร่างของหญิงสาวผมยุ่งสีดำที่ยืนอยู่ที่ปากทางเข้าสุสานที่กำลังใช้มือที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อกาวน์ยาวเกินตัวดันไปที่ต้นคอของทหารในหน่วยไวท์ ฮาวด์ทั้งสองคนที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าเพื่อให้เขาหลีกทางให้กับเธอ

 

ซึ่งในทันทีที่ซิสเตอร์โจน่าได้เห็นหน้าตาและการแต่งตัวอันเป็นเอกลักษณ์นั้นเองเธอก็ได้หลุดปากพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ

 

“ท่านนัวร์!?”

 

“จ๋าจ้ะ~ ท่านนัวร์คนนั้นเองยังไงล่ะจ๊ะ นาร์เซียจัง~”

 

นัวร์ที่ได้ยินโจน่าหลุดปากเรียกชื่อของเธอขึ้นมานั้นได้ยกแขนเสื้อของเธอขึ้นมาโบกไปมาเพื่อเป็นการทักทายและพูดตอบกลับไปด้วยชื่อที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อนก่อนที่เธอจะสะบัดแขนเสื้อกาวน์ตรงไปทางด้านเวก้าและเอ่ยปากพูดขึ้นมา

 

“นายผมสีน้ำตาลที่ชื่อว่าเวก้าตรงนั้นน่ะ เอริกะเขาฝากมาบอกว่าให้รีบพาแม่หนูคนนั้นกับทหารรับจ้างนั่นหนีไปที่ปลอดภัยก่อนน่ะ”

 

“แต่ว่า—”

 

“ฉันไม่รู้ว่าผู้หญิงในชุดแม่ชีนี่เคยเป็นใครและมีความสัมพันธ์อะไรกับนายมาก่อนหรอกนะ แต่ว่าในตอนนี้เธอคนนี้ไม่ใช่คนที่นายเคยรู้จักอีกต่อไปแล้วล่ะ”

 

นัวร์พูดขัดคำพูดของเวก้าขึ้นมาก่อนที่เธอจะเดินตรงไปหาริวที่ยืนเฝ้าระวังอยู่และสะบัดมือของเธอออกมาจากแขนเสื้อกาวน์ที่ยาวเกินตัวและใช้มันจิ้มไปที่ต้นคอของริวเบาๆ ทีหนึ่งด้วยความเร็วที่แทบจะมองตามไม่ทันจนทำให้ริวสะดุ้งไปเล็กน้อย

 

“โอ๊ย— อะไรกันครับเนี่ย?”

 

“ก็แค่นิดหน่อยเองน่า เป็นถึงทหารหัวหน้าหน่วยเลยไม่ใช่หรอแค่โดนจิ้มทีเดียวเองอย่าร้องโวยวายเป็นเด็กๆ ไปสิ~”

 

นัวร์ที่ได้ยินเสียงร้องโวยวายของริวไม่ได้มีท่าทีว่าจะรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อยก่อนที่เธอจะหันไปทางเวก้าและร้องสั่งเขาขึ้นมาอีกครั้ง

 

“เอ้าๆ รีบไปกันได้แล้วไป๊ ถ้ายังโอ้เอ้กันอยู่อย่างงี้ฉันไม่รับประกันความปลอดภัยหรอกนะ”

 

“………”

 

เวก้าที่ได้ยินคำสั่งของนัวร์เป็นครั้งที่สองได้นิ่งเงียบไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะก้มลงไปมองแขนของตนเองที่หักงอจนผิดรูปกับท่าทางหวั่นๆ ของทีเอร่าและหันไปพยักหน้าให้กับเคนจนทำให้เคนที่เห็นแบบนั้นไม่รอช้าที่จะคว้าตัวทีเอร่าขึ้นมาแบกเอาไว้ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มต้นวิ่งออกไปจากเขตสุสานในทันทีโดยทิ้งเสียงโวยวายเอาไว้เบื้องหลัง

 

“ด–เดี๋ยวสิพี่เคน พี่โจน่าเขา—”

 

“ยังจะมาพี่โจนงโจน่าอะไรอีกเล่า!? เมื่อกี้นี้เธอเกือบจะโดนเขาจับหักคอจิ้มน้ำจิ้มกินแล้วไม่ใช่หรอไงหะ!?”

 

“คิดจะหนีไปไหนคะ!!”

 

ในทันทีที่โจน่าเห็นพวกเวก้ากับเคนกำลังหิ้วตัวทีเอร่าวิ่งหนีไปนั้นเองเธอก็ได้ขมวดคิ้วและทำท่าเหมือนกับว่าจะพุ่งตัวตามพวกเขาไปด้วยเช่นเดียวกัน

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ทันที่โจน่าจะได้ขยับตัวซะด้วยซ้ำ ทางด้านนัวร์ที่ดูเหมือนว่าจะคาดการณ์เรื่องนี้เอาไว้แล้วก็ได้เอ่ยปากพูดขัดเธอขึ้นมาเสียก่อน

 

“อ่ะๆ เธอนั่นแหล่ะจะรีบไปไหนเอ่ยนาร์เซียจัง~”

 

จึ๊ก

 

ในทันทีที่นัวร์เอ่ยปากพูดออกมาจนจบนั้นเองเธอก็ใช้นิ้วที่เพิ่งจะจิ้มใส่ต้นคอของริวมาจิ้มใส่ที่ต้นคอของตัวเองก่อนที่เธอจะเอ่ยปากพูดประโยคคำสั่งออกมา

 

“ยิงคุ้มกันให้สามคนนั้นด้วยครับ!!”

 

เสียงที่ออกมาจากปากของนัวร์นั้นไม่ใช่เสียงของหญิงสาวอย่างที่ควรจะเป็นแต่ทว่ากลับเป็นเสียงห้าวๆ ของริวที่เป็นชายหนุ่มเสียแทน และนั่นก็ทำให้ลูกน้องของริวทั้งสองคนที่ยืนประจำตำแหน่งอยู่ด้านหลังจนไม่เห็นว่าใครเป็นคนพูดสั่งขึ้นมาเอ่ยปากรับคำสั่งและทำตามโดยการยิงสกัดโจน่าที่กำลังจะออกวิ่งตามพวกเวก้าไปในทันที

 

“ครับ!”

 

ปั๊ง—พลั๊ก!!

 

“ด—เดี๋ยวสิครับ!? นี่ทำอะไรลงไปกันครับเนี่ย!?”

 

ภาพของซิสเตอร์โจน่าที่ถูกยิงด้วยกระสุนวิซธาตุไฟเข้าที่ท่อนขาจังๆ และล้มคะมำลงไปได้ทำให้ริวหลุดเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจในขณะที่ทางด้านลูกน้องทั้งสองคนของเขาก็ได้ชะงักไปด้วยความแปลกใจเช่นเดียวกันเพราะว่าเมื่อสักครู่นี้มันเป็นเสียงของริวเองที่สั่งให้พวกเขายิงคุ้มกัน

 

“เอ่อ… ก็เมื่อตะกี้นี้หัวหน้าสั่งให้ยิงคุ้มกันไม่ใช่หรอครับ?”

 

“ไม่ใช่ครับ! เมื่อกี้นี้มันเสียงของผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ของผมสักหน่อย!!”

 

“เรื่องนั้นน่ะมันไม่สำคัญหรอก! รีบจับกุมตัวผู้หญิงคนนั้นเอาไว้เร็วครับ!!”

 

ในขณะที่ริวและลูกน้องของเขากำลังพูดเถียงกันอยู่นั้นเอง ทางด้านนัวร์ที่ดูเหมือนว่าจะทำอะไรสักอย่างกับลำคอของเธอจนทำให้ตัวเธอในร่างของหญิงสาวมีเสียงเหมือนกับริวอย่างไม่ผิดเพี้ยนก็ได้พูดสั่งขึ้นมาด้วยเสียงของริวอีกครั้งหนึ่งจนทำให้พวกลูกน้องของริวที่ได้เห็นชัดๆ ว่าใครเป็นคนพูดสั่งพวกเขาชะงักไปด้วยความตกใจจนเปิดโอกาสให้โจน่ามีเวลาได้ยันตัวเองให้ค่อยๆ ลุกขึ้นมาได้สำเร็จ

 

“…………”

 

โจน่าที่ยันตัวเองกลับขึ้นมายืนนั้นได้ก้มลงมองดูแผลไหม้ที่น่องของตัวเองเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเอาฝ่ามือของตนไปสัมผัสกับมัน และนั่นก็ทำให้ม่านหมอกบริเวณใกล้ๆ ร่างของเธอไหลเวียนหมุนวนไปที่บาดแผลของเธออีกครั้งและค่อยๆ รักษาแผลกระสุนวิซของเธอจนหายสนิท

 

ซึ่งภาพของซิสเตอร์โจน่าที่สามารถใช้ม่านหมอกที่ปกคลุมเมืองแพนเทร่าเอาไว้นานนับครึ่งปีในการรักษาบาดแผลของตัวเองได้นั้นก็พอจะทำให้ริวคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับหมอกปริศนาพวกนี้ไม่มากก็น้อยเขาจึงพูดสั่งลูกน้องของเขาขึ้นมาในทันที

 

“เอาเป็นว่าตอนนี้จับกุมซิสเตอร์โจน่าเอาไว้ก่อนก็แล้วกันครับ!”

 

“ใช่แล้วครับ! จัดการจับกุมได้เลยครับ!”

 

“เอ่อ….”

 

เสียงของริวที่ดังออกมาจากปากของนัวร์อีกครั้งหนึ่งด้วยคำพูดสนับสนุนได้ทำให้ริวผู้เป็นเจ้าของเสียงต้องหันไปมองนัวร์ด้วยท่าทางเหมือนกับอยากจะขอร้องให้เธอเลิกทำแบบนั้นเสียที แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านนัวร์ก็ทำให้แค่ยิ้มตอบกลับมาให้เขาด้วยท่าทางไม่รู้สึกรู้สาอะไร

 

ส่วนทางด้านลูกน้องของริวทั้งสองคนที่ได้รับคำสั่งด้วยเสียงของริวทั้งสองเสียงเองก็แทบจะต้องยกมือขึ้นมาเกาหัวก่อนที่พวกเขาจะหันปืนยาวในมือตรงไปทางโจน่าอีกครั้งเมื่อเห็นว่าริวหันกลับมาพยักหน้าให้กับพวกเขาเพื่อยืนยันคำสั่ง

 

แต่ทว่าในช่วงเวลาที่พวกเขาทำตามคำสั่งล่าช้าเพราะความสับสนอยู่นั้นเอง โจน่าที่รักษาแผลเสร็จแล้วก็ได้มองตรงไปทางนัวร์และเอ่ยปากพูดขึ้นมา

 

“ถ้าเป็นไปได้ฉันเองก็ไม่อยากจะทำอย่างนี้หรอกนะคะท่านนัวร์…!”

 

ตึกตึกตึกตึก—

 

“บ๊อก!! บ๊อก!!”

 

ทันทีที่สิ้นเสียงของโจน่านั้นเองก็ได้มีเสียงฝีเท้าของมนุษย์กับเสียงเห่าของลูกสุนัขดังขึ้นมาให้ทุกคนได้ยินก่อนที่ทันใดนั้นเองจะมีลูกสุนัขสีน้ำตาลและชายหนุ่มผมสีม่วงเข้มที่มีดวงตาสีขาวขุ่นวิ่งตรงเข้ามาในสุสานและแยกกันพุ่งเข้าใส่ลูกน้องของริวทั้งสองคนโดยที่พวกเขาไม่ทันตั้งตัว

 

“เดี๋ยว— มาจากไหนเนี่ย”

 

“กรรรรร—”

 

“ทำอะไรของคุณเนี่ย—”

 

ผลัวะ!!

 

“…….”

 

ถึงแม้ว่าลูกน้องของริวทั้งสองคนจะร้องโวยวายออกมาแต่ทว่าชายหนุ่มผมสีม่วงที่อยู่ๆ ก็วิ่งมาทำร้ายเขาก็ไม่ได้พูดตอบอะไรกลับมา จะมีก็เพียงแค่เสียงร้องขู่ของลูกหมาน้อยตัวนั้นที่ทำท่าเหมือนกับว่าอยากจะขย้ำหนึ่งในลูกน้องของริวให้จมเขี้ยว

 

ซึ่งเสียงร้องโวยวายที่ดังขึ้นมาทางด้านหลังนั้นก็ได้ทำให้เวก้าต้องหันกลับไปมองดูและนั่นก็ทำให้เขาได้พบเข้ากับร่างของผู้ชายผมสีม่วงที่กำลังโถมเข้าใส่หนึ่งในลูกน้องของริวอยู่จนทำให้เขาต้องพูดพึมพำออกมาด้วยความประหลาดใจ เนื่องจากว่าเขาจำได้อย่างขึ้นใจว่าชายผมสีม่วงคนนั้นคือชายผู้เคราะห์ร้ายที่ทีเอร่าไปเจอเขานอนเสียชีวิตอยู่ในตรอกข้างร้านขนมอย่างแน่นอน

 

“ผู้ชายคนนั้น…. ได้ยังไงกัน”

 

“จะผู้ชายคนนั้นหรือคนไหนก็ไม่รู้ล่ะ แต่นายได้คิดเอาไว้หรือเปล่าเนี่ยว่าพวกเราจะวิ่งหนีไปที่ไหนกันน่ะหะ?”

 

“เอาเป็นว่าวิ่งวนไปรอบๆ ก่อนก็แล้วกันครับ…”

 

เวก้าพูดตอบเคนกลับไปก่อนที่เขาจะเลี้ยวเข้าตรอกแคบข้างๆ กันเพื่อสลัดให้พ้นจากสายตาของโจน่า ในขณะที่ทางด้านริวที่เห็นว่ามีคนกับลูกสุนัขบุกเข้ามาช่วยเหลือโจน่าเองก็ได้เอ่ยปากพูดขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน

 

“ดูเหมือนว่าจะมีผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยงั้นสินะครับ… ถึงถ้าเป็นไปได้ผมจะไม่อยากลงมือกับผู้หญิงเลยก็เถอะนะ…”

 

“หลีกทางไป!!”

 

แต่ทว่าก่อนที่ริวจะได้ชักดาบคาตานะของเขาออกมาก็ได้มีเสียงร้องของหญิงสาวอีกคนหนึ่งดังขึ้นมาพร้อมๆ กับที่มีร่างของหญิงสาวผมสีเขียวกระโดดข้ามรั้วสุสานเข้ามาภายในและส่งหอกคริสตัลสีเขียวสี่เล่มพุ่งตรงเข้าใส่โจน่าในทันที

 

ฟุ๊บ—ฟุ๊บ—ฟุ๊บ—ฟุ๊บ—สวบ!!

 

หอกคริสตัลที่พุ่งผ่านเหนือศีรษะของริวไปในแนวเฉียงนั้นได้พุ่งทะลุแขนขาของโจน่าอย่างแรงจนทำให้ซิสเตอร์สาวหงายหลังล้มลงไปอีกทั้งตัวหอกคริสตัลสีเขียวที่พุ่งทะลุร่างของโจน่าไปนั้นก็ยังพุ่งทะลุฝังลงไปกับพื้นดินอีกด้วยจนดูราวกับว่าที่จริงแล้วมันเป็นลิ่มคริสตัลขนาดยักษ์เสียมากกว่า

 

ส่วนทางด้านเซซิเรียผู้เป็นเจ้าของหอกคริสตัลเหล่าก็ได้กวาดตาดูรอบๆ สุสานแห่งนี้และเมื่อเธอไม่พบกับพวกเวก้าหรือว่าร่างที่เหลืออยู่ของพวกเขาแล้วเธอก็ได้พูดพึมพำออกมาเบาๆ

 

“ยังทันอยู่สินะ…”

 

“แล้วนี่ใครกันอีกล่ะครับเนี่ย?”

 

ในขณะที่เซซิเรียกำลังแสดงท่าทีโล่งใจออกมาอยู่นั้นเองทางด้านริวที่เห็นว่ามีผู้มาเยือนเพิ่มมาอีกคนหนึ่งก็ได้พูดถามขึ้นมาด้วยความสงสัย เพราะดูเหมือนว่าหญิงสาวผู้มาใหม่คนนี้จะมาช่วยเหลือพวกเขาเช่นเดียวกัน และนั่นก็ทำให้นัวร์ที่ได้ยินคำถามของริวไม่รอช้าที่จะพูดตอบกลับมาด้วยเสียงของตัวเธอเอง

 

“คนคนนั้นชื่อว่าเซซิเรียจังยังไงล่—”

 

“อย่ามาต่อท้ายชื่อฉันด้วยคำว่าจังนะยัยนัวร์!! เรื่องของฉันน่ะไม่สำคัญหรอก รีบเข้าไปช่วยลูกน้องของนายก่อนเร็ว ถึงจะเห็นแบบนั้นแต่ว่าคนคนนั้นกับลูกหมานั่นไม่ใช่คนกับลูกหมาธรรมดาหรอกนะ!”

 

เซซิเรียพูดตัดบทนัวร์ขึ้นมาเสียงดังก่อนที่เธอจะหันไปพูดสั่งริวขึ้นมาจนทำให้ริวที่ได้ยินแบบนั้นต้องเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปดูทางด้านลูกน้องของเขาบ้าง

 

และนั่นก็ทำให้ริวได้พบว่าในบัดนี้ลูกน้องของเขาคนหนึ่งที่ชื่อว่า ไดเมอร์ นั้นกำลังโดนชายหนุ่มผมสีม่วงเข้มจับล็อกเอาไว้กับพื้นในขณะที่ลูกน้องอีกคนหนึ่งของเขาที่ชื่อว่า คาฮาร่า ก็กำลังถูกลูกสุนัขขนสีน้ำตาลคาบหลังคอเสื้อลากออกไปจากสุสานอยู่และนั่นก็ทำให้ริวต้องรีบผละตัวไปช่วยเหลือเหล่าลูกน้องของเขาในทันที

 

ส่วนทางด้านโจน่าที่ถูกหอกคริสตัลของเซซิเรียขึงร่างของตัวเองเอาไว้กับพื้นก็ได้ขมวดคิ้วจ้องมองหอกคริสตัลเหล่านั้นอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่เธอจะหันไปมองเซซิเรียแล้วจึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว

 

“ถึงถ้าเป็นท่านเอริกะหรือว่าท่านนัวร์ที่ใครก็เดาความคิดในหัวไม่ได้จะยังพอว่า… แต่ว่านี่แม้แต่ท่านเซซิเรียก็ไปเข้าพวกกับมนุษย์พวกนี้ด้วยงั้นหรอคะ!!?”

 

“อ้าว~ ทำไมของฉันถึงดูเหมือนจะพิเศษกว่าคนอื่นซะงั้นล่ะนาร์เซียจัง”

 

“เงียบน่านัวร์!”

 

ในขณะที่นัวร์ที่กลับไปใช้เสียงของตัวเองแล้วกำลังพูดหยอกล้อแบบไม่ดูสถานการณ์ดั่งเช่นที่เธอทำอยู่ทุกทีอยู่นั้นเองเซซิเรียก็ได้ขึ้นเสียงพูดขัดจอมป่วนผมยุ่งสีดำขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนที่เธอจะหันกลับไปหาโจน่าและพูดตอบหญิงสาวกลับไป

 

“ถึงฉันจะร่วมมือกับเอริกะอยู่ก็เถอะแต่มันก็ไม่ใช่ว่าฉันเป็นพวกเดียวกับมนุษย์ยุคนี้หรอกนะ… แต่ว่าสำหรับตอนนี้มันมีเหตุผลที่ฉันต้องหยุดแผนการที่จะทำลายที่นี่ของเธอเอาไว้ก่อนน่ะ”

 

“มีเหตุผลที่จะต้องหยุดฉัน…? ท่านเซซิเรียจำไม่ได้หรอคะว่ามนุษย์พวกนี้มันเคยทำอะไรลงไปบ้างน่ะ!? ท่านจำเรื่องของท่านกราเซียสไม่ได้แล้วหรือยังไงกันคะ!?”

 

“………”

 

เสียงร้องตะโกนของโจน่าได้ทำให้ริวที่เพิ่งจะจัดการช่วยเหลือลูกน้องของเขาจากเงื้อมมือของลูกหมาขนสีน้ำตาลและชายวัยฉกรรจ์เสร็จต้องเลิกคิ้วและเหลือบมองไปทางเหล่าสาวๆ ที่กำลังพูดเถียงกันอยู่ด้วยความสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านเซซิเรียที่ได้ยินคำพูดของโจน่าเข้าไปก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ใส่ใจเขามากนักเมื่อเธอพูดตอบโจน่ากลับไปด้วยสีหน้าลำบากใจ

 

“เรื่องนั้นใครจะไปลืมได้กันล่ะ… ตอนนี้ฉันขอให้เธอวางมือก่อนได้หรือเปล่านาร์เซีย แล้วเดี๋ยวหลังจากจัดการเรื่องข้างบนนี้เสร็จแล้วพวกฉันจะลงไปคุยกับเธอแบบจริงๆ จังๆ เอง…”

 

“ฉันไม่สนค่ะ!! ถ้าเกิดว่าคิดจะเข้ามาขัดขวางกันล่ะก็ต่อให้เป็นท่านเซซิเรียฉันก็จะ—”

 

ซิสเตอร์โจน่า หรือหญิงสาวที่ถูกเรียกว่า นาร์เซีย ที่ได้ยินคำพูดของเซซิเรียเข้าไปนั้นได้ขึ้นเสียงตวาดกลับมาด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวราวกับว่าเธอมีความแค้นอะไรบางอย่างกับผู้คนที่ถูกเรียกว่า ‘มนุษย์พวกนี้’ จนไม่อาจอภัยให้ได้และพยายามที่จะดื้นให้หลุดออกจากหอกคริสตัลสีเขียวทั้งสี่โดยไม่สนใจว่ามันจะทำให้ปากแผลบริเวณที่โดนหอกคริสตัลปักอยู่ฉีกจนเหวอะหวะก็ตามที

 

ซึ่งภาพของหญิงสาวที่พยายามจะดื้นให้หลุดออกจากพันธนาการโดยไม่สนใจว่าร่างกายของตนเองจะเป็นยังไงก็ได้ทำให้เซซิเรียต้องหลุบตาลงต่ำก่อนที่เธอจะพูดถามนัวร์ขึ้นมาเบาๆ

 

“เมื่อตอนนั้นเธอเป็นหนึ่งในคนที่ดูแลโปรเจคนี้ใช่มั้ยนัวร์? ถ้าเกิดว่าฉันจัดการร่างที่นาร์เซียใช้อยู่ตอนนี้ไปจะส่งผลกระทบอะไรหรือเปล่า?”

 

“ก็ถ้าไม่นับเรื่องที่ว่านาร์เซียจังน่าจะงอนเธอจนไม่ยอมคุยด้วยแล้วก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแหล่ะมั้ง~ อ่ะ– แต่ถ้าจะจัดการแบบนั้นล่ะก็ต้องทำลายทิ้งทั้งร่างแบบไม่มีเวลาให้ฟื้นฟูได้เลยนะ”

 

“ถ้าไม่ยอมคุยด้วยก็คงจะไม่เป็นอะไรหรอก เดี๋ยวปล่อยให้เอริกะคุยให้แทนก็ได้…”

 

เซซิเรียที่ได้รับคำตอบกลับมาจากนัวร์ที่เป็นหนึ่งในผู้ดูแลเกี่ยวกับการย้ายเมืองมาร์นาฟเก่าลงใต้ดินในสมัยก่อนได้พูดพึมพำออกมาก่อนที่เธอจะเดินตรงเข้าไปหาซิสเตอร์โจน่า หรือหญิงสาวคนที่เธอและนัวร์เรียกว่านาร์เซียและเอ่ยปากพูดพึมพำออกมาเบาๆ

 

“มันอาจจะเจ็บสักหน่อยนะนาร์เซีย…”

 

“ตอนนี้แหล่ะค่ะท่านไมเคิล!!”

 

โคร๊ม!!!

 

แต่แล้วในจังหวะที่เซซิเรียกำลังจะจัดการลงมือนั้นเอง อยู่ๆ โจน่าก็หยุดการดิ้นรนของเธอและร้องตะโกนชื่อชื่อหนึ่งขึ้นมาก่อนที่ทันใดนั้นเองตัวอาคารทางลงไปยังส่วนสุสานใต้ดินจะระเบิดออกอย่างรุนแรงและปรากฏร่างของสัปเหร่อชราผู้มีนัยน์ตาขมุกขมัวพุ่งตรงออกมา

 

“ไมเคิล…?”

 

“ท่านไมเคิล!?”

 

ภาพของชายชราในชุดสัปเหร่อที่พุ่งทะลุอาคารทางลงสุสานใต้ดินออกมาได้ทำให้ทั้งเซซิเรียและริวต้องพูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เพราะว่าที่จริงแล้วชายชราที่เคยแนะนำตัวกับพวกนากาว่าตัวเองชื่อว่า มิคาเอล ก็คือคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาเซซิเรียและริวดีอย่าง ดยุก ไมเคิล เซฟ่า ผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลห้องควบคุมที่ถูกทางวังหลวงของเมืองแพนเทร่าประกาศว่าเป็นกบฏและประหารชีวิตไปแล้วนั่นเอง

 

แต่ถึงอย่างนั้นไมเคิลก็ไม่ได้พูดตอบอะไรเซซิเรียผู้ที่เป็นคนรู้จักเก่าและริวที่เคยเป็นหัวหน้าหน่วยทหารส่วนตัวของเขามาก่อนและพุ่งหมัดเข้าใส่เซซิเรียด้วยความว่องไวผิดกับสภาพร่างกายของเขาที่ดูค่อนข้างมีอายุมากแล้วจนทำให้เซซิเรียต้องรีบขยับถอยห่างออกจากร่างของโจน่าที่ถูกตรึงเอาไว้กับพื้นเสียก่อน

 

และเมื่อไมเคิลเห็นว่าเซซิเรียถอยเว้นระยะห่างออกไปแล้วเขาก็รีบหันไปหาโจน่าและพูดสอบถามซิสเตอร์สาวขึ้นมาในทันที

 

“ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยนาร์เซีย?”

 

“อ..อื้ม… ไม่เป็นอะไรค่ะ”

 

“แหม่ๆ ดูสิใครมาร่วมงานเลี้ยงรุ่นสายซะป่านนี้~ แต่ฉันก็คิดเอาไว้แล้วล่ะนะว่าอย่างนายไม่น่าจะตายเร็วแบบนั้นแน่ๆ ล่ะ~”

 

ในขณะที่ไมเคิลและโจน่ากำลังสอบถามอาการกันอยู่นั้นเอง ทางด้านนัวร์ที่ในตอนแรกดูเหมือนว่าจะทำเพียงแค่เฝ้าดูเซซิเรียลงไม้ลงมือก็ได้เอ่ยปากพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีและก้าวเดินออกมาทางเบื้องหน้าจนทำให้โจน่าตัดสินใจที่จะลงมือขัดขวางในทันทีก่อนที่นัวร์จะได้มีโอกาสทำอะไร เพราะถ้าเทียบกับเซซิเรียที่สู้กันซึ่งๆ หน้าอย่างตรงไปตรงมาแล้วทางด้านปิศาจตัวน้อยอย่างนัวร์นั้นเป็นอะไรที่ยุ่งยากกว่ามาก

 

“อย่าเข้ามานะคะท่านนัวร์!!”

 

หมับ–

 

ในทันทีที่สิ้นเสียงของโจน่านั้นเอง ชายหนุ่มผมสีม่วงเข้มที่ถูกริวจัดการไปในตอนที่นายทหารหนุ่มเข้าไปช่วยลูกน้องของตนเอาไว้ก็ได้ผุดลุกกลับขึ้นมาและโถมตัวเข้าใส่นัวร์อย่างรุนแรงจนทั้งสองคนล้มกลิ้งไปกับพื้น

 

แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านนัวร์ที่ถูกชายหนุ่มผมสีม่วงเข้มจับกดเอาไว้กับพื้นก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อยเมื่อเธอได้เอ่ยปากพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีดั่งเช่นเดิม

 

“โอ๋ะโอ๋~ พลาดท่าซะแล้วสิ แต่ว่าเล่นสั่งให้ผู้ชายมาจับกดฉันเอาไว้แบบนี้นี่คิดจะทำอะไรกันแน่เนี่ยนาร์เซียจัง~ น่ากลั๊วน่ากลัวเนอะ~”

 

“……….”

 

คำพูดล้อเล่นแบบไม่ดูสถานการณ์ของนัวร์ได้ทำให้บรรยากาศโดยรอบนิ่งเงียบไปเล็กน้อยก่อนที่ทุกคนจะตัดสินใจที่จะไม่สนใจคำพูดของเธอและหันกลับไปทำในสิ่งที่ตนเองต้องทำแทน โดยไมเคิลนั้นก็ได้พยายามที่จะใช้เรี่ยวแรงผิดมนุษย์มนาของเขาในการดึงหอกคริสตัลของเซซิเรียให้หลุดออกจากร่างของโจน่า ส่วนทางด้านเซซิเรียก็ได้เหลือบไปมองนัวร์เล็กน้อยราวกับกำลังคิดตัดสินใจว่าเธอต้องช่วยอีกฝ่ายดีหรือไม่ ในขณะที่ทางด้านริวและลูกน้องในหน่วยของเขาก็ยังคงจ้องมองตรงไปทางดยุก ไมเคิลที่พวกเขาเคยรับใช้ที่ควรจะเสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนด้วยท่าทางตกตะลึง

 

ปึ๊ก—เพล้ง!!!

 

เพียงแค่ชั่วขณะที่เซซิเรียหันไปดูว่านัวร์ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่นั้นเอง ทางด้านไมเคิลที่พบว่าเขาไม่สามารถที่จะใช้กำลังดึงหอกคริสตัลสีเขียวของเซซิเรียขึ้นมาจากพื้นได้ก็ได้ตัดสินใจที่จะตวัดขาเตะเข้าไปที่บริเวณปลายหอกของเซซิเรียทั้งสี่เล่มจนมันแตกกระจายออกเพื่อที่จะได้ยกร่างของโจน่าขึ้นมาซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายแต่ว่าไม่ค่อยจะปลอดภัยกับสภาพบาดแผลแทน

 

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ดูจะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโจน่าที่สามารถใช้หมอกควันที่ปกคลุมเมืองแพนเทร่าในการรักษาบาดแผลของตัวเองได้และนั่นก็ทำให้ไมเคิลไม่รอช้าที่จะยกร่างของโจน่าขึ้นมาจากพื้นและพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยราวกับคนเป็นพ่อที่พูดถามลูกสาวของตัวเองที่หกล้มจนได้แผลอย่างไรอย่างนั้น

 

“ไม่เป็นไรแล้วนะ… ฉันจัดการคนที่เข้าไปข้างในนั้นเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้พวกเรารีบหนีออกจากที่นี่ก่อนเถอะ ท่านเซซิเรียกับท่านนัวร์เล่นมาด้วยกันแบบนี้เผลอๆ พวกท่านอารอน ท่านโอริเวอร์หรือแม้แต่ท่านไคเลอร์ก็อาจจะมาด้วยก็ได้ แล้วไหนจะยังมีพวกแคทเธอรีนกับแม็กซ์ซิสอีก…”

 

“อ่ะๆ ถ้าเป็นพวกชื่อหลังๆ นั่นล่ะก็—”

 

“เงียบน่านัวร์!”

 

ในขณะที่นัวร์ที่ได้ยินคำพูดของไมเคิลกำลังจะพูดอะไรออกมาอยู่นั้นเองเซซิเรียก็ได้พูดขัดเธอขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ทางด้านโจน่านั้นเหมือนจะไม่ได้ให้ความสนใจนัวร์เลยแม้แต่น้อยและเอ่ยปากพูดตอบไมเคิลกลับไป

 

“ถึงจะผิดแผนไปหน่อยแต่ก็น่าจะต้องทำอย่างนั้นแหล่ะค่ะ เพราะถ้าเกิดว่าท่านนัวร์ยอมร่วมมือกับท่านเอริกะแบบนี้คงจะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพวกเราแน่…”

 

“อื้ม…”

 

ไมเคิลที่ได้รับคำตอบจากโจน่าได้พยักหน้ากลับไปให้เธอก่อนที่เขาจะออกแรงอุ้มเธอขึ้นจนทำให้นัวร์ที่เห็นแบบนั้นต้องรีบพูดขึ้นมาในทันที

 

“เดี๋ยวก่อนสินาร์เซียจัง ถ้าเป็นไปได้ก่อนจะไปก็บอกให้ลูกน้องของเธอปล่อยฉันก่อนสิ อีกนิดนึงเดี๋ยวแขนฉันก็จะหลุดออกมาแล้วเนี่ย พอดีว่าฉันขี้เกียจต่อใหม่น่ะ~”

 

“ถ้าเกิดว่าไม่มีใครเข้าไปใกล้เขาพอพวกฉันไปแล้วเดี๋ยวเขาก็จะปล่อยท่านนัวร์เองล่ะค่ะ”

 

โจน่าที่เหลือบไปมองทางด้านนัวร์เล็กน้อยได้พูดตอบอีกฝ่ายกลับไปก่อนที่เธอจะหันไปพยักหน้าให้กับไมเคิลเล็กน้อยจนทำให้ไมเคิลขยับตัวหันไปทางด้านอาคารทางลงสุสานใต้ดินและทำท่าเหมือนกับว่าจะกระโดดไปทางนั้น

 

“เดี๋ยวก่อนสิครับ!!”

 

“……….”

 

แต่ถึงอย่างนั้นก่อนที่ไมเคิลจะได้ออกตัวกระโดดหนีไปนั้นเอง ริวที่นิ่งเงียบมาตลอดก็ได้ร้องตะโกนรั้งเขาเอาไว้ก่อนจนทำให้ไมเคิลต้องก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนที่เขาจะหันไปมองอดีตลูกน้องเขาอย่างเงียบๆ

 

ซึ่งภาพใบหน้าของไมเคิลที่ริวคุ้นเคยดีก็ได้ทำให้ริวนิ่งเงียบไปด้วยอีกคนหนึ่งก่อนที่เขาจะเอ่ยปากพูดถามขึ้นมาตรงๆ

 

“คุณคือไมเคิลคนนั้นใช่มั้ยครับ ท่านดยุก ไมเคิล เซฟ่า คนที่เคยเป็นหัวหน้าของพวกผมคนนั้นน่ะครับ…”

 

“……….” .

 

ไมเคิลที่ได้ยินคำถามของริวได้เบือนหน้าหนีไปทางอื่นและนิ่งเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนที่เขาจะเอ่ยปากพูดขึ้นมาโดยไม่ได้หันกลับไปมองนายทหารหนุ่ม

 

“ริว… รีบไปบอกให้อาริสะหนีออกจากเมืองนี้ไปซะ บอกให้เธอไปใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่ใช่มาเป็นเพียงแค่หนึ่งในฟันเฟืองชิ้นเล็กๆ แบบที่พ่อเลี้ยงของเธอขีดเขียนเอาไว้… บอกให้เด็กคนนั้นไปเป็นตัวละครหลักในชีวิตของตัวเอง ใช้ชีวิตโลดแล่นอยู่บนเส้นทางที่เธอเป็นคนเลือกเอง… ไม่ใช่เป็นแค่ตัวประกอบที่จะต้องหายไปหลังจากเวทีของฉันปิดม่านลง นี่เป็นคำสั่ง…ไม่สิ… นี่เป็นความปรารถนาสุดท้ายของฉัน”

 

“ท่านอาริสะน่ะหรอครับ…? ทำไมถึง—”

 

“ถ้านายมีอะไรจะบอกเด็กคนนั้นก็ไปบอกเขาด้วยตัวเองสิ!!”

 

ในขณะที่ริวกำลังจะพูดถามไมเคิลกลับไปนั้นเอง ทางด้านเซซิเรียก็ได้สะบัดหอกคริสตัลสีเขียวในมือของเธอและออกตัวพุ่งตรงเข้าใส่ไมเคิลเพื่อขัดขวางการหลบหนีของอีกฝ่ายในทันที

 

แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านไมเคิลก็ไม่ได้ยืนอยู่เฉยๆ ให้ถูกขัดขวางเมื่อเขาตัดสินใจที่จะออกตัวพุ่งตรงไปยังอาคารทางลงสุสานใต้ดินอย่างรวดเร็วและไถลตัวเขาไปภายในพร้อมกับสะบัดแขนของเขาเข้าใส่เสาต้นหลักที่ค้ำยันอาคารทั้งหลังอยู่จนมันพังถล่มลงมา

 

ผลั๊ก!!! โคร๊ม!!!

 

“คิดว่าทำแค่นี้แล้วจะหนีพ้นหรือไง!?”

 

แกร๊ก—

 

เซซิเรียที่เห็นว่าไมเคิลตัดสินใจที่จะพังอาคารทั้งหลังลงมาขัดขวางเธอเอาไว้ได้ร้องตะโกนออกมาและสร้างหอกคริสตัลสีเขียวกว่าสิบเล่มขึ้นมากลางอากาศและสั่งให้พวกมันหมุนควงอย่างรุนแรงโดยหันปลายของมันตรงไปยังซากอาคารเบื้องหน้าบ่งบอกว่าเธอตั้งใจจะใช้มันพุ่งทะลวงซากอาคารลงไปอย่างแน่นอน และนั่นก็ทำให้ริวต้องรีบร้องห้ามหญิงสาวผมสีเขียวขึ้นมา

 

“เดี๋ยวก่อนครับ!! ลูกน้องของผมอีกสองคนยังอยู่ข้างล่างนั่นนะครับ!!”
 

“—!?”
 

เสียงร้องห้ามของริวได้ทำให้เซซิเรียต้องชะงักไปก่อนที่เธอจะตัดสินใจที่จะสลายหอกคริสตัลสีเขียวของเธอทิ้งไป เนื่องจากว่าถ้าเธอใช้มันทะลวงซากอาคารเพื่อเปิดทางล่ะก็มีโอกาสที่โถงทางเดินใต้ดินจะพังถล่มลงมาจนใช้มันเป็นทางกลับออกมาไม่ได้อยู่เช่นเดียวกันและนั่นก็ไม่ต้องพูดถึงนายทหารผู้เป็นลูกน้องของริวทั้งสองคนที่ถูกส่งลงไปตรวจสอบข้างล่างนั่นและโดนไมเคิลบอกว่าเล่นงานไปแล้วเลยแม้แต่น้อย
 

“ถ้างั้นก็คงจะต้องรอจัดการซากพวกนี้สักพัก แต่ว่าแบบนั้นก็คงจะตามพวกนั้นลงไปได้ไม่ทัน… เฮ้อ…”

 

“เฮ้ๆ นายตรงนั้นน่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องสองคนที่ติดอยู่ข้างล่างนั่นหรอกนะ อย่างพวกเขาน่ะคงจะไม่ทำอะไรสองคนนั้นหรอก~”

 

ในขณะที่เซซิเรียกำลังยกมือขึ้นมาเสยผมและพูดบ่นขึ้นมาอยู่นั้นเองก็ได้มีเสียงของนัวร์ที่เอ่ยปากพูดเจื้อยแจ้วให้ริวได้ฟังดังขึ้นมาให้เธอได้ยิน

 

ซึ่งภาพของนัวร์ที่ถูกผู้ชายผมสีม่วงเข้มจับกดเอาไว้กับพื้นแต่ว่าก็ยังสามารถที่จะพูดจาด้วยน้ำเสียงร่าเริงได้เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้ทำให้เซซิเรียต้องพูดบ่นออกมาก่อนที่เธอจะก้าวเดินเข้าไปหายัยตัวแสบผมยุ่งสีดำ

 

“โดนจับเอาไว้อย่างงั้นแล้วจะไม่ทุกข์ร้อนอีกนะยัยนี่…”

 

กร๊อบ—กร๊อบ—

 

ในทันทีที่เซซิเรียก้าวเท้าตรงเข้าไปหานัวร์นั้นเองชายหนุ่มผมสีม่วงที่จับนัวร์เอาไว้กับพื้นก็ได้เพิ่มแรงกดลงไปมากขึ้นจนทำให้กระดูกแขนของนัวร์เริ่มที่จะส่งเสียงแปลกๆ ออกมาพร้อมๆ กับที่หญิงสาวเจ้าของร่างได้ร้องโวยวายออกมาด้วยเช่นเดียวกัน

 

“โอ๊ยๆๆ หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะเซซิเรียจัง! นาร์เซียจังเขาก็บอกเอาไว้แล้วไม่ใช่หรอว่าถ้าไม่มีใครเข้ามาใกล้เดี๋ยวเขาก็ปล่อยฉันเองน่ะ!”

 

“กับกระดูกแค่สองสามท่อนไม่น่าจะเป็นอะไรหรอกมั้ง แล้วมันก็ใช่ว่าเธอจะรู้สึกเจ็บด้วยไม่ใช่หรอไง?”

 

“แต่อย่างน้อยๆ ก็อย่าทำอย่างนี้ต่อหน้าเพื่อนใหม่ของพวกเราสิ! นั่นน่ะเขาจ้องอยู่ตาเป็นมันแล้วนะ! เธอคิดว่าถ้าเกิดฉันแขนหักต่อหน้าเขาแล้วลุกกลับขึ้นมายืนได้หน้าตาเฉยแบบนั้นกว่าฉันจะอธิบายให้เขาเข้าใจได้มันจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่กันล่ะ!?”

 

“ให้ตายสิ…”

 

เซซิเรียที่ได้ยินคำพูดบ่นของนัวร์ได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่ทันใดนั้นเองริวและพวกลูกน้องจะเดินเข้ามาหาพวกเธอและเอ่ยปากพูดถามเซซิเรียที่ดูเหมือนจะคุยรู้เรื่องมากกว่าขึ้นมา

 

“ที่บอกว่าพวกท่านไมเคิลจะไม่ทำอะไรสองคนนั้นนั่นหมายความว่ายังไงหรอครับ?”

 

“ถ้าจะให้ฉันเดาฉันคิดว่าพวกนายน่าจะเคยทำงานให้ไมเคิลมาก่อนที่จะย้ายไปอยู่หน่วยของอาริสะเขาใช่มั้ยล่ะ เพราะงั้นเขาก็เลยไม่น่าจะทำอะไรสองคนนั้นที่ติดอยู่ข้างล่างนั่นหรอก ไม่เหมือนกับพวกฉันที่ถึงจะรู้จักกับไมเคิลมาก่อน แต่เหมือนว่าตอนนี้พวกเขาจะมองพวกฉันเป็นศัตรูไปแล้วน่ะ…”

 

“งั้นหรอครับ…”

 

ริวที่ได้ยินคำตอบของเซซิเรียได้ก้มหน้าลงเล็กน้อย เพราะว่าสิ่งที่หญิงสาวพูดออกมานั้นเหมือนจะเป็นการยืนยันว่าชายในชุดสัปเหร่อคนเมื่อสักครู่นี้คือ ดยุก ไมเคิล เซฟ่า เจ้าของฉายา ดยุกอมตะ หรือที่ตอนนี้ถูกเรียกว่ากบฏไมเคิลที่เคยเป็นหัวหน้าของพวกเขาจริงๆ

 

ส่วนทางด้านเซซิเรียที่เห็นท่าทางลำบากใจของริวเองก็ได้ตัดสินใจที่จะพูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นมา

 

“ว่าแต่ตอนนี้เอริกะอยู่ข้างในปราสาทกับอาริสะเขาหรือเปล่า? เอริกะนักประดิษฐ์คนที่ใส่แว่นสีแดงๆ แล้วก็ชอบมัดผมเป็นทวินเทลคนนั้นน่ะ”

 

“เอ่อ…”

 

ริวที่ได้ยินคำถามของเซซิเรียได้มีท่าทางลังเลเล็กน้อยที่จะพูดตอบกลับไป เพราะว่าที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้รู้จักผู้หญิงผมสีเขียวเบื้องหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย จนทำให้หนึ่งในทหารในหน่วยของเขาที่เคยได้พบเซซิเรียมาก่อนในตอนที่หญิงสาวไปยื่นเรื่องขอพบกับไมเคิลที่ปราสาทแพนเทร่าแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวต้องรีบเดินเข้าไปกระซิบบอกหัวหน้าหน่วยของเขาขึ้นมา

 

“ผู้หญิงคนนี้ชื่อว่าเซซิเรียครับ ที่ก่อนหน้านี้มายื่นเรื่องขอพบท่านไมเคิลจนท่านอาริสะต้องทำตามขั้นตอนน่ะครับ แล้วเธอก็เป็นคนแนะนำให้ท่านเอริกะเดินทางมาให้ความช่วยเหลือท่านอาริสะในการใช้งานห้องควบคุมด้วยครับ”

 

“ก็ตามที่ลูกน้องของนายว่ามานั่นแหล่ะ ถ้าเกิดว่าเอริกะเขาอยู่ที่ปราสาทล่ะก็เดี๋ยวขอฉันตามพวกนายไปที่นั่นด้วยก็แล้วกัน พอดีว่าฉันมีเรื่องจะคุยกับยัยเอริกะเขาสักหน่อยน่ะ”

 

“อ่ะๆ ถ้าจะไปที่ปราสาทกันล่ะก็ฝากบอกพวกเขาให้เตรียมห้องนอนส่วนตัวให้ฉันด้วยสิ ก่อนหน้านี้พ่อหนุ่มขุนนางคนที่ต้อนรับฉันเขาไม่ได้จัดห้องให้จนฉันต้องออกไปซุกหัวนอนในโรงแรมเองทั้งๆ ที่เอริกะเขาได้นอนในห้องหรูๆ มาตั้งเป็นสัปดาห์แล้วเนี่ย ถ้าเป็นไปได้ขอเป็นห้องที่อยู่ชั้นสูงๆ หน่อยหรือเป็นหอคอยส่วนตัวก็ไม่เลวเหมือนกัน— อ่ะ— เดี๋ยวสิๆ เซซิเรียจังอย่าเพิ่งเดินมาทางนี้สิ เขายังจับไหล่ของฉันเอาไว้อยู่— อ๊าาาาาาาา”

 

กร๊อบ—

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 204 Strategic Withdrawal"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved