cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 189 : Old Habit

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 189 : Old Habit
Prev
Next

“กล่องนี้เป็นยูนิตของโมโกะกับคอนแนล… เอกสารก็เตรียมเอาไว้ในกระเป๋าแล้ว… ที่เหลือก็แค่รอคุณไซร่ากับพวกนากาคุงมา… อื้ม……”

ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เอริกะกำลังจัดการเรื่องยุ่งๆ อยู่ที่ห้องควบคุมที่ตั้งอยู่ด้านใต้ปราสาทแพนเทร่าอยู่นั้นเอง ทางด้านเหล่าไดเอน่าผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มของพวกเด็กนักเรียนที่มีกำหนดการจะออกเดินทางไปยังเมืองแพนเทร่าในวันนี้เองก็กำลังยืนตรวจสอบสัมภาระของตนอยู่ที่ด้านข้างรถม้าที่ขับมาจอดอยู่ที่ด้านหน้ารั้วโรงเรียนด้วยเช่นเดียวกัน

ซึ่งไดเอน่าที่ตรวจสอบสัมภาระส่วนรวมของกลุ่มและของตนเองจนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้หันไปพูดถามเคนซากิที่ถูกจับมาเข้าร่วมกลุ่มเดินทางด้วยท่าทีที่ดูเหมือนไม่ค่อยจะเต็มใจนักขึ้นมาบ้าง

“เคนซากิคุงนายมีอะไรที่อยากจะเอาไปด้วยหรือเปล่าน่ะ?

“พวกเธอมั่นใจแล้วหรอว่าจะไปที่นั่นจริงๆ น่ะ? แบบนี้ดูยังไงมันก็เหมือนกับว่าพวกเธอต้องการจะยื่นมือเข้าไปยุ่งกับเรื่องของเมืองแพนเทร่าเลยไม่ใช่หรอไง?”

เคนซากิที่ดูมีท่าทีเย็นชาแตกต่างจากท่าทีปกติของเขาอันเป็นเด็กหนุ่มเจ้าสำราญสุภาพอารมณ์ดีอันเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าเด็กสาวในโรงเรียนนั้นไม่ได้พูดตอบคำถามของไดเอน่ากลับไปอีกทั้งยังพูดถามประธานนักเรียนสาวขึ้นมาแทนด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกด้วย

ซึ่งทางด้านไดเอน่าที่ได้ยินคำถามของเคนซากินั้นก็ได้ดันกระเป๋าสัมภาระส่วนตัวของตัวเองเข้าไปใต้ที่นั่งด้านในรถม้าก่อนที่เธอจะหันกลับมายิ้มพูดตอบเคนซากิกลับไป

“ก็เหตุผลที่นายทำตัวลับๆ ล่อๆ ก่อนหน้านี้มันก็เป็นเพราะว่าทางเมืองแพนเทร่ามีข้อกังขาว่าเมืองรีมินัสอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ปราสาทแพนเทร่าโดนโจมตีไม่ใช่หรอ ตัวฉันที่เป็นถึงประธานนักเรียนของโรงเรียนรีมินัสแล้วก็เป็นทายาทคนเดียวของตระกูลดยุกเซมฟิร่าของท่านแม็กซิสคนนั้นก็เลยตัดสินว่าจะแสดงความจริงใจสักหน่อยด้วยการยื่นมือเข้าไปช่วยด้วยตัวเองยังไงล่ะ~”

“แต่ถึงอย่างงั้นมันก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องไปด้วยตัวเองไม่ใช่หรอไง อย่างตอนที่เมืองกราวิทัสส่งจดหมายขอความร่วมมือมาเธอก็ยังส่งไปแค่ตัวแทนเองไม่ใช่หรือไง?”

เคนซากิพูดตอบไดเอน่ากลับไปก่อนที่เขาจะเหลือบตาไปมองดูมายะที่กำลังยืนเกาะอยู่ที่ด้านหลังของไดเอน่าจนทำให้มายะสะดุ้งเฮือกและรีบหลบหน้าไปในทันที

ซึ่งท่าทางของมายะที่ยังคงดูหวาดกลัวเคนซากิไม่หายสักทีนั้นก็ได้ทำให้ไดเอน่าได้แต่เผยรอยยิ้มเหนื่อยใจออกมาก่อนที่เธอจะหันกลับไปพูดตอบคำถามของเคนซากิขึ้นมา

“ก็เพราะว่ารอบที่แล้วมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรขนาดนั้นนี่ แถมงานนี้จะให้ฝากพวกนากาคุงที่ต้องออกไปทำงานให้คุณเอริกะไปทำแทนมันก็น่าจะลำบากเขาอีก แล้วอีกอย่างนึงจะให้ฉันโยนงานทุกอย่างไปให้มายะเขาไม่ได้หรอกนะ”

“ต–แต่ฉันยินดีนะ”

มายะที่ได้ยินไดเอน่าพูดถึงเรื่องของตนเองขึ้นมานั้นได้รีบโผล่หน้ากลับขึ้นมาพูดบอกไดเอน่าด้วยน้ำเสียงดีใจก่อนที่เธอจะต้องสะดุ้งและหดหน้ากลับไปอีกครั้งเมื่อสังเกตเห็นสายตาของเคนซากิที่หันมามองทางเธอ

ส่วนทางด้านไดเอน่าที่ได้ยินมายะพูดเสนอตัวขึ้นมาด้วยความยินดีนั้นก็ได้ยื่นมือไปลูบศีรษะเพื่อนของเธอเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยปากพูดขึ้นมา

“จ้าๆ แต่จะให้ฉันโยนงานทุกอย่างไปให้เธอมันก็ไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ อีกอย่างนึงงานนี้จะให้ฉันส่งไปแค่ตัวแทนมันก็คงจะเสียมารยาทแย่เลยจริงมั้ย”

“เฮ้อ… นี่เธอรู้หรือเปล่าว่าทางวังหลวงของแพนเทร่าอยากจะได้บ้านพักตากอากาศที่ตระกูลของเธอถือครองอยู่มากขนาดไหนน่ะ แล้วพวก ‘ผู้ปกครอง’ ของฉันเองก็ไม่ได้ใจดีขนาดนั้นหรอกนะ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะถือโอกาสนี้แย่งสิ่งที่พวกเขาต้องการไปจากเธอก็ได้ด้วยซ้ำ”

ท่าทางของไดเอน่าที่หันกลับไปพูดคุยกับมายะด้วยท่าทีกระหนุงกระหนิงนั้นได้ทำให้เคนซากิต้องพูดเตือนขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านไดเอน่าก็กลับทำเพียงแค่หันกลับมายิ้มให้กับเขาก่อนที่เธอจะพูดตอบกลับมาบ้าง

“แต่ถ้าการที่ฉันไปที่นั่นมันจะช่วยให้ทางเมืองแพนเทร่ากับเมืองรีมินัสกลับมาเชื่อใจกันได้มันก็คุ้มที่จะเสี่ยงแหล่ะ แล้วที่สำคัญ… ต่อให้พวกนากาคุงเขาจะต้องแยกตัวไปทำงานของคุณเอริกะ แต่ว่าฉันก็ยังมีนายอยู่ด้วยไม่ใช่หรอเคน-ซา-กิ-คุง~”

“หา…?”

คำพูดของไดเอน่าในคราวนี้นั้นถึงกับทำให้เคนซากิต้องเลิกคิ้วมองดูเธออย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยินก่อนที่เขาพูดถามประธานนักเรียนสาวกลับไปด้วยท่าทางเหมือนกับกำลังมองคนสติไม่ดีอยู่อย่างไรอย่างนั้น

“นี่เธอลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าถึงจะเห็นอย่างนี้แต่ฉันก็ถูกส่งมาจากเมืองแพนเทร่าในฐานะทูตน่ะ…?”

“เรื่องนั้นฉันรู้ดีอยู่แล้วแหล่ะน่า~”

“ถ้างั้นแล้วมันเพราะอะไรเธอถึงคิดว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมาแล้วฉันจะต้องเข้าไปช่วยเธอด้วยล่ะ? หรือถ้าเกิดเธอคิดว่าฉันจะเข้าไปช่วยเพราะว่าพวกเราเป็นเพื่อนกันล่ะก็ฉันต้องขอบอกก่อนเลยก็แล้วกันว่าเธอคิดผิดแล้วล่ะ…”

เคนซากิขมวดคิ้วพูดถามไดเอน่ากลับไปด้วยท่าทีเย็นชาที่ดูแล้วเหมือนว่าจะเป็นตัวตนจริงๆ ของเขามากกว่าท่าทางสนิทสนมเป็นมิตรกับผู้อื่นอย่างที่เขาแสดงออกเวลาอยู่ภายในรั้วโรงเรียน ซึ่งท่าทางที่ดูเย็นชาของเคนซากินั้นก็ได้ทำให้ไดเอน่าเผยรอยยิ้มเล็กๆ ออกมาก่อนที่เธอจะพูดตอบกลับไป

“แหม่… มันก็อาจจะเป็นแค่ความรู้สึกของคนที่คิดอยากจะให้ทั้งสองเมืองอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุขที่พวกเรามีมันเหมือนๆ กันล่ะมั้ง”

“เฮ้อ… ให้ตายสิ…”

เคนซากิที่เห็นรอยยิ้มและได้ยินคำตอบของไดเอน่านั้นได้ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจก่อนที่เขาจะเหวี่ยงตัวกระโดดขึ้นไปนั่งรออยู่ที่ด้านในรถม้าเพื่อรอออกเดินทางอย่างเงียบๆ

ส่วนทางด้านมายะที่ได้ยินว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นที่เมืองแพนเทร่าก็ได้นั้นก็ได้รีบพูดสอบถามขึ้นมาในทันทีที่แผ่นหลังของเคนซากิลับสายตาของเธอไป

“บ..แบบนี้จะไม่เป็นอะไรจริงๆ หรอไดเอน่าจัง…?”

“เธอไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก~ แต่ยังไงก็ฝากเธอจัดการเรื่องกำลังเสริมที่คุณเอริกะเขาเคยบอกเอาไว้ด้วยก็แล้วกันนะ”

“อ..อื้อ…!!”

มายะที่ได้ยินคำสั่งของไดเอน่าได้พยักหน้ากลับไปให้เพื่อนของเธอด้วยความยินดีก่อนที่ทันใดนั้นเองจะมีร่างของสาวใช้ผมสีดำคนหนึ่งที่กำลังหิ้วกระเป๋าสัมภาระอีกใบเดินตรงมาตามถนนให้พวกเธอได้เห็น และเมื่อสาวใช้คนนั้นเห็นว่าเด็กสาวทั้งสองคนสังเกตเห็นเธอแล้วเธอก็ได้ค้อมหัวลงเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยปากพูดขึ้นมา

“ทุกอย่างพร้อมแล้วค่ะคุณหนู”

สาวใช้ผมสีดำคนที่ว่าหรือก็คือ ไซร่า สาวใช้ประจำบ้านของไดเอน่าที่นากาเคยได้พบมาก่อนแล้วครั้งหนึ่งในตอนที่เขาถูกไดเอน่าชวนไปที่บ้านนั่นเอง ซึ่งทางไดเอน่าที่ได้ยินคำพูดของไซร่าเองก็ได้พยักหน้ากลับไปให้อีกฝ่ายก่อนที่เธอจะพูดตอบกลับไป

“เข้าใจแล้วจ้ะ แต่ว่าเดี๋ยวพวกเรายังต้องรอพวกนากาคุงเขา— อ่ะ พูดถึงก็มานั่นแล้วไง”

ในขณะที่ไดเอน่ากำลังพูดตอบสาวใช้ของเธอกลับไปอยู่นั้นเอง เธอก็สังเกตเห็นนากาที่กำลังจูงมือโมโกะวิ่งนำหน้าคอนแนลที่มีอีฟขี่คออยู่กำลังวิ่งตรงมาทางพวกเธอ ซึ่งนากาที่เห็นว่าไดเอน่าจัดสัมภาระทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้วและดูเหมือนว่าจะกำลังยืนรอพวกเขาอยู่นั้นก็ได้รีบเร่งฝีเท้าตรงเข้ามาพร้อมกับเอ่ยปากพูดขอโทษขึ้นมาในทันที

“โทษทีนะไดเอน่า พวกเธอรอนานหรือเปล่า?”

“ม…ไม่นานหรอกจ้ะ…”

คำถามของของนากานั้นได้มายะที่ผละตัวออกมาจากแผ่นหลังของไดเอน่าเป็นผู้ตอบแทนให้ ซึ่งการกระทำของมายะที่ดูเหมือนว่าจะสามารถพูดคุยกับนากาได้อย่างไม่มีปัญหาหรืออย่างน้อยก็สามารถทำได้คล่องกว่าตอนคุยกับเพื่อนคนอื่นนั้นก็ได้ทำให้ไดเอน่าเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะพูดอธิบายขึ้นมาเพิ่มเติม

“พวกฉันเองก็เพิ่งจะจัดของเสร็จเหมือนกันน่ะ เอาล่ะ~ ในเมื่อมากันครบแล้วถ้างั้นเดี๋ยวพวกเราเตรียมตัวออกเดินทางกันเลยก็แล้วกันนะคะคุณไซร่า”

“ฉันพร้อมเสมออยู่แล้วล่ะค่ะ ถ้าต้องการจะออกรถเมื่อไหร่ก็แจ้งมาได้เลยนะคะ”

คุณไซร่า สาวใช้ของไดเอน่าพยักหน้าพูดตอบคุณหนูของเธอกลับไปก่อนที่เธอจะกระโดดขึ้นไปนั่งที่ด้านหน้าของตัวรถม้าอันเป็นที่นั่งของคนขับ ในขณะที่ทางด้านพวกนากานั้นก็ได้ช่วยกันเร่งมือจัดการจัดเก็บสัมภาระต่างๆ ที่พวกเขานำมาด้วย

ซึ่งในทันทีที่นากาเปิดประตูของห้องโดยสารออกมานั้นเขาก็ได้พบเข้ากับเคนซากิที่ปั้นสีหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตรพูดเสนอตัวให้ความช่วยเหลือในการจัดเก็บกระเป๋าสัมภาระขึ้นมา

“ส่งกระเป๋ามาทางผมได้เลยครับ เดี๋ยวผมเอาไปเก็บไว้ด้านในให้เอง”

“โอ้ ขอบใจนะ”

คำพูดเสนอความช่วยเหลือของเคนซากินั้นได้ทำให้นากาที่ไมไ่ด้รู้เรื่องตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายพยักหน้ากลับไปด้วยความยินดีและช่วยกันขนของขึ้นรถก่อนที่พวกเขาจะทยอยเข้าไปนั่งรอกันภายในตัวรถม้าในขณะที่ทางด้านไดเอน่านั้นก็ได้หันไปพูดสั่งงานมายะที่จะต้องอยู่โยงที่โรงเรียนขึ้นมา

“เอาล่ะ นอกจากเรื่องกำลังเสริมของคุณเอริกะที่อาจจะมาติดต่อแล้วฉันขอฝากเรื่องงานของสภานักเรียนไว้กับเธอด้วยนะมายะ แล้วถ้ามีงานไหนที่ต้องออกไปเจอคนเยอะๆ แล้วเธอไม่ไหวจริงๆ ก็ไปบอกให้เรมิเรียเขาเป็นคนไปทำให้แทนก็ได้นะอย่าลืมล่ะ”

“อ…อื้อ…”

“อื้มๆ ถ้างั้นเดี๋ยวฉันขอตัวก่อนก็ละกันนะจ๊ะ”

“ป…ไปดีมาดี…นะ…”

มายะที่ได้ยินว่าใกล้จะถึงเวลาที่ไดเอน่าของเธอจะต้องออกเดินทางแล้วนั้นได้มีท่าทีเหงาหงอยลงอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้ไดเอน่าได้แต่แอบเผยรอยยิ้มอ่อนใจออกมาก่อนที่เธอจะหันหลังกลับและปีนขึ้นรถม้าไปและส่งสัญญาณให้คุณไซร่าเริ่มต้นออกเดินทางได้

ซึ่งท่าทางของไดเอน่าและมายะนั้นก็ได้ทำให้อีฟเอียงคอมองดูพวกเธอด้วยนัยน์ตาที่ปิดสนิทของเธออยู่สักพักหนึ่งด้วยท่าทีความสงสัยก่อนที่เด็กสาวจะหันไปทางกระจกหลังรถม้าและโบกมือลามายะด้วยท่าทีร่าเริงจนทำให้มายะที่เห็นแบบนั้นหลุดปากพูดขึ้นมาเบาๆ และโบกมือตอบกลับไป

“อีฟจังนี่ยังเหมือนเดิมเลยนะ…”

มายะที่พูดพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยท่าทางดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนั้นได้เดินเข้าไปด้านในโรงเรียนด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ก่อนที่เธอจะเดินตรงไปทางห้องพยาบาลและค่อยๆ เลื่อนประตูให้เปิดออกเบาๆ จนทำให้คาร์เทียร์ที่นั่งอ่านหนังสือเรียนอยู่ภายในต้องพูดสอบถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ

“พี่มายะ? มีอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าอาการกำเริบอีกแล้วหรอคะ?”

“ป…เปล่าจ้ะ…ม…ไม่ใช่แบบนั้นหรอก…”

มายะที่ได้ยินคำพูดสอบถามของคาร์เทียร์ได้พูดตอบกลับไปอย่างตะกุกตะกักและแผ่วเบาจนคาร์เทียร์แทบจะฟังไม่ได้ศัพท์จนทำให้เด็กสาวต้องวางหนังสือลงเพื่อเดินเข้าไปสอบถามใกล้ๆ ตามที่เธอจับใจความได้

“ถ้าไม่ได้เป็นอะไรแล้วจะมาที่ห้องพยาบาลทำไมล่ะคะ? หรือว่ามีนักเรียนคนไหนต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า?”

“พ–พี่มาดูว่าคาร์เทียร์สบายดีหรือเปล่า… ห…เหมือนกับที่ไดเอน่าจังท–ทำน่ะ…”

คำพูดที่ฟังดูห้วนๆ ของคาร์เทียร์นั้นได้ทำให้มายะผงะไปเล็กน้อยและรีบพูดอธิบายขึ้นมาก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ไล่เธอออกจากห้องพยาบาลไปโทษฐานที่มาที่นี่โดยไม่ได้เจ็บป่วยอะไร

ซึ่งคำพูดอธิบายของมายะนั้นก็พอจะทำให้คาร์เทียร์คาดเดาได้ว่าสาเหตุที่ไดเอน่ามักจะโผล่มาหาเธอในทุกๆ เช้าหลังจากที่อารอนหายตัวไปนั้นก็คงจะเป็นเพราะคำสั่งของเอริกะหรือไม่ก็ของท่านผู้อำนวยการที่สั่งให้มาตรวจดูสภาพจิตใจของเธอเป็นประจำนั่นเอง

แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านคาร์เทียร์ก็ไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก เพราะตัวเธอเองก็รู้ว่าพลังของตนจะสามารถก่อให้เกิดความสูญเสียได้มากมายขนาดไหนถ้าเกิดว่ามันหลุดการควบคุมขึ้นมาที่ใจกลางสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนอย่างภายในรั้วโรงเรียนรีมินัสแห่งนี้ เธอจึงได้พูดตอบกลับไปตามตรงเหมือนกับทุกๆ ครั้งที่ไดเอน่าเป็นคนมาสอบถามเธอ

“ก็ปกติดีเหมือนกับทุกวันนั่นแหล่ะค่ะ… เอ… แต่พักนี้จะว่ามีอะไรแปลกๆ มันก็มีอยู่บ้างเหมือนกันน่ะค่ะ…”

“อ…อะไรแปลกๆ หรอ…?”

“ค่ะ… มันแบบว่า… เหมือนกับถูกใครหรืออะไรสักอย่างร้องเรียกจากที่ไกลๆ เวลากำลังหลับหรือว่ากำลังสะลึมสะลืออยู่ประมาณนั้นน่ะค่ะ อ่ะ—แต่ว่าพอลุกขึ้นจากเตียงหรือว่าตื่นเต็มตาแล้วก็ไม่รู้สึกอะไรแบบนั้นแล้วนะคะ พี่มายะไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ”

คาร์เทียร์ที่สังเกตเห็นว่ามายะเหมือนจะมีท่าทีกระวนกระวายขึ้นมาหลังจากที่ได้ยินคำอธิบายของเธอนั้นได้รีบพูดปลอบใจมายะขึ้นมา และนั่นก็ทำให้มายะพยักหน้ากลับมาให้เธอเล็กน้อยก่อนที่เธอจะพูดถามถึงเด็กสาวอีกคนหนึ่งที่ควรจะอยู่ที่นี่ด้วยในตอนเช้าขึ้นมา

“ล…แล้วอาจารย์อลิซล่ะ…?”

“รายนั้นแอบหนีออกไปจากเตียงตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางแล้วล่ะค่ะ เห็นเขียนข้อความทิ้งเอาไว้ว่าจะไปคุมการฝึกของกลุ่มดอว์นที่โรงฝึกหรือว่าอะไรสักอย่างเนี่ยแหล่ะค่ะ”

คาร์เทียร์ที่รับหน้าที่เป็นคนดูแลอลิซที่ได้รับบาดเจ็บจากอาวุธระเบิดของเหล่าสาวใช้ปีกแสงมาตั้งแต่เมื่อวันก่อนนั้นได้พูดบ่นออกมาเล็กน้อยกับการกระทำของอลิซที่แอบหนีออกไปทำงานได้ในทุกๆ วันโดยที่ยังไม่หายดีในขณะที่ทางด้านมายะนั้นกลับรู้สึกโล่งใจเพราะเธอนึกว่าอลิซถูกหามไปโรงพยาบาลอีกแล้วเสียอีก

“ท…ที่โรงฝึกหรอ… ถ..ถ้างั้นพี่ขอไปดูอาจารย์เขาก่อนละกันนะ…”

“เข้าใจแล้วค่ะ ถ้ายังไงฝากพี่มายะไปบอกอาจารย์อลิซเขาว่าให้กลับมาตรวจร่างกายตอนช่วงพักเที่ยงด้วยก็แล้วกันนะคะ

“อ..อื้อ…”

มายะพยักหน้าตอบคาร์เทียร์กลับไปสั้นๆ ก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องพยาบาลเพื่อเดินตรงไปทางโรงฝึกของชมรมฝึกซ้อมการต่อสู้และเลื่อนเปิดประตูที่มีเสียงกระทบกันของอาวุธดังลอดผ่านออกมาเล็กน้อยเข้าไป

“ข–ขออนุญาตนะคะ…”

“อ้าว– สวัสดีครั—”

“อิ๊—”

โคร๊ม—!!

มายะที่เพิ่งจะเลื่อนเปิดประตูและพูดขออนุญาตคนภายในห้องชมรมนั้นได้สะดุ้งสุดตัวและกระแทกประตูปิดกลับไปเสียงดังลั่นเมื่อสิ่งแรกที่ดังขึ้นมาต้อนรับเธอนั้นก็คือเสียงของอัศวินหนุ่มผมทองผู้มีรอยแผลเป็นเต็มใบหน้าครึ่งล่างหรือก็คือ เอเว่น ที่ดูเหมือนว่าจะยืนพิงกำแพงมองดูการฝึกซ้อมของพวกเด็กนักเรียนอยู่ข้างๆ ประตูทางเข้านั่นเอง

ซึ่งมายะที่ตกใจจนเผลอกระแทกประตูปิดกลับไปนั้นก็ได้ค่อยๆ เลื่อนประตูให้เปิดออกอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับพูดทักทายอีกฝ่ายที่เธอเคยเห็นหน้าในโรงเรียนมาสักพักใหญ่ๆ แล้วขึ้นมา

“ค…คุณอัศวินที่อยู่กับอาจารย์อลิซ…?”

“ครับ ผมเอเว่นเองครับ พวกเราเคยเจอกันหลายรอบแล้วไม่ใช่หรอครับ”

“ค–ค่ะ… ฉ–ฉันจำได้แหล่ะค่ะ… ล..แล้วอาจารย์อลิซล่ะคะ?”

มายะพูดตอบเอเว่นที่เธอไม่ค่อยจะคุ้นเคยด้วยกลับไปอย่างตะกุกตะกักและพูดถามเกี่ยวกับอาจารย์อลิซที่เขาต้องคอยตามติดขึ้นมา ซึ่งถึงแม้ว่าคำพูดของมายะจะทำให้เอเว่นหน้าเจือนไปบ้างแต่เขาก็ยังคงยอมพูดตอบกลับมาแต่โดยดี

“ถ้าอาจารย์อลิซล่ะก็เพิ่งจะขนหุ่นซ้อมของซิลเวสกลับไปเก็บที่ด้านหลังเมื่อกี้นี้เองน่ะครับ”

“อ…อย่างงั้นเองหรอคะ…”

ฟุ๊บ—

ในขณะที่มายะกำลังพูดตอบเอเว่นกลับไปอยู่นั้นเองอยู่ๆ ก็ได้มีเสียงหวดลมดังขึ้นมาเรียกความสนใจของทั้งสองคนไปทางซิลเวสและเนลที่กำลังฝึกซ้อมกันอยู่ที่กลางห้อง และนั่นก็ทำให้เอเว่นตัดสินใจที่จะชวนมายะพูดคุยขึ้นมา

“ว่าแต่ที่ซิลเวสเขาใส่เอาไว้นั่นน่ะหรอครับยูนิตสำหรับต่อสู้ที่คุณเอริกะเป็นคนพัฒนาขึ้นมาน่ะ?”

“ค–ค่ะ! ท…ทำไมหรอคะ…?”

มายะที่อยู่ๆ ก็ได้ยินคำพูดชวนคุยของเอเว่นนั้นได้สะดุ้งไปเล็กน้อยก่อนที่เธอจะพูดถามเขากลับไป ซึ่งทางด้านเอเว่นที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้พูดตอบเธอกลับไปตามตรง

“คือผมคิดว่ามันออกจะ… น่าทึ่ง… ล่ะมั้งครับที่ยูนิตของคุณเอริกะเขาสามารถทำให้มือสมัครเล่นอย่างซิลเวสสามารถต่อสู้ได้ดีขนาดนี้น่ะ อ่ะ–ผมไม่ได้หมายความว่าซิลเวสเขาไม่เก่งหรอกนะครับแค่ว่าเท่าที่ผมดูแล้วเธอยังดูเป็นมือใหม่อยู่เลยเฉยๆ น่ะครับ”

“ง..ง…งั้นหรอคะ…”

คำพูดของเอเว่นที่ดูแล้วท่าทางเหมือนกับจะคุยกันได้ยาวนั้นได้ทำให้มายะที่ไม่ค่อยจะถูกกับคนแปลกหน้าสักเท่าไหร่เริ่มที่จะสอดส่องสายตาไปมาเพื่อหาข้ออ้างในการปลีกตัวออกไปก่อน

แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านเอเว่นที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยและกำลังจับตาดูการฝึกซ้อมของซิลเวสกับเนลอยู่ก็ไม่ได้สังเกตเห็นท่าทีของมายะเลยแม้แต่น้อยและเอ่ยปากพูดถามเรื่องที่เขาคิดว่ามันน่ากังวลสำหรับทางวังหลวงขึ้นมา

“คุณมายะรู้สาเหตุว่าทำไมคุณเอริกะถึงคิดที่จะนำยูนิตพวกนี้มาพัฒนาต่อแล้วก็มอบให้พวกนักเรียนใช้กันแบบนี้หรือเปล่าน่ะครับ?”

“ห–ให้นักเรียนกลุ่มดอว์นใช้ก่อนเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าปลอดภัย ล…แล้วถึงค่อยให้ประชาชนท–ทั่วไป… อ–อะไรประมาณนั้น… บ–แบบที่เคยร–รายงานไปแล้ว… นั่นแหล่ะ…ค่ะ…”

“หมายถึงว่าเพื่อให้ประชาชนเห็นแล้วมั่นใจได้ว่ามันจะปลอดภัย พวกเขาจะได้กล้าใช้งานมันกันน่ะหรอครับ…? ถึงผมจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องติดอาวุธให้ประชาชนธรรมดาๆ ด้วยก็เถอะ แต่ว่าองค์ชายเองก็เคยพูดอะไรทำนองนั้นอยู่บ้างเหมือนกัน…”

“อ…เอ่อ…”

คำพูดพึมพำของเอเว่นในคราวนี้นั้นได้ทำให้มายะต้องรีบกวาดตาไปมาเพื่อหาข้ออ้างในการปลีกตัวหนีไป ซึ่งในทันทีที่เธอหันไปเห็นประตูที่เชื่อมไปยังลานเก็บของด้านหลังที่ก่อนหน้านี้เอเว่นเพิ่งจะบอกว่าอลิซเอาของเข้าไปเก็บด้านในนั้นเองเธอก็รีบใช้มันเป็นข้ออ้างในการหนีไปในทันที

“ฉ–ฉันขอตัวก่อนนะคะ!!”

ทันทีที่สิ้นเสียงของมายะนั้นเองเธอก็รีบเร่งฝีเท้าตรงดิ่งหายเข้าประตูหลังโรงฝึกไปอย่างรวดเร็ว และนั่นก็ทำให้เธอได้พบเข้ากับอลิซที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้ากระถางดอกไม้ที่มีต้นอ่อนสีเขียวต้นเล็กๆ งอกอยู่ภายใน โดยที่ในมือของเด็กสาวที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลนั้นก็กำลังถือบัวรดน้ำอันเล็กที่กำลังปลดปล่อยสายน้ำสะท้อนกับแสงแดดยามเช้าเอาไว้ด้วยท่าทีอ่อนโยนที่ดูไม่เข้ากับท่าทีตามปกติของอลิซเลยแม้แต่น้อยพร้อมๆ กับที่เธอได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ

“เฮ้อ… ให้ตายสิ…”

“อ…อาจารย์อลิซคะ—”

“ใคร!?”

“อิ๊—”

เสียงร้องเรียกของมายะที่ถูกตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงห้วนๆ และสีหน้าหงุดหงิดนั้นได้ทำให้มายะสะดุ้งเฮือกไปอีกครั้งหนึ่งในรอบวัน และนั่นก็ทำให้อลิซต้องปรับสีหน้าของตนแล้วจึงค่อยพูดถามขึ้นมาอีกครั้ง

“…มีอะไรหรือเปล่ามายะ?”

“ค–คือ…คือ… คือว่าคาร์เทียร์เขาฝากมาบอกให้อาจารย์อลิซแวะไปตรวจร่างกายตอนพักเที่ยงด้วยน่ะค่ะ!! ขอตัวก่อนนะคะ!!”

มายะที่ได้ยินคำถามของอลิซนั้นได้รีบพูดตอบกลับไปด้วยท่าทีลนลานก่อนที่เธอจะหันหลังกลับและรีบออกตัววิ่งหนีไปในทันที

หมับ—

“อิ๊—!?”

แต่ถึงอย่างนั้นการเคลื่อนไหวของเธอก็กลับถูกหยุดเอาไว้ด้วยฝ่ามือของอลิซที่พุ่งมาคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ด้วยความรวดเร็วราวกับงูฉกก่อนที่เด็กสาวผมสีขาวจะเอ่ยปากพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ห้ามเอาเรื่องที่เห็นเมื่อกี้นี้ไปบอกคนอื่นล่ะ… เข้าใจมั้ย…”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 189 : Old Habit"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved