cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 186 : Second Life

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 186 : Second Life
Prev
Next

“เฮ้อ…. ตกลงสถานการณ์มันจะไม่ดีขึ้นเองจริงๆ เลยงั้นสินะเนี่ย…”

ในช่วงเย็นของวันเดียวกันนั้น ทางด้านเอริกะที่นั่งอยู่ในห้องทำงานของเธอก็ได้ถอนหายใจพูดบ่นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักใจก่อนที่ทันใดนั้นเองจะมีเสียงของเซซิเรียดังออกมาจากเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวของเอริกะด้วยเช่นเดียวกัน

“เธอจะหวังไปให้มันได้อะไรขึ้นมาล่ะ แล้วก็อย่าลืมเรื่องของพวกทหารรับจ้างที่แอบเข้าไปข้างในนั้นด้วยล่ะว่าพวกเขายังไม่ได้กลับออกมากันเลยน่ะ”

“ให้ตายสิ! เฮ้อออออออ…..”

คำพูดเตือนของเซซิเรียที่ดังออกมาจากปลายสายการสื่อสารนั้นได้ทำให้เอริกะต้องถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่ก่อนที่เธอจะพูดถามเพื่อนของเธอกลับไป

“ยังเหลือเวลาอีกเท่าไหร่?”

“ถ้าคำนวณจากเวลาที่เจ้าพวกนั้นจัดการไมเคิลไปแล้วจนถึงตอนนี้… อย่างมากที่สุดเธอก็น่าจะเหลือเวลาไม่เกินสองสัปดาห์ หรือถ้าเกิดเธอหมายถึงเวลาของทหารรับจ้างพวกนั้นล่ะก็ฉันว่ามันอาจจะสายไปแล้วก็ได้่”

“เฮ้อ… เข้าใจแล้ว… เดี๋ยวฉันจะออกเดินทางไปดูห้องควบคุมที่แพนเทร่าให้เอง แต่ว่าเวลากระชั้นชิดแบบนี้คงจะทำเรื่องขอยืมรถไม่ได้เพราะงั้นคงจะต้องไปด้วยรถม้าล่ะมั้ง แล้วก็ถ้าเกิดว่าเธอไม่อยากจะไปยุ่งกับเรื่องข้างล่างนั่นจริงๆ ก็จะถอนตัวไปก่อนตั้งแต่วันนี้เลยก็ได้นะเซซิเรีย เพราะหลังจากนี้ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทางเมืองแพนเทร่าเขาจะเอายังไงต่อเหมือนกัน”

“ขอเวลาฉันตัดสินใจสักหน่อยก็แล้วกัน ถ้ายังไงก็ขอตัวก่อนล่ะ”

ปิ๊บ

“เฮ้ออออ……”

คำพูดทิ้งท้ายของเซซิเรียนั้นได้ทำให้เอริกะต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เพราะดูเหมือนว่าต่อให้เซซิเรียจะไม่อยากยุ่งกับเรื่องในคราวนี้ หญิงสาวผมสีเขียวเพื่อนของเธอก็คงจะทำใจแข็งปล่อยไปเฉยๆ ไม่ได้เหมือนกับทุกทีอย่างแน่นอนจนทำให้เธออยากจะถอนหายใจออกมาอีกรอบหนึ่ง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

แต่แล้วในขณะที่เอริกะกำลังคิดจะถอนหายใจออกมาอีกครั้งอยู่นั้นเอง ก็ได้มีเสียงเคาะประตูห้องทำงานของเธอดังขึ้นมาพร้อมๆ กับเสียงขออนุญาตของเอริซาเบธดังขึ้นมาให้เธอได้ยิน

“คุณเอริกะคะ~ ฉันเอริซาเบธเองค่ะ~”

“อ่ะ มาได้เวลาพอดีเลย เข้ามาได้เลยๆ”

คำพูดขออนุญาตของเอริซาเบธนั้นได้ทำให้เอริกะต้องรีบปรับสีหน้าของเธอให้เป็นยิ้มแย้มตามปกติและพูดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงร่าเริงแบบที่เธอแสดงออกเป็นประจำ และนั่นก็ทำให้เอริซาเบธที่ได้ยินแบบนั้นไม่รอช้าที่จะเปิดประตูเข้ามารายงานเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้เธอได้ฟังในทันที

“ฉันเอาเอกสารรายละเอียดการประชุมเมื่อเช้านี้มาให้ค่ะ~ ส่วนพวกนากาคุงเองก็ไม่มีปัญหาอะไรเหมือนกัน แต่ว่าทางโรงเรียนเขาขอเวลาสักสามสี่วันในการเตรียมการเดินทางน่ะค่ะ~”

“สามสี่วันงั้นหรอ ถ้างั้นกว่าพวกเด็กๆ จะไปถึงเมืองแพนเทร่าก็น่าจะสักอาทิตย์นึงพอดี ก็นับว่าเร็วสำหรับพวกเธอแล้วล่ะ”

“แหะๆ ก็ต้องขอบคุณไดเอน่าจังกับท่านผู้อำนวยการเขานั่นแหล่ะค่ะ”

เอริซาเบธที่ได้รับคำชมจากคุณเอริกะของเธอนั้นได้ส่ายหางจิ้งจอกฟูๆ ของเธอไปมาด้วยความดีใจก่อนที่ทันใดนั้นเองเอริกะจะพูดสั่งงานเอริขึ้นมา

“แต่จะว่าไปไหนๆ เธอก็มานี่แล้ว เธอมาช่วยฉันจัดกระเป๋าสักหน่อยสิ พอดีว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันก็ต้องไปที่แพนเทร่าเหมือนกันน่ะ”

“เอ๋? แต่ไม่ใช่ว่าคุณเอริกะเพิ่งจะสั่งให้พวกนากาคุงเขาไปที่แพนเทร่าเองหรอกหรอคะ?”

“อ๋อ พอดีว่าอันนี้มันเป็นคนละงานกันน่ะ แถมยังเป็นงานที่น่าจะส่งคนอื่นไปทำแทนให้ไม่ได้ด้วย เพราะงั้นคนแก่ๆ อย่างฉันก็เลยต้องถ่อไปถึงแพนเทร่าด้วยตัวเองเนี่ยแหล่ะ~”

ฉ่า— ฉ่า—

ในขณะที่เอริกะกำลังตีหน้าน่าสงสารพูดตอบเอริซาเบธกลับไปอยู่นั้นเอง อยู่ๆ ก็ได้มีเสียงที่ฟังดูเหมือนกับเสียงของอะไรสักอย่างที่ถูกผัดอยู่ในกระทะดังขึ้นมาจากภายในตัวบ้านให้พวกเธอได้ยินพร้อมๆ กับที่มีกลิ่นหอมของอาหารโชยเข้ามาภายในห้องทำงานจนทำให้เอริกะต้องยกมือขึ้นมาเกาศีรษะตัวเองเล็กน้อย

“จะว่าไปก็ลืมเรื่องเด็กคนนั้นไปเลยนี่นา…”

“หมายถึงผู้หญิงผมสีขาวคนที่พวกนากาคุงเขาพาตัวมาจากหมูบ้านของรีซานาในภารกิจครั้งก่อนนั่นน่ะหรอคะ?”

“ก็ใช่นะสิ ถ้าเกิดว่าฉันต้องออกไปทำงานที่แพนเทร่ามันก็เท่ากับว่าต้องทิ้งให้เขาอยู่บ้านคนเดียวใช่มั้ยล่ะ ขืนเป็นอย่างงั้นเขาได้เหงาแย่เลยสิ”

เอริกะที่เดินตามกลิ่นหอมของข้าวผัดไปจนถึงหน้าประตูห้องครัวนั้นได้หันไปกระซิบพูดกับเอริซาเบธที่เดิมตามหลังเธอไม่ห่างเบาๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าหญิงสาวไร้ชื่อที่เคยมีตำแหน่งเป็นเดรคของหมู่บ้านรีซาน่านั้นได้ยินเสียงหรือสัมผัสได้ว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้เมื่อเธอได้เหลือบมองมาทางประตูห้องครัวเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเพิ่มตักวัตถุดิบเพิ่มเข้าไปในกระทะเพื่อที่จะทำให้ปริมาณของมันพอดีสำหรับสามคนแทน ซึ่งภาพที่ปรากฏนั้นก็ได้ทำให้เอริกะหลุดรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะพูดบอกเอริซาเบธที่อยู่ข้างๆ กันขึ้นมา

“ดูเหมือนว่าเธอจะต้องกินข้าวเย็นกับพวกฉันแทนซะแล้วสิเอริ”

“แหม่ ถ้าคุณเอริกะว่างั้นก็ได้อยู่แล้วล่ะค่ะ ว่าแต่แล้วคุณเอริกะจะเอายังไงกับเรื่องนี้ล่ะคะ?”

“อื้มมม…. ก็นั่นสิเนอะ…”

เอริกะที่ได้ยินคำถามของเอริซาเบธได้ก้มหน้าลงทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่เธอจะลองสอบถามเอริซาเบธขึ้นมา

“เธอพอจะให้เขาไปพักอยู่ที่หอพักของทางโรงเรียนก่อนสักพักนึงจะได้หรือเปล่าน่ะเอริ?”

“ที่หอพักของทางโรงเรียนน่ะหรอคะ? จะว่าได้มั้ยมันก็ได้นั่นแหล่ะค่ะ แต่คุณเอริกะอย่าลืมนะคะว่ารีซาน่าเขาก็พักอยู่ที่นั่นด้วยเหมือนกันน่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ถือซะว่าช่วยฉันหน่อยก็แล้วกันนะเอริ น๊า~~~”

เอริกะที่ไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาตรงไหนถ้าเกิดว่าอดีตผู้ที่เคยมีตำแหน่งเดรคอย่างหญิงสาวผมสีขาวได้มีโอกาสเข้าใกล้คนที่เคยมีเรื่องกันมาก่อนอย่างรีซาน่านั้นได้ตัดสินใจที่จะโถมตัวเข้าหาเอริซาเบธด้วยท่าทีออดอ้อนเกินเหตุ และนั่นก็ทำให้เอริซาเบธสะดุ้งไปเล็กน้อยเพราะไม่ทันตั้งตัวก่อนที่เธอจะรีบพูดตอบเอริกะกลับไปด้วยท่าทีเขินอายปนดีใจที่ตัวเองได้เป็นประโยชน์กับคุณเอริกะของเธอได้บ้าง

“แหม่ ถ้าเกิดว่าคุณเอริกะว่าอย่างงั้นมันก็ต้องได้อยู่แล้วแหล่ะค่ะ”

“จริงหรอ ฟู่ว… ถ้างั้นก็โล่งอกไปที ยังไงก็ขอบใจเธอมากนะเอริกะ เพราะในเวลาแบบนี้ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะให้เขาไปพักอยู่ที่ไหนก่อนดีเหมือนกันน่ะ”

“แหะๆ แค่ฉันได้ช่วยคุณเอริกะฉันก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ~”

“ถ้างั้นพวกเรามาพักกินข้าวเย็นกันก่อนแล้วเดี๋ยวเธอค่อยไปช่วยฉันจัดกระเป๋าก็แล้วกันเนอะ~”

ในช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้นเองเอริซาเบธที่ช่วยเอริกะจัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นก็ได้เดินนำทางหญิงสาวผมสีขาวที่เคยใช้ชื่อว่าเดรคเข้าไปภายในหอพักของทางโรงเรียนด้วยท่าทีลับๆ ล่อ พร้อมๆ กับที่เธอได้พูดบ่นพึมพำออกมาเบาๆ ไปด้วย

“ถึงจะพูดไปแบบนั้นก็เถอะ แต่ถ้าเกิดว่าท่านผู้อำนวยการหรืออาจารย์ใหญ่รู้เข้ามีหวังได้โดนบ่นหูชาแน่เลยเนี่ย…”

เอริซาเบธที่พูดบ่นออกมานั้นได้ชะโงกหน้าออกไปมองซ้ายมองขวาตามโถงทางเดินก่อนที่เธอจะใช้ฝีเท้าที่แผ่วเบาราวกับสุนัขจิ้งจอกตัวเป็นๆ เดินนำหญิงสาวไร้ชื่อตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนของเธอที่ไม่ได้อยู่ลึกเข้าไปภายในตัวอาคารมากนักโดยที่หญิงสาวไร้ชื่อที่เดินตามหลังเธออยู่นั้นไม่ได้มีท่าทีว่าจะคิดแอบลักลอบไม่ให้โดนเจอตัวเลยแม้แต่น้อย

ซึ่งภายในห้องพักของเอริซาเบธนั้นก็ยังคงเต็มไปด้วยเสื้อผ้าเครื่องใช้ต่างๆ หรือแม้แต่กระทั่งขนมปังที่ถูกทานไปเพียงแค่ครึ่งชิ้นที่ถูกโยนทิ้งเอาไว้อย่างระเกะระกะเช่นเดิมไม่มีผิดเพี้ยนจนทำให้หญิงสาวไร้ชื่อที่โดยปกติแล้วจะไม่ค่อยแสดงสีหน้าท่าทีอะไรถึงกับต้องหรี่ตามองหญิงสาวเจ้าของห้องอย่างเงียบๆ จนทำให้เอริซาเบธที่เห็นแบบนั้นต้องรีบพูดเถียงขึ้นมาในทันที

“อะไรเล่า ฉันก็แค่ไม่นึกว่าจะมีแขกมาก็เลยไม่ได้ทำความสะอาดเอาไว้ก่อนแค่นั้นเอง”

“……..”

คำพูดแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ของเอริซาเบธนั้นได้ทำให้หญิงสาวไร้ชื่อละสายตาไปจากเธอด้วยท่าทีเหนื่อยใจก่อนที่เธอจะเดินตรงไปยังจุดที่ควรจะเป็นโต๊ะรับแขกและเริ่มต้นเก็บกวาดเศษอาหารและภาชนะที่ถูกใช้แล้วไปทีละส่วนอย่างเงียบๆ

“อ่ะ นั่นเธอจะทำความสะอาดให้ฉันงั้นหรอ แหม่ ขอบคุณมากนะ~”

“…….”

คำพูดทีเล่นทีจริงของเอริซาเบธนั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวไร้ชื่อพูดตอบอะไรกลับไปและนั่นก็ทำให้เอริซาเบธที่เห็นแบบนั้นเอียงคอไปมาก่อนที่เธอจะพูดสอบถามอีกฝ่ายขึ้นมาในทันที

“ว่าแต่สรุปแล้วเธอมีชื่อว่าอะไรกันแน่ล่ะ?”

“…….”

คำถามของเอริซาเบธในคราวนี้ได้ทำให้หญิงสาวไร้ชื่อชะงักไปเล็กน้อย ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ชั่วขณะ แต่ว่ามันก็ไม่พ้นหูตาที่ฉับไวราวกับจิ้งจอกน้อยของเอริซาเบธไปได้ และนั่นก็ทำให้เธอไม่รอช้าที่จะพูดขึ้นมาต่อในทันที

“ทำท่าอย่างงั้นแปลว่ายังไม่ได้คิดเรื่องชื่อใหม่เอาไว้ล่ะสิท่า… แต่ว่าไหนๆ ก็จะต้องมาอยู่ด้วยกันสักพักนึงแล้วแบบนี้จะให้เรียกว่าเธอๆ ตลอดไปมันก็ยังไงๆ อยู่นะ… สนใจจะให้ฉันตั้งชื่อให้มั้ยล่ะ?”

“……..”

ถึงแม้ว่าหญิงสาวไร้ชื่อจะได้ยินคำถามของเอริซาเบธไปแล้วก็ตาม แต่ว่าเธอก็ไม่มีท่าทีว่าจะให้ความสนใจหรือว่าตอบรับเลยแม้แต่น้อยราวกับว่าเธอได้ไม่สนใจเรื่องชื่อใหม่ของตนที่กำลังจะมีคนตั้งให้เลยซะด้วยซ้ำ และนั่นก็ทำให้เอริซาเบธไม่รอช้าที่จะพูดชื่อที่เธอคิดเอาไว้ออกมาในทันที

“ถ้างั้นก็เอาเป็นว่าชื่อของเธอคือ ฮิคาริ ไปก่อนก็ละกันเนอะ เห็นอาจารย์โซจิเขาเคยบอกว่ามันแปลว่าแสงสว่างหรือว่าอะไรสักอย่างเนี่ยแหล่ะ เธอว่าไงบ้างล่ะฮิคาริจัง~?”

“……..”

หญิงสาวไร้ชื่อที่ถูกเอริซาเบธตั้งชื่อให้ว่า ฮิคาริ นั้นทำเพียงแค่หันมาพยักหน้าให้เอริซาเบธหนึ่งทีราวกับว่าเธอไม่ได้สนใจชื่อใหม่ของตนที่เพิ่งจะถูกตั้งให้เลยแม้แต่น้อยในขณะที่เอริซาเบธนั้นก็ได้ส่งรอยยิ้มกลับมาให้เธอพร้อมกับเอ่ยปากพูดขึ้นมา

“ถ้าเธอไม่มีปัญหาอะไรงั้นก็เอาตามนั้นก็แล้วกันเนอะ ‘ฮิคาริจัง~’ ”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“อาจารย์เอริคะ! ขอแรงออกมาช่วยด้านนอกนี่สักหน่อยนึงสิคะ!”

ในขณะที่เอริซาเบธและ ‘ฮิคาริ’ เหมือนจะตกลงกันได้ด้วยดีแล้วนั้นเอง อยู่ๆ ก็ได้มีเสียงเคาะประตูหนักๆ ดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือของรีซาน่าดังขึ้นมาให้เธอได้ยินจนทำให้เอริซาเบธต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจและรีบเดินไปเปิดประตูเพื่อสอบถามในทันที

“จ้าๆ มาแล้วจ้า มีอะไรให้ฉันช่วยหรอรีซาน่าจัง?”

“ก็อาจารย์เรย์น่ะสิคะเขา— เอ๋!? ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึง—”

รีซาน่าที่กำลังจะฟ้องเรื่องของอาจารย์เรย์ให้เอริซาเบธฟังนั้นได้ชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เธอจะหลุดเสียงร้องออกมาเมื่อเธอสังเกตเห็นฮิคาริที่กำลังจัดการทำความสะอาดห้องให้เอริซาเบธอยู่ และนั่นก็ทำให้เอริซาเบธไม่รอช้าที่จะพูดอธิบายออกมาในทันที

“ฮิคาริจังน่ะหรอ พอดีว่าคุณเอริกะเขาต้องออกไปทำงานข้างนอกสักพักนึงก็เลยไม่มีใครอยู่เฝ้าให้ คุณเอริกะเขาก็เลยฝากให้ฉันช่วยดูแลฮิคาริจังเขาให้หน่อยน่ะ~”

“ฮิคาริ… งั้นหรอคะ?”

“ก็ชื่อของเขาไง~ เห็นว่าตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่องที่หมู่บ้านของเธอเขาก็ใช้ชื่อว่าเดรคเหมือนเดิมไม่ได้แล้วใช่มั้ยล่ะ แล้วยิ่งฉันเองก็มีเพื่อนหนุ่มกล้าใหญ่ที่ชื่อว่าเดรคอยู่แล้วด้วย ฉันก็เลยถือโอกาสนี้ตั้งชื่อใหม่ให้เขาไปเลยน่ะ~”

“อ…อย่างงั้นเองหรอคะ…”

รีซาน่าที่ได้ยินคำพูดอธิบายของเอริซาเบธได้พูดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหวั่นๆ เพราะว่าตัวเธอเองที่เคยต่อสู้กับอีกฝ่ายมาแล้วนั้นรู้ดีว่าถึงแม้หญิงสาวคนนั้นจะเคยพ่ายแพ้ให้กับเดรคอย่างหมดรูป แต่ว่าที่จริงแล้วเธอก็ค่อนข้างจะมีฝีมือมากพอตัวอยู่ อีกทั้งด้วยท่าทีที่ดูไม่ค่อยจะปกตินักมันก็เลยทำให้รีซาน่าไม่ค่อยจะมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะปลอดภัยกับเหล่าเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนที่ไม่ได้เก่งเรื่องการต่อสู้มากนักหรือเปล่า

“ให้เขามาอยู่ที่นี่มันจะไม่เป็นอะไรจริงๆ หรอคะอาจารย์เอริ…”

“ก็เข้าใจอยู่นะว่าเธอเป็นห่วงเรื่องอะไรน่ะ แต่ว่าเดี๋ยวฉันคอยดูเขาให้เองเธอไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ว่าแต่เห็นเมื่อกี้นี้ร้องโวยวายอะไรเกี่ยวกับอาจารย์เรย์อยู่ไม่ใช่หรอ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าน่ะ?”

เอริซาเบธพูดตอบรีซาน่ากลับไปด้วยท่าทีเหมือนกับว่าไม่กังวลใจอะไรเลยแม้แต่น้อยพร้อมกับพูดถามรีซาน่ากลับไปถึงสาเหตุที่เด็กสาวมาเคาะประตูห้องของเธอขึ้นมา และนั่นก็ทำให้รีซาน่าไม่รอช้าที่จะรีบบอกให้เอริซาเบธทราบในทันที

“อ่ะ– ใช่ค่ะๆ ก็อาจารย์เรย์เขาไปดื่มอะไรมาก็ไม่รู้ตั้งกี่ถังจนเมาแอ๋อีกแล้วน่ะสิคะ ตอนนี้คุณเอเว่นที่พาอาจารย์เรย์มาส่งเขาไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีก็เลยยืนรออยู่ที่ทางเข้าน่ะค่ะ อาจารย์เอริรีบไปจัดการก่อนที่จะมีใครผ่านมาเห็นแล้วเอาไปบอกอาจารย์คนอื่นทีเถอะค่ะ!”

“หว๋าย… เข้าใจแล้วๆ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ ฮิคาริจัง ฝากดูแลห้องให้ฉันแป๊บนึงนะ~”

เอริซาเบธที่ได้ยินว่าอาจารย์เรย์ก่อนเรื่องอีกแล้วนั้นได้พูดตอบรีซาน่ากลับไปก่อนที่เธอจะเดินนำเด็กสาวตรงไปที่ห้องโถงทางเข้าของหอพัก และนั่นก็ทำให้พวกเธอได้พบเข้ากับอาจารย์เรย์ อาจารย์สาวผมสีขาวที่แต่งตัวค่อนข้างจะเปิดเผยที่กำลังถูก เอเว่น อัศวินหนุ่มผมทองผู้เป็นพี่ชายของคอนแนลที่ถูกทางวังหลวงส่งมาเฝ้าจับตาดูอลิซเอาไว้ช่วยพยุงร่างเอาไว้

ซึ่งในทันทีที่เอริซาเบธเดินเข้าไปใกล้นั้นเอง จมูกของเธอก็ได้กลิ่นของแอลกอฮอล์ลอยฉุนจมูกคลุ้งกระจายออกมาจากร่างของอาจารย์เรย์เข้าจนทำให้เอริซาเบธถึงกับหลุดปากพูดออกมา

“นี่ไปดื่มอะไรมาทำไมกลิ่นมันถึงแรงได้ขนาดนี้กันเนี่ย—”

“ผมก็อยากรู้เหมือนกันนั่นล่ะครับ! นี่ถ้าเกิดว่าอาจารย์เทียไม่ได้ขอร้องให้ผมช่วยหาที่พักให้อาจารย์เรย์สักหน่อยผมก็ไม่คิดจะหิ้วคนแบบนี้กลับมาหรอกนะครับ!!”

“ไม่ได้เมาซ๊ากหน่อย~ แกว่าใครเมากานห๋าา~”

ในขณะที่เอเว่นที่ต้องแบกร่างที่ฟุ้งไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จนใครที่เดินผ่านไปมาก็แทบจะเมาตามมาได้สักพักใหญ่ๆ แล้วได้พูดบ่นตามเอริซาเบธขึ้นมานั้น ทางด้านอาจารย์เรย์ก็ได้พูดพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่แค่ฟังดูก็รู้ว่าสติของเธอคงลอยหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้อย่างแน่นอน และนั่นก็ทำให้เอเว่นที่แบกเธออยู่ต้องเผยสีหน้าหน่ายใจออกมาก่อนที่เขาจะลองพูดสอบถามเอริซาเบธขึ้นมา

“ก็อย่างที่เห็นนั่นแหล่ะครับ… พอผมถามไปว่าบ้านของอาจารย์เรย์อยู่ที่ไหนเขาก็ไม่ยอมตอบ แล้วนอกจากว่าผมจะพาอาจารย์เรย์ไปฝากขังเอาไว้ที่ป้อมยามแล้วผมก็นึกออกแค่ที่นี่แล้วน่ะครับ”

“แต่สภาพแบบนี้จะให้ไปพักที่ห้องของฉันก่อนก็คงจะไม่ไหวเหมือนกันนั่นแหล่ะค่ะ ฉันยังไม่อยากให้กลิ่นเหล้าติดอยู่ในห้องน่ะ… ถ้างั้นก็พาไปพักที่ห้องนั่งเล่นก่อนละกัน ตามมาสิคะ”

เอริซาเบธพูดตอบเอเว่นกลับไปก่อนที่เธอจะเดินนำเขาตรงไปที่ห้องนั่งเล่นรวมของทางหอพักพร้อมกับชี้นิ้วสั่งให้รีซาน่าเดินไปเปิดหน้าต่างออกเพื่อที่มันจะได้ช่วยระบายกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ออกไปได้สักเล็กน้อยก็ยังดีก่อนที่เธอจะพูดถามเอเว่นที่เมื่อสักครู่นี้พูดชื่อของอาจารย์เทียขึ้นมา

“ว่าแต่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันคะเนี่ยอาจารย์เรย์ถึงได้เมาเละเทะแบบนี้น่ะ หรืออย่าบอกนะว่าที่จริงแล้วคุณกะจะพาอาจารย์เทียไปมอมเหล้าแต่ว่าอาจารย์เรย์เขาดันผ่านมาเจอซะก่อนน่ะ?”

“ตลกตายล่ะครับนั่น! ตอนแรกผมวางแผนเอาไว้ว่าจะชวนอาจารย์เทียไปร้านที่อาจารย์อลิซแนะนำมาน่ะครับ แต่ว่าอยู่ดีๆ อาจารย์เรย์เขาก็โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้แล้วก็พาพวกผมไปที่บาร์เหล้าซะแทนเฉยๆ เลย… แถมยังดื่มไม่หยุดจนเป็นแบบนี้อีกต่างหากน่ะครับ!”

เอเว่นที่ได้ยินคำพูดของเอริซาเบธนั้นได้พูดตอบเธอกลับไปด้วยความอารมณ์เสีย เพราะถ้าเกิดจะให้พูดกันตามตรงแล้วตัวเขานั้นค่อนข้างที่จะไม่ชอบใจในตัวอาจารย์เรย์ที่ทำตัวไม่เหมาะสมกับอาชีพที่น่าเคารพอย่างอาจารย์สอนหนังสืออยู่แล้วแต่ก็กลับยังต้องมาช่วยพยุงอีกฝ่ายที่เมาปลื้นไม่ได้สติแถมยังเหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นของมึนเมามาส่งถึงที่โรงเรียนอีกต่างหาก

ซึ่งสิ่งที่เอเว่นพูดขึ้นมานั้นก็ได้ทำให้เอริซาเบธที่รู้จักกับอาจารย์เรย์มาก่อนเขาได้แต่ยิ้มแห้งๆ และพยักหน้าเห็นด้วยอย่างช่วยไม่ได้

“แล้วก็เพราะปกติอาจารย์เทียเขาไม่ค่อยจะดื่มอยู่แล้วเขาก็เลยต้องหาคนไปช่วยกันงั้นสินะคะ เพราะปกติแล้วอาจารย์เทียเขาจะชวนฉันไปด้วยเวลาที่เธอโดนอาจารย์เรย์พาไปดื่มเหมือนกันน่ะค่ะ”

“หมายความว่าปกติแล้วอาจารย์เอริเป็นคนพาอาจารย์เรย์กลับมาส่งงั้นสินะครับเนี่ย…”

“ใช่แล้วล่ะค่ะ แต่ว่าที่ฉันสงสัยมากกว่าก็คือที่คุณเอเว่นบอกเมื่อกี้นี้ว่ากะจะชวนอาจารย์เทียไปร้านที่อาจารย์อลิซแนะนำมานั่นน่ะ มันหมายการถึงการชวนอาจารย์เทียไปทานข้าวเย็นกันสองหรือเปล่าน่ะคะ~?”

“อ่ะ—”

เอเว่นที่เพิ่งจะรู้ตัวว่าเขาเผลอหลุดปากพูดถึงเรื่องแผนการชวนอาจารย์เทียไปทานอาหารเย็นที่ได้รับการสนับสนุนจากอลิซนั้นได้ชะงักไปก่อนที่ใบหน้าของเขาจะขึ้นสีเล็กน้อยจนทำให้รีซาน่าที่เห็นแบบนั้นต้องพูดสอบถามขึ้นมาด้วยความสนอกสนใจ

“เอ๋!? จริงหรอคะคุณเอเว่น!? กับอาจารย์เทียคนนั้นน่ะหรอคะ!?”

“อ–เอ่อ… ผมน่าจะเมาจนพูดผิดๆ ถูกๆ แล้วน่ะครับ ผมหมายถึงว่าผมนัด– เอ่อ… คิดจะนัด—เอ๊ย— เอ่อ… เอาเป็นว่าวันนี้ผมขอตัวก่อนก็แล้วกันนะครับ!”

เอเว่นที่พยายามจะพูดแก้ตัวขึ้นมาแต่หาข้ออ้างอะไรดีๆ ไม่ได้เลยนั้นได้คิดที่จะหนีไปจากสถานการณ์เบื้องหน้าเสียแทน และนั่นก็เป็นที่แน่นอนว่าเมื่อเอริซาเบธได้เห็นท่าทีของเอเว่นแบบนั้น เธอก็ไม่รอช้าที่จะพูดแหย่อัศวินหนุ่มจากวังหลวงขึ้นมาในทันที

“เอ๋~ แต่ตัวของคุณเอเว่นแทบจะไม่มีกลิ่นเหล้าเลยแถมยังมีแรงแบกอาจารย์เรย์มาส่งให้ถึงที่แบบนี้นี่จะเรียกว่าเมาแล้วได้จริงๆ งั้นหรอคะเนี่ย~?”

“ป..ไปดื่มมามันก็ต้องเมาอยู่แล้วสิครับ! ถ้ายังไงผมขอตัวก่อนก็แล้วกันนะครับ!!”

คำพูดของเอริซาเบธที่พูดขึ้นมาด้วยแววตาแพรวพราวเหมือนกับคนเจอเรื่องสนุกนั้นได้ทำให้เอเว่นตัดสินใจที่จะรีบวิ่งหนีไปในทันที และนั่นก็ทำให้เอริซาเบธหลุดเสียงหัวเราะคิกคักออกมาเล็กน้อย

“คิกคิก เป็นอัศวินแท้ๆ แต่ว่าดันขี้อายผิดคาดเหมือนกันนะนั่น~”

“ที่คุณเอเว่นพูดนั่นเรื่องจริงหรอคะนั่นอาจารย์เอริ? เรื่องของเขากับอาจารย์เทียคนนั้นนั่นน่ะค่ะ”

“แหม่~ ถ้าเธออยากรู้เจอตัวคราวหน้าก็ลองถามเขาดูสิ~”

ตุ๊บ

ในขณะที่เอริซาเบธกำลังพูดตอบรีซาน่ากลับไปอยู่นั้นเอง อาจารย์เรย์ที่เมาไม่ได้สติจนสลบไปแล้วนั้นก็ได้ขยับตัวเล็กน้อยจนร่างของเธอเสียหลักร่วงหล่นจากเก้าอี้ลงไปกองอยู่กับพื้น แต่ถึงอย่างนั้นอาจารย์เรย์ก็กลับไม่มีท่าทีว่าจะตื่นกลับขึ้นมาเลยแม้แต่น้อยอีกทั้งยังดูเหมือนว่าจะเริ่มส่งเสียงกรนออกมาเบาๆ เสียอีกต่างหาก

ซึ่งสภาพของอาจารย์เรย์ที่ดูไม่ได้ต่างไปจากพวกคนติดเหล้าที่ถูกพนักงานของบาร์เหล้าลากออกมากองกันเอาไว้นอกร้านตอนช่วงกลางดึกเลยแม้แต่น้อยนั้นก็ได้ทำให้เอริซาเบธตัดสินใจที่จะพูดเตือนรีซาน่าผู้เป็นเด็กนักเรียนของเธอขึ้นมา

“…ถ้าเป็นไปได้เธอก็อย่าไปลองดื่มเหล้าหรืออะไรพวกนั้นเลยก็แล้วกันนะรีซาน่า ถ้าเกิดว่าเธอไม่อยากติดเหล้าจนมีสภาพเหมือนกับอาจารย์เรย์เขาแบบนี้น่ะ”

“ถ้าไม่อยากจะยุ่งก็ถอนตัวออกไปได้เลยงั้นหรอ… ถึงเธอบอกแบบนั้นก็เถอะนะ…”

ในช่วงเวลายามดึกของคืนเดียวกันนั้นเอง ทางด้านเซซิเรียที่ได้ใช้เวลาสักพักใหญ่ในการคิดทบทวนเกี่ยวกับสิ่งที่เอริกะพูดบอกเธอมานั้นก็ได้พูดพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยความกลุ้มใจ

เพราะถึงแม้ว่าตัวเธอเองจะคิดว่าเมื่อเอริกะมาถึงเมืองแห่งนี้และได้ลองตรวจสอบสถานที่ที่ถูกเรียกว่า ‘ห้องควบคุม’ ดูแล้ว นักประดิษฐ์สาวอัฉริยะเพื่อนของเธอคนนั้นก็น่าจะจัดการแก้ปัญหาหมอกควันที่ปกคลุมเมืองแพนเทร่ามานานนับเดือนนี่ได้อย่างง่ายดายแน่นอนก็ตาม แต่ว่าในใจของเธอก็ยังคงรู้สึกสังหรณ์ใจอะไรบางอย่างว่าบางทีเรื่องทั้งหมดนั่นมันอาจจะไม่ได้ถูกคลี่คลายได้อย่างง่ายดายแบบนั้น

“ปัญหามันจะมีแค่หมอกพวกนี้จริงๆ งั้นหรอ…”

“เรื่องนั้นมันก็แน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่หรอครับ เพราะถ้าเกิดว่าปัญหามันมีแค่นั้นคุณเอริกะเขาก็คงจะจัดการมันเสร็จไปตั้งนานแล้วจริงมั้ยล่ะครับ”

ในขณะที่เซซิเรียกำลังพูดพึมพำกับตัวเองอยู่นั้นเอง ที่ด้านหลังของเธอก็ได้มีเสียงของชายหนุ่มที่ฟังดูคุ้นหูดังขึ้นมาให้เธอได้ยิน ซึ่งเมื่อเซซิเรียหันกลับไปมองดู เธอก็ได้พบเข้ากับชายหนุ่มผมสีน้ำตาลนัยน์ตาสีฟ้าที่สวมใส่ผ้าปิดตาคาดดวงตาของเขาเอาไว้ข้างหนึ่งในชุดเสื้อโค๊ทสีดำที่ดูราวกับพวกนักจารกรรมที่ถนัดในการแฝงตัวไปกับความมืดอย่างไรอย่างนั้น

ซึ่งผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นมาด้านหลังเซซิเรียนั้นก็คือ เวก้า อดีตขุนนางหนุ่มจากเมืองรีมินัส หรือที่ตอนนี้กำลังใช้ชื่อว่า เดดารัส ที่ขาดการติดต่อจากเอริกะไปสักพักใหญ่จนเอริกะแทบจะต้องกระจายกำลังคนออกไปพลิกเมืองแพนเทร่าเพื่อค้นหาตัวเขานั่นเอง

แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านเดดารัสที่อยู่ๆ ก็โผล่กลับมาหาเซซิเรียด้วยตัวเองนั้นก็กลับยังคงพูดกับเซซิเรียด้วยท่าทีธรรมดาๆ ราวกับเขาไม่รู้ซะด้วยซ้ำว่ากำลังถูกคนของเอริกะคว้านหาตัวอยู่อย่างไรอย่างนั้น

“ก่อนที่พวกเราจะเริ่มทำอะไรกัน คุณเซซิเรียช่วยฟังคำพูดของผมก่อนจะได้หรือเปล่าครับ?”

“ถ้าเกิดว่านายคิดจะโผล่หน้ากลับมานายก็ควรจะไปหาทีเอร่าเป็นคนแรกนะ เด็กคนนั้นเขากำลังตามหาตัวนายให้วุ่นเลยน่ะ…”

เซซิเรียพูดตอบเดดารัสกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ก่อนที่ด้านหลังของเธอจะปรากฏก้อนคริสตัลสีเขียวที่ก่อตัวขึ้นมาเป็นรูปร่างของหอกคริสตัลสีเขียวเช่นเดียวกับทุกครั้งที่เธอต้องเริ่มต้นต่อสู้

เพราะว่าถ้าจะให้พูดกันตามตรงแล้ว หลังจากที่เดดารัสหายตัวไปอย่างกะทันหันในตอนที่เมืองแพนเทร่าถูกโจมตีอีกทั้งยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมในตรอกข้างร้านขนมนั้น ทั้งเธอและเอริกะก็เริ่มที่จะไม่มั่นใจแล้วว่าตกลงเขารู้สึกผิดกับเรื่องที่เขาเคยทำลงไปและอยากที่จะชดใช้ความผิดจริงๆ หรือเปล่า

หรือว่าที่จริงแล้วเขาอาจจะเป็นเพียงแค่นักทดลองโรคจิตที่ชื่นชอบในการทดลองกับมนุษย์และหลอกพวกเธอมาตลอดเพื่อที่จะหาโอกาสในการจับคนมาทดลองแบบเดียวกับที่เขาเคยทำกับคาร์เทียร์ที่มองเขาเป็นพ่อแท้ๆ กันแน่

แต่ถึงแม้ว่าทางด้านเดดารัสจะได้เห็นว่าเซซิเรียได้เริ่มต้นเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้แล้วก็ตาม เขาก็กลับไม่มีท่าทีว่าจะโต้ตอบหรือว่าวิ่งหนีเอาตัวรอดเลยแม้แต่น้อยอีกทั้งยังพูดตอบเธอกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ จนดูน่าสงสัยอีกด้วย

“ถ้าเรื่องนั้นล่ะก็คงจะเป็นไปไม่ได้หรอกนะครับ… แล้วผมเองก็คงจะต้องขอให้คุณเซซิเรียหยุดทำการติดต่อกับทีเอร่าแล้วก็คุณเอริกะไปสักพักนึงด้วย ถ้าเกิดว่าคุณไม่อยากจะให้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับทั้งสองคนนั้นน่ะ…”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 186 : Second Life"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved